เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 104,905 Views

  • 3,701 Comments

  • 5,863 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,497

    Overall
    104,905

ตอนที่ 20 : หน้าที่19 ยึดติด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 792 ครั้ง
    8 เม.ย. 61

ด้วยความที่ผมนัดกับกวีเอาไว้ที่บ้านเลยไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องรีบนอนในตอนนี้ กลางดึกตอนสี่ทุ่มผมเลยนั่งเปิดหนังผีบนเน็ตฟลิกซ์ด้วยความสบายใจ หลังก็เอนลงกับพนักผิงเก้าอี้แล้วดูด้วยความใจจดใจจ่อ


ปกติเด็กผู้ชายคนอื่นนั่งดูเอวีกัน ตัดภาพมาที่ผมนั่งดูหนังผีไม่ก็หนังระทึกขวัญก่อนนอนทุกคืน ผมเป็นคนกลัวผีก็จริง แต่พอไม่ได้ดูก่อนนอนแล้วรู้สึกเหมือนอะไรบางอย่างในชีวิตขาดหายไป


ถามว่าหลังจากดูหนังผีแล้วผมหลับลงไหม? นั่นสิ ก็นอนไม่หลับไง แต่ว่ามันติดไปแล้ว บางทีผมอาจจะเป็นพวกชอบทำร้ายจิตใจตัวเองเล่นๆ ด้วยการนั่งดูสิ่งที่ตัวเองกลัวก็เป็นได้


ระหว่างที่กำลังดูอย่างตั้งใจอยู่นั้น ผีก็โผล่เข้ามาแฮ่! ใส่เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นพอดี


ผมสะดุ้งสุดตัว เกือบเผลอร้อง “เชี่ย” ออกมา เมื่อเริ่มตั้งสติได้ผมกดหยุดหนังที่กำลังดูอยู่ มือข้างหนึ่งก็คว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับสายแล้วกรอกเสียงหงุดหงิดลงไปอย่างรวดเร็ว “สวัสดีครับ”


ปลายสายเงียบไม่ตอบอะไรกลับมา มีเพียงเสียงหายใจต่ำๆ เหมือนคนกำลังกลั้นหายใจหรือหอบอย่างหนักหน่วงอะไรแบบนั้น


ผมเลิกคิ้วในขณะที่พูดทวนซ้ำ ความหงุดหงิดที่ถูกรบกวนระหว่างดูหนังผีเริ่มจางลงไปบ้างจนเหลือแต่ความงุนงง “ใครครับ..?”


ผมชักคิดนิดหน่อยแล้วว่าคงไม่ใช่พวกโรคจิตโทรมาแล้วกำลังช่วยตัวเองอะไรแบบนี้อยู่ใช่ไหม ทำไมถึงมีเสียงหอบหายใจด้วย ผมดึงโทรศัพท์ออกมาจากหูในขณะที่สายตามองเบอร์ที่อยู่บนหน้าจอเด่นหรา


‘กวี’


จากที่กำลังคิดว่า เออ เดี๋ยวกราดด่าสักรอบค่อยวางสาย ผมรีบแนบมือถือเข้ากับหูตัวเองแล้วพึมพำ “กวี? เอ่อ ..ขอโทษนะ เมื่อกี้ฉันไม่ทันดูรายชื่อคนที่โทรมา”


กวียังคงเงียบไม่ตอบอะไรเหมือนเดิม นั่นสิ ถ้าตอบอะไรได้คงเป็นเรื่องน่าแปลกใจกว่า ผมรู้สึกงุนงงสับสนนิดหน่อย อีกฝ่ายจะโทรมาหาทำไมถ้ารู้ว่าตัวเองพูดไม่ได้


หรือว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นหรือเปล่า..? ผมเริ่มเครียดขึ้นมา ในขณะที่ผมได้ยินเสียงกลั้นหายใจสลับกับเสียงหอบ ผมก็เริ่มคิดหาเหตุผลอย่างจริงจังถึงความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะโทรมา


ช่วยตัวเอง..?


ไม่ล่ะ ผมไม่คิดว่ากวีโรคจิตขนาดนั้น


ขอความช่วยเหลือ..?


