เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 105,330 Views

  • 3,736 Comments

  • 5,883 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,922

    Overall
    105,330

ตอนที่ 21 : หน้าที่20 สีสัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7701
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 810 ครั้ง
    12 เม.ย. 61

ผมสะลึมสะลือตื่นขึ้นมากลางดึก มือข้างหนึ่งก็ยกนาฬิกาดิจิตอลที่สวมติดตัวขึ้นมาดู พอเห็นว่าเป็นเวลาตีสามผมเลยตั้งใจว่าจะหลับต่อ ในขณะที่กำลังหลับตาลงนั้นผมก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างแปลกออกไป


ผมขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางขยับตัวพลิกมาทางด้านขวาทั้งๆ ที่ยังคงหลับตาอยู่ มือยืดไปด้านขวาแล้วสัมผัสพื้นที่บนเตียง เมื่อรู้สึกได้ว่าคนที่นอนอยู่ข้างๆ หายไปผมก็นิ่วหน้าก่อนจะลืมตาขึ้น


ภาพแรกที่ผมเห็นนั้นคือเงาของวัตถุอะไรบางอย่างบนพื้น เงานั้นเคลื่อนแกว่งไหวเคลือนไปมา ผมกะพริบตากับภาพที่เห็นก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองตามเงานั้น


ภาพที่ผมเห็นทำให้ผมเบิ่งนัยน์ตากว้าง ร่างกายสั่นระริกอย่างไม่อาจควบคุม ผมกะพริบตาถึงสองสามครั้งเผื่อว่าผมจะยังฝันอยู่ แล้วภาพที่เห็นนั้นไม่ใช่ความจริงทว่าต่อให้กะพริบตาถึงหลายครั้ง ภาพก็ยังคงเหมือนเดิม


“กวี..” ผมกระซิบเรียกชื่ออีกฝ่ายก่อนจะผุดตัวลุกขึ้นนั่ง หัวใจหล่นวูบจนแทบตั้งสติไม่อยู่ มือรีบพยายามแกะเชือกที่แขวนคอของเขาออก ทั้งๆ ที่ร่างกายสั่นเทา ในใจภาวนาให้อีกฝ่ายมีชีวิตอยู่ ทว่าปฏิกิริยาของอีกฝ่ายนิ่งมาก..นิ่งเกินไปเหมือนกับคนที่ไม่มีลมหายใจอยู่แล้ว


ในห้องนั้นค่อนข้างมืดเนื่องจากยังเป็นตอนตีสาม ผมเลยไม่เห็นว่าสีหน้าของกวีเป็นอย่างไร แต่ก็เป็นเรื่องดีแล้วผมก็ไม่อยากเห็นเพราะกลัวว่าสิ่งที่กลัวจะเป็นความจริงขึ้นมา


เชือกที่ผูกคออยู่นั้นแน่นมาก แน่นจนผมเริ่มรู้สึกใจเสีย ร่างของอีกฝ่ายยังคงแกว่งไปตามแรงของมือผม ความรู้สึกบางอย่างกำลังกระซิบข้างหูผมซ้ำไปซ้ำมาว่า ‘พอเถอะ เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วไม่ใช่หรือไง จะช่วยไปทำไมอีก’


“กวี..กวี” ผมพึมพำเรียกชื่ออีกฝ่ายซ้ำ สติเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมากขึ้นทุกที มือที่สั่นระริกนั้นก็เริ่มอ่อนแรงลง เลือดในกายพลันเย็นเยียบ พอมือสัมผัสเข้ากับหลังคอเย็นเฉียบของกวี ร่างกายผมพลันนิ่งค้างเสียดื้อๆ


ไม่..ไม่


ภาพของขวดยาที่นอนกลิ้งอยู่บนเตียงนั้นซ้อนทับภาพในตอนนี้ราวกับภาพหลอน ร่างกายของผมอ่อนแรงลงขณะที่ลมหายใจเริ่มขาดห้วง หยาดน้ำตาพรั่งพรูลงมาจากนัยน์ตาทั้งสองข้างอย่างไม่อาจควบคุม


