เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 105,204 Views

  • 3,721 Comments

  • 5,876 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,796

    Overall
    105,204

ตอนที่ 2 : หน้าที่1 กลั่นแกล้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 707 ครั้ง
    28 ก.พ. 61

พอเด็กหนุ่มคนนั้นมาถึงที่บ้าน เขาก็วางตัวผมไว้บนโต๊ะ แล้วหันไปหยิบยาที่อยู่ในถุงกับจัดของอย่างอื่นแทน


“....”


ผมมองไปรอบๆ บ้านด้วยสายตาว่างเปล่า ดูเหมือนว่าบ้านหลังนี้จะเป็นบ้านแบบชั้นเดียว ซ้ำยังมีขนาดค่อนข้างเล็กและแคบ ดูแล้วน่าอึดอัดไม่น้อยเลย


ว่าแต่..ทำไมถึงไม่มีใครอยู่บ้านเลย..?


ผมไม่รู้หรอกว่าเด็กที่อุ้มผมมาตลอดทางจนกระทั่งกลับบ้านอายุเท่าไรกันแน่ แต่ดูจากหน้าตาแล้วผมคิดว่ายังไงก็ไม่เกิน16ปี แล้วปกติมีพ่อแม่ที่ไหนบ้างให้เด็กต่ำกว่าอายุ16ปีอาศัยอยู่บ้านเพียงลำพัง


อืม..


ในบ้านหลังนี้มีเพียงแค่หนึ่งห้องนอน หนึ่งเตียงและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพียงพอต่อการอาศัยอยู่คนเดียวเท่านั้น ผมค่อนข้างติดใจกับการที่เห็นหมอนหนุนหัวสองใบในบ้าน แต่กลับมีเตียงเดียว นี่ยังไม่นับรวมแปรงสีฟันกับช้อนส้อมที่มีสองอันอีก


ดูอย่างไรก็รู้ได้ทันทีว่าบ้านหลังนี้เคยมีร่องรอยของอีกคนอาศัยอยู่ด้วย แต่ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว


ระหว่างที่ผมกำลังเหม่อลอยคิดถึงเรื่องราว ความเป็นไปได้ต่างๆ ว่าตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรนั้น เด็กหนุ่มก็เดินเข้ามาตรงโต๊ะที่วางผมทิ้งเอาไว้แล้วเลื่อนเก้าอี้ออกเพื่อนั่ง จากนั้นก็ดึงตัวผมให้มาอยู่ระดับสายตาแล้วจ้องอยู่นานแสนนาน


ผมไม่ได้ชอบผู้ชายก็จริง แต่พอถูกจ้องมากๆ แล้วก็รู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก ความจริงไม่น่าจะมีใครชอบเวลาถูกคนแปลกหน้าจ้องเหมือนกำลังแยกส่วนร่างกายแบบนี้หรอก


จากนั้นอีกฝ่ายก็หยิบดินสอขึ้นมาก่อนจะพลิกตัวผมแล้วเท้าคางมองอย่างครุ่นคิด


ที่น่าแปลกคือถึงแม้ว่าตัวผมจะถูกพลิกแล้ว แต่ผมกลับมองเห็นใบหน้าอีกฝ่ายได้ชัดเจนเหมือนเดิมเป๊ะ เมื่อมีโอกาสได้สบตากับอีกฝ่ายตรงๆ แล้ว ความรู้สึกคุ้นเคยก็แล่นพล่านเข้ามา


ผมเคยเจอเด็กคนนี้หรือเปล่านะ..? ผมคิดไม่ตก คือหน้าอีกฝ่ายคุ้นมากๆ คุ้นจนผมติดใจว่าแบบต้องเคยเดินสวนหรือเคยเผลอไปจ้องหน้าไอ้เด็กคนนี้แน่ๆ ไม่อย่างนั้นจะรู้สึกคุ้นถึงขนาดนี้ได้ยังไง


ผมพยายามเค้นความทรงจำทั้งหมดจากในสมองออกมา ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมอาจจะไม่มีสมองคิดแล้วก็เถอะ แต่..แต่ผมรู้สึกคุ้นจริงๆนะ ปกติผมเป็นคนจำหน้าใครไม่ค่อยเก่ง ถ้าคุ้นถึงขนาดนี้แสดงว่าอย่างน้อยก็ต้องเคยเจอหรือพูดคุยกันสิ


ผมคิดไม่ตกพอๆ กับที่อีกฝ่ายจ้องผมราวกับกำลังคิดว่าจะชำแหละส่วนไหนก่อนดีแบบคิดไม่ตกเช่นเดียวกัน


หลังจากที่จ้องหน้ากันนานระดับถ้าเป็นปลากัดคงท้อง อีกฝ่ายก็จรดปลายดินสอแล้วออกแรงกดอย่างแรงลงบนร่างกายของผม


“.....”


