เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 105,132 Views

  • 3,718 Comments

  • 5,874 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,724

    Overall
    105,132

ตอนที่ 5 : หน้าที่4 ฝันร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8483
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 578 ครั้ง
    3 มี.ค. 61

“....”


ผมมองข้อความนั้นแล้วอึ้งจนคิดอะไรไม่ถูก ในสมองผมกำลังคิดอยู่ว่าอีกฝ่ายไปทำอะไรพ่อแม่ถึงติดคุก ซึ่งความเป็นจริงแล้วการที่ทำให้พ่อแม่ติดคุกได้โดยที่สาเหตุมาจากเจ้าตัว..แปลว่าอีกฝ่ายเป็นคนทำผิดไม่ใช่หรือไง


ปกติถ้าผู้เยาว์ทำผิดจะไม่ต้องรับโทษจำคุก แต่พ่อแม่จะเป็นคนรับโทษนั้นเองเพราะถือว่าดูแลได้ไม่ดีพอ ...แสดงว่ากวีไปทำอะไรที่มันผิดกฎหมายมา..?


บ้าน่า เท่าที่คุยกันมาผมก็ไม่เห็นว่ากวีจะดูเป็นเด็กเปรตเหมือนพวกนั้นเลย แค่ใช้กำลังนิดๆ หน่อยๆ มีชกต่อยกลับบ้างเท่านั้นเอง…


แล้วมันต่างอะไรกับพวกนั้นกัน..


เชี่ยแล้ว ผมอยากจะกุมขมับด้วยความรู้สึกปวดหัวเมื่อระลึกถึงความจริงบางอย่างขึ้นมาได้เมื่อตัดฟิลเตอร์เอ็นดูอีกฝ่ายออกไป ตลอดระยะเวลานั้นผมคิดอะไรหลายอย่างจนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงตอนพักบ่าย กวีก็ออกไปนอกห้องอีกครั้ง


ผมมองข้อความบนสมุดนั้นด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ผมยังนึกไม่ออกเลยว่าควรเขียนตอบอะไรกลับไปให้ดูซอฟท์ที่สุดดี


หลังจากใช้เวลานึกอยู่นานจนใกล้จะหมดเวลาพักผมก็รีบเขียนความตอบกลับไป


‘แล้วนายไปทำอะไรถึงทำให้แม่ติดคุกล่ะ?’


ขอโทษนะ ผมตั้งใจว่าจะไม่เสือกแล้ว แต่มันอดไม่ได้จริงๆ..


ใช้เวลาไม่กี่นาทีกวีก็กลับมาที่โต๊ะ เขาหยิบสมุดขึ้นมาแต่ก็ไม่ยอมเปิดดูสักที ท่าทางอีกฝ่ายดูเหมือนกับกำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่ หลังจากที่ครูเข้าคาบมาเด็กหนุ่มถึงกล้าเปิดสมุดออกมาดู


พอได้เห็นข้อความนั้นกวีก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปนิดหน่อย ผมบอกไม่ถูกว่าสีหน้านั้นเป็นความรู้สึกอย่างไร แต่อีกฝ่ายก็หยิบดินสอขึ้นมาแล้วเขียนข้อความต่อลงมายังด้านล่าง


‘ถ้าบอกไปแล้วเธอจะคิดว่าฉันเป็นคนไม่ดีหรือเปล่า?’


ผมมองข้อความนั้นแล้วหยุดคิดอยู่นาน ดูเหมือนกวีกลัวที่จะบอกเรื่องนี้กับคนอื่นมากถึงได้พยายามถามอ้อมๆ เพื่อที่จะดูปฏิกริยาตอบสนอง


ผมนึกหงุดหงิดในใจเล็กน้อยว่าอีกฝ่ายจะกลัวอะไรนักหนา แต่เมื่อนึกถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวอีกฝ่ายแล้วผมก็คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยถ้ากวีจะกลัวหากต้องบอกเรื่องนี้กับเพื่อนในห้อง


แถมกวีก็ไม่รู้ว่าผมเป็นใคร แค่ไว้วางใจถึงขนาดยอมเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังนั่นก็นับว่ามากพอแล้ว ขนาดแค่แม่เจ้าตัวติดคุกเพื่อนๆ ยังพากันรังเกียจเลย..


คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมคิดมากจนนอนไม่หลับ เมื่อเห็นว่าเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้วผมถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเผลอคิดนานเกินไปแล้ว ในขณะที่กำลังจะหลับนั้นผมก็เห็นกวีสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก


สีหน้าของเด็กหนุ่มนั้นดูไม่ค่อยดีเท่าไร ใบหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดแถมยังมีเหงื่อเต็มใบหน้า จากนั้นผมก็เห็นว่าเขากอดตัวเองไว้แน่นแล้วก้มใบหน้าซุกลงกับเข่า


….?


ผมมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความงุนงง ฝันร้ายงั้นเหรอ..? ดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเหมือนจะเป็นแบบนั้น ผมเห็นเขากอดเข่าได้อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอยู่นานแล้วค่อยกลับไปนอนราวกับว่าก่อนหน้านี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ผมหยุดคิดอะไรบางอย่างก่อนจะค่อยหลับไป


…………………………………………………………..


………………………………..


วันถัดมาผมรอจนกระทั่งกวีไปกินข้าวตอนพักเที่ยงแล้วเขียนข้อความตอบกลับลงไป


‘ฉันเชื่อว่านายเป็นคนดี’


ผมเขียนลงไปอย่างที่ใจตัวเองคิด ถึงแม้จะรู้จักกันได้ไม่ถึงสัปดาห์แต่ผมก็คิดว่ากวีเป็นคนดีจริงๆ นะ หรืออาจจะเพราะเป็นฟิลเตอร์เอ็นดูของผมก็ไม่รู้เหมือนกัน..


เมื่อกวีกลับมาจากการกินข้าว ทันทีที่เขาหยิบสมุดขึ้นมาแล้วลังเลอยู่นานก่อนเปิด เด็กหนุ่มก็มองข้อความนั้นก่อนจะหลุดยิ้มออกมา


ผมที่รอดูปฏิกริยาของกวีถึงกลับอึ้งไปพอเห็นว่าอีกฝ่ายยิ้ม ก่อนที่จะตามมาด้วยความรู้สึกดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มเจ้าตัว อย่างน้อยถ้าเป็นเด็กวัยนี้ก็ควรจะมีรอยยิ้มเยอะๆ


นอกเหนือจากผมแล้ว ผมก็ไม่เคยเห็นกวียิ้มให้ใครมาก่อน บางทีแบบนี้อาจจะเป็นสัญญาณที่ดีก็ได้มั้ง..?


‘ฉันถูกแม่ทำร้าย’


‘เพราะแบบนั้น..แม่เลยติดคุกเพราะทำร้ายฉัน’


พอได้เห็นข้อความนั้นแล้วผมก็อึ้งจนตอบอะไรไม่ถูกสักพักใหญ่ ที่ผมอึ้งไม่ใช่ว่าเพราะถูกแม่ทำร้าย แต่ผมกำลังงงอยู่ว่าแล้วไง การที่ถูกแม่ทำร้ายมันเกี่ยวอะไรกับการที่อีกฝ่ายเป็นคนไม่ดีกันล่ะ?


อย่าบอกนะว่ากวีคิดว่าแม่เข้าคุกเพราะตัวเอง เลยรู้สึกว่าตนเองเป็นลูกเนรคุณ?


