เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 105,157 Views

  • 3,720 Comments

  • 5,877 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,749

    Overall
    105,157

ตอนที่ 35 : หน้าที่34 บีบคั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 639 ครั้ง
    9 มิ.ย. 61

ไม่รู้ว่าผมชอบกวีถึงขนาดไหนหรือชอบตั้งแต่เมื่อไร ตอนแรกผมแค่เข้ามายุ่งกับเขาเพราะความอยากรู้ ตามมาด้วยความสงสาร พอกวีทำเหมือนผมเป็นที่ยึดเหนี่ยว ผมก็รู้สึกกลัว ไม่มั่นใจขึ้นมาจนถอยห่างเขา


เดิมทีผมเป็นคนที่ไม่มั่นใจในตนเองอยู่แล้ว ไม่รู้เพราะการเลี้ยงดูของพ่อแม่ที่ไม่ว่าผมทำอะไรก็ไม่เคยชม เอาแต่เปรียบเทียบกับพี่น้องคนอื่นด้วยหรือเปล่า ผมถึงรู้สึกไม่มั่นใจในตนเอง ไม่ชอบที่จะเป็นผู้นำ ไม่ชอบที่จะให้ใครมาพึ่งพิง เพราะกลัวว่าทุกคนจะผิดหวังในตัวผม


ทว่าหลังๆ ผมกลับรู้สึกว่าละสายตาห่างออกจากเขาไม่ได้ ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ในหัวมีแต่เรื่องของเขาเต็มไปหมด


ความรู้สึกนี้ทำให้ผมรู้สึกอึดอัด อยากถอยหนี แต่ก็กลัวว่าตนเองจะไม่ถูกกวีรักอีกต่อไป


ผมกลัวว่าพอยอมรับว่ารักกวีแล้ว วันดีคืนดีเขาจะฆ่าตัวตายเพราะผมทำให้เขาผิดหวัง สุดท้ายผมเลยพยายามบอกตนเองว่าผมกำลังใช้ประโยชน์จากเขามากกว่ารัก


ผมคิดว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่เปล่า ทุกอย่างมันแย่ลงกว่าเดิม พอเห็นว่ากวีไม่รู้สึกอะไรกับคำพูดนั้น ผมก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดจนทนไม่ไหว


ส่วนกวีที่ถูกผมทิ้งไป เขาก็ระแวงผมทุกย่างก้าว กลัวว่าผมจะหนีเขาไปวันใดวันหนึ่ง เหมือนกับตอนที่ผมทิ้งเขาไว้ในโลกที่ไม่มีแม้แต่สีสันหรือแสงสว่าง


ผมกลัวตาย พอๆ กับกลัวว่าเขาจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรบนโลกใบนี้ถ้าไม่มีผม


ถ้าผมไม่อยู่แล้ว ต่อจากนี้ไปเขาจะไปเที่ยวหรือเล่นเกมกับใคร ..พอนึกว่ากวีจะต้องกลับไปอยู่ตัวคนเดียวอีกครั้งในโลกที่ไม่มีแม้แต่สีหรือแสงสว่าง ผมก็อยากกอดเขาไว้ให้แน่นๆ เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายไปต่อหน้าต่อตา


ผมคิดว่าความจริงแล้วพื้นฐานนิสัยของกวีคงเป็นคนอ่อนโยนมากด้วยซ้ำ ทว่าเพราะสังคมและปัจจัยหลายๆ อย่างหล่อหลอมตัวเขาขึ้นมาเป็นแบบนี้ สุดท้ายแล้วกวีจึงแสดงความรักออกมาในทางที่รุนแรงกว่าคนทั่วไป


ถ้ากวีไม่ถูกครอบครัวทำร้าย ไม่ถูกสังคมรุมซ้ำ ไม่ถูกผมที่ยื่นมือเข้าไปช่วยก่อนจะผลักตกเหว อีกฝ่ายคงเป็นคนที่อ่อนโยนและไม่บิดเบี้ยวถึงขนาดนี้


ยิ่งคิดมากเท่าไรผมก็ยิ่งรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตนเอง หลายครั้งที่ผมเห็นภาพของกวีตอนฆ่าตัวตายวนซ้ำไปซ้ำมาในห้วงความฝันราวกับจะตอกย้ำการกระทำที่เกิดขึ้น หากเป็นไปได้ต่อจากนี้ผมก็อยากอยู่ข้างๆ กวีตลอดไป ทั้งตอนที่เสียใจ ตอนที่เศร้า


หรือแม้แต่ตอนที่มีความสุข


..แต่ผมคงไม่มีโอกาสได้แก้ไขอะไรอีกแล้ว..


