เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 105,233 Views

  • 3,721 Comments

  • 5,877 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,825

    Overall
    105,233

ตอนที่ 12 : หน้าที่11 รอยยิ้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 740 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

ในห้องเรียนไม่มีใครอยู่แล้วเพราะลงไปหาอะไรกินตอนเที่ยงกันหมด ผมปล่อยมือกวีแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์ในกระเป๋านักเรียน ขณะที่กำลังจะหมุนตัวหันหลังกลับนั้น อีกฝ่ายก็มายืนซ้อนทางด้านหลังเขาพอดี


ผมสะดุ้งจนเผลอก้าวถอยหลัง ในขณะที่กวีไม่สนใจท่าทางนั้นแล้วคว้าข้อมือของผมก่อนจะใช้นิ้วเขียนข้อความลงไปที่ฝ่ามือ


‘ชื่ออะไร..?’


ผมลองพยายามอ่านข้อความตามที่เจ้าตัวเขียน ก่อนจะตอบ “เอิร์ธ ส่วนนายกวีใช่ไหม?”


กวีพยักหน้ารับ ในขณะที่ใช้นิ้วเขียนข้อความต่อไปยังบนฝ่ามือของผม


‘กินข้าวกัน?’


ผมมองข้อความนั้นแล้วคิดอะไรในใจครู่หนึ่ง ภาพขวดยาที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงนั้นทำให้ผมไม่กล้าที่จะเอ่ยตกลงออกไป


ในขณะที่ผมกำลังจะปฏิเสธนั้น ไม่รู้ว่าเพราะแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมากระทบใบหน้าหรือเปล่า สีหน้าอีกฝ่ายเลยดูเหมือนกับกำลังเศร้า ในนัยน์ตาคู่นั้นแฝงแววอ้อนวอนจนผมได้แต่อ้าปากค้างไว้


“ก็ได้..”


ทำไมผมถึงเผลอตอบตกลงอีกแล้ว!


สีหน้าของกวีเปลี่ยนจากผิดหวังเป็นยินดีอย่างรวดเร็วราวกับกิ้งก่าเปลี่ยนสี ผมมองแววตาดีใจนั้นแล้ว ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเมื่อครู่ที่เผลอตอบรับพลันเลือนหาย ในขณะที่ความรู้สึกดีใจที่ได้เห็นกวีมีความสุขเข้ามาแทนที่


ช่างเถอะ แค่ไปกินข้าวด้วยกัน ยังไงกวีก็ยังไม่สนิทกับผมถึงขั้นเหมือนชาติที่แล้วสักหน่อย


………………………………....


……………………


เนื่องจากว่าร้านที่ผมต่อคิวไม่ค่อยมีคน ผมจึงซื้ออาหารเสร็จไว แต่ด้วยความที่ในโรงอาหารมีคนค่อนข้างมาก ผมจึงจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาอยู่นานในการมองหาโต๊ะที่มีที่ว่าง พอสายตาเห็นที่ว่างสองที่แล้ว ผมก็เดินเข้าไปวางจานอย่างรวดเร็วก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้นั้นทันที


“อ้าว พี่เอิร์ธนี่”


น้ำเสียงทักทายดังขึ้นจากโต๊ะที่อยู่ติดกัน ผมเงยหน้าขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น ก่อนจะพยายามทบทวนความทรงจำว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ด้วยความที่เป็นคนจำหน้าไม่ค่อยเก่งผมเลยใช้เวลาคิดอยู่นาน ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าเป็นคนที่นั่งอยู่ด้านหน้าผมนี่เอง


“อ้าว..” ผมพูดได้แค่นั้นแล้วก็เงียบไปเพราะนึกชื่อของอีกฝ่ายไม่ออก แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าผมจำเขาไม่ได้เลยยิ้มแล้วพูดขึ้น


“ผมกรณ์ไง คนที่นั่งอยู่หน้าพี่” อีกฝ่ายแนะนำตัวก่อนจะรีบพูดต่อด้วยความรวดเร็ว “ผมชื่นชมพี่มากเลยนะ”


ผมงุนงงกับคำพูดนั้น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เรื่อง?”