ผมไม่รู้จะออกความเห็นกับสิ่งที่เกิดขึ้นยังไงดี แต่สังคมบางที่ก็คิดจริงๆ นั่นแหละว่าพ่อกับแม่จะทำอะไรกับลูกตัวเองขนาดไหนก็ได้เพราะถือว่าเป็นการสั่งสอน ลูกไม่มีสิทธิ์ขัดขืน อย่างบางครอบครัวที่ผมเคยเห็นตามข่าวหนักๆ ก็เอาน้ำร้อนราดจนเป็นแผลพุพองรักษาไม่หายหรือตีจนม้ามแตกอะไรแบบนั้น..


ดังนั้นถึงแม้ว่าสังคมรอบข้างจะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็จะไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเด็กเพราะถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในครอบครัว


แต่ผมไม่เคยมองว่าการทำร้ายใครเป็นวิธีการสั่งสอนเลย กลับกันแล้วผมคิดว่ามันเป็นอาชญากรรมมากกว่าด้วยซ้ำ การสั่งสอนที่ดีคือการสั่งสอนที่ไม่ใช้ความรุนแรงต่างหาก


พอคิดแบบนั้นแล้วผมรู้สึกหดหู่นิดหน่อย ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทนกับสภาพความรู้สึกแบบนี้มานานเท่าไรแล้วกับการที่ตัวเองถูกทำร้ายแต่สังคมกลับรุมประณามคนที่ถูกทำร้ายแทน


เมื่อตอนพักบ่ายมาถึงกวีก็ออกไปนอกห้องอีกครั้ง ผมมองกวีที่ออกไปจากห้องแล้วเริ่มนึกข้อความที่จะเขียนตอบ ที่จริงแล้วผมโล่งใจนิดหน่อยที่ดูเหมือนว่ากวีไม่ได้อยากรู้ว่าผมเป็นใคร แต่อีกฝ่ายกลับไว้วางใจผมถึงขนาดยอมเล่าให้ฟัง


‘ถ้าอย่างนั้นคนผิดก็เป็นแม่นาย ไม่ใช่นายสักหน่อย’


พอกวีกลับมาเห็นข้อความนั้น ผมรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังโล่งใจเหมือนได้ยกความหนักอึ้งที่ค้างคามาหลายปีออกไป ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเขียนข้อความต่อลงมายังด้านล่าง


‘ขอบคุณนะที่คิดแบบนั้น’


‘ในเมื่อฉันเล่าเรื่องของตัวเองให้ฟังไปแล้ว’


‘ทีนี้ก็ถึงตาของเธอเล่าบ้างแล้วนะ’


ผมมองข้อความนั้นแล้วถึงกับนิ่งไปพักใหญ่..


แล้วผมจะตอบอะไรกลับไปดีวะเนี่ย ผมย้อนคิดเรื่องราวของตัวเองก่อนจะพบว่าชีวิตผมก่อนหน้านี้ช่างจืดชืดสิ้นดี ถ้าคนทั้งโลกมีหนังสือชีวประวัติเป็นของตนเอง ผมมั่นใจได้เลยว่าหนังสือเล่มของผมนั้นต้องบางที่สุดถ้าเทียบกับคนอื่นที่อยู่ในวัยเดียวกัน


ผมมองข้อความนั้นแล้วคิดหนักอยู่นาน โชคดีที่การตอบข้อความรอบถัดไปเป็นวันพรุ่งนี้ ผมจะได้มีเวลาในการคิดว่าตัวเองควรจะเขียนอะไรลงไป


………………………………………………………..


……………………………….


ความจริงแล้วผมจะสร้างประวัติตัวเองขึ้นมาใหม่ก็ได้ แต่พอคิดว่าต้องทำแบบนั้นแล้วผมก็รู้สึกผิดลึกๆ ตอนนี้กวีคงมองว่าผมเป็นเพื่อนคนเดียวของเขา ผมเลยรู้สึกว่าการทำแบบนี้เป็นการทรยศอีกฝ่ายยังไงไม่รู้..