…………...…………...……………


…………...


ผมรู้สึกปวดตัวเหมือนขยับไม่ได้ ร่างกายอ่อนแรงจนแม้แต่ปลายนิ้วยังชาหนึบ นัยน์ตาพยายามฝืนลืมขึ้น ทั้งๆ ที่รู้สึกปวดดวงตาไปหมด


ดูเหมือนว่าผมจะยังไม่ตายหรือเปล่านะ.. ผมมองเพดานที่มีแสงไฟสีขาวประดับอยู่ด้านบน ถึงจะรู้สึกปวดตัวไปหมดแต่ผมรู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ผมยังมีชีวิตอยู่จริงๆ


ผมกลอกตามองไปรอบห้อง ดูเหมือนว่าที่นี่จะเป็นห้องกวี แสดงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นคงไม่ใช่ความฝันจริงๆ


หัวใจเต้นรัวราวกับว่ามีใครตีกลองอยู่ด้านใน ความตื่นตระหนกกับความกลัวเริ่มครอบงำจิตใจจนผมหอบหายใจถี่ๆ ทว่าเมื่อเริ่มตั้งสติได้ ผมก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจให้ช้าลง


ตอนนั้นผมเตรียมใจมาแบบชัวร์ๆ แล้วว่ายังไงก็ต้องตาย แต่เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตนเองยังมีชีวิตอยู่เลยบอกไม่ถูกว่าตนเองกำลังรู้สึกยังไงกันแน่


“ตื่นแล้ว?”


ผมเหลือบมองไปตามต้นเสียงนั้น กวีนั่งอยู่ด้านข้างเตียงและกำลังจ้องมองมายังทางผม


หลังจากที่พยายามเค้นเสียงตนเองอยู่ครู่ใหญ่ ผมก็พึมพำขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า


“นายไม่ได้ฆ่าฉัน?”


“อืม”


“ทำไม?”


ตอนนั้นผมอุตส่าห์ทำใจล่วงหน้ามาแล้วว่ายังไงก็ต้องตายแน่ๆ สายตากวีตอนนั้นก็เหมือนตั้งใจบอกว่าจะฆ่าผมจริงๆ แล้วทำไมผมดันรอดมาแบบปาฏิหาริย์ได้


“ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะฆ่า” กวียอมรับกับผมแบบที่สีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย “แต่..”


พูดค้างไว้แค่นั้นกวีก็เงียบไปนานมากก่อนจะเอ่ยต่อ


“พอลองคิดว่าถ้าฉันฆ่านาย แล้ววันพรุ่งนี้ฉันตื่นขึ้นมาจะไม่ได้เห็นนายยิ้ม ไม่ได้ยินเสียงนายพูดกับฉัน ไม่ได้เล่นเกมหรือไปเที่ยวด้วยกันอีก..” กวีเอ่ยเสียงเบาลงเรื่อยๆ ราวกับกำลังกระซิบ ไม่รู้ว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไร ระหว่างดีใจที่ตัดสินใจไม่ฆ่าผมทิ้งกับดีใจที่ผมไม่ได้เกลียดเขา แต่ว่าเสียงท้ายประโยคของกวีกลับสั่นพร่าอย่างน่าประหลาด


“..ฉันเลยตัดใจฆ่าไม่ลง..”


ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองคิดไปเองหรือเปล่า แต่เสียงของกวีเหมือนคนกำลังที่สับสนและกำลังจะร้องไห้ออกมาอย่างไรอย่างนั้น


“แสดงว่าตอนนี้นายไม่อยากฆ่าฉันแล้ว?”


