เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 105,145 Views

  • 3,720 Comments

  • 5,877 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,737

    Overall
    105,145

ตอนที่ 44 : บทส่งท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 682 ครั้ง
    12 ก.ค. 61

นับจากวันนั้นก็ผ่านมาสองปีแล้ว


ท้ายที่สุดแล้วผมก็ไม่มีความกล้าพอที่จะกลับไปเจอครอบครัวเก่าตนเองเนื่องด้วยปัจจัยอะไรหลายๆ อย่าง ผมเลยส่งข้อความไปหาพี่ชายแล้วฝากคำพูดที่อยากจะบอกพ่อแม่เอาไว้


ตอนนี้ผมคิดว่าตนเองยังไม่มีความกล้าพอก็จริง ทว่าสักวันหนึ่งผมตั้งใจว่าจะกลับไปหาอีกฝ่ายแน่ๆ


ในส่วนของคณะนั้น สุดท้ายกวีก็เลือกเรียนคณะแพทย์จริงๆ ขณะที่ผมเลือกเรียนต่อไปทางคณะเศรษฐศาสตร์ สาเหตุหนึ่งคือผมเบื่อคณะเก่าแล้วและไม่อยากไปเรียนทางด้านสายวิทย์หรือภาษา ผมจึงมาลงเอยที่คณะนี้แทน


ผมเลือกมหาวิทยาลัยเดิมกับก่อนหน้านี้ที่เคยเรียน ส่วนกวีก็เลือกมหาวิทยาลัยตามผม ผมไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่องที่กวีจะสอบติดหรือไม่ติดสักเท่าไร ในเมื่อเขาเรียนเก่งอยู่แล้ว


เหลือแต่ผมเนี่ยแหละ


ตอนที่ผมแซวไปว่า ‘ถ้าเกิดเลือกตามฉัน แล้วฉันไม่ติดจะทำยังไง’ กวีก็ทำท่าเหมือนจะมาช่วยติวให้ ผมเลยรีบไล่อีกฝ่ายให้ไปอ่านหนังสือ เพราะรู้ว่าเนื้อหาที่กวีต้องอ่านมีเยอะมากกว่าผมอีก


สุดท้ายผมก็สอบติดได้ที่เดียวกับเขา แถมเป็นมหาวิทยาลัยเดิมอีก


ประเด็นคือตอนนี้เหลือสอบสัมภาษณ์ ปกติแล้วการสอบแบบสัมภาษณ์นั้นจะมีนักจิตแพทย์มาคุยด้วย ถึงแม้ว่าตอนนี้กวีจะไม่ต้องกินยารักษาโรคอาการซึมเศร้าหรือ PTSD แล้วก็เถอะ


ตอนม.6 ช่วงปลายเทอมสองจิตแพทย์ประจำตัวของกวีก็หยุดจ่ายยาให้ โดยบอกว่าอาการของอีกฝ่ายดีขึ้นแล้ว เลยไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ยาเพื่อปรับสารเคมีในสมองอีก  


พอลองย้อนนึกตามดูแล้ว ผมก็พบว่ากวีดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนจริงๆ


ตอนแรกนั้นเขาไม่มีอะไรที่ชอบ ไม่มีอะไรที่อยากได้ เหมือนโลกทั้งใบมีแค่ผมกับเขา ทว่าพักหลังๆ มานี้กวีเริ่มมีสิ่งที่ชอบทำ เริ่มมีสิ่งที่ชอบ แล้วก็เริ่มเปิดใจคุยกับคนอื่นมากขึ้น


ผมไม่ได้เอะใจทันทีที่กวีเปลี่ยนไป เขาค่อยๆ เปลี่ยนไปช้าๆ ทีละอย่างจนแม้แต่ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าเขาเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไร


แม้ว่าในสายตาของกวีบนโลกนี้จะไม่ได้มีแค่ผมเพียงคนเดียวอีกต่อไป แต่ผมกลับรู้สึกชอบที่เขาเป็นแบบนี้ ชอบที่จะให้เขามีความสุขมากกว่าอยู่ในโลกที่มีแค่ผม


ถึงในใจผมจะกลัวลึกๆ ว่าเขาไม่ได้ชอบผม แต่แค่อยากหาที่ยึดเหนี่ยวเฉยๆ ทว่าถึงกวีจะหายจากอาการต่างๆ ทั้งหมดแล้ว อีกฝ่ายก็ยังคงทำกับผมเหมือนเดิม