ผมคิดอยู่นานมากว่าควรจะเล่าอะไรดีเพราะชีวิตผมแทบไม่มีอะไรทั้งนั้น เหมือนกราฟที่ขึ้นข้างบนกระตุกเป็นระยะๆ แล้วก็นอนราบเรียบตายอย่างสงบ ชีวิตผมแทบไม่มีความตื่นเต้นอะไรทั้งนั้น ซ้ำยังธรรมดาสุดๆ


เมื่อเวลาพักเที่ยงของวันถัดมาหวนกลับมาถึง ผมก็เขียนข้อความตอบกลับไป


‘ชีวิตฉันธรรมดามาก ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก’


‘ถ้าเทียบกันแล้ว ชีวิตนายยังน่าสนใจกว่าชีวิตฉันเยอะเลย’


พอผมเขียนจบถึงได้ระลึกขึ้นมาว่ามันดูเหมือนประโยคที่ใช้จีบผู้หญิงเกินไปหน่อย ผมเลยพยายามรีบข้อความบนสมุดตัวเองทิ้งด้วยการถูกร่างกายของตัวเองแรงๆ


แต่แทนที่จะลบออกแล้ว ผมกลับยิ่งรู้สึกเจ็บเหมือนบาดแผลกำลังถูกฉีก แถมบนหน้ากระดาษก็ไม่สะทกสะเทือนใดๆ ทั้งสิ้น ท้ายที่สุดแล้วผมเลยตัดสินใจเลิกลบแล้วปล่อยให้มันทิ้งค้างเอาไว้แบบนั้น


เขียนได้แต่ลบไม่ได้..


เมื่อกวีกลับมาเห็นข้อความนั้น สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ผมรู้สึกเหมือนว่าเขากำลังอึ้งก่อนจะยิ้มแล้วเขียนข้อความตอบกลับ


‘อย่างน้อยก็ช่วยเล่าประวัติหรือบอกชื่อที่อยากให้ฉันเรียกหน่อยไม่ได้หรือ?’


ชื่องั้นเหรอ..? พอลองย้อนคิดดูแล้วดูเหมือนว่าผมจะไม่เคยบอกชื่อกับกวีเลย หลังจากผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เห็นว่าถ้าบอกชื่อเล่นไปไม่น่ามีอะไรเสียหายเลยยอมเขียนตอบกลับไปเมื่อกวีออกจากห้องตอนช่วงพัก


‘ฉันเป็นลูกคนกลาง มีพี่ชายกับน้องสาว ส่วนชื่อจะเรียกฉันว่าตะวันก็ได้’


พอกวีกลับมาแล้วเห็นข้อความที่อยู่บนนั้น เขาก็หยิบปากกาน้ำเงินขึ้นมาแล้วเขียนตอบข้อความของผม


ผมมองเหตุการณ์นั้นด้วยความงุนงงนิดหน่อย ปกติกวีมักจะใช้ดินสอเวลาเขียนตอบผมเสมอ ทว่าครั้งนี้กลับเป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายใช้ปากกาเขียนตอบ


ผมบอกปัดว่าตัวเองคิดมากไป แค่เปลี่ยนจากการใช้ดินสอเป็นปากกาน้ำเงินก็ไม่เห็นจะมีอะไรต่างกันสักหน่อย


‘ชื่อน่ารักจัง’


“....”


ผมเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ว่าทำไมพอผมเห็นคำนั้นแล้วถึงเผลอยิ้มขึ้นมา แถมยังรู้สึกดีแปลกๆ อย่างบอกสาเหตุไม่ได้อีกต่างหาก


หรือว่าผมกำลังเขินวะ


แล้วเขินทำไม..?


