เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 104,759 Views

  • 3,697 Comments

  • 5,849 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,351

    Overall
    104,759

ตอนที่ 15 : หน้าที่14 ภาพซ้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 615 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

เช้านี้ผมลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อได้กลิ่นอาหารลอยขึ้นมาจากชั้นล่างประกอบกับเสียงกระทะ แต่ยังคงสะลึมสะลืออยู่เพราะเพิ่งตื่น พอเริ่มหายงัวเงียแล้วผมก็คว้านาฬิกาปลุกที่วางไว้ตรงโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาดู   



เจ็ดโมง



ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนแปดโมงเผื่อตัวเองตื่นสาย ปรากฎว่าพอถึงเวลาจริงผมกลับตื่นขึ้นมาก่อนนาฬิกาตั้งชั่วโมงหนึ่ง ผมนอนบนเตียงนิ่งๆ ไม่ขยับตัว หูฟังเสียงกระทะในขณะที่สายตาก็มองแสงสว่างที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา



อยู่ๆ ผมก็คิดถึงครอบครัวของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ตั้งแต่มีงานทำผมก็รีบเก็บของแล้วย้ายออกมาจากบ้านแล้วไม่ได้กลับไปเยี่ยมครอบครัวอีกเลย ส่วนหนึ่งคงเพราะผมรู้สึกเหมือนว่าที่นั่นไม่ได้เปิดต้อนรับผมตั้งแต่แรกแล้วฉะนั้นก็ไปเสียให้มันจบๆ ดีกว่า



พวกเขาจะรู้สึกอะไรหรือเปล่าที่รู้ว่าผมตาย



บางทีเขาอาจจะเฉยๆ หรือไม่ก็รู้สึกเสียใจในฐานะคนที่เลี้ยงดูกันมา แต่ผมไม่ค่อยอยากรู้ในเรื่องนี้เพราะกลัวว่าหากความจริงนั้นไม่ตรงกับสิ่งที่คาดหวังเอาไว้แล้วจะกลายเป็นผมที่รู้สึกแย่เสียเอง



พอทำงานแล้วผมก็ไม่ค่อยมีเวลาเล่นหรือพักผ่อนมากเท่าในตอนนี้ ดังนั้นผมจึงรู้สึกสบายใจนิดหน่อยที่ได้ย้อนกลับมาเรียนอีกครั้ง ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้เรียนเก่งอะไร แต่ชีวิตแบบนี้มีความสุขมากกว่าจริงๆ



หลังจากนอนอยู่บนเตียงได้พักหนึ่งผมก็ไปอาบน้ำแล้วเดินลงมาชั้นล่าง เสียงกระทะเงียบไปนานแล้ว แต่กลิ่นอาหารยังคงลอยฟุ้งกระจายไปทั่ว ผมเดินเข้าไปในห้องครัว สายตาก็มองพ่อที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ตรงเก้าอี้ แล้วไล่มองมายังแม่ที่กำลังเทนมใส่แก้วอยู่



“ตื่นเช้าขนาดนี้ตั้งใจจะไปไหนหรือเปล่า?”



พ่อพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าผมเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ จานอาหารบนโต๊ะนั้นมีแค่สองจาน แสดงว่าปกติแล้วเจ้าของร่างเดิมคงไม่ค่อยได้ตื่นมากินข้าวเช้าแน่ๆ



“ก็ตั้งใจไว้ว่าจะไปติวกับเพื่อนน่ะครับ”



พ่อไม่ตอบอะไรนอกจากส่งเสียงในลำคอว่า ‘อืม’ เป็นเชิงรับรู้ ในขณะที่แม่วางขวดนมลงแล้วหันมาถาม



“เช้านี้ลูกอยากกินอะไรล่ะ?”



ผมกลอกตามองไปรอบๆ เพราะนึกไม่ออก พอเห็นไข่ดาว ขนมปังปิ้งกับไส้กรอกในจานของพ่อ ผมเลยเอ่ยแบบไม่ค่อยใส่ใจเท่าไรนัก “เอาแบบของพ่อก็ได้ครับ”



แม่หันไปทำอาหารเช้าต่อเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ผมก้มหน้าลงมองโต๊ะอาหารหินอ่อน บนโต๊ะนั้นสะท้อนเงาใบหน้าของเด็กหนุ่มหน้าตาดีที่ผมรู้สึกไม่เคยชินสักที หลังจากจ้องมองเงาสะท้อนในโต๊ะนั้นอยู่ครู่หนึ่งผมก็เอ่ยถาม “พ่อครับ ก่อนหน้าที่ผมจะความจำเสื่อม ผมเป็นคนยังไงเหรอ?”