ส่วนผมก็เริ่มมีความกล้าในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ มากขึ้น รู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีคุณค่ามากกว่าเมื่อก่อน อาจจะเป็นเพราะรักษาโรคที่เป็นอยู่จนหายแล้ว ผมถึงรู้สึกว่าตัวเองสามารถใช้ชีวิตแบบปกติได้สักที


โรคที่ผมเป็นคือPTSDและมีภาวะซึมเศร้าแบบอ่อนๆ หรือหากให้พูดแล้วคือผมเป็นโรคเดียวกับกวี เพียงแต่ผมไม่เคยรู้ตัวว่าตัวเองเป็นแล้วคิดว่าทุกอย่างคือเรื่องปกติ


โชคดีที่พอกวีเห็นผมฝันร้ายบ่อยๆ เขาเลยถามผมว่าอยากจะลองเล่าอะไรให้จิตแพทย์ฟังหรือเปล่า หลังจากเล่าแล้วผมถึงได้ยานอนหลับกับยารักษากลับมากิน


ด้วยความที่พวกเราติดมหาลัยทั้งคู่แล้ว เหลือแต่สัมภาษณ์ ผมเลยนัดให้อีกฝ่ายมาติวสอบสัมภาษณ์ด้วยกันที่ร้านกาแฟ คืนก่อนที่จะถึงวันนัดผมเลยปริ้นท์คำถามสัมภาษณ์ไปเยอะๆ เพราะกลัวว่ากวีจะเกิดไม่ผ่านสัมภาษณ์ขึ้นมาจริงๆ


เช้าวันต่อมาที่เป็นวันนัดผมจึงตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่โทรมสุดๆ ตอนที่มาถึงร้านสายตาก็เห็นว่ากวีกำลังนั่งรออยู่แล้ว ผมจึงรีบเดินตรงเข้าไปหาอีกฝ่ายแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามทันที


กวีเงยหน้าขึ้นมองผม ก่อนจะเอ่ยขึ้น


“หน้านายดูโทรมมาก”


“อืม เมื่อคืนไม่ค่อยได้นอนเพราะหาคำถามสัมภาษณ์อยู่น่ะ” ผมว่าก่อนจะขยับตัวลุกขึ้น “ฉันไปสั่งกาแฟก่อนนะ จะเอาอะไรเพิ่มไหม?”


ถึงจะเห็นว่าบนโต๊ะกวีมีพวกคุกกี้อยู่แล้ว แต่ผมก็ถามเผื่ออีกฝ่ายต้องการอะไรเพิ่ม กวีหยุดคิดกับคำถามผมไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ


“ฉันอยากกินโกโก้”


ผมพยักหน้ารับก่อนจะลุกขึ้นไปซื้อให้ ถ้าเทียบกับเมื่อก่อนกวีคงจะตอบผมว่า ‘อะไรก็ได้’ ‘แล้วแต่’ ‘ไม่มี’ หรือส่ายหน้าปฏิเสธ หลังๆ ผมเพิ่งมาสังเกตว่าอีกฝ่ายชอบกินพวกโกโก้มาก เวลามาที่ร้านกาแฟหรือมีโอกาสแวะทีไรเขาจะชอบซื้อเสมอ


พอกลับมาที่โต๊ะผมก็วางแก้วโกโก้ลงตรงหน้าเขา ก่อนจะวางมอคค่าลงตรงหน้าตัวเองลงแล้วค่อยนั่ง สายตากวาดมองใบหน้าอีกฝ่ายผ่านๆ รอบหนึ่งก่อนจะยื่นมือออกไปสัมผัสผมที่ปรกหน้า


“นายควรไปตัดผม”


กรรมการสัมภาษณ์คงจะมองบุคลิกของผู้สอบด้วย ผมเลยคิดว่าการที่กวีไว้ผมยาวแบบนี้คงไม่ค่อยโอเคเท่าไร ถ้ายังไงก็ควรจะไปตัดออกบ้าง