“ใช่ ..ขอโทษด้วยที่ทำแบบนั้น” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเบาลง สีหน้าดูไม่ค่อยดีเท่าไรนัก “..อย่าเกลียดฉันเลยนะ บนโลกนี้ฉันไม่มีใคร..นอกจากนายอีกแล้ว”


ผมกลอกตามองไปรอบห้อง ไม่รู้จะพูดอะไรก่อนดี ยอมรับว่าคำพูดนั้นของกวีทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมากเหมือนความรู้สึกหนักอึ้งที่มีมาตลอดถูกยกออกไป


ที่ผ่านมาผมไม่กล้าพูดอะไรขัดใจกวีเพียงเพราะกลัวว่าถ้าพูดอะไรออกไปแล้วเขาจะทำร้ายผมหรือคนรอบตัวขึ้นมา


ไม่รู้ว่าเพราะเพิ่งผ่านความตายมาเมื่อครู่หรืออย่างไร ตอนนี้ผมถึงมีความคิดอยากที่จะพูดสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจออกมา หลังจากลังเลครู่หนึ่งผมก็เอ่ยขึ้นเสียงเบา


“กวี..ฉันกลัว”


พอเอ่ยไปได้แค่นี้ผมก็เริ่มไม่มั่นใจว่าควรพูดต่อดีไหม คำว่า ‘ถ้า..’ โผล่ขึ้นมาในหัวเต็มไปหมด ภาพตอนที่กวีถือมีดแล้วตั้งใจจะฆ่าทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นจนผมรู้สึกกลัว


แต่ถ้าไม่พูด


สุดท้ายทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก


หลังจากกลั้นใจอยู่ครู่หนึ่งผมก็เอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเบาหวิว


“ฉันกลัวว่าสักวันนายอาจจะฆ่าฉันหรือเพื่อนขึ้นมา แต่ฉันไม่อยากให้นายทำร้ายใคร”


ผม..ผมกลั้นใจพูดออกไปแล้ว หลังเอ่ยไปได้ครึ่งหนึ่งผมก็สูดลมหายใจ พูดเสียงสั่น


“ฉันไม่อยากให้นายรู้สึกผิดทีหลังที่ฆ่าหรือทำร้ายใครเพราะอารมณ์ชั่ววูบ เพราะอย่างนั้นเลิกทำแบบนี้ได้ไหม..?”


พอเอ่ยจบผมก็ไม่กล้าสบตาเขา เหงื่อเริ่มไหลเพราะความกลัว ทั้งๆ ที่ในห้องเปิดแอร์จนเย็นฉ่ำ


ถ้ากวีตอบว่าไม่ล่ะ..


นั่นสิ.. ผมก็คงไม่กล้าเลิกกับกวีอยู่ดี ต่อให้เขาจะฆ่าหรือทำร้ายคนรอบตัว สุดท้ายผมก็เลือกที่จะอยู่ข้างๆ กวี แต่ก็กลัวไปด้วย


ตอนนี้ผมยังรักเขา ทว่าในอนาคตผมไม่แน่ใจว่าผมจะยังรู้สึกรักเหมือนเดิมได้หรือเปล่า ถ้าทุกอย่างยังเป็นแบบนี้เหมือนเดิม


เมื่อเห็นว่ากวีไม่เอ่ยอะไรผมก็ยิ่งเครียดจนตัวเกร็ง หลังจากลังเลไปนานมากผมก็รีบพูดต่อ


“ตอนนี้พวกเราเรียนอยู่ม.5 อีกปีเดียวก็จบแล้ว บางทีพวกเราอาจจะไม่ได้เรียนที่เดียวกัน คณะเดียวกัน หรือต่อให้เรียนคณะเดียวกันก็ไม่ใช่ว่าเราจะเรียนทุกวิชาเหมือนกันอยู่ดี ฉันเลยไม่อยากให้นายยึดติดกับฉันมากจนถึงขั้นมาเรียนตามฉัน โดยที่ตัวเองไม่มีความฝันแม้แต่อย่างเดียว”


ผมไม่กล้ามองหน้ากวีเลย ไม่รู้ว่าวินาทีต่อมาเขาจะบีบคอผมหรือเปล่า แต่ในเมื่อเขาไม่ทำอะไรผมก็คิดว่าตัวเองควรจะรีบสั่งเสียให้ครบก่อนที่จะไม่ได้พูด


“..แต่ถึงฉันจะมีเพื่อนหรือสังคมเยอะขนาดไหน สุดท้ายแล้วฉันก็รักนายมากที่สุดอยู่ดี”


พูดจบผมก็สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ บนใบหน้ายังมีเหงื่อเม็ดใหญ่ไหลลงมาตามขมับ จังหวะที่กวีขยับตัวเข้ามาใกล้ ร่างกายผมเกร็งตัวอย่างรวดเร็ว


ทว่าแทนที่จะบีบคอผม เขากลับเอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าก่อนจะลูบที่ข้างแก้มอย่างรักใคร่