ตัวของกวีเย็นเยียบมาก เย็นจนไม่เหมือนกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ภายในเศษเสี้ยวในใจลึกๆ ผมขอร้องให้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นความฝันแล้วภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าไม่ใช่ความเป็นจริง


ผมได้รับโอกาสในการกลับมาแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดแล้ว ..แต่สุดท้ายผมก็ทำพลาดเหมือนเดิมอีก


ผมทำอะไรผิด.. ผมไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไม ในหัวมีแต่คำถามวนเวียนไปมา คำถามที่ต่อให้ถามตอนนี้ไปก็ไม่ได้คำตอบอะไรอีกแล้ว


ผมพยายามแกะเชือกนั้นสุดชีวิตจนกระทั่งมือถลอก แต่มันไม่ได้มีทีท่าว่าจะคลายออกเลย ลมหายใจของผมเริ่มแผ่วเบาและขาดห้วงลงทุกขณะ ในอกร้อนราวกับมีไฟแผดเผาอยู่ข้างใน


อยู่ๆ ผมก็รู้สึกหายใจไม่ออก ผมพยายามที่จะหอบหายใจเอาอากาศเข้าสู่ร่างกายสุดความสามารถ แต่ยิ่งพยายามเท่าไร มันก็ดูยิ่งไร้ประโยชน์เท่านั้น


หายใจไม่ออก ผมหอบหายใจทางปากด้วยความรู้สึกทรมาน ในขณะที่ร่างกายสั่นเทาและมือเกร็งจนชาอย่างไม่อาจควบคุม ภาพตรงหน้ามืดลงคลับคล้ายเหมือนกับว่าผมกำลังจะหมดสติ ทว่าแรงเขย่าตัวอย่างแรงนั้นทำให้สติของผมเริ่มกลับมาเด่นชัดขึ้นอีกครั้ง


ผมหอบหายใจทั้งๆ ที่ร่างกายยังคงสั่นเทา เมื่อเริ่มตั้งสติได้ผมก็กะพริบตาเพื่อปรับภาพตรงหน้าให้ชัดขึ้น ในครรลองสายตานั้นผมเห็นว่ากวีกำลังมองมายังที่ผมด้วยสีหน้าตื่นตระหนกระคนเป็นห่วง ผมพึมพำเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับกระซิบ “กวี..”


กวีมองผมด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไร เขากวาดตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบมือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์ข้อความลงไปในนั้น


‘ฝันร้าย?’


ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รีบใช้หลังมือเช็ดน้ำตาลวกๆ ก่อนจะพยักหน้ารับ


“ฉันฝันว่านายตาย”


กวีดูเหมือนไม่คาดคิดกับคำตอบของผมสักเท่าไรเลยชะงักไปนานมาก เขามองผมด้วยสายตาอย่างยากจะอธิบายแล้วเอื้อมมาสวมกอดผมแน่นแล้วลูบหลัง


นี่เขากำลังปลอบอยู่ใช่ไหม ผมยิ้มทั้งๆ ที่หมดแรงในขณะที่รับสัมผัสอบอุ่นจากอ้อมแขนนั้นแล้วหลับตาลง ไม่รู้ทำไมอ้อมกอดของเขาถึงทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้น อย่างน้อยผมก็รู้สึกโล่งใจว่าเขายังอยู่ตรงนี้ ไม่ได้จากผมไปไหน


หลังจากที่เริ่มสงบอารมณ์ได้แล้ว ผมถึงค่อยผละตัวออกจากเขา กวีพิมพ์ข้อความในมือถือแล้วส่งให้ผมดู


‘ฉันไม่ไปไหนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันก็จะอยู่ข้างๆ นาย’


ผมรู้สึกสบายใจขึ้นนิดหน่อยหลังจากเห็นคำพูดนั้น ในขณะที่กำลังจะเอนตัวลงนอนก็ขยับขานิดหน่อย ครู่หนึ่งผมรู้สึกเหมือนข้อเท้าข้างขวาของตนเองหนักอย่างไรชอบกลเหมือนมีอะไรถ่วงเอาไว้


ผมเลิกคิ้ว ในขณะที่คิดว่าควรจะดึงผ้าห่มขึ้นมาดูนั้น ผมก็กลัวว่าจะไปรบกวนกวีที่ล้มตัวลงนอนไปแล้ว หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งผมก็ตัดสินใจว่าช่างมัน เดี๋ยวไว้พรุ่งนี้ค่อยตื่นขึ้นมาดูก็ได้ คงไม่สำคัญมากเท่าไร


หลังจากที่ผล็อยหลับไป ผมก็ไม่ฝันร้ายอีก


………………………………………………………


…………………………..


