เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 105,244 Views

  • 3,721 Comments

  • 5,878 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,836

    Overall
    105,244

ตอนที่ 43 : หน้าที่42 การตัดสินใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 497 ครั้ง
    7 ก.ค. 61

“เพราะแบบนี้นายเลยมาอยู่ที่นี่?”


“อืม”


กวีมองใบหน้าของผมนิ่งๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นไปเทน้ำผลไม้ให้ดื่ม


“ไม่บอกแม่ไปล่ะว่าเป็นการแสดง?”


“บอกแล้วแต่แม่ไม่เชื่อ”


“ทำไม?”


ผมอึกอักไปเล็กน้อย รู้สึกไม่ค่อยอยากจะพูดคำนี้ออกมาเลย แต่เมื่อถูกมองแบบคาดคั้นผมเลยจำใจเอ่ยออกมา


“แม่ถามว่าถ้าเป็นแค่การแสดง..แล้วทำไมหน้าฉันดูเคลิ้มตาม”


“....”


กวีทำท่าเหมือนจะยิ้มกับคำพูดผม แต่ก็ไม่ได้ยิ้มหรือหัวเราะออกมาให้เห็น


ผมรู้สึกเศร้านิดหน่อยตอนเห็นใบหน้าอีกฝ่าย แถมยิ่งพอระลึกความจริงขึ้นมาได้ว่าปกติกวีไม่เคยหัวเราะหรือยิ้มให้เห็นเลย แต่ดันมาหัวเราะกับเรื่องพรรค์นี้ผมก็ยิ่งจิตตกกว่าเดิมอีก “อย่าหัวเราะสิ ฉันเครียดนะ!”


“ขอโทษ พอดีไม่รู้ว่าเรื่องก่อนหน้านี้เป็นแบบนี้” หลังจากเงียบไปนานเขาก็เอ่ยขึ้น มือก็ดึงตัวผมเข้ามาใกล้ก่อนจะสวมกอดไว้แน่น “ไม่เป็นไรนะ ตะวัน ไม่ต้องเครียด”


ผมมองใบหน้าของกวีก่อนจะเอื้อมมือไปสวมกอดกลับ ใบหน้าก็ฟุบลงบนไหล่อีกฝ่าย “อืม ฉันไม่ได้เครียดขนาดนั้น ไม่เป็นไร”


ถึงปากจะตอบกลับไปแบบนั้น แต่ผมรู้สึกเครียดจนแทบจะกินอะไรไม่ลง ผมไม่อยากบอกกวีว่าแท้จริงแล้วผมเครียดขนาดไหนเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะกังวลตามไปด้วย


ยิ่งพอนึกถึงตอนที่แม่ถามต้อนจนผมตอบอะไรไม่ถูก แม่ก็พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


‘แม่พอรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าลูกมีแฟน แต่ไม่ได้คิดว่าแฟนจะเป็นกวีหรอก’


พอแม่เอ่ยจบผมก็ได้แต่เงียบ รู้สึกหนักอึ้งในหัวจนพูดอะไรไม่ออก


‘แม่ไม่ได้ต่อต้านในสิ่งที่ลูกเป็น แต่ถ้าเป็นไปได้แม่ก็ไม่อยากให้ลูกเป็นแบบนี้’


ทันทีที่แม่เอ่ยจบคำนั้นผมก็เดินออกมาจากบ้านทั้งๆ แบบนั้น พอรู้สึกตัวอีกทีผมก็มายืนอยู่ที่หน้าบ้านกวีแล้ว


ผมรู้สึกว่าตนเองไม่น่าหนีปัญหามาแบบนี้เลย แต่จะกลับไปก็กลุ้มใจ ไม่รู้ว่าควรจะแก้ปัญหาอย่างไร


ความจริงร่างนี้ก็ไม่ใช่ของผมแต่แรก การที่จะทำแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วหรือเปล่านะ..? ในเมื่อผมยึดเอาร่างของคนอื่นมาใช้ แถมยังทำให้แม่เขากลุ้มใจเพราะความต้องการของตนเอง


ผมถอนหายใจเฮือก มือทั้งสองข้างกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้น ขณะที่กวีลูบหลังผมราวกับกำลังปลอบใจ


“กลุ้มใจเรื่องอะไร?”


