เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 314,396 Views

  • 7,120 Comments

  • 18,077 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8,808

    Overall
    314,396

ตอนที่ 7 : บทที่6 ความบังเอิญ [รีไรท์ - 13/8/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 545 ครั้ง
    13 ส.ค. 60


หลังจากเหตุการณ์นั้นเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปหนึ่งปี ช่วงนั้นผมคิดไม่ตกกับอะไรหลายๆ อย่างเพราะความกังวล บางคืนผมก็เผลอคิดเยอะไปจนไม่ได้นอน



ผมกำลังกังวลอยู่ว่าถ้าได้เจอกันอีกครั้งหนึ่ง ถึงตอนนั้นธันก็ไม่ได้เป็นเด็กอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกหรือนิสัยอะไรหลายๆ อย่างของเจ้าตัวจะเปลี่ยนไปหรือเปล่า



ในเมื่อครั้งล่าสุดที่มาอีกฝ่ายอายุสิบเจ็ดแล้วมาไม่ได้ปีหนึ่ง ดังนั้นปีต่อมาที่ได้เจอกันก็เป็นอายุสิบเก้า



ยิ่งคิดแบบนั้นผมก็อดที่จะรู้สึกใจหายขึ้นมาไม่ได้ เวลาผ่านไปรวดเร็วมากชนิดที่ว่าผมแทบจะตั้งตัวไม่ทัน รู้ตัวอีกทีคนที่เคยเป็นเด็กในวันนั้นก็เข้าเรียนปีหนึ่งแล้ว



เมื่อเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว โอกาสที่จะได้เจอกับผู้คนย่อมมากขึ้นตามเพราะสังคมเปิดกว้างกว่าแต่ก่อน



ดังนั้นโอกาสที่ธันจะมีคนที่ชอบหรือแฟนย่อมมากขึ้นตามไปด้วย



พอคิดมาถึงตรงนี้แล้วผมรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที พลันอยากให้เวลาหยุดลง ไม่อยากให้เด็กคนนั้นโตขึ้น ไม่อยากให้มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ผมรู้ว่านั่นเป็นคำขอที่เพ้อฝันสิ้นดี



ถึงแม้ครั้งหนึ่งผมจะเคยคิดว่าไม่ได้หวังอะไรนอกจากจะเห็นอีกฝ่ายมีความสุข



แต่นั่นก็ไม่ต่างกับคำปลอบใจที่เอาไว้หลอกตัวเองเท่านั้น



ถ้าผมยังมีชีวิตอยู่จนกระทั่งถึงตอนที่ธันแต่งงานแล้วพาลูกมาไหว้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าตอนนั้นตัวเองจะทนใจเย็นแล้วยิ้มรับไหวอยู่อีกหรือเปล่า



หรือถ้ายังยิ้มไหวข้างในอาจจะน้ำตาตกไปแล้วก็เป็นได้



ผมพยายามที่จะไม่คิดมาก แต่แล้วความคิดนี้มันก็วนเวียนไปในหัวไม่หยุด ยิ่งพอนั่งว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร ความกังวล ความเครียด ความกลัวก็เข้ามาเกาะกุมตลอดราวกับเป็นเงา



หลังจากที่คิดจนกระทั่งปวดหัวผมก็กุมขมับก่อนจะลุกขึ้นยืน อย่างน้อยๆ ผมก็ต้องหาอะไรทำเพื่อที่จะได้ไม่ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงตัดสินใจว่าวันนี้จะออกไปเดินเที่ยวข้างนอกที่ไกลกว่านี้ดูเสียหน่อย



เผื่อว่ามันจะสามารถช่วยลบความคิดที่อยู่ในหัวออกไปบ้าง



………………………………………………….



