เขามาเชงเม้งที่ข้างๆหลุมผมครับ [yaoi] #เขามาเชงเม้ง

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 313,734 Views

  • 7,119 Comments

  • 18,034 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8,146

    Overall
    313,734

ตอนที่ 8 : บทที่7 สาเหตุ [รีไรท์ - 14/8/60]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20947
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 489 ครั้ง
    14 ส.ค. 60



หลังจากที่รู้ตัวว่าเผลอร้องไห้ออกมา ผมก็สะอื้นไม่หยุดราวกับความรู้สึกที่เก็บกักเอาไว้โถมทับลงมาในคราเดียวกัน



ผมตอบไม่ได้ด้วยซ้ำว่าทำไมตัวเองถึงร้องไห้



ก่อนหน้านี้ผมพยายามที่จะอดทนกับความรู้สึกกังวล กลัว เสียใจ ผิดหวังมาโดยตลอด จากนั้นก็กดความรู้สึกเหล่านั้นให้ลึกลงไปจนกระทั่งไม่ได้รู้สึกอีก



แต่แท้จริงแล้วความรู้สึกเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน มันกลับกลายเป็นตะกอนทับถมลงเรื่อยๆ รอวันที่จะระเบิดออกมาเพียงเท่านั้น



ผมรู้สึกเหนื่อยมากกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ ทั้งการใช้ชีวิตแบบไร้จุดหมายไปวันๆ ทำได้เพียงแค่รอให้คนที่ตัวเองชอบมาหาหนึ่งครั้งต่อหนึ่งปีโดยที่ตนเองไม่มีโอกาสไปหาอีกฝ่ายได้เลย



แถมวันดีคืนดีธันอาจจะหายไปโดยไม่บอกลาแล้วไม่กลับมาที่นี่อีกก็เป็นได้



แค่นึกถึงเรื่องนั้นผมก็ยิ่งรู้สึกเศร้า กลัวผิดหวังจนกระทั่งอยากนอนหลับแล้วไม่ตื่นขึ้นมาพบเจอกับความจริงในวันพรุ่งนี้อีก



แต่ท้ายที่สุดแล้วชีวิตของผมก็ยังต้องเดินต่อ ถึงแม้ว่าจะทรมานเจ็บปวดกับการรอคอยมากแค่ไหนก็ตาม



ผมปล่อยให้ตัวเองร้องไห้จนกระทั่งพอใจ ร้องจนกระทั่งความรู้สึกหน่วงในอกเมื่อครู่เริ่มจางหายไป เหลือแต่อาการหายใจไม่ออกกับความเสียใจเท่านั้น



ตลอดเวลาผมพยายามหาอะไรทำเพื่อที่จะลืมความเจ็บปวดแล้วจะได้ไม่ต้องนึกถึงเรื่องในวันนั้นอีก แต่ก็แทบไม่ได้ผล อาจจะเพราะเดิมทีผมเป็นคนชอบใช้ความคิด ยิ่งมีเรื่องให้คิดผมก็ยิ่งไม่สามารถหยุดคิดได้เลย



ไม่รู้ว่าผมใช้เวลาทั้งหมดในการคิดไปนานเท่าไร ผมไม่สามารถหยุดคิดถึงเรื่องนี้ได้ ทว่ายิ่งคิดมากผมก็ยิ่งปวดหน่วงในอกราวกับจะขาดอากาศหายใจ



จนกระทั่งเมื่อรู้ตัวอีกทีฤดูร้อนก็มาถึง ผมที่ใช้เวลาในแต่ละวันไปกับการคิดอย่างไม่รู้ตัว เริ่มรับรู้เวลาภายนอกอีกครั้งยามที่เสียงเอะอะของผู้คนรอบตัวดังขึ้น



ฤดูของการเชงเม้งกลับมาถึงอีกครั้ง ผมนั่งเฝ้ารอเด็กคนนั้นอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งๆ ที่ยังคงรู้สึกหน่วงในอกกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วไม่หาย



ผมรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนที่ดีอะไร ถึงปากจะบอกว่าหวังให้อีกฝ่ายมีความสุข แต่ในใจลึกๆ ของผมก็ยังคงภาวนาขอให้ธันไม่สมหวังอยู่ดี



ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าต่อให้ธันไม่สมหวังขึ้นมา เขาก็จะไปหาใครคนอื่นที่ไม่ใช่ผมอยู่ดีก็ตามที