“ฉันกำลังคิดว่าทำแบบนี้อาจจะไม่ถูก..” พอพูดจบผมก็เงียบไปครู่หนึ่ง “ร่างนี้ไม่ใช่ของฉัน นอกจากฉันจะยึดร่างมาใช้ ฉันยังทำให้แม่เขาเสียใจอีก”


“ยึดร่างยังไง? ถ้าตะวันไม่ตื่นขึ้นมาในร่างนี้ เอิร์ธก็ไม่มีทางตื่นขึ้นมาได้อยู่แล้ว ในเมื่อหลับไปตั้งหลายเดือนขนาดนั้น”


เอ่อ ก็จริงแฮะ ผมกลุ้มใจนิดหน่อย รู้สึกเหมือนว่าเรื่องราวทั้งหมดไม่ควรจะเป็นแบบนี้เลย แต่ผมก็ไม่อยากไปจากกวี ผมไม่อยากเลิกกับเขา


“อย่าคิดมาก” เขาพูดปลอบก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาประทับริมฝีปากที่หน้าผากอย่างอ่อนโยนราวกับต้องการปลอบประโลม “นอนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยตื่นมาคิด”


กวีพูดปลอบก่อนจะกล่อมให้ผมนอนหลับ จนกระทั่งผมผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้


…………….…………….…………….


…………….…………….


พอตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็เป็นเวลาเก้าโมงแล้ว โชคดีที่งานโรงเรียนให้หยุดทั้งอาทิตย์ถึงแม้ว่าวันต่อมาจะเป็นวันพฤหัสและวันศุกร์ ไม่อย่างนั้นผมคงไม่ได้ไปเรียนแน่ๆ


ผมกวาดตามองรอบห้องแต่ก็ไม่เห็นร่างของคนที่กำลังตามหาอยู่ เลยค่อยๆ ลุกขึ้นจากเตียง เท้าทั้งสองข้างเดินตรงเข้าไปในห้องครัวอย่างรวดเร็ว


ตอนแรกผมนึกว่าเขาอยู่ในครัว ทว่าพอเดินเข้าไปดูในห้องก็ไม่เห็น


ขณะที่กำลังจะผละออกไปดูห้องอื่นนั้น สายตาก็เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกแปะอยู่บนโต๊ะเสียก่อน


ผมเดินเข้าไปดู ในกระดาษแผ่นนั้นเป็นลายมือที่ผมคุ้นเคยดี ทันทีที่กวาดตาอ่านจบผมก็ยืนนิ่งไปครู่ใหญ่


‘ฉันจะกลับมาก่อนเที่ยง หาอะไรกินไปก่อนนะ’


กวีไปไหน..?


นี่คือคำถามแรกที่แวบเข้ามาในหัว ปกติกวีเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบออกไปไหนสักหน่อย ดังนั้นเขาจะไปไหนได้ถ้าไม่ใช่ว่ามีธุระสำคัญจริงๆ


แต่ผมก็ทำได้แค่รอให้เขากลับมา หลังจากที่เปิดตู้เย็นดู ผมก็เทนมใส่แก้วกับเอาแยมทาขนมปังกินเพื่อแก้หิว


พอรออยู่ในบ้านเขาเกือบครึ่งวัน ผมก็เริ่มกังวลนิดหน่อย ตอนที่ลองโทรไปกวีก็ไม่รับสาย แถมยังปิดเครื่องเอาไว้อีกต่างหาก


ผมรู้ว่ากวีไม่ใช่เด็ก แต่ผมก็มักจะกลัวเวลาที่คลาดสายตากับอีกฝ่าย หากพูดให้ถูกคือผมอาจจะกลัวว่าวันใดวันหนึ่งที่คลาดสายตาจากเขาไป กวีจะฆ่าตัวตายอีก


จนกระทั่งสิบเอ็ดโมงกว่า ผมถึงได้ยินเสียงเปิดประตูบ้านดังขึ้น พริบตานั้นผมแทบจะพุ่งไปที่หน้าประตูบ้านอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด


ผมกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกฝ่าย พอเห็นว่ากวีไม่เป็นอะไร ผมเลยโล่งใจมากขึ้นพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเบาลง


“นายไปไหนมา?”


