เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 104,905 Views

  • 3,701 Comments

  • 5,863 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,497

    Overall
    104,905

ตอนที่ 34 : หน้าที่33 ฆ่าตัวตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 676 ครั้ง
    4 มิ.ย. 61

**เนื่องจากไม่ได้เตือนในตอนที่แล้ว เลยขอเตือนไว้ก่อนนะคะว่าตอนนี้ค่อนข้างน่ากลัว**

-----------------------------------------------------------------------

ให้ตาย


ผมรู้ว่าการคิดแบบนี้มันไม่ดีเท่าไร ทว่าทันทีที่เหตุการณ์เกิดขึ้นสมองก็คิดล่วงหน้าไปก่อนแล้ว ถึงจะบอกตนเองว่าสิ่งที่คิดมันไม่มีหลักฐานสักหน่อย แต่ผมก็หยุดคิดเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ดี


ต่อให้กวีเป็นคนทำจริงๆ ไม่ว่ายังไงผมก็จะอยู่ข้างเขาเหมือนเดิม แต่ผมแค่อยากรู้เท่านั้นเผื่อว่าหากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นมาจะได้ห้ามทัน


ผมไม่อยากมองกวีในแง่ร้ายถึงขนาดนี้ แต่ผมไม่เคยคาดเดาการกระทำต่างๆ ของเขาได้เลย


หลังจากที่มีบุคคลปริศนาใส่เกลือลงไปในน้ำของเกรซ การซ้อมแสดงวันนี้จึงจบลงอย่างรวดเร็ว ที่เลวร้ายกว่านั้นคือพอกลับมาถึงห้อง ครูที่สอนเลขอยู่ก็ยิ้มกว้างทันที


“อ้าว อยู่กันครบแล้วนี่ งั้นสอบเลยแล้วกันเนอะ”


ทุกคนพากันโอดครวญบ่นระงมเพราะเป็นการสอบที่ไม่มีใครตั้งตัว ส่วนผมไม่รู้จะพูดหรือบ่นอะไรดีเลยนั่งเฉยๆ วิชาที่กำลังจะสอบเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถิติ ซึ่งผมผ่านวิชาสแตทกับใช้สถิติเวลาทำงานเป็นประจำอยู่แล้วเลยรู้สึกว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไร


แต่กวีจะทำได้หรือเปล่านะ เขายิ่งไม่ค่อยเก่งวิชาเลขอยู่ด้วย


หลังจากที่สอบเสร็จครูก็ให้แลกกันตรวจ ทว่าหลังจากที่ตรวจไปได้ถึงสิบข้อผมก็ชะงัก สายตากวาดทวนอ่านตั้งแต่ข้อแรกถึงยันข้อปัจจุบัน


ไม่ผิดเลย..?


พอตรวจจนครบทุกข้อแล้วผมถึงกลับมาไล่ตรวจทานอีกครั้ง เมื่อพบว่าไม่มีข้อไหนที่ผิดผมก็อึ้งไปเล็กน้อย ขนาดครูบอกให้ผมแลกกระดาษคำตอบคืนผมก็ยังคงนิ่งอยู่อย่างนั้น


กวีแบมือมาทางผม ทำสีหน้าราวกับจะบอกว่าส่งมาสิ ผมเงยหน้าขึ้นจากกระดาษคำตอบแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเบาลง “นายเคยบอกฉันว่าไม่เก่งคณิต”


“....”


“โกหกฉันทำไม?”


“เพราะฉันไม่อยากให้นายไปติวกับพวกนั้น”


“นายควรจะบอกฉันมากกว่าโกหกแบบนี้”


“ถ้าพูดไปตามตรงแล้วนายจะยอมไปกับฉัน?”


ผมพูดไม่ออก อยู่ๆ ก็คิดขึ้นมาว่าถ้าตอนนั้นกวีขอให้ไปติวด้วยกันสองคนผมจะไปหรือเปล่า บางทีผมอาจจะไปก็ได้ แต่ว่า..ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้กวีมีเพื่อนคนอื่นบ้าง อย่างน้อยทำความรู้จักคนอื่นไว้ก็ยังดี


“ตอนนั้นฉันอาจจะไม่ไปก็จริง..แต่ตอนนี้มีอะไรต้องพูดตามตรงนะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเบาลงก่อนจะส่งกระดาษคำตอบให้เขาดู จากนั้นค่อยส่งขึ้นไปด้านหน้า “ไม่ว่าเกิดอะไรฉันก็อยู่ข้างนายเสมอ”


กวีหันมามอง ดูเหมือนว่าเขาคงจะจับนัยยะของคำพูดที่ผมต้องการสื่อได้


“หมายถึงเรื่องอะไร?”


ผมเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ “ทำไมตอนที่เกิดเรื่องนายถึงดูไม่ได้ตกใจอะไรเลย”


“ฉันจะตกใจต่อเมื่อเป็นเรื่องของนายเท่านั้น”


ก็จริงแฮะ.. จะว่าไปแล้วกวีก็ไม่เคยเป็นห่วงหรือรู้สึกอะไรกับคนอื่นนอกจากผมอยู่แล้ว พอถูกพูดแบบนี้ผมเลยอ้ำอึ้งไปพักหนึ่ง “นี่ยังโกรธฉันอยู่หรือเปล่า?”


กวีมองผมด้วยแววตานิ่งเรียบ ไม่ตอบอะไร


แบบนี้โกรธชัวๆ ผมเหงื่อแตกพลั่กก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาลง “ขอโทษ แต่ว่ามันเป็นเรื่องงาน”


“อืม” กวีตอบรับกลับด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อสักนิด


ผมอึกอักไปพักใหญ่ การที่กวีจะไม่เชื่อใจผมอีกคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ในเมื่อที่ผ่านมาผมโกหกเขาตั้งหลายอย่าง เลวร้ายที่สุดคือผมโกหกเพื่อไปเที่ยวกับเกรซนั่นแหละ “..ไม่เชื่อว่าฉันจะไม่ไปไหนจากนายใช่ไหม?”


“ใช่”


“อยากให้ฉันลองพิสูจน์หรือเปล่า?”


ผมเสนอออกไปเพราะเริ่มรู้สึกอึดอัดและเหนื่อยกับความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้ หลายคืนที่ผมกังวลเรื่องของกวีจนนอนไม่หลับและกินอะไรไม่ลง ในขณะเดียวกันก็รู้สึกผิดที่เขากลัวผมหนีไปเพราะการกระทำที่ผ่านมาของผมล้วนๆ ก็ตาม


ดังนั้นถ้าเกิดผมสามารถทำอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาไว้วางใจและเลิกกังวลได้ ผมก็ยอมทำ


ตอนแรกผมเห็นว่ากวีตั้งใจจะปฏิเสธ แต่แล้วเขาก็นิ่งไปราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา “..เย็นนี้ว่างไหม?”


ผมพยักหน้ารับ ในเมื่อการซ้อมละครวันนี้จบไปแล้ว เย็นวันนี้ผมก็ไม่เหลืออะไรให้ทำอีก กวีขยับยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


“มาบ้านฉันได้หรือเปล่า?”


……………………………………………


……………………………..


ทันทีที่เลิกเรียนผมกับกวีก็กลับไปที่บ้านด้วยกัน ลางสังหรณ์อะไรบางอย่างร้องเตือนผมว่า ผมควรจะหยุดลงอยู่แค่ตรงนี้ อย่าไปบ้านกวีเลย หรือไม่ก็ควรจะพูดอะไรสักอย่างกับอีกฝ่าย


แต่ท้ายที่สุดแล้วผมก็ไม่หยุด


ทำไมทั้งๆ ที่สังหรณ์ไม่ดีถึงขนาดนั้นแต่ยังไปบ้านของเขาอีก ผมไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเหมือนกัน ตั้งแต่รู้จักกับกวีผมถึงค้นพบว่าตัวเองไม่เคยเข้าใจตนเองแบบจริงๆ จังๆ เลย


สิ่งที่ผมคิดว่าตัวเองเป็นแบบนั้น เขากลับทำให้ผมกลายเป็นอีกแบบหนึ่งได้เสมอ


เมื่อเข้ามาถึงด้านในแล้วกวีก็ให้ผมนั่งในห้องครัว ขณะที่เขาหยิบแก้วมาวางแล้วชงโอวัลตินให้ดื่ม ผมมองแผ่นหลังของเขาเงียบๆ พลันรู้สึกหนักอึ้งอย่างไม่มีสาเหตุ