ผมรู้สึกตัวอีกทีตอนที่ตัวถูกใครบางคนกำลังเขย่า ผมลืมตาขึ้นขณะที่ยังคงไม่ตื่นดี เมื่อเห็นใบหน้าของกวีผมเลยถามออกไปด้วยน้ำเสียงงุนงง


“มีอะไรหรือเปล่า?”


กวีผละตัวออกจากผมก่อนจะเหลือบตามองไปยังตำแหน่งที่ผมวางชาร์ตโทรศัพท์เอาไว้ ผมเลยขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง สายตาก็มองไปตามมือถือที่กำลังสั่นก่อนจะคลานไปหยิบ


ตอนที่คลานไปบนเตียงนั้นผมรู้สึกเหมือนกับว่าของบางอย่างที่ถ่วงตรงข้อเท้าหายไป หรือว่าตอนที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาขาไปเตะโดนอะไรเข้าหรือเปล่านะเลยรู้สึกชาๆ


ผมรับโทรศัพท์ที่ส่งเสียงดัง สายตาก็เหลือบมองไปยังข้อเท้าข้างขวาของตัวเอง มันไม่ได้มีอะไรถ่วงเอาไว้ แถมขาของผมก็ไม่ได้รู้สึกหนักอีกแล้ว บางทีตอนนั้นคงเผลอไปเตะโดนอะไรเข้าจริงๆ นั่นแหละ


“ครับ” ผมกดรับก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ในขณะที่แม่พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงร้อนรนแถมยังเหมือนจะร้องไห้อย่างไรอย่างนั้น


“ลูกหายไปไหนกลางดึก พ่อกับแม่เป็นห่วงลูกแทบตาย โทรศัพท์ก็ไม่ยอมรับ!”


ผมชะงักไปเล็กน้อย มือก็ดึงมือถืออกมามองหน้าจอถึงเห็นว่ามันขึ้นสายที่ไม่ได้รับยี่สิบสาย


ยี่สิบสาย..


ผมรีบเอามือถือกลับไปแนบหูแล้วตอบกลับด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน “ขอโทษครับ พอดีว่าเพื่อนจะฆ่าตัวตายผมเลยอยู่กับเขาทั้งคืน”


คราวนี้น้ำเสียงปลายสายกลับยิ่งร้อนรนกว่าเดิม “แล้วเพื่อนเป็นอะไรไหม?”


“ไม่ครับ ก็ผมไปได้ทันเวลา..” ผมว่าก่อนจะเหลือบตามองคนที่ยืนอยู่ กวีลุกขึ้นจากเตียงแล้วเปิดดูตู้เสื้อผ้าเพื่อเลือกชุดที่จะใส่ออกไปข้างนอกก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ


จะว่าไป..ทำไมอยู่ๆ กวีถึงคิดอยากจะฆ่าตัวตายขึ้นมานะ..?


ผมไม่เคยเป็นโรคซึมเศร้าดังนั้นอาจจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร แต่อย่างน้อยผมก็ดีใจนิดหน่อยที่เขาโทรมาหาผมเมื่อคืน แล้วผมก็สังหรณ์ใจมาที่บ้าน ไม่อย่างนั้น..


