เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 104,900 Views

  • 3,701 Comments

  • 5,861 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,492

    Overall
    104,900

ตอนที่ 18 : หน้าที่17 ความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 602 ครั้ง
    6 เม.ย. 61

คืนก่อนวันศุกร์ผมเปิดอินเทอร์เน็ตก่อนจะเริ่มค้นหาข้อมูลเรื่องซื้อสัตว์เลี้ยง หลังจากที่นั่งไล่อ่านอยู่สักพักว่าหมาตัวไหนน่าจะเหมาะกับกวี ผมถึงเริ่มรู้สึกลำบากใจขึ้นมา


เลี้ยงหมานี่ลำบากกว่าที่คิดอีก ตอนแรกผมนึกว่าเลี้ยงไม่ยาก แต่พอลองค้นหาข้อมูลดูลึกๆ การเลี้ยงตัวหนึ่งจำเป็นต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงทีเดียว


อืม..เอายังไงดีนะ..


ผมไม่รู้ว่าปกติแล้วกวีมีเงินเยอะขนาดไหน ในเมื่อเจ้าตัวไม่มีพ่อแม่อาศัยอยู่ด้วยก็แสดงว่าไม่มีใครทำงานหาเงิน ส่วนเรื่องญาตินี่ลืมไปได้เลย ตั้งแต่อยู่มาด้วยกันผมไม่เคยเห็นเขาเอ่ยถึงเลยสักครั้ง แม้แต่หน้าญาติผมก็ไม่เคยเห็น


ดูเหมือนว่าผมจะไม่ค่อยรู้เรื่องของกวีสักเท่าไร ทุกวันนี้ผมยังไม่เข้าใจเลยว่าปกติแล้วเด็กอายุ16ปีสามารถอาศัยอยู่บ้านคนเดียวโดยไม่มีผู้ปกครองดูแลได้เหรอ?


ดูท่าทางแล้วเหมือนกวีก็ไม่ได้จน มีเงินใช้อยู่เรื่อยๆ แถมยังเรียนอยู่โรงเรียนเอกชนที่แพงชิบหายอีก ต่อให้เจ้าตัวเรียนเก่งจนได้ทุนเรียน แต่พวกเสื้อผ้าหรือเครื่องใช้ต่างๆ ก็ไม่ได้ดูเก่ามาก


แม้ว่าบ้านของอีกฝ่ายจะเป็นบ้านชั้นเดียว หลังเล็ก ทว่าหมู่บ้านนั้นมันอยู่ห่างจากรถไฟฟ้ามาไม่ค่อยไกลมาก แถมยังเป็นบ้านที่เกือบจะอยู่ใจกลางเมืองอีก ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าที่ดินในหมู่บ้านนั้นย่อมแพงมากแน่นอน


แล้วกวีไปเอาเงินมาจากไหนกัน..?


หรือว่าพวกมรดกอะไรแบบนี้หรือเปล่านะ ผมคิดในหัวไม่ตก ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าเรื่องราวของกวีซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ


ช่างเถอะ ผมโยนความคิดทั้งหมดออกไปจากหัว ไว้ถ้ายังไงผมก็ต้องถามเขาอ้อมๆ ถึงเรื่องนี้อยู่ดีเพื่อประเมินว่าสรุปแล้วกวีควรจะเลี้ยงสัตว์หรือไม่ควรเลี้ยง


ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ในหัวผมก็คิดเรื่องกวีทั้งคืนจนนอนไม่หลับอยู่ดี


…………………………………………..


…………………………….


ทันทีที่เจอหน้ากวีตอนเช้า ผมก็ยิ้มทักทายก่อนจะรีบพยายามหาวิธีเข้าประเด็นในสิ่งที่ตัวเองค้างคาใจออกไปอย่างรวดเร็ว “ไง ฉันไปดูเรื่องเลี้ยงสัตว์มาแล้วนะ”


กวีพยักหน้าราวกับจะบอกว่ารับรู้ในสิ่งที่ผมพูด แล้วรอให้เอ่ยต่อ ผมจึงรีบหว่านแหพยายามพูดอ้อมก่อนจะเกริ่นเข้าประเด็น


“คือฉันรู้สึกว่าเลี้ยงสัตว์ต้องใช้เงินเยอะมาก” ผมพูดเกริ่นก่อนจะรีบเข้าประเด็น “บางทีนายอาจจะต้องไปลองคุยกับพ่อแม่ดูก่อน”


กวีมองใบหน้าของผมอยู่ครู่หนึ่ง เขาหันไปหยิบสมุดออกมาแล้วเขียนข้อความลงบนหนังสือเล่มนั้น ‘นายคงจะรู้แล้วว่าแม่ของฉันติดคุก ส่วนพ่อฉันตายไปแล้ว’


“แล้ว..ปกตินายไปเอาเงินมาจากไหน?”