…………………………………



ผมไม่ได้มาเดินที่ตลาดแห่งนี้นานมากแล้วเนื่องจากว่าต้องใช้เวลาในการเดินทางนาน อีกทั้งยังค่อนข้างไกล ดังนั้นต้องเป็นช่วงที่ว่างหรือว่าไม่มีอะไรทำจริงๆ ผมถึงจะมาเดินเล่น



ตอนที่มาถึงดูเหมือนว่าจะมีผู้คนพลุกพล่านมากกว่าปกติ ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะใกล้เข้าสู่ช่วงฤดูร้อนแล้ว เลยทำให้มีคนมาที่นี่เยอะขึ้น



ผมเดินเข้าไปในตลาด สายตาก็อดที่จะมองของตามร้านข้างทางไม่ได้ ทว่าระหว่างที่กำลังดูของอยู่นั้นก็มีคนเดินตรงเข้ามาจะชน ผมเลยขยับหลบตามสัญชาติญาณ



พออีกฝ่ายเดินผ่านไปแล้วผมถึงชะงักแล้วคิดขึ้นมาได้ว่าตัวเองจะหลบทำไม ในเมื่อต่อให้ผมอยู่เฉยๆ ยังไงก็ไม่มีใครแตะต้องตัวของผมได้อยู่ดี



สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะความเคยชินเหมือนตอนที่ยังเป็นมนุษย์ ส่วนอีกสาเหตุน่าจะเกิดจากการที่ผมมัวแต่คิดมากจนเผลอใจลอยลืมตั้งสมาธิกับสิ่งตรงหน้า



เมื่อดูอาหารจนเบื่อ ผมก็แวะเข้าไปดูในร้านของเล่นบ้าง



ดูเหมือนว่านับตั้งแต่ตอนที่ผมตายไปจะมีของเล่นแปลกๆ โผล่ขึ้นมาเยอะมากทีเดียว ดังนั้นการมาดูร้านของเล่นที่มีของใหม่ๆ แถมยังแปลกตาย่อมสนุกกว่าผักผลไม้ที่เห็นจนเบื่อแล้วแน่นอน



หลังจากที่มองไปรอบร้านอยู่ครู่หนึ่งผมก็เห็นไข่ที่หน้าตาคล้ายกับไข่ไดโนเสาร์วางตั้งอยู่ ด้วยความสนใจผมจึงเอื้อมมือไปหยิบทันที



ก่อนที่จะพึ่งนึกได้ว่าผมจับสิ่งของไม่ได้...



ครึ่ก



ผมเบิ่งนัยน์ตากว้างมองไข่ที่หลุดร่วงลงจากมือแล้วกลิ้งลงไปที่โต๊ะ มันเป็นเพียงแค่ชั่ววูบเท่านั้น แต่ผมสัมผัสได้ว่ามือของตัวเองแตะไข่ฟองนั้นได้จริงๆ



อันที่จริงมันมีเหตุการณ์แบบนี้ค่อนข้างบ่อย บางครั้งผมจะแตะของบางอย่างได้เพียงชั่ววูบ แต่ของบางอย่างไม่ว่าผมพยายามจะหยิบจับสักเท่าไหร่มันก็หยิบไม่ได้



ผมไม่แน่ใจว่าสาเหตุของมันคืออะไร จะว่าเป็นความตั้งใจที่จะจับก็ไม่ใช่ ในเมื่อตอนแย่งลูกอมกับป้าผมยังพยายามยื้อแย่งแทบตาย มันกลับทะลุไปเสียอย่างนั้น แต่ของที่ผมไม่ได้ตั้งใจกลับจับได้หน้าตาเฉย



ผมตั้งใจว่าจะหยิบไข่ฟองนั้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่แล้วมือของแม่ค้าก็คว้าไข่ขึ้นมาตั้งไว้เสียก่อนพร้อมกับก่นด่าคนที่บังอาจเดินมาชนโต๊ะจนกระทั่งไข่ล้ม



เพราะสายตาอาฆาตของแม่ค้า นั่นเลยทำให้ผมไม่กล้าหยิบมันขึ้นมาอีกรอบ ท้ายที่สุดผมเลยต้องเดินจากไปทั้งๆ แบบนั้น ก่อนจะค่อยตัดสินใจว่าถ้ามีเวลาว่างเดี๋ยวค่อยไปทดลองหยิบของอย่างอื่นเอาแทนก็ได้



…………………………………………………………….



