เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 105,302 Views

  • 3,736 Comments

  • 5,882 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,894

    Overall
    105,302

ตอนที่ 17 : หน้าที่16 คุณค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 670 ครั้ง
    1 เม.ย. 61


โชคดีที่ซ่อมคราวต่อมาผมผ่านอย่างเฉียดฉิว แม้ว่าจะเป็นการสอบซ่อมแต่ก็มีน้อยคนมากที่ผ่าน ครูเลยนัดคนที่ไม่ผ่านมาติวเพื่อสอบซ่อมรอบที่สอง


‘ดีใจด้วย’


กวีเขียนข้อความหลังจากที่ได้ยินว่าไม่มีเลขที่ผมรวมอยู่ในคนตกอีกรอบ ผมยิ้มกว้างกับคำพูดอีกฝ่าย แล้วเขียนตอบลงไป


‘เพราะนายเป็นคนช่วยสอนฉันนั่นแหละ จะว่าไปมีของที่ชอบกินเป็นพิเศษไหม?’


‘ไม่มี’


ผมชะงักกับข้อความอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะนิ่วหน้าด้วยความลำบากใจ เหมือนกวีจะสังเกตเห็นความกลุ้มใจผ่านสีหน้าของผมได้ เขาถึงเขียนข้อความข้อความต่อลงมา


‘มีอะไรหรือเปล่า?’


‘ฉันอยากพานายไปเลี้ยงเป็นการขอบคุณ’


กวีมองข้อความนั้นราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่งแล้วเขียนต่อลงมา ‘วันเสาร์ฉันไปหาหมอ เจอกันวันอาทิตย์นี้ล่ะกัน จะได้ไปเลือกซื้อสัตว์ด้วย’


อ้อ ไปหาจิตแพทย์สินะ


ผมคิดอยู่ในใจ แต่คิดว่าเพื่อเป็นมารยาทผมควรจะถามกวี ถึงแม้ว่าผมจะรู้อยู่แล้วก็เถอะว่าเจ้าตัวเป็นอะไร


‘อ้าว ไม่สบายเหรอ?’


‘ประมาณนั้น ฉันเป็นPTSDกับซึมเศร้าน่ะ’


พออ่านข้อความนั้นจบผมก็อึ้งไปพักใหญ่ ในความทรงจำของผมตอนที่ยังเป็นสมุด กวีไม่กล้าบอกเรื่องนี้ กว่าจะทำใจเล่าทุกอย่างให้ฟังได้ก็ปาเข้าไปอาทิตย์ที่สามหรืออาทิตย์ที่สี่แล้ว


แต่ทำไมรอบนี้ถึงบอกง่ายขนาดนี้..?


ผมเหลือบมองกวี ใบหน้านั้นยังคงนิ่งเรียบเหมือนเดิมราวกับเมื่อกี้เป็นการพูดทักทายบทสนทนาทั่วไป ทว่าผมรู้ว่าการพูดคำพวกนี้สำหรับกวีมันไม่ง่ายเลย ยิ่งเขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกกดขี่แบบนี้มานานๆ แล้วด้วย


หรือเพราะได้เจอหน้าผมเลยไว้ใจเร็วกว่า..?


คิดๆ ดูแล้วก็มีความเป็นไปได้ การจะปักใจเชื่อคนที่เขียนข้อความตอบโต้กันอย่างเดียวโดยไม่เห็นหน้า ยังไงก็คงใช้เวลานานกว่าอยู่แล้ว


แต่ก็ดี การที่กวียอมเล่าทุกอย่างให้ฟังแบบนี้เรื่องย่อมง่ายขึ้น อย่างน้อยผมก็จะได้ไม่ต้องระวังเรื่องเผลอหลุดพูดสิ่งที่เคยคุยกันตอนเป็นสมุด


‘ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องนายก็จริง แต่ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นฉันก็อยู่ข้างนายเสมอนะ’


‘อืม ฉันเชื่อ’


พอเขียนจบผมก็รู้สึกเหมือนกับว่ากำลังถูกจ้องอยู่เลยรีบเงยหน้าขึ้นไป เมื่อเห็นว่าครูกำลังจ้องมาทางผมด้วยสายตาราวกับจะถามว่า ‘นี่เธอตั้งใจฟังฉันอยู่หรือเปล่า?’ ผมจึงแสร้งทำเป็นสบตาอีกฝ่ายอยู่นาน จนกระทั่งครูหันหลังไปเขียนกระดานผมถึงก้มหน้าลงไปเขียนต่อลงมา


‘ว่าแต่อาทิตย์นี้นัดเจอกันที่ไหนดี?’