จนถึงตอนนี้ผมยอมรับว่าภาพของกวีตอนที่ทำผมในวันแสดงละครนั้นยังติดตาอยู่เลย


“อืม ตอนแรกฉันตั้งใจว่าจะไปตัดอยู่” กวีว่าก่อนที่จะจับข้อมือของผมเอาไว้แล้วจุมพิตลงบนหลังมือข้างนั้นอย่างอ่อนโยน “ไปกันวันนี้เลยไหม นายจะได้ช่วยเลือกด้วย”


ผมสะดุ้งแรงมาก ไม่รู้ว่าควรจะเขิน อาย ดีใจหรือยังไงก่อนดี ทว่าพอมองกวีที่ทำหน้าเหมือนเรื่องที่ทำลงไปเมื่อครู่เป็นเรื่องปกติแล้ว ผมก็ถึงกับไปไม่ถูก


“ตะวัน?”


กวีเรียกชื่อเมื่อเห็นว่าผมนิ่งไปนานมาก


“อะ..โอเค งั้นเดี๋ยวติวกันเสร็จแล้วค่อยไปนะ”


เอ่ยจบผมก็หยิบแฟ้มในกระเป๋าเป้ขึ้นมา หลังจากที่ควานหาเอกสารในแฟ้มอยู่ครู่หนึ่งผมถึงหยิบกระดาษที่ปริ้นท์มาเมื่อคืน แล้วเงยขึ้นสบตากับเขา “งั้น..ฉันจะเริ่มถามแล้วนะ”


จังหวะที่สบตากันนั้นผมเห็นว่ากวียิ้มรับ ฉับพลันหัวใจผมเต้นแรงขึ้นจนไม่เป็นจังหวะ น่าแปลกที่กวีอยากทำให้ผมรู้สึกปกป้องเขาได้มากถึงขนาดนี้


บางทีผมคงจะชอบรอยยิ้มของกวีมากจริงๆ นั่นแหละ


…………………………………………………..


…………………………….


ถึงแม้ว่าจะอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน แต่เนื่องจากตารางเรียนไม่มีช่วงที่ว่างตรงกันเลย ผมกับกวีเลยแทบจะไม่มีโอกาสได้มานัดเจอกันสักครั้ง


ที่ผ่านมาผมก็อาศัยเพียงแค่โทรหา ส่งข้อความคุยกันเพื่อถามความเป็นไป ส่วนช่วงวันหยุดผมก็แวะไปที่บ้านของกวีหรือไม่ก็นัดเขาออกมาหาอะไรกินข้างนอกด้วยกัน


กวีเปลี่ยนไปในแง่ที่ดีขึ้นจนผมรู้สึกได้ เขามีเพื่อนที่คณะหลายคน ส่วนหนึ่งคงเพราะเขาเริ่มเปิดใจที่จะคุยกับคนอื่นมากขึ้นด้วย


ถึงจะลดความหึงหวงที่มีต่อผมลง แต่ก็ยังชอบแสดงความเป็นเจ้าของเหมือนเดิม ทว่าผมกลับรู้สึกสบายใจที่เป็นแบบนี้ อย่างน้อยผมก็ได้เป็นตัวเองมากขึ้น ไม่ถึงขั้นต้องมาระแวงว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรขึ้นมาอีกหรือเปล่า


ที่ผ่านมาสองอาทิตย์ผมไม่ได้เจอหน้าเขาเลยเพราะติดงานกันทั้งคู่จนไม่ว่าง โชคดีที่วันเกิดครบรอบ18ปีของเขาผมว่างแบบพอดิบพอดี แถมกวีไม่มีเรียนด้วย


ตกเย็นผมเลยกลับมาเอาของขวัญที่บ้าน ก่อนจะแวะไปบ้านอีกฝ่ายตอนเย็นโดยไม่มีการบอกล่วงหน้าก่อน


ทันทีที่กวีเปิดประตูออกมาดู เขาก็มองถุงที่ผมถือด้วยความงุนงง


“ซื้ออะไรมา?”