ผมหยุดคิด ดูเหมือนจะมีความเป็นไปได้สูงที่กวีจะขอความช่วยเหลือ พอเปิดสปีกเกอร์โฟนแล้วฟังดีๆ แล้ว ผมถึงรู้สึกเหมือนกับว่า..ตัวเองได้ยินเสียงร้องไห้


ผมอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ขณะพึมพำชื่อเรียกอีกฝ่ายซ้ำ “กวี..?”


พอผมดึงหน้าจอมือถือกลับมาดูถึงเห็นว่ากวีกดวางสายไปแล้ว ผมเหม่อมองหน้าจอโทรศัพท์นั้น ในใจพยายามบอกตัวเองให้มองโลกในแง่ดีว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก แต่..แต่จะไว้ใจได้ยังไงว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ผมหวนนึกถึงภาพตอนที่กวีจับผมยัดเข้าลิ้นชัก จากนั้นก็ตัดภาพมาอีกทีตอนที่เขาตายแล้ว


พอย้อนคิดถึงเรื่องราวทั้งหมดร่างกายของผมก็สั่นสะท้านด้วยความกลัว ดูเหมือนว่าภาพตอนที่กวีตายจะติดค้างในความทรงจำผมอยู่นานมากจนถึงขั้นเกือบจะกลายเป็นภาพหลอน


ผมขยับตัวลุกขึ้นยืน มือรีบเลื่อนเม้าส์สั่งปิดคอม ในขณะที่ดึงมือถืออกจากสายชาร์ต หยิบกุญแจใส่กระเป๋าแล้วรีบตรงไปยังบ้านของกวี


…………………………………………………….


…………………………………..


ตอนแรกที่กดกริ่งแล้วไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูนั้นผมก็เริ่มร้อนรนใจขึ้นมา ไฟในบ้านยังเปิดอยู่ ผมลังเลไปอึดใจหนึ่ง ภาวนาให้กวียังมีชีวิตอยู่แล้วกดกริ่งซ้ำครั้งที่สอง


ไม่นานนักผมก็ได้ยินเสียงเปิดประตูบ้าน เมื่อเห็นว่ากวียังไม่ตายผมก็โล่งอกนิดหน่อย ทว่าทันทีที่มือของเขาเอื้อมมาไขประตู ผมก็เห็นหยาดเลือดไหลลงมาตามข้อมือขาวสะอาดนั้น


ทันทีที่กวีเปิดประตูบ้านเสร็จ ผมรีบโผเข้าไปหาอีกฝ่ายด้วยความร้อนรนแล้วพึมพำด้วยน้ำเสียงติดจะสั่นๆ “อะ..อะไร..ทะ..ทำไม..นายเลือดออก” ผมจับข้อมืออีกฝ่ายขึ้นมาดู หยาดเลือดยังคงไหลประปรายลงมาตามรอยกรีด


ไม่รู้ว่านี่จะนับเป็นหนึ่งในโชคดีของผมหรือเปล่า แต่ผมดีใจที่ตัวเองไม่ได้มาช้าจนเกินไป ถ้าผมไม่ได้สังหรณ์แปลกๆ แล้วไม่มาอะไรจะเกิดขึ้นนะ.. ผมคิดอะไรบางอย่างวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหยุด ถึงผมไม่รู้ว่ากวีตั้งใจจะฆ่าตัวตายหรือเปล่า แต่ผมก็รู้สึกดีที่มาก่อนอีกฝ่ายจะทำร้ายตัวเองไปมากกว่านี้


ผมพาอีกฝ่ายเข้าไปในบ้านด้วยกันโดยไม่รอแม้แต่จะรอเขาทักท้วง ทันทีที่ปิดประตูบ้านเสร็จผมก็จับให้กวีนั่งลงตรงห้องกินข้าวแล้วหยิบยาในชั้น


ขณะที่กำลังหยิบของอยู่นั้นผมรู้สึกเหมือนบรรยากาศเงียบจนน่าอึดอัด ผมเลยพยายามชวนอีกฝ่ายคุยไม่ให้เกิดอาการฟุ้งซ่านขึ้นมาอีก “ทำบ้าอะไรของนาย คิดจะฆ่าตัวตายหรือไง”