ผมไม่อยากคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อ แต่ผมรู้สึกดีมากที่เขาไว้วางใจผม ทั้งๆ ที่ปกติแล้วไม่เคยมีใครไว้วางใจผมถึงขนาดนี้มาก่อน


หลายครั้งแล้วที่กวีชอบให้ผมในสิ่งที่ไม่มีใครเคยให้มาโดยตลอด


ไม่ว่าจะเป็นความรัก ความไว้วางใจ ความอ่อนโยนหรือการยอมตามใจให้ผมได้มีสิทธิ์เลือก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเคยถามความเห็นผม ไม่เคยมีใครมอบความรู้สึกแบบนี้ให้


ผมรู้สึกสับสนมาก บางครั้งผมก็คิดว่าอันที่จริงแล้วผมอาจจะชอบกวีก็ได้ ในเมื่อรู้ว่ากวีหวงผมมากจนถึงขั้นน่ากลัว แต่ผมก็ไม่กล้าถอยห่างออกจากเขา


หรือบางทีมันอาจจะไม่ใช่ความรู้สึกรัก แต่เป็นความเห็นแก่ตัว กระหายกับความรู้สึกที่เขามอบให้มากกว่า ในเมื่อที่ผ่านมาไม่เคยมีใครให้ความรู้สึกเหล่านั้นกับผมมาก่อน


ผมคิดว่าตัวเองอาจจะแปลกไปแล้วจริงๆ นั่นแหละ ..แต่ว่ายิ่งกวีมองผมด้วยความหลงใหล ความปรารถนาหรือความรักมากเท่าไร จิตใจของผมก็ยิ่งได้รับการเติมเต็มมากเท่านั้น


เหมือนกับว่าความรู้สึกเหล่านั้นทำให้ผมมีค่า มีใครสักคนรัก ไม่ได้ถูกมองข้ามเหมือนที่เคยเป็น


ระหว่างที่กำลังคิดอยู่ กวีก็เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องนอน ผมเหลือบมองนาฬิกา พอเห็นว่ายังเป็นเวลาแปดโมงเช้าเลยคิดว่าควรจะถามกวีถึงข้อสงสัยบางอย่างแล้วค่อยไปอาบน้ำ


“กวี” ผมเรียกชื่อของเขาขณะที่อีกฝ่ายนั่งลงบนเตียง หลังจากที่เรียบเรียงคำพูดอยู่ครู่หนึ่งผมก็เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “เวลาเป็นโรคซึมเศร้าแล้วรู้สึกยังไง?”


ดูเหมือนกวีจะคาดไม่ถึงกับคำถามกะทันหันของผม แต่เขาก็หยิบมือถือขึ้นมาแล้วพิมพ์ข้อความลงไป


‘มันเป็นความรู้สึกที่ว่างเปล่า ไม่มีความรู้สึก ไม่อยากทำอะไร เหนื่อยจนไม่อยากขยับตัวลุกขึ้นมาอีก เหมือนทนใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ’


“แล้ว..” ผมพูดไปได้แค่นั้นก็เงียบไป ครู่หนึ่งผมถึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “ตอนนี้นายยังรู้สึกแบบนั้นอยู่อีกหรือเปล่า?”


‘ฉันรู้สึกอยู่ทุกวันโดยเฉพาะตอนดึกหรือตอนเช้าจะยิ่งรู้สึกมากเป็นพิเศษ’


‘แต่ถ้ารู้สึกอยากตายเมื่อไร ฉันจะพยายามอดทนเพื่อที่จะไปเจอหน้านายในวันพรุ่งนี้’


‘อาจจะดูพูดเกินจริงไปหน่อย แต่เมื่อไรที่ฉันเห็นหน้านาย โลกที่เคยเป็นสีเทามันจะกลับมามีสีสันอีกครั้ง’


ผมก้มหน้าลง นึกอยากจะบอกว่าก็มีแต่เขาเท่านั้นแหละที่พูดกับผมแบบนี้ ปกติแล้วคนอื่นมักจะทำเหมือนไม่เห็นผมอยู่ในสายตาหรือไม่ก็มองข้ามไปบ่อยๆ


“งั้นที่โทรศัพท์มาเมื่อคืน…” ผมพูดได้แค่นั้นแล้วก็เงียบไป ในขณะที่กวีพิมพ์ข้อความแล้วส่งให้ดู


‘นายเป็นสีสันเดียวที่อยู่ในโลกของฉัน ดังนั้นนายคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันยังอยากใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้’


‘เพราะงั้น..ฉันเลยคิดว่าถ้าได้ยินเสียงของนายแล้วน่าจะรู้สึกดีขึ้น’


ผมพูดอะไรไม่ออก รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ในลำคอ เนิ่นนานในความรู้สึกผมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงติดขัดเล็กน้อย “แล้ว..เมื่อคืนนายโกรธอะไรหรือเปล่า?”


