เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 104,925 Views

  • 3,707 Comments

  • 5,866 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,517

    Overall
    104,925

ตอนที่ 13 : หน้าที่12 ถอยห่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 665 ครั้ง
    24 มี.ค. 61

เมื่อถึงคาบเรียนวิชาฟิสิกส์ครูก็เดินเข้ามาในห้อง จากนั้นครูก็ยิ้มแล้วเอ่ยน้ำเสียงใจดีสวนทางกับเนื้อหาในคำพูดอย่างสิ้นเชิง “เอาล่ะ เก็บหนังสือ วันนี้มีสอบย่อยที่เรียนกันไปคาบที่แล้วนะ”


ทั้งห้องโอดครวญก่อนจะพากันประท้วง ในขณะที่ผมนั่งเงียบเพราะกำลังอึ้งอยู่ว่า ..เอาแล้วไง ผมไม่เข้าใจเนื้อหาในเรื่องนี้สักนิด..


ดังนั้นแทนที่ผมจะตกใจแล้วพากันส่งเสียงประท้วงเหมือนคนอื่นๆ ผมกลับนั่งเงียบกริบ เพราะกลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้วจะดูโง่ขึ้นมา ในขณะที่พอครูเห็นผมเงียบก็พูดอ้างอิงขึ้นมาทันที


“ขนาดเอิร์ธเขาความจำเสื่อมยังไม่เห็นประท้วงอะไรเลย” ครูว่าก่อนจะหยิบข้อสอบขึ้นมาแจกให้กับนักเรียนที่อยู่แถวหน้า “หัดเอาพี่เขาเป็นแบบอย่างบ้าง”


ผมอุตส่าห์นั่งโง่อยู่เฉยๆ แล้วจะมาพูดถึงทำไม!


ผมประท้วงในใจ ขณะที่ส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้อีกฝ่าย พนันว่าถ้าครูอ่านความคิดในหัวผมได้ ครูจะไม่พูดแบบนี้เลย


“เริ่มสอบได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้ครูจะมาประกาศคนตกอีกที”


………………………………………………..


…………………………..


ตอนที่ผมได้ข้อสอบกลับคืนมา ผมก็มองเลขสิบที่อยู่บนกระดาษนั้นด้วยความรู้สึกดีใจ เอาเถอะ ผ่านครึ่งพอดีก็ยังดีกว่าไม่ผ่านนั่นแหละ


แต่พอผมเลื่อนสายตาลงมามองเลขข้างล่าง ผมก็ชะงักไปเมื่อเห็นเลขสามสิบ เดี๋ยวนะ..เต็มสามสิบ ได้สิบ..


เชี่ย


“ไปอ่านหนังสือทบทวนมาด้วยล่ะ อาทิตย์หน้าครูจะแจ้งวันซ่อมมาอีกที” พอครูเอ่ยทิ้งท้ายจบก็สะบัดก้นหายไปอย่างไม่ใยดี ทิ้งให้ผมเคว้งคว้างอยู่กับสิบคะแนน


ในขณะที่ผมกำลังหดหู่กับคะแนนเพราะต้องไปซ่อมอีกรอบ กวีเขียนข้อความลงบนสมุดเล่มนั้น ก่อนจะยื่นมาให้ดู


‘สอบไม่ผ่านเหรอ?’


พอเห็นข้อความนั้น ผมก็เลื่อนสายตาขึ้นไปมองข้อสอบของกวีที่มีเลขสามสิบทั้งด้านบนและด้านล่าง ยิ่งเห็นแบบนั้นหัวใจผมก็ยิ่งบอบช้ำ หรือว่าเพราะผมแก่แล้วสมองถึงรับรู้อะไรได้ไม่เร็วเท่ากับเด็กก็ไม่รู้


‘ให้ช่วยสอนไหม?’


ผมมองข้อความนั้นแล้วหยิบปากกาแดงขึ้นมาเขียนตอบกลับ


‘คิดเงินเท่าไร?’