โอเค.. ผมว่าผมรู้แล้วล่ะว่าตัวเองเป็นอะไร


ความจริงผมเริ่มเอะใจตั้งแต่โดนพลิกแต่ยังจ้องหน้าอีกฝ่ายได้นั่นแหละ แสดงว่ามันต้องเป็นของอะไรบางอย่างที่มีหลายชั้นหรือหลายหน้า แต่ผมแค่ไม่อยากทำใจยอมรับเท่านั้นแหละ


โดยปกติแล้วผมเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือและติดตามข่าวสารพอสมควร เลยทำให้รู้ว่าช่วงหลังมานี้นิยายที่ตัวเอกตายแล้วเกิดใหม่มีเยอะมาก ไม่ว่าจะเกิดใหม่ไปต่างโลก เกิดใหม่ไปเป็นองค์ชายต่างๆ ซ้ำแนวนี้ยังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ


ตัดภาพมาที่ผมเกิดใหม่เป็นสมุดโง่ๆ เล่มหนึ่ง


เหี้ยอะไรวะเนี่ย


ผมรู้สึกเหมือนถูกทำร้ายทางจิตใจอย่างแสนสาหัส ความซวยไม่เคยเข้าใครออกใครจริงๆ นั่นแหละ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่มีชีวิตอยู่หรือตอนที่ตายไปแล้วชีวิตก็ยังคงรักษามาตรฐานความซวยเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ดูสิขนาดไปเกิดใหม่แทนที่จะได้เป็นเจ้าชายโลกอื่นหรือเป็นเศรษฐีกลับกลายเป็นสมุดเฉย..


อย่างน้อยถ้าชีวิตจะซวยบัดซบขนาดนี้ขอเกิดเป็นคนก็ยังดี..!


ผมเริ่มคิดหนักว่าตัวเองจะต้องทนอยู่ในสภาพบ้าๆ แบบนี้ไปอีกกี่ปี ดูจากสภาพแล้วกระดาษใช้เวลาย่อยสลายหกเดือน แต่ว่าด้วยตวามซวยขั้นสุด หน้าปกสมุดดันเป็นพลาสติกแข็งซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาหลายร้อยปี


แสดงว่าตอนนี้ผมมีอายุหลายร้อยปีเลยงั้นสิ อายุยืนยาวกว่ามนุษย์ซะด้วย.. แปลว่านี่ผมต้องทนอยู่ในสภาพบ้าๆ นี่ไปอีกหลายร้อยปีงั้นสิ


อ๊าก!


ผมกรีดร้องอย่างคลุ้มคลั่งเหมือนคนสติแตกในใจ ภาวนาขอให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นเป็นแค่ความฝัน ขอให้ผมตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองแอบนอนฟุบหลับอยู่ในออฟฟิศที่ทำงานแล้วไม่ได้ไปหาลูกค้า ถ้าเรื่องราวทั้งหมดเป็นแบบนั้นยังดีกว่าตอนนี้เยอะ


ผมกล่อมตัวเองให้หลับ กล่อมซ้ำไปซ้ำมาจนในที่สุดผมก็ผล็อยหลับไปโดยที่ไม่ทันรู้สึกตัว


…………………………………………………


…………………………………….


แล้วหลังจากนั้นผมก็ตื่นขึ้นมาตอนเช้าในสภาพที่เป็น.. ‘สมุด’ เหมือนเดิมเป๊ะ


ม่ายยยยยยย!!!