“บ้านนาย”


“หะ” ผมอุทานออกมาด้วยความตกใจ พอเห็นกวีทำหน้าเหมือนจะยืนยันว่าได้ยินถูกแล้ว ผมถึงถามต่อ “ไปทำไม?”


“คุยกับแม่นาย” กวีว่าก่อนจะจับมือของผมเอาไว้แน่นราวกับจะบอกให้ไปด้วยกัน “ตามฉันมา”


ผมลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ยอมตามเขาไป จากนั้นกวีก็พาผมขึ้นรถเมล์ไปร้านกาแฟที่อยู่ห่างออกจากบ้านไปสองป้าย


เนื่องจากว่าร้านกาแฟนั้นใช้กระจกใส ผมถึงเห็นข้างในทั้งหมด ข้างในร้านมีคนที่นั่งอยู่มากมาย รวมถึงคนที่ผมไม่ต้องการจะเจอหน้าในตอนนี้มากที่สุดด้วย


กวีทำท่าเหมือนจะดึงให้ผมตามเข้าไปในร้าน แต่ผมกลับยืนนิ่ง ไม่กล้าขยับตัว จนกระทั่งกวีหันกลับมามองผมแล้วเรียกชื่อ


“ตะวัน?”


พอถูกกวีจ้องแบบกดดันมากๆ ผมก็ยอมสารภาพออกมาในที่สุด


“ฉันกลัว”


“กลัวอะไร?”


ผมเงียบ ทำเพียงแค่จ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายนิ่งๆ แต่กวีกลับกระชับมือผมเอาไว้แน่นขึ้น


“ไม่เป็นไร ฉันอยู่ตรงนี้”


ผมหลุบตาลง ลังเลไปชั่วครู่หนึ่งแต่ก็ยอมเดินตามเขาเข้าไปในร้าน จนกระทั่งกวีพาผมมาที่โต๊ะที่แม่นั่งอยู่


ถ้าให้เดาผมคิดว่ากวีคงเป็นคนนัดแม่มา แต่ไปคุยกันอะไรยังไงนั้นผมไม่รู้


“เอิร์ธ”


เสียงที่ดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัดทำให้ผมเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย จังหวะที่สบตากันนั้นผมถึงได้เห็นว่าสีหน้าแม่ดูเหนื่อยขนาดไหน


แม่เอื้อมมือออกมาแล้วกอดผมแน่นจนกระทั่งได้กลิ่นหอมออกมาจากตัวอีกฝ่าย ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรออกไป แม่ก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน


“อย่าหนีออกจากบ้านอีก” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงเบาลง แล้วกอดผมไว้แน่นขึ้น “แม่ขอโทษที่พูดแบบนั้น แต่อย่าหายไปอีกเลยนะ”


ผมเงียบไปเพราะพูดอะไรไม่ออก ยิ่งเห็นสายตาเป็นห่วงของแม่แล้วผมก็ยิ่งรู้สึกผิด “ขอโทษครับ”


แม่ค่อยๆ ปล่อยมือออกมาจากตัวผม ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ ผมเลยนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามบ้าง โดยที่มีกวีนั่งถัดไป


“เมื่อเช้าแม่ลองคุยกับกวีดูแล้ว” แม่พูดขึ้นก่อนจะถอนหายใจ มือทั้งสองข้างประสานกันบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “จนถึงตอนนี้แม่ก็ไม่อยากให้ลูกเป็นเหมือนเดิม”


“ครับ..”


ผมตอบรับแม่ด้วยน้ำเสียงเบาลง เหงื่อแตกพลั่ก ขณะที่เหลือบสายตามองคนที่นั่งข้างๆ แต่กวียังคงทำหน้าเฉยเหมือนเดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“แต่พอลองคุยกับกวีและคิดดูแล้ว ยังไงชีวิตลูกก็เป็นของลูก ถึงแม่จะไม่ชอบแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ไปบังคับลูกอยู่ดี”


ตอนแรกผมเตรียมใจโดนด่าไว้เต็มที่หลังจากที่ได้ยินคำพูดนั้น ทว่าพอเจอแบบนี้ผมถึงกับไปไม่ถูก


“เอ่อ หมายความว่า..”