‘เจอกันที่บ้านนายดีไหม?’


‘เอางั้นก็ได้’


พอผมเขียนจบ เสียงของครูที่ยืนอยู่หน้าห้องก็แทรกขึ้นมาในทันที


“นักเรียน จับกลุ่มกันกลุ่มละสี่คนด้วยครับ ครูมีงานจะให้ทำ”


สี่คน..?


ชิบล่ะ ผมกับกวีมีแค่สองคนเอง ผมกวาดตามองไปรอบๆ ห้อง แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะจับกลุ่มกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว สุดท้ายผมเลยหันไปเขียนข้อความลงสมุดเพื่อถามกวีแทน


‘ปกตินายจับกลุ่มกับใคร?’


‘ไม่มี ปกติทำคนเดียว’


หะ..? ผมอึ้งไปกับคำที่อีกฝ่ายเขียน ยังไม่ทันที่ผมจะได้ถามอะไรเพิ่ม กวีก็เขียนต่อลงมา


‘ปกติงานกลุ่มก็ไม่เห็นต่างจากงานเดี่ยวอยู่แล้ว มีคนอื่นไปก็เป็นภาระ ทำคนเดียวยังดีกว่า’


ถึงผมจะแอบเห็นด้วยกับกวีนิดๆ แต่ก็รู้สึกว่ามันไม่ถูกต้องอยู่ดี


ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าที่ผ่านมากวีทำงานกลุ่มคนเดียวตลอด..? อืม.. ตอนที่ผมเป็นสมุด คนอื่นในห้องดูจะไม่ชอบกวีสักเท่าไร คนที่เฉยๆ ก็ไม่กล้าเข้าไปยุ่งเพราะกลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย เลยกลายเป็นว่าอีกฝ่ายอยู่คนเดียวจนชินไปแล้ว


‘งั้นฉันจะเป็นคนช่วยหาล่ะกัน’


ผมเขียนอย่างกระตือรือร้น ถึงแม้ว่าในใจจะรู้สึกกลัดกลุ้มจนรู้สึกปวดหัวก็ตามที ในห้องนี้ผมก็รู้จักแค่กวีคนเดียว แล้วจะไปเข้ากลุ่มกับใครดี?


ลองไปขอคนอื่นดีไหมนะ..? อย่างน้อยเขาเห็นว่าผมเป็นพี่ก็น่าจะเกรงใจแล้วให้อยู่


พริบตานั้นอยู่ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนว่ากวีมองผมด้วยแววตาประหลาดอย่างยากจะอธิบาย ไม่รู้ว่าเพราะบรรยากาศเริ่มมืดเหมือนฝนใกล้ตกหรือเปล่า ทันทีที่ผมสบตากับอีกฝ่ายก็นิ่งค้างไป


สายตาของกวีดูเย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็ง โหยหาปรารถนาอย่างล้ำลึก ขณะเดียวกันก็บิดเบี้ยว จนผมสะดุ้งวาบ เกือบจะขยับตัวถอยหนีออกมา ทว่าโชคดีที่ยังมีสติอยู่ ผมเลยนิ่งค้างไปเท่านั้น


พอกะพริบตาอีกที ผมก็เห็นว่าสีหน้าของกวีกลับไปเป็นแบบเดิมแล้ว


ผมสูดลมหายใจลึกพยายามรวบรวมสติให้กลับเข้าที่ ดูเหมือนว่าเพราะช่วงนี้ดูหนังผีเยอะเกินไปหรือเปล่านะเลยเห็นภาพอะไรแปลกๆ แบบนั้น..? บางทีอาจจะต้องเพลาๆ ลงบ้างแล้ว


“พี่เอิร์ธมีกลุ่มหรือยัง?”


ผมเงยหน้าขึ้นไปมองตามเสียงเรียก ก่อนจะพึมพำชื่ออีกฝ่าย “..กรณ์”


ที่ผมรู้ชื่อไม่ใช่เพราะจำหน้าตาได้ แต่ผมจำได้จากตำแหน่งที่นั่งล้วนๆ ระหว่างที่กำลังอ้ำอึ้งอยู่นั้น ผมก็นึกขึ้นมาได้ว่าอย่างน้อยผมก็ยังมีคนรู้จักอยู่บ้าง


ถ้าอย่างนั้นลองขอกรณ์อยู่กลุ่มด้วยดีไหมนะ..?


