เกิดใหม่เป็นไดอารี่ [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 104,931 Views

  • 3,707 Comments

  • 5,868 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,523

    Overall
    104,931

ตอนที่ 6 : หน้าที่5 ตุ๊กตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 689 ครั้ง
    4 มี.ค. 61

วันหนึ่งในขณะที่กวีกำลังเก็บของจากโต๊ะใส่กระเป๋านั้น มือของใครบางคนก็ทุบลงที่หลังเด็กหนุ่มอย่างแรง


เนื่องจากว่าคราวนี้ผมอยู่ที่บนโต๊ะไม่ได้อยู่ใต้โต๊ะเหมือนทุกทีจึงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ดูเหมือนว่าจะมีช่วงหนึ่งที่เด็กเปรตพวกนี้หายไปเพราะครูกำลังจับตามองจากรอบที่แล้ว พอครูเลิกเข้ามายุ่งก็กลับมาทำตัวเหมือนเดิม


แม่งเอ๊ย


ผมส่งสายตาอาฆาตไปให้เด็กเปรตพวกนั้นอย่างไม่เกรงใจ ในขณะที่กวีหันไปมองด้านหลังก่อนจะปัดมือข้างนั้นออกแล้วส่งสายตาเป็นเชิงถามว่า ‘มีอะไร?’


“ไม่ได้คุยกันตั้งนาน มึงไม่คิดถึงพวกกูเลยหรือไง”


กวีมองใบหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะหันไปเก็บข้าวของราวกับว่าไม่ได้ยินคำพูดนั้น ท่าทางของอีกฝ่ายดูโกรธมากที่ถูกเมิน ในขณะที่สายตาของพวกนั้นสะดุดเข้ากับของบางอย่างบนโต๊ะพลันคว้ามาอย่างรวดเร็ว


“นี่มึงห้อยพวงกุญแจอะไรแบบนี้ด้วยเหรอวะเนี่ย” มันว่าในขณะที่ดึงพวงกุญแจอย่างแรงจนขาดออกจากตัวกระเป๋า สายตาก็จ้องไปยังพวงกุญแจตุ๊กตาที่ทำขึ้นจากไหมพรมเก่าๆ


ผมมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วรู้สึกแค้นมากจนอยากพุ่งไปต่อยอีกฝ่ายเสียเดี๋ยวนั้น ครั้งหนึ่งกวีเคยบอกผมว่าตุ๊กตาอันนั้นเป็นของชิ้นสุดท้ายที่น้องสาวให้ ก่อนจะถูกแม่ทำร้ายจนตาย


ดูเหมือนว่ากวีจะอ่านความคิดของผมได้ เขาพุ่งเข้าไปชกที่ใบหน้าอีกฝ่ายเต็มแรงก่อนจะพยายามคว้าพวงกุญแจนั้นมา


แต่ก็พลาด..


มันยกมือหลบทัน มองกวีด้วยสีหน้าไม่พอใจ “อ้อ มึงหวงนักนี่นะ”


มันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะขยี้ตุ๊กตานั้นจนเละ พริบตานั้นกวีก็คว้าเข้าที่ลำคออีกฝ่ายแล้วเริ่มใช้นิ้วโป้งออกแรงกดที่หลอดลมด้วยสายตาเย็นยะเยียบ


ชิบหาย


ผมเริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้มันไกลเกินไปแล้ว ถึงผมจะไม่ชอบเด็กเปรตกลุ่มนี้ แต่ผมก็คิดว่าไม่มีใครควรถูกฆ่าทั้งนั้น


ผมอยากห้ามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากมองเฉยๆ ใจพลันระส่ำด้วยความหวาดกลัว


ทุกคนในห้องเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีใครห้ามหรือส่งเสียงใดๆ แม้แต่เพื่อนของมัน ราวกับว่าทุกคนกำลังอึ้งกับเหตุการณ์ที่เห็นตรงหน้าเลยไม่มีใครกล้าขยับตัว