‘หมายถึงเรื่องที่ไปเที่ยวกับเกรซน่ะนะ?’


อ้าว จำชื่อเพื่อนร่วมห้องได้ด้วยแฮะ ตอนแรกเห็นท่าทางเขาดูไม่ใส่ใจใครบนโลก ผมเลยนึกว่าอีกฝ่ายจำชื่อเพื่อนร่วมห้องไม่ได้ด้วยซ้ำ


สรุปว่ากวีโกรธที่ผมไปเที่ยวกับเกรซจริงๆ ด้วย ก็สมควรอยู่หรอก ผมดันไปโกหกอีกฝ่ายว่าไปเที่ยวกับครอบครัว ในขณะที่ไปเที่ยวกับคนอื่นในห้องหน้าตาเฉย


ผมรู้สึกว่ากวีค่อนข้างหวงรุนแรงมาก ดังนั้นผมเลยกลัวว่าถ้าบอกตามตรงแล้วเดี๋ยวเกรซจะได้ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ในวันถัดมา แต่พอเห็นอีกฝ่ายดูมีเหตุผลถึงขนาดนี้ผมก็โล่งใจนิดหน่อย


“ขอโทษ” ผมพูดเสียงเบาลง รู้สึกผิดมากจนแทบแทรกแผ่นดินหนี แต่กวีดูเหมือนจะไม่ได้ติดใจอะไร เขาพิมพ์ตอบกลับมาแค่ว่า ‘ช่างเถอะ รีบไปอาบน้ำได้แล้ว’


“โอเค งั้นเดี๋ยวก่อนไปหาอะไรกินตอนเที่ยง ฉันขอแวะกลับไปหาพ่อแม่ที่บ้านก่อนนะ”


กวีพยักหน้ารับ ในขณะที่ผมหายเข้าไปอาบน้ำแล้วออกมาในสภาพที่ใส่เสื้อตัวเดียวกันกับเมื่อวานนี้ ก่อนจะขึ้นรถเมล์เพื่อเดินทางกลับบ้าน


…………………………………………………


………………………………..


ทันทีที่มือแตะลงบนขาของอีกฝ่าย เขาก็หยิบโซ่ขึ้นมาล็อกบนข้อเท้าสวยๆ ข้างนั้นอย่างเบามือ


เดิมทีเขาตั้งใจจะล่ามโซ่อีกฝ่ายเอาไว้ ทว่าเมื่อได้เห็นสีหน้าของร่างนั้นตอนที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าหวาดกลัว หยาดน้ำตาเต็มใบหน้าแล้วในอกพลันปวดหนึบขึ้นมา


เขารู้ดีว่าถ้าล่ามข้อเท้าอีกฝ่ายเมื่อไร ก็คงได้เห็นสีหน้าหวาดกลัว ร้องไห้เป็นปกติอยู่แล้ว


ทั้งๆ ที่รู้แต่เมื่อได้เห็นสีหน้าของอีกฝ่ายจริงๆ เขากลับพลอยรู้สึกเจ็บปวดตามไปด้วย


สุดท้ายหลังจากรอให้อีกฝ่ายหลับไป เขาถึงค่อยปลดโซ่ที่ล่ามออกอยู่ด้วยความรู้สึกสับสน ในใจก็คิดว่า ‘จะดีแล้วหรือ..? ถ้าพลาดโอกาสแบบนี้ไปอาจจะไม่มีโอกาสหน้าอีกแล้วก็ได้’


ระหว่างชั่งทางเลือกทั้งสองฝั่งอยู่นาน สุดท้ายเขาก็ยอมปลดโซ่ออก


ถึงแม้ว่าเขาจะชอบอีกฝ่ายจนอยากครอบครองมากเพียงใด โหยหาปรารถนามากเพียงไหน


แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วเขาก็เลือกรอยยิ้มของอีกฝ่ายอยู่ดี


------------------------------------------------------------------------


[Talk]

กวี: (ʘ--ʘ) ======

ตะวัน: (*´▽`*)

