เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 105,302 Views

  • 3,736 Comments

  • 5,882 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,894

    Overall
    105,302

ตอนที่ 38 : หน้าที่37 เสียใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4527
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 582 ครั้ง
    20 มิ.ย. 61

“เป็นอะไร?”


“หา?”


“นายดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่”


ผมกลั้นหายใจเล็กน้อยตอนได้ยินคำที่อีกฝ่ายทัก ไม่รู้ว่าควรจะเล่าเรื่องทั้งหมดนี้ให้กวีฟังดีหรือเปล่า แต่ว่าผมตายไปแล้ว ใช้ชีวิตในร่างใหม่แล้ว ดังนั้นชาติเดิมก็ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับตอนนี้อีก


ถ้าอย่างนั้นผมไม่ควรคิดมากใช่ไหม นั่นสิ..ผมพยายามปลอบใจให้ตนเองคิดอย่างนั้น แต่ตอนที่ได้สบสายตากับอีกฝ่ายบนรถผมก็หยุดคิดถึงเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ดี


ผมคงจะไม่คิดอะไรมากเลยหากว่าคนที่อยู่บนรถไฟฟ้านั้นไม่ใช่พี่ชายผม เขาดูผอมลงไปมาก ท่าทางดูอิดโรยจากตอนที่ผมเห็นตอนแรก


ไอ้พี่ชายที่ไม่เคยจะใส่ใจผมเนี่ยนะ..


ผมไม่อยากจะเชื่อตอนเห็นท่าทางของเขา แต่ใบหน้าอีกฝ่ายดูเหนื่อยมากจริงๆ ถึงผมจะไม่ได้สนิทกับพี่ชายตนเองสักเท่าไรยังรู้สึกว่าควรจะถีบอีกฝ่ายส่งเข้าโรงพยาบาลก่อนที่จะเป็นไปมากกว่านี้


“ฉัน..” ผมลังเลไปเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจเฮือกแล้วเริ่มเล่าระหว่างทางที่เดินไปดูหนัง “..เคยสงสัยหรือเปล่าว่าทำไมฉันถึงมาเป็นสมุดของนาย”


“เพราะนายตายจากการที่เข้ามาช่วยไม่ให้ฉันฆ่าตัวตาย?”


ผมหันไปมองคนข้างตัวแบบอึ้งๆ กำลังสงสัยอยู่ว่าบางทีคนรอบข้างอาจจะอ่านใจผมได้จริงๆ หรือใบหน้ามีอะไรสักอย่างแปะเอาไว้ “รู้ได้ไง..?”


“ก็แค่คิดแต่ไม่แน่ใจ จนวันที่นายถามฉันว่าเคยถูกรถชนหรือเปล่าฉันถึงมั่นใจ”


ผมพยักหน้าเออรับไปตามเรื่อง ทว่าพอรำลึกขึ้นมาได้ว่ากวีรู้ว่าผมเป็นใครในชาติก่อน ผมก็อยากทรุดตัวขุดดินหนีขึ้นมาเสียดื้อๆ


ชาติก่อนผมหน้าตาแย่มาก แย่จนผมยังไม่อยากจะส่องกระจกมองหน้าตนเองเพราะกลัวรับไม่ได้ แถมยังอวบและเตี้ยอีกต่างหาก ..ผมไม่อยากให้กวีมาเห็นผมในสภาพแบบนั้นเลยสักนิด


“ชาติก่อนฉันหน้าตาน่าเกลียดมาก”


“แล้ว?”


ผมอ้ำอึ้ง ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดีพอถูกสวนกลับมาแบบนี้ “นายไม่รังเกียจหรือไง?”


“ฉันเคยบอกแล้วว่าฉันรับทุกอย่างได้ที่เป็นนาย” กวีพูดคำเดิมกับที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้ ก่อนจะหยุดฝีเท้าลงเมื่อเดินมาถึงโรงหนังแล้วเปลี่ยนเรื่องที่พูดอย่างรวดเร็ว “วันนี้จะดูเรื่องอะไร?”