“ยังเลย กรณ์ล่ะ?”


“กลุ่มผมขาดคนหนึ่งน่ะ พี่มาอยู่ด้วยกันสิ”


ในขณะที่กำลังจะพยักหน้าตอบตกลงนั้น ผมก็นึกถึงกวีขึ้นมาได้ ถ้าเกิดผมไปอยู่กลุ่มเดียวกับกรณ์งั้นก็กลายเป็นว่ากวีต้องทำคนเดียวน่ะสิ


หลังจากที่คิดอยู่ครู่หนึ่งผมก็พึมพำว่า “ให้กวีอยู่ละกัน เดี๋ยวพี่ไปหากลุ่มอื่น”


ทันทีที่เอ่ยคำนั้นจบมือของใครบางคนก็จับเข้าที่ต้นแขน ผมหันไปมองตาม ก่อนจะเห็นว่ากวีมองผมด้วยสีหน้าราวกับจะบอกว่า ‘ไหนบอกว่าจะไม่ทิ้งกันไง’


“....”


ผมเหงื่อแตกพลั่ก คือผมไม่ได้ตั้งใจโกหกแต่ว่ากรณีนี้มันจำเป็นนี่..


หลังจากกลอกตามองไปรอบๆ เพราะไม่รู้ว่าควรจะแก้ไขสถานการณ์หรือปัญหานี้ตรงหน้ายังไงดี กรณ์ก็พูดขึ้นว่า “เดี๋ยวผมลองไปขอครูให้เป็นกลุ่มห้าคน พอมีพี่เพิ่มเข้ามาหนึ่งคนห้องเลยหารสี่ไม่ลงตัวอยู่แล้ว”


ผมพยักหน้ารับเออออตามไป ในขณะที่กวีปล่อยมือออกจากแขน สีหน้ายังคงนิ่งเรียบเหมือนเดิม แต่แววตาพึงพอใจมาก


อยู่กลุ่มเดียวกับผมมันน่าดีใจขนาดนั้นเลยหรือไง.. ผมนึกอยากหันไปถามกวีมาก ตั้งแต่เกิดมานี่คงเป็นครั้งแรกที่มีคนกระตือรือร้นอยากจะทำงานกับผมขนาดนี้นี่แหละ พอคิดแบบนี้แล้วผมก็รู้สึกดีใจขึ้นมาหน่อยๆ


คงมีแต่เขานั่นแหละที่เห็นว่าผมมีคุณค่าถึงขนาดนั้น


………………………………………………


…………………………...


ในกลุ่มของกรณ์นั้นมีสมาชิกอีกสองคนที่ผมไม่รู้จักชื่อ แต่เคยเห็นทั้งสองคนนั่งร่วมโต๊ะเดียวกับกรณ์มาก่อน ทั้งสองคนเป็นผู้หญิง คนหนึ่งชื่อน้ำ ดูเงียบๆ ไม่ค่อยพูดเท่าไรผมเลยไม่ได้ชวนคุยมาก ส่วนอีกคนชื่อเกรซ พูดเยอะเหมือนเจ้าตัวเป็นนักข่าวกำลังสัมภาษณ์ผมอะไรแบบนั้น


“ทำไมพี่เอิร์ธถึงดรอปไปปีหนึ่งเหรอคะ?” เกรซถามผมด้วยความกระตือรือร้น พนันได้ว่าถ้าเจ้าตัวถือไมค์สัมภาษณ์อยู่คงแทบจะยัดเข้าปากผมแน่ๆ


“อ่อ พี่ประสบอุบัติเหตุครับ โดนรถชน” ผมตอบก่อนจะยิ้มให้ จังหวะนั้นผมเห็นเหมมือนกับว่าเกรซหูแดงนิดหน่อย


เอ่อ..เดี๋ยวนะ นี่ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายชอบผมใช่ไหม?


ในตอนนั้นผมคิดอย่างเดียวคือโชคดีที่กวีไปเข้าห้องน้ำ ไม่อย่างนั้นถ้าอีกฝ่ายเห็นภาพนี้คงมีโศกนาฏกรรมในห้องแน่นอน


“ช่วงที่หายไปพี่เลยไปกายภาพบำบัดใช่ไหมคะ?”