แม่งเอ๊ย ผมได้แต่ครวญครางในใจแต่ออกเสียงไม่ได้ ถึงจะพยายามกรีดร้องดังขนาดไหนแต่เสียงก็ไม่ออกจากปากเลย แล้วยังไง ผมจะต้องอยู่ในร่างนี้ไปอีกหลายร้อยปีเลยหรือ ชิบหายล่ะ


ผมรู้สึกอยากจะร้องไห้ แต่ก็ไม่มีน้ำตาออกมาสักหยด นั่นสิ สมุดจะร้องไห้ได้ยังไง ในระหว่างที่ผมกำลังกระวนกระวายอยู่นั้น เด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นจากเตียงอย่างเซื่องซึมแล้วเดินไปอาบน้ำ ล้างหน้าก่อนจะวกกลับมาหยิบผมยัดลงในกระเป๋านักเรียน


ผมรู้สึกปลงตกอย่างบอกสาเหตุไม่ได้ ระหว่างทางที่อีกฝ่ายไปโรงเรียนนั้นผมก็ใช้เวลาสงบสติอารมณ์ก่อนจะเหลือบมองข้อความที่ถูกเขียนอยู่บนหน้าแรก


เนื่องจากว่าเมื่อวานผมกำลังอยู่ในสภาวะสติแตกเลยทำให้ไม่ทันได้สังเกตข้อความที่อีกฝ่ายเขียน เมื่อมีเวลาแล้วผมก็รีบดูข้อความบนร่างกายตัวเองอย่างรวดเร็ว


ข้อความที่เขียนอยู่บนกระดาษนั้นเป็นประโยคสั้นๆ จนเกือบจะเรียกได้ว่าแทบจะกลายเป็นวลีหรือคำอยู่แล้ว แต่ว่ามันมีหลายข้อความที่ถูกเขียนอยู่บนหน้าแรก


‘ไม่อยากไป’


‘เจ็บ’


‘เสียใจ’


‘อึดอัด’


ทำไมถึงมีแต่ข้อความแนวลบทั้งนั้นล่ะ


ผมหยุดอ่านข้อความก่อนที่จะอ่านแล้วรู้สึกจิตตกไปมากกว่านี้ ข้อความที่ถูกเขียนบนหน้าแรกนั้นมีแต่ความรู้สึกหดหู่และแนวที่อ่านแล้วรู้สึกอึดอัด ขืนอ่านต่อมากกว่านี้บางทีผมอาจจะรู้สึกหดหู่จนพลอยอยากตายไปด้วย


ความสงสัยของผมหยุดลงเมื่อเด็กหนุ่มคนนั้นเอาตัวผมยัดเข้าไปในลิ้นชักใต้โต๊ะเรียนแบบไม่ปราณี แถมยังยัดไว้จนอยู่ในสุดอีก


หลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันในห้องดังขึ้น ก่อนที่จะตามมาด้วยความเงียบแล้วเริ่มกลายเป็นเสียงกระซิบแทน


ข้างนอกกระซิบอะไรกันผมไม่ได้ยินหรอก แต่รู้แค่ว่าหลังจากนั้นโต๊ะก็สั่นสะเทือนอย่างแรงเหมือนมีอะไรบางอย่างมาชน ก่อนที่โต๊ะก็ล้มลงไปพร้อมๆ กับเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาพอดี


“ไอ้ลูกขี้คุก มึงยังกล้ามาโรงเรียนอยู่อีกเหรอวะ” เสียงหัวเราะเยาะนั้นดังขึ้นทันทีที่ประโยคนั้นเอ่ยจบ ในขณะที่ผมได้แต่งุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลูกขี้คุก? หมายถึงเด็กหนุ่มคนที่เป็นเจ้าของผมน่ะนะ..? “ว่าแต่มึงหาหนังสือเรียนเจอยัง?”


เด็กหนุ่มเงียบไปนานมาก ในขณะที่อีกฝ่ายรีบพูดเยาะเย้ยต่อ “อ่อ กูลืมไปเลยว่ามึงเป็นใบ้ แต่ก็สมกับที่มึงเป็นลูกขี้คุ-”


ผัวะ!


ผมเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแค่ปลายเท้าก็จริง แต่พอคาดเดาได้ว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเข้าไปชกใบหน้าอีกฝ่าย


“โอ๊ย! ไอ้เวรนี่มึงกล้าต่อยกูเหรอ!” อีกฝ่ายว่าก่อนจะเดินตรงเข้ามากระชากคอเสื้อเด็กหนุ่มอย่างแรง แล้วหลังจากนั้นผมก็ได้ยินเสียงชกตามมาติดๆ


ผมไม่รู้หรอกว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายโดนต่อยหรือเป็นฝ่ายต่อย แต่ถ้าเป็นไปได้ขอให้ไอ้หมอนั่นที่เข้ามาหาเรื่องโดนต่อยทีเถอะ


คำพูดพวกนี้ผมฟังแล้วยังรู้สึกหงุดหงิดแทนเจ้าตัวเลย ไอ้เรื่องแบบนี้นี่มันไม่ได้เกี่ยวกับเด็กหนุ่มคนนั้นเลยไม่ใช่หรือไง? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่พ่อแม่ติดคุก อีกฝ่ายก็ไม่ได้เป็นคนทำผิด เป็นใบ้ก็เป็นเรื่องของอุบัติเหตุอีก


หลังจากนั้นเสียงต่อสู้ก็จบลงแล้วตามมาด้วยเสียงของครูที่ดังขึ้นบอกให้ทั้งคู่ตามมาที่ห้องพักครูด้วยกัน ไม่นานนักห้องก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ก่อนจะตามด้วยเสียงนินทาที่ดังกว่าเมื่อครู่


“ไอ้กวีดูน่ากลัวเป็นบ้าเลยว่ะ”


“ไม่เห็นแปลกเลย มันไม่มีพ่อ แถมยังถูกแม่ทำร้ายตอนเด็กอีก” เสียงเล็กแหลมดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงพ่นลมหายใจ “ไม่มีพ่อแม่สั่งสอนก็เป็นแบบนี้ วันดีคืนดีแม่งอาจจะลุกขึ้นมาฆ่าคนก็ได้”


อะไรเนี่ย


ผมรู้สึกหงุดหงิดมากจนทนฟังไม่ไหวเลยพยายามเมินคำพูดทั้งหมด ตรรกะอะไรของพวกนี้กัน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองหลุดเข้ามาอยู่ในโลกที่สาม แล้วมีคนตรรกะเพี้ยนๆ เต็มโลกไปหมด เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็มีแต่พวกมันนั่นแหละที่มาหาเรื่องก่อน


ผมพยายามทำความเข้าใจว่าพวกนี้ยังเด็กเลยขาดการคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำหรือไม่ควรทำ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกชอบใจกับเรื่องนี้เลยก็ตาม


ความจริงถ้าเกิดเด็กหนุ่มคนนั้นถูกแกล้งตอนอยู่ที่โรงเรียน ผมก็ไม่แปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมข้อความที่ถูกเขียนอยู่บนสมุดเป็นด้านลบทั้งหมด คนเราถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ถูกกลั่นแกล้ง ถูกล้อปมในใจ ถูกเยาะเย้ย แล้วไม่มีเพื่อนเลยสักคนเดียวจะทนได้มากแค่ไหนกัน


แม้แต่ตัวผมยังตอบไม่ได้เลยว่าตัวเองจะทนได้นานมากที่สุดเท่าไร


……………………………………………………………….


………………………………………………


เมื่อเรียนจบผมก็ถูกยัดใส่กระเป๋าพากลับมาที่บ้านเหมือนเดิม ผมรู้สึกหดหู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้พอสมควร ถ้าเป็นไปได้ผมก็ไม่อยากเมินเฉยแล้วแสร้งทำเหมือนว่าตัวเองไม่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมอยากช่วยเด็กหนุ่มคนนี้ให้พ้นจากสถานการณ์แบบนี้มากกว่า


แต่ว่ายังไงล่ะ..?


ความจริงอันโหดร้ายคือผมเป็นสมุดที่ทำได้แต่นอนนิ่งแล้วปล่อยให้คนหยิบไปหยิบมา จะขยับร่างกายของตัวเองหรือเปิดปากพูดก็ไม่ได้ ลองคิดเพียงแค่ว่าถ้าขยับร่างกายไม่ได้ พูดไม่ได้ จะขอความช่วยเหลือหรือช่วยใครสักคนนี่มันเป็นเรื่องยากเกินไปแล้ว! แค่เอาตัวเองให้รอดยังลำบากเลย


ตลอดทางกลับบ้านนั้นผมคิดไม่ตกตลอดทั้งวัน ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคิด แต่แล้วผมก็ไม่สามารถคิดหาวิธีช่วยใดๆ ได้เลย


เรื่องจะไปช่วยแทนนี่เลิกคิดไปได้เลย ดังนั้นทางเลือกที่มีอยู่จึงเหลือเพียงแค่ให้คนอื่นช่วยเท่านั้น แต่จะขอความช่วยเหลือจากคนอื่นยังไง..?