………………………………………….



เมื่อใกล้เข้าสู่ช่วงเดือนเมษายนอีกครั้งหนึ่ง ผมที่ออกไปเที่ยวเล่นตามสถานที่ต่างๆ ก็กลับมานั่งรอที่หลุม จากนั้นไม่กี่วันต่อมาผมก็เห็นรถคันสีขาวขับตามถนนลูกรัง



พอดูป้ายทะเบียนจนมั่นใจแล้วว่าถูกคัน จากที่นั่งขัดสมาธิอยู่ตรงเนิน ผมก็ขยับลุกขึ้นมายืนตรงที่หน้าหลุมแทน



ผมชะเง้อมองอยู่นานมาก แต่คราวนี้ผมกลับไม่เห็นอีกฝ่ายลงมาจากฝั่งที่นั่งข้างคนขับ ทั้งๆ ที่คนขับเปิดประตูรถลงมาแล้ว



เมื่อเห็นแบบนั้นใจของผมก็หล่นวูบทันที



ผมกลัวว่าสองปีที่อดทนรอจะกลายเป็นการรอคอยอย่างไร้ประโยชน์เหมือนในตอนนั้น



จนกระทั่งได้ยินเสียงรถถูกล็อค ผมก็แทบทนใจเย็นไม่ไหวอีกต่อไป ถึงแม้ว่าภายนอกผมยังดูเฉยๆ แต่ข้างในอกถูกแผดเผาราวกับมีไฟสุมอยู่ในนั้น



คือผม..ไม่อยากบอกว่าจะร้องไห้อยู่แล้ว



ไม่ใช่ว่าผมร้องไห้เพราะเสียใจที่คนที่ชอบไม่มาหาหรือโดนหักอก แต่ผมเสียใจเพราะเผลอคาดหวังเอาไว้เยอะมาก ยิ่งนึกถึงคำพูดของธันขึ้นมาได้ ผมก็ยิ่งรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตา



แต่การที่จะได้เห็นลุงอายุสี่สิบสี่ปีมานั่งร้องไห้เพราะเด็กไม่มาหานี่มันคงอนาถาน่าดู ถึงจะผิดหวังมากขนาดไหนแต่ผมก็ยังพยายามทนใจเย็นแล้วรอดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น



จวบจนกระทั่งเมื่อได้เห็นว่าคนขับเป็นใคร ความรู้สึกร้อนในอกและขอบตาที่เหมือนกับถูกแผดเผาก็หายไปอย่างรวดเร็วราวกับเรื่องตลก



ปีนี้ธันโตขึ้นมาก สูงจนผมเกือบจะต้องเงยหน้าคุยอยู่แล้ว ยิ่งเห็นส่วนสูงของอีกฝ่ายในระยะที่ใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ผมก็ภาวนาไม่ให้เจ้าตัวโตไปมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นผมคงต้องต่อเก้าอี้หรือใส่ส้นตึกขึ้นไปคุยด้วย



“ปีนี้คุณพ่อกับญาติคนอื่นๆ ไม่ได้มาด้วยหรือ?” ผมถามอย่างพยายามเก็บความดีใจนั้นเอาไว้ให้มิด ในขณะที่สายตาก็ไล่สำรวจคนตรงหน้า



“พอดีว่าคุณพ่อกับญาติคนอื่นๆ เขาอายุมากกันแล้วน่ะครับ แถมปีนี้ท่านก็มีเรื่องที่ต้องจัดการเยอะเลยไม่ค่อยอยากจะมากัน” ธันว่าในขณะที่วางกระเป๋าสะพายลงที่หลุมข้างๆ แล้วหยิบของออกมาวางเพื่อไหว้



ผมเดินไปยืนข้างๆ คนที่กำลังไหว้ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบาเพื่อที่จะได้ไม่เป็นการรบกวนอีกฝ่าย “แล้วเขาก็เลยฝากให้ธันมาแทน..?”