ผมถามเพราะรู้สึกว่าเหมือนคนรอบตัวจะไม่ค่อยแปลกใจกับพฤติกรรมหรือนิสัยปัจจุบันผมสักเท่าไรนัก บางทีนิสัยของผมกับอีกฝ่ายคงไม่ค่อยต่างกันมากเท่าไร



“ก็ไม่ค่อยต่างจากตอนนี้เท่าไร แต่อารมณ์ร้อนกว่านี้เยอะ แถมยังเอาแต่ใจ ดื้อรั้น ขี้อิจฉาอีก” พ่อตอบหน้าตายในขณะที่ก้มอ่านหนังสือพิมพ์ในมือต่อราวกับว่าสิ่งที่พูดไปเมื่อกี้คือการชมลูก ไม่ใช่กำลังแอบด่าอยู่



ผมยิ้มค้างรับคำด่านั้นโดยที่ไม่ได้ออกความเห็นอะไร ยังไงเสียคนที่ถูกด่าก็ไม่ใช่ผมสักหน่อย แล้วทำไมถึงจะต้องเก็บมาคิดมากหรือตอบโต้อะไรด้วย



“แล้วผมประสบอุบัติเหตุอะไรถึงความจำเสื่อมหรือครับ?”



“รถชนน่ะ”



ผมส่งเสียงตอบรับ อืม ในลำคอ ขณะที่แม่วางจานอาหารตรงหน้าพอดี ผมเลยหยิบส้อมขึ้นมาจิ้มกินอาหารในจาน จากนั้นผมก็นึกถึงตอนที่ตัวเองถูกรถชนขึ้นมาเพราะไปช่วยเด็กคนหนึ่งเอาไว้ ป่านนี้เด็กคนนั้นจะเป็นยังไงบ้างแล้ว..



ไม่รู้ว่าผีตัวไหนเข้ามาสิง อยู่ๆ ผมก็นึกถึงกวีขึ้นมากะทันหัน ผมกะพริบตาเมื่อเห็นภาพกวีในหัวตัวเอง พอนึกๆ ดูแล้วผมรู้สึกเหมือนว่าอีกฝ่ายจะหน้าตาคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน



..เอ๊ะ



อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าผมจำคนไม่เก่ง ต่อให้วันนั้นจ้องหน้ากันทั้งวัน แต่ถ้าหันหลังใส่กันเมื่อไรผมจะลืมหน้าทันที อย่างน้อยต้องสนิทกันในระดับหนึ่งผมถึงจะจำหน้าอีกฝ่ายได้



ผมกำลังนึกอยู่ว่าคนที่ผมไปช่วยเอาไว้คือกวีหรือเปล่า ลองย้อนคิดดูแล้วกวีก็หน้าสวยมาก แถมแบบยังผมปรกหน้าอีก ..นี่มัน



“ว่าแต่ลูกจะไปหาบ้านเพื่อนที่ไหนล่ะ ให้แม่ขับรถไปส่งให้ไหม?”



ผมเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก่อนจะส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ “ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมขึ้นรถเมล์ไป”



อยู่ๆ แม่ก็ทำหน้าตาเหมือนได้ยินเรื่องมหัศจรรย์ แล้วถามผมกลับว่า “ลูกขึ้นรถเมล์เป็นตอนไหนน่ะ”



ถูกถามแบบนี้ผมถึงกับไปไม่เป็น อยู่ตั้งม.6แล้วการจะขึ้นรถเมล์เป็นไม่เห็นแปลกตรงไหน หรือว่าปกติแล้วหมอนี่มันไม่เคยขึ้นรถเมล์มาก่อน “ตอนไปเที่ยวกับเพื่อนน่ะครับ”



พอเห็นพ่อกับแม่ไม่ได้เซ้าซี้อะไรอีก ผมก็รีบคว้าเป้ใส่หนังสือแล้วรีบก้าวออกจากบ้านเพื่อตัดปัญหา แล้วเดินออกไปขึ้นรถเมล์เพื่อเดินทางไปยังบ้านของกวีทันที



………………………………………………………………



……………………………………



กว่าผมจะมาถึงที่หมู่บ้านของกวีก็สิบโมงกว่าหน่อยๆ ผมไม่ได้ตั้งใจจะมาสายแต่เนื่องจากรถค่อนข้างติดเลยทำให้การเดินทางล่าช้ากว่าที่คิดเอาไว้