“จะคบกันต่อก็ได้ แม่ไม่ว่าอะไรแล้ว”


ฮะ อ้าว?


ผมกำลังคิดว่าตนเองฝันไปหรือเปล่า อยู่ๆ ก็รู้สึกว่าแม่ยอมง่ายจนน่าแปลกใจ เหมือนกับเรื่องราวทั้งหมดก่อนหน้านี้เป็นแค่เรื่องที่ผมเครียดไปเอง พอหันไปมองใบหน้าของกวีด้วยความสงสัยว่า ‘นายไปพูดอะไรกับแม่ไว้กันแน่’ เขาก็มองผมกลับมาด้วยสายตานิ่งๆ


“อีกอย่างแม่ชอบกวีด้วย น่ารักดี”


จากนั้นแม่ก็หันไปมองกวีด้วยสายตาอย่างอ่อนโยน ผิดจากที่มองผมลิบลับ เดี๋ยวๆ ผมเป็นลูกนะ ไหงมองกวีด้วยสายตาใจดีผิดกับผมขนาดนี้..


ความจริงแล้วเรื่องทุกอย่างก็ดูเหมือนจะจบลงด้วยดี แต่ทำไมผมรู้สึกเคว้งคว้างพิลึก


“เดี๋ยวแม่มีธุระต้องไปต่อแล้ว เย็นนี้แม่จะรอลูกกลับมานะ”


ทันทีที่เอ่ยจบแม่ก็ลุกขึ้นยืน ผมมองตามอีกฝ่ายแล้วพยักหน้ารับ


“ครับ”


ตอนที่แม่เดินออกจากร้านกาแฟไป สีหน้าอีกฝ่ายดูโล่งใจขึ้นมาก ส่วนผมที่ไม่รู้จะไปไหนดีเลยนั่งกับกวีในร้านนั้นต่อ


“มีอะไรที่อยากกินไหม?”


พอแม่เดินออกไปได้สักพักผมถึงหันมาพูดกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เมื่อเห็นว่ากวีส่ายหน้า ผมเลยลุกขึ้นไปที่เคาน์เตอร์เพื่อซื้อโกโก้กับคุกกี้ให้


เมื่อกลับมาที่โต๊ะพร้อมโกโก้และจานใส่คุกกี้ สายตาก็เห็นว่ากวีกำลังนั่งเล่นเกมอยู่ ผมเลยไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนเขา


ทว่าทันทีที่ผมนั่งกวีก็กดหยุดเกมแล้วหยิบโกโก้เย็นขึ้นมาดูด มือข้างหนึ่งก็หยิบคุกกี้ขึ้นมากิน


“นายไปพูดอะไรกับแม่ฉัน?”


“ไปสู่ขอ”


“พูดเล่นใช่ไหม?” ผมทำหน้าไม่เชื่อกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด แต่พอลองนึกดูอีกทีกวีเคยล้อผมเล่นตั้งแต่เมื่อไร ตั้งแต่อยู่มาด้วยกันจนจะครึ่งปีแล้ว ผมยังไม่เคยเห็นกวีล้อเล่นแม้แต่ครั้งเดียว


“เปล่า แต่คุยเรื่องนายเพิ่มด้วยเฉยๆ”


ผมมองหน้าของกวีแล้วรู้สึกพูดอะไรไม่ออก ไม่รู้ทำไมเวลาอยู่กับเขาผมถึงรู้สึกเหมือนว่าถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา ทุกอย่างจะถูกแก้ไขได้อย่างง่ายดายราวกับว่าปัญหานั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยสักนิด


หรือความจริงแล้วอาจจะเป็นเพราะครั้งนี้ผมมีคนคอยอยู่ข้างๆ ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนอีกแล้ว


“กินไหม?”