ผมชอบเขา ทว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วที่เขาจะชอบผมกลับ



ในโลกของผมมีแค่เขา



ทว่าในโลกของเขากลับมีตัวเลือกอื่นตั้งมากมาย



แล้วทำไมธันถึงจะต้องมาเลือกคนที่ตายไปแล้ว เป็นผู้ชาย อายุห่างกันตั้งรอบหนึ่งแถมยังได้เจอหน้ากันแค่หนึ่งครั้งต่อปีด้วย



หลายครั้งที่ผมอดคิดไม่ได้ว่าทุกอย่างที่ธันทำไปนั้นก็เพียงเพราะสงสารผม ไม่ได้มีความหมายอื่นนอกจากนั้น แต่กระนั้นผมก็รับความรู้สึกสงสารที่ไม่ต่างกับน้ำหยดเดียวเอาไว้ประทังชีวิตอย่างเต็มใจอยู่ดี



ผมนั่งรออยู่ไม่กี่วัน หากแต่ระยะเวลาเหล่านั้นกลับเนิ่นนานในความรู้สึกมาก



จากนั้นไม่กี่วันต่อมารถคันที่ผมมักจะเห็นจนชินตาก็ขับมายังสถานที่แห่งนี้



คราวนี้ก็มีเพียงแค่ธันเหมือนเดิมที่ขับรถมาคนเดียว ผมรู้สึกโล่งใจมากที่เห็นเพียงแค่ธันเพราะว่าถ้าเกิดมีพ่อหรือคนอื่นมาด้วย ปีนั้นเราทั้งสองคนก็แทบจะไม่ได้คุยกันเลย



ผมมองคนที่ถือกระเป๋าสะพายกับเสื่อติดมือมา ไม่รู้ว่าเพราะคราวที่แล้วผมบ่นไปว่าสกปรกหรืออย่างไร คราวนี้เจ้าตัวถึงเอาเสื่อมาด้วย



หลังจากที่ไหว้หลุมข้างๆ เสร็จ ธันก็เดินเข้ามาใกล้แล้ววางกระถางธูปที่หลุมของผม จากนั้นจึงจัดวางของที่ตั้งจะว่าจะไหว้ให้บนแท่น



“น้ำแดงกับลูกชิ้นหรือ?” ผมถามในขณะที่มองของสีแดงในขวดแก้วนั้นอย่างไม่แน่ใจ ก่อนที่จะหัวเราะแล้วพูดหยอกกลับไป “พี่ไม่ใช่เจ้าที่นะ”



“ผมก็ไม่ได้บอกว่าพี่เป็นเจ้าที่สักหน่อย” ธันว่าทั้งๆ ที่ยังคงหัวเราะกับคำพูดของผมเมื่อครู่ “พอดีว่าเห็นคนอื่นชอบไหว้ศาลกันด้วยน้ำแดง ผมเลยคิดว่าถ้าพี่ตายไปแล้วก็น่าจะชอบเหมือนกัน”



“ที่เขาไหว้น้ำแดงเพราะใช้แทนเลือดต่างหาก แต่พี่ไม่ได้ชอบกินเลือดสักหน่อย” ผมตอบกลับไป ในขณะที่สายตาก็ยังคงจับจ้องมองคนที่กำลังปักธูปสามดอกลงบนกระถาง จากนั้นลูกชิ้นกับน้ำแดงก็มาปรากฏอยู่ในมือของผม



ผมนั่งลงบนเสื่อผืนนั้นแล้วดูดน้ำแดงในแก้ว อันที่จริงผมไม่ค่อยชอบน้ำแดงเท่าไหร่เพราะสีดูน่ากลัวแปลกๆ ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เลยแทบไม่ได้ลองดื่มเลยสักครั้ง แต่พอลองมาดื่มดูแล้วผมถึงพบว่ารสชาติดีอยู่เหมือนกัน



“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน สบายดีไหม?” ผมว่าในขณะที่วางแก้วน้ำแดงไว้ข้างตัวแล้วเริ่มกินลูกชิ้นปิ้งในมือแทน



“ผมสบายดี แล้วพี่ล่ะรู้สึกดีขึ้นหรือยัง?” ธันถามผมกลับพลางขยับเข้ามานั่งใกล้ขึ้น “ขอโทษด้วยนะครับที่ปีที่แล้วผมรีบไป เลยไม่ทันได้อยู่จนกว่าพี่จะหยุดร้องไห้”