“เอ่อ..” ผมยืนมองหน้าช่องจำหน่ายตั๋วหนังอัตโนมัติแล้วนิ่งไปพักใหญ่ สัปดาห์นี้ไม่มีหนังผีที่เข้ามาใหม่สักเรื่อง วันก่อนผมเลยพยายามหาหนังเรื่องอื่นมาดูกับเขาแทน ทว่าเพราะถูกน้ำพูดขัดผมเลยลืมไปเสียสนิท


เหมือนกวีจะพอเดาได้ว่าผมไม่ได้เลือกหนังมาก่อน เขาเลยขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วยืนดูรายชื่อหนังด้วย พอผมเลื่อนๆ อยู่พักหนึ่งก็เห็นว่าสัปดาห์นี้ยังไม่มีหนังน่าสนใจเข้าเลย


เอายังไงดี.. ผมดูแนวประเภทหนังทั้งหมดแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่แนวที่ผมชอบสักอย่าง ปกติผมจะชอบดูหนังพวกแนวแอคชั่นหรือหนังผีอะไรทำนองนี้มากกว่า พวกหนังตลก หนังรักอะไรทำนองนี้ลืมไปได้เลย หลังจากที่ยืนอ้ำอึ้งอยู่กวีก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ


“ฉันอยากดูหนังเรื่องนี้”


กวีว่าก่อนจะชี้มาที่หนังสืบสวนเรื่องหนึ่ง ตอนแรกผมเกือบจะพูดสวนออกไปว่า ‘ฉันไม่ชอบดูหนังสืบสวน’ ทว่าพอลองคิดดูอีกทีกวีก็ยอมตามใจผมมาตลอด ผมเลยยอมตามใจเขาเลือกหนังแบบที่ต้องการไป


จะหลับไหมเนี่ย..


พอจ่ายตังเสร็จผมก็เริ่มคิดหน่อยๆ แล้วว่าผมอาจจะเผลอหลับในโรงขึ้นมาก็ได้ หนังสืบสวนส่วนมากน่าเบื่อทั้งนั้น แต่..เอาเถอะ ในเมื่อถ้ากวีอยากดู ผมก็จะทำตามความต้องการเขา


เมื่อซื้อตั๋วเสร็จผมก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นโรงหนัง ระหว่างที่เดินไปนั้นผมก็ฉุกคิดถึงเรื่องน่าแปลกใจบางอย่างขึ้นมาได้


รู้สึกเหมือนช่วงหลังกวีจะพูดคำว่าชอบหรืออยากบ่อยขึ้นหรือเปล่านะ..?


ก่อนหน้านี้เวลาถามกวีจะพูดแต่ ‘อะไรก็ได้’ เหมือนไม่มีอะไรที่ชอบ ไม่มีอะไรที่อยากได้ ไม่มีอะไรที่ต้องการอยู่บนโลก


ผมคิดว่าบางทีนี่อาจจะเป็นสัญญาณที่ดีจริงๆ นั่นแหละ


………………………………………………………………………..


……………………………………..


หนังที่เพิ่งดูไปเป็นเรื่องของพระเอกที่ทำงานเป็นนิติเวชแล้วต้องไปรับคดีพิเศษที่กำลังเป็นที่โจษจันอยู่ในตอนนี้ แรกๆ ผมคิดว่ามันจะออกมาน่าเบื่อเลยดูแบบไม่คิดอะไรมาก ทว่าเมื่อเนื้อหาผ่านไปช่วงหลังๆ กลับมีฉากต่อสู้และหลบหนีจากคนร้ายให้ลุ้นระทึกอยู่ตลอดเวลา


รู้ตัวอีกทีผมก็เผลอจับจ้องภาพบนจออย่างไม่วางตา จนกระทั่งหนังจบลงแล้วเอนด์เครดิตขึ้น ผมถึงละสายตาออกมาจากหน้าจอแล้วหันมามองคนข้างๆ เพื่อชวนให้ออกไปข้างนอกด้วยกัน


ทว่ากวีกลับจ้องผมก่อนอยู่แล้ว พอสบตากันผมก็นิ่งค้างไป อีกฝ่ายขยับตัวลุกขึ้นแล้วถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่ไป?”


