อย่าเก็บของตกพื้นขึ้นมาเลี้ยง [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 120,844 Views

  • 1,470 Comments

  • 8,749 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10,299

    Overall
    120,844

ตอนที่ 12 : บทที่10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1155 ครั้ง
    5 ม.ค. 62

ถึงปากพูดว่าเขาจะไม่มีวันรับรักอีกฝ่าย แต่เลโอก็ขยันเขียนกลอนมาให้เอริคแทบทุกวันอยู่ดี


เอริคแทบจะกุมขมับ เขาหยิบปากกาจุ่มลงกับน้ำหมึก แล้วเขียนคำติลงบนแผ่นกระดาษนั้นด้วยลายมือหวัด ก่อนส่งคืนกลับไป


เลโอกระตือรือร้นในการจีบเขาเป็นพิเศษ ทั้งขยันหาดอกไม้กับเขียนกลอนมาให้ เอริคนึกรำคาญใจจนอยากจะด่า แต่ก็พูดอะไรไม่ได้ เพราะถึงจะขยันเขียนกลอนมาจีบ แต่อีกฝ่ายก็ยังคงทำงานบ้านตามคำสั่งเหมือนเดิม


แถมยังทำงานบ้านเร็วกว่าเดิมอีกด้วย


ผ่านไปสักอาทิตย์ การเขียนกลอนของเลโอก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งเอริคก็หาจุดที่จะติไม่เจอ เขาเลยเขียนชมแล้วส่งคืนกลับไป


เมื่อไม่ได้จดจ่ออยู่กับการหาจุดที่จะติ เขาย่อมมีเวลาอ่านบทกลอนที่อีกฝ่ายส่งมามากขึ้น หากอ่านโดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเขียนถึงใคร เอริคคงรู้สึกเฉยๆ แต่พอรู้ว่ามันถูกเขียนมาหาเขาแล้วก็รู้สึกแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก


วันนี้ก็เหมือนกับวันก่อนๆ


พอตื่นเช้ามาเอริคก็เห็นดอกไม้กับแผ่นกระดาษวางไว้ข้างเตียง เขาหยิบดอกไม้พวกนั้นปักลงในแจกันที่เพิ่งเอามาตั้งเมื่ออาทิตย์ก่อน แล้วอ่านข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น


เป็นกลอนเรื่องความรักเหมือนเดิม เอริคอ่านด้วยสายตาอ่อนลง พออ่านมากๆ เข้า เขาก็ชักจะเอ็นดูความพยายามของเลโอขึ้นมา


พูดถึงอีกฝ่ายก็โผล่เข้ามาในห้องพอดี


เลโอชะโงกหน้าเข้ามา สายตามองคนที่นอนอย่างเกียจคร้านบนเตียง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “คุณเอริค วันนี้จะลงไปกินข้าวไหมครับ”


ดูเหมือนว่าเลโอน่าจะเห็นตอนที่เขายิ้มเลยดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาหุบยิ้มก่อนเอนตัวลงบนเตียงต่อ


“ไม่ล่ะ”


“งั้นเดี๋ยวผมเอาขึ้นมาให้นะครับ”


รู้ใจจริงๆ เอริคเกือบจะหัวเราะ พลางพยักหน้ารับไปที “เออนี่ ฉันมีเรื่องจะถาม”


“ครับ?”


“ปกติเวลาเขียนกลอน คนส่วนมากจะเปรียบคนที่ชอบเป็นดอกไม้” เอริคว่าพลางเว้นระยะ “ทำไมนายเปรียบฉันเป็นต้นไม้”


เลโอเอียงคอ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เพราะคุณไม่ใช่แค่ดอกไม้ที่มีดีแค่ความสวยงาม แต่คุณมีดีมากกว่านั้น เวลามีอะไรเกิดขึ้นผมไว้ใจที่จะพึ่งพาคุณเป็นคนแรก”


เพราะไม่รู้จะตอบอะไร เอริคเลยตอบสั้นๆ “อ้อ”


“คุณเอริค..”