“อะ..อ่อ..ไม่เป็นไร” ผมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเมื่อนึกถึงเรื่องน่าอายเมื่อปีที่แล้วขึ้นมาได้



อุตส่าห์เก็บความรู้สึกมาได้ตั้งนานดันมาตายเอาตอนจะจบ นึกแล้วก็น่าอายแปลกๆ ที่ผมดันร้องไห้จะเป็นจะตายแบบนั้น



“จะว่าไปกับเธอคนนั้นเป็นยังไงบ้างแล้วล่ะ”



ธันนิ่งไปสักพักหนึ่งก่อนที่เจ้าตัวจะหันหน้ามามองผม จังหวะนั้นเลยทำให้ผมสบตาอีกฝ่ายโดยบังเอิญ วินาทีนั้นความกลัวเอ่อล้นขึ้นมาจนผมกลับเป็นคนต้องหลบตาเสียเอง



“ลืมบอกไปเลย ผมได้คบกับเธอแล้วนะ”



ผมเงียบไปนานมาก



สิ่งที่ธันพูดไม่ได้เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจหรือเกินความคาดหมายผมสักเท่าไรนัก ในเมื่อธันใจดี อบอุ่นแถมยังหน้าตามีเสน่ห์แบบนี้ ไม่แปลกหรอกที่ผู้หญิงจะชอบจนตอบตกลง ขนาดผมที่เป็นผู้ชายยังมาชอบแบบงงๆ เลย



มาถึงตอนนี้ผมก็นึกไม่ออกว่าด้วยซ้ำตัวเองควรจะแสดงปฏิกิริยาอย่างไรตอบกลับไป ถึงแม้ผมจะรู้ดีว่าปกติแล้วอย่างน้อยก็ควรแสดงความยินดีอะไรสักอย่างกลับไปเป็นมารยาท แต่ในตอนนี้ผมกลับตกอยู่ในสภาพที่แค่จะขยับปากก็ยังทำไม่ได้



อย่างน้อยๆ ก็โชคดีที่ไม่ได้ดื่มน้ำเหมือนคราวนั้น ไม่อย่างนั้นคงมีการสำลักอีกแน่ๆ



“งั้นหรือ..” ผมคลี่ยิ้มฝืนๆ ก่อนที่ตั้งใจจะเบี่ยงประเด็นถามต่อถึงเรื่องอื่น ธันก็พูดขัดขึ้นมาพอดี



“แต่ว่าผมก็เลิกกับเธอไปแล้วล่ะ” ธันว่าก่อนจะถอนหายใจ ท่าทางนั้นดูหงุดหงิดไม่พอใจเอามาก “ผมอุตส่าห์ไว้ใจเลยบ่นให้ฟัง แล้วเธอก็เอาไปพูดต่อ ทั้งๆ ที่ผมกำชับแล้วว่าห้ามบอกใคร พอรู้ผมเลยขอเลิกไป”



ผมหันไปมองใบหน้าของธันทันทีที่ได้ยินแบบนั้น



ผมยอมรับว่าความรู้สึกแวบแรกนั้นเป็นความดีใจ แต่แล้วความรู้สึกต่อมาก็กลับกลายเป็นความรู้สึกแย่แทนที่ดันเผลอไปดีใจกับความทุกข์ของคนอื่น



“แบบนั้นมันไม่ใจร้ายไปหน่อยหรือ? เธอทำผิดแค่ครั้งเดียวเองนะ”



“แบบนี้แหละดีแล้ว” ธันตอบคำพูดผมด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “ถ้าเกิดผมจะคบกับใครสักคน ผมก็อยากจะเลือกคนที่ไว้ใจได้มาเป็นแฟน ไม่ใช่คนที่เล่าเรื่องของผมให้คนอื่นฟังไปทั่ว”



“ว่าแต่..” ผมเกริ่นขึ้นมา ก่อนจะลังเลไปครู่หนึ่ง “ธันไปบ่นเรื่องอะไรกับเธอล่ะ?”