“เปล่าครับ” ธันตอบผมกลับในขณะที่ปักธูปสามดอกลงบนกระถางธูป “คุณพ่อก็ไม่อยากให้ผมมา แต่ผมดื้อจะมาให้ได้เพราะบอกว่าอยากจะมาไหว้แม่ พ่อเลยบอกว่าถ้าเกิดอยากมานักก็ให้ไปสอบใบขับขี่ แล้วก็ขับมาเอง”



ผมกะพริบตามองคนที่ยืนเต็มความสูง พอยืนเทียบกันแล้วผมก็ยิ่งรู้สึกสลดใจขึ้นมากับความเตี้ยของตนเอง “เก่งจังเลยนะ ขับรถมาเองได้ด้วย ตั้งแต่หลังพ่อแม่ตายไปพี่ไม่กล้าขับรถสักที”



“ไม่หรอกครับ ก็ต้องฝึกอยู่นานเลยล่ะกว่าจะขับคล่อง” ธันหลุดหัวเราะกับคำพูดของผม จากนั้นอีกฝ่ายก็เก็บของไหว้ใส่ลงกระเป๋า แล้วหยิบพวกถาดกับกระถางธูปมาวางไว้ที่หน้าหลุมของผมแทน “แต่ว่าผมไม่ได้ตั้งใจมาไหว้แม่อย่างเดียวหรอก ผมตั้งใจมาหาพี่ด้วย”



ผมที่กำลังจดจ่อกับการกระทำของอีกฝ่ายถึงกับหยุดชะงักแล้วทวนคำพูดนั้นซ้ำทันที



“มาหาพี่?”



“ก็สองปีที่แล้วผมสัญญาไม่ใช่หรือครับว่าจะกลับมาหา” ธันว่าในขณะที่ล้วงหาของในกระเป๋า จนเมื่อเจอแล้วเด็กหนุ่มก็หยิบของวางลงบนแท่น “อย่าบอกนะว่าพี่ลืมแล้ว”



“เปล่านะ” ผมรีบแย้งกลับไป ก่อนจะชะโงกหน้ามองของที่วางอยู่บนแท่นไหว้ด้วยสายตาแปลกใจ “โกโก้กับแซนด์วิชเหรอ?”



ผมถามในขณะที่พยายามจะหยิบของในถุงนั้นขึ้นมาดูใกล้ๆ แต่แล้วมันก็ทะลุผ่านมือผมไปเสียดื้อๆ เมื่อเห็นแบบนั้นผมเลยถอยออกมาให้ธันจุดธูป



จากนั้นของมันก็มาปรากฏอยู่ในมือของผม



ผมอดที่จะรู้สึกแปลกใจกับของที่ธันเอามาให้รอบนี้ไม่ได้



ปกติแล้วธันจะชอบเอาช็อกโกแลตหรือพวกเนื้อสัตว์มาให้ ถึงแม้ว่านี่จะเป็นช็อกโกแลตกับเนื้อสัตว์เหมือนกันก็เถอะ แต่มันออกจะแตกต่างจากก่อนหน้านี้เยอะเกินไปหน่อย



“ผมตั้งใจว่าครั้งนี้จะมานั่งคุยกับพี่น่ะ เลยเอาของที่กินง่ายๆ มา ไม่รู้ว่าพี่จะชอบไหม” ธันว่าขณะที่นั่งขัดสมาธิลงตรงข้างๆ ที่กั้นขอบหลุม ซึ่งตรงนั้นเป็นจุดที่แดดมาไม่ถึงพอดี