“อะไร?”


“หูคุณแดงแล้ว”


“....”


เอริคเบือนหน้าหนีเล็กน้อย มือเผลอยกขึ้นมาจับหูตนเองก่อนจะผละออก เขาถอนหายใจยาวเหยียดแล้วรีบตัดบทไปเรื่องอื่นอย่างรวดเร็ว


“ไปยกอาหารเช้าขึ้นมาได้แล้ว”


เลโอไม่พูดอะไรต่อ อีกฝ่ายพยักหน้ารับเร็วๆ แล้ววิ่งลงไปชั้นล่างอย่างกระตือรือร้น แว่วเสียงเสียงบันไดตามมาครู่หนึ่งก่อนจะเงียบหายไป


ผ่านไปครู่ใหญ่ เด็กหนุ่มก็ถือถาดอาหารเข้ามาในห้อง พอวางลงข้างโต๊ะเสร็จ เอริคก็เอื้อมมือออกไปหยิบขนมปังขึ้นมากิน พอกินหมดไปก้อนหนึ่ง เอริคเกือบจะหลับตาพักผ่อนต่อ ทว่าเมื่อเห็นเลโอหยิบนิยายรักขึ้นมาอ่าน เขาก็นึกถึงข้อสงสัยบางอย่างขึ้นมาได้


“นายไปเอาหนังสือพวกนี้มาจากไหน?”


“จากแผงหนังสือครับ”


“ยังไง?”


“ก็ยืมมา”


เอริคลืมตา สติเริ่มชัดเจนขึ้น “มีให้ยืมด้วยเรอะ”


“ผมเห็นว่าในนั้นมีหนังสือเยอะดี เลยหยิบมา”


ชายหนุ่มชะงักก่อนจะดันตัวลุกขึ้นนั่งเล็กน้อย “แล้วไม่มีใครว่า?”


“ผมออกทางหน้าต่างจะมีใครว่าได้ยังไงครับ”


สีหน้าเอริคดูทะมึนขึ้นมาเล็กน้อย


“นายขโมยมา?”


“เปล่าครับ ผมยืมเฉยๆ เดี๋ยวอ่านจบก็เอาไปคืน”


เอริคถอนหายใจยาว ก่อนยันตัวลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปเปิดตู้ที่วางอยู่ตรงปลายเตียง


ตู้นั้นมีของอยู่ด้านในค่อนข้างเยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือ เขาเห็นอีกฝ่ายค้นอะไรพักใหญ่ก่อนจะลุกขึ้นมาแล้วยื่นถุงบางอย่างให้


เลโอเอียงคอ จ้องมองถุงนั้นตาไม่กะพริบ


“เอาไป”


“มันคืออะไรครับ?”


“เงิน” เอริคตอบน้ำเสียงราบเรียบ “วันหลังไปหยิบของจากร้านคนอื่นก็จ่ายเงินด้วย”


เลโอเปิดดูถุงนั้น พอเห็นว่าเป็นเงินจำนวนหลายชิลลิ่งเขาก็รีบยัดเยียดใส่กลับคืนมืออีกฝ่าย “ไม่เป็นไรหรอกครับ เดี๋ยวผมไปยืมเอาก็ได้”


“จะเอาไปหรือให้ฉันไล่นายไปนอนนอกบ้าน”


“แต่ว่า..”


พอเห็นเลโอทำท่าหงอย เอริคก็ด่าอีกฝ่ายต่อไม่ลง เขาถอนหายใจเฮือก ตั้งสติแล้วเรียบเรียงคำพูดใหม่ดีๆ


“การขโมยของเป็นความผิด ถ้านายทำแล้วถูกจับได้จะต้องจ่ายค่าปรับแพงมาก” เอริคว่าพลางมัดปากถุงเงินนั้นให้แน่นขึ้น ก่อนจะส่งกลับคืนอีกฝ่าย “ถ้ากระอักกระอ่วนที่จะรับ คราวหน้าซื้อวิสกี้มาให้ฉันด้วยจะดีมาก”


“วิสกี้คืออะไรหรือครับ?”