“ของขวัญวันเกิดนายไง”


กวีอึ้งไป ดูเหมือนเขาคงพึ่งระลึกได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของตนเอง อีกฝ่ายยิ้มคล้ายกับกำลังอ่อนใจ ก่อนจะไขประตูรั้วแล้วปล่อยให้ผมเข้ามาในบ้าน


“ไม่เห็นจำเป็นต้องซื้อมาให้”


“เอาไปเถอะ ฉันอยากให้” ผมว่าก่อนจะยัดเยียดถุงของขวัญใส่มืออีกฝ่าย จังหวะที่รับถุงไปนั้นผมเห็นว่ากวีเปิดดูของข้างในด้วย


“น้ำหอม?” กวีถามผมขึ้นมาแบบไม่ค่อยแน่ใจนักหลังจากที่พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง


“ใช่ แต่เป็นพวกกลิ่นเย็นๆ หน่อย”


สาเหตุที่ผมซื้อกลิ่นเย็นๆ มาเพราะผมเคยได้กลิ่นของกวีในตอนนั้นแล้วรู้สึกว่าเหมาะกับเขาดี ผมเลยไปยืนเลือกน้ำหอมอยู่นานกว่าจะได้กลิ่นที่ต้องการมา


กวีพยักหน้ารับก่อนจะเอาของเข้าไปเก็บในห้องนอน ผมเลยเดินตามเข้าไปนั่งในห้องครัวเพื่อรอเขา ไม่นานนักกวีก็กลับออกมานั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามผมแล้วถามขึ้น


“ช่วงนี้ตะวันเป็นยังไงบ้าง?”


“ก็โอเคดี” ทันทีที่ตอบกลับ ผมก็ถามอีกฝ่ายต่อ “แล้วช่วงนี้นายเป็นยังไงบ้าง ไม่ได้เจอกันตั้งหลายอาทิตย์”


กวีไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับขยับตัวลุกขึ้น ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะมานั่งข้างๆ ผมแล้วดึงตัวผมเข้าไปกอด “ฉันคิดถึงนาย”


ตอนแรกผมนึกว่ากวีจะทำแค่กอด ผมเลยสวมกอดกลับ มือข้างหนึ่งก็ลูบหลัง จนกระทั่งอีกฝ่ายโน้มริมฝีปากเข้ามาทาบทับที่ข้ามแก้มแล้วเลื่อนมากดจูบที่ใบหูอย่างอ่อนโยน ผมที่รับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวข้างหูถึงกับแน่นิ่งไป


แต่คำพูดของกวีคำต่อมากลับทำให้ผมแข็งเป็นหินยิ่งกว่าเดิมอีก


“ในเมื่อวันนี้เป็นวันเกิดฉัน ถ้าอย่างนั้นฉันขอมีอะไรกับนายได้ไหม?”


หา?


ผมต้องฝันหรือได้ยินผิดไปแน่ๆ พอเขาค่อยๆ คลายอ้อมกอดลง ผมก็กะพริบตามองหน้าเขาปริบๆ


“หะ..?”


“ฉันอยากมีอะไรกับนาย” กวีพูดย้ำ ในขณะที่มือสวมกอดผมเอาไว้หลวมๆ


“มีอะไรหมายถึง..?” ผมถามกลับ ไม่ใช่ไม่รู้ว่ากวีหมายถึงอะไร แต่ต้องถามย้ำก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้เข้าใจผิดจริงๆ อย่างน้อยดูโง่ก็ยังดีกว่าหน้าแตก


“ฉันอยากกอด อยากจูบ อยากทำมากกว่าที่พวกเราเคยทำ” กวีกระซิบข้างหูผมด้วยน้ำเสียงเบาลงเรื่อยๆ ฟันคมขบลงบนติ่งหูที่ร้อนผ่าวราวกับจงใจหยอกล้อ “..ได้หรือเปล่า?”


-ตัด-


.............................................................


.............................


ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนสายๆ พอจะลองขยับตัวลุกขึ้นนั่งดูก็รู้สึกปวดบั้นท้ายจนนั่งไม่ลง แถมยังรู้สึกปวดไปทั่วทั้งร่างจนแทบขยับไม่ได้


ผมกวาดตามองไปรอบห้อง ก่อนจะเห็นว่ากวีกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือ มือข้างหนึ่งกดโทรศัพท์อยู่ ในขณะที่มืออีกข้างก็ถือปากกาน้ำเงินเอาไว้


ผมเผลอจ้องมองภาพนั้นอยู่นาน จนกระทั่งกวีหันมามอง เขาขยับตัวลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงเข้ามานั่งข้างๆ จนเตียงยุบลงไปแล้วลูบหัวผมอย่างอ่อนโยน


“ตื่นแล้วทำไมไม่เรียก”


“ก็..ไม่อยากรบกวน” ผมว่าพลางมองใบหน้าของเขา รู้สึกเหมือนกวีกำลังคิดหนักกับเรื่องอะไรบางอย่าง “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”


“ตะวันคิดว่าแปลกหรือเปล่า?” อยู่ๆ กวีก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีประเด็นเริ่มต้น


“อะไร?”