“ชอบสิ แค่ธันเอามาให้พี่ก็ดีใจแล้ว” ผมรีบตอบกลับไป อันที่จริงแล้วผมกินได้หมดทุกอย่าง ฉะนั้นได้กินของอย่างอื่นบ้างก็ดี เพราะผมเองก็กินแต่ของเดิมๆ มาตลอดหลายปีจนเบื่อแล้วเหมือนกัน “แต่ตรงนี้สกปรกนะ มานั่งแบบนี้เดี๋ยวเสื้อผ้าก็เลอะหรอก”



“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวค่อยปัดเอาก็ได้” ธันว่าในขณะที่ดึงกระเป๋าเข้ามาใกล้ๆ “สองปีที่แล้วผมได้คุยกับพี่แค่แปบเดียวเอง แถมปีต่อมาก็มาไม่ได้อีก ครั้งนี้ผมเลยตั้งใจว่าจะมาคุยกับพี่ยาวๆ เลย พี่จะได้ไม่เหงา”



เมื่อได้ยินแบบนั้นผมก็อดที่จะดีใจขึ้นมาไม่ได้ แต่ก็พยายามเก็บความรู้สึกดีใจนั้นเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะเผลอหลุดยิ้มออกมาแล้วก็ตามที



ผมทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ธัน โดยที่มือข้างหนึ่งยังคงถือถ้วยโกโก้เย็นกับแซนด์วิชอยู่



“ว่าไง มีเรื่องอะไรจะเล่าบ้างไหม” ผมถามอีกฝ่ายในขณะที่งับแซนด์วิชเข้าไปคำหนึ่งแล้วดื่มน้ำตาม



“คือว่าผมน่ะมีคนที่แอบชอบแล้วนะ”



พรวด!



“แค่กๆ!” ผมไอโขลกออกมาด้วยความทรมานจนกระทั่งน้ำตาไหล ในขณะที่ใบหน้าก็แดงก่ำ ธันเห็นผมไอก็ทำท่าเห็นใจเหมือนอยากจะลูบหลังให้ ส่วนสติของผมแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว



บ้ามาก! นี่มันเป็นคำที่ผมไม่อยากได้ยินที่สุด



“งะ..งั้นหรือ..ใครล่ะ?” ผมทำใจดีสู้เสือ ทั้งๆ ที่มือไม้สั่นเป็นเจ้าเข้า โชคดีมากเลยที่ผมไอจนน้ำตาไหล ไม่อย่างนั้นต่อให้ไม่ไอ น้ำตาก็คงจะไหลจริงๆ อยู่ดี



“เพื่อนรุ่นเดียวที่เจอกันตอนสัมภาษณ์น่ะครับ” ธันว่าด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป ขัดกับความรู้สึกของผมที่กำลังจะกลายเป็นพายุในตอนนี้มาก



ผมใช้มือกดเข้าที่หน้าอก ปลอบตัวเองให้ใจเย็น ถึงแม้ว่าความรู้สึกข้างในจะไม่ได้เย็นเหมือนใบหน้าตอนนี้ก็ตามที “..แล้ว..เธอนิสัยเป็นยังไงบ้าง?”



“ก็น่ารักดีครับ เธอเป็นคนกระตือรือร้นแล้วก็ร่าเริงมาก”



“คือว่านะ..ปกติแล้ว..ธันชอบคนนิสัยแบบนั้นหรือ?” ผมถามอีกฝ่ายกลับไป ในขณะที่พยายามปลอบตัวเองให้ใจเย็น ไม่รู้ว่าผมควรจะรู้สึกแบบไหนก่อน ตกใจหรือร้องไห้ มันมาแทบจะพร้อมๆ กันจนผมตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียว



“ใช่ครับ” ธันตอบผมกลับ ก่อนที่จะเว้นจังหวะไปพักหนึ่งแล้วพูดต่อ “แต่ถ้าจะว่าจริงๆ แล้วก็พูดยากอยู่ สเปคที่ผมชอบไม่มีตายตัว ดังนั้นสเปคที่ชอบกับคนที่ผมชอบก็คนเดียวกันนั่นแหละ”