“ก็ที่ต่อยหน้าไอ้พวกนั้นไง” กรณ์ว่าก่อนจะหันไปตักข้าวในจานขึ้นมากิน “พวกผมหลายคนในห้องก็ไม่ได้ชอบพวกนั้นหรอก แต่เพราะมันมีจำนวนมากกว่าเลยไม่มีใครอยากยื่นมือเข้าไปช่วยกวีเพราะกลัวว่าจะถูกแกล้งแบบนั้นบ้าง”


ผมฟังคำพูดนั้นแล้วชะงักไปครู่ใหญ่ ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ย้อนเข้ามาในความทรงจำผมทันที ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้จะไม่มีใครอยู่ข้างกวีสักคน แต่พอมีผมเข้ามาช่วย อีกฝ่ายถึงได้บ่นความในใจให้ฟัง


“แล้วทำไมกวีถึงถูกแกล้งล่ะ”


“อ้อ” พออุทานจบแค่นั้นกรณ์ก็เงียบไปพักใหญ่ “เรื่องนี้มันค่อนข้างนานแล้ว พี่เพิ่งเข้ามาใหม่อาจจะยังไม่รู้ ว่ากวีเรียนเก่งที่สุดในห้องเรา ดังนั้นพวกนั้นเลยบังคับเหมือนให้กวีทำโพยบอกข้อสอบให้”


“แล้ว..?”


“กวีก็ไม่ทำให้ พอถึงเวลาพวกนั้นเลยอาศัยลอกข้อสอบเจ้าตัวแทน แต่กวีรู้ทันเลยจงใจเขียนคำตอบผิดทุกข้อ พอพวกนั้นติดไม่ผ่านเลยโกรธกันใหญ่”


เออ สมน้ำหน้า


ผมไม่ได้ออกความเห็นอะไร แต่สีหน้าแสดงความรู้สึกสะใจเต็มที่ มีที่ไหนหนังสือไม่อ่านแต่จะมาอาศัยรอลอกคนที่อุตส่าห์ลงทุนอ่านทั้งวันทั้งคืนมาอย่างเดียว


ตอนแรกผมนึกว่าพวกนั้นแค่หมั่นไส้กวีเฉยๆ เลยทำร้ายแบบไม่มีเหตุผล สรุปต้นเหตุมาจากแบบนี้นี่เอง ดีแล้ว อย่างน้อยผมจะได้รู้ว่าตัวเองควรจะเลือกเข้าข้างใคร


พอนึกถึงสาเหตุที่พวกนั้นแกล้งกวีกับผลกระทบที่ตามมาแล้ว ผมก็รู้สึกอึดอัดขึ้นมา ไม่รู้ว่าเด็กเปรตพวกนั้นจะรู้สึกยังไงถ้าเกิดว่าตัวเองเป็นคนที่มีส่วนร่วมในการทำให้กวีตายด้วย


“แต่ก็ดีแล้วที่พี่เข้ามา อย่างน้อยพวกนั้นน่าจะเกรงใจพี่บ้าง” กรณ์ว่าก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหยิบจานขึ้นมา “ผมไปก่อนนะพี่ ฝากดูกวีด้วย”


หลังจากที่กรณ์ไปได้ไม่นาน กวีก็เดินเข้ามานั่งฝั่งตรงข้ามกับผม ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า ถึงได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าไม่พอใจมากราวกับกำลังโกรธอยู่หรือเพิ่งเจอเรื่องน่าหงุดหงิดใจมา ผมตักข้าวกินกับกระเพราเงียบๆ ในขณะที่กวียื่นมือมาตรงหน้าผมแล้วแบออก


ผมมองมือที่ยืนนั้นมาให้อย่างงุนงง แต่ก็ยื่นมือออกไปวางบนมือนั้น จากนั้นอีกฝ่ายก็พลิกฝ่ามือผมให้หงายแล้วใช้นิ้วเขียนข้อความลงไปบนนั้น


‘คุยอะไร?’


“คุยอะไร..?” ผมทวนคำถามนั้น พอเห็นว่ากวีพยักหน้ารับ ผมก็ยิ่งงงกว่าเดิม “หมายถึง..?”


อยู่ๆ ผมก็รู้สึกได้ว่ากวีกำรอบข้อมือของผมแน่นขึ้นจนผมอุทานออกมาด้วยความเจ็บ พอได้ยินเสียงร้องของผมเขาก็ยอมคลายแรงที่บีบอยู่ออก แล้วเขียนข้อความลงไปบนมือต่อ ‘ก่อนที่ฉันมา’


อ้อ.. ผมนึกย้อนไป หมายถึงที่คุยกับกรณ์น่ะเหรอ? ผมไม่นึกว่ากวีจะเข้ามาทันเห็นภาพเมื่อกี้ด้วย “เรื่องของนาย”


สีหน้าของกวีดูแปลกใจกับคำตอบของผม ก่อนที่จะเขียนข้อความลงบนมือ ‘?’