“ก็ทำนองนั้นครับ แต่พี่ความจำเสื่อมด้วยเลยต้องทบทวนเนื้อหาที่เรียนใหม่หมด” ผมเริ่มปั้นหน้าเฉยๆ ไม่กล้ายิ้มตามมารยาทหรือปกติที่เคยทำ ผมไม่รู้ว่ากวีจะกลับมาเมื่อไร แต่ถ้าอีกฝ่ายเห็นภาพนี้เจ้าตัวคงไม่พอใจมาก


ว่าแต่ทำไมผมถึงต้องกลัวกวีไม่พอใจด้วยในเมื่อไม่ได้เป็นอะไรกัน..?


เอาเถอะ ผมโยนความคิดทั้งหมดทิ้งไป ถือว่าช่วยชีวิตคนไปด้วย ตอนที่เป็นสมุดผมจำได้ว่ากวีเกือบจะฆ่าภูมิไปจริงๆ ดังนั้นผมคิดว่าสายตาที่มองเหมือนจะฆ่าคนนั่นไม่ใช่แค่มองเตือนหรือเพื่อแสดงความหึงหวงเฉยๆ แต่แม่งทำได้จริงเลยต่างหาก


แล้วตอนที่กวีมองพิมพ์นั่นอีก ..ผมกลัวว่ากวีจะทำอะไรคนรอบข้างขึ้นมาจริงๆ ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ผมเลยไม่อยากให้เขารู้ว่าผมสนิทหรือคุยอะไรยังไงกับใครบ้าง


ชาติที่แล้วไม่มีใครรัก เกิดมาชาตินี้ดันโดนรักมากจนเกินพอดี ทำไมถึงไม่มีทางสายกลางให้ผมบ้าง!


“พี่ความจำเสื่อมหรอคะ แล้วพี่จำแฟนพี่ได้ไหม?” เกรซว่าด้วยน้ำเสียงตกใจตอนได้ยินคำพูดผมพลางเบิ่งตากว้าง


“พี่ไม่มีแฟนครับ แต่พี่จำหน้าพ่อแม่ไม่ได้ ถ้ามีแฟนพี่ก็คงจำไม่ได้เหมือนกัน”


จบคำพูดนั้นเกรซออกอาการสีหน้าดีใจชัดมาก จนผมได้แต่ทำหน้ากล้ำกลืนใส่ เก็บอาการหน่อย! นี่เธออยู่ต่อหน้าคนที่ชอบแล้วแสดงอาการชัดขนาดนี้ได้ยังไง


ดูเหมือนตั้งแต่อยู่กับกวีมา ผมก็อ่านสีหน้าคนอื่นเก่งขึ้นเยอะ เพราะกวีเป็นใบ้ ไม่มีน้ำเสียงเวลาพูด ถ้าไม่พยายามอ่านสีหน้าเจ้าตัว ผมก็ไม่มีทางรู้เลยว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกอย่างไร


ว่าแต่เธอตั้งใจจะจีบผมจริงๆ งั้นสิ


ผมชักเครียดขึ้นมานิดหน่อย แต่เมื่อวกกลับมาคิดผมก็สงสัยว่า ‘อ้าว แล้วผมจะเครียดเรื่องที่มีคนมาชอบทำไม?’


ก่อนหน้านี้ผมเคยฝันว่าถ้ามีผู้หญิงมาชอบสักคนก็คงดี ชาตินี้ผมได้โอกาสนั้นแล้ว มีผู้หญิงหน้าตาโอเคระดับหนึ่งมาชอบ แต่ผมกลับไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงต้องรู้สึกเครียด…?


แปลกดี ผมคิดในใจเงียบๆ ตอนที่รู้ว่ากวีชอบผมกลับไม่ได้รู้สึกอะไร หรือเพราะผมใส่ใจกวีมากจนกลัวว่าเจ้าตัวจะเสียใจหรือไม่พอใจกันนะ


“พี่เอิร์ธ” เกรซว่าพลางโบกมือราวกับกำลังเรียกสติผม “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมดูเหม่อๆ”


ผมส่ายหน้า ในขณะที่หยุดความรู้สึกแปลกๆ ก่อนหน้านี้ไป “ไม่ได้เป็นอะไรครับ เมื่อคืนพี่แค่ดูหนังผีเยอะไปหน่อยเลยนอนไม่หลับ”