ด้วยความที่ยังเรียบเรียงสติไม่ถูก ผมเลยเงียบไปนานมาก



นิสัยของคนที่ธันชอบแทบจะตรงข้ามกับนิสัยผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่คนที่กระตือรือร้น ไม่ใช่คนที่ร่าเริงหรือว่าชอบเข้าหาคนอื่นขนาดนั้น ซ้ำยังออกจะเป็นพวกนิ่งเฉยไม่ยินดียินร้ายมากกว่าด้วย



พอนึกถึงความจริงตรงนี้แล้วผมก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา ไม่ต่างกับโดนตบหน้าแล้วถูกสาดน้ำเย็นใส่สักนิด



ผมนั่งดูดโกโก้ในมือสลับกับกินแซนด์วิชโดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่ออีกนอกจากฟังเรื่องที่ธันเล่าเงียบๆ หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็เล่าเรื่องที่ไปสอบมารวมถึงเรื่องสัพเพเหระอื่นๆ ซึ่งผมก็จับใจความได้บ้างไม่ได้บ้าง เนื่องจากกำลังคิดมากกับสิ่งที่ได้ยินอยู่



ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พ่อไม่อยากให้ธันมาเชงเม้งที่นี่หรือเรื่องที่ธันมีคนที่แอบชอบ



อนาคตจะเป็นอย่างไรผมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่สาเหตุสองอย่างนี้ก็สำคัญมากพอแล้วที่จะทำให้ธันอาจจะไม่กลับมาที่นี่ปีหน้าอีก



ดังนั้นผมต้องพยายามจำความรู้สึกตอนที่ยังได้คุยกับธันเอาไว้ให้นานที่สุด



“จะว่าไปทำไมถึงทะเลาะกับพ่อล่ะ?” ผมถามเมื่อนึกเรื่องตรงจุดนี้ขึ้นมาได้



“หลังจากแม่ตายพ่อก็เข้มงวดกับผมมากขึ้นน่ะ” ธันว่าในขณะที่ทำท่านึกอะไรบางอย่างอยู่สักพักหนึ่ง “ตั้งแต่บังคับให้ผมเข้าคณะที่อยากให้เข้า แล้วก็อีกหลายเรื่องๆ มันน่าอึดอัดเกินไปหน่อย ไปๆ มาๆ ผมทนไม่ได้เลยทะเลาะกับพ่อ แล้วก็ไม่ค่อยได้คุยกันอีก”



ผมพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ ถ้าผมไม่เคยเห็นภาพที่พ่อลูบหัวธันเมื่อหลายปีมาแล้ว นี่ผมคงเผลอนึกไปแล้วว่าพ่ออีกฝ่ายคงใจร้ายเอามาก



แต่ใครล่ะจะรู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงอาจจะเป็นเพราะพ่อเป็นห่วงธันหรือเปล่า เรื่องนี้ผมก็ไม่ได้รู้จักอีกฝ่ายดีพอที่จะไปพูดปกป้องแทนด้วย



“เดี๋ยวผมคงต้องไปไหว้แม่ต่อแล้ว” ธันว่าในขณะที่ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูแล้วลุกขึ้น ก่อนจะหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย “งั้นผมไปก่อนนะครับ เอาไว้ปีหน้าเจอกันนะ”



ผมใจหายวาบทันที เวลาผ่านไปเร็วขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร ..นี่ผมต้องรอจนกระทั่งถึงปีหน้าอีกแล้วหรือ ถึงแม้ว่าจะมีแต่ความคิดด้านลบเข้ามาในหัว แต่ผมก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกนั้นออกไป



“เดินทางดีๆ นะ” ผมอวยพรในขณะที่โบกมือลา ทว่าเมื่อนึกเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ผมก็รีบวิ่งเข้าไปคว้าเข้าที่แขนของอีกฝ่ายทันที