กวีว่าก่อนจะยื่นคุกกี้มาให้ ขณะที่ผมก็อ้าปากรับแล้วเคี้ยว รสชาติหวานและขมของช็อกโกแลตผสานกันอย่างลงตัว กลิ่นหอมของโกโก้แตะเข้าที่จมูก


ผมมองกวีในตอนนี้แล้วอดคิดถึงครั้งแรกที่เจอกันไม่ได้


ก่อนหน้านี้ผมเคยคิดจะถอยห่างออกจากกวีมาตลอด เพียงเพราะกลัวว่าตนเองจะทำผิดพลาดซ้ำอีกครั้ง อย่างน้อยขอแค่กวีมีชีวิตอยู่ต่อในโลกนี้ต่อไป วันใดวันหนึ่งเขาอาจจะเจอคนอื่นที่ทำให้มีความสุขได้นอกจากผม


ผมไม่รู้ว่าตอนนั้นคิดอย่างไรถึงตัดสินใจที่จะปล่อยเขาทิ้งไว้ลำพังเพราะกลัวผิดพลาดซ้ำ แค่คิดขึ้นมาในอกก็หนักอึ้งราวกับมีอะไรบางอย่างถ่วงเอาไว้


ในตอนแรกกวีมีสภาพเซื่องซึมเหมือนคนไม่มีชีวิตราวกับว่าการมีชีวิตอยู่คือทนให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปแต่ละวัน ส่วนกวีในตอนนี้ดูมีชีวิตชีวาขึ้นกว่าเมื่อก่อนมากๆ


พอหวนคิดถึงความเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาของกวีแล้วผมก็รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยในบรรดาข้อผิดพลาดทั้งหมด ผมได้ตัดสินใจถูกอย่างหนึ่ง


นั่นคือผมไม่ได้ทิ้งเขาเอาไว้ที่กลางทางเพียงลำพังอีกต่อไป


-----------------------------------------------------------------------------


[Talk]


เข้าใจว่าหลายๆคนไม่ชอบตะวัน แต่สุดท้ายแล้วตะวันก็พยายามปรับตัวให้ดีขึ้นแล้วนะคะ


ตอนนี้ยังไม่ใช่ตอนจบจริงๆนะคะ เหลืออีกตอนหนึ่งที่เป็นบทสรุปด้วย และบทสรุปจะมีเซอร์ไพรส์ซัมติงที่คิดว่าทุกคนคาดไม่ถึงหรืออาจจะพอเดาๆ ได้แต่ไม่แน่ใจค่ะ


ดังนั้นหากมีคำถามอะไรที่อยากถามตัวละครหรือถามเราเขียนถามมาได้นะคะ ตอนหน้าจะพยายามเขียนตอบให้ค่ะ


ป.ล.อันนี้ไม่เกี่ยวแต่คืนนี้อังกฤษชนะค่ะดีใจจัง ส่วนบราซิล555555T_T






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 497 ครั้ง

43 ความคิดเห็น

  1. #3679 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:21

    เห้ออ โล่งอก นึกว่าไปฆ่า

    #3679
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #3371 b-hohohoho (@b-hohohoho) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 11:02
    ทำไมมีคนไม่ชอบตะวันเน้อ นี่ออกจะชอบ
    #3371
    0
  4. #3314 MR_Amiss (@MR_Amiss) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 19:46
    นุ้ง,พิ่ ได้ลงตัวแล้ววว
    #3314
    0
  5. #3292 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 13:51

    คุณแม่นี้คนกำหนดตอนจบเลยนะเนี่ย ชอบกวีตอนนี้มากกว่าตอนแรกๆนะ ดูมีพัฒนาการ แล้วก็นักเขียนมีการพัฒนาขึ้นเยอะ บทบรรยายดูลื่นไหลขึ้นนะค่ะ เหมือนพัฒนาไปพร้อมๆตัวละครเลย ขอบคุณที่แต่งให้อ่านค่ะ


    #3292
    0
  6. #3252 QsonieG_11 (@QsonieG_11) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 16:59

    ฮรืออ นี่ เป็นนิยายเรื่องแรกที่ตามจนใกล้จะจบ????