กวี: (ㆆᴗㆆ)


(เมื่อคุณจะเลว แต่เลวไม่ลงเพราะแพ้รอยยิ้มอีกฝ่าย แค่กๆ-- )

จากคราวที่แล้วเราบอกว่าจะมาอัพวันศุกร์ แต่เราเพิ่งเห็นว่าหยุดสงกรานต์เลยเลื่อนวันอัพค่ะ อัพสามวันเหมือนเดิมแต่เลื่อนอัพให้เร็วขึ้นเป็นวันที่ 12 14 16 ค่ะ เว้นวันไว้หนึ่งวันเพื่อหยุด555555 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 810 ครั้ง

139 ความคิดเห็น

  1. #3711 I wanna give a feedback ♡ (@xxvjuly) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 08:33
    กวีเป็นโรคซึมเศร้าจริงไหมเนี่ย ฮือออออ นี่มันเข้าขั้นโรคจิตแล้ว

    แต่ทำดีที่ยังพอมีจิตใจด้านสว่าง อุแง
    #3711
    0
  2. #3660 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:22

    โอ้ยยย ใจจะตกไปอยู่ตาตุ่ม ดีแล้ว ที่เลวไม่ลงนะกวี

    #3660
    0
  3. #3619 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:46
    ชอบความเลวไม่ลงของน้องงงงง สองคนนี้ก็เป็นคนที่ขาดความรักเหมือนกันเลยเหมือนมาเติมความรักให้กันและกันไงล่ะ อารมณ์แบบความเหงาเป็นขั้วบวกขั้วลบหนุ่มสาวได้พบกันในคืนร้าวราน~//ผิดๆ555
    #3619
    0
  4. #3595 nxnichny♡ (@Ninnyypp) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 17:47
    กี้ดกวรแบบเธออบอุ่นแต่แอบกลัวมากแงเอาใจช่วยนะ
    #3595
    0
  5. #3586 oleman (@KINGFreturin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 18:05
    แงงง โอ้ยยย กุมใจจจ ความเลวไม่ลงของกวีทำให้เราโล่งอก ถ้าล่ามจริงนี่พรุ่งนี้ถึงจะทำใจอ่านต่อได้ 5555
    #3586
    0
  6. #3531 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 17:05
    เอ้อออ ถ้ากวีเติบโตมาในครอบครัวปกติคงเป็นสมบัติของชาติเลยอ่ะ ยังทีความเป็นคนเหลืออยู่ รักกวีจ้า
    #3531
    0
  7. #3482 Muttatae (@Muttatae) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 18:20
    น้องกวีเอ้ย
    #3482
    0
  8. วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 02:47
    เลือกรอยยิ้ม สินะ
    #3457
    0
  9. #3387 เบล ม็อท (@iuaa555) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 19:28
    ใจสั่นเว่อๆๆๆๆ
    #3387
    0
  10. #3297 MR_Amiss (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 15:14
    ดีแล้วๆค่อยๆเคี้ยวนะน้อง555+
    #3297
    0
  11. #3288 Chocoe'clair (@reren) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 12:35
    เรื่องนี้มีคนมีปัญหาทางจิตอยู่สองแบบ แบบแรกคือรู้ตัว บางสถานการณ์ยับยั้งชั่งใจได้ แบบสองคือไม่รู้ตัวเลยว่าเป็น เนื้อคู่ใช่ไหมคะ ตอบ
    #3288
    0
  12. #3136 Bubble Mint (@pepperminttk) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 15:07
    ไปลูก จับมือกันเข้าสู่ด้านมืดทั้งคู่ไปเลย
    ดูตะวันจะยึดติดกับกวีมาก ก็อย่างที่ตะวันบอกอ่ะ พอตะวันรู้สึกเหมือนตัวเองมีค่าจากกวี ก็จะยึดติดว่า เพราะมีกวีอยู่ ตัวเองเลยมีค่า นอกจากกวี ไม่มีใครเห็นค่าตัวเองแล้ว หลังจากนี้ตะวันก็จะยิ่งยึดติดกับกวีมากขึ้นๆ บวกกับปมในใจตอนเป็นไดอารี่ด้วยเนี่ย มันจะหนักขึ้นมากๆ