ทันทีที่ผมถามเสร็จก็เพิ่งนึกได้ว่ามันคงเป็นความลับ ไม่อย่างนั้นธันคงไม่หงุดหงิดจนกระทั่งขอเลิกหรอก ฉะนั้นเขาจะมาเล่าให้ผมฟังทำไม



ในขณะที่ผมกำลังจะเอ่ยขอโทษเพื่อตัดบท ธันกลับพูดขึ้นมาเสียก่อน



“เรื่องที่ผมทะเลาะกับพ่อน่ะ” ธันว่าก่อนที่จะทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จากนั้นเจ้าตัวก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดแล้วหันมามองหน้าผม “พี่เมษครับ ผมเคยเล่าเรื่องที่ผมเคยเจอวิญญาณตนอื่นให้ฟังใช่ไหม?”



ผมพยักหน้ารับ



“คือผมสงสัยว่าทำไมพี่ถึงตายน่ะครับ”



“หัวใจวายตายน่ะ” ผมว่าก่อนที่จะขยายความเพิ่มเติม “พี่เกิดมาก็เป็นโรคหัวใจตั้งแต่แรกแล้ว พอดีโชคร้ายที่ดันไม่มีใครเห็นตอนอาการกำเริบก็เลยตาย”



ธันเงียบไปอยู่สักพักหนึ่ง สีหน้าของอีกฝ่ายนั้นดูไม่ดีจนผมเริ่มรู้สึกสงสัยขึ้นมา “พี่เมษ..ตรงที่พี่ตายมีกล้องวงจรปิดไหมครับ?”



“พี่เองก็จำไม่ได้ แต่คิดว่าน่าจะมี..เอ่อ ทำไมอยู่ๆ ถามถึงเรื่องนี้ล่ะ?” ผมถามกลับไปด้วยน้ำเสียงสงสัย ยิ่งเห็นสีหน้าที่ดูเครียดๆ ของอีกฝ่ายแล้วผมก็พลอยรู้สึกไม่ดีตามไปด้วย



“พี่อายุใกล้ๆ กับพี่สาวคนนั้นที่ผมเคยเจอ” ธันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะเงียบไปคล้ายกับลังเลว่าควรจะพูดหรือไม่พูดดี



ผมที่เห็นแบบนั้นจึงไม่พูดเร่งแล้วกอดเข่านั่งรอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดอย่างใจเย็น



“พี่สาวคนนั้นเขาจมน้ำตาย ตอนนั้นพี่สาวเห็นว่าคนรู้จักยืนมองเขาอยู่ แต่ไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วย เลยมาขอร้องให้ผมช่วยบอกกับตำรวจ แต่จนแล้วจนรอดผมก็ไม่ได้ช่วยเขาเพราะว่าตำรวจไม่เชื่อผม”



ผมเบิ่งนัยน์ตากว้างด้วยความตกใจกับคำพูดนั้น จนกระทั่งเมื่อเริ่มตั้งสติได้ผมก็หลุดหัวเราะออกมา



“อย่าบอกนะว่าธันคิดว่ามีคนเห็นพี่ตอนกำลังจะตาย แต่ไม่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วย พี่ถึงเป็นแบบนี้น่ะ”



ผมหยอกอีกฝ่ายกลับไปเล่นๆ ตั้งใจว่าจะให้อีกฝ่ายหัวเราะหรือยิ้มกลับมาเฉยๆ ก็ได้



แต่ธันนิ่งมาก นิ่งเกินไปจนผมเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา



“ผมแค่คิดว่าเป็นไปได้น่ะเลยลองถามดู” ธันพูดก่อนจะเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง “บางทีอาจจะเพราะว่าจริงๆ พี่แค่ยังไม่ถึงเวลาตาย แต่คนที่มาเห็นไม่ยอมช่วยพี่ ถึงเป็นแบบนี้”



“แต่ว่า..” ผมแย้งอีกฝ่ายขึ้นมาแล้วก็หยุดนิ่งไปแบบนั้น ในสมองผมยังคงสับสนกับเรื่องที่ได้ยินจนเรียงลำดับสิ่งที่จะพูดต่อไปไม่ถูก



อันที่จริงเรื่องที่ธันพูดมันก็มีความเป็นไปได้อยู่



การที่ผมไม่เห็นใคร ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีคนอยู่แถวนั้น บางทีเขาอาจจะยืนในมุมอับสายตาหรือยืนในมุมที่ผมมองไม่เห็น



แต่ว่ามัน..