จบคำนั้นผมก็รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ความจริงผมตั้งใจว่าจะพูดกับเขาหลังหนังจบ แต่เมื่อถึงเวลากลับดันพูดไม่ออกเสียดื้อๆ


จนกระทั่งเดินออกจากโรงหนังมาแล้วผมก็ยังพูดอะไรไม่ออก พอเริ่มตั้งสติและรวบรวมความคิดอยู่พักหนึ่งผมถึงค่อยพูดถึงเนื้อเรื่องหนังเฉพาะฉากที่ประทับใจ


ระหว่างที่กำลังพูดอยู่นั้นผมสังเกตได้ว่าท่าทางของกวีเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างตลอดเวลา ผมค่อยๆ เล่าช้าลงเพื่อสังเกตพฤติกรรมของเขาจนกระทั่งเงียบไป แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “คิดอะไรอยู่?”


“ตะวัน ฉันมีอาชีพที่อยากทำแล้ว”


หะ..?


ผมฟังคำพูดของกวีอย่างไม่เชื่อหู ตอนแรกนึกว่าตนเองฟังผิด แต่เมื่อลองทวนคำพูดในหัวของเขาซ้ำไปซ้ำมา ผมถึงพบว่าตัวเองไม่ได้ฟังผิดจริงๆ


ผมอยากจะตะโกนร้องดังๆ ว่าในที่สุด! ในที่สุดผมก็เปลี่ยนแปลงกวีให้ไปในทางที่ดีขึ้นได้แล้ว!


“อาชีพอะไร?”


“หมอ”


ฮะ..? ผมฟังอาชีพที่กวีอยากเป็นแล้วจากที่ดีใจกลายเป็นอึ้งแทน ในหัวนึกภาพเขาตอนกำลังรักษาคนไข้แต่กลับนึกไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว


“หมออะไร?”


บางทีกวีอาจจะไม่ได้อยากเป็นหมอทั่วไปก็ได้ แต่อาจจะอยากเป็นทันตแพทย์ สัตวแพทย์หรือศัลยแพทย์อะไรทำนองนี้..


“นิติเวช”


“แน่ใจนะ..?” ผมถามย้ำ ถึงจะเคารพในการตัดสินใจของเขา แต่ผมรู้สึกว่าถ้าไปเรียนด้านนี้แล้วไม่ใจรักจริงอาจจะทนไม่ไหว แถมหมอยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคซึมเศร้าสูงกว่าอาชีพอื่นๆ อีกต่างหาก


“อืม ฉันกำลังสนใจอยู่พอดี”


ผมพยักหน้ารับ ในเมื่อเขายืนยันว่าตนเองคิดมาดีแล้วผมก็จะเชื่อตามที่กวีพูด ติดแค่เป็นห่วงนิดหน่อยเท่านั้น เวลาจะเข้าเรียนนิติเวชต้องไปสอบแพทย์แล้วถึงค่อยต่อเฉพาะทาง ประเด็นคือผมกลัวว่าตอนไปสัมภาษณ์แล้วมีจิตแพทย์มาคุยด้วย กวีอาจจะไม่ผ่านขึ้นมา


แต่ว่าพักหลังๆ มานี้นิสัยกวีก็เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว บางทีถ้าปาฏิหาริย์มีจริง กวีอาจจะรักษาอาการที่เป็นอยู่ตอนนี้หายทัน


ผมปลอบใจกับตนเองแบบนั้น ทั้งๆ ที่ยังไม่แน่ใจเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายจะหาย บางทีกวีอาจจะวนเวียนกับความรู้สึกที่ไม่อยากมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้จนต้องคว้าผมไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวตลอดกาล


…………………………………………………………..


……………………………………….


ระหว่างทางขากลับด้วยกันนั้นกวีเดินมาส่งผมที่สถานีรถไฟฟ้าตามเดิม ผมเลยหันมาโบกมือลาเขา มือหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาเปิดเพื่อหาบัตรรถไฟฟ้าก่อนขึ้นไป


ผมนิ่วหน้าเมื่อเห็นว่าบัตรรถไฟฟ้าไม่ได้ใส่อยู่ในช่องเดิมที่ควรจะอยู่ จากนั้นผมเลยลองพยายามค้นทั้งกระเป๋าเงิน กระเป๋าเป้ กระเป๋ากางเกงแต่ก็ไม่เจอสักที่


ผมเหงื่อแตกพลั่กทันที มือเปิดกระเป๋าเงินอีกรอบแล้วดูจำนวนเงินที่อยู่ในกระเป๋า 20บาท..แบบนี้จะไปขึ้นรถไฟฟ้าได้ยังไง..!