บ้านของกวีไม่ได้ซับซ้อนหรือหายากเท่าไร เนื่องจากบ้านหลังนั้นตั้งอยู่ในหมู่บ้านที่ไม่ค่อยมีคนอยู่อาศัย ผมเลยต้องใช้เวลาเดินตามหาทีละบ้านจนกว่าจะเจอทะเบียนบ้านของอีกฝ่าย หลังจากที่ยืนมองบ้านสีขาวหลังเล็กด้วยความละล้าละลังอยู่พักหนึ่งผมก็ยกมือขึ้นกดออด



จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากับเสียงเปิดประตู ไม่นานนักกวีถือกุญแจออกมาเปิดประตูให้ ผมเดินเข้าไปในตัวบ้าน ขณะที่ยืนรอให้อีกฝ่ายล็อคกุญแจ “ขอโทษนะ รอนานไหม”



กวีส่ายหน้ากับคำพูดผมก่อนจะเดินนำเข้าไปด้านใน ผมเลยเดินตามเข้าไป สภาพในตัวบ้านนั้นไม่ต่างจากตอนที่ผมเคยเห็นสักเท่าไรนัก



ทว่าเมื่อกวีเปิดประตูห้องนอนแล้วเดินนำเข้าไป ผมกลับหยุดนิ่งแล้วชะงักค้างอยู่อย่างนั้น



ผมกลั้นหายใจ เริ่มรู้สึกใจสั่นขึ้นมานิดหน่อย สายตาก็พยายามเบี่ยงหลบไม่มองเตียงที่อยู่ในห้องนั้น แต่เนื่องจากว่าห้องของกวีไม่ได้กว้างอะไร ผมจึงหลบไม่พ้นอยู่ดี



พริบตานั้นภาพขวดยาที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงก็ตามมาหลอกหลอนจนทำให้ผมกลัวจนไม่กล้าก้าวเข้าไปด้านใน ภาพนั้นวนเวียนมาตอกย้ำผมราวกับต้องการจะบอกว่า ‘ที่กวีทำแบบนั้นก็เพราะว่าผมไปให้ความหวัง ก่อนจะทำลายความหวังนั้นทิ้งแบบไม่ใยดี’ นั่นแหละ



ผมเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาจนหายใจไม่ออก ที่แย่กว่าคือผมรู้สึกร้อนผ่าวที่ขอบตาเหมือนจะร้องไห้



ถึงผมจะไม่แน่ใจว่าตัวเองชอบกวีในเชิงนั้นหรือเปล่า แต่เขาก็เป็นเพื่อนคนหนึ่ง อย่างน้อยเขาก็เป็นคนเดียวที่ให้ความสำคัญกับการมีตัวตนของผมถึงขนาดนี้ ดังนั้นหากบอกว่าไม่รู้สึกผูกพันอะไรกับกวีก็คงเป็นการโกหก



เหมือนกวีจะรู้สึกได้ว่าผมไม่ยอมเดินเข้ามาด้านใน เขาหันหน้าก่อนจะเดินตรงเข้ามาจับเข้าที่ข้อมือ แล้วพิมพ์ข้อความลงในโทรศัพท์มือถือก่อนจะส่งให้ผมดู



‘เป็นอะไรหรือเปล่า?’



ผมก้มหน้าลงก่อนจะส่ายหน้า จากนั้นกวีก็เอื้อมมือมากอดแล้วลูบหลังราวกับจะบอกว่า ‘ไม่เป็นอะไร ฉันอยู่ตรงนี้แล้ว’ อะไรแบบนั้น



พอกอดปลอบได้อยู่ครู่หนึ่ง กวีก็ดันตัวผมให้ออกไปนอกห้องแล้วหันไปปิดประตู จากนั้นเจ้าตัวก็จับข้อมือของผมให้เดินมานั่งที่ห้องกินข้าว แล้วหายกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งหนึ่ง



เมื่อเริ่มตั้งสติได้ผมก็มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความงุนงง ไม่นานนักกวีก็กลับมาพร้อมกับหนังสือ เขาวางหนังสือลงตรงหน้าผมแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มือก็หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความแล้วส่งให้ผมดู



‘ไม่สบายหรือเปล่า สีหน้าไม่ค่อยดีเลย’



ผมส่ายหน้าให้กับคำตอบนั้น ก่อนจะยิ้มให้เด็กหนุ่มเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้น “รู้สึกปวดหัวนิดหน่อย สงสัยเมื่อคืนนอนดึกเกินไป”



‘วันหลังก็นอนให้เร็วขึ้นหน่อย เป็นห่วง’



ผมยิ้มทันทีที่เห็นข้อความในมือถือ “คราวหน้าอย่าไปพูดกับใครแบบนี้ล่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะนึกว่านายกำลังจีบ”