จากนั้นมือของผมก็ทะลุผ่านมือของธันไป



ธันหยุดเดินเพราะชะงักกับการกระทำของผม ก่อนที่จะหันมามองโดยที่ไม่ได้พูดอะไรทั้งสิ้นคลับคล้ายกับว่ากำลังรอให้ผมพูดออกมา



“ปีหน้า..ก็จะมาอีกใช่ไหม..?” ผมถามออกไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาลง



ถึงแม้ว่าตอนนี้จะไม่ได้มีกระจกอยู่ตรงหน้า แต่ผมก็พอคาดเดาได้ไม่ยากว่าสีหน้าของตนนั้นคงย่ำแย่มาก



“แน่นอนสิครับ” ธันว่าก่อนที่จะลูบหัวของผมคล้ายกับต้องการจะปลอบ แต่แล้วอยู่ๆ เจ้าตัวก็ชะงักคลับคล้ายกับนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบผละมือออก “ขอโทษนะครับที่เผลอไปลูบ แต่ว่าผมไม่มีทางทิ้งให้พี่อยู่คนเดียวหรอก เพราะงั้นไม่ร้องไห้นะครับ”



ผมเนี่ยนะร้องไห้..



ผมฟังคำพูดนั้นแล้วคิดว่าธันออกจะพูดเกินจริงไปเสียสักหน่อย ถึงสีหน้าของผมจะแย่มากขนาดไหนแต่คงไม่ได้ถึงกับกำลังร้องไห้อยู่หรอก



“งั้น..ถ้าเกิดได้คบกับเธอแล้ว ปีหน้าถ่ายรูปมาให้ดูด้วยนะ” ผมพยายามฝืนพูดออกไป ทั้งๆ ที่ในลำคอตีบตันเหมือนถูกอะไรบางอย่างอุดเอาไว้



ไม่รู้ว่าผมทนพูดประโยคนี้ออกไปด้วยสีหน้าที่ใจเย็นถึงขนาดนี้ได้ยังไง



แต่คำพูดครั้งนี้เป็นการฝืนพูดที่ลำบากมากที่สุดในชีวิตเลยทีเดียว



ยิ่งพูดมากๆ นัยน์ตาของผมก็ยิ่งร้อนผ่าวตาม อุตส่าห์ทนเก็บความรู้สึกมาได้ตั้งนาน ดันมาระเบิดเอาตอนอีกฝ่ายใกล้จะไปเฉย



“ครับ ไม่ร้องไห้นะครับ” ธันว่าในขณะที่ย่อตัวลงมากอดผมเอาไว้ “เดี๋ยวปีหน้าผมจะมาหา”



ทั้งๆ ที่มันควรจะเป็นอ้อมกอดที่เย็นเยียบมากเนื่องจากผมสัมผัสตัวอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ผมกลับรู้สึกว่าอ้อมกอดนั้นอบอุ่นมากจนแทบจะร้องไห้ออกมา



ผมก้มหน้าลง ไม่ได้พูดหรือไม่คิดที่จะแก้ความเข้าใจผิด ในขณะที่เดินมาส่งธันที่รถ



จวบจนกระทั่งเมื่อรถคันนั้นขับหายไป



ผมถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าแก้มทั้งสองข้างเปียกชื้นไปด้วยน้ำตา



------------------------------------------------------------------


[Talk]

อาจจะมาอัพไม่ได้สักระยะนะคะ พอดีไม่สบาย ขอเวลาไปนอนพักผ่อนก่อน


แต่ไม่ได้ทิ้งหายไปไหนนะคะ



มีคนบอกอยากไปเชงเม้งมากขึ้นเพราะนิยายของเรา ขอบคุณมากค่ะ ฝึกขับรถยังไงก็พยายามเข้านะคะ เราฝึกขับรถอยู่นานมาก แต่ก็ยังไม่คล่องสักที