ดูเหมือนกวีคงสังเกตว่าผมยืนทำหน้ากระอักกระอ่วนอยู่เหมือนจะมีปัญหาอะไรสักอย่าง เขาเลยถามขึ้น “มีอะไร?”


“เอ่อ.. ฉันลืมเอาบัตรรถไฟฟ้ามา”


“เอาเงินฉันไปยืม”


พอเอ่ยจบกวีก็หยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาแล้วทำท่าจะหยิบแบงค์ร้อยให้ ผมรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว “ไม่ๆ ไม่เป็นไร ฉันขึ้นรถเมล์ไปกับนายดีกว่า”


กวีจ้องมองผมเงียบๆ ท่าทางเหมือนกับกำลังชั่งใจว่าจะทำตัวเป็นคนดีให้เงินยืมหรือจะให้ผมขึ้นรถเมล์ไปกับเขาดี


หลังจากที่ยืนเงียบอยู่นาน ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เก็บเงินนั้นเข้ากระเป๋าไปอย่างรวดเร็ว


ผมมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า ก่อนที่กวีจะคว้ามือของผมขึ้นมากอบกุมเอาไว้ ทันทีที่ผิวเนื้อแตะกันไออุ่นจากฝ่ามือของเขาก็ส่งผ่านมาถึงผม


ผมก้มมองมือข้างนั้นพลางกระชับมืออีกฝ่ายเอาไว้แน่น ก่อนจะรีบก้าวเท้าตามไปอย่างรวดเร็ว


……………………………………………………………..


…………………………………..


วันนั้นทั้งวันผมลืมเรื่องของพี่ชายไปเสียสนิท ถึงอย่างไรก็ตามผมคิดว่าเราคงไม่มีโอกาสจะได้เจอกันอีกแล้ว ดังนั้นผมจึงไม่ลังเลที่จะโยนเรื่องที่ชวนปวดหัวนี้ลงถังขยะอย่างรวดเร็ว


ทว่าทันทีที่เดินมาถึงป้ายรถเมล์ ผมก็ชะงักฝีเท้าไป สายตาจับจ้องร่างของอีกฝ่ายที่กำลังยืนอยู่ตรงป้ายอย่างไม่เชื่อสายตา พอขยี้ถึงสามครั้งผมก็ยังเห็นร่างนั้นยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน


สรุปว่ามันไม่ใช่ภาพหลอนหรอกเหรอเนี่ย..


ผมกะพริบตาในขณะที่ลอบมองร่างของอีกฝ่ายแบบตาแทบไม่กะพริบ ปกติพี่ชายทำงานแถวอโศกแทบทุกวันแม้กระทั่งเสาร์อาทิตย์ก็ไม่เว้น


..แล้วเขาจะมาแถวสยามทำไม..


สยามกับอโศกห่างกันตั้งหลายสถานี ผมลังเลเล็กน้อยตอนเห็นใบหน้าอ่อนล้าของอีกฝ่าย อะไรบางอย่างกระซิบบอกว่า ‘ถ้าไม่เข้าไปทักตอนนี้ อาจจะคาใจไปตลอดเลยก็ได้นะ’


แต่ผมก็ไม่มีความกล้าที่จะเข้าไปทักอยู่ดี ถ้าผมเข้าไปทักผมควรจะพูดว่าอะไรล่ะ? เข้าไปบอกว่าผมคือตะวันงั้นเหรอ แล้วใครจะเชื่อที่ผมพูดวะเนี่ย!