‘ไม่คิดเงิน สอนฟรี’


ผมชะงักกับข้อความนั้น ไม่ใช่ว่าสอนฟรีไม่ดี แต่ผมเกรงใจกวี ให้มาสอนฟรีกับคนที่เพิ่งรู้จักกันได้แค่ไม่กี่วันนี่มัน.. ออกจะมากเกินไปหน่อย


‘งั้นเดี๋ยวคนทั้งห้องก็มาขอให้นายช่วยสอนหรอก’


‘ถ้าไม่อยากให้ฉันสอนคนอื่น ฉันก็จะสอนให้นายแค่คนเดียว’


พออ่านข้อความนั้นจบ ผมก็เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกกล้ำกลืน


‘งั้นมีอะไรที่นายอยากได้ไหม’


กวียกมือขึ้นมาเท้าคางตอนที่เห็นข้อความของผม แล้วใช้ปากกาน้ำเงินเขียนต่อลงมา


‘มาที่บ้านของฉันแลกกับการสอนฟรี’


ฟังดูแล้วก็เป็นข้อเสนอที่ไม่เลว แต่ทำไมผมถึงรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เหมือนมีอะไรเย็นวูบที่ด้านหลัง


คิดไปเองมั้ง..?


ผมพยักหน้ารับ ก่อนจะเขียนตอบว่า ‘อืม เอางั้นก็ได้’


พอเขียนจบผมถึงเพิ่งระลึกได้ว่า เดี๋ยวสิ ผมตั้งใจจะถอยห่างออกมาจากกวีไม่ใช่เหรอ!


ไหงตอนนี้กลายเป็นเข้าใกล้ไปมากกว่าเดิมเฉย ผมลนลานขึ้นมา แต่การให้กวีสอนก็ดี ผมไม่อยากไปรบกวนพ่อแม่ให้จ่ายตังหรือลำบากหาติวเตอร์มาสอนให้อีก


.. งั้นครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ผมย้ำกับตัวเอง บอกว่ามันจะเป็นรอบสุดท้าย ทั้งๆ ที่ผมพูดแบบนี้มาจะสามรอบได้แล้ว..


ผมโอดครวญในใจ ทำไมเหมือนยิ่งพยายามถอยห่างกวีมากเท่าไร ผมก็ยิ่งใกล้ชิดอีกฝ่ายมากขึ้น นั่นสิ..ทำไมกัน ผมยกมือขึ้นมากุมหัวตัวเองด้วยความกลุ้มใจ ในขณะที่กวีดึงสมุดไปเขียนแล้วยื่นมาให้ผมดู


‘แล้วเจอกันวันไหน เสาร์หรืออาทิตย์’


ผมหยุดคิดครู่หนึ่งแล้วเขียนตอบ ‘อาทิตย์แล้วกัน เสาร์ฉันมีนัด’


อยู่ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนสายตากวีแปลกไป ผมอธิบายไม่ถูกว่าเป็นอย่างไร แต่เป็นแค่ความรู้สึกเท่านั้น

เขาชำเลืองมองใบหน้าผมก่อนจะเขียนข้อความต่อลงมา


‘กับใคร?’


‘เพื่อนรุ่นเดียวกัน’


‘ขอไปด้วยได้ไหม..?’


ผมหยุดคิดกับคำถามนั้นอยู่ครู่หนึ่ง เสาร์นี้ผมมีนัดไปเที่ยวกับพิมพ์และกล้า เพราะสองคนนั้นอยากจะทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น แล้วก็ถือโอกาสทำความรู้จักด้วยกันใหม่เลย


แต่ไปเที่ยวกับคนที่ไม่รู้จักผมก็แอบรู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แม้ว่าเดิมทีผมจะเป็นคนเข้ากับคนง่ายก็เถอะ ถ้ามีกวีไปอาจจะดีกว่า อย่างน้อยผมก็รู้สึกสบายใจที่จะได้อยู่กับเขา


‘มาสิ งั้นเสาร์นี้เจอกันที่บีทีเอสสยามทางออก4ตอน11โมงนะ’


กวีเขียนผมตอบกลับมาแค่คำว่า ‘อืม’ ก่อนจะดึงสมุดกลับไป แล้วหันไปให้ความสนใจกับการเรียนต่อ


ผมมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายด้วยความสงสัยอะไรบางอย่าง เพราะชาติก่อนผมพยายามเข้าหากวีสุดชีวิต แต่อีกฝ่ายกลับพยายามถอยหนี มารอบนี้กลับกลายเป็นว่าผมถอยห่างจากเขา ทว่าเขาพยายามเข้าหาผมแทน


ดูเหมือนว่าผมหนีกวีไม่พ้นจริงๆ


…………………………………….


………………….