“พี่เอิร์ธชอบดูหนังผีเหมือนกันเหรอคะ?” เกรซถามด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีพลางยิ้มกว้าง “พอดีเลย เกรซเองก็ชอบดูเหมือนกัน อาทิตย์นี้มีหนังผีเรื่องใหม่เข้าพอดี ถ้ายังไงเสาร์นี้เรานัดไปดูด้วยกันไหมคะ”


ผมถึงกับอับจนคำพูด หนังที่เพิ่งเข้าใหม่เป็นหนังที่ผมตั้งหน้าตั้งตารอมานานมาก ความจริงการมีคนสมัครใจไปดูหนังผีด้วยกันย่อมเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว


แต่ถ้ากวีรู้เข้าผมกลัวว่าหนังผีจะกลายเป็นหนังระทึกขวัญแทน


หลังจากชั่งน้ำหนักระหว่างกวีกับหนังผี ผมก็ขอโทษอีกฝ่ายในใจซ้ำหลายรอบแล้วตอบกลับไป


“โอเคครับ เสาร์นี้พี่ว่างพอดี”


เอาเถอะ ปกติไม่ค่อยยอมมีใครไปดูหนังผีกับผมนี่ จะให้ชวนกวี อีกฝ่ายก็ไม่ได้ชอบดูหนัง แต่ถ้าจะให้ไปดูหนังผีคนเดียวก็กลัวจนไม่กล้าอีก


นัดแค่ดูหนังอย่างเดียวพอ ถ้านัดไปกินข้าวต่อหรือไปที่อื่นผมค่อยชิ่งกลับเอาก็แล้วกัน


จากนั้นเกรซก็ขอไลน์ผม ระหว่างที่กำลังคุยกันอยู่นั้นน้ำเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นเหนือหัว


“มึง กลุ่มเราได้หัวข้อทำรายงานเรื่องสงครามเย็นนะ” กรณ์พูดขึ้นหลังจากที่เดินออกไปจับฉลาก แล้วทรุดตัวลงนั่ง “ว่าแต่กวีไปไหนน่ะ?”


“ไปเข้าห้องน้ำน่ะ” ผมตอบก่อนจะเปิดหนังสือหน้าสงครามเย็นดู “แบ่งงานกันมาก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่ค่อยเอาไปบอกกวีอีกที”


กรณ์หยิบหนังสือขึ้นมาเปิด พลางเริ่มแจกจ่ายงาน เมื่อตกลงงานกันได้แล้วคนอื่นก็เริ่มกลับไปนั่งที่ ในขณะที่สายตาผมก็มองไปยังโต๊ะข้างๆ ที่ว่างเปล่าเหมือนเดิม


กวีเข้าห้องน้ำนานดีแฮะ ผมคิดในใจขณะนั่งรอครูคาบต่อไปเข้ามาสอน ปกติผู้ชายไม่น่าเข้าห้องน้ำนานถึงขนาดนี้ แต่ว่าอีกฝ่ายหายไปเกือบจะสิบนาทีได้แล้ว


หรือว่ามีอะไรเกิดขึ้น?


ผมพะว้าพะวงเล็กน้อย ขณะที่กำลังคิดว่าควรจะลุกขึ้นไปขอเข้าห้องน้ำด้วยดีไหม เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นเสียก่อน


ผมหันไปมองตามเสียงนั้นถึงได้เห็นว่ากวีกำลังเดินเข้ามาในห้อง เขาเลื่อนเก้าอี้ก่อนจะนั่งลงข้างๆ ผมแล้วหยิบสมุดขึ้นมาเปิดเพื่อเขียนข้อความ


‘เสาร์นี้ว่างไหม?’


‘ไปหาหมอเป็นเพื่อนฉันหน่อย’


ผมชะงักไปกับข้อความนั้น วันเสาร์นี้ผมเพิ่งนัดกับเกรซว่าจะไปดูหนังผีเอง แล้วอยู่ๆ กวีก็มานัดผมเนี่ยนะ..? บังเอิญไปหรือเปล่า


บางทีอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญจริงๆ ก็ได้ ..ถึงใจหนึ่งผมอยากจะไปหาหมอกับกวีด้วยก็เถอะ แต่ว่าถ้านัดไว้แล้วผมก็ไม่อยากไปยกเลิกฝ่ายที่นัดไว้ก่อน


‘โทษทีนะ วันนั้นไม่ว่างน่ะ’


‘อ้อ แล้ววันนั้นติดธุระอะไรล่ะ?’