ผมหยิบยามาวางบนโต๊ะ กวีจ้องมองผมนิ่งแต่ไม่มีทีท่าว่าจะเขียนหรือหยิบมือถือขึ้นมาตอบคำถาม ผมเลยถอนหายใจเฮือก เลื่อนเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ แล้วคว้าข้อมืออีกคนขึ้นมาวางบนโต๊ะ มืออีกข้างหนึ่งก็เปิดกล่องใส่สำลีออก


“..ทำไมอยู่ๆ ถึงคิดจะฆ่าตัวตายขึ้นมา?” ผมถามอีกฝ่าย ในขณะที่ใช้สำลีชุบแอลกอฮอลทำความสะอาดรอบบาดแผล ยิ่งก้มมองข้อมือขาวสะอาดนั้นแล้วผมก็ยิ่งรู้สึกกระอักกระอ่วน ลางสังหรณ์อะไรบางอย่างกำลังบ่งบอกว่า เกี่ยวกับผมอีกหรือเปล่าวะเนี่ย? ไม่อย่างนั้นกวีจะเงียบ ทำหน้าเหมือนกำลังไล่ให้ผมไสหัวไปทำไม “อยู่กับฉันไม่มีความสุขจนถึงขั้นต้องฆ่าตัวตายเลยหรือ..?”


ผมเหลือบขึ้นมามองใบหน้าอีกฝ่าย สีหน้าของกวียังคงราบเรียบเหมือนเดิม หลังจากที่ใช้คอตตอนบัดชุบทิงเจอร์ทาบนบาดแผลแล้วผมก็เอาผ้าก๊อซปิดเพื่อห้ามเลือด ทันทีที่จัดการกับแผลอีกฝ่ายเสร็จเรียบร้อยผมก็เอื้อมมือไปกอดร่างนั้นเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยเมื่อไรร่างนั้นจะแตกสลาย


“ห้ามฆ่าตัวตายอีกนะ..” ผมพึมพำด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกำลังกระซิบ กอดเขาไว้แน่นขึ้นก่อนจะพูดย้ำ “ฉันอยู่บนโลกนี้ไม่ได้ถ้าขาดนาย เพราะงั้น..ก่อนจะทำอะไรอย่างน้อยก็ช่วยคิดถึงฉันบ้าง”


พอกลับมาย้อนคิดแล้วผมก็ชักรู้สึกว่าที่พูดไปเหมือนประโยคสารภาพรักแปลกๆ.. แต่ผมแค่พูดออกไปตามความจริงเท่านั้น ผมกลัวเขาตายมาก กลัวถึงขั้นคิดไม่ออกว่าถ้าอีกฝ่ายตายขึ้นมาผมจะใช้ชีวิตอยู่ต่อยังไง


ฟังดูเหมือนผมกำลังยึดติดกับเขายังไงก็ไม่รู้ แต่ผมก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ ในร่างนี้ผมไม่รู้จักใครนอกจากเขา ตอนเป็นสมุดผมก็คุยได้แค่กับกวีคนเดียว เพราะฉะนั้นถ้าผูกพันกันก็ไม่เห็นจะแปลกอะไร ผมรู้จักเขามานานกว่าคนอื่นก็แค่นั้น


กวีนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะเอื้อมมือมากอดผม อยู่ๆ ผมก็รู้สึกเหมือนอีกฝ่ายกอดแน่นราวกับกำลังจะบีบตัวผมให้ตายในอ้อมกอด ผมเลยสะดุ้งออกแรงขัดขืนด้วยการขยับตัวเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเจ็บ


กวียอมปล่อยอ้อมกอดออก ในขณะที่ผมก็ขยับถอยออกมาเหมือนกัน เมื่อผมหันไปจัดการเก็บของทั้งหมดเสร็จ กวีก็ยื่นข้อความมาให้ผมดูพอดี


‘จะค้างคืนหรือกลับบ้าน?’