    #3252
    0
  7. #3251 Say. (@a-dark-devil) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 18:19
    ดีงามมม แต่ว่าจะจบแล้วหรออ ยังไม่อยากให้จบเลยยยย
    #3251
    0
  8. #3245 Tari (@myidme) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 22:26
    คือนี่แอบคิดไปว่าน้องจะไปฆ่าแม่ตะวัน แสดงว่าน้องเริ่มดีขึ้นแล้ว ดีใจจ
    #3245
    0
  9. #3243 -Imreader- (@-Imreader-) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 19:11
    ตอนจบขอคัทซักตอนได้มั้ยคะ ฮิฮิ
    #3243
    0
  10. #3242 Beeboon_131146 (@Beeboon_131146) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 19:06

    -เราก็นึกว่าจะมีมาม่า ที่ไหนได้...อย่างง่าย

    #3242
    0
  11. #3241 幽霊人形 (@Memorial_Blood) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 16:54

    งุ้ยยย อิตากวี ไปอ้อนแม่ตะวันอิท่าไหนเนี่ยย

    #3241
    0
  12. #3240 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 15:54
    เซอร์ไพรส์อะไรคะ เราโง่ เราเดาไม่ได้หรอก ^__^;; แต่จะรอนะ
    #3240
    0
  13. วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 15:44
    กรี๊ดดดด โง้ยยย ค้างงง
    แงๆ เศร้า จะจบแล้ว อยากอ่านอีกเยอะๆ ออกเล่มแล้วมีเล่มพิเศษชีวิตมหาลัยได้มั้ยคะ อยากอ่านนนนนนน
    #3239
    0
  14. วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 15:44
    กรี๊ดดดด โง้ยยย ค้างงง
    แงๆ เศร้า จะจบแล้ว อยากอ่านอีกเยอะๆ ออกเล่มแล้วมีเล่มพิเศษชีวิตมหาลัยได้มั้ยคะ อยากอ่านนนนนนน
    #3238
    0
  15. #3237 chaaimmeme (@chaaimmeme) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 14:55
    กวีทำดีมากก
    #3237
    0
  16. #3236 Irotawin (@niwatorikwankwan) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 14:28
    เชียร์อังกฤษเหมือนกันค่ะ แล้วก็เชียร์กวีด้วย 55555555
    #3236
    0
  17. #3235 JUBF (@JUBF) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 13:46
    รอจ้าาา
    #3235
    0
  18. #3234 หางสีเงิน (@lookplapla) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 13:46
    อยากเห็นฉากคุยกัยแม่
    #3234
    0
  19. #3233 Aidan (@ninewcub) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 12:55
    คุณแม่บอกว่ากวีน่ารัก กี้ด ลูกเขยถูกใจคุณแม่สินะคะ555555555555
    #3233
    0
  20. #3232 Otc (@dadata) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 11:33
    เรารู้สึกเหมือนตะวันเพิ่งอายุ 17-18 ไม่เหมือนคนที่เคยอายุเยอะมาก่อน เราไม่เห็นมุมความเคยเป็นผู้ใหญ่จาะตะวันเลย
    #3232
    0
  21. #3231 18326 (@18326) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 10:18
    อยากเกลียดตะวันมากค่ะ เเต่ก็เข้าใจว่ามันมีเหตุผลที่ทำให้ความคิดของตะวันเป็นเเบบนั้น เลยเกลียดไม่ลง
    #3231
    0
  22. #3230 Cheese Cracker (@fangkhaw-cr) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 10:06
    เซอร์ไพรส์อะไยน้าาาาาา
    #3230
    0
  23. #3229 แค่คนไรใจ (@Sumanaree) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 09:24
    คืออยากรู้ว่าตะวันจะกลับไปหาบ้านเก่าไหม//คือแบบว่าเราไม่รู้ว่าตะวันไปหาหรือยังอะเพราะเราก็อ่านนะหรือเราพลาดตรงไหนบอกด้วยนะคะ//คือหากพิมผิดขอโทษนะคะ
    #3229
    0
  24. #3228 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 08:29
    กวีไปพูดอะไรกับแม่นะ ไม่ได้คิดว่ากวีจะไปขู่หรืออะไรหรอก เพราะถึงกวีจะป่วยแต่เขาก็ไม่ได้บ้า แต่ไปพูดยังไงแม่ถึงยอมนี่สิ แต่งเรื่องหรืออะไรไปบอกแม่หรือป่าว
    #3228
    0
  25. #3227 lilith kezafene (@lovenks) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 07:51
    กวีคือเจ๋งอ่ะ5555555 เหมือนมีสกิลปลดล็อคได้ทุกปัญหา บอกไม่ถูก😂 ชอบบบ5555555
    #3227
    0