เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 104,931 Views

  • 3,707 Comments

  • 5,868 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,523

    Overall
    104,931

ตอนที่ 30 : หน้าที่29 ล้ำค่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6888
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 856 ครั้ง
    5 พ.ค. 61

ผมนั่งอยู่ตรงที่หน้าประตูอย่างคนไม่มีแรงจะขยับเขยื้อน หลังจากที่ถูกกวีเมินใส่ผมก็รู้สึกปวดร้าวในอกจนพูดอะไรไม่ออก


ผมรู้ว่าความคิดแบบนี้ไม่ดีเลย แต่ตอนนั้นผมไม่น่าปฏิเสธเขาไปถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายจะเมินแบบนี้ ผมยอมถูกขังเพื่อที่ให้กวีมองผมตลอดไปดีกว่า


ผมชันเข่าก่อนจะก้มใบหน้าลง หยาดน้ำตายังคงไหลลงมาจนกระทั่งกางเกงยีนส์เปียกชื้น จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองถึงต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย


ความจริงแล้วผมอาจจะรักกวีนั่นแหละ แต่ว่าก่อนหน้านี้ผมอยู่คนเดียวมาตลอด เคยชินกับการใช้ชีวิตเพียงลำพัง อยู่ๆ จะให้มาแบ่งเวลาชีวิตไปใช้ร่วมกับคนอื่น ต้องเอาใจใส่ คอยดูแล ผมไม่ชอบเลย


เพราะแบบนี้ผมเลยพยายามปฏิเสธมาตลอดว่ามันไม่ใช่ความรัก ทว่าในขณะเดียวกันผมก็โหยหาความรักจากเขา ไม่ว่าคิดยังไงแนวคิดก็ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง


ผมรู้ว่าตัวเองเห็นแก่ตัว แต่ผมไม่อยากใช้ชีวิตคู่กับใครทั้งนั้น ผมดูแลใครได้ไม่ดีแล้วก็กลัวว่าจะทำมันพัง บางทีถ้าคบกันแล้วกวีอาจจะไม่มีความสุขที่อยู่กับผมเลยก็ได้


ผมถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะลุกขึ้นไปใช้ทิชชู่เช็ดคราบน้ำตาบนหน้า ระหว่างที่กำลังเช็ดอยู่นั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น


ผมลนลานรีบเช็ดลวกๆ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมารับโดยที่ไม่ทันดูว่าใครโทรมา


“ครับ..”


‘เฮ้ย ไอ้เบส มึงส่งงานมาได้แล้วว้อย กูง่วงนอนจะตายแล้ว!’


ผมกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะดึงมือถืออกมาดู พอเห็นว่าคนที่โทรมาคือกล้า ผมเลยรีบแนบหูแล้วพูดตอบ


“มึงโทรมาผิดคนละกล้า”


‘.....’


หลังจากนั้นปลายสายก็เงียบไปนานมาก สักพักกล้าก็ตอบผมกลับมาด้วยน้ำเสียงเบาลง


‘โทษที ความจริงกูตั้งใจจะโทรหามึงนั่นแหละ แต่พอดีพูดผิดไปนิด’


“ผิดเป็นประโยคเนี่ยนะ” ผมแขวะกลับไป แต่ความจริงแล้วไม่ได้ติดใจอะไรหรอก “มึงดูเป็นเด็กอนามัยดีนะ นอนตั้งแต่หกโมงเลย”


‘ปกติกูก็นอนตั้งแต่หกโมงอยู่แล้ว แล้วค่อยตื่นมาทำงานตอนสี่ทุ่ม’


“เล่นเกมหรือทำงาน เอาดีๆ”


สักพักผมได้ยินเสียงบ่นงึมงำมาตามสายว่า ‘แม่ง ความจำเสื่อมจริงหรือเปล่าวะ ขี้แซะเหมือนเดิมเป๊ะ’


“ก็แค่เดาไปงั้นแหละ คิดไรมาก” ผมตอบเสียงบ่นเหมือนหมีกินผึ้งของเขาแล้วสูดลมหายใจนิดหน่อย ทว่าปลายสายกลับส่งเสียงร้องว่า ‘หือ’ แล้วเงียบไประยะหนึ่ง


‘มึงร้องไห้มาหรือไง? เกิดอะไรขึ้น?’