ผมมาก่อนเวลาที่นัดกับกวีไว้นิดหน่อย แต่ถึงขนาดมาก่อนตั้งสิบนาที อีกฝ่ายก็มาถึงแล้ว


“โทษที รอนานไหม?” ผมเดินเข้าไปหาก่อนจะปิดเน็ตแล้วเก็บมือถือลงในกระเป๋ากางเกง พอเห็นว่ากวีส่ายหน้าผมก็โล่งอกนิดหน่อย “ไปหาอะไรกินกันก่อนดีไหม อีกสักพักเลยกว่าพิมพ์กับกล้าจะมา”


กวีคว้าข้อมือของผมให้เข้ามาใกล้ แล้วพลิกฝ่ามือให้หงาย ก่อนจะใช้นิ้วเขียนข้อความลงบนฝ่ามือนั้น


‘อืม’


“พยักหน้าหรือส่ายหน้าแทนก็ได้” ผมพูดขึ้นก่อนที่จะดึงมือของตัวเองกลับมา “ไม่เห็นจำเป็นต้องดึงมือฉันไปเขียนทุกครั้งเลย”


กวีไม่ได้แสดงท่าทีอะไรกับคำพูดของผม เขาแค่พยักหน้าราวกับจะบอกแค่ว่ารับรู้แล้วเฉยๆ แต่ไม่ได้บอกว่าจะทำตามหรือไม่


……………………………………………………


……………………….


ผมกับกวีเดินลงจากบันไดสถานีรถไฟฟ้ามาด้วยกัน ก่อนจะเดินลัดเลาะไปตามซอยต่างๆ เนื่องจากว่าปกติแล้วผมทำงานอยู่แถวสยามจึงทำให้คุ้นชินเส้นทางกับเส้นทางในนี้พอสมควร


ระหว่างทางที่เดินผมรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ ดูเหมือนว่าหลังจากที่ผมตายจะมีร้านเก่าปิดตัวลงและมีร้านใหม่เปิดตัวขึ้นเยอะมาก ในขณะเดียวกันก็มีการก่อสร้างทางเดินที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน


แค่ไม่กี่เดือนมันเปลี่ยนไปขนาดนี้เลย..?


ผมเหม่อมองร้านตามข้างทาง พลันก้าวเท้าช้าลงเรื่อยๆ โดยที่ไม่รู้ตัว แสงสีเหลืองนวลจากร้านต่างๆ ทำให้ผมชะลอฝีเท้าลงแล้วหยุดดูแต่ละจุด


ระหว่างที่กำลังใจลอยอยู่นั้น มืออุ่นที่บีบข้อมือเบาๆ ก็ทำให้ผมเริ่มกลับมาได้สติอีกครั้ง ผมหันไปมองคนที่อยู่ข้างตัว ถึงได้เห็นว่ากวีกำลังมองไปยังร้านอาหารที่เน้นขายแบบเสียบไม้ด้วยความสนใจ


“อยากกินเหรอ?” ผมถามคนข้างตัวแต่เท้ากลับรีบก้าวเดินเข้าร้านคนแรกแล้วมองอาหารตาเป็นประกาย คือผมไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเพราะว่าตื่นสายนิดหน่อยเลยกลัวว่าจะมาช้าแล้วต้องให้กวีรอ ดังนั้นผมจึงรีบวิ่งออกจากบ้านมาด้วยความเร็วสุดชีวิต  


ปรากฎว่าผมดันมาถึงก่อนเวลาแถมกวีก็มารอพอดี


ผมนัดกับพิมพ์และกล้าเอาไว้ตอนเที่ยงก็จริง แต่เพราะกลัวว่ากวีจะมาสายเลยเผื่อเวลานัดไว้ล่วงหน้าหนึ่งชั่วโมง ใครจะไปคิดล่ะว่าอีกฝ่ายจะมาเร็วขนาดนี้ แถมผมก็ดันมาเร็วแข่งกับเจ้าตัวเฉย!


กวีไม่ได้พูดอะไรนอกจากจะชี้อาหารเสียบไม้สองอย่าง จากนั้นพอเขาจ่ายตังเสร็จ เขาก็ยื่นให้ผม


ผมรับมาด้วยความงุนงงเพราะนึกว่าอีกฝ่ายจะให้ผมถือก่อนแล้วค่อยหยิบกลับไป ทว่ากวีกลับจับมือผมแล้วเดินออกไปข้างนอกเฉย


เมื่อเดินออกมาได้สักพักผมถึงเริ่มตั้งสติได้ สายตาก็มองถุงที่ใส่อาหารเสียบไม้ในมือสลับกับด้านหลังอีกฝ่าย “อันนี้ซื้อให้ฉันเหรอ?”