“เข้าใจแล้ว ขอบคุณมากนะที่ให้โอกาสฉัน”


ผมเหลือบไปมองกวี เขามองผมด้วยสายตาอ่อนโยนมากจนผมเกือบนึกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นความฝัน บางที..ถ้าเกิดเขาไม่ได้ถูกทำร้ายตอนเด็ก กวีอาจจะโตมาเป็นคนแบบนี้ก็ได้


พอลองย้อนคิดดูแล้วผมก็เศร้านิดหน่อย ไม่ใช่ว่าไม่ชอบกวีที่เป็นแบบนี้ แต่ผมชอบที่จะได้เห็นเขามีความสุข อย่างน้อยถ้าโตขึ้นมาในครอบครัวที่อบอุ่นคงจะดีกว่า


กวีไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากบนหน้าผาก ก่อนจะบอกฝันดีแล้วขยับเข้ามานอนด้วยกัน


ผมไม่รู้ว่ากวีหลับไปหรือยัง แต่คืนนั้นผมนอนไม่หลับเลยแม้แต่นิดเดียว


……...……...……...……...………


……...……...………


หลังจากคืนนั้นกวีก็ทำตามอย่างที่ผมขอร้อง


เขาลดความรู้สึกหึงหวงถึงขั้นจะฆ่าคนอื่นลง เวลาผมไปเที่ยวกับพิมพ์และกล้าแล้วพาเขาไปด้วย กวีก็แค่มองผมด้วยสายตาเฉยๆ ไม่ได้มีความรู้สึกอยากจะฆ่ารุนแรงเหมือนตอนแรกอีก


ถึงกวีจะไม่ได้ทำเรื่องเหล่านี้เพราะคิดได้ด้วยตนเอง แต่ผมก็ดีใจที่เขารับฟังคำขอของผม วันอาทิตย์ผมเลยชวนเขาออกไปเที่ยวข้างนอกด้วยกัน


ผมคิดว่ากวีควรจะมีแรงจูงใจอะไรสักอย่างที่ทำให้อยากมีชีวิตอยู่นอกจากผม เช่นของที่ชอบ สิ่งที่ชอบทำ วันนั้นผมเลยพาเขาไปกินอาหารแปลกๆ พาไปเล่นเกมเซนเตอร์ ซื้อหนังสือ รวมทั้งชวนไปดูหนัง


กวีไม่พูดกับผมว่าชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เหมือนเขาแค่ไปตามที่ผมชวนหรือขอร้องเท่านั้น ตอนจะกลับผมเลยห่อเหี่ยวไปนิดหน่อย


ผมยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์กับเขา มองแสงพระอาทิตย์ใกล้ตกดินที่ย้อมโลกทั้งใบให้กลายเป็นสีส้ม ระหว่างที่กำลังรอด้วยกันนั้นอีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้น


“ไว้คราวหน้ามาด้วยกันอีกไหม?”


ผมหันมามองเขาอย่างรวดเร็ว  ความรู้สึกดีใจทำให้ผมยิ้มออกมา เอาเถอะ ถ้าเขาไม่รู้ว่าตนเองชอบอะไรตอนนี้ก็ไม่เห็นแปลกอะไร อย่างน้อยถ้าสนุกก็พอแล้ว “งั้นอาทิตย์หน้ามาดูหนังกับเล่นเกมด้วยกันอีกนะ”


“อืม”


หลังจากที่นัดกันเสร็จเรียบร้อยผมก็กลับบ้านไปด้วยความรู้สึกอารมณ์ดี ทว่าทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้านแล้วตรงเข้าไปนั่งกินข้าวเย็น แม่ก็ทักขึ้น


“มีแฟนแล้วเหรอเราน่ะ?”


ผมหน้าชาทันที หลังจากที่คิดอะไรบางอย่างครู่หนึ่งผมก็ถามย้อนกลับไป


“ทำไมแม่คิดแบบนั้นล่ะ?”


“ก็เห็นออกนอกบ้านทุกอาทิตย์ แล้วนี่อาทิตย์หน้าก็จะไปอีกใช่ไหม?”


รู้ได้ยังไง!


