เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 105,020 Views

  • 3,708 Comments

  • 5,872 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,612

    Overall
    105,020

ตอนที่ 32 : หน้าที่31 ขลาดกลัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6084
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 710 ครั้ง
    3 มิ.ย. 61

สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะทำอย่างไรเขาก็ไม่เชื่อว่าผมจะอยู่ข้างๆ เขา แถมยังยึดติดกับผมขั้นหนักมากจน..เอาจริงผมว่าถ้าไม่ติดว่ากวียังอยากเห็นรอยยิ้มผมอยู่ ป่านนี้อีกฝ่ายอาจจะฆ่าผมไปแล้วจริงๆ ก็ได้


ผมกลัวก็จริง แต่ในใจลึกๆ ผมก็ยังคงรู้สึกรักเขาอยู่ สุดท้ายเมื่อลองชั่งน้ำหนักอะไรหลายๆ อย่างดูแล้ว ผมก็ตัดสินใจขึ้นมาได้ว่าต่อให้กวีมีความผิดปกติทางจิตหรือว่าทางร่างกายมากถึงขนาดไหน สุดท้ายผมก็จะอยู่ข้างๆ เขาอยู่ดี


แล้วผมจะไปปรึกษาเรื่องนี้กับใครอะไรยังไงได้ ถ้าไปปรึกษาให้พ่อแม่หรือเพื่อนฟัง ใครๆ ก็คงรีบโทรเรียกรถโรงพยาบาลมาพากวีไปทั้งนั้น


เอาเป็นว่าผมจะไม่ปรึกษาใครในเรื่องนี้ แต่จะพยายามทำให้กวีเชื่อว่าผมรักเขาจริงๆ พอผ่านไปนานๆ เข้าสักวันกวีอาจจะมองเห็นสีสันอย่างอื่นที่อยู่บนโลกนอกจากตัวของผมบ้าง


คืนนั้นผมนอนที่บ้านกวี ความจริงผมรู้สึกกลัวมากว่าอีกฝ่ายจะฆ่าผม แต่กวีก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากจะเอื้อมมือมาสวมกอดจนกระทั่งร่างกายแนบชิดกัน


ก่อนนอนเขาปัดผมที่ปรกหน้าของผมขึ้น แนบริมฝีปากบนหน้าผาก แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มราวกับว่าน้ำเสียงเย็นเยียบก่อนหน้านี้เป็นแค่ความฝัน “ฝันดี”


ผมพยายามข่มตาให้หลับ แต่กลับรู้สึกว่าหลับไม่ลงเลยสักนิด


……………………..


…………...


หลังจากที่ผมกินเสร็จกวีก็เอาจานไปล้าง ไม่นานนักเขาก็กลับมาในห้องแล้วเดินเข้ามานั่งใกล้ๆ ก่อนจะถามผมด้วยสีหน้าอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด


“อยากไปไหนหรือเปล่า?”


“วันนี้ฉันมีนัดน่ะ”


จบประโยคนั้นสีหน้าของกวีก็เปลี่ยนอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองผมด้วยสายตาน่ากลัวจนผมชะงัก ลมหายใจติดขัดเพราะความกลัว


“กับใคร?”


“พวกกล้ากับพิมพ์”


“ฉันไม่อยากให้นายไป” กวีตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว ถึงรูปประโยคจะดูเป็นการขอร้อง แต่พอฟังจากน้ำเสียงแล้วผมก็เริ่มไม่แน่ใจว่าเขากำลังขอร้องหรือบังคับกันแน่


“ทำไม?”


“ฉันไม่อยากให้นายไปยุ่งกับคนอื่น”


“..ทีก่อนหน้านี้..”