อีกฝ่ายไม่ได้พูดถึงเรื่องเมื่อครู่อีก ผมที่ไม่คิดจะถามถึงเหตุผลการฆ่าตัวตายของเขาตั้งแต่แรกแล้วก็ไม่ติดใจอะไร ผมลังเลกับคำถามนั้นนิดหน่อย ความจริงแล้วผมวิ่งออกจากบ้านมาตอนสี่ทุ่มเพื่อมาหากวี แถมยังไม่ได้บอกใครในบ้านเลยด้วย ถ้าเกิดพ่อกับแม่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเขาหายไปแล้วแจ้งความจะทำยังไง! จะให้ส่งไลน์ไปหา ผมก็ไม่รู้ชื่อไลน์ของพ่อกับแม่อีก


แต่ถ้าเกิดกลับบ้านไปแล้วกวีจะฆ่าตัวตายหรือทำอะไรแปลกๆ อีกหรือเปล่า


ผมมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความกลัดกลุ้ม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “ตั้งใจว่าจะกลับบ้านน่ะ ฉันยังไม่ได้บอกพ่อแม่เอาไว้เลยตอนที่มาบ้านนาย”


‘งั้นดื่มอะไรก่อนแล้วค่อยกลับแล้วกัน’


“ไม่ต้องหรอก ฉันเกรงใจ”


‘ถือว่าเป็นการขอบคุณ’


ผมถอนหายใจกับความดื้อรั้นของเขา รู้สึกเหมือนกวีก็ดื้อขึ้นมาแบบแปลกๆ ผมเลยพยักหน้ารับในขณะที่สายตาก็ทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง


ทันใดนั้นเสียงเปาะแปะก็ดังขึ้นจากด้านนอกแล้วตามมาด้วยเสียงฝนตกหนักราวกับฟ้าจะถล่มลงมา ดูจากสถานการณ์แล้วกว่าฝนจะหยุดตกคงเช้าพอดี


ผมเหลือบสายตามามองกวีที่กำลังชงไมโลให้ดื่ม ก่อนจะพึมพำขึ้นว่า “เปลี่ยนใจแล้ว ฝนตกแบบนี้ฉันค้างบ้านนายดีกว่า”


กวีหยุดชงไมโลในแก้ว ขณะที่ก้มหน้าพิมพ์ข้อความอะไรบางอย่างลงในมือถือแล้วส่งให้ผมดู ‘เอาร่มฉันไปใช้’


ตอนแรกผมก็คิดว่าจะเอาร่มเขาไปใช้นั่นแหละ แต่คิดดูอีกทีแล้วผมคิดว่าอย่างน้อยถ้าไม่ใจร้ายจนเกินไปก็ควรจะอยู่ค้างคืนเป็นเพื่อนอีกฝ่าย ปล่อยให้คนที่คิดจะฆ่าตัวตายอยู่คนเดียวแบบนี้ดูไม่ค่อยดีเลย


“ไม่ล่ะ คิดอีกทีฉันเป็นห่วงนายด้วย” ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะละสายตาไปมองรอบๆ ห้อง “ฉันไม่อยากให้นายตาย ถ้าเกิดนายอยู่คนเดียวแล้วคิดอะไรแบบนั้นขึ้นมาอีก..”


ผมพูดแค่นั้นแล้วก็เงียบไป ขณะนั้นกวีเอาแก้วชงไมโลวางบนโต๊ะตรงหน้า ผมเลยหยิบมาดื่มจนกระทั่งหมดแก้วแล้วเอาไปล้าง จากนั้นค่อยไปอาบน้ำ


…………………………………………………..


……………………………….


ทำไมผมถึงรู้สึกว่าชุดมันหลวมกว่าที่คิด จากส่วนสูงตามปกติแล้วผมกับกวีสูงไล่เลี่ยกัน แถมหุ่นก็พอๆ กันด้วย ดังนั้นตามปกติแล้วขนาดชุดมันไม่น่าห่างกันมากไม่ใช่หรือไง


ผมมองชุดนอนที่ตัวเองใส่อยู่ด้วยความไม่แน่ใจ ก่อนจะพับขากางเกงนิดหน่อยเพื่อให้เดินสะดวก พอออกมานอกห้องน้ำผมก็เห็นว่ากวีกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนโซฟา


จะว่าไปแล้วปกติกวีเล่นพวกโซเชียลหรือเปล่านะ เขาไม่เคยถามผมถึงเรื่องนี้ ในขณะที่ผมก็ไม่เคยถามเหมือนกัน ดูจากลักษณะนิสัยท่าทางของเจ้าตัวที่ไม่ชอบสุงสิงหรือยุ่งเกี่ยวกับใครแล้ว ผมก็คิดว่ามีความเป็นไปได้สูงมากว่าเขามีแค่ไลน์เอาไว้ติดต่อเท่านั้นแหละ


ผมเดินไปนั่งข้างๆ ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงสงสัย “ทำอะไรอยู่น่ะ”


พอมองดีๆ แล้วผมรู้สึกเหมือนกวีกำลังเล่นเกมอยู่ เมื่อเห็นว่าผมชะโงกมามอง เขาจึงขยับตัวให้ผมดูได้ชัดขึ้นแล้วหันกลับไปเล่นเกมที่อยู่ในมือถือต่อ


ผมนั่งมองเขาเล่นเกมอยู่นาน กวีไม่มีทีท่าว่าจะขยับตัวลุกขึ้นหลังจากผ่านไปชั่วโมงกว่า ผมเหลือบมองนาฬิกาที่เป็นเวลาตีหนึ่งแล้วก่อนจะพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เริ่มง่วงเต็มทน “นายไม่ไปนอนหรือ?”


คำพูดนั้นดูเหมือนผมกำลังไล่เขาอยู่ แต่ก็กำลังไล่จริงๆ นั่นแหละ ในห้องนั่งเล่นนี้มีโซฟาอยู่ตัวเดียว แถมห้องกวีก็มีเตียงเดียว ดังนั้นโซฟานี่เป็นที่นอนของผม ทว่ากวีกลับมายึดไว้เล่นเกมเฉย


กวีกดออกเกมก่อนจะเปิดโน๊ตขึ้นมาแล้วพิมพ์ข้อความลงในมือถือ


‘นายนั่นแหละที่ไม่ไปนอน’


“ก็นายมายึดโซฟาฉันอยู่ แล้วฉันจะนอนยังไง” ผมถามเขาด้วยน้ำเสียงเพลียๆ ในขณะที่กวีพิมพ์ข้อความต่อลงมา


‘นายจะใช้เตียงนั้นนอนก็ได้’


ใช้เตียงกวีนอนน่ะนะ? ไม่มีทาง ขนาดแค่เปิดประตูเข้าไปเห็นเตียงนั้นภาพหลอนก็พุ่งวาบเข้ามาในหัวแล้ว ถ้าไปนอนบนเตียงนั้นผมจะไม่ถึงขั้นฝันร้ายเลยหรือไง!


ผมรีบส่ายหน้าก่อนจะมองโซฟาด้วยสีหน้าเว้าวอนราวกับเห็นเป็นคนรักที่ไม่อยากพรากจาก “ให้ฉันนอนโซฟาเถอะนะ”


กวีถอนหายใจ ก่อนจะเก็บมือถือแล้วคว้าข้อมือของผมให้ลุกขึ้นยืน ในขณะที่ผมกำลังงุนงงอยู่นั้นเขาก็พาผมมาทางห้องนอนแล้ว


ผมกะพริบตา ถามเขาด้วยน้ำเสียงติดจะสั่นเล็กน้อย “อะไร..? พาฉันมาห้องนอนทำไม?”


กวีเปิดประตูห้องนอนนั้นอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ทันให้ผมได้ทักท้วง เขาผลักผมลงบนเตียงอย่างไม่ค่อยทะนุถนอมเท่าไรแล้วเดินไปล็อกประตูห้อง


ตอนที่กวีฉุดกระชากเข้ามาในห้องนั้นผมรีบหลับตาอย่างรวดเร็วเพราะกลัวภาพนั้นจะโผล่มาหลอกหลอน จนกระทั่งเมื่อได้ยินเสียงล็อกประตูห้องผมก็พยายามเลี่ยงไม่มองเตียงที่กำลังนั่งอยู่แล้วถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจกับความคิดอีกฝ่าย


ดูเหมือนกวีจะรู้ว่าผมกำลังงงอยู่ เขาเลยพิมพ์ข้อความลงบนมือถือแล้วส่งให้ผมดู


‘ในเมื่อตกลงกันไม่ได้ก็นอนด้วยกันนี่แหละ’


โอเค ฟังดูเป็นข้อตกลงที่เป็นเอกฉันท์ดี ในขณะที่ผมกำลังจะล้มตัวลงนอนด้วยความง่วงนั้นผมก็รำลึกขึ้นมาได้ว่า ไม่ใช่ว้อย ที่ผมปฏิเสธไม่นอนเตียงเขาเพราะกลัวภาพนั้นจะมาหลอกหลอนต่างหาก!


ผมบอกเรื่องนี้กับกวีไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นผมจะคิดว่าทนทำใจปลงตกนอนให้มันหลับๆ ไปล่ะกัน อีกฝ่ายเดินตรงเข้ามานั่งตรงเตียงก่อนจะเอนตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้น


โชคดีที่เตียงไม่ค่อยแคบ ขนาดนอนกันสองคนผมก็ยังรู้สึกว่าพื้นที่มันกว้างแบบไม่อึดอัดอยู่ดี ผมหันหน้าเข้ากำแพงก่อนจะผล็อยหลับไปอย่างรวดเร็ว


……………………………………….


………………………..


เขาจ้องมองร่างที่หลับไปแล้วด้วยแววตานิ่งเรียบ ร่างของอีกฝ่ายเคลื่อนไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ เด็กหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งเมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายหลับไปแล้วก่อนจะเอื้อมมือสัมผัสใบหน้านั้นด้วยความหลงใหล


สายตาเลื่อนลงมามองยังข้อเท้าเล็กข้างล่าง คิดว่าถ้าเกิดเอาค้อนทุบข้อเท้านั้นให้แตกไปได้เลยก็คงดี เพียงแต่เขายังอยากให้อีกฝ่ายยังคงมีขาสวยๆ เอาไว้ใช้เดินไปมาอยู่


เด็กหนุ่มขยับตัวก่อนจะก้มลงไปใต้เตียงเพื่อหยิบสายโซ่ขึ้นมา


----------------------------------------------------------------------------------


[Talk]

จากคอมเมนต์ตอนที่แล้วอยากบอกว่า อย่าเพิ่งเชียร์กวีให้ขังตะวันนะคะ มันจะเข้ารูทแบดเอนด์ไปเลย55555555555555555555555555 ความจริงแล้วความคิดกวีไม่ใช่เรื่องดีด้วย ดังนั้นอย่าเพิ่งเข้าร่วมด้านมืดไปกับกวีค่ะ

เจอกันวันศุกร์หน้าค่ะ 

ป.ล.เพิ่งเห็นว่าเรื่องนี้ได้รับการโหวตจากนักอ่านขึ้นหน้าแรกๆ ด้วย 5555555555 ขอบคุณทุกคนที่ช่วยกันโหวตให้คนอื่นได้มาอ่านความยันของกวีกันนะคะ (*´▽`*)





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 792 ครั้ง

192 ความคิดเห็น

  1. #3684 คนที่เงียบๆ (@bell8888) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 23:26

    .ขย้ำตุ๊กตาลุ้นแล้วว

    #3684
    0
  2. #3659 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:19

    กลัวแล้วว

    #3659
    0
  3. #3643 tnoonnp- (@0891998271) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:26
    อย่าทำพี่เขานะกวี
    #3643
    0
  4. #3637 MatteMe (@do-llll) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:32
    ผิดไหมถ้าจะบอกว่าเกลียดกวีตั้งแต่เริ่มอ่านเลย เราอธิบายไม่ถูก แต่ในความรู้สึกคือเหลียดกวีมาก และลุ้นให้ตะวันรอดอยู่ตลอดเลย
    #3637
    0
  5. #3608 0984165893 (@0984165893) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 17:19
    ภึงเวลาเผยความยันของน้อง
    #3608
    0
  6. #3603 galaxychacha (@pinkycutecute) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 14:51
    กลัวววววว
    #3603
    0
  7. #3559 Tono_Miya (@tongmiya) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 22:29
    กวีไม่เหมือนคนเก่าตอนก่อนย้ายเลยอ่ะ อันนี้น้องเข้าขั้นบ้าแร้ว 555555 น้องยังพบหมออยุปะคะ แนะนำว่าอย่าขาดนัดนะ
    #3559
    0
  8. #3530 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 16:58
    ไม่เอาน้ากวีน้าาา ของสวยงามเขาไม่ไปไหนหรอกน้าา อย่าทำร้ายให้บอบช้ำเลย
    #3530
    0
  9. #3481 Muttatae (@Muttatae) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 18:12
    ชอบฟิลนี้จังเลยค่ะ555555555
    #3481
    0
  10. #3474 ☪пʏx (@yohime-sama) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 22:17