กวีพยักหน้า ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความแล้วยื่นให้ผมดู ‘เห็นอยากกินเลยซื้อให้’


ผมกลั้นลมหายใจ พยายามบอกตัวเองให้ตั้งสติไว้ก่อนจะหยิบไม้ขึ้นมาแล้วยื่นให้อีกฝ่าย “เอาไปกินบ้างสิ เงินนายทั้งที”


กวีมองไก่ทอดราสซอสเสียบไม้ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้อย่างไม่ทันตั้งตัวจนผมเกือบเผลอชักไม้หลบ แต่เขากลับไวกว่า อีกฝ่ายจับข้อมือของผมไว้แน่นก่อนจะก้มลงมากัดไก่ที่เสียบอยู่แล้วค่อยผละออกไปเคี้ยวราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ผมมองกวีด้วยสายตาอึ้งๆ ก่อนจะก้มลงมามองไก่ไม้ในมือของตัวเอง แล้วชะงักค้างไปหลายนาที


ปกติเพื่อนทำแบบนี้กันด้วยหรือไง!?


อยู่ๆ ผมก็รู้สึกว่าวันนี้อากาศร้อนขึ้นมากะทันหัน เหมือนความร้อนทั้งหมดมารวมอยู่ที่ใบหน้าอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นว่ากวีไม่สนใจไก่เสียบไม้อีก ผมเลยรีบกินที่เหลือให้หมดแล้วรีบไปร้านอาหารที่นัดกล้ากับพิมพ์เอาไว้


ดูเหมือนว่าพอมาถึงจุดๆ นี้ผมจะลืมเรื่องที่ตั้งใจจะถอยห่างออกมาจากกวีไปแล้วเรียบร้อย


-------------------------------------------------------------------


[Talk]

รอติดตามว่าตะวันไปบ้านกวีแล้วจะรอดหรือเปล่า (แค่ก) ที่กวียันแตกมีสาเหตุนะคะ แต่ยังไม่ได้เฉลยตอนนี้ TT

ป.ล.มีคนถามมาว่าเรื่องนี้ตัวเอกไม่ได้เป็นไดอารี่ตลอดแล้วทำไมตั้งชื่อนี้ เดิมทีพล็อตเรื่องนี้มาจากเรื่องสั้นค่ะ 

ความจริงเนื้อเรื่องจะต้องจบลงที่กวีฆ่าตัวตาย แต่เราเขียนจบแล้วรู้สึกว่ามันควรจะมีต่อ เลยให้โอกาสตะวันกลับมาแก้ไขค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 665 ครั้ง

91 ความคิดเห็น

  1. #3701 I wanna give a feedback ♡ (@xxvjuly) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 11:14
    น้องงงงง กวีคิดไรป่ะเนี่ยหืม / ดีแล้วค่ะที่ให้โอกาสแก้ตัว ถ้าจบที่ตายเราจะช็อกกก 555555
    #3701
    0
  2. #3652 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:48