ผมพูดค้างไว้ได้แค่นั้นแล้วก็เงียบไป ยิ่งพอเห็นกวีมองผมกลับมาด้วยแววตานิ่งเรียบหัวใจก็ยิ่งเต้นแรง ยากที่ผมจะบอกว่าสาเหตุที่หัวใจเต้นรัวนั้นเป็นเพราะรู้สึกกลัวหรือว่ารู้สึกดี


ท่ามกลางบรรยากาศที่ความเงียบเข้าปกคลุม กวีก็เลื่อนมือมากุมมือของผมเอาไว้ ก่อนจะขยับยิ้มแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


“..ถ้านายไปสนิทกับคนอื่น แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าวันหนึ่งนายจะไม่หนีฉันไป”


ผมมองใบหน้าของเขาเงียบๆ เพราะพูดอะไรไม่ออก ความรู้สึกหลายอย่างตีกันในหัวนับพัน วินาทีนั้นผมรู้สึกกลัว สงสาร รู้สึกผิดกับกวีมากจนแม้แต่คำพูดที่จะแย้งออกไปแม้แต่คำเดียวยังเอ่ยออกไปไม่ได้


………………………………………………………….


…………………………………


สุดท้ายผมก็ไม่ได้ไปตามที่นัดกับพิมพ์และกล้าเอาไว้


ไม่ใช่ว่ากวีบีบบังคับไม่ให้ผมไป เขาแค่ขอร้องผม แต่ว่าคำขอร้องของเขากลับทำให้ผมจำใจต้องยอมทำตามถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกกระอักกระอ่วนจนแทบปิดไม่มิดก็ตาม


เนื่องจากว่าวันนั้นเป็นวันหยุดพิเศษ ดังนั้นวันถัดมาผมจึงต้องไปโรงเรียนเหมือนเดิม ผมถอนหายใจก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ สายตาก็มองตรงไปข้างหน้ารอให้ครูเข้ามาในคาบ


ไม่นานนักครูประจำชั้นก็เดินเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าอารมณ์ดี พร้อมกับเอ่ยคำที่ทำคนทั้งห้องสะดุ้ง “วันนี้ครูจะมาแจกผลสอบปลายภาคนะ”


โอ๊ย


สีหน้ากวีไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ในขณะที่สีหน้าคนทั้งห้องเหมือนเห็นผีกันหมดแล้ว ส่วนผมก็นั่งทำหน้าเหมือนคนปวดท้องแบบไม่พร้อมจะรับรู้ความจริงบนโลกใบนี้


ผมกังวลเรื่องเกรดนิดหน่อยเพราะกลัวว่าพ่อแม่จะผิดหวัง ถ้าเป็นแบบเมื่อก่อนที่ผมเป็นลูกคนกลาง ต่อให้ได้เกรดดี แย่ยังไงพ่อแม่ก็ไม่เคยสนใจ ถ้าเป็นแบบนั้นผมอาจจะโล่งใจเสียกว่า


จากนั้นครูก็เรียกตามเลขที่ให้ออกไปเซ็นรับสมุดพก ด้วยความที่ผมดรอปเรียนหนึ่งปี รหัสผมจึงอยู่คนแรกสุดของห้อง ไม่ทันที่ครูจะได้เอ่ยเรียกชื่อ ผมก็รีบลุกจากที่นั่งไปรับสมุดพกอย่างรวดเร็วทันที


พอได้สมุดพกมาอยู่ในมือผมก็เริ่มกลัวจนไม่กล้าเปิดเสียดื้อๆ ผมกลั้นหายใจเล็กน้อย มือสองข้ามชุ่มด้วยเหงื่อก่อนจะเปิดด้วยความรู้สึกกลัว ถึงรู้ว่าเกรดในโรงเรียนมีผลน้อยมากในอนาคต แต่ผมก็กลัวพ่อกับแม่จะผิดหวังอยู่ดี


ปรากฎว่าเกรดกลับไม่ได้แย่อย่างที่คิด ตอนแรกผมนึกว่าตัวเองจะได้เกรดสองกว่าๆ แต่นี่กลับเกิน 3.5 ด้วยซ้ำ ระหว่างที่กำลังนั่งใจลอยมองเกรดแบบไม่เชื่อสายตานั้นกวีก็ลุกขึ้นไปรับสมุดต่อจากผม


ไม่นานนักกวีก็กลับมาแล้วเก็บสมุดพกลงกระเป๋า ระหว่างที่ครูกำลังแจกสมุดพกผมก็ได้ยินเสียงโหยหวนของนักเรียนตลอดทาง


หลังจากที่ทุกคนในห้องได้รับสมุดพกหมดแล้วครูก็พูดขึ้น


“เนื่องจากว่างานโรงเรียนใกล้มาถึงแล้ว ตามธรรมเนียมครูจะให้โอกาสคนที่ได้รับผลการเรียนดีที่สุดในห้องสามอันดับไปเป็นนักแสดงละครนำเวทีประจำงานโรงเรียน..”