หน้าผมแปะอะไรเอาไว้หรือไงทำไมคนอื่นถึงชอบอ่านใจผมออกประจำ ผมหลุบตาลง ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดีนอกจากนั่งนิ่ง


“แม่ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” อีกฝ่ายว่าก่อนจะหัวเราะ “แค่จะบอกว่ามีแฟนแล้วว่างๆ ก็พามาแนะนำกับแม่บ้างสิ แม่อยากเห็นว่าน่ารักหรือเปล่าเท่านั้นเอง”


พูดดักขนาดนี้ผมไม่กล้าบอกเลยว่า แม่เคยเห็นไปแล้วครับ ก็กวีไง ..อืม ผมยิ่งเสียวๆ อยู่ว่าถ้าพูดออกไปแล้วพ่อกับแม่จะช็อคจนต้องหามส่งโรงพยาบาลหรือเปล่า


ถ้าผมเป็นลูกคนกลางเหมือนชาติที่แล้วก็ดี อย่างน้อยก็ไม่มีใครจะใส่ใจว่าผมทำอะไร บังเอิญผมเป็นลูกคนเดียวนี่สิ


ผมถอนหายใจ รู้สึกว่าชีวิตของตัวเองมีแต่ปัญหาเต็มไปหมดจริงๆ


……...……...……...……...………


……...……...………


เช้าวันต่อมาเป็นวันจันทร์ ผมมาถึงโรงเรียนในสภาพที่แบบอารมณ์ดีสุดๆ หลังจากที่พูดเรื่องนั้นออกไปแล้วผมก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก


ถ้ารู้แบบนี้พูดออกไปตั้งแต่แรกก็คงดี


เมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องสายตาก็มองโต๊ะกวีที่ว่างเปล่า ดูเหมือนจะยังไม่มามั้ง.. ผมวางกระเป๋าลงด้านหลังเก้าอี้ ในขณะที่ตั้งใจจะลุกไปเข้าห้องน้ำใครบางคนก็เดินเข้ามาดักทางผมอย่างรวดเร็ว


ผมกะพริบตา พอเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นเกรซ ความรู้สึกผิดก็ทำให้ผมรู้สึกกระอักกระอ่วนจนไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรออกไป เด็กสาวก็รีบพูดขึ้นมาเสียก่อน


“พี่เอิร์ธคะ เกรซมีเรื่องอยากจะคุยด้วย”


----------------------------------------


[Talk]


หลังจากนี้เนื้อเรื่องจะเบาลงจากช่วงแรกค่อนข้างเยอะนะคะ แต่อย่าเพิ่งทิ้งกันนะT_T




สปอยล์เกิดใหม่เป็นไดอารี่ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนปัจจุบัน



ตอนแรก:


กวี: (ノ・◡・)ノ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ∞ (infinity heart with yandere smile)


ตะวัน: (゚Д゚;≡;゚Д゚)



ตอนปัจจุบัน:


กวี: (ノ・◡・)ノ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ∞ (infinity heart with yandere smile)


ตะวัน:(*´▽`*)





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 639 ครั้ง

44 ความคิดเห็น

  1. #3672 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:39

    เกรซ หลบค่ะ หลบบบ

    #3672
    0
  2. #3632 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:16
    นิยายวายทั่วไป
    เกรซ : "...มีเรื่องจะคุยด้วย"
    เรา : ชนี! อย่ามายุ่งกับตัวเอกตรู จงนกไปซะ!