โห เซนส์ดีซะด้วย


“มึงรู้ได้ไง”


‘เสียงมึงแปลกๆ ดูสั่นๆ แล้วก็อู้อี้ ตอนแรกกูนึกว่าคิดไปเอง จนได้ยินเสียงสูดลมหายใจมึงนั่นแหละ’


พอฟังจบผมก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่


‘ตกลงว่ามีเรื่องอะไร เล่าให้กูฟังได้นะ’


ผมลังเลไปครู่หนึ่ง หลังจากไตร่ตรองสักพักผมก็เอ่ยน้ำเสียงไม่มั่นใจ “มึงว่าความรู้สึกรักเป็นยังไง?”


กล้าเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะถามผมด้วยน้ำเสียงประหลาด ‘มึงมีคนที่ชอบแล้ว?’


“เออน่า พูดมาเถอะ”


ผมได้ยินเสียงพึมพำด่ามาลอยๆ ว่า ‘ทำไมกูไม่เคยรักใครแต่ต้องมาเป็นที่ปรึกษาปัญหาความรักให้คนอื่นตลอดเลยวะ’ ก่อนที่จะตามมาด้วยน้ำเสียงจริงจังของอีกฝ่าย


‘คงเป็นความรู้สึกที่อยากให้อีกฝ่ายมีความสุข อยากดูแลแล้วก็อยากอยู่ไปด้วยกันตลอดชีวิตมั้ง’


ผมเงียบไปนานมาก พอทวนคำพูดของกล้าแล้วผมก็เพิ่งพบความจริงอะไรบางอย่างว่า..ชิบหายล่ะ นั่นมันที่ผมรู้สึกกับกวีหมดเลยนี่หว่า


ผมกลั้นหายใจนิดหน่อยเพราะรู้สึกรับไม่ได้กับความจริงที่ตัวเองเพิ่งรู้ “เอ่อ ..ถ้าเกิดสมมติว่ามึงมีเพื่อนคนหนึ่งที่ดีกับมึงมากๆ แล้วอยู่ๆ เขาก็เลิกดีกับมึง ไม่สนใจมึงอีก แล้วมึงก็กลับมาร้องไห้แล้วคิดมากกับแค่เรื่องคนๆ เดียวนี่ถือว่าแปลกไหม?”


‘แล้วมึงรู้สึกแบบนี้กับทุกคนหรือเปล่าล่ะ’


“หะ..?”


‘ถ้าเกิดสมมติว่ากูทำดีกับมึงมากๆ แล้วทิ้งมึง มึงจะร้องไห้ไหม?’


ผมลองจำลองภาพสถานการณ์ตาม ถ้ากล้าทิ้งผมไปผมคงเฉยๆ ไม่ได้ร้องไห้อะไร อย่างน้อยๆ ก็แค่รู้สึกว่างเปล่าหรือโหวงๆ ไปเท่านั้นเอง


“มันไม่เหมือนกัน กูไม่ได้สนิทกับมึงเท่ากับคนนั้นนี่”


‘เอ้า กูน้อยใจเลยนะเนี่ย’ กล้าตอบผมแต่น้ำเสียงกลับดูไม่ได้คิดมากอะไร ก่อนจะเอ่ยต่อ ‘งั้นลองสมมติเป็นคนที่สนิทกับมึงเทียบเท่าคนนั้นแล้วทิ้งมึงดูสิ’


ผมลองจินตนาการย้อนตามคำพูดกล้า ตอนนั้นผมก็เคยโดนเพื่อนที่คบกันมาตั้งนานทิ้งเหมือนกัน ถ้าเทียบจากระยะเวลาแล้วผมน่าจะสนิทกับเพื่อนมากกว่ากวีด้วยซ้ำ


ทว่าหลังจากที่โดนทิ้งผมก็รู้สึกเฉยๆ แค่รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างขาดหายไปหรือว่าว่างเปล่าไประยะใหญ่เท่านั้น แต่ผมไม่ได้ร้องไห้ ในขณะที่เรื่องของกวีนั้นผมเก็บมาคิดในหัวแทบจะตลอดเวลา


‘เอิร์ธ..?’