เชี่ย


ทำไมผมต้องรู้สึกกลุ้มใจด้วย สภาพแบบนี้เหมือนกับผมแอบไปนอกใจกวีอะไรแบบนั้นเลย


ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะพูดความจริง ทว่าคำพูดของพิมพ์กลับทำให้ผมเงียบไป


ถ้าพูดไปแล้วกวีจะทำอะไรหรือเปล่า..?


ผมปลอบตนเองว่ากวีคงไม่ทำอะไรหรอก แต่ผมกลับไม่รู้สึกเชื่อในสิ่งที่ตัวเองคิดเลย ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า กวีถึงได้หวงผมราวกับถ้าใครสนิทกับผมมากกว่าเขา กวีจะฆ่าคนนั้นทิ้ง


‘ก็ไปเที่ยวกับที่บ้านน่ะ’


ผมรู้สึกผิดมากตอนเขียนข้อความตอบกลับ รู้สึกเลวมากตอนที่โกหกอีกฝ่าย แต่บางทีผมก็รู้สึกว่ากวีเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้เลย เขาจะทำอะไรต่อไปผมก็คาดเดาไม่ได้


กวีแค่พยักหน้ารับรู้ สีหน้าเหมือนผิดหวังนิดหน่อย ผมเห็นแล้วรู้สึกผิดจนเกือบพลั้งปากบอกว่า ‘ขอโทษนะ ความจริงฉันนัดไปดูหนังกับเกรซน่ะ’ แต่นับว่าโชคดีที่ผมยังสติดีอยู่


วันนั้นผมรู้สึกผิดกับกวีมาก ในหัวก็วนเวียนคิดว่าทำแบบนี้ถูกต้องแล้วหรือเปล่านะ..? ความจริงผมไม่ควรจะทำแบบนี้หรือเปล่า แต่อีกใจหนึ่งผมก็รู้สึกกลัวกวีมากจนไม่กล้าพูดความจริงออกไป


ผมถอนหายใจเฮือก รู้สึกเหมือนชีวิตอยู่บนเส้นด้ายอย่างไรก็ไม่รู้


------------------------------------------------------


[Talk]

เจอกันวันศุกร์นี้ค่ะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 670 ครั้ง

106 ความคิดเห็น

  1. #3725 Dak บ๊องๆๆ (@iyongimu) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 19:58
    โซ่ออกโรงแน่งานนี้---

    กวี : แมวจรจัด'ของผม'มันหนีเจ้าของเลยต้องล่ามโซ่ไว้ เดี๋ยวหนีอีก
    #3725
    0
  2. #3705 I wanna give a feedback ♡ (@xxvjuly) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 10:44
    ตะวัน !!!!! ไม่ชอบตะวันเลยนะตรงที่ชอบโกหกกวี ถึงจะโกหกเพื่อความสบายใจก็โกหกมะ !!! รู้สึกเหมือนทำไรตะวันก็พลาดไปหมด นี่กวีแกล้งถามเพราะรู้ปะเนี่ย คิดมาก5555555 ระวังโดนล่านะตะวัน ฮือ
    #3705
    0
  3. #3683 คนที่เงียบๆ (@bell8888) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 23:16

    .ท่องไว้ อย่าคิดมาก อย่าคิดมาก

    #3683
    0
  4. #3656 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:09

    ตะวันนนนนนนน!!!

    #3656
    0
  5. #3641 tnoonnp- (@0891998271) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:09
    โซ่จากตอนก่อนคงมีประโยชน์ในตอนหน้าแล้วสินะ
    #3641
    0
  6. #3617 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:37
    RIP ตะวัน หลับให้สบายนะ เราเข้าข้างกวีค่ะ ฮะๆ
    #3617
    0
  7. #3582 mumuninnin (@mumuninnin) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 09:13
    ตะวั๊นนนนนนนน ถามจิ๊ง ตานแน่ๆ ไม่ใช่ตะวันนะ เด็กที่ชื่อเกรซเนี่ยแหละตายแน่ๆ!
    #3582
    0
  8. #3575 Fang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 03:01