“เหล้ากลั่นอย่างหนึ่ง” เอริคทำท่าว่าจะอธิบายต่อ แต่แล้วอยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้ว่าทำไมเขาต้องให้เงินเลโอเพื่อไปซื้อหนังสือหาวิธีมาจีบตัวเองด้วย? พอนึกถึงความจริงข้อนี้ขึ้นมาได้เขาก็เริ่มรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมาหน่อยๆ “เหล้าเป็นเครื่องดื่มอย่างหนึ่งที่ฉันชอบมากรองลงมาจากพวกชา”


เลโอดูมีท่าทีที่กระตือรือร้นขึ้น ก่อนจะโผเข้ามากอดเขาแล้วว่าด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “ขอบคุณมากนะครับ”


เอริคนิ่งไป รู้สึกได้ว่าอุณหภูมิจากร่างกายอีกฝ่ายอุ่นมาก วูบหนึ่งคล้ายกับมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนเข้ามาในร่าง เขาหายใจช้าลงเล็กน้อยเมื่อรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างแปลกไป


ร่างกายคล้ายจะขยับเขยื้อนไม่ได้ เอริคพยายามขยับมือ แต่แล้วร่างกายก็ไม่เชื่อฟังคำสั่ง ความรู้สึกบางอย่างเอ่อล้นออกมาจากข้างใน


ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าความรู้สึกข้างในนั้นคืออะไรกันแน่ แต่เขาอยากจะหลีกหนีออกจากสถานการณ์ตรงหน้าให้เร็วที่สุด บางทีอาจจะเป็นความกลัว ทว่าเอริคไม่ได้รู้สึกกลัวมานานมากแล้ว


ขณะนั้นเลโอซบใบหน้าลงบนลาดไหล่ของเขาแล้วพึมพำด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ปลายนิ้วสัมผัสแผ่นหลังของเขาอย่างเชื่องช้า “เพราะแบบนี้..ผมถึงชอบคุณเอริค”


คล้ายกับน้ำเสียงของเลโอปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ เอริคเบือนหน้าหนี มือผลักอีกฝ่ายให้ถอยห่างไปเล็กน้อย


พริบตานั้นเกิดความเงียบที่น่าอึดอัดบางอย่าง


เอริครู้สึกแปลกๆ เขาพูดอะไรไม่ออกเลยตัดบทไปเรื่องอื่น “นายให้อาหารนกหรือยัง?”


เลโอชะงักไปเล็กน้อย ดูเหมือนจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมไปเสียสนิท


“ยังเลยครับ” เด็กหนุ่มตอบ “เดี๋ยวผมไปให้อาหารนก แล้วจะออกไปข้างนอกหน่อย อาจจะกลับมาอีกทีตอนเย็นนะครับ”


“อย่ากลับดึกล่ะ”


เลโอยิ้มรับด้วยสีหน้าที่อารมณ์ดีขึ้น จากนั้นก็รีบลงบันไดไปข้างล่าง ทิ้งให้อีกฝ่ายอยู่ในห้องคนเดียว


เอริคมองจนกระทั่งมั่นใจว่าอีกฝ่ายออกไปแล้ว เขาก้มลงมองมือข้างที่รู้สึกปวดแปล๊บและเย็นยะเยียบขึ้นมาตั้งแต่เมื่อครู่ ก่อนจะเห็นว่าหลังมือของตนสว่างวาบขึ้นมาครู่หนึ่ง


**********ตัด**********

…………………………….


…………………


“คุณเอริค หลับหรือครับ?”


เอริคสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่าย เขาลืมตาขึ้นพลางมองไปรอบข้างอย่างระแวดระวัง พอเห็นว่าเป็นเวลาค่ำแล้ว เขาถึงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจลง


เวลาผ่านไปนานขนาดนี้..? เอริคกุมขมับ ไม่คิดว่าตนจะเผลอหลับที่โต๊ะนานถึงขนาดนั้น


“โทษที เหนื่อยนิดหน่อย”


“ไม่สบายหรือเปล่าครับ?” เลโอถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงพลางยื่นมือเข้ามาแตะตัวเขา ทันทีที่สัมผัสกัน เอริคก็ปัดมืออีกฝ่ายออก


บนใบหน้าเลโอมีความเสียใจอยู่วูบหนึ่ง เอริคที่ทันสังเกตเห็นก็กลั้นหายใจ เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนั้น แต่ภาพความฝันทำให้เอริคเริ่มกลัวที่จะแตะต้องอีกฝ่ายจริงๆ


“ฉันสบายดี แค่เหนื่อยเฉยๆ” เอริคผุดลุกขึ้นยืน ขณะที่สายตามองของในมืออีกฝ่าย มีหนังสือสามถึงสี่เล่มในอ้อมแขนด้านขวา ขณะที่มือข้างซ้ายถือขวดวิสกี้เอาไว้


เอริคจ้องมองขวดวิสกี้ขวดนั้นด้วยสายตาแปลกประหลาด


“ฉันไม่คิดว่านายจะซื้อมาจริง”


“ผมไม่กลับคำพูดครับ”


เอริคไม่โต้ตอบอะไร เขาดึงวิสกี้มาจากมืออีกฝ่ายก่อนเปลี่ยนเรื่อง “ซื้อหนังสืออะไรมา?”


เลโอยื่นหนังสือพวกนั้นให้ดู พอเอริคเห็นว่าเป็นนิยายประโลมโลก เขาก็เลิกคิ้ว “สนใจเรื่องแบบนี้ด้วย?”


“ก็เผื่อว่าจะทำกับคุณ”


เอริคมีสีหน้ากล้ำกลืนขึ้นมา เขาวางขวดวิสกี้ลงกับโต๊ะ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ “ฉันไม่ทำเรื่องพรรค์นั้นกับนายแน่”


“นางเอกในนิยายก็พูดแบบนั้น แต่ตอนจบยังมีอะไรกับพระเอกเลยครับ”


“นิยายกับเรื่องจริงมันจะเหมือนกันได้ยังไง” เอริคเดินเข้าไปหยิบแก้วมาจากในครัว วางลงบนโต๊ะแล้วหมุนขวดวิสกี้เท น้ำเสียงท้ายเบาลงอย่างน่าประหลาด “ในนิยายเล่าแค่ช่วงหนึ่งของชีวิต แต่ชีวิตคนเรายาวกว่านั้นเยอะ”


“ปกติมนุษย์มีอายุขัยเฉลี่ยแค่ประมาณสามสิบกว่าปี ผมไม่คิดว่ามันยาวมากนะครับ”


เอริคยกแก้ววิสกี้ขึ้นมาดื่ม มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเท้าคางกับโต๊ะ ท่าทางเหมือนไม่อยากพูดประเด็นนั้นต่อจึงเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน


“พักนี้นายเขียนกลอนดีขึ้นนะ”


“จริงหรือครับ?” เลโอถามย้ำ สีหน้าดูอารมณ์ดีขึ้นมาทันที “ถ้าอย่างนั้นผมจูบคุณได้หรือยัง?”


เอริคมึนงงกับคำถามที่ไม่มีต้นสายปลายเหตุจนได้แต่อุทานออกไป


“หา?”


“ผมเขียนกลอนมาจีบคุณตั้งเยอะแยะขนาดนี้ยังไม่ได้จับมือคุณเลย” เลโอพูดด้วยน้ำเสียงหงอยๆ “แล้วต้องเขียนอีกกี่บทถึงจะได้จูบคุณล่ะ?”