ผมตอบไม่ถูกว่าตัวเองเขินทำไม บางทีอาจเป็นเพราะปกติไม่ค่อยมีคนชมผมสักเท่าไร พอมีคนมาชมในเรื่องเล็กๆ เลยพลอยดีใจอย่างบอกไม่ถูก


เมื่อหาเหตุผลอ้างให้ตัวเองเสร็จสรรพแล้ว ผมก็โยนความรู้สึกอายก่อนหน้านี้เข้าหลุมดำไปทันทีราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน


จากนั้นผมกับกวีก็ได้มีโอกาสคุยกันบ่อยๆ ผ่านทางสมุดบันทึก ผมเลยได้เรียนรู้เรื่องราวของเจ้าตัวเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เด็กหนุ่มก็มีน้องสาวเหมือนกัน พอผมถามถึงว่าแล้วอีกฝ่ายไปไหนแล้วล่ะ


กวีก็ตอบผมกลับมาด้วยสีหน้านิ่งๆ ว่า ‘ถูกแม่ทำร้ายจนตาย..’


“....”


แทบทุกวันที่ผ่านพ้นไปผมใช้เวลากับการคิดว่าจะตอบอีกฝ่ายกลับไปอย่างไร กวีไม่เคยคิดที่จะถามว่าผมเป็นใครหรือรบเร้าอยากรู้แม้แต่ครั้งเดียว บางทีเขาคงกลัวว่าหากคะยั้นคะยอมากเข้า ท้ายที่สุดแล้วผมจะจากเขาไปและไม่ตอบข้อความนั้นอีกเลย


กว่าจะรู้ตัวอีกทีวันเวลาก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ผมสนิทกับกวีมากขึ้น รวมถึงได้เรียนรู้ในหลายๆ มุมของอีกฝ่าย


แต่ว่าท้ายที่สุดแล้วดูเหมือนว่าความสุขก็ไม่เคยอยู่กับผมนานสักครั้ง


-----------------------------------------------------------------------------


[Talk]

ช่วงนี้เราจะมาอัพบ่ายๆ ไม่ใช่เวลาค่ำเหมือนทุกทีนะคะเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยสะดวกตอนดึกเพราะติดมิดเทอม TT

เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 578 ครั้ง

34 ความคิดเห็น

  1. #3690 I wanna give a feedback ♡ (@xxvjuly) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 10:01
    ถ้าคิดในมุมของความเป็นจริงแล้วไม่รู้ว่าใครหลอนกว่ากันแล้ว 55555555
    #3690
    0
  2. #3545 Tono_Miya (@tongmiya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 12:15
    โอ้ยเอาอีกแล้วตะวันนน 5555555
    #3545
    0
  3. #3519 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 02:09
    เราว่า กวีต้องรู้อ่ะ ว่าไม่ใช่คนตอบ ป่าววะ555555
    #3519
    0
  4. #3420 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 23:30
    ว้อททท
    #3420
    0
  5. #3069 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 17:35
    โดนเอาไปทำลายแน่เลยย
    #3069
    0
  6. #2985 Mela( ̄^ ̄)ゞ (@zebza) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 04:14
    ทำไมความสุขอยู่ไม่นานล่ะ กระดาษหมดเหรอ
    #2985
    0
  7. #2950 APRIL_RAiN (@bbpurnbb883) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 20:07