    เอาอีกแล้วกู คาดหวังมาก พอไม่เป็นแบบที่หวังก็เซ็งมาก คือค่ดหวังว่าอย่างน้อยๆตะวันที่เป็นคนธรรมดาๆที่ครอบครัวไม่ค่อยสนใจ น่าจะเข้าใจความรู้สึกอยากถูกรักและเป็นฝ่ายรักมากกว่าใครๆ แต่ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆก็เจอแต่คำโกหก คิดเยอะ คิดไม่กว้างและไม่ลึก คนแบบนี้ไม่ควรไปยุ่งอะไรกับคนประเภทกวีเลยนะ แม่งมีแต่จะทำให้อีกฝ่ายอาการหนักขึ้น คือเข้าใจแหละว่ากวีเข้ามายุ่งเอง แต่แบบไหนๆนางก็รู้สึกดีต่อกัน ทำไมไม่ปรับความเข้าใจและอยู่ข้างกันไปวะ อีกคนหนี อีกคนไล่ตาม นึกว่าหนังอินเดีย

    #3575
    0
  9. #3557 Tono_Miya (@tongmiya) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 19:39
    ตาย ตาย ตายแน่นังตะวัน รีบไปขอขมากวีเดี๋ยวเน้!!!
    #3557
    0
  10. #3528 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 12:15
    เลือกทางผิดเสียแล้วนังตะวัน สิ่งที่เธอสามารถควบคุมเด็กกวีได้คือการที่เทอต้องทุ่มทั้งตัวทั้งชีวิตเทอให้หมอนั่น เท่านั้น! ไม่งั้นจบเห่ทั้งชีวิตเธอ และชีวิตคนอื่น!!!
    #3528
    0
  11. #3492 supamas1845 (@supamas1845) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 15:22
    ยึ๋ยยยยย กวียันเดเระ
    #3492
    0
  12. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 02:22
    กลัวกวีแทนเลย ฮือ
    #3454
    0
  13. #3446 _เก่ง_ (@b02290) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2561 / 17:28
    รู้สึกกลัวกวีอ่ะ หลอนมากก
    #3446
    0
  14. #3327 AlberoTree (@AlberoTree) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 15:14
    เสียวสันหลังเลย 55555 ขอให้ตะวันโชคดี
    #3327
    0
  15. #3294 MR_Amiss (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 14:40
    จะโดนน้องล่ามไหมคะพี่('^'?)
    #3294
    0
  16. #3077 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 18:25
    พี่โกหกอีกแล้ว คราวที่แล้วนี้เข็ดไหม
    #3077
    1
  17. #2821 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 00:28
    เกรซจะมีชีวิตอยู่ถึงตอนหน้ามั้ยคะ
    #2821
    0
  18. #2699 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 01:18
    ใช่ค่ะ ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย 555
    #2699
    0
  19. #2468 fFfFrailty (@-christin-) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 16:46
    ถ้าเป็นทามไลน์ย้อนมีทั้งตัวตนในสมุด กับตัวตนที่เป็นรุ่นพี่ น่าจะขนลุกดีเนอะ แล้วที่ว่ากวีตายที่จริงเป็นรุ่นพี่ตายเพราะกวีหึง จนฆ่าแล้วกรอกยาตายตาม แล้วเราจะได้ย้อนกลับไปลึกกว่าเดิมอีกไรงี้
    #2468
    1
    • #2468-1 larza (@nene-1) (จากตอนที่ 17)
      30 พฤษภาคม 2561 / 19:37
      ตอนนี้ยังขนลุกจนมีใครหลายคนถามว่านี่เป็นนิยายวายหรือสยองขวัญเลยค่ะ55555
      #2468-1
  20. #2459 วิ้ปปิ้งครีม (@kanyapach) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 23:24
    ชะตาขาดได้เลยนะเนี่น
    #2459
    0
  21. #2282 Raven2versus (@Raven2versus) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 17:41
    <p>เพื่ออออ กับผู้หญิงก็ไม่ได้อยากไปเลยแล้วไปทำไม ถ้าเรื่องมันจะแย่ลงก็เพราะทำตัวเองทั้งนั้น</p>
    #2282
    0
  22. #2137 Apblocdy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 17:11
    อื้อหือ พี่ขาาาาาา พี่!
    #2137
    0
  23. #1959 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 23:06
    พี่มันดวงตกแล้ว ไปลองของกับเด็ก 5555
    #1959
    0
  24. #1639 อ๋อ! เข้าใจละ (@phansaooa) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 12:40
    จะเกิดไรขึ้นมั้ยเนี่ย ลุ้นๆ
    #1639
    0
  25. #1503 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 22:54
    สงสัยคงได้เกิดสงครามเย็นแล้วหละ
    #1503
    0