แล้วก็มีคนถามว่าแล้วหลุมข้างๆที่เราเอามาเป็นแรงบันดาลจะไม่ตกใจเหรอ คิดว่าไม่นะคะ555555 ถ้าเกิดมาเดี๋ยวปีหน้าเอาน้ำแดงไปไหว้ให้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 545 ครั้ง

236 ความคิดเห็น

  1. #7093 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:26

    ฮือๆๆๆๆ

    #7093
    0
  2. #7031 Nisakarn (@nisakarnnnnn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 09:05
    แง้ๆๆๆๆ
    #7031
    0
  3. #7027 «PhuengAugust» (@pvaugust) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 13:37
    เศร้าไปอีกกกกกก
    #7027
    0
  4. #6988 aim42404 (@aim42404) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 10:50
    ไม่เอาไม่ร้องเราจะร้องตามน้องแล้วนะน้องงงง
    #6988
    0
  5. #6985 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 06:48
    เศร้าสงสารพี่เมษ
    #6985
    0
  6. #6969 tarnandtip (@tarnandtip) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 02:00

    เศร้าเลยขนาดร้องไห้ยังไม่รู้ตัวอีกนะวิญญาณที่แอบรักเด็กน้อยที่แสนใจดี https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-big-04.png

    #6969
    0
  7. #6954 Mebal (@did-you-know) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 23:38
    อ่านถึงตอนนี้แล้วน้ำตาจะไหล เป็นคนรอมันจุกจริงๆ
    #6954
    0
  8. #6934 -ความหมาย- (@-RED-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 22:36
    น่าสงสาร
    #6934
    0
  9. #6908 686814123new (@686814123new) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 20:05
    งื้ออสงสารผี
    #6908
    0
  10. #6897 Kandanu Suntalsawat (@0818935225) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 13:15
    ธันเมษ สินะ
    #6897
    0
  11. #6846 phoukham (@phoukham) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 11:27
    งึ้อออสงสารอะ
    #6846
    0
  12. #6702 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 07:54
    ความเหงามันน่ากลัวเน้อ ขนาดผียังเสียใจ
    #6702
    0
  13. #6648 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:22
    ฮืออออ โทษใครก็ไม่ได้ โทษตัวเองนี่แหละ ที่เข้ามาอ่านอะไรที่มันดราม่าแล้วก็เจ็บเอง
    #6648
    0
  14. #6609 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 17:57
    แงงงงงงงงสงสารเมษ
    #6609
    0
  15. #6543 PiimJU (@PiimJU) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 16:18
    อินกว่าเดิมอีกㅠㅠน้ำตาคลอเลยค่ะไรท์ ;-;
    #6543
    0
  16. #6525 numokodchawan (@numokodchawan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 08:01
    เมษเอ้ยยย สงสาร;-;
    #6525
    0
  17. #6517 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 16:46
    สงสารเมษ ปวดใจ ;-;
    #6517
    0
  18. #6491 Mindzz♡ (@Iceiradazz) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 08:52
    จุกเเทนเมษเลยอะ
    #6491
    0
  19. #6463 GALAXY*KRIS (@safeka) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:08
    เหงาแทนเมษเลย ฮือออ น้ำตาซึมทุกตอน TT
    #6463
    0
  20. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 17:52
    โอ้ยยยยย หน่วงไปหมดด
    #6446
    0
  21. วันที่ 24 มกราคม 2561 / 17:52
    โอ้ยยยยย หน่วงไปหมด
    #6445
    0
  22. #6419 minixiuminseok (@minixiuminseok) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 13:29
    สงสารเมษ หน่วง😢
    #6419
    0
  23. #6379 rainbow....* (@BluefreezZy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 17:52
    น่าสงสารเมษอ่ะ
    #6379
    0
  24. #6340 Bameverthing (@-Bameverthing-) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 20:52
    T T น้ำตาคลอมันสะทุกตอนเลยบ่?
    #6340
    0
  25. #6330 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 10:55
    เศร้ามากกก ฮืออออ
    #6330
    0