กว่าจะได้สติอีกทีก็ตอนที่กล้าเรียกชื่อ ผมเลยสูดลมหายใจลึกๆ แล้วบอกอีกฝ่ายว่า “อือ ขอบคุณมากนะ กูสบายใจขึ้นล่ะ แค่นี้ก่อนนะ”


‘เดี๋ยว มึงมาเล่าให้กูฟังก่อ--’


ยังไม่ทันที่กล้าจะพูดจบประโยค ผมก็รีบกดวางตัดสายไปอย่างรวดเร็ว พอได้คุยกับใครสักคนแล้วผมก็รู้สึกว่าเริ่มเข้าใจตัวเองขึ้นมาบ้างนิดหน่อย


ผมกลัวว่าสุดท้ายแล้วตัวเองจะดูแลอีกฝ่ายได้ไม่ดีพอ แต่ถึงอย่างนั้นความคิดบางอย่างก็เข้ามาขัดแย้งความคิดนั้นอย่างรุนแรง ถ้าผมมัวแต่กลัวจนพลาดโอกาสทุกอย่างไปเหมือนตอนที่เป็นไดอารี่ ผมจะทำยังไง..? ในเมื่อไม่มีใครรับประกันได้สักหน่อยว่าเมื่อมีโอกาสครั้งที่สองแล้ว เราจะยังมีโอกาสครั้งที่สามอยู่อีก


ส่วนเรื่องหลังคบกันแล้วจะใช้ชีวิตยังไงผมยังไม่ได้คิดเอาไว้ แต่ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้ความสัมพันธ์เราไม่ได้ต่างไปจากตอนนี้มาก แต่แค่อาจจะมีสัมผัสทางกายมากขึ้นก็เท่านั้น


เอาล่ะ อย่างน้อยตอนนี้ผมก็มั่นใจว่าตัวเองชอบกวีแล้ว..แต่ว่าแล้วจะทำยังไงต่อไปดี


ให้วิ่งเข้าไปบอกชอบงั้นเหรอ ผมจินตนาการภาพตามแล้วรู้สึกขมขื่นแปลกๆ บางทีตอนกลับบ้านด้วยกันผมควรจะลองหาโอกาสพูดตอนอยู่ด้วยกันสองคนดู


ถึงจะบอกตัวเองแบบนั้น แต่ว่าในใจลึกๆ ผมกลับรู้สึกกลัวว่าวันพรุ่งนี้จะมาถึงอยู่ดี


…………………………………………………


………………………………..


วันนั้นทั้งวันกวีก็ทำท่าดูเหมือนคิดหนักกับอะไรบางอย่างเหมือนเดิม ผมที่ไม่กล้ากวนเขาก็เลยไม่ได้พูดอะไร แถมตอนเที่ยงกวีก็ไม่ยอมไปกินข้าว


ไม่รู้ว่าเขาตั้งใจหนีหน้าผมหรือเปล่า แต่ผมก็พยายามเปิดโหมดมองโลกแง่ดีสุดกู่ว่า ‘ไม่ใช่หรอก กวีก็แค่ไม่ว่างเท่านั้นเอง!’


ท้ายที่สุดพอถึงเวลาต้องกลับบ้านด้วยกัน ผมก็รีบพุ่งเข้าไปสกัดขวางก่อนจะเอ่ยอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแย่งพูด “กลับบ้านด้วยกันเถอะ ฉันมีเรื่องที่อยากจะคุยกับนาย”


กวีมองใบหน้าผมอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะพยักหน้า แล้วหลังจากนั้นเขาก็ลดจังหวะการเดินให้ช้าลงเพื่อให้ผมเดินตามทัน จนกระทั่งเมื่อมาถึงที่ป้ายรถเมล์ ผมก็ไม่ยอมเดินไปต่อ


กวีหันกลับมามองด้วยสายตาสงสัยกับการกระทำนั้น ท่าทางของอีกฝ่ายดูเหมือนกำลังจะเดินไปต่อ บางทีเขาคงตั้งใจจะไปส่งผมที่รถไฟฟ้าแล้วค่อยเดินวกกลับมาล่ะมั้ง


“ขอฉันไปคุยที่บ้านนายได้ไหม?”


ผมเห็นว่ากวีลังเลไปครู่ใหญ่ ทว่าท้ายที่สุดแล้วเขาก็พยักหน้ารับ ผมเลยยืนรอที่ป้ายรถเมล์ด้วยกันกับกวีจนกระทั่งเมื่อรถสายที่ต้องการขึ้นมาถึง


……………………………………………………


………………………


หลังจากที่นั่งอยู่ในบ้านสักพักใหญ่ผมก็นั่งตรงที่เก้าอี้ในห้องกินข้าว สายตาของกวีจับจ้องมายังทางผมก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


“นายอยากจะคุยอะไร?”