ผมฟังคำพูดของครูแล้ว ในใจคิดว่า อืม งั้นกวีคงโดนเลือกเป็นอันดับแรกแน่ๆ แล้วหลังจากนั้นครูก็ประกาศรายชื่อคนที่ได้คะแนนสูงสุดในห้องตามมาทันที


“งานโรงเรียนปีนี้เป็นธีมนิทาน ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรห้องเราจะมาเลือกกันอีกที งั้นครูจะประกาศรายชื่อแล้วนะ”


ผมเห็นว่าสีหน้าคนทั้งห้องเปลี่ยนไป เหมือนแต่ละคนดูลุ้นและอยากเข้าร่วมการแสดงนี้ทั้งนั้น


“กวีวัธน์ เกสรา กฤตภาส พวกเธอคือคนที่ได้สิทธิ์ลงแสดง จะลงหรือสละสิทธิ์”


ผมฟังชื่อนั้นด้วยความใจลอย ปกติกวีใช้ชื่อเล่นกับชื่อจริงคล้ายกัน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องนึกว่าใครเป็นใคร ส่วนเกสรานี่..ทำไมผมถึงรู้สึกคุ้นๆ นะ ผมพยายามนึกแต่ก็นึกไม่ออกว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ส่วนชื่อสามนี่..


ชื่อที่สามมันชื่อผมนี่หว่า


ผมอึ้งมากตอนได้ยินผลประกาศ ตอนอยู่โรงเรียนเก่าผมไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่เท่าไรของห้อง แต่รู้แค่ว่าคะแนนระดับนี้ค่อนข้างแย่เพราะพ่อแม่ไม่เคยชมผมเลย


ยังไงดี สงสัยเพราะผมทำคะแนนคณิตศาสตร์กับพวกภาษาได้เยอะมั้ง แต่..แต่ผมก็ไม่คาดคิดว่าคนอย่างผมจะทำคะแนนนำลิ่วคนอื่นขึ้นมา ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยมีความรู้หรือพื้นฐานสายวิทยาศาสตร์เลยสักนิด แถมยังไม่ค่อยฉลาดอีกต่างหาก


‘นายจะลงหรือเปล่า’


ผมมองข้อความบนสมุดเล่มนั้นแล้วพยักหน้า “อืม ก็คงลงมั้ง”


ผมเคยฝันว่าอยากจะลงแสดงละครเป็นตัวละครหลักมานานแล้ว แต่เพราะหน้าตาไม่ดีเลยได้แสดงเป็นตัวประกอบตลอด หนักสุดก็ไปโดนไล่ไปแสดงเป็นต้นไม้หรือก้อนหิน


สุดท้ายผมเลยไม่ยุ่งกับการแสดงอีกเพราะรู้สึกว่าแท้จริงแล้วเขาอาจจะไม่ได้เต็มใจรับผม แต่แค่รับไปงั้นๆ ให้ผมไม่รู้สึกเสียน้ำใจ


‘งั้นฉันลงด้วย’


ผมกะพริบตาเล็กน้อย ในขณะที่จะเอ่ยอะไรออกไปนั้น ครูประจำชั้นก็พูดขึ้นเสียก่อน


“แต่กวีพูดไม่ได้นี่นะ งั้นครูให้สิทธิ์คนต่อไปแทนล่ะกั--”


“ผมพูดได้ครับ”


ท่ามกลางความเงียบกวีพูดสวนคำพูดของครูขึ้นมา ขณะนั้นทั้งห้องหันมามองกวีด้วยสีหน้าตกตะลึงราวกับกำลังไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน


อย่าว่าแต่ทั้งห้องเลย ขนาดผมยังอึ้ง ปกติแล้วกวีไม่ชอบสื่อสารหรือคุยกับใครอยู่แล้ว โดยเฉพาะเรื่องการใช้เสียงพูดนี่ลืมไปได้เลย


กวีถูกทำร้ายจนไม่อยากที่จะพูดและกลัวเวลาต้องพูดต่อหน้าคนอื่น แต่เขากลับยอมพูดต่อหน้าทุกคนในห้องเพื่อลงแสดงกับผม


ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตนเองมีอิทธิพลมากแค่ไหนในชีวิตกวีกันแน่..