กวีเงียบไปนานมากหลังจากที่ได้ยินคำพูดผม ครั้งนี้ผมไม่ได้เขียนข้อความตอบเพราะครูยังไม่เข้าคาบ ดังนั้นผมเลยพูดในห้องได้ไม่ต้องเกรงใจว่าครูจะหันมามองหรือด่าอะไรแบบนี้


‘มรดกจากพ่อน่ะ’


“มรดก..?”


‘ปกติพ่อของฉันจะส่งเงินมาให้ใช้ แต่ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อเป็นใคร’


ผมถึงกับชะงัก แล้วถามด้วยความงุนงง “แต่เมื่อกี้นายบอกว่าพ่อตาย?”


‘กับพ่อที่ไม่เคยมาเจอหน้าลูกสักครั้งตั้งแต่เกิด ฉันก็ไม่คิดว่าเขามีตัวตนบนโลกเหมือนกัน’


“แรงไปหรือเปล่า” ผมถามเขากลับด้วยน้ำเสียงเหมือนที่ใช้ตอนปกติก็จริง แต่ไม่รู้ว่าทำไมรูปประโยคดูเหมือนกำลังต่อว่าแปลกๆ ถ้าเทียบกับแม่ของเจ้าตัวที่เจอหน้าลูกทุกวันแต่ทำร้ายลูกจนตาย อย่างน้อยผมคิดว่าพ่อกวีก็ยังดีที่ส่งเงินมาให้ลูกแม้ว่าจะไม่เคยมาให้เห็นหน้าเลยก็เถอะ


พอคิดมาถึงตรงนี้แล้วผมก็รู้สึกว่าชีวิตอีกฝ่ายผ่านอะไรมาหนักกว่าผมที่อายุตั้ง30ปีอีก ไม่รู้ว่ากวีทนใช้ชีวิตผ่านมาแต่ละวันได้ยังไงตอนที่ไม่มีผมอยู่ ขนาดผมยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะทนอยู่ในโลกนี้ได้หรือเปล่า ถ้าพ่อไม่สนใจ ถูกแม่ทำร้าย น้องสาวที่รักตายต่อหน้าต่อตา แถมยังถูกกลั่นแกล้งจากคนในห้องแล้วไม่มีเพื่อนสักคนอีก


ผมยอมรับว่าบางทีถ้าเกิดเป็นผม..อาจจะเข้มแข็งไม่ได้ถึงครึ่งของเจ้าตัวด้วยซ้ำ


ผมเริ่มเข้าใจเหตุผลที่กวีฆ่าตัวตายขึ้นมาหน่อยๆ การใช้ชีวิตอยู่กับความรู้สึกเดิมๆ ทุกวัน อีกฝ่ายอาจจะไม่ได้รู้สึกเจ็บมากไปกว่านี้เพราะเริ่มคุ้นชินกับความรู้สึกนั้น


แต่ว่า..ผมเป็นคนหยิบยื่นความหวังให้เขา เข้าไปตีสนิทด้วย เปลี่ยนชีวิตของเขาที่ว่างเปล่าเย็นชืดให้มีความหมายขึ้นมา ท้ายที่สุดแล้วพอถึงเวลาที่ถูกบอกชอบใส่ ผมก็ถอยห่างออกมาแล้วทำร้ายความรู้สึกของเจ้าตัว


ยิ่งคิดผมยิ่งรู้สึกหนักอึ้ง เหมือนผมยื่นมือเข้าไปช่วยดึงเขาขึ้นมาจากเหว ก่อนจะผลักอีกฝ่ายตกลงไปด้านล่างด้วยใบหน้านิ่งเฉย ถ้ากวีจะฆ่าตัวตายเพราะผมก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย


ตอนนั้นกวีคิดว่าผมกำลังทิ้งเขาหรือเปล่านะ


บนโลกนี้นอกจากผม กวีก็ไม่มีใครอีกแล้ว บางทีความรู้สึกนั้นคงไม่ต่างอะไรจากการที่โลกทั้งใบหันหลังและทอดทิ้งให้อยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าเพียงลำพัง