    นิยายเรื่องนี้
    เกรซ : "...มีเรื่องจะคุยด้วย"
    เรา : อย่า! น้อง! อย่าเอาชีวิตมาทิ้งไว้กับอิคู่รักสายยันคู่นี้! หนีไป๊!
    #3632
    0
  3. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 01:14
    ทำไมถึงตอนนี้ เราดันกลัวกวีมากกว่าเดิมอ่ะ555555
    #3465
    0
  4. #3309 MR_Amiss (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 18:20
    eน้องเกรซคะ~~~ หลีกกกก
    #3309
    0
  5. #3137 Bubble Mint (@pepperminttk) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 16:18
    เรามองว่า กวีกำลังทดสอบว่า จะทำรุนแรงกับตะวันได้มากแค่ไหน ตะวันจะรับได้มากแค่ไหน รับตัวกวีได้ทั้งหมดเลยรึเปล่า รับสิ่งที่กวีทำและจะทำในอนาคตได้หรือเปล่า
    กลัวว่าอนาคตกวีจะฆ่าคนแล้วให้ตะวันเลือกว่าจะช่วยกวีหรือช่วยคนอื่น
    แต่ตอนนี้ กวีเป็นพวก manipulative มากๆๆๆๆๆๆๆ
    #3137
    0
  6. #2939 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 12:03
    ถึงกวีจะดูควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้น แต่เราก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี เพราะเราไม่รู้ว่าในหัวกวีกำลังคิดอะไรอยู่ ก็หวังว่าจะไม่มีอะไรร้ายแรงอีกนะ // เกรซจะคุยอะไรนะ
    #2939
    0
  7. #2851 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 01:05
    ดีใจที่อย่างน้อยกวีก็รับฟังแล้วทำตามที่ตะวันขอ ตอนที่กวียอมลงให้แอบน้ำตาซึม ;-; ส่วนเกรซจะมาสร้างความวุ่นวายอีกแล้วหรออ เธอถอยไปได้แล้ววว
    #2851
    0
  8. #2844 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 15:16
    คุยอะไรลูก อาจจะไม่โดนแค่เกลือแล้วนะ
    #2844
    0
  9. #2711 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 03:56
    ตะวันคือดีมากอ่ะ
    #2711
    0
  10. #2671 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 16:28
    เกรซ หนูสวย หนูเก่ง หนูสามารถไปหาคนอื่นได้นะ ถถถถถถ ตะวันเค้าเป็นของกวี
    #2671
    0
  11. #2646 ลูกนกหัดติ่ง (@f-fangsutinee) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 22:55
    เกรซคะ น้องตะวันจะมีผัวค่ะ หนูเป็นชะนีถอยออกมาค่ะ
    #2646
    0
  12. #2644 bassjeedjad (@bassjeedjad) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 21:34

    ไม่ทิ้งหรอกก๊ะ เพราะว่าตอนที่พีคๆเราก็ดองไว้แล้วค่อยมาอ่านเหมือนกัน กลัวตัวเองดาวน์ตาม ตอนซอฟท์ๆน่าจะทำใจอ่านได้ไวๆ

    #2644
    0
  13. #2643 l3oss_it (@suchanee) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 21:01

    ไม่ทิ้งหรอก หนูเกซรยังไม่ตัดใจจากตะวันอีกเหรอลูก เดี่ยวระเบิดก็ได้ลงจริงๆหรอกนะ

    #2643
    0
  14. #2642 funny bird (@kam20180) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 20:01

    ไม่ทิ้งไรท์แน่นอน ดีใจมากที่เนื้อหามันจะเบาขึ้น แต่เห็นชื่อเกรซแล้ว ลางสังหรณ์ไม่ดีเลยอ่ะ ????????????

    #2642
    0
  15. #2641 Love Star (@Coffee2) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 18:59
    สปอยร่ารักจังค่ะไรท์ 555
    #2641
    0
  16. #2640 ZiRbuT (@panyaporn123) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 15:53
    ขำการสปอย
    #2640
    0
  17. #2639 Aidan (@ninewcub) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 15:35
    สปอยน่ารักจังค่ะ555555
    #2639
    0
  18. #2638 Maii_Hom (@ruruga) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 14:35
    หลังๆนี่อ่านไปไม่เคยหายใจได้ทั่วท้องเลย ;-; ถึงแม้ว่ากวีจะไม่ฆ่าตะวันเพื่อตัวเองก็เถอะ แต่ก็ดีใจที่ตะวันกล้าบอกกวีแล้วกวีรับฟัง ไม่เข้าข้างกวีจนไม่บอกให้กวีปรับตัว พวกนายกำลังอีโวแล้ว ซู่มั่ยซู่!!
    #2638
    0
  19. #2637 nuneonan (@nuneonan) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 12:36
    เห้อเครียดอีกแล้วว
    #2637
    0
  20. #2635 suprem-leader (@suprem-leader) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 10:31
    ความเครียดมาอีกละะะ
    #2635
    0
  21. #2634 pondbambam (@pondbambam) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 09:52
    โอ๊ยยเครียดแทนนนนนายยเอกกกครับบผมมมม
    #2634
    0
  22. วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 09:32
    รอดไปนะตะวัน
    #2633
    0
  23. #2632 ภูตเงา [Doppelganger] (@nean8) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 09:29

    ชอบอีโมอ่ะ55555

    #2632
    0
  24. วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 08:43
    เธอจะทำอะไรรร
    #2630
    0
  25. #2629 a.Prompiriya (@am0propiriya) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 08:34
    น้องยังไม่ตายยยย ดีใจ ดีจังเลยที่กวียอมฟังแล้ว
    #2629
    0