‘ฉันไม่เคยพูดแบบนี้กับใครทั้งนั้นยกเว้นนาย’



ผมเห็นข้อความนั้นแล้วยิ้มค้างอยู่นาน จากที่ผมตั้งใจว่าจะแซวเล่นกลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายตอบจริงจังมากจนผมอึ้งแทน อีกฝ่ายดึงมือถือกลับไปพิมพ์อะไรบางอย่างแล้วยื่นข้อความนั้นให้ผมดู



‘แล้วก็ถูกอย่างที่ว่า ฉันกำลังจีบนายอยู่’



เชี่ย! ตรงเกินไปแล้ววว!



ผมแทบจะปิดหน้าเพราะทำอะไรไม่ถูก แต่ดูเหมือนว่าร่างกายทุกส่วนผมจะแข็งเป็นหินไปแล้ว ขนาดจะขยับใบหน้าสักส่วนยังทำไม่ได้เลย



ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมได้ยินคำสารภาพรักของอีกฝ่ายหรืออะไรทั้งนั้น ในเมื่อความรู้สึกยังไม่แน่นอน ผมก็ไม่อยากได้ยินอะไรให้ตัวเองต้องมีเรื่องกลับมาเครียดเพิ่ม ถึงแม้ผมจะรู้ว่ากวีชอบก็เถอะ



จะว่าไปแล้วผมเพิ่งเคยเจอคนที่สารภาพว่าจีบเจ้าตัวแบบตรงๆ ขนาดนี้ ตรงแบบไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธสักนิด อะไรนะ..ชาติที่แล้วผมไม่มีใครมาจีบอยู่แล้ว เออ ช่างแม่งเถอะ ด้วยความที่ปกติเป็นคนที่ไหลลื่นปรับตัวเข้ากับทุกสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว ผมจึงรีบพูดตัดบททันที



“โห เดี๋ยวนี้รู้จักพูดล้อเล่นตั้งแต่เมื่อไร” ผมพูดขึ้น ในขณะที่กวีทำท่าเหมือนจะพิมพ์อะไรบางอย่างลงในมือถือ อย่านะ! ผมอุตส่าห์รีบพูดตัดบท เดี๋ยวถ้าเห็นข้อความในมือถือนั้นแล้วผมทำอะไรไม่ถูกขึ้นมาจริงๆ จะทำยังไง! “ใกล้สิบเอ็ดโมงแล้ว รีบเรียนกันเถอะจะได้รีบไปหาอะไรกิน ฉันหิวจะแย่แล้ว”



จากนั้นผมก็รีบหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดอย่างรวดเร็วประหนึ่งว่าถ้าช้าไปวินาทีเดียวแล้วโลกจะแตกอย่างไรอย่างนั้น กวีเลยเก็บมือถือก่อนจะเริ่มเปิดสมุดแล้วเขียนอธิบายให้ผมดู



ตลอดระยะเวลาที่เรียนนั้นผมแทบไม่กล้าสบตากวีเลย



--------------------------------------------------------------


[Talk]


วันพรุ่งนี้เราไปแจกลายเซ็นที่งานหนังสือ บูธแจ่มใสY05 ตอนบ่าย3ถึง5โมงเย็นค่ะ ใครสะดวกสามารถแวะมาทักทายกันได้นะคะ


ป.ล. ในส่วนของตอนหน้านั้น... อิ-อิ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 615 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #3654 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:58