“.....”


ผมคิดจนรู้สึกไม่อยากคิดอะไรอีกต่อไป เพราะความจริงแล้วนั้นไม่ว่าจะลองคิดยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้แบบเห็นๆ


ความคิดทั้งหมดของผมหยุดลงเมื่อตัวของผมถูกดึงออกมาจากกระเป๋า ก่อนที่เด็กหนุ่มคนนี้จะเริ่มหยิบดินสอขึ้นมาแล้วเขียนข้อความ


‘ฉัน...’


หลังจากที่อีกฝ่ายเขียนออกมาได้แค่นี้ กวีก็หยุดมือที่กำลังเขียนข้อความไปครู่ใหญ่ก่อนจะเขียนต่อ


‘...ไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราถึงมีชีวิตอยู่บนโลกนี้’


“....”


ผมมองข้อความที่ถูกเขียนบนสมุดแล้วไม่แน่ใจว่า ข้อความนั้นต้องการคำตอบแนวไหน ระหว่างแนวปรัชญา วิทยาศาสตร์หรือว่าความจริงแล้วแค่ต้องการบ่นกับตัวเองเฉยๆ ว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว แต่เพราะไม่อยากเขียนคำนั้นตรงๆ เลยเลี่ยงใช้คำอื่นแทน


‘ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่ามนุษย์เกิดมาเพื่ออะไร..’


‘โดยเฉพาะขยะอย่างพวกมัน’


เดี๋ยวๆ


ประโยคก่อนหน้านี้ทำผมคล้อยตามรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยอีกฝ่ายไปแล้วเรียบร้อย แถมพร้อมคิดแผนจะไปแก้แค้นอีกฝ่ายให้เลยต่างหาก แต่ประโยคถัดมานี่อะไรกัน ผมรู้สึกตั้งสติไม่ทัน ก่อนจะมองข้อความที่ถูกเขียนต่อลงมาอย่างรวดเร็ว


‘แต่น่าแปลกที่พวกมันทำร้ายคนอื่นแต่ก็ยังมีคนสนับสนุน ในขณะที่ฉัน..’


‘.....’


‘..หรือว่าความจริงแล้วเป็นฉันต่างหากที่ไม่ควรมีชีวิตอยู่..’


ผมอ่านข้อความในสมุดนี้แล้วรู้สึกหดหู่แปลกๆ จนต้องพยายามเลี่ยงที่จะไม่อ่านข้อความบนนั้น ความจริงแล้วการที่กวีเป็นพวกไม่ค่อยยอมใครก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ว่าในสภาพแวดล้อมแบบนี้ยิ่งตอบโต้ไปก็ยิ่งเจ็บหนัก ยิ่งนิ่งเฉย อีกฝ่ายก็ยิ่งได้ใจ


หลังจากที่เห็นเหตุการณ์ในวันนี้ ผมก็เริ่มคิดหนักถึงความเป็นไปได้บางอย่าง


ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่เรื่องบังเอิญจริงหรือ..?


---------------------------------------------------------------------------------



[Talk]

ฝากนิยายเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ U_U






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 707 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #3542 Tono_Miya (@tongmiya) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 11:54
    แอบเอ๊อะ ตอนขยะอย่างพวกมัน 5555555 เป็นไดอารี่จะทำไรได้มั่งเนี้ยยยย
    #3542
    0
  2. #3517 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 01:51
    สงสารกวีอ่ะ
    #3517
    0
  3. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 00:48
    ขอให้ช่วยได้สักอย่างเถอะนะ
    #3447
    0
  4. #3417 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 23:16
    ไดอารี่จะทำไรอ่ะะ
    #3417
    0
  5. #3202 Blackywink (@fiiw-xx) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 15:14
    เป็นเรื่องที่อ่านมายังเดาทางไม่ออกเลยว่าไดอารี่จะทำไรได้555555
    #3202
    0
  6. #3142 trois.z (@terd3232) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 19:45
    หูยยย สงสารกวี เนื้อเรื่องเดาทางไม่ถูกเลยอะ ฮ่าๆๆ ติดตามค่ะ ><
    #3142
    0
  7. #3084 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 22:49
    สงสารกวี
    #3084
    0
  8. #3068 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 17:08
    พระเอกตอบกลับไม่ได้หรอ...
    #3068
    0
  9. #2805 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 22:32
    มองเนื้อเรื่องต่อไปไม่ออกเลยค่ะ
    #2805
    0
  10. #2684 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:33
    โอ้ย จะทำไงดีล่ะทีนี้ จะช่วยกวียังไง
    #2684
    0
  11. #2470 warat_sariyawut (@warat_sariyawut) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 00:27
    อยากให้นายเอกพูดได้หรือตอบโต้ข้อความได้เหมือนสมุดของทอมริดเดิลจากเรื่องแฮรี่อ่ะ
    #2470
    0
  12. #2170 Ren_kung (@Ren_kung) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 06:10
    อื่ม....เวลาจะคุยกันนี่จะคุยยังไงนะ? งงงวย แบบว่าพอไดคุงคิดจะพูดแล้วตัวอักษรก้จะปรากฏในสมุดขึ้นมาเลยแบบนี้รึป่าว? คิดภาพคนรักกับไออารี่ไม่ค่อยออกเลยค่ะถถถ
    #2170
    0
  13. #1944 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 21:15
    น้องน่าสงสารมาก ;-; ช่วยน้องให้ได้นะะ
    #1944
    0
  14. #1907 ทวะ. (@Atomy_Dek-D) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 13:53
    งืมมีทางที่จะติดต่อกับกวีไหมง่า สงสารน้องอยู่คนเดียว
    #1907
    0
  15. #1539 anongnart2545 (@anongnart2545) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 16:32
    อู้ววววววว
    #1539
    0
  16. #1486 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 21:31
    นั่นสิ แล้วจะช่วยยังไง คืออ่านไปแล้วหดหู่ตามเลยอ่ะ
    #1486
    0
  17. #1327 ตีฟอง (@Puttinat_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 13:11
    เรานึกถึงสมุดบันทึกของทอมริดเดิ้ลอ่ะ ว่าแล้วก็อยากอ่านฟิคแฮรี่พอตเตอร์ 5555
    #1327
    0
  18. #1308 fumio101 (@fumio101) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 23:41
    ไดอารี่ต้องช่วยกวีให้ได้นะ แล้วจะช่วยยังไงอะ 5555
    #1308
    0
  19. #1182 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 22:37
    จะรักกันยังไงน่ะ555555555
    #1182
    0
  20. #1075 เมจิกโคโค (@09956324) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 06:34
    สัมผัสถึงความดาร์ก
    #1075
    0
  21. #1034 Sei-chan (@sofeeyanee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 10:24
    หรือจะเป็นแบบไดอารี่ของทอม ริดเดิ้ลในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์อ่ะ
    #1034
    0
  22. #398 pt2558 (@pt2558) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 18:00
    ตอนเเรกนึกว่านายเอกมาเกิดในเรื่องราวได้อารี่ความฝันของใครเเบบนี้
    ถึงไม่ถึงว่าจะเป็นเเบบนี้55555
    เเต่เเหวกเเนวดีค่ะ น่าติดตาม
    #398
    0
  23. #363 Koo_Toon (@Koo_Toon) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 23:30
    อ่านข้อความของกวีแล้วรู้สึกหดหู่ตามเลย ;-;
    #363
    0
  24. #301 กะเทย. (@Mice112) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 22:11
    พี่สมุดดดดด มีคสามเวิ่นเว้อกับตัวเองมาก นี่ถ้าเป็นเจ๊โผล่ไปเกิดแบบนั้นคงอึดอัดตายอ่ะ เจ๊อยากพูด อยากเม้าท์!!!!
    #301
    0
  25. #251 Tanee Lov (@baitong_55) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 12:56
    สงสารอะ พี่สมุดจะำอะไรได้บ้าง
    #251
    0