กวีอาจจะขังหรือล่ามผมเอาไว้ก็ได้ ผมรู้สึกกลัวหน่อยๆ เหมือนกัน บางครั้งผมก็รู้สึกว่าตนเองคาดเดาความคิดของเขาไม่ได้ราวกับกำลังเอาชีวิตตนเองมาแขวนบนเส้นด้ายตลอดเวลา


พอชงเสร็จกวีก็หันหลังกลับมา เขาวางแก้วลงตรงหน้าผมก่อนจะยกมือขึ้นเท้าคางแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พิสูจน์สิ”


ผมก้มมองแก้วที่ใส่โอวัลตินเอาไว้ ในขณะที่ร่างกายนิ่งค้าง สมองเหมือนถูกแช่แข็งจนคิดอะไรไม่ออก


อะไร..?


ผมมองหน้าของเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ทว่ากวีไม่พูดอะไรนอกจากจะมองผมกลับมาด้วยสายตานิ่งเฉยเหมือนเดิม


ผมก้มมองแก้วนั้นอีกครั้ง รู้สึกได้ว่าในแก้วนั้นต้องมีอะไรสักอย่างนอกจากโอวัลตินใส่เอาไว้แน่ๆ ติดแต่ที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร


หรือบางทีกวีอาจจะไม่ได้ใส่อะไรเอาไว้เลยก็ได้


หัวใจผมเต้นแรงจนกระทั่งมือทั้งสองข้างชุ่มไปด้วยเหงื่อ ผมเครียดจนเริ่มหายใจไม่ออก ไม่มีใครรู้ว่าสุดท้ายแล้วถ้าผมดื่มแก้วนั้นเข้าไป มันจะเป็นอาหารอย่างสุดท้ายที่ผมได้ดื่มก่อนตายหรือเปล่า


บางทีกวีอาจจะใส่ยานอนหลับเอาไว้ แล้วตั้งใจจะฆ่าหรือล่ามผมไว้ทันทีที่ดื่มเข้าไปแล้วผล็อยหลับ หรือถ้าเลวร้ายกว่านั้นอาจจะเป็นพวกยาเบื่อที่กินแล้วตายก็เป็นได้


ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา มือข้างหนึ่งเลื่อนไปสัมผัสแก้วเซรามิคที่ยังอุ่นอยู่แล้วก็นิ่งค้างไป หัวใจเต้นแรงมากจนพูดอะไรไม่ออก


ในห้องครัวไม่มีหน้าต่าง ดังนั้นตัวห้องจึงค่อนข้างมืดสลัวกว่าปกติ ไม่รู้ว่าเพราะความมืดหรือบรรยากาศสลัวๆ ใบหน้าของกวีจึงดูน่ากลัวจนผมไม่เกร็งตัวไม่กล้าขยับร่างกาย


กวีขยับยิ้ม ทั้งๆ ที่ปกติผมชอบที่จะได้เห็นรอยยิ้มของเขา ทว่าในตอนนี้ผมกลับรู้สึกเย็นที่แผ่นหลังอย่างไม่มีสาเหตุ


“ดื่มสิ”


“กวี..”


ผมกระซิบเรียกชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงเบา ในหัวเต็มไปด้วยคำที่คิดเอาไว้มากมาย เป็นต้นว่า ‘นายตั้งใจจะฆ่าฉันจริงๆ หรือ?’ แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วผมกลับพูดประโยคเหล่านั้นไม่ออก หลังจากที่เงียบไประยะหนึ่งผมก็เอ่ยขึ้น


“..ไม่ทรมานใช่ไหม?”


หมายถึงอะไรก็ตามที่ใส่ลงในนี้ ถ้ามันทำให้ผมตาย ผมจะตายไม่ทรมานใช่ไหม ..แน่นอนว่าผมไม่อยากตายหรอก ใครๆ ก็ไม่อยากตายทั้งนั้น


“อืม ฉันเคยบอกนายแล้วว่าถ้าจะฆ่า จะไม่ทำให้นายทรมานแน่นอน”


เขาตอบผมกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมาก จะดีกว่านี้ถ้ามันไม่ใช่เรื่องที่ว่าเขากำลังจะฆ่าผม หลังจากสูดหายใจลึกๆ ผมก็เลื่อนมือที่เย็นเยียบจับเข้าที่หูแก้วแล้วยกขึ้นมาจรดริมฝีปาก