หรือเพราะกลัวโดนกวีฆ่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน


อีกฝ่ายพยายามดึงมือของกวีออก แต่ไร้ผล ดูเหมือนกวีจะแรงเยอะกว่าที่ผมคิดเอาไว้เสียอีก ในขณะที่สถานการณ์นั้นย่ำแย่ลงเขาก็กวาดตามองไปรอบห้องครั้งหนึ่งแล้วก้มลงมามองผมที่นอนอืดอยู่บนโต๊ะ ก่อนที่มือคู่นั้นจะปล่อยอีกฝ่ายอย่างง่ายดาย


พริบตาที่มือนั้นห่างออกไป มันก็ไอโขลกก่อนจะหอบหายใจด้วยใบหน้าแดงก่ำ บรรยากาศในห้องพลันเงียบลงทันตา ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว


ผมไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มคิดอะไรอยู่ถึงตัดสินใจปล่อย ทั้งๆ ที่ตอนแรกดูตั้งใจว่าจะฆ่าอีกฝ่ายอยู่แล้ว แต่เมื่อกี้ก่อนจะปล่อยผมเห็นเขามองไปรอบห้องแล้วก้มมามองผม..?


โอเค ผมเดาไว้ว่ากวีคงไม่อยากให้ผมรู้สึกไม่ดีกับเจ้าตัว จนถึงตอนนี้กวีคงยังคิดอยู่ว่าผมเป็นเด็กผู้หญิงคนไหนสักคนในห้อง เลยไม่อยากให้ผมรู้สึกรังเกียจว่ากวีเป็นฆาตกรล่ะมั้ง


สถานการณ์ดูเหมือนจะดีขึ้น แต่แล้วเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากหน้าห้องเสียก่อน


“กวี เธอทำอะไรเพื่อน มาพบครูเดี๋ยวนี้”


………………………………………………….


……………………………………..


ผมเริ่มเข้าใจคำว่าโชคชะตาไม่เข้าข้างบ้างแล้ว


ก่อนหน้านี้พวกนั้นแกล้งและทำร้ายกวีตั้งหลายครั้ง แต่พอกวีตอบโต้แบบหนักๆ ครั้งเดียว ครูกลับมาเห็นเข้าพอดีราวกับเตรียมการนัดแนะกันมาซะงั้น


เนื่องจากว่ากวีหยิบกระเป๋าและผมไปด้วย ดังนั้นผมจึงได้ฟังเรื่องราวและสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องพักครูทั้งหมด ยิ่งฟังมากเท่าไรผมยิ่งรู้สึกแย่ ในขณะที่ทั้งห้องก็เข้าข้างพวกนั้น แต่กลับไม่มีใครเข้าข้างกวีแม้แต่คนเดียว ทั้งๆ ที่ทุกคนเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ถูกทำร้ายก่อน


นี่ยังไม่รวมคำพูดของครูที่ว่า ‘เพราะไม่มีพ่อแม่น่ะสิ ถึงไม่มีใครสั่งสอน’ ผมฟังแล้วหงุดหงิดจนอยากลุกขึ้นไปสวนแทนกวีที่นั่งเฉยราวกับไม่แยแสกับคำพูดนั้นเลยสักนิด


แต่การที่ไม่แสดงสีหน้าไม่ได้แปลว่าไม่ได้รู้สึกอะไรสักหน่อย


ทำไม..เพราะอะไร ความคิดเหล่านี้วนในหัวผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าเพราะอะไรคนพวกนี้ถึงเลือกที่จะเข้าข้างพวกมันมากกว่า ผมเพิ่งอยู่กับกวีมาได้ไม่ถึงสองเดือนก็จริง บาทีผมอาจจะไม่ได้รู้เรื่องราวก่อนหน้านี้ แต่ผมคิดว่าตัวเองรู้จักกับอีกฝ่ายมากกว่าเพื่อนในห้องที่เอาแต่นั่งนินทากันแล้วมองเฉยๆ โดยไม่คิดจะยื่นมือมาห้ามเสียอีก


เพราะกลัวว่าพอยื่นมือเข้ามาช่วยแล้วจะโดนแกล้งไปด้วย..?