“ฉันรู้สึกไม่ได้อยากจะฆ่านายเหมือนเมื่อก่อนอีก มันแปลว่าฉันรักนายน้อยลงหรือเปล่า?”


พอถูกถามแบบนี้ผมถึงกับไปไม่ถูก ผมมองใบหน้าอีกฝ่ายแต่ไม่ได้ตอบอะไรออกไป แต่กวีก็พูดต่อราวกับว่าเขาไม่ได้สนใจจะฟังคำตอบของผมตั้งแต่แรกแล้ว


“ฉันอยากครอบครองตะวันมากขึ้น แต่กลับรู้สึกไม่ได้อยากฆ่าเหมือนเมื่อก่อนอีก”


“แบบนั้นมันแปลว่านายรักฉันมากขึ้นหรือเปล่า”


ผมก็แค่พูดเดาๆ ไปแบบนั้นแหละ จากที่ฟังคิดว่ากวีคงยังรักผมเหมือนเดิม เพียงแต่เขาไม่ได้คิดจะฆ่าผมแล้ว งั้นก็เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือไง ผมไม่อยากมีแฟนหรือคนรักที่แค่เดินไปคุยกับคนอื่นเขาก็จะเชือดผมหรอกนะ


อีกอย่างมันแปลว่ากวีรักผมจริงๆ ไม่ได้แค่อยากจะครอบครองเพราะยึดติดหรือเห็นผมเป็นที่ยึดเหนี่ยวสุดท้ายบนโลกเหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว


กวีเหมือนจะคาดไม่ถึงกับคำตอบนั้น สีหน้าอีกฝ่ายยังดูไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมพูด “ทำไม?”


“เพราะว่านายชอบที่จะให้ฉันอยู่ข้างๆ มีความสุขไปด้วยกัน มากกว่าที่จะฆ่าฉันให้ตายไง”


กวีดูจะคิดอะไรบางอย่างกับคำพูดของผมถึงขั้นเงียบไปนาน บางทีเขาคงไม่เข้าใจว่าทำไมการที่ไม่อยากฆ่า ถึงเป็นการรักมากขึ้น แต่ผมก็พอเข้าใจว่าอดีตก่อนหน้านี้คงทำให้กวีรู้สึกว่า ถ้าไม่ฆ่า ไม่ขัง ไม่รั้งสิ่งที่รักเอาไว้ ทุกอย่างจะจากเขาไป แถมยังโตขึ้นมากับการใช้ความรุนแรงในครอบครัวอีก


ผมเอื้อมมือทั้งสองข้างสวมกอดอีกฝ่ายเอาไว้ อาจจะฟังดูแปลก แต่ผมกลับรู้สึกสงสารกวีขึ้นมาหลังจากได้ยินคำว่า ‘ทำไม?’


“ไม่ชอบหรือเปล่า?”


ผมเลิกคิ้ว แต่คิดว่าคำถามนั้นคงหมายถึงเรื่องที่ทำกันไปเมื่อคืน อาจจะเพราะตั้งแต่ตื่นขึ้นมาผมดูเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไรด้วย กวีเลยนึกว่าไม่ชอบที่ทำกันไป


“ชอบสิ” ผมหลับตาลง รู้สึกว่าตัวของเขาอุ่นมาก “ถ้าอยากทำตอนไหนก็บอกได้”


กวีไม่ได้ตอบอะไรนอกจากจะลูบหัวผมอย่างอ่อนโยนตอบกลับมา ในอกพลันอุ่นวาบอย่างน่าประหลาด อยู่ๆ ก็นึกอยากจะขอบคุณตัวเองที่สุดท้ายในตอนนั้นยอมใจอ่อนแล้วเข้าไปช่วยกวีเอาไว้จากการถูกทำร้ายและคอยอยู่เคียงข้างเขา