“แต่ว่าพี่ไม่ได้มีศัตรูที่ไหนนะ” อันนี้เป็นเรื่องเดียวแน่ๆ ล่ะที่ผมมั่นใจจนกล้าพูดออกมาได้



ในเมื่อตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมแทบจะไม่ได้คุยกับใครที่ไหนเลยนอกจากพ่อแม่ หมอ ญาติแล้วก็นางพยาบาล ดังนั้นจะไปมีคนเกลียดผมถึงขั้นอยากให้ตายได้ยังไง



“ธันอาจจะไม่รู้ก็จริงว่าตอนที่พี่มีชีวิตอยู่ พี่แทบจะไม่ได้คุยกับใครเลยนอกจากพ่อแม่แล้วก็หมอ” เมื่อผมนึกถึงข้อเท็จจริงตรงนี้ขึ้นมาได้ ผมก็เริ่มใจเย็นแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาลง



ไม่รู้ว่าเพราะผมต้องการพูดให้ธันเข้าใจหรือปลอบให้ตัวเองหายตื่นตระหนกอยู่กันแน่



ธันเงียบไปกับคำพูดของผม เงียบไปนานมากราวกับว่ากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ จนท้ายที่สุดแล้วผมที่ทนความอึดอัดนี้ไม่ได้ก็พูดขึ้นมา



“ช่างเถอะ” ผมบอกปัด ถึงแม้ว่าจะยังรู้สึกติดใจกับเรื่องที่ธันพูดอยู่บ้างไม่น้อยก็ตาม “ยังไงถ้ามีเรื่องอยากจะบ่นก็เอามาบ่นให้ฟังได้นะ พี่ไม่ได้เป็นคนชอบพูดขนาดนั้น แถมยังไงคงเอาไปเล่าให้ใครฟังต่อไม่ได้อยู่แล้ว”



อาจจะเพราะเห็นว่าผมเลี่ยงไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ ดังนั้นธันเลยไม่พูดอะไรต่อแล้วเปลี่ยนประเด็นไปเล่าเรื่องอย่างอื่นให้ฟังแทน เป็นต้นว่าเรื่องที่มหาวิทยาลัย เรื่องของพ่อ แต่ดูเหมือนว่าธันจะค่อนข้างอึดอัดกับเรื่องของพ่อมากเป็นพิเศษถึงได้บ่นให้ผมฟังเต็มไปหมด



จนกระทั่งเมื่อรู้สึกตัวอีกทีก็เป็นเวลาใกล้เที่ยงแล้ว ผมคุยกับธันนานมากทีเดียว เกือบจะเป็นเวลาสองชั่วโมงได้ พอเห็นแบบนั้นผมก็ตกใจก่อนจะรีบพูดขอโทษที่เผลอรั้งอีกฝ่ายเอาไว้นานขนาดนี้



“ขอโทษนะที่ทำให้ช้า ทั้งๆ ที่ธันต้องไปไหว้หลุมศพแม่ต่อแท้ๆ”



“ไม่เป็นไร ผมไปไหว้แม่มาก่อนจะมาเจอพี่แล้วล่ะ” ธันว่าก่อนที่ทำท่าเหมือนจะลูบหัวผม แล้วอีกฝ่ายก็ชะงักจนรีบผละมือออก “ขอโทษนะครับผมไม่ได้ตั้งใจ แต่บางทีเวลาเห็นสีหน้าพี่ตอนผมจะไปทีไร ผมอยากลูบหัวหรือกอดปลอบทุกที”



หน้าผมเนี่ยนะ..?



ผมเอื้อมมือมาจับบนใบหน้าตัวเอง แต่ก็ไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหน



ไม่รู้ว่าผมทำสีหน้าแบบไหนออกไปถึงทำให้คนอื่นอยากลูบหัวปลอบได้ ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะส่องกระจกดูสีหน้าตัวเองตอนนี้เหมือนกัน แต่ติดที่ว่าในกระจกมันไม่สะท้อนเงาผมน่ะสิ



“งั้นผมไปก่อนนะ ดูแลตัวเองด้วยนะครับ” ธันว่าพลางย่อตัวลงมาสวมกอดผมแน่น ผมยิ้มด้วยความตื้นตันใจก่อนจะลูบหัวอีกฝ่ายกลับ “ขอบคุณมากนะครับที่ฟังเรื่องที่ผมพูด”



ผมพยักหน้ารับ ไม่ได้ตอบอะไรนอกจากจะเดินมาส่งอีกฝ่ายถึงที่รถ จนกระทั่งเมื่อธันขึ้นมานั่งบนรถแล้ว อีกฝ่ายก็ลดกระจกรถลงมา



“ปกติแล้วพี่นั่งรถได้หรือเปล่าครับ?” ธันเอ่ยก่อนที่จะยิ้มออกมา “ถ้าเกิดว่าพี่นั่งได้ ผมจะพาพี่ไปขับรถเที่ยวดีไหม?”