หรือเพราะว่ากวีไม่มีพ่อ แม่ติดคุก เป็นใบ้ เลยคิดว่าต่อให้แกล้งหนักขนาดไหนก็บอกใครไม่ได้..?


ผมนึกอะไรไม่ออกทั้งนั้น ตลอดวันนั้นในหัวผมค่อนข้างว่างเปล่า ความจริงแล้วระยะเวลาที่ผมได้อยู่กับกวีนั้นเป็นแค่ช่วงสั้นๆ ไม่มากพอที่จะทำให้สนิทกันได้ด้วยซ้ำ


แต่ผมรู้สึกแย่กับเรื่องอะไรกัน


……………………………………………..


……………………………….


เย็นวันนั้นพอกลับมาถึงที่บ้าน ผมก็เห็นกวีวางตุ๊กตาไหมพรมที่ถูกบี้เละจนจำสภาพเก่าไม่ได้ลงบนโต๊ะแล้วนั่งมองอยู่นานสองนาน


ปกติแล้วกวีไม่ชอบแสดงสีหน้า ผมจึงเดาไม่ถูกว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่ ดังนั้นสิ่งที่ผมทำได้มีเพียงแค่มองเขาเงียบๆ เท่านั้น


เด็กหนุ่มจ้องตุ๊กตาที่เละจนซ่อมไม่ได้ด้วยสายตาราวกับว่าร่างกายกำลังจะแตกสลายด้วยความเจ็บปวด


ผมมองตามสายตานั้นพลันรู้สึกใจหายขึ้นมา ที่ผ่านมาผมเห็นแต่กวีทำหน้าเฉยๆ ราวกับว่าไม่รับรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลก แต่เมื่อได้เห็นแววตาว่างเปล่าที่เหมือนคนไร้ชีวิตผมก็นึกถึงเขาคนเดิมขึ้นมาในทันที


จากนั้นอยู่ๆ กวีก็ขยับตัวเขาก้มหน้าลงก่อนจะเลื่อนมือลงไป จากนั้นเสียงครืดก็ตามมา


หยิบของในลิ้นชักงั้นสิ..? ผมคิดตามในใจพลันสังหรณ์ว่ามันไม่น่าจะใช่เรื่องดี ไม่ว่ากวีจะหยิบอะไรขึ้นมาก็ตาม


จากนั้นเด็กหนุ่มก็เหลือบมองมายังทางผมแล้วนิ่งไปในท่านั้นอยู่นานมาก ก่อนจะเลื่อนปิดลิ้นชัก แล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดใบหน้าแทน


ผมไม่รู้หรอกว่าสีหน้าของเขาในตอนนี้เป็นยังไงเพราะอีกฝ่ายยกมือขึ้นมาปิดใบหน้าเอาไว้ แถมเจ้าตัวยังไม่ส่งเสียงใดๆ ออกมา


แต่ผมรู้ว่าเขาร้องไห้ก็ตอนที่เห็นน้ำตาของเขานั่นแหละ


……………………………………………..


………………………………….


วันถัดมากวีก็ไม่ยอมไปโรงเรียน เขาเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ออกไปกินข้าวหรือออกไปข้างนอก เขาใช้เวลาอยู่กับการมองตุ๊กตาตัวนั้นนิ่งๆ ด้วยสายตาอ่านไม่ออก


ในขณะเดียวกันหลังจากที่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ผมก็นอนไม่หลับเพราะกลัวว่าถ้าเกิดเผลอนอนไปเมื่อไร ผมอาจจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ากวีเป็นศพไปแล้วก็เป็นได้


ผมเห็นแววตาในวันนั้นของเขาแล้วเริ่มกลัวขึ้นมาว่าอีกฝ่ายจะฆ่าตัวตาย


ที่จริงแล้วมันอาจจะเป็นแค่ความกังวลไปเอง กวีออกจะเข้มแข็งขนาดนั้นคงไม่เป็นอะไรหรอก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคงรู้สึกเป็นห่วงอีกฝ่ายอยู่ดี เขาเป็นคนที่ไม่ชอบแสดงสีหน้า ไม่ชอบแสดงอารมณ์ ราวกับว่าพยายามกดอารมณ์ ความรู้สึกเข้าไปข้างในให้ลึกที่สุด