“ไม่มีอะไรหรอก ฉันก็แค่ถามว่าทำไมนายถึงถูกแกล้งเท่านั้นแหละ” ผมยักไหล่ก่อนจะใช้มือข้างซ้ายตักข้าวกิน ในขณะที่มือข้างขวายังคงถูกกวีจับเอาไว้แน่น


พริบตานั้นอีกฝ่ายมองมายังทางผมด้วยแววตาแปลกประหลาด แต่สีหน้าดูอ่อนลงกว่าเมื่อครู่ เขาเขียนข้อความลงบนมือของผม ‘ถามฉันสิ’


“ก็ฉันกลัวว่าถ้าไปถามนายตรงๆ อาจจะเสียมารยาท”


จากนั้นกวีก็เขียนข้อความอะไรบางอย่างลงบนมือของผม ข้อความนั้นยาวมากจนผมจับใจความประโยคทั้งหมดไม่ได้ แต่รู้แค่บางคำที่อีกฝ่ายเขียนเช่น ‘เล่า ฟัง ทุกอย่าง’


ผมพยายามเชื่อมคำทั้งหมดเข้าหากัน ดูเหมือนกวีกำลังจะบอกว่า ถ้าผมถามอะไร เขาก็จะเล่าให้ผมฟังทุกอย่างหรือเปล่า..?


“โอเค งั้นไว้เดี๋ยวคราวหน้าฉันจะถาม” ผมตอบกลับไปในขณะที่รู้สึกแปลกใจกับท่าทางและคำพูดของกวีเล็กน้อย เท่าที่ผมจำได้ ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเล่าอะไรให้ใครฟัง


ไม่อย่างนั้นตอนที่ไปหาหมอ เขาคงไม่จำเป็นต้องใช้สมุดเพื่อฝึกเขียนเล่าเรื่องราวทั้งหมดหรอก


แต่ทำไมอยู่ๆ กวีถึงได้อยากเล่าให้ผมฟังนะ..? แถมยังดูโกรธอีกที่เห็นผมไปคุยกับคนอื่น ผมพยายามสรรหาสาเหตุทั้งหมดในหัว แต่ก็ไม่สามารถนึกสาเหตุดีๆ ได้เลย ไม่ว่านึกอย่างไรการกระทำของกวีก็ดูไม่มีเหตุผลมารองรับสักนิด


อีกอย่างผมยังไม่ได้สนิทกับกวีถึงขนาดที่เขาต้องมาเล่าทุกอย่างให้ผมฟังสักหน่อย..


ตอนที่เพิ่งรู้จักกันครั้งแรกก่อนหน้านี้ เขายังดูไม่ค่อยอยากเล่าเรื่องต่างๆ ให้ผมฟังอยู่เลย กว่าจะตัดสินใจว่าควรเล่าทุกอย่างให้ผมฟังก็ตอนที่ไปคุยกับหมอนี่แหละ


ถึงแม้ว่าผมจะเคยเป็นไดอารี่ของเจ้าตัวมาก่อน แต่ว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมเข้าใจความคิดของกวีเพิ่มมากขึ้นเลยสักนิด


กวียิ้มกับคำพูดของผม พริบตานั้นผมเงยหน้าจากการกินข้าวขึ้นมาเห็นรอยยิ้มอีกฝ่ายพอดี ความรู้สึกบางอย่างที่หายไปผมกลับรู้สึกเหมือนมันถูกเติมเต็มอีกครั้ง


ผมบอกไม่ถูกว่าทำไมตัวเองถึงต้องดีใจ แต่ว่าผมรู้สึกดีที่เห็นกวีมีความสุข ตอนที่ผมเห็นกวียิ้ม ผมก็พลอยรู้สึกดีตามไปด้วย


เพราะว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครดีใจกับสิ่งที่ผมทำหรือเปล่านะ..? พอมีคนดีใจกับสิ่งที่ทำ ผมเลยรู้สึกดีเหมือนอย่างน้อยตัวเองก็มีประโยชน์และได้ทำอะไรให้กับคนอื่นบ้าง


“จะว่าไปฉันสงสัยเรื่องนี้มานานแล้ว” ผมเอ่ยขึ้นแล้วตักคำสุดท้ายเข้าปากแล้วเคี้ยวจนหมด ก่อนจะเปิดปากพูดอีกครั้ง “นายเป็นใบ้ตั้งแต่กำเนิดงั้นเหรอ?”