    เอาจริงๆตะวันเองก็จิตนิดนึงนะ

    ไงดี ยึดติดกับกวีเหมือนกันนั่นแหละ

    ถึงปม้จะไม่เท่ากวีก็ตาม

    #3474
    0
  11. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 02:41
    เอ่อ กวี ใจเย็นๆนะลูก.....

    แต่กุกำลังยิ้มเพราะฟินอยู่ไม่ใช่หรอวะ
    #3456
    0
  12. #3390 yayee25 (@yayee25) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 18:49
    เอิร์ธ คือหวังดี แต่กวีก็ป่วย เลยคิดทำแบบนั้น
    สงสารใครก่อนดี..เฮ้อออ
    #3390
    0
  13. #3386 เบล ม็อท (@iuaa555) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 19:17
    อ่านไปใจเต้นรัวๆเลอออออ ฮือออออ
    #3386
    0
  14. #3296 MR_Amiss (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 15:11
    ล่ามพี่แกไม่ได๊~~~~~ (=0=
    #3296
    0
  15. #3135 Bubble Mint (@pepperminttk) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 14:58
    แม้อยากให้ขังสักแค่ไหน (ขอโทษ เราค่อนข้างชอบ non-con / dub-con Y_Y)
    แต่กวีต้องใจเย็นๆ ก่อนนะ จะมาถึงปุ๊ปจับล่ามเลยบ่ได้
    #3135
    0
  16. #3095 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 13:11
    กลัวกวี
    #3095
    0
  17. #3078 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 18:37
    กลืนน้ำลาย...
    #3078
    0
  18. #2889 O_ga-chan (@O_ga-chan6) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 21:29
    โหวตด้วยคนค่ะะะะ อย่าเข้าสู่ด้านมืดเลยยยย จริงๆกัวใจน้องจะทำร้ายตะวันมากเล่ย ฮือๆ ใจเย็นๆน้าา
    #2889
    0
  19. #2824 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 00:56
    เรื่องมันจะแย่กว่าเดิมมั้ย ตอนนี้ตะวันก็เห็นกวีเป็นคนสำคัญที่สุดแล้วนะ
    #2824
    0
  20. #2702 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 01:41
    กวีเดี๋ยวพ่อแม่เค้ามาตามก็ไม่ได้อยู่ด้วยกันอ่ะ ใจเย็นๆก่อนสิ
    #2702
    0
  21. #2670 Fwanh (@Fwanh) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 14:01
    คิดว่าไมโลมียานอนหลับถ้าตะวันยังจะกลับบ้าน
    #2670
    0
  22. #2479 warat_sariyawut (@warat_sariyawut) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 04:24
    โซ่มาแล้วเหวย
    #2479
    0
  23. #2285 Raven2versus (@Raven2versus) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 18:02
    <p>เชียร์กวี เพราะปากตะวันก็พูดว่าไม่ทิ้งๆ แต่ไปกับผู้หญิงเฉย แถมโกหกด้วยอันนี้เคืองไม่หาย เชอะ</p>
    #2285
    0
  24. #2138 crystaljade (@luggyguy) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 18:20
    เราคิดว่าคนที่บิดเบี้ยวไม่ได้มีแค่กวีคนเดียวหรอก
    #2138
    0
  25. #2106 Ppillow_SUGA (@djangloei) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 01:51
    ฮ้อยยยย กวีรู้กกกก ตะวันก้สู้ๆน้า
    #2106
    0