ผมเบิ่งนัยน์ตากว้างด้วยความดีใจกับคำชวนนั้น ก่อนจะรีบพยักหน้ารับทันทีโดยที่ไม่ต้องใช้เวลาคิดแม้แต่นิดเดียว ทว่าไม่ว่าผมพยายามที่จะก้าวขึ้นรถมากเท่าไร เท้าของผมมันก็เหยียบลงที่พื้นดินเสมอ



ผมพยายามอยู่สักพักหนึ่งจนถอดใจ



“พี่ขึ้นรถไม่ได้น่ะ คงไปเที่ยวด้วยไม่ได้ ขอโทษนะ” ผมว่า ทั้งๆ ที่ยังคงรู้สึกผิดหวังอยู่ไม่น้อย แต่ก็ส่งยิ้มอำลาให้กับเขาแล้วโบกมือ



ธันแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาอย่างเห็นได้ชัดที่ผมไปด้วยไม่ได้ แต่สุดท้ายหลังจากร่ำลากัน เขาก็ยอมขับรถออกไป



ผมมองธันที่ขับรถออกไปในขณะที่ยังคงครุ่นคิดถึงสิ่งที่คุยเมื่อครู่



จะมีใครที่เกลียดผมถึงขนาดอยากให้ตายเลยงั้นหรือ..?



------------------------------------------------------------






[Talk]

วันก่อนนิยายเราติดท็อปนิยายวายอันดับ18ของเด็กดีด้วยค่ะ ขอบคุณทุกคนมากนะคะ

พอมีคนอ่านนิยายเราเยอะๆแล้วยอมรับว่าบางครั้งแอบกดดันจนเครียดแล้วเขียนออกมาได้ไม่ดีเท่าที่ควรเลย 

เรากลัวว่าเนื้อเรื่องมันจะช้าเกินไป เร็วไป น่าเบื่อไป ถ้าคิดเห็นยังไงบอกได้นะคะ





ช่วงนี้รวมคำถามที่มีคนถามมาบ่อยๆค่ะ


ใครเมะใครเคะ

->กาลเวลาเปลี่ยน บทบาทเปลี่ยนค่ะ


จะได้ทำรวมเล่มไหม 

->ถ้าเราเขียนจนมั่นใจว่าผลงานโอเค มีคนสนใจเยอะก็ตัดสินใจว่าจะทำค่ะ


เรื่องนี้จะจบดีหรือจบร้าย

->มีคนถามมาเยอะมาก แต่เอาเป็นว่าเราอยากให้ทุกคนลุ้นไปด้วยกันมากกว่าค่ะ ยังไม่อยากบอกตอนนี้5555555555





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 489 ครั้ง

196 ความคิดเห็น

  1. #7115 Vivee1230 (@c4uCFWLwpv6gdwi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:02
    ญาติอยากได้มรดกหรือป่าว เพราะก็เหลือเมษคนเดียวพ่อแม่ก็ตายแล้ว เดาเอา5555
    #7115
    0
  2. #7094 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:35

    สงสัยๆ

    #7094
    0
  3. #6986 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 07:02
    พี่เมษคงจะดีใจน่าดูที่ธันเลิกกะแฟน
    #6986
    0
  4. #6877 Midories (@Midories) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 21:52