แล้วบางทีสักวันหนึ่งอารมณ์กับความรู้สึกที่เก็บเอาไว้มากเข้าก็อาจจะระเบิดออกมา


ถึงจะรู้ตัวดีว่าสถานะในตอนนี้ผมช่วยอะไรเขาไม่ได้ ทว่าผมก็กลัวจนนอนไม่หลับอยู่ดี ความคิดที่ว่าถ้าตื่นมาแล้วเห็นกวีตายทำให้ผมรู้สึกแย่จนกระสับกระส่าย


โชคดีที่ผ่านมาวันหนึ่งแล้วกวีก็ยังไม่มีทีท่าหรือคิดจะฆ่าตัวตายแม้แต่น้อย


และการที่ผมนอนไม่หลับนี้ก็ทำให้ผมได้รู้ข้อเท็จจริงบางอย่าง


ดูเหมือนว่ากวีจะชอบฝันร้ายบ่อยๆ เขาเลยพยายามนอนดึกๆ เลี่ยงการนอนให้ได้มากที่สุด ผมไม่รู้ว่าในความฝันนั้นมีอะไร แต่สีหน้าอีกฝ่ายนั้นดูเจ็บปวดมาก


เพราะก่อนหน้านั้นผมมักจะนอนก่อนเขาเสมอเลยทำให้ไม่ได้รู้เรื่องที่เกิดขึ้น


เฮ้อ


ผมเห็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วอยากจะกอดกวีไว้ให้แน่นๆ จากนั้นก็พูดปลอบเขา เสียดายที่ความคิดของผมไม่มีวันเป็นจริงได้ ตราบใดที่ผมยังอยู่ในร่างสมุดนรกที่ต้องรอการย่อยสลายอีกสองร้อยปีกว่าจะตาย


วันถัดมากวีก็ลุกออกไปกินข้าวด้วยท่าทางเหมือนคนไม่มีสมาธิอยู่กับตัว จากนั้นพอตกเย็นผมก็เห็นกวีมองมาที่ผมราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่


ผมสังหรณ์ใจวูบนิดหน่อย ภาวนาในใจว่าขอให้สิ่งที่อีกฝ่ายคิดไม่ใช่ฆ่าตัวตายเลย


แต่ท้ายที่สุดแล้วกวีก็ไม่ได้ทำอะไร เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งอยู่บนเตียง พลางกินยาหลายเม็ดก่อนนอน


ผมโล่งใจมากที่อีกฝ่ายไม่ได้คิดอะไร ตั้งแต่หลังจากวันนั้นผมก็กลัวจนแทบบ้าว่าหากอีกฝ่ายฆ่าตัวตายขึ้นมา ผมคงเสียใจมาก


วันที่สามกวีแต่งตัวเหมือนจะออกไปข้างนอก แต่ไม่ได้ไปโรงเรียนแน่นอนเพราะว่าตอนนี้เลยเวลาเข้าเรียนมาตั้งนานแล้ว


เขาหยิบตัวผมยัดใส่กระเป๋าก่อนที่จะเดินออกไปที่ไหนสักแห่ง


พักหลังมานี้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองจะกลัวทุกการกระทำของกวีจนเครียดจะตายอยู่แล้ว ขนาดการที่อีกฝ่ายยอมออกไปข้างนอกเป็นเรื่องดี ผมยังกลัวเลยว่าอีกฝ่ายจะออกไปหาสถานที่ฆ่าตัวตาย


หรือผมคิดมากเกินไป


กวีดูเข้มแข็งขนาดนั้นไม่เป็นไรหรอก ผมบอกตัวเองอย่างนั้น ทั้งๆ ที่ในใจยังไม่เชื่อกับคำพูดนั้นเต็มร้อยเลย


เนื่องจากระยะเวลาที่ใช้เดินทางนั้นนานมาก ผมคิดใจลอยเรื่อยเปื่อยไปได้เป็นร้อยเรื่อง จนเมื่อกวีหยิบผมขึ้นมาอีกครั้ง ผมถึงได้เห็นว่าที่นี่คือโรงพยาบาล


มาหาหมองั้นสิ..?