“อะ..โอเค งั้นเดี๋ยวครูส่งชื่อไปนะ” หลังจากที่ครูตั้งสติได้ก็เขียนชื่อลงไปในใบ แล้วถามคนที่ได้อันดับรองลงมา “เกสรา เธอจะลงไหม”


“ลงค่ะ”


ผมเลิกคิ้วตอนได้ยินเสียงนั้น ทำไมเสียงถึงคุ้นๆ เหมือนกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลย


ผมหันไปมองตามต้นเสียง พอเห็นว่าเป็นเกรซ ผมก็ทำหน้าไม่ถูกไปพักใหญ่.. หลังจากนั้นครูก็เรียกชื่อผมขึ้นมาเป็นชื่อที่สาม ผมพยักหน้ารับ


“ลงครับ”


ผมชักเริ่มสังหรณ์แล้วว่านี่ต้องเป็นการจับคู่นักแสดงที่วุ่นวายเป็นบ้าแน่นอน


…………………..…………………..


…………………..


“ทำไมวันนี้ถึงพูดต่อหน้าคนอื่น?”


หลังจากที่เดินออกมาจากโรงเรียนสักพักผมก็ถามขึ้น ทันทีที่จบคาบนั้นประเด็นเรื่องที่กวีพูดได้ก็กลายเป็นประเด็นท็อปที่ทุกคนพูดถึงกันอย่างรวดเร็ว


กวีพิมพ์ข้อความลงบนมือถือก่อนจะยื่นให้ดู


‘เพื่อลงแสดงกับนาย’


ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก ทันทีที่เดินมาถึงที่ป้ายรถเมล์ผมก็ค่อยๆ ชะลอการเดินให้ช้าลงแล้วมองไปยังสวนสาธารณะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม


กวีหยุดเดินตามผม ในขณะที่เขากำลังจะพิมพ์ถามว่ามีอะไร ผมก็พูดขึ้น


“ไปสวนฝั่งตรงข้ามเป็นเพื่อนหน่อย”


กวียอมเดินไปกับผมโดยที่ไม่ได้ทักท้วงอะไร เมื่อเดินเข้ามาถึงด้านในส่วนที่ไม่มีคนแล้วผมก็หามุมที่มีร่มเงาของต้นไม้บัง ก่อนจะหันไปมองเขา


“ช่วยหลับตาที”


กวีหลับตาลงตามคำพูดของผม ผมเลยโน้มใบหน้าเข้าไปกดจูบที่ริมฝีปากเขาแล้วผละออกมา จากนั้นก็ล้วงกระเป๋าสะพายเพื่อหยิบถุงยื่นให้อีกฝ่าย


เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมามองผมด้วยสีหน้าเหมือนไม่เข้าใจแต่ก็รับถุงนั้นมาเปิดออกดู


“สุขสันต์วันเกิดย้อนหลัง ฉันไม่รู้ว่านายชอบอะไรเลยเลือกอยู่นานมาก” ผมว่าก่อนจะลังเลไปพักหนึ่งเพื่อทำใจกล้าพูดออกมา นัยน์ตาก็เสมองไปทางอื่นเพราะทนสบตาเขาไม่ไหว “..แล้วก็..รักนะ”


พอพูดจบผมก็รู้สึกอายจนหน้าจะไหม้อยู่แล้ว ทำไมตอนกวีพูดบ่อยๆ ถึงไม่รู้สึกอะไรเลยนะ


ในถุงนั้นมีนาฬิกากับกำไลข้อมือ ที่ให้นาฬิกาไปเพราะผมอยากให้เขารู้จักคุณค่าชีวิตตนเองบ้าง ส่วนกำไลหนังนั่นผมตั้งใจให้เพราะเป็นของใช้คู่กัน


ของอย่างสุดท้าย ผมให้กวีไปเพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่มาเจอกัน ที่ผ่านมาผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยได้ทำอะไรให้กวีเลยหากเทียบกับอีกฝ่ายแล้ว ผมเลยตั้งใจว่าจะเขียนความรู้สึกทั้งหมดให้เขาอ่าน