พอคิดถึงเรื่องนี้ทีไรผมก็รู้สึกอึดอัดเหมือนมีอะไรในอกทุกที ผมไม่ได้ตั้งใจทิ้งเขา แค่คิดว่าควรถอยห่างออกมาสักสองสามวัน เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายยึดติดกับผมมากเกินไป


ตอนนั้นผมไม่ได้เป็นคนด้วยซ้ำ ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงบนโลกใบนี้ ดังนั้นการที่จะมายึดติดกับผมก็เหมือนกับการอยู่ในโลกของความฝันที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ผมอยากให้เขามีความสุขกับโลกภายนอกที่เป็นโลกแห่งความจริงมากกว่า


ทว่าพอเกิดใหม่แล้วมีโอกาสอีกครั้ง ผมก็กลัวว่าจะทำผิดพลาดซ้ำ


บางคืนผมฝันเห็นภาพขวดยานั้นนอนอยู่บนเตียง บางครั้งผมก็ฝันเห็นว่ากวีฆ่าตัวตายโดยการวิ่งออกไปให้รถชนต่อหน้าต่อตา ขณะที่ผมได้แต่ยืนนิ่ง ขยับร่างกายไม่ได้เหมือนเป็นอัมพาต และไม่เคยช่วยเขาได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว


แต่เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน ผมต้องใช้เวลาอยู่สักพักถึงจะปลอบตัวเองให้ใจเย็นลงได้


คืนใดที่ฝันแบบนี้ ผมก็มักบอกกับตัวเองเสมอว่าจะพยายามถอยห่างออกจากกวี ไม่อย่างนั้นสุดท้ายแล้วอีกฝ่ายจะตายเพราะผมอีก


แต่ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีมีใครให้ความรัก ความอ่อนโยนกับผม ดังนั้นการที่กวีหยิบยื่นความรู้สึกนั้นให้กับผมเพียงแค่คนเดียวเลยทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าขึ้นมา อย่างน้อยผมก็มีตัวตนหรือเป็นที่รักในสายตาของใครสักคน


สุดท้ายผมก็เลยไม่เคยถอยห่างออกจากอีกฝ่ายได้แบบจริงๆ จังๆ อย่างที่คิดสักที


อยู่ๆ ก็มีมือของใครบางคนสัมผัสเข้าที่ด้านหลัง ผมหันไปมองคนที่อยู่ด้านข้างก่อนจะเห็นว่ากวีกำลังมองมายังที่ผมด้วยสายตาเป็นห่วงอยู่


ผมละสายตาจากกวีเพราะรู้สึกกระอักกระอ่วน ก่อนจะก้มมามองที่สมุดนั้นอย่างไม่กล้าเงยหน้า


‘เป็นอะไรหรือเปล่า?’


กวีเขียนข้อความลงสมุดก่อนจะยื่นมาให้ผมดู ผมส่ายหน้าทันทีที่ได้เห็นข้อความนั้น ในใจนึกอยากจะบอกอีกฝ่ายว่าเลิกใจดี เลิกอ่อนโยนกับผมเพียงแค่คนเดียวได้ไหม ผมไม่อยากรู้สึกหนักใจ ไม่อยากเสียใจหรือฝันร้ายไปมากกว่านี้อีกแล้ว


แต่ท้ายที่สุดแล้วผมก็รักความอ่อนโยนของเขาจนปฏิเสธไม่ลงอยู่ดี


…………………………………………


………………………………..


หลังจากที่ลองคุยกันถึงเรื่องการเงินสักพักหนึ่งผมก็ลงความเห็นว่ากวีไม่ควรที่จะเลี้ยงสัตว์เลยสักนิด


ประเด็นแรกคือเรื่องเงิน ผมไม่รู้ว่าพ่อของกวีให้เงินมากแค่ไหนต่อเดือนเพราะไม่ได้ถามถึงเรื่องนี้ แต่คิดว่าน่าจะให้มากถึงขั้นพอใช้อยู่


ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือผมรู้สึกว่ามันดูเป็นการยัดเยียดให้เจ้าตัวเลี้ยงอย่างไรไม่รู้


กวีบอกผมว่าเคยเลี้ยงแมวก็จริง แต่ไม่ได้เลี้ยงถึงขั้นเอาสายมาคล้องคอ เหมือนเลี้ยงแบบปล่อยอิสระมากกว่า ดังนั้นเจ้าตัวน่าจะยังไม่เคยเลี้ยงสัตว์จริงจัง


ถึงผมจะเห็นว่าการเลี้ยงสัตว์เป็นเรื่องดี แต่ถ้ามันเป็นภาระต่อคนเลี้ยง แถมดูแลได้ไม่ดีผมก็คิดว่าไม่ควรจะซื้อมา