โอเค ผมโล่งใจนิดหนึ่ง ในขณะที่มองไปรอบๆ ผมก็เห็นใบหน้าของหมอคนเดิม อีกฝ่ายยิ้มก่อนจะเลื่อนกระดาษกับปากกาให้กวี


“เป็นยังไงบ้างเรา สบายดีไหม?”


กวีก้มมองกระดาษที่ถูกเลื่อนส่งมาก่อนจะหยิบปากกาขึ้นแล้วเขียนข้อความลงไปบนกระดาษนั้น ผมพยายามชะโงกดูจนปวดตาแต่ก็ไม่เห็นอะไรแม้แต่ตัวอักษรเดียว


พอกวีหยิบกระดาษให้อีกฝ่ายดู หมอก็เอ่ยต่อ “ผมสบายดี ว่าแต่อยากจะเล่าอะไรให้ผมฟังล่ะ?”


จากนั้นกวีก็ก้มหน้าแล้วเขียนข้อความลงบนกระดาษ


ผมมองกวีที่กำลังเขียนข้อความอะไรบางอย่าง ผมไม่รู้ว่าเขาเขียนอะไร แต่รู้แค่ว่ายาวมาก เพราะนี่ผ่านไปเกือบสองนาทีกว่าแล้วเขายังเขียนไม่เสร็จเลย


พอกวีเขียนเสร็จแล้วยื่นให้หมอดู จังหวะนั้นผมก็แอบชะโงกหน้ามองถึงได้เห็นว่าข้อความบนกระดาษนั้นค่อนข้างเล็ก แต่ยาวมากจนเลยครึ่งหน้าเอสี่


เขียนอะไรวะเนี่ย


ผมเริ่มสนใจอยากอ่านขึ้นมาทันทีเพราะนึกไม่ออกว่าอีกฝ่ายจะเขียนอะไรลงไปบนกระดาษแผ่นนั้น หลังจากที่หมอรับไปอ่านอยู่นานก็พูดขึ้น


“อืม.. ทำของอันนั้นหาย..” หมอพึมพำขึ้นคล้ายกับกำลังพูดกับตัวเองมากกว่าเอ่ยถาม มือวางกระดาษใบนั้นลงกับโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆ “แล้วพักนี้ฝันร้ายเหมือนเดิมหรือเปล่า”


ของหาย..?


ผมนึกไม่ออกว่าที่ผ่านมากวีทำอะไรหาย แต่ดูเหมือนน่าจะเป็นของที่สำคัญมากๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่เอ่ยขึ้นมา


หรือว่าจะพวงกุญแจตุ๊กตานั่น..?


แต่กวีไม่ได้ทำหายสักหน่อย ไอ้เด็กเปรตพวกนั้นต่างหากที่ทำพัง ผมคิดอยู่ครู่หนึ่ง บางทีอาจจะมีความเป็นไปได้ที่กวีจะไม่อยากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงเรียนให้หมอฟัง ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรก็ตาม


พอเห็นว่ากวีพยักหน้ารับ หมอก็พูดต่อ “แล้วเพื่อนคนนั้นล่ะ? ลองเล่าให้เธอคนนั้นฟังดูไหมเผื่อจะรู้สึกดีขึ้น”


เพื่อนคนไหน?


ผมพยายามนึกภาพย้อมความทรงจำของตัวเองทั้งหมด แต่ก็พบว่าเท่าที่ผ่านมาผมจะเห็นกวีไม่มีเพื่อนเลย ดังนั้นสุดท้ายแล้วก็เหลืออยู่ความเป็นไปได้เดียว


หมายถึงผมเนี่ยนะ..?