กวีส่ายหน้ากับคำถามนั้น


ผมไม่ค่อยแปลกใจกับคำตอบนั้นสักเท่าไร เพราะคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่ากวีไม่น่าเป็นใบ้ตั้งแต่เกิด “แล้วอะไรทำให้นายเป็นใบ้?”


กวีชะงักกับคำถามนั้น ท่าทางดูเหมือนไม่อยากตอบแต่ก็ยอมเขียนข้อความลงบนมือของผม


‘บอกที่ห้อง’


ผมเลิกคิ้วกับคำนั้น ก่อนจะพยักหน้ารับแล้วค่อยดึงมือกลับ “งั้นรีบกินข้าวสิ ฉันจะได้รู้เรื่องของนายไวๆ”


จบคำนั้นกวีก็รีบกินอย่างที่ผมบอกจริงๆ ด้วย


ทำไมอีกฝ่ายถึงได้ดูเชื่อฟังผมขนาดนั้นกัน..?


…………………………………….


……………………….


เมื่อกลับมาที่ห้องก็เป็นเวลาเข้าคาบเรียนแล้ว ผมนั่งลงในขณะที่กวีหยิบสมุดเล่มที่ผมเคยเป็นขึ้นมาเขียนข้อความอะไรบางอย่าง ก่อนจะเลื่อนให้ผมดู


‘ฉันถูกแม่ทำร้ายจนพูดไม่ได้ แค่นั้นแหละ’


ผมเห็นว่าข้อความนี้เป็นปากกาสีน้ำเงินเหมือนช่วงหลังๆ ที่กวีใช้ โดยที่ไม่รู้ตัวผมก็หยิบปากกาสีแดงขึ้นมาเขียนตอบ


‘ยังไง..?’


กวีมองข้อความผมก่อนจะเขียนต่อลงมา


‘ไม่รู้สิ แต่..ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองพูดไม่ได้แล้ว’


หือ..?


ผมคิดอะไรบางอย่าง เคยมีครั้งหนึ่งที่ผมได้ยินจากเพื่อนเล่าให้ฟังว่า มีผู้ป่วยรายหนึ่ง เจอเหตุการณ์ช็อคมากๆ เข้าไป แล้วพูดไม่ได้อีกเลย แต่ผู้ป่วยคนนั้นไม่ได้เป็นใบ้ กล่องเสียงยังมีเหมือนเดิม


แค่เจอเรื่องสะเทือนใจมากจนพูดไม่ได้เท่านั้น


‘อืม ช่างเถอะ น่าเสียดายเหมือนกัน เพราะฉันอยากได้ยินเสียงของนาย’


กวีมองข้อความนั้น ก่อนจะมองลึกเข้ามาในสายตาของผม ผมหยุดมองแววตาราบเรียบที่แฝงไปด้วยความรู้สึกหลายอย่าง ถึงผมจะไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง แต่ในนั้นมีความรู้สึกดีใจและแปลกใจพร้อมๆ กัน


ขณะนั้นกวีขยับปากเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาแม้แต่คำเดียว


…………………..…………………..


…………………..


ตอนที่กลับมาแล้วเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังคุยอยู่กับคนอื่นอยู่นั้น เขายืนนิ่ง จ้องมองเจ้าตัวที่กำลังยิ้ม ฉับพลันความรู้สึกหลายอย่างก็พุ่งพล่านเข้ามา


ในทีแรกนั้นเป็นความรู้สึกอึดอัดในอก ก่อนจะตามมาด้วยความรู้สึกโกรธและไม่พอใจ


แต่นอกเหนือจากความรู้สึกรุนแรงเหล่านั้นคือความปรารถนาอันแรงกล้าบางอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อนก่อตัวขึ้น มันรุนแรงดุจจะโถมทำลายทุกสิ่ง ความรู้สึกนั้นคลับคล้ายกับความโกรธ ติดเพียงแค่เขาไม่สามารถควบคุมมันได้เหมือนทุกทีก็เท่านั้น