    ส่วนกวีนั้น ค่อนข้างผิดปกติ แต่ยังสามารถควบคุมตัวเอง ยับยั้งได้ ใช้เหตุผลได้อยู่ ไม่น่ากลัวเท่ากับตะวันหรอก เพราะตะวันควบคุมตัวเองไม่ได้เลย สุดท้ายยอมตามกวีตลอด ยิ่งได้รับการยอมรับการกวี ยิ่งจะเสพติด (ใช้คำนี้ได้มั้ยนะ) ยิ่งไม่อยากห่าง จนสุดท้ายจะเหมือนกับพึ่งพากวีทุกอย่าง ไม่สามารถอยู่คนเดียวหรือกับคนอื่นได้อีกต่อไป ต้องมีกวีอยู่ถึงจะใช้ชีวิตต่อไปได้
    ถ้ายังไม่หยุดก็อาจจะกลับมาใช้ชีวิตปกติไม่ได้แล้ว ไม่สิ ตอนนี้ก็ไม่น่าจะได้แล้ว
    เขียนดีมากกกกกก สนุกมากกกกกกกก ขอบคุณไรท์มากค่ะ
    #3136
    0
  13. #3079 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 19:11
    นี่แหละคนรักกันจริง
    #3079
    0
  14. #2878 umi18 (@umi18) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 19:14
    กวี ถึงจะดูโรคจิตก็แอบละมุนมากๆ
    #2878
    0
  15. #2825 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 01:07
    ลุ้นทุกตอน ตะวันก็รอดแบบฉิวเฉียดทุกตอน แต่จะรอดไปถึงเมื่อไหร่น้อ
    #2825
    0
  16. #2703 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 01:49
    พระเอกมาก พี่เชียร์กวีทุกหนทางเลย เทหมดหน้าตักอ่ะ 5555
    #2703
    0
  17. #2480 warat_sariyawut (@warat_sariyawut) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 04:41
    ทำไมกลับอยากเห็นฉากล่ามไวๆ ><
    #2480
    0
  18. #2313 ทามามะ (@memi1234) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 17:49
    ขอบคุนค่ะชอบมากไรท์แต่งเก่งจริงๆ
    #2313
    0
  19. #2167 ม่าม่าแดกได้-..- (@btsmee1233) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 23:12
    อือหื้อออไรท์ทำร้ายเราไรท์ทำเราร้องไห้ กลัวด้วยอ่านตอนกลางคืนเปิดตอนมา ตะวันฝันว่ากวีแขวนคอตา ภาพนีืมาเป็นช็อตๆ กลัวมาเลยอ่ะ ทำไมไรท์ทำร้ายเราเยี่ยงนี้ (;&#180;&#3766;&#1044;&#3766; `)
    #2167
    0
  20. #1962 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 23:46
    ชอบตรงที่กวีคิดได้แล้วปล่อยตะวันจังเลยค่ะ รอยยิ้มของพี่เป็นแสงสว่างของน้อง :) เหมือนตะวันค่อยๆรักษาจิตใจที่บิดเบี้ยวให้กลับมาเป็นรูปร่างอีกครั้ง ทำให้สำเร็จนะคะพี่
    #1962
    0
  21. #1928 patchynan (@patchynan) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 18:46
    อย่าทำให้ตะวันนั้นดับลงเลยกวี//&#128514;
    #1928
    0
  22. #1922 ทวะ. (@Atomy_Dek-D) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 15:42
    ก็ดี~~
    #1922
    0
  23. #1813 kavasarew (@narinnakin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 21:41
    โอ้ย น่ารักง้าาาา
    #1813
    0
  24. #1810 ppie248 (@piepp) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 19:34
    ตะวันต้องยิ้มเยอะๆนะ จะได้รอดไปนานๆ
    #1810
    0
  25. #1805 Shirokane Irisia (@SupathidaJarat) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 18:12
    <p>//เกรี้ยวกราด กระฟัดกระเฟียด ทำไมถึงยังไม่ได้กัน!!//เดี๋ยวๆ ไม่ใช่ล่ะ</p>
    #1805
    0