ทันทีที่ของเหลวไหลเข้าไปในปาก สิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้คือรสหวาน ก่อนจะตามมาด้วยอุณหภูมิอุ่นๆ ของน้ำ ดูเหมือนว่ากวีจะกลัวน้ำลวกปากผมถึงขั้นกะระดับอุณหภูมิของน้ำมาให้


ยิ่งดื่มเข้าไปมากเท่าไร หัวใจผมก็ยิ่งเต้นแรงมากขึ้นเท่านั้น ผมกลัวจนหายใจไม่ออก มือข้างที่จับหูแก้วชื้นเหงื่อและเย็นจนมือเริ่มสั่น


กลัว


ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่าตนเองกลัวตาย ผมไม่ได้อยากตาย แต่..นอกเหนือจากความตายที่ผมกลัวแล้ว ผมยังกลัวอีกเรื่องหนึ่งด้วย


พอดื่มจนกระทั่งหมดแก้วผมก็วางบนโต๊ะ หัวใจที่เต้นแรงพลันสงบลงเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นกับตนเอง


หรือว่าความจริงแล้วกวีไม่ได้ใส่อะไรลงไปในนั้นเลย..?


ผมมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาของเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ “นายใส่อะไรลงไป..?”


กวีไม่ได้ตอบอะไรผม นอกจากจะมองเงียบๆ


ผมปวดหัวตุบเหมือนจะระเบิด ปลอบใจตนเองซ้ำไปซ้ำมาว่าบางทีกวีอาจจะไม่ได้ใส่อะไรลงไปก็ได้  มือทั้งสองข้างนั้นยังคงชุ่มไปด้วยเหงื่ออยู่ หลังจากลังเลครู่หนึ่งผมก็เอ่ยขึ้นช้าๆ “กวี.. ฉันยังไม่อยากตาย”


“..ฉันกลัวว่าถ้าฉันไม่อยู่แล้วนายจะทำยังไง แล้วฉันก็ไม่อยากให้นายมีคดีติดตัวหรือว่า..หมดอนาคตเพราะฉัน” พอเอ่ยจบผมก็เริ่มปวดหัวมากยิ่งขึ้น ภาพตรงหน้าเริ่มโคลงเคลงราวกับอยู่ในท้องทะเล ผมคลื่นไส้จนเกือบจะอาเจียนออกมา


สรุปว่าใส่ลงไปจริงๆ ด้วยสินะ..


ดูจากรูปการณ์แล้วเหมือนจะเป็นยานอนหลับ แต่ต่อจากนี้เขาจะทำอะไรต่อผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ใครจะไปรู้ บางทีนี่อาจจะเป็นบทสนทนาสุดท้ายในชีวิตที่ผมได้พูดก็เป็นได้


พอนึกว่าตัวเองต้องสั่งเสียกับคนที่กำลังจะฆ่าตนเองแล้ว ผมก็เริ่มไม่แน่ใจว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ก่อนดี


“ฉัน..อยากให้นายมีความสุขในโลกที่ไม่มีฉัน เพราะ...เพราะงั้น”


ผมเริ่มรู้สึกว่าตนเองพูดไม่เป็นคำมากขึ้นทุกที ภาพตรงหน้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ ก่อนที่สติจะดับวูบลงไป ผมเห็นกวีลุกขึ้นมาแล้วรับร่างผมที่ล้มลงไป


หลังที่ชื้นเหงื่อของผมสัมผัสได้ถึงมืออุ่นๆ ของเขา ขณะที่เงยหน้าขึ้นนั้นกวีจ้องผมกลับมาด้วยสายตานิ่งเฉยราวกับว่าไม่ได้รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย หางตานั้นเห็นว่ามืออีกข้างที่ไม่ได้รับร่างของผมเอาไว้กำลังถือมีดที่ส่องประกายแวววับอยู่


ผมมองมีดนั้นแล้วสะดุ้งวาบในใจ บนประกายวาบวับของมีดสะท้อนใบหน้าผมที่ซีดเผือดและชุ่มเหงื่ออย่างเห็นได้ชัด


อย่างน้อยกวีน่าจะหยิบมีดขึ้นมาหลังผมหลับ.. ผมจะได้ปลอบใจตนเองว่ามีโอกาสยังตื่นอยู่ อีกฝ่ายอาจจะไม่ทำอะไร แต่พอเห็นมีดแล้วผมก็รู้สึกหน้ามืดขึ้นมาเสียดื้อๆ