กวีหยิบปากกาก่อนจะเขียนข้อความลงไปบนกระดาษแผ่นนั้น โชคดีที่ครั้งนี้ตัวอักษรค่อนข้างใหญ่ผมจึงเห็นข้อความบนกระดาษใบนั้นอย่างง่ายดาย


‘ผมตั้งใจว่าจะเล่าทุกอย่างให้เธอฟังอาทิตย์หน้าครับ’


-----------------------------------------------------------------------



เจอกันวันศุกร์ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 689 ครั้ง

25 ความคิดเห็น

  1. #3691 I wanna give a feedback ♡ (@xxvjuly) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 10:08
    กวีน่าสงสารออะ แต่อีกใจก็คือกลัวกวี กลัวพล็อตพลิก กลัวววไปหมดแล้วจ้า 5555555 รีบอ่านต่อ
    #3691
    0
  2. #3646 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:07

    สงสารกวีจัง

    #3646
    0
  3. #3612 Miko_Chan2002 (@Miko_Chan2002) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:57
    เป็นเรื่องที่สะท้อนสังคมดีมากๆเลยค่ะ แม้จะฟังดูเหมือนนิยายหรือเรื่องที่แต่ขึ้น แต่ก็ใช่ว่าในชีวิตจริงจะไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ เฮ้ออออ สงสารกวี
    #3612
    0
  4. #3546 Tono_Miya (@tongmiya) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 13:52
    ...ไม่ใช่ว่ายิ่งรู้ว่าตัวจริงเป็นสมุดแล้วจะปรี่ไปฆ่าตัวตายหรอกนะ แง้ ม่ายยย
    #3546
    0
  5. #3421 earnnaruk (@earnzuza) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 23:34
    เพื่อน.. อมกกกกก
    #3421
    0
  6. #3070 mothergod (@mothergod) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 17:41
    นี้คือสิ่งที่เด็กในบางรร.ต้องเจอ สังคมไม่ควรปล่อยปะละเลยเด็กพวกนี้
    #3070
    0
  7. #2809 กาก้าก้า (@wang-j28) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 22:56
    สภาพแวดล้อมในรร.แบบนั้นไม่เคยเจอเองค่ะ..แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มี
    #2809
    0
  8. #2688 ROS195 (@actMB) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 23:59
    อยากเผาโรงเรียนทิ้ง
    #2688
    0
  9. #2296 harley_quinn (@Ukenation) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 / 00:20
    อ่านแล้วหน่วง แต่ก็ชอบมาก น้องเก่งมากเลยอะที่ทนอยู่สภาพแวดล้อมงี้ได้ เป็นเราคงประสาทเสีย ไม่ก็ขอย้ายรร.ไปเลย
    #2296
    0
  10. #1948 Mune (@uzsy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 เมษายน 2561 / 21:47
    สังคมในโรงเรียนแย่มากๆเลยอะ เจอเด็กเปรตว่าแย่แล้วแต่ครูนี่แย่กว่า คนที่ดูเข้มแข็งแบบน้องแล้วจริงๆคงมีอะไรซ่อนอยู่ในใจเยอะ อาจจะไม่ไหวตั้งแต่แรกก็ได้ สงสารน้องมาก อยากพาน้องออกจากสังคมแย่ๆแบบนี้
    #1948
    0
  11. #1940 Little-Karin (@Litter-Karin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 18:00
    โครตหน่องเลยอ่ะแต่สนุกนะลุ้นมากสู้ๆนะ:)
    #1940
    0
  12. #1910 ทวะ. (@Atomy_Dek-D) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 14:10
    คูจะพังห้องพักครูถ้าเจอแบบนี่ อาละวาดหนักๆ
    #1910
    0
  13. #1489 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 21:54
    ครูนี่คือยังไงอ่ะ ถ้าเป็นเรานี่กระโดดถีบขาคู่ไปแล้วนะ ทำไมพูดอย่างงี้กับกวีอ่ะ //กวีเข้มแข็งมาก ยอมใจน้องเลยTT
    #1489
    0
  14. #1061 เกเบียล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 21:12
    จริงๆมีพี่คนหนึ่งเขาเป็นยูทูปเบอร์ก็บอกว่าตอนมหาลัย เขาบอกว่าไม่อยากกราบครูเลย เขาบอกว่าอยากจะไปกราบติวเตอร์ เขาเรียนสายครูเพราะในใบบอกว่าจะได้จิจวิญญาณความเป็นครูความเข้าใจเด็ก แต่ที่พบคือไม่มีอะไรเลยนอกจากใบโง่ๆ ชอบคำเขามากที่พูดว่า [จิตวิญญาณมันแดกไม่ได้]