ไม่อย่างนั้นสุดท้ายแล้วผมกับกวีอาจจะมาไม่ถึงจุดๆ นี้ก็เป็นได้


------------------------------------------------------------------


[Talk]


สวัสดีค่ะ คิดว่าคงเป็นทอล์คสุดท้ายแล้ว รีบมาอัพก่อนที่อังกฤษจะเตะกับโครเอเชีย เดี๋ยวไม่งั้นหมดอารมณ์อัพ55555555 กลัวอังกฤษแพ้


สารภาพว่าตอนเขียนเรื่องนี้เราเขียนขึ้นมาในช่วงที่หดหู่ขั้นสุดของชีวิตค่ะ แบบอะไรๆไม่เป็นอย่างหวัง โลกถล่มมาก เล่าให้ใครฟังทุกคนก็คิดว่าเรื่องแค่นี้เอง ไม่เห็นใช่เรื่องใหญ่อะไรจนสุดท้ายเราเลยได้แต่เงียบ


ทุกวันเราคิดอยู่ตลอดว่าถ้ามีใครสักคนที่รับฟังโดยไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ยังคงอยู่ข้างๆคงจะดี เลยทำให้เกิดพล็อตเรื่องนี้ขึ้นมา


ทั้งนี้ส่วนที่เราว่าเซอร์ไพรส์ในตอนที่แล้วคือตะวันเองก็มีอาการแบบเดียวกับกวี คิดว่าบางคนอาจจะพอเดาได้จากความคิดตะวันที่มันแปลกๆ โดยเฉพาะตอนช่วงถูกกวีขังว่ามันไม่ใช่ความคิดของคนปกติแล้ว


จะว่าคอนเซปต์ของเรื่องนี้คือคนไม่โอเคทั้งคู่พากันไปในจุดที่ดีขึ้นก็ได้ค่ะ


อนึ่งเราไม่รู้ว่าจะได้เขียนเรื่องหน้าอีกหรือเปล่า แต่ถ้ามีก็ขอฝากเรื่องหน้าไว้ด้วยนะคะ <3 และตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายแล้ว ถ้าอ่านมาตลอดเลยแต่ไม่เคยเมนต์ก็เม้นกันได้นะคะ ถือว่าให้กำลังใจกัน


ป.ล.ฉากตัดไม่ได้ลงในเว็บไหนทั้งนั้น เจอกันในรวมเล่มนะคะถ้าผ่านกองบ.ก.


ป.ล.ล.มีคำถามน่าสนใจจากตอนที่แล้วว่า นึกว่ากวีจะกลับมาบ้านแล้วพูดกับตะวันว่า 'ฉันฆ่าคนที่ทำให้นายเครียดแล้วน้า' อันที่จริงแล้วถ้าตะวันยังสนับสนุนความยันของกวีต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่ปฏิเสธ คาดว่าฉากนั้นก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 682 ครั้ง

96 ความคิดเห็น

  1. #3685 n_pukpav (@n_pukpav) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 15:23
    ตอนอ่านไปได้ครึ่งเรื่อง เรากลัวกวีมากๆเลย
    แต่คุณไรท์เขียนได้สนุกจริงๆ จนถึงตอนนี้เราชอบมากๆเลยหล่ะ
    ขอบคุณนะ ที่เขียนให้เราทุกคนได้อ่าน
    เป็นกำลังใจให้เขียนต่อไปนะคะ
    #3685
    0
  2. #3680 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:26

    มีการพัฒนา ฮือ สนุกมาก ได้ความรู้ด้วย


    ขอบคุณที่แต่งนิยายเรื่องนี้นะคะ

    #3680
    0
  3. #3634 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:31

    ชอบกาาพัฒนาตัวเองของตัวละครเรื่องนี้มาก ก็เริ่มคิดตั้งแต่ตอนแรกๆแล้วละนะว่าตะวันแปลกๆ ตั้งแต่ปูพื้นหลังของชาติที่แล้วแล้ว สุดท้ายเพราะสองคนนี้เหมือนกันเลยดึงดูดเข้าหากัน และต่อสู้ไปด้วยกัน
    ขอบคุณไรท์มากๆค่ะที่แต่งนิยายสนุกๆแบบนี้มาให้อ่าน เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่เจอปัญหาชีวิตอยู่ในขณะนี้นะคะ เราเชื่อว่าจะผ่านมันไปได้ในสักวันค่ะ
    #3634
    0
  4. #3609 LJLY940291 (@LJLY940291) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 มกราคม 2562 / 20:49