ตอนที่ผมตอบกวีแบบนี้ เขาก็เขียนข้อความลงในสมุดว่า ‘ไม่เป็นไร ฉันเองก็กลัวว่าจะเลี้ยงได้ไม่ดีด้วย เพราะฉะนั้นไว้ถ้ามีโอกาสเมื่อไรไว้มาเลี้ยงด้วยกัน’


ผมพยักหน้ารับเออออไปตามเขา ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี “ว่าแต่อาทิตย์นี้นายอยากกินอะไรไหม? ฉันจะได้เตรียมเงินไปเผื่อ”


กวีดูคิดหนักกับคำพูดของผมอยู่พักหนึ่ง สักพักเขาจึงเขียนข้อความต่อลงมาข้างล่างว่า ‘เอาร้านที่นายชอบ’


ผมกะพริบตากับคำพูดนั้นเพราะรู้สึกว่ามีอะไรทะแม่งๆ “แต่ฉันเป็นคนเลี้ยงนาย”


‘ฉันกินได้หมด นายเลือกเถอะ ฉันไปกินร้านอะไรก็ได้ที่มีนายไปด้วย’


ผมแปลกใจนิดหน่อย ถึงจะรู้สึกว่ากวีควรจะเป็นคนตัดสินใจมากกว่า หลังจากลังเลครู่หนึ่งผมก็พยักหน้ารับไป


“โอเค งั้นเจอกันที่บ้านฉันตอนสิบเอ็ดโมงนะ เดี๋ยวส่งโลเคชั่นไปให้” หลังจากที่ตกลงกันได้ผมก็เก็บหนังสือใส่กระเป๋า พอคิดว่าวันพรุ่งนี้จะได้ดูหนังผีที่อยากดูมานานก็ตื่นเต้นนิดหน่อย ก่อนหน้านี้ไม่มีใครยอมไปดูหนังผีกับผมสักเท่าไรและด้วยความที่เพื่อนไม่มีดังนั้นจึงเหลือแค่ทางเลือกเดียวก็คือไปดูคนเดียว


แต่นั่นแหละ..ผมไม่กล้าไปดูหนังผีคนเดียวหรอก กว่าจะเลิกงานก็ตั้งสี่ทุ่ม วันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ว่าง สุดท้ายผมก็ได้แต่มองดูหนังผีออกโรงไปด้วยความว่างเปล่า


แต่ครั้งนี้ผมจะได้ไปดูหนังผีที่ชอบสักทีหลังจากไม่ได้ดูมาสิบกว่าปี!


เย็นวันนั้นผมเลยรีบกลับบ้านอย่างรวดเร็ว ผมตกลงนัดกับเกรซไว้ว่าจะดูหนังผีเรื่องนี้กันเวลาสิบเอ็ดโมงที่เซ็นทรัลเวิลด์ เดิมทีผมเป็นคนนอนดึกเกือบตีหนึ่งตีสองทุกวันก็จริง แต่ว่าวันนั้นผมกลับรีบนอนตั้งแต่สี่ทุ่มกว่าด้วยความตื่นเต้น


สิ่งที่ต้องระวังมีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นแหละ


คือไม่ให้กวีรู้ว่าผมไปเที่ยวกับคนอื่นก็พอ


--------------------------------------------------------------------------


[Talk]


เห็นมีคนด่าตะวันเยอะเรื่องโกหกจากตอนที่แล้ว อันที่จริงเราตั้งใจจะปล่อยผ่านแต่มีคนไม่เข้าใจว่าทำไม


ความจริงในตอนแรกที่ตะวันโกหกว่าเป็นผู้หญิงเพราะกวีถูกเพื่อนผู้ชายทำร้าย ในมุมมองตะวันเลยคิดว่าถ้าเป็นผู้หญิงน่าจะเข้าหาง่ายกว่า เพราะผู้หญิงยังไงก็แรงน้อยกว่าผู้ชาย


ส่วนโกหกตอนที่แล้วเป็นเพราะตะวันเริ่มกลัวกวีตั้งแต่ตอนที่พิมพ์พูดและตอนสบตากัน ตะวันคงเริ่มรู้สึกแล้วว่ากวีดูน่ากลัว ขนาดตอนไปเที่ยวกับพิมพ์ก็บอกตรงๆ ยอมให้ไปด้วย แต่ยังมองพิมพ์ด้วยสายตาเหมือนจะฆ่า


ดังนั้นตะวันเลยกลัวว่าถ้ากวีรู้ความจริงจะทำอะไรเข้า


ป.ล.พรุ่งนี้เตรียมยาดมกันเอาไว้ด้วยนะคะ เดี๋ยวช็อค..