    เรียนเสริมดีกว่ามานั่งกับพวกกร่างในห้องอะ ถ้าจะเอาความรู้ในห้องไม่เจริญแน่ๆอะ
    #1061
    0
  15. #762 happy-sin (@happy-sin) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 08:49
    จริงๆ อ่านมาถึงตอนนี้เรายังไม่รู้สึกโกรธใครเป็นพิเศษ เพราะด้วยสภาพแวดแวดล้อมและวัยวุฒิ แต่พอมาเจอครู...ไม่มีข้ออ้างใดๆให้ครูทั้งนั้นแหละ
    #762
    0
  16. #589 ชอบวีวี่จ้ะ (@glass12sky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 23:44
    น้องสู้มากเลยนะ เข้มแข็งมาก มีชีวิตอยู่ในสังคมโดนที่ไม่ฆ่าตัวตายนี่คือแบบ มันแย่มากอะ แล้วทั้งห้องนี่คือเด็กเปรตหมดเลยปะ คือ แค่อ่านก็รู้สึกแย่แทนอะ
    #589
    0
  17. #367 Koo_Toon (@Koo_Toon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 00:36
    หน่วงไปหมด โดยเฉพาะกับคำพูดของคุณครู ถ้านี่เป็นตะวันก็คงจะอึดอัดมากเหมือนกัน อยากจะกอดปลอบแต่ก็ทำไม่ได้ ทำได้แค่ส่งข้อความให้กำลังใจ
    #367
    0
  18. #195 baekbow (@baekbow) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 09:13
    แย่มากเลยอ่ะ ต้องสตรองเบอร์ไหนถึงจะอยู่ในสังคมแบบนั้นได้
    #195
    0
  19. #99 TaNgWa ^^ (@hongfa99) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 19:59
    งืออ ตะวันจะมีร่างคนมั้ยเนี่ย กลัวกวีเสียใจจัง
    #99
    0
  20. #27 sunnight (@p-i-n-e) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 20:41
    เรื่องนี้น่าสนใจมากกก รอค่ะ อยากรู้เรื่องไปกับคุณตะวันด้วยง่ะ
    #27
    0
  21. #26 wib windows (@mono-kerry) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 13:30
    สงสารรรรร. พวกนั้นเด็กเปรตมากค่ะ. อยากวิ่งไปต่อย
    #26
    0
  22. #25 mwtpn (@tanaporn_mm45) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 13:17
    รอค่าาาาาา
    #25
    0
  23. วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 12:18
    รอออออิออออ
    #24
    0
  24. #23 Zistar (@novelheart) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:03
    ดีใจมาลงแล้ว สนุกเด้อออออ รอหลายซีนเลย
    1.ฉากเมื่อไหร่จะบอกเพศแท้
    2.ฉากเมื่อไหร่จะรู้ว่าเป็นผี หรือ กวีจะเห็นร่างคน
    3.ฉากเมื่อไหร่จะ........รู้สถานะ 555555 ล้อเล่นนนนน
    ชอบบบบบมากค่ะ
    #23
    2
    • #23-1 larza (@nene-1) (จากตอนที่ 6)
      5 มีนาคม 2561 / 00:18
      สถานะอะไรคะ55555
      #23-1
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
  25. #22 Bool14 (@99664811) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 19:38
    สนุกมากค่ะ ต้มมาม่ารอเลยยย
    #22
    0