    เป็นเรื่องที่ชอบมากๆเลยค่ะ เวลาอ่านนี่มีความรู้สึกร่วมกับตัวละครแต่ละตัวมากๆ ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #3609
    0
  5. #3601 แวมน้อย (@0956016325) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 17:44
    ชอบบบบบบบบ
    #3601
    0
  6. #3600 Ari-na (@Ari-na) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 17:18
    ชอบพัฒนาการของตัวละครเรื่องนี้มาก
    #3600
    0
  7. #3597 Kuromagi (@Kuromagi) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 11:40

    โอยยยยชอบบบบแต่มีหลายๆเรื่องที่มันยังไม่ค่อยเคลียร์​เลยค่ะ แต่สรุปแล้วคือดีมากกกกก จะรออ่านเรื่องต่อๆไปค่ะ

    #3597
    0
  8. #3593 Ineedtoreed (@Ineedtoreed) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 12:05
    น่าสงสารสุดคือเอิร์ธ รู้ยังว่าร่างตัวเองมีหลัวละ 5555555555
    #3593
    0
  9. #3580 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 09:15
    ขอบคุณค่ะ อ่านรวดเดียวจบเลย สนุกมาก กวีกับตะวันก็น่าสนใจมาก
    #3580
    0
  10. #3578 Ash4869 (@Ash4869) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 02:45

    อยาก...อ่าน...N...C...!!!!!

    ฮรื่อออออ
    #3578
    0
  11. #3562 Tono_Miya (@tongmiya) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 01:58
    น่ะ ก้ว่าทำไมมีอาการเหมือนกวีเลย ขอให้ชีวิตในวันข้างหน้าสดใสขึ้นนะ ฮือ มีความสุขมากๆนะทุกคน ตอนเปิดมาเรื่องคิดว่าจะยันจนกู่ไม่กลับแล้ว ถือว่าน้องยังพอไหวอยู่ ไม่ถึงกับอยู่หมวดฆาตรกรรมนะคะ 55555
    #3562
    0
  12. #3540 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 23:30
    เรื่องนี้เราให้นิยามนี้ค่ะ Broken people try to heal each other. เหมาะสมมาก เขามีกันและกันก็คือที่สุดแล้ว เราชอบนิยายที่คสพ.เป็นแบบนี้มาก ปกติที่อ่านมาจะมีแค่พระเอกที่ถูกฮีล ไม่ก็นายเอก แบบคนใดคนนึง แต่นี่คือ broken ทั้งคู่ แต่ก็พากันฉุดอีกคนขึ้นมาจากโลกอันมืดมิดได้ สุดยอดมากๆ
    #3540
    0
  13. #3508 A.Hoya (@Red__Pen) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 18:22
    ชอบเรื่องนี้มากๆเลยยยยย ชอบความสัมพันธ์ของทั้งสองคนที่คอยช่วย คอยสนับสนุนกันไปเรื่อยๆ ช่วงแรกแอบกลัวกวีหน่อยๆ พอมาตอนท้ายเริ่มชอบเฉย55555 แล้วก็ติดตามไรท์มาตั้งแต่ฟิคหกแฝดเมื่อนานมาแล้วค่ะ(ฮา) และก็จะติดตามนิยายเรื่องต่อๆไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ <3
    #3508
    0
  14. วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 17:51
    กวีน่ารักขึ้นหน่อยๆ T T สุดท้ายก็จบเเล้วฮือๆ
    #3504
    0
  15. #3489 Muttatae (@Muttatae) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 21:55
    ขอบคุณสำหรับนิยายจริงๆ นะคะ จะอุดหนุนแน่นอนค่ะ ไม่ว่าคุณจะมีเรื่องหน้าหรือไม่มีเราก็จะเป็นกำลังใจให้คุณต่อไปในทุกๆ เรื่องนะคะ&#128153;
    #3489
    0
  16. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 02:19
    ชอบพระเอกยันมาก