ความลังเลกับความคาใจคาบกึ่งกันทำให้ผมไม่กล้าเข้าไปทักอีกฝ่าย ทำเพียงแค่จ้องมองใบหน้านั้นเงียบๆ จนกระทั่งรถเมล์มา จังหวะนั้นพี่ชายก็เดินขึ้นรถเมล์ไป


ผมร้องในใจว่าชิบหายแล้ว กำลังคิดว่าเอาไงดี จะรีบวิ่งเข้าไปรั้งไว้เลยดีไหมนะ แต่ว่า..แต่ว่า..ถ้าผมพูดไปใครจะเชื่อ ขณะที่กำลังยืนเครียดอยู่นั้นกวีก็บีบมือผมแล้วหันมาถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย


“คิดอะไรอยู่ ไม่ขึ้นรถ?”


ผมเกือบจะร้องฮะ ออกมาเพราะตั้งตัวไม่ทัน ขณะที่กำลังงุนงงอยู่นั้นกวีก็ลากผมขึ้นรถเมล์คันเดียวกับพี่ชายตัวแสบอย่างรวดเร็ว


พอตั้งสติได้ผมถึงเห็นว่าเป็นรถเมล์สายเดียวกับที่ผมและกวีต้องขึ้น แต่เพราะผมมัวแต่จ้องพี่ชายและใจลอยคิดถึงเรื่องอื่นจนไม่ทันสังเกตเลขรถเมล์


ทันทีที่ขึ้นมาบนรถเมล์แล้วผมก็รีบเดินไปนั่งข้างหลังของพี่ชายอย่างรวดเร็ว


‘ถ้าจะคาใจขนาดนี้ก็ถามไปเลยเถอะ’ ผมบอกตัวเองแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ทว่าไม่มีความกล้าที่จะทักก่อน ความจริงแล้วผมมีหลายเรื่องที่อยากรู้ในหัว เป็นต้นว่า พ่อแม่เป็นยังไงบ้าง? คนอื่นๆ สบายดีไหม? มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้างหลังผมตาย


ผมสูดลมหายใจลึก ตอนนี้ผมกำลังชั่งใจระหว่างอยากรู้กับกลัวความจริง


ถ้าเกิดพี่ชายผมทำหน้าเฉยๆ แล้วบอกว่า ‘อ่อ พ่อแม่ก็มีความสุขดีนะหลังน้องตาย’ หรือ ‘ก็ไม่เห็นใครรู้สึกอะไรกับที่น้องตายเลย’ ผมคงนึกไม่ออกเลยว่าตนเองจะทนยืนหรือมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ต่อไหวหรือเปล่า


ผมรู้ดีว่าชีวิตเก่ากับชีวิตใหม่ไม่ควรจะเอามาต่อกัน มันไม่ใช่สิ่งเดียวกันอีกต่อไปแล้ว หากจะตัดขาดก็ไม่ควรเอาชีวิตเก่าของตนเองมายุ่งเกี่ยวอีก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อดรู้สึกคาใจไม่ได้


ความพะว้าพะวงใจทำให้ผมเริ่มเครียด


ไม่รู้เพราะผมแสดงสีหน้าชัดเจนเกินไปหรือเปล่า กวีที่นั่งข้างๆ ถึงได้หันมาถาม “เป็นอะไร?”


“เอ่อ..” ผมกระอักกระอ่วนเหมือนคนจมน้ำ เพราะตอนนี้ในหัวมีเรื่องให้คิดเยอะมากเกินไป ผมเลยทำได้แต่เงียบแล้วกะพริบตาปริบๆ


ถ้าเป็นตอนที่สติดีผมคงจะหันไปพูดกับกวีว่า ‘ไม่มีอะไร แค่เหม่อเฉยๆ’ แต่ตอนนี้ผมกลับนึกคำพูดที่จะไปตอบเขาไม่ออก สายตามัวแต่จับจ้องพี่ชายที่นั่งอยู่ด้านหน้าตนเองเท่านั้น


จังหวะที่รถเมล์เริ่มชะลอตัวลง พี่ชายผมก็ลุกขึ้นยืน


ผมใจหายวาบ หันไปมองกวีที่นั่งอยู่เก้าอี้ตัวนอกสลับกับสถานที่ที่รถเมล์จอด ยังเหลืออีกหลายป้ายกว่าจะถึงบ้านของเขาและบ้านของผม ถ้าลงตอนนี้กวีต้องรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆ แน่


หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ผมก็ขยับตัวลุกขึ้นพรวดแล้วหันมาพูดกับกวีอย่างรวดเร็ว “กวี ฉันนึกขึ้นได้ว่ามีธุระไปต่อ ถ้ายังไงขอลงก่อนนะ”


กวีจ้องมองผมนิ่งๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมขยับตัวให้ออก


ฉับพลันผมรีบพุ่งออกไปนอกรถอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ได้หันกลับมามองเด็กหนุ่มอีกเลย


…………………………………………………………………


………………………………….


เขาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตานิ่งเฉยตอนที่ได้ยินคำขอร้องนั้นหลุดออกมาจากปาก


เขาเห็นมาตั้งแต่แรกแล้วว่าตะวันจ้องมองผู้ชายวัยทำงานคนหนึ่งตาแทบไม่กะพริบ ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะไม่พูดอะไร ไม่ทำท่าหึงหวง ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้นให้ตะวันหนักใจอีก


แต่แล้วเขาก็ควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้ ความโกรธ ความรู้สึกหึงหวงแล่นพล่านขึ้นมาในหัวก่อนจะบีบอัดแน่นรวมกัน


ชั่วครู่หนึ่งที่ผู้ชายคนนั้นขึ้นรถเมล์ไปแล้วตะวันทำท่าเหมือนจะเดินตาม เขาเกือบจะเลื่อนมือขึ้นมาบีบคออีกฝ่ายให้ตาย ตะวันจะได้มองแค่เขาเพียงคนเดียว ไม่มองคนอื่นและไปจากเขาไม่ได้อีก


ทว่าท้ายที่สุดแล้วเขาทำเพียงแค่บีบมืออีกฝ่ายแน่นขึ้น


เขารู้สึกเกลียดที่ควบคุมความรู้สึกนี้ไม่ได้จนเผลอทำร้ายร่างกายตนเอง บางครั้งเขาก็ชอบที่จะได้เห็นรอยยิ้มของตะวัน บางครั้งเขาก็อยากฆ่าอีกฝ่ายให้ตายกับมือของตนเอง


ความรู้สึกสองอย่างนี้หลอมรวมกันจนเขารู้สึกทรมาน สับสน อึดอัด ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับความคิดที่เกิดขึ้น หลายครั้งที่พยายามบอกตัวเองให้เปิดใจกว้างเข้าไว้ แต่เขาก็กลัวว่าวันใดวันหนึ่งตะวันจะหนีไปเหมือนวันนั้นอีก


เขากลัวเหลือเกินว่าจะเผลอพลั้งมือฆ่าอีกฝ่ายขึ้นมาจริงๆ


--------------------------------------------------------------------------


[Talk]


ในกรณีที่ตะวันเป็นผู้หญิง

ตะวัน: กวี ขอกอดหน่อย
กวี: .....
ตะวัน: ทำไมหน้าซีดล่ะ? ขอกอดหน่อยสิ (อ้าแขน)
กวี: (คว้าตัวอีกฝ่ายมากอดแน่นๆ แล้วลูบหัวด้วยความรักใคร่)


ในกรณีปกติ

ตะวัน: กวี ขอกอดหน่อย
กวี: (พุ่งเข้าไปกอด ซุกไซร้แล้วลากขึ้นเตียง)
ตะวัน: wtf! ทำไมตอนเป็นผู้ชายกับผู้หญิงไม่เห็นเหมือนกันเลย!




เรื่องนี้ใกล้จะจบจริงๆแล้วค่ะ น่าจะจบประมาณตอนที่40กว่าๆ


ทีนี้ถ้าพูดถึงรวมเล่ม เราตั้งใจว่าจะทำรวมเล่มเรื่องนี้ค่ะ แล้วก็ที่แน่ๆ คือตั้งใจว่าจะเพิ่มตอนพิเศษที่เป็นความคิดของกวีล้วนๆ ทั้งตอน กับ ตอนพิเศษที่ทั้งสองคนย้ายมาอยู่ด้วยกันและตะวันซื้อหมามาเลี้ยงค่ะ (ส่วนกวีจะทำอะไรกับหมาหรือเปล่า ก็................................................)