    ชั้นได้แต่สงสัย..ว่าจะลงเอยอย่างงัย ลุ้นๆค่ะ
    #6877
    0
  5. #6703 pcy921 (@chanchanchan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 08:04
    โหหหหห อาจจะมีคนอิดฉาพี่เมษรึเปล่านะ แบบไม่ชอบหน้างี้
    #6703
    0
  6. #6680 GBright˙ω˙ (@logooo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 17:41
    เอาแล้วววววว
    #6680
    0
  7. #6649 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 17:33
    ตอนแรกแอบเชียร์พี่เมษเป็นเมะ แต่ตอนนี้น้องสูงกว่าแล้ว เอาเป็นว่าโพสิชั่นไม่สำคัญแค่เขาคู่กันก็พอ ว้ายย เขิน
    #6649
    0
  8. #6610 maielf13 (@lookmai-2008) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 18:10
    เอาแล้วววววงพี่เมษน่าสงสารออกใครกันทำกับพี่เมษได้
    #6610
    0
  9. #6574 apblocdy (@apblocdy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 09:45
    <p>เจ้าเด็กนี่ต้องเป็นเมะเท่าน้านนนนน &gt;O&lt; เห็นแววมาตั้งแต่แรกแล้วไอ่หนูเอ๋ยยยย</p>
    #6574
    0
  10. #6566 elic (@cassiopeia-fern) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 01:03
    ทำไมเจ้าน้องฉลาดขนาดนี้
    ส่วนของพี่ที่ตายเราขอเดาว่าอาจจะเป็นญาติก็ได้ค่ะ
    เห็นว่าต้องสมบัติน้องไรงี้
    ประเด็นนี้เราว่าอาจจะมีส่วนแน่ๆเลย
    #6566
    0
  11. #6544 PiimJU (@PiimJU) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 16:37
    เริ่มมีเงื่อนงำให้แก้แล้วว
    #6544
    0
  12. #6521 neko2804 (@neko2804) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 01:19
    มีความเป้นไปได้แบบเมษตายแล้วได้รับมรดกงี้ไหมน่า เพราะตนเรื่องเกริ่นเรื่องมรดก
    #6521
    0
  13. #6475 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 15:48
    ปมมาาาา ญาติพี่เมษรึเปล่าหว่า
    #6475
    0
  14. #6380 rainbow....* (@BluefreezZy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 17:58
    ปมก็มาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #6380
    0
  15. #6331 AnutsaraPanthong (@AnutsaraPanthong) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 11:02
    มีเล่ห์นัยหรอ ต้องสืบน่ะ
    #6331
    0
  16. #6305 aledic-t (@em_oh) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 18:15
    งั้นเรื่องนี้จะเป็นผีได้ก็เพราะยังไม่ถึงเวลาตายสินะ
    #6305
    0
  17. #6292 lunar ❥ (@bonjour0301) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 12:13
    ที่เมษตายมีเงื่อนงำแน่นอน ให้เดาก็คงญาติไม่ก็เพื่อนร่วมงาน
    #6292
    0
  18. #6209 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 15:50
    ถ้ามีคนอยากให้เมษตาย ก็คงญาตินั้นแหละ หวังสมบัติอ่ะดิ่
    #6209
    0
  19. #6124 prince_Lprince (@prince_Lprince) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 09:08
    ต้องมีอะไรแน่ๆ น่าติดตาม
    #6124
    0
  20. #6100 Sket-D (@day-life) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 05:25
    พอธันพูดแบบนี้แล้วเราก็คิดตามเลยค่ะ มีปมเพิ่มมาอีกแล้ว5555
    #6100
    0
  21. #5948 FairyP718 (@sn_inmymind) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 22:09
    พี่เมษขึ้นรถไม่ได้ แล้วในเรื่องเล่าสยองขวัญทำไมขึ้นได้ ฮืออ
    #5948
    0
  22. วันที่ 20 กรกฎาคม 2560 / 12:20
    มีประเด็นแล้วค่ะ
    #5899
    0
  23. #5515 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 17:10
    เห หรือจะเป็นพวกญาติที่เคยมี แต่เมษตายแถวบริษัทไม่ใช่หรอ แถวนั้นมีญาติหรอ หรือบริษัทของเมษ ประวัติเมษเราก็ไม่ค่อยรู้ด้วยแฮะ แล้วแบบนี้ต้องทำไงอ่ะ รอถึงเวลาตายจริงๆหรอ ถึงจะไปได้
    #5515
    0
  24. #5295 YB229 (@YB229) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 22:27
    คนที่อยากได้มรดก รึป่าว?
    หวั่นใจว่าจะจบไม่ดี 5555555
    #5295
    0
  25. #4869 NOPNOM. (@nopnom1) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2560 / 10:54
    อยากเห็นหน้าพี่เมษจริงๆค่ะ โอ๋เอ๋นะลุง
    #4869
    0