ขณะนั้นประโยคที่เขาเคยพูดกับผมเมื่อนานมาแล้วก็ลอยเข้ามาในหัว


‘ต่อให้นายเป็นศพ ฉันก็รักนาย’


ร่างกายพลันสั่นสะท้านขึ้นมาทันทีที่นึกถึงประโยคนั้น ผมพยายามเค้นให้เสียงเปล่งออกมาจากลำคอ มือข้างหนึ่งจับแขนของเขาไว้แน่น ทั้งๆ ที่สติเริ่มเลือนลางไปไกลมากขึ้นทุกๆ ที


“ขอร้องล่ะ ถ้าจะฆ่าฉัน..อย่าฆ่าตัวตายตามนะ”


--------------------------------------------------------------------


[Talk]


ตอนนี้เป็นอีกตอนหนึ่งที่ทำเราเครียดมากที่สุดตอนเขียน แก้เกือบสามสี่รอบ แต่สุดท้ายแล้วเราก็เลือกที่จะให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้ค่ะ


ความยันกวีตอนแรกก็ชวนเขินอยู่ แต่มาตอนนี้ทุกคนอาจจะเริ่มรู้สึกเปลี่ยนไปว่ามันไม่ใช่แล้ว ตอนนี้ความยันกวีทะลุปรอทแตกไปไกลมากแล้วค่ะ


ส่วนตะวัน มีคนถามมาว่าทำไมตะวันถึงเลือกที่จะไม่บอกเรื่องฉากจูบ ความจริงคือจะพูดแล้วแต่ลืมเพราะเรื่องเกรซเข้ามาแทรกพอดี / ส่วนเรื่องหาข้ออ้างอันนั้น กวีไม่ชอบให้ตะวันมองเหมือนกวีเป็นเด็กสักเท่าไร


ป.ล. ในตอนนี้สิ่งที่ตะวันทำไว้เมื่อก่อนได้รับผลกรรมกลับมาตบอัดหน้าหมดเลย









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 676 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #3671 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:34

    หน่วงมากอะ ฮือ

    #3671
    0
  2. #3631 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:12
    กวีจะเห็นถึงความรักที่ตะวันมีให้รึยัง น้องเขารักเธอจริงๆนะ ;-;
    #3631
    0
  3. #3572 A R O N A M (@manorablack-45) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 18:31
    ชอบตอนนี้จังค่ะ ชอบความรักที่ตะวันมีให้
    #3572
    0
  4. #3537 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 19:31
    เราว่ายันแบบนี้ก็มีให้เห็นเป็นปกติ ตามข่าวต่างๆ อยู่ที่ว่าใครรับได้ไม่ได้ เนื้อหาตอนนี้ไม่ได้รุนแรงเกินกว่าที่เราคาดไว้ แต่มันออกมาได้ซอฟต์ดี สะท้อนจิตใจได้ดี
    #3537
    0
  5. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 01:07
    บอกให้ใจเย็นไง กวี๊วว!!
    #3464
    0
  6. #3368 b-hohohoho (@b-hohohoho) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 08:31
    ไรทเขียนเก่งมาก เป็นเรื่อฃที่ตัวละครตะวันมีนิสัยที่ดูคอมเมดี้ แต่จริงๆเรื่องเครียดมาก ที่สำคัญคือไรทแต่งออกมาได้ลื่นมาก ไม
    #3368
    1
    • #3368-1 b-hohohoho (@b-hohohoho) (จากตอนที่ 34)
      1 สิงหาคม 2561 / 08:32
      ไม่ดูขัดแย้งกันเลย* มือลั่นกดส่งก่อนพิมเสด แอ้ก
      #3368-1
  7. #3200 Frost_D (@chunchun) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 13:50
    เครียดดเลยยย
    #3200
    0
  8. #3101 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 14:00
    กวีอย่าทำแบบนี้นะไม่นะะะ
    #3101
    0
  9. #3063 bambybamby (@bambamamlovecake) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 14:49
    หน่วงอ่ะ
    #3063
    0
  10. #2850 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 00:56
    จริงๆกวีก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว พอช่วงกลางๆเรื่มเบาลงคนอ่านก็ไม่ได้เผื่อใจไว้ กวีอย่าทำไรตะวันเลยยยยยย
    #2850
    0
  11. #2843 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 15:10
    ห่ะ ตายแล้วมั้ย??
    #2843
    0
  12. #2710 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 03:46
    ปวดหัว
    #2710
    0
  13. #2645 ตะปบเงา (@tanzanaza) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 22:14