ส่วนที่มีคนถามว่ามีเอ็นซีหรือเปล่า ...555555555 มีค่ะ ไม่ตัด ไม่แพนกล้อง ไม่แพนโคมไฟ มาแบบเต็มๆ เลย แต่ยังคิดไม่ออกว่าจะลงเว็บหรือเป็นตอนพิเศษในเล่มเลยดี


ป.ล. เราอาการดีขึ้นหน่อยแล้วค่ะ มึนหัวน้อยลงแต่ยังอาเจียนอยู่ ผ่านมาสามวันแล้วยังกินอะไรไม่ค่อยลงเท่าไร ขอบคุณมากๆนะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 582 ครั้ง

65 ความคิดเห็น

  1. #3675 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:54

    เอิ่มม กวี

    #3675
    0
  2. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 01:35
    ใจเย็นนะกวี

    ส่วนนาย ตะวัน! นายควรบอกเขา ไม่ใช่รอให้เขายันแตกก่อน!

    ดันชอบวินาทีที่กวีหึงตะวันขึ้นมาอีกรอบซะงั้น555555
    #3467
    0
  3. #3250 VJaru (@iamy777) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 14:14
    โถ่ กวีไม่รู้ไงว่าแค่พี่ชาย55555555
    #3250
    0
  4. #3196 janeicelet (@ella-killer) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 05:55
    ชอบความยันของกวี...
    #3196
    0
  5. #3103 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 14:14
    กวีจะตามฆ่าคนไข้มั้ยโอ๊ยน่ากลัว
    #3103
    0
  6. #3082 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 22:00
    กวี!! หนีไปลูกกกกก อย่าเรียนหมอเลยย 555555 พอรู้ว่ากวีคิดแบบนี้แล้วก็อยากให้ตะวันเป็นคนที่ให้ความชัดเจนกับกวีบ้างอะ คนเขียนจะเอาเอ็นซีมาล่อคนอ่านแบบนี้มั่ยดั่ยยยย ใจมั่ยดีย์ ;///w///;
    #3082
    0
  7. #3080 yaoisdabest (@khaokhom1818) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 20:01
    แอบคิดว่าคนที่ทำให้กวียังไม่หายสักทีก็คือตะวันอะ เรื่องบางแรกแบบแค่บอกกันตรงๆก็น่าจะได้ เพราะอีกฝ่ายคือแฟนเรา มันดีกว่าการเข้าใจผิดอยู่แบ้ว แต่ตะสันเลือกที่จะไม่พูด และโกหกออกมาหลายครั้ง ถ้านี่เป็นกวีก็คงจะเชื่อยาก ระแวง อยู่เหมือนกัน
    #3080
    1
    • #3080-1 yaoisdabest (@khaokhom1818) (จากตอนที่ 38)
      25 มิถุนายน 2561 / 20:02
      เรื่องบางเรื่อง**
      #3080-1
  8. #3065 bambybamby (@bambamamlovecake) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 15:56
    ไม่ใช่เอาไปเอามาตะวันป่วยด้วยนะ คิดเนอะหลายเรื่องมากกก
    #3065
    0
  9. #3020 fanggg- (@iamseyhaneul) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 00:29
    ขอบคุณมากๆนะคะ :)
    #3020
    0
  10. #2966 KanunChonlatorn (@KanunChonlatorn) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 21:51
    กวีอย่าเข้าใจผิดเลยนะ
    #2966
    0
  11. #2965 APRIL_RAiN (@bbpurnbb883) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 19:37

    อาการก็ดีขึ้นแล้วสินะคะสู้ๆนะคะ!!!!!!!!