เขาอยากจะขังอีกฝ่ายไว้ในห้อง ล่ามข้อเท้าหรือไม่ก็หักขาข้างนั้นทิ้ง


แล้วไม่ให้ใครได้เห็นรอยยิ้มนั้นอีกเลย


--------------------------------------------------------


[Talk]



ตอนแรกนึกว่างานจะไม่เสร็จเลยเผื่อเวลาเลทเอาไว้ ปรากฎดันเสร็จก่อนเลยขอมาอัพล่วงหน้านะคะ U U


ป.ล. เราเห็นคนหมั่นไส้ตะวันเยอะมาก แต่พร้อมจะปกป้องกวี55555 อ่านๆ ไปอาจจะรำคาญตะวันไปสักระยะหนึ่ง แต่ตอนหลังเจ้าตัวดีขึ้นแน่นอนค่ะ และอ่านไปตอนหลังๆ..อาจจะกลัวกวีได้เช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมนะคะว่าทำไมกวีถึงมีนิสัยแบบนี้



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 740 ครั้ง

124 ความคิดเห็น

  1. #3697 I wanna give a feedback ♡ (@xxvjuly) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 21:14
    กวี กลัววววววววววววววว
    #3697
    0
  2. #3651 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:44

    ใจเย็นๆนะ ไม่น่ารักเลย

    #3651
    0
  3. #3639 tnoonnp- (@0891998271) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 03:40
    กวีพึ่งรู้จักพี่เขาไม่ใช่หรอ ทำไมรู้สึกหวงแรงขนาดนั้นนน
    #3639
    0
  4. #3616 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:05
    ตะวันลูก ตอนหนูเป็นสมุดก็บอกอยากช่วยเขาแต่ช่วยไม่ได้เพราะเป็นสมุด เพราะได้เป็นคนดันไม่อยากช่วยซะงัน...
    กวีสายยันก็น่ารัก(?)ดีนะคะ โฮะๆๆๆ
    #3616
    0
  5. #3591 Ploy-yoau (@Ploy-yoau) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 22:50
    ก...กวีลูกใจเย็นๆลูกเหมือนจะกลายเป็นยันแล้ว=_=;;;
    #3591
    0
  6. #3579 Unknowlevel (@Unknowlevel) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 11:58
    ตอนแรกที่บอกว่าทริลเลอร์คือนึกว่าจะน่ากลัวจนไม่กล้าอ่าน แต่พอรู้ว่ามาดาร์กแบบนี้ เราชอบมากกกก ชอบตะวันด้วยย กวีก้ดาร์กขึ้น ชอบบบ5555
    #3579
    0
  7. #3571 hanari00123 (@hanari00123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 16:52
    ไม่น่ารักเลยนะคะ
    #3571
    0
  8. #3552 Tono_Miya (@tongmiya) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 14:35
    เดี๋ยว ทำไมกวีไม่น่ารักเหมือนเดิมเลยงะ แง้
    #3552
    0
  9. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 01:46
    กรี๊ด!
    ฉันชอบพระเอกยันที่สุดเลย โคตร เทพ!
    #3451
    0
  10. #3427 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 00:03
    กวี.. ไอที่บอกอยทกล่ามไว้ใช่นายใช่ไหม..
    #3427
    0
  11. #3392 โย้ช! (@theblinks) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 23:55
    ทำไมเห็นภาพขวดยาแล้วต้องอยากปฏิเสธที่กวีชวนไปกินข้าวด้วย มันต้องกลับกันไม่ใช่หรอ คนเป็นโรคซึมเศร้าที่สุดท้ายฆ่าตัวตายเพราะไม่เหลือใคร จะทำท่าลังเลยึกยักไปทำไม คุณแก้ไขเหตุการณ์ได้แล้วอ่ะ งงกับตรรกะของตัวละครตัวนี้ ตะวันนี่คาแรคเตอร์ยังไงกันแน่อ่ะ
    #3392
    4
    • #3392-3 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 12)
      9 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:10
      อาจจะเพราะตะวันคิดว่าประมาณว่าก่อนที่กวีจะมาเจอตะวัน กวีเข้มแข็งมาตลอด ถึงจะเป็นโรคซึมเศร้าแต่ไม่เคยคิดฆ่าตัวตายอะไรประมาณนั้น แต่พอหลังจากโดนตะวันปฏิเสษกวีเลยฆ่าตัวตาย ตะวันเลยไม่อยากให้กวีฆ่าตัวตายเพราะตัวเอง เลยเลือกที่จะไม่สร้างความสัมพันธ์ตั้งแต่แรกมั้งคะ อารมณ์เหมือนกับว่าถ้ารักกันแล้วอกหักมันเจ็บก็ไม่ต้องมารักกันตั้งแต่แรกเลยซะดีกว่าประมาณนั้นค่ะ
      #3392-3
    • #3392-4 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 12)
      9 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:20
      อาจจะเพราะว่าตะวันคิดว่าแต่ก่อนนั้นเข้มแข็ง ถึงเป็นโรคซึมเศร้าแต่ไม่เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่พอมาเจอตะวัน แล้วตะวันปฏิเสษกวีเลยฆ่าตัวตาย ตะวันเลยคิดว่าไม่อยากให้กวีฆ่าตัวตายเพราะตัวเอง เลยไม่เข้าไปสานสัมพันธ์ตั้งแต่แรก อารมณ์ประมาณว่าเหมือนคนรักกันแล้วต้องอกหัก เลยคิดว่าไม่ต้องมารักกันตั้งแต่แรกซะดีกว่า
      #3392-4
  12. #3364 b-hohohoho (@b-hohohoho) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 17:43
    ตะวันไม่เหนน่ารำคาญเลยยยยยยยยยยยย
    #3364
    0
  13. #3336 ALUA (@ALUA) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 10:37
    อหหหหหหหหห ๆๆๆๆๆๆ กวี๊๊๊๊๊
    #3336
    0
  14. #3246 marionette202 (@marionette202) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 22:27