ทั้งๆ ที่กวีพูดน้ำเสียงปกติเหมือนเวลาอื่นๆ แต่ทำไมผมถึงรู้สึกกดดันถึงขนาดนี้นะ ผมเหงื่อแตก พูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่ ไม่รู้ว่าทำไมตอนที่กวีพูดบอกรักผมถึงได้พูดแบบไม่รู้สึกอะไรได้ ขนาดผมแค่จะพูดครั้งเดียวยังกลุ้มใจจนปวดท้องเลย


“คือว่า..”


พอพูดค้างไว้ได้แค่นั้นผมก็อึกอักไปพักใหญ่ ทันทีที่ความเงียบปกคลุมห้อง กวีก็ขยับตัวลุกขึ้น


ผมสะดุ้งเฮือก ในใจกำลังคิดว่าชิบหายแล้ว เขารำคาญผมอยู่ใช่ไหม ในขณะที่ผมกำลังจะทำใจกล้าบอกให้ตัวเองรีบเอ่ยปากพูดออกไปนั้น กวีก็เดินไปหยิบแก้วบนชั้นมาวางบนเคาน์เตอร์แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนลงนิดหน่อย


“อยากดื่มอะไรหน่อยไหม?”


ผมงุนงงกับการกระทำของเขาที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันเล็กน้อย แต่ก็ยอมตอบออกไป “เอาเป็นน้ำผลไม้ นมหรือพวกไมโล โอวัลตินก็ได้”


จากนั้นกวีก็เดินไปหยิบซองโอวัลตินมาเทใส่แก้ว ตามด้วยการกดน้ำร้อนตาม ผมมองตามแผ่นหลังของเขาแล้วกะพริบตาเล็กน้อย หรือว่าความจริงแล้วกวีตั้งใจจะทำให้ผมผ่อนคลายลงนะ..?


ผมเผลอมองภาพนั้นอยู่นานจนกระทั่งกวีวางแก้วลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนเก้าอี้เพื่อนั่ง สายตาจับจ้องมองร่างของอีกฝ่าย ในขณะที่เลื่อนแก้วเข้ามาใกล้ตน จังหวะที่มือได้รับไออุ่นจากแก้วผมก็รู้สึกผ่อนคลายลงไปมาก


“คือ..ฉันคิดว่าฉันชอบนาย”


ผมลอบสังเกตปฏิกิริยาของกวีตอนที่พูดออกไป ทว่าแทนที่ผมจะได้เห็นท่าทางดีใจหรือว่าประหลาดใจ กวีกลับมองมายังที่ผมด้วยสีหน้าไม่ยินดียินร้ายอะไรเหมือนเดิม


ผมใจหายวูบจนภาพตรงหน้ามืดดับไปครู่หนึ่ง แต่ยังพยายามฝืนพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เบาลง


“เอ่อ..ไม่รู้สึกอะไรหน่อยเหรอ?”


หลังจากที่เอ่ยจบกวีก็เงียบไปนานมาก ผมเลยพูดทักท้วงขึ้นมา เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีที่ได้ยินคำพูดของผมแล้วเดินตรงเข้ามาใกล้


พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีกวีก็ยืนอยู่ตรงหน้าผมแล้ว


“แล้วจะให้ฉันรู้สึกยังไงล่ะ..?”


เขาว่าก่อนจะดึงตัวผมให้ลุกขึ้นยืนแล้วเอื้อมมือมาสวมกอดแน่น ตระกรองไว้ในอ้อมแขนราวกับว่าผมเป็นของล้ำค่าที่สุดของเขา กวีขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหูจนกระทั่งผมสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว


ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยอะไร จังหวะนั้นเขาก็แนบริมฝีปากทาบทับลงที่ข้างใบหูด้วยความรักใคร่แล้วกระซิบ


“ในเมื่อฉันรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่านายรักฉัน”


---------------------------------------------------------------


[Talk]

จบองก์สองแล้วนะคะ ตอนต่อไปเป็นส่วนสุดท้ายแล้ว

แปลว่าเรื่องนี้ใกล้จบแล้วนั่นเองค่ะ5555555555555 #ยัง


ป.ล.ไฟนอลเดือดมากค่ะตอนนี้ คิดว่าอาทิตย์หน้าอาจจะไม่ได้มาอัพหรืออัพแค่ตอนเดียวเหมือนเดิมค่ะ


ป.ล.2. มีคนถามมาว่าจะส่งแฟนอาร์ทให้ทางไหนได้บ้าง ทางแท็ก เพจ หรือว่าทวิตได้หมดเลยค่ะ > < 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 856 ครั้ง