กวีนิ่งไปตอนที่หยิบของในถุงขึ้นมาแล้วเห็นว่าเป็นไดอารี่ จากนั้นเขาก็เก็บสมุดลงไปในถุงแล้วยิ้ม


ไม่รู้ว่าเพราะแสงอาทิตย์ที่ลอดผ่านแมกไม้ลงมาหรืออย่างไร วินาทีนั้นผมถึงรู้สึกว่ารอยยิ้มของเขาสดใสมากจนกระทั่งนัยน์ตาพร่า


“ขอบคุณมาก”


ผมมองรอยยิ้มของกวีแล้วรู้สึกหัวใจเต้นแรงจนอยากกอดอีกฝ่ายแน่นๆ และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะอ่านความคิดของผมออก กวีเลยเดินตรงเข้ามาสวมกอด อุณหภูมิร่างกายของเขาทำให้หัวใจที่เต้นระรัวสงบลง มือข้างหนึ่งรั้งท้ายทอยของผมให้เข้ามาใกล้ พลางแนบริมฝีปากทาบทับลงมา


ผมหลับตาลงรับจูบของเขา ในใจได้แต่คิดว่าถ้ากวีเป็นแบบนี้ตลอดไปเลยก็คงดี แบบที่ไม่บังคับ ไม่ขู่จะฆ่า แล้วหายจากโรคที่เป็นอยู่ในตอนนี้


แต่ภาพนั้นดูห่างไกลจากความเป็นจริงเหลือเกิน



--------------------------------------


[Talk]

Q&A

Q : ทำไมถึงชอบอีกฝ่าย?

กวี+ตะวัน : เพราะกวี/ตะวันน่ารัก

กวี+ตะวัน: ......... (หันมามองหน้ากันแล้วเกิดอาการเดดแอร์)


...............................

ถ้าสังเกตดีๆ จะพบว่าตอนนี้กวีคอนโทรลทุกอย่างในชีวิตตะวันหมดแล้ว

ทั้งการตัดสินใจ การใช้ชีวิต คนที่คบ เพราะระแวงกลัวตะวันจะหนี เลยเบลมให้ตะวันรู้สึกผิดกับการกระทำตนเองจะได้ไม่หนีกวีไป

เราเรียกความสัมพันธ์นี้ว่า toxic relationship ค่ะ

มันคือความสัมพันธ์ที่อยู่ระหว่างความไม่เชื่อใจกัน ระแวง เบลมว่าอีกฝ่ายผิด ลดคุณค่าของอีกฝ่ายลง ให้เขายอมเราทุกอย่าง เป็นความสัมพันธ์ที่กัดกร่อนอีกฝ่าย จนไม่เหลือคุณค่าความเป็นตนเองอีก แล้วทำลายตัวตนเราไปช้าๆ



ฟังดูเหมือนไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เรารู้จักคนใกล้ตัวคนหนึ่งที่โดนความสัมพันธ์แบบนี้มานานนับสิบปี เขามักจะถูกด่าในเรื่องที่ตนเองไม่ผิด ไม่เคยถูกยอมรับในความสามารถ จนเขาละทิ้งความพยายามทุกอย่าง ร้องไห้บ่อยๆ รู้สึกไม่มีคุณค่าในตนเองถึงขั้นคิดฆ่าตัวตาย 

กว่าเขาจะหลุดออกจากความสัมพันธ์นี้ต้องใช้เวลาถึง 3-4 ปี โดยมีคนรอบข้างช่วยดึงขึ้นมาให้ แต่บางครั้งเขาก็ยังหลุดจากกรอบความคิดว่า 'ไม่ไหว ทำไม่ไดัหรอก' อยู่ดี

ถ้าใครอยู่ในความสัมพันธ์นี้อยู่ ไม่ว่าจะกับเพื่อนหรือพ่อแม่ จงถอยห่างออกมานะคะ ก่อนที่จะรู้สึกไม่เห็นคุณค่าในตนเองอีกเลย