    ใจเย็นก่อนนนน กวีเอ้ยย

    #3652
    0
  3. #3610 Sika. (@Sikakarunborinet) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:36
    รักเรื่องนี้จัง
    #3610
    0
  4. #3583 oleman (@KINGFreturin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 17:32
    เดี๊ยววว กวี๊ลู๊ก กลายเป็นคนยันตั้งแต่เมื่อหร่ายย งงเต้ก 5555
    #3583
    0
  5. #3553 Tono_Miya (@tongmiya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 14:50
    ถ้าแค่กวีตายมันจะเศร้าไปจริงๆค่ะ อยากรู้เหตุยันแตกมาก 5555555
    #3553
    0
  6. วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 22:00
    ที่ตะวันถอยห่างจากกวีเพราะว่ากลัวว่าจะเป็นต้นเหตุให้กวีตายอีกใช่ปะ เดาไปเรื่อยเลย5555
    #3432
    0
  7. #3428 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 00:06
    งงใจจจ
    #3428
    0
  8. #3393 โย้ช! (@theblinks) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 00:02
    ทำไมต้องอยากถอยถ่างกับกวีวะ อยากให้เด็กมันฆ่าตัวตายอีกรอบรึไง โคตรไม่เข้าใจความคิดอ่ะ ตอนเขาตายก็ร้องไห้เสียใจขนาดนั่น งง
    #3393
    1
    • #3393-1 larza (@nene-1) (จากตอนที่ 13)
      27 กันยายน 2561 / 00:14
      เพราะกลัวว่าเข้าไปแล้วจะทำพลาดซ้ำค่ะ ภาพกวีฆ่าตัวตายหลอนตะวันมาก
      #3393-1
  9. #3090 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 17:45
    กวีงื้อออ
    #3090
    0
  10. #2817 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 23:46
    ขอบคุณคนเขียนนะคะที่มีต่อ ถ้าจบตามแบบฉบับเรื่องสั้นอิชั้นนอนร้องไห้แน่ๆ อย่าทิ้งนะขอร้องง // ทำไมเรื่องนี้รู้สึกชอบความดาร์คของกวีอ่ะ ปกติไม่เป็นงี้นะ -.,-
    #2817
    0
  11. #2695 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 00:43
    กวีต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะคะ อย่าเพิ่งให้ตะวันรู้ตัว พี่เชียร์อยู่ 555555
    #2695
    0
  12. #2681 ATHAMAS (@buccaneerbcn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 00:16
    ถ้าไม่ต่อ เราคงร้องไห้เป็นสายน้ำทั้งวันแน่ ขอบคุณไรต์นะคะที่เขียนต่อ รักกกก
    #2681
    0
  13. #2668 Fwanh (@Fwanh) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 13:03
    อ.แต่ละคนนี่...
    #2668
    0
  14. #2311 มิโดริจัง (@znonfyaz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 13:25
    ดีแล้วคะ ไม่งั้นเราจะเศร้ามากๆๆ
    #2311
    0
  15. #2310 ทามามะ (@memi1234) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 12:44
    ดีแล้วที่มีต่อไม่มีต่อนี่อ๊ากกมันเศร้าเกิ้นน
    #2310
    0
  16. #2166 candyfhunz (@candyfhunz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 22:37
    ตะไมบอกว่าร้านเก่าปิดตัวลงง ทั้งๆที่ย้อนกลับมา แง้ะ
    #2166
    1
    • #2166-1 Raven2versus (@Raven2versus) (จากตอนที่ 13)
      6 พฤษภาคม 2561 / 15:20
      คิดว่าน่าจะเป็นเหตุการณ์ก่อนเป็นไดอารี่นะ ร่างผู้ใหญ่ที่วิ่งเข้าไปช่วยเด็ก
      #2166-1
  17. #2136 Apblocdy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 16:40
    เพราะกวีกลัวผู้หญิงใช่มั้ย ตอนโกหกว่าเป็นหญิง เลยยังไม่เปิดใจ กวีชอบผู้ชายมากกว่า ><
    #2136
    0
  18. #2048 MeiMeiC (@MeiMeiC) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 16:19
    เพราะลายมือหรือเปล่าถึงจำได้ แบบเดจาวูเหมือนเคยเห็นมาก่อนงี้
    #2048
    0
  19. #1956 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 22:42
    โอ่ยย น้องงงง 555555555 เกลียดความหน้ามึนอะ 55555555555
    แถมชวนเค้าไปห้องอีกกกกก จะรอดไม่รอดคงต้องเสี่ยงดูอีกสักนิดดด
    ขอบคุณคนเขียนที่เขียนต่อนะคะ ถ้าจบที่ตรงนั้นตะวันคงรู้สึกแย่มากๆ ;-;
    #1956
    0
  20. #1920 vivysocute (@vivysocute) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 15:21
    ดีใจมากที่ไรท์ทำต่อ เพราะไม่งั้นจะกลายเป็นฟิคที่จบได้เศร้ามากๆอ่ะ อะฮรึก...
    #1920
    0
  21. #1916 ทวะ. (@Atomy_Dek-D) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 14:37
    ดีที่ำรท์เขียนต่อไม่งั้นรีดคงเวิ้นเว้อไปตามหาตะวันแล้ว 55555 จิตๆก็ดีรีดชอบแต่อย่ารุนแรงมากจะลูกสงสารหนูตะวันเขา
    #1916
    0
  22. #1620 [เสพศิลป์] (@kaety) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 21:20
    ดีใจที่ไรท์เขียนต่อ อย่าจบแบบนั้นเลย
    #1620
    1
  23. #1552 T1101 (@T1101) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 12:46
    รุกแรงมาก
    #1552
    0
  24. #1543 anongnart2545 (@anongnart2545) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 17:12
    หน่องกัวแล้วววว
    #1543
    0
  25. #1515 mimimimi1007 (@mimimimi1007) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 00:23
    กลัว กลัวมาก มันต้องน่ากลัวเเน่ๆ
    #1515
    0