    ตอนนี้อยากบอกตะวันว่า .. นายไม่ควรแสดงละครตั้งแต่ต้นแล้วล้าว รู้ว่ากวีเป็นแบบนี้ ไปแสดงละครทำไม นี่คิดว่าอีกหลายตอนคงจะหนักหน่วงเพราะซ้อมบทบ้านี่แน่นอนเลย 555

    #2645
    0
  14. #2609 Love Star (@Coffee2) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 00:12
    ทำไมอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกหน่วงๆชอบกลๆ ปล.รอตอนต่อไปค่าส มาต่อไวๆนะค้าาไรท์
    #2609
    0
  15. #2608 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2561 / 06:26
    ตอนแรกยันน่ารัก กรุบกริบนะ พอกลางๆถึงหลังๆมันเริ่มมากไป หรือเสมอต้นเสมอปลายดีละ ไม่โอนอ่อนกันเลย รับบ่ได้ ไปอ่านทวนเชงเม้งดีกว่า ...จะว่าไปเรื่องนั้น พอมาคิดดูพระเอกก็แอบยันเหมือนกันนะ
    ความชอบแนวยันส่วนตัวใช่ไหมไรท์ สารภาพมา!!
    #2608
    0
  16. #2607 Winwin Monbebe (@otakuwinwin) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 09:18
    ลุ้นตลอดเลยย ตกลงนี่เป็นนิยายเฮอร์เรอร์ หรือนิยายรัก55555
    #2607
    0
  17. #2606 Oooptsy (@pso339) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 23:36
    กวีเป็นตัวละครที่เราคาดเดาไม่ได้จริงๆ อ่านแล้วจุกไปด้วยพูดไม่ออก งืออออ
    #2606
    0
  18. #2605 Blue_Bell (@lovecn1412) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 23:14
    ฮือออ คสพแบบนี้มันไม่โอเคแล้ว ชีวิตใหม่ของตะวันที่ได้มามันไม่มีค่าเลยเหรอ ถึงได้ยอมง่ายขนาดนี้ รู้สึกว่าการทำแบบนี้ไม่ช่วยอะไรเลย ต่อให้ตอนหน้ากวีไม่ฆ่าตะวัน แต่ถ้าอะไรๆยังเหมือนเดิม ไม่มีการแก้ไข มันก็จะมีแต่แย่แบบดิ่งลงเรื่อยๆ จูงมือกันไปหาหมอทั้งคู่เถอะลูกกก ขอร้องงง
    #2605
    0
  19. #2604 Mamorudes (@Mamorudes) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 14:44

    เป็นตอนที่แอบเครียดเลย คือยันในนิยายอ่ะมันฟิน แต่ยันในชีวิตจริงนี่แค่คนตามก็เผ่นแล้ว อย่างที่ไรท์บอกนั่นแหละว่าคนจิตตกคบด้วยแล้วเราจะจิตตกตาม...

    #2604
    0
  20. #2603 dmtsc (@dmtsc1) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 23:26
    บีบค่ตค่ะไรท์ ใดๆล้วนขอไม่bad and ก็พอเน้อออออ
    #2603
    0
  21. #2602 Nilkan. (@Atomy_Dek-D) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 22:36
    ตั้งแต่อ่านมาตูไม่เคยตามกวีทันดล๊ยยย แม่งงงหยุ๊ดดก่อน
    #2602
    0
  22. #2601 celpotter (@celpotter) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 20:20

    หยิบมีด.......

    #2601
    0
  23. #2600 ZiRbuT (@panyaporn123) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 16:50
    ไม่เอาาbad endแงงงง
    #2600
    0
  24. #2599 Zistar (@novelheart) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 16:06
    รักกันในโลกวิญญาณแทนก็ได้นะ---- แค่กๆๆ
    โอ๊ย! ใจเย็นนนนนน
    #2599
    0
  25. #2598 ความตายสีขาว (@tsuyoko-1827) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 09:29
    กรี๊ดดดดดดดด กวีลูก อย่าทำน้องงง แงงงงง
    #2598
    0