    #2965
    0
  12. #2962 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 14:40
    อาการดีขึ้นก็ดีแล้ววค่ะ รักษาตัวด้วยนะคะ ฮื่อออ
    #2962
    0
  13. #2961 SuSaya (@yusay) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 14:08
    อะไรปิดปากไว้อ่ะ รู้ๆอารมณ์กวีอยู่ ปล่อยให้คิดเองยิ่งอันตราย
    #2961
    0
  14. #2959 Rinya Atitaya (@teenager94) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 11:05
    รอน้าาา สู้ๆนะคะไรต์
    #2959
    0
  15. #2954 ammykjd (@ammykjd) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 22:31
    ตะวันมีความกลัวๆนิดใช่ป่ะ ถ้าในอนาคตกวีเข้าสังคมสดใสไรงี้อะ *มโน5555
    #2954
    0
  16. #2951 • XCIIIXCVII • (@sasukeandsakura) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 21:14
    อยากให้มีซัก 100 ตอน แงๆๆๆๆ เราชอบฟิคเรื่องนี้มาก ตัวเองแต่งพระเอกแนวจิตๆแบบนี้อีกนะคะ เราชอบอ่านแนวซีเรียสแนวปวดหัวปั่นประสาทมาก555555
    #2951
    0
  17. #2948 Maii_Hom (@ruruga) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 19:15
    แง้ กวีอย่าเพิ่งคิดไปเองงงงง ตะวันก็กลับมาอธิบายก๊อนนนนนน ดีใจจังกวีมีพัฒนาการแล้ว เย่ๆ รู้สึกเหมือนเห็นลูกเพิ่งหัดเดินได้เลยค่ะ ฮรึก //รอซื้อรวมเล่มคับ *^*
    #2948
    0
  18. วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 19:11
    กลัวแล้วค่ะกวี
    #2947
    0
  19. #2946 N\'noey Butter (@nongnoey-26) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 16:49
    ลงเว็บให้เด็กตาๆ ดำคนนี้ได้อ่านเถอะนะคะ พลีสส และกวียังไม่ค่อยพัฒนาขึ้นเท่าไหร่เลยแฮะ ตอนแสดงออกกับในใจนี่คนละเรื่องเลย! กลัว...
    #2946
    1
    • #2946-1 N\'noey Butter (@nongnoey-26) (จากตอนที่ 38)
      21 มิถุนายน 2561 / 16:50
      ปล.สู้ๆ นะคะไรท์ หายไวไวน้าา
      #2946-1
  20. #2945 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 14:32
    โอ้ววววว ไม่นะกวีอย่าเป็นแบบนี้สิ อยากให้กวีหายจัง ...ก่อนจะไปเป็นหมอกวีควรรักษาตัวเองก่อนนะจริงๆ // ตะวันก็นะ จริงๆได้ชีวิตใหม่แล้วมันก็ควรขาดกับชีวิตเก่าจริงๆแหละ แต่ความเป็นห่วงครอบครัวเราก็เข้าใจได้กับที่ตะวันทำนะ ว่าแต่ลงไปแบบนั้นจะได้อะไรหรือป่าวเถอะ
    #2945
    0
  21. #2942 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 13:47
    ทอร์คของไรท์คือน้ำเย็นช่วยชะโลมจิตใจจากเนื้อเรื่องหลักค่ะ TT //เราจะเก็บตังรอซื้อเล่มนะ ขอให้หายป่วยไวๆ ค่ะ
    #2942
    0
  22. #2940 Love Drrr (@69vocaloid) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 12:12
    รอซื้อหนังสือเลยค่าา ถ้ามีอีบุ๊คด้วยจะดีมากๆเลยค่ะ เราอยู่ต่างประเทศเลยไม่ค่อยสะดวกซื้อหนังสือเท่าไร คนเขียนหายไวๆน้า รอตอนต่อไปจ้า
    #2940
    0
  23. #2938 chulada_eng (@chuladaeng55) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 12:01
    รอซื้อเลยยย อยากได้เล่มน้องกวีตะวันมานอนกอดดด
    #2938
    0
  24. #2937 Beeboon_131146 (@Beeboon_131146) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 12:00

    ชอบช่วงทอร์คจีๆ 55555//รวมเล่มนี่แบบทำมือหรือสนพ.คะ

    #2937
    1
    • #2937-1 larza (@nene-1) (จากตอนที่ 38)
      21 มิถุนายน 2561 / 13:20
      ยังไม่ได้คิดเลยค่า ;-;
      #2937-1
  25. #2936 O_ga-chan (@O_ga-chan6) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 10:25
    รอซื้อนะคะ 55555 เป็นกำลังใจให้ คือนั่งอ่านสองวันจนมาถึงตอนนี้สนุกค่ะ กัวใึจน้องกวี
    #2936
    0