140 ความคิดเห็น

  1. #3668 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:19

    ร้ายกาจจริงๆโว้ยยยย กวี

    #3668
    0
  2. #3628 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:59
    คือ...แล้วหนูจะมาดราม่าใส่เขาเพื่ออออออออ โอ้ย หมั่นไส้นังกวี มาให้พี่ตีก้นสิ!
    #3628
    0
  3. #3486 Muttatae (@Muttatae) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 19:52
    กวีมันร้ายยยยยย
    #3486
    0
  4. #3478 ไนติงเกลสีดำ (@kingpai1) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 13:48
    ........เป็นเรื่องที่หักแล้วหักอีกก
    #3478
    0
  5. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 00:36
    นั่นคืดหลอกให้เข้าใจเอง แล้ว มาบอกเอง?
    #3461
    0
  6. #3430 bire0032 (@0820992901) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 22:46
    เอาจริงดิ555
    #3430
    0
  7. #3415 natsu_1789 (@natsu_1789) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 00:40
    อ้ากกกกก พลังทำลายล้างง เขินชิบๆๆ เเงง เขิน
    #3415
    0
  8. #3367 b-hohohoho (@b-hohohoho) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 00:08
    เหิ่กกกด จูบหู เขินนนน
    #3367
    0
  9. #3353 Takgy (@taktoo-za) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 19:06
    เอ้ะะะ นังนี่มันร้ายยยย
    #3353
    0
  10. #3307 MR_Amiss (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 17:38
    ถถถถ นั่นสิ พี่ตะวันของแกผิดดดด ผิดที่ไม่รู้ใจตัวเอง(ก็ได้เหรอ???)5555+
    #3307
    0
  11. #3100 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 13:52
    กวีทำไมร้ายแบบนี้อร้ายยย
    #3100
    0
  12. #2880 umi18 (@umi18) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 20:29
    กรี๊ดดด เขินมากกก พี่กวี ! ทำไมไม่อ่อนโยน
    #2880
    0
  13. #2836 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 02:34
    กวีมันร้ายยยย ชั้นสงสารตะวัน
    #2836
    0
  14. #2794 Tuynuy23 (@Tuynuy23) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 20:21
    ฮรึกกกกกก .... ประโยคสุดท้ายนั้น ทำใจบางไปหมดแล้ววววว
    #2794
    0
  15. #2452 candyfhunz (@candyfhunz) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 18:21
    ไม่อยากให้จบเลยย ชอบมากกก
    #2452
    0
  16. วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 20:20
    ตสยแน้ว
    #2423
    0
  17. #2387 อ๋อ! เข้าใจละ (@phansaooa) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 14:23
    อร้ายยยยยยยยยยยยยย รอบที่ล้านแปด
    #2387
    0
  18. #2314 ทามามะ (@memi1234) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 22:28
    เดี๋ยววกวีนายนี่มันอับดุลใช่มั้ย!! รู้หมดทุกอย่างถามไรตอบได้555
    #2314
    0
  19. #2308 JuniBellzium (@JuniBellzium) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 20:09
    กวีคือยอดคน!!
    #2308
    0
  20. #2307 Gewalin J. (@gewfern) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 19:50
    ตู้มมมมม ตัวแตกไปแล้วจ้า
    #2307
    0
  21. #2305 aonkiki (@aonkiki) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 18:31
    <p>นี้คือการระเบิด!! เขิน</p>
    #2305
    0
  22. #2304 Ak3110 (@Ak3110) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 16:05
    อื้อหืออออ ใจสั่นเลย ขนลุกแปลกๆ นางรู้ได้ไงเนี่ย
    #2304
    0
  23. #2303 harley_quinn (@Ukenation) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 01:49
    เพิ่งอ่านทอล์ก ขอเม้นอีกรอบ เป็นกำลังใจให้ไฟนอลนะคะไรท์ ไฟท์โตะ!
    #2303
    0
  24. #2302 harley_quinn (@Ukenation) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 01:39
    กวี แกมันร้าย วางแผนทุกอย่างมาตั้งแต่แรกแล้วใช่มะ แกล้งทำเป็นเมินให้ตะวันแสดงความรู้สีกออกมา อยากจะแหมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมให้ถึงดาวอังคารนังคนเจ้าเล่ห์ ว่าแต่เรื่องนี้จะมีเอ็นซีมุ้ย '-'
    #2302
    0
  25. #2300 NOOKTOMATOES (@NOOKTOMATOES) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 01:30
    อูววววววววววววววววตายแหล่วววว กวีนี่เธอหลอกให้เค้าแสดงออกถูกมะ
    #2300
    0