ป.ล. เรามาอัพตอนหน้าอีกทีวันที่2-3มิ.ย.เลยนะคะ 

ป.ล.2. ช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีอะไรเพราะเพิ่งปูขึ้นสู่ช่วงองก์3 แต่หลังจากนั้น.... มันใกล้ถึงฉากน่ากลัวแล้ว เตรียมใจเอาไว้ดีๆ นะคะ เพราะมันน่ากลัวมากจนเราไม่แน่ใจว่ามันคือนิยายวายหรือนิยายฆาตกรรม55555555555555555555555 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 710 ครั้ง

73 ความคิดเห็น

  1. #3487 Muttatae (@Muttatae) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 20:14
    อ่านทอล์คแล้วใจไม่ดีเลยคุณขา
    #3487
    0
  2. #3443 xib, (@xib1) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2561 / 19:03
    ยังคงคิดว่านี่มันเป็นแผนของยัยกวีแน่ๆ!
    ปล.แอบกลัวใจตอนเห็นคำสุดท้ายในtalk /กุมใจ
    #3443
    0
  3. #3354 Takgy (@taktoo-za) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 19:20
    อินมากค่ะ toxic relationship เราจะกดอีกฝ่ายไว้เพราะกลัวอีกคนจะจากเราไป ตอนนี้เลยเหมือนกรรมตามสนอง ความมั่นใจติดลบ ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง. เราเข้าใจเลยค่ะว่าสองคนนี้รักกันยังไง ไรต์แต่งเก่งมากๆค่ะ
    #3354
    0
  4. #2840 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 08:58
    กลัวใจไรท์เตอร์มากๆ อ่ะ ไว้เรารอสามสี่ตอนค่อยมาอ่านได้มั้ย หน่วงแล้วค้างเราไม่เป็นอันทำอะไรเลย อินจัด
    #2840
    0
  5. #2464 MeiMeiC (@MeiMeiC) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 19:28
    อื้อหือ ไม่ว่าจะฉากไหนก็รอนะคะ
    #2464
    0
  6. #2463 Zenri-K-S (@Zenri-K-S) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 11:47
    อ่านช่วง talk แล้วขอร้องไห้ล่วงหน้าเลยได้มั้ย ฮือออออออออออออออ ไม่ว่าใครเป็นอะไรก็ไม่ดีต่อใจจจจ
    #2463
    0
  7. #2462 KanunChonlatorn (@KanunChonlatorn) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 06:32
    อยากให้ละมุนละไมแบบนี้ มันดีต่อใจ เขินนนน
    #2462
    0
  8. #2461 ๐Hihopoom๐ (@avartar2) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 01:49
    เป็นนิยายวายที่หน่วงๆเบาๆแต่ก้ฟินได้ ไรท์เก่งมากจริงๆครับ ละมุนแบบตึงๆ ฮรื้อออออ
    #2461
    0
  9. #2460 l3oss_it (@suchanee) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 02:21
    ......อึมครึมดีจัง
    ดูเหมือนว่าเราจะดูในความสัมพันธ์แบบนั้นด้วยล่ะ คล้ายตะวันเลย แต่กรณีคนกระทำคือครอบครัว แบบนี้จะหนีไงดีล่ะ
    เหอๆ(หัวเราะแบบสิ้นหวัง)
    ตอนี้จากนิยายวายจะเป็นนิยายฆาตกรรมสยองขวัญซะแล้วสิ
    #2460
    1
    • #2460-1 larza (@nene-1) (จากตอนที่ 32)
      25 พฤษภาคม 2561 / 23:14
      ในเคสที่เราเล่าก็เป็นครอบครัวค่ะ แต่เคสเขาหนักสุดคือ ทั้งเพื่อนและครอบครัวเลย ขอให้หลุดพ้นไวๆนะคะ > <
      #2460-1
  10. #2458 dloob (@fernnon) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 11:13
    รู้สึกว่าสภาพตอนนี้ต่อให้จบhappyendingไป กวีก็ได้แต่ตะวันพังๆไปคนนึง บางทีtrue endingอาจจะเหมาะสำหรับสองคนนี้แล้วก็ได้
    บางครั้งความรักก็ไม่จบเป็นต้องจบที่สองคนรักกันแล้วอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเสมอไปหรอก
    #2458
    0
  11. #2457 -' THYM3S '- (@pkps) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2561 / 08:22