    และอยากให้กวีเข้าสู่สายดาร์กเหมือนเดิมค่ะ!!----

    อุ้ย ไม่ใช่555555

    ชอบ แค่นั้นล่ะค่ะ ขก.คิด5555555
    #3471
    0
  17. #3440 aqn_Hm (@aqn_Hm) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 00:39
    อ่านแล้วดิ่งๆหน่อยค่ะ 55555 เราชอบไอเดียของเรื่องนะคะ แต่ไม่ค่อยตรงที่ว่าคนไม่ค่อยโอเคสองคนพาไปในจุดที่ดีขึ้นได้ ถ้าชีวิตจริงเราว่ามันเสี่ยงกับการอาการแย่ขึ้นอีกมากกกกกกกกกก มันอาจจะ รับเรื่องของอีกฝ่ายมาใส่ใจมาก ทำให้ตัวเราเองพลอยแย่ไปด้วยอีกอะ ไม่รู้นะคะเราก็ไม่ได้เรียนมาทางจิตเวชแต่แบบ รู้สึกตัวเองเหมือนจะเป็น บอกไม่ถูก5555555 กวีหล่อ ฉลาด แต่อ่านแล้วเครี้ยดเครียดเลยค่ะ ฮือ
    #3440
    0
  18. #3438 คนเลี้ยงเต่า (@setofsun) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 23:07
    สนุกมากจ้า รู้สึกระทึกตลอดเวลาที่อ่านเลย5555
    #3438
    0
  19. #3383 rainpe (@fonexol12) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 19:44
    สนุกมากกกกกกก พล็อตเรื่องดีมากเลยอ่านไปก็ลุ้นไปยิ่งช่วงตอนแรกๆที่กวีมีความคิดจะฆ่าตะวันนี้กลัวมากเลย แต่หลังๆได้เห็นเหมือนกวีอ่อนลงไม่อยากฆ่าแล้ว แล้วเริ่มดีขึ้นนี่คือแบบกวีน่ารักจังดูแลตะวันก็ดี ตามใจทุกอย่างเลย แบบเป็นแฟนที่น่ารักมากๆเลย
    #3383
    0
  20. #3381 Blue_Bell (@lovecn1412) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 18:53
    จะมีรวมเล่มไหมคะ อยากได้มากๆเลย ><
    #3381
    2
    • #3381-1 larza (@nene-1) (จากตอนที่ 44)
      21 สิงหาคม 2561 / 21:36
      มีรวมเล่มค่า
      #3381-1
  21. #3380 basdy (@warapich) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 16:14
    สนุกมากกก อ่านแบบวางไม่ได้ พล็อคแปลกใหม่ ภาษาดีเข้าใจง่าย ชอบความบิดเบี้ยวในใจของตัวละคร แต่จบโอเครมากค่ะ ค่อยๆเรียนรู้ที่จะรักกันไป ค่อยๆรักษากันไป เราสงสารตัวละครกวีนะ แต่อ่านไปเรื่อยๆก็สงสารตะวันด้วย ชอบการที่ทั้งสองต่างเติมเต็มกัน จะมีตอนพิเศษมั้ยคะไรท์ มันดีงามมาก
    #3380
    0
  22. #3378 sakura17 (@thelufy) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 03:38
    สนุก อ่านเพลินแบบลุ้นมาก พอคิดอายุตะวันก่อนตาย ก็แอบคิดว่าตะวันกินเด็กนะเนี่ย55 ชอบความสัมพันธ์ทั้งสอง ขอบคุณนะคะ
    #3378
    0
  23. #3372 Iynew (@3216278) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 20:07
    ขอบคุณมาก
    #3372
    0
  24. วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 19:36
    ชอบมากกกกสนุกมากกกกกพลิกมากกกกกกก. ไรท์แต่งได้ดีมากๆเลย บางทีก็รู้สึกเหมือนนิสัยตะวันคล้ายๆตัวเองหลายอย่างมาก. หรือดค้าควรไปหาหมอดีมั้ย....
    #3361
    0
  25. #3358 Inconic (@beephattarawadee) (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:43
    นิยายดีมากเลยย ตอนอ่านรู้สึกหลายอารมณ์มาก ตอนแรกจะสงสาร อ่านสักพักเริ่มกลัวระแวงกวี อ่านแล้วลุ้นมาก ก่อนอ่านเห็นชื่อเรื่องแล้วเราไม่คิดว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ มันทำให้เรารู้สึกเซอร์ไพรส์มาก ชอบมาก ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆแบบนี้นะคะ
    #3358
    0