    ดทําไมเขินที่กวียิ้มมมมมม><

    #2950
    0
  8. #2808 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 22:49
    ไม่รู้จะมาบรรจบกันยังไงเลยคู่นี้ ขอจบแฮปปี้ได้มั้ยคะ
    #2808
    0
  9. #2687 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:53
    ชื่อตะวันนี่เอง ชื่อน่ารักกกก
    #2687
    0
  10. #1947 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 21:40
    เขินตอนน้องชมว่าชื่อน่ารักเหมือนกันเลยค่ะ งืออออ เรื่องราวของน้องน่าหดหู่มากๆ คุณไดอารี่ต้องช่วยน้องน้า
    #1947
    0
  11. #1909 ทวะ. (@Atomy_Dek-D) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 14:06
    ตับตู...
    #1909
    0
  12. #1540 anongnart2545 (@anongnart2545) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 16:43
    รู้เลยว่าดาร์ก555
    #1540
    0
  13. #1488 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 21:47
    น้องง สงสารอ่ะ โดนแม่ทำร้ายแล้วน้องสาวยังตายอีก เพื่อนๆก็ไม่มี แถมยังโดนแกล้งด้วย
    #1488
    0
  14. #1309 natthasata (@natthasata) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 23:52
    อยากดึงน้องมากอดแน่นๆ
    #1309
    0
  15. #1081 shirone-mirai (@shirone-mirai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 21:08
    เรื่องนี้จะแปลงเป็นคนได้ไมหนอ?
    #1081
    0
  16. #1080 SkyNigth (@pilabutr) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 21:03
    ฮืออออ สงสารรรร
    #1080
    0
  17. #771 Latte Hideyoshi (@28867) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 16:42
    เขินด้วยคนนนนนน อ๊ายยย
    #771
    0
  18. #664 -Imreader- (@-Imreader-) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 23:47
    เขินตรงชื่อน่ารักจัง แงง
    #664
    0
  19. วันที่ 6 เมษายน 2561 / 08:40
    ให้อารมณ์แบบสมุดของทอม ริดเดิ้นในHarry Potterเลย แต่ไม่มีความประสงค์ร้าย เป็นวิญญาณไม่ใช่ความทรงจำ.. และก็...

    ฟินค่ะ~ ฮ่าๆๆๆ
    #635
    0
  20. #588 ชอบวีวี่จ้ะ (@glass12sky) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 23:37
    สงสารน้องไปหมด ตัวเองโดนตีไม่พอ น้องสาวยังโดนตีจนตาย คนเป็นแม่นี่ยังไงอะ ไม่มีคนปกติที่ไหนจะตีคนอื่นจนตายนะ แล้วคือน้องก็ต้องมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่โคตรบูลลี่ แล้วยิ่งมีแววจะเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ บอกเลยจบ ถ้าจะคิดอะไรในแง่ลบนี่ไม่แปลกเลย //แอบชอบชื่อตะวัน แล้วแบบคุณไดอารี่นี่มีกี่หน้าเหรอคะ5555 เราว่าคุณไดอารี่คงไม่หนาเป็นคัมภีร์หรอกใช่มะ ไม่ใช่หมดหน้า น้องกวีเปลี่ยนเล่มนะ
    #588
    0
  21. #557 เพลิงคราม (@fai46) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 20:52
    ชมว่าน่ารัก กรี๊ดดดดดดดดดด!!!! ฟินตัวแตกคะ
    #557
    0
  22. #366 Koo_Toon (@Koo_Toon) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 00:23
    หือ.. ตอนนี้คือไม่รู้จะพิมอะไรเลย รู้แค่ว่าหน่วงไปหมด TT ทั้งๆที่มีอะไรน่ารักๆในตอนแต่กลับไม่ได้อินกับฉากนั้นๆเลย นี่สงสารกวีมาก ตัวเองโดนทำร้าย แล้วน้องสาวยังโดนทำร้ายจนตายอีก ปวดใจจังเลยค่ะ ;-;
    #366
    0
  23. #302 กะเทย. (@Mice112) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 22:20
    กลัวพวกเด็กเปรตเอาสมุดไปอ่านมาก
    #302
    0
  24. #194 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 09:04
    โอ๊ะ แม่ทำร้ายจนถูกจับจริงด้วยอ่ะ ตะวันสงสัยเหมือนเราตอนแรกเลย แม่ทำร้ายแล้วกวีผิดตรงไหน แต่ก็อย่างที่ตะวันบอก กวีคงโทษตัวเองว่าเป็นสาเหตุ // ว่าแต่ความสุขที่ว่าอยู่ไม่นานคืออะไร สมุดหายหรอ หรือจะหมดตามเม้นก่อนหน้า
    #194
    0
  25. #128 witchhound (@witchhound) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 16:49
    สมุดหมดหรือยังเนี่ย
    #128
    0