    ฉันล่ะชอบตัวละครสายดาร์กอย่างงี้ซะจริง โครตยัน!

    #3246
    0
  15. #3144 trois.z (@terd3232) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 22:11
    เข้าสู่เส้นทางสายดาร์กอย่างสมบูรณ์ ฮ่าๆๆ
    #3144
    0
  16. #3075 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 18:03
    โอโห รู้เรื่อง..
    #3075
    0
  17. #2866 PPR-11 (@shadow0831686918) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 21:07
    กวีเป็นมาโซหรอลูกกกก เจ๊กลัวล่ะเนี่ยยยย
    #2866
    0
  18. #2815 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 23:35
    บรรยากาสฟุ้งๆ ตอนฉากบรรยายของเอิร์ธ(ตะวัน)หายหมดเลย หลังจากเจอมุมมองในพาร์ทกวี 5555 แต่ชั้นชอบบ
    #2815
    0
  19. #2694 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 00:36
    ตอนแรกนึกว่ากวีจะเกิดใหม่เหมือนตะวัน555
    #2694
    0
  20. #2556 • XCIIIXCVII • (@sasukeandsakura) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 04:50
    ตายแล้ววง ขอบพระเอกแบบนี้อ่ะ จิต ๆ แบบนี้ ดีงามมากๆๆๆๆๆ เราชอบวิธีการบรรยายของไรท์ตอนเป็นไดอารี่มาก มันค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ไม่ปุบปับ เรื่องนี้อ่านแล้วมีความรู้สึกว่าถ้าเราเป็นตะวันเนี่ย เราคงไม่รอเป็นวัน ๆ เพื่อจะเนียนเขียนไดอารี่ตอบกวีนะ 55555 ฮือ เราชอบมากกกกกกกกวกวกบกฟฟฟฟฟฟฟ
    #2556
    0
  21. #2476 warat_sariyawut (@warat_sariyawut) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 02:41
    กรี้ดดดดดดด โอ้ยยยยยันนนน ><
    #2476
    0
  22. #2466 tanpitcha_1414 (@tanpitcha_1414) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 22:03
    ชอบพระเอกจิตๆอ่ะ ชอบบบ
    #2466
    0
  23. #2309 ทามามะ (@memi1234) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 12:21
    ชอบบสายยันนคิคิคิ
    #2309
    0
  24. #2299 harley_quinn (@Ukenation) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 00:39
    ยัน ยันตัวพ่อ!!!!! ช้อบบบบ
    #2299
    0
  25. #2155 0930653088 (@0930653088) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 04:37
    อื้อหือ อย่างยัน!!! ชอบบบบบ
    #2155
    0