    รุกเร็วแท้

    #3654
    0
  2. #3599 Tokubi (@Tokubi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 09:13
    กวีรุกวะ 5555555
    #3599
    0
  3. #3555 Tono_Miya (@tongmiya) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 16:05
    อิอิไรงะ 55555555 แน่ะๆๆ
    #3555
    0
  4. #3092 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 23:49
    ตะวันอาจจะยังไม่ชอบกวีขนาดนั้นก็ได้นะ
    #3092
    0
  5. #2819 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 00:06
    กวีลูกกก ตรงจนตะวันไปต่อแทบไม่ได้เลย // เรากลัว'อิ-อิ' นี้ค่ะไรท์ ><
    #2819
    0
  6. #2697 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 01:00
    โห กวีคือคนที่ตะวันช่วยงั้นหรอ พีคเลยิ่ะ
    #2697
    0
  7. #2040 SUNOBA (@OTAKUYaoi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 12:16
    หนูตรงมากเลยลูก กวี
    #2040
    0
  8. #1957 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 22:55
    น้องอย่ารุนแรงกับพี่เค้ามากนะ 55555
    #1957
    0
  9. #1500 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 22:45
    เด็กสมัยนี้ช่างไวไฟเหลือเกิน-_-
    #1500
    0
  10. #610 ชอบวีวี่จ้ะ (@glass12sky) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 00:42
    กวีลูกกก ตรงไปนะคะบางที หนูเผื่อใจบ้างไหมเนี่ย หรือคิดว่าถ้าพี่เค้าปฏิเสธ ก็จับล่ามโซ่เหรอ แต่โหดเ-้ยมไปนะ5555 //คือเอิร์ธตายเพราะถูกรถชน ตะวันก็ตายเพราะถูกรถชน เอิร์ธตายจริง ตะวันก็เลยมาอยู่ในร่างแทน แต่คือทำไมต้องเป็นร่างเอิร์ธ ยิ่งอ่านก็ยิ่งสงสัย แล้วทำไมตะวันต้องมาเจอกวี ทั้งที่ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ มันก็ดูไม่ได้จะอยู่วงโคจรเดียวกันเลยนะ คาใจ๊ใจ
    #610
    0
  11. #446 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 23:10
    หง่อวววว แอบคิดว่า นี่แบบเป็นเรื่องเส้นคาบเกี่ยวของเวลาหรือเปล่า
    แบบ ตอนที่ตะวันตายเพราะช่วยกวี กวีจำเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นตอนนี้ได้ ตอนนั้นเลยร้องไห้
    แล้วแบบตะวันพอตาย ก็ย้อนมาทำให้เกิดเหตุการผูกพันกับกวีไรงี้
    เป็นคาบเกี่ยวของเวลาแบบวนลูป
    #446
    0
  12. #432 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 22:40
    โอ้โห กวี เอาแบบนี้เลยหรอ บอกตรงๆแบบนี้เลย เป็นเราเราก็เงิบเหมือนกัน // ก็อุตสาห์คิดว่ารอบนี้กวีเมะ มาเจอคำว่าหน้าสวยเข้าไป ชักลังเลอีกละ 555
    #432
    0
  13. #417 Aidan (@ninewcub) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 22:00
    ฮั่ยย่ะ! กวีเอางี้เลยอ่อ ตรงเกินไปจนแอบเขินแทนอล้วนะ
    #417
    0
  14. #416 Koo_Toon (@Koo_Toon) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 20:53
    กวี รุกแรงมากกกก ฮือออ แอบเสียดายจังเลยค่ะที่ไม่ได้ไปเจอ TT
    #416
    0
  15. #415 saru1234 (@saru1234) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 17:38
    ตรงเกินไปแล้ว!
    #415
    0
  16. #414 Meimeimetal (@may_max) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 17:14
    แอบรอเธออยู่นะจ๊ะ
    #414
    0
  17. วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 01:38
    ได้โปรดดดดดดด มาต่อไวๆทีค่ะ อย่าทรมานกันแบบนี้เลยยยย แงไๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #413
    0
  18. #412 ภูตเงา [Doppelganger] (@nean8) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 23:21
    วันนี้เราพึ่งไปสอยเขามาเช้งเม้งฯมาล่ะ...บวกกับเรื่องอื่นๆอีกหลายเรื่อง ทำเอากระเป๋าตังค์แห้งเลย😂😂😂
    #412
    1
    • #412-1 larza (@nene-1) (จากตอนที่ 15)
      30 มีนาคม 2561 / 23:47
      ขอบคุณมากนะคะT////T
      #412-1
  19. #411 Mizuru_San (@Mizuru_San) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 22:44
    ตรงมากค่ะหนู5555
    #411
    0
  20. #410 Meimeimetal (@may_max) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 21:20
    กรี๊ดดดดดดดดด ตอนหน้าลงคืนนี้เลยหด้ไหมค่ะ~~ 555
    #410
    0
  21. #408 เหมี่ยวเซ่ะ (@catbong) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 21:06
    รอตอนต่อไปอย่สงจดจ่อมากๆค่ะ!
    #408
    0
  22. #404 l3oss_it (@suchanee) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 20:40
    ตรงเกินไปแล้ว! เห็นใจเอิร์ธหน่อยสิกวีเดี๋ยวก็ช็อคตายหรอก
    #404
    0
  23. #403 kindlyjh (@kindlyjh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 20:33
    กวีตรงมาก5555
    #403
    0
  24. #402 Chayeanalie (@ningkanut) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 20:16
    งืออออ กวีอ้าาาาา
    #402
    0
  25. #401 ปูเสื่อรอ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 18:54
    อุ้ย รอมุขตะล่อมของหนุ่มสายยัน หุๆ
    #401
    0