    Toxic มาก ๆ แต่บางทีมันก็มีโมเม้นน่ารัก แง แอบละมุน
    #2457
    0
  12. #2456 crystaljade (@luggyguy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2561 / 00:53
    คือเป็นเรื่องที่อธิบายเกี่ยวกับความสัมพันธ์&#8203;ของมนุษย์&#8203; ความรู้สึกและอารมณ์&#8203;ความคิดได้ดีมาก&#8203; ดีค่ะ
    #2456
    0
  13. #2455 yrmysapphire (@yrmysapphire) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 21:09
    ไม่คิดว่าตัวเองจะอ่านแนวนี้ได้ สุดยอดมากค่ะ สนุกมาก ไม่หน่วงจนจุกถึงขีดสุด แต่มีบ้าง หลงน้องตะวัน เข้าใจฟีลเลย คูมกวีดูวางแผนทั้งหมดไว้ นักเขียนแต่งเก่ง พล็อตสุดยอด แทรกอะไรเข้าไปได้ ไม่คิดว่าการที่ตะวันถูกขังจนรู้ถึงแบบนั้น เป็นอาการชนิดหนึ่ง สุดยอดมากค่ะ รอนะคะ
    #2455
    0
  14. #2454 pick-17 (@pick-17) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 19:08
    จะจิตยังไงจะทำร้ายใครก็ได้ แต่อย่าทำร้ายจิตใจของตะวันมากไปกว่านี้เลยนะ
    #2454
    0
  15. #2450 ทามามะ (@memi1234) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 13:38
    อยากอ่านมากอ่าาาแงๆวันที่2-3ขอรัวๆวันละ1-2ตอนน้าาเอิ้กๆ
    #2450
    0
  16. #2448 Pancha1591 (@vocaloid01) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 09:00
    กวีทำไมไม่อ่อนโยนกับตะวันเลยยย ลุ้นองก์ 3 มากเลยค่ะ กลัวจากนิยายวายจะกลายเป็นนิยายอย่างอื่นแทนขึ้นมาเลยค่ะTuT
    #2448
    0
  17. #2447 Lovenovel_>o< (@LoveStampberryGG) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 18:53
    เออะ รอ..ค่ะ
    #2447
    0
  18. #2446 aonkiki (@aonkiki) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 15:41
    <p>แอบละมุน5555</p>
    #2446
    0
  19. #2445 ZiNE-Nw (@nong-yui123) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 15:25
    ชอบแนวคิดของเรื่องนี้มาก เป็นนิยายวายที่มากกว่านิยายวาย หวีดหนักมากตอนตะวันบอกรักกวี ฮือออออ แวนอสอฟ
    #2445
    0
  20. #2444 ตะปบเงา (@tanzanaza) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 14:44
    ชอบช่วงท้าย สอนดีมากเลยค่ะ ความสัมพันธ์อันตรายจริงๆ
    #2444
    0
  21. #2443 หางสีเงิน (@lookplapla) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 13:39
    พอบอกจะน่ากลัวนี้ใจหวิวเลยจ้าาา
    #2443
    0
  22. #2442 pam223 (@nupammee) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 11:55
    เพื่อนก็ชอบพูดให้เค้าเสียความมั่นใจเหมือนกันค่ะ ลดคุณค่ากัน แต่อีนี่ไม่สน มีความมั่นหน้ามั่นโหนก เพราะมีครอบครัวดี เรื่องแบบนี้ก็ไม่ค่อยมีผลกระทบเท่าไหร่ 555
    #2442
    0
  23. #2441 Latte Hideyoshi (@28867) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 11:00
    น่ากลัวแบบมีโซ่ล่าม จับขังไว้ในห้องแล้ว...อ่างงง//โดนตบ
    ขออย่าจบแบบแบดเอนดิ่งนะค่ะไรต์ หัวใจจะฟีบบบ
    #2441
    0
  24. #2440 ข้าเองงงงง (@hehaaa) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 01:18
    ชอบtalkค่ะ มีความรู้
    #2440
    0
  25. #2439 Jeniiwa (@jew_jaa) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 00:32
    เรื่องนี้จะไม่จบเเบบเเบดอินใช่ไหมค่ะ ทำใจไม่ได้อ่าาา
    #2439
    0