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 602 ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #3657 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:12

    ... ตะวัน โชคดีนะ

    #3657
    0
  2. #3618 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:06
    ไรท์:ตอนหน้าเตรียมยาดม
    เรา://เตรียมยาดม
    กวี://เตรียมโซ่
    เรา://เตรียม RIP ตะวัน...
    #3618
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. วันที่ 17 ตุลาคม 2561 / 08:19
    อ่านไปฟังเพลงCrazy in love ไปด้วยนี่เป็นอะไรที่แบบตื่นเต้น~
    #3434
    0
  5. #3295 MR_Amiss (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 15:01
    ถ้านางเอาไปเมาท์กับเพื่อน?
    #3295
    0
  6. #2822 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 00:35
    จองที่นั่งข้างๆ ค่ะ อยากรู้ความเป็นไป
    #2822
    0
  7. #2700 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 01:26
    ตื่นเต้น55555
    #2700
    0
  8. #2385 PPinIN (@narupin-578-sana) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 20:12
    แร้วพิคิดว่าจะรอดหรอคร้ะ แน่นอนว่าไม่! เกียมยาดมรอเลยจ้า
    #2385
    0
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #1801 Shirokane Irisia (@SupathidaJarat) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 17:22
    <p>ไปหายาดมก่อนนะ</p>
    #1801
    0
  11. #1729 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 23:20
    เอาจริงๆกวีก็ดูสื่อออกมาชัดเจนอยู่นะ แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่างอาจทำให้ตะวันไม่กล้าคิดไปในทางนั้นหรือป่าว เรื่องดูหนังพรุ่งนี้แอบระแวงว่ากวีน่าจะรู้นะ 555
    #1729
    0
  12. #1191 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 00:03
    เดี๋ยวก็โดนเป็นหนูทดลองใช้โซ่คนแรกหรอก...
    #1191
    0
  13. วันที่ 14 เมษายน 2561 / 18:21
    หลบไปหากิ๊ก ระวังโดนล่าม555
    #1173
    0
  14. #1123 Chatchai Wongcha-oom (@onkchad) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 03:20
    อย่าขู่จิ ลุ้นนะ
    #1123
    0
  15. #780 Latte Hideyoshi (@28867) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 18:48
    อยากเตรียมทิชชู่แทนยาดมอะ *_*
    #780
    0
  16. #698 RainChan (@rainnee14) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 01:33
    เห็น talk แล้วไม่อ่านตอนต่อไปได้ป่ะ หายาดมไม่ทัน 5555
    #698
    0
  17. #663 KanunChonlatorn (@KanunChonlatorn) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 22:53
    นี่ฉันจะต้องเจอเซอร์ไพสใช่มั้ย? โอ้ยยใจคอไม่ดีเลย จะเป็นลม//ขอยาดมหน่อย
    #663
    0
  18. #658 LN3210 (@nam3210) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 19:28
    ตอนหน้าต้องเตรียมยาดมเลยเหรอคะ โอ๊ยตายแล้ว จะเป็นลม
    #658
    0
  19. #657 Aidan (@ninewcub) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 18:55
    นี่เตรียมหมอนไว้จิก เตรียมยาดมไว้ซุกจมูกสองอันเรียบร้อยแล้ว ใจบ่ดีเลยเด้อ
    #657
    0
  20. #656 rumiOwO (@rumiOwO) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 17:07
    <p>ยิ่งเลี่ยงยิ่งเจอนะตะวัน5555555555 R.I.P ล่วงหน้าแปป</p>
    #656
    0
  21. #655 ท้องนภาสีเทา (@Onachiri) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 17:04
    อยากให้ถึงตอนล่ามโซ่ไวๆ(?)
    #655
    0
  22. #654 N\'noey Butter (@nongnoey-26) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 15:25
    ช็อคหรอ!!!! แบดมากใจน้องไม่ดีเลยยย
    #654
    0
  23. #653 ความตายสีขาว (@tsuyoko-1827) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 15:07
    ยาดม ยาอม ยาหม่อม พร้อม!!!
    #653
    0
  24. #652 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 14:44
    ต่องรีบหายาดม!!!!
    #652
    0
  25. #649 l3oss_it (@suchanee) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 13:39
    ตะวันมีความเป็นพี่เลี้ยงและภรรยาที่ดี
    #649
    0