เอริคเกือบหลุดหัวเราะ แทบจะสำลักวิสกี้ที่อมอยู่ในปาก ไม่รู้ว่าเจ้าเด็กนี่ไปอ่านมายังไงถึงเข้าใจว่าต้องแต่งกลอนเยอะๆ ถึงจะได้จูบ


เขาคลี่ยิ้มก่อนวางแก้วที่ถือลงบนโต๊ะ  


“อยากจูบฉันขนาดนั้นเลย?”


เลโอพยักหน้าด้วยความกระตือรือร้น สายตาเป็นประกายขึ้นมาทันที เอริคเบือนหน้าหนี พยายามกลั้นหัวเราะจนตัวสั่น


“การที่มนุษย์จะรักหรือชอบใคร ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนกลอนที่แต่งให้สักหน่อย” ชายหนุ่มว่า ทั้งที่น้ำเสียงยังคงเจือแววขบขัน “มานี่สิ”


เลโอเดินเข้ามาใกล้ ขณะที่เอริคขยับตัวลุกขึ้น มือปัดผมที่ปรกอยู่ออกไป ก่อนโน้มใบหน้าเข้าไปประทับริมฝีปากบนหน้าผากแล้วค่อยผละออกมา


อีกฝ่ายมองเขาตาปริบๆ


“แค่นี้หรือครับ”


“อยากได้ขนาดไหนล่ะ?”


“ที่ปาก”


“ไม่”


ความผิดหวังฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเลโออย่างเห็นได้ชัด


แล้วก็ไม่รู้ว่าทำไมเวลาเอริคเห็นสีหน้าแบบนี้ เขาต้องยอมอีกฝ่ายทุกทีด้วย


“เออ ก็ได้ มานี่”


นาทีนั้นเขาแทบจะเห็นอีกฝ่ายกระดิกหาง เลโอรีบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วพลางส่งสายตาเป็นประกาย


เอริคโน้มเข้าไปทาบทับที่ริมฝีปากอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ก่อนผละออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


เลโอดูอารมณ์ดีขึ้นมาทันที เด็กหนุ่มดึงเก้าอี้เข้ามาใกล้ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กัน


เอริคเทขวดวิสกี้ลงในแก้ว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


“อย่าจูบฉันหรือพูดเรื่องนี้ในที่สาธารณะอีก”


“เรื่องไหนครับ?”


“เรื่องที่นายชอบฉัน” เอริคว่าก่อนจะหยิบแก้วขึ้นมาจรดปากแล้วดื่ม “มันผิดกฏหมาย”


เลโอมีสีหน้างุนงง “ทำไมการที่ผมชอบคุณถึงผิดกฏหมายล่ะครับ”


“เพราะธรรมชาติสร้างให้ผู้หญิงรักกับผู้ชาย การที่ชอบเพศเดียวกันถือเป็นเรื่องผิดธรรมชาติ” เอริควางแก้วไม้ลง สายตาจับจ้องขวดนั้นด้วยสายตาเลื่อนลอย “ถ้าทางการรู้เข้า เขาจะจับนายประหารชีวิต”


“ใครเป็นคนกำหนดว่าถูกหรือผิดธรรมชาติหรือครับ”


เอริคหยุดคิดกับคำถามนั้นพักใหญ่


“คนอื่นอาจจะตอบว่าศาสนากำหนด แต่ฉันคิดว่าเป็นมนุษย์ที่ควบคุมศาสนาเพื่อกำหนดและอ้างความชอบธรรมในการฆ่าคนต่างฝ่ายมากกว่า”


“แล้วคนก็เชื่อหรือครับ?”


“ศาสนาเป็นตัวแทนของความดี ดังนั้นคนที่ต่างจากศาสนาคือคนไม่ดี”


เลโอเหมือนจะไม่ค่อยเข้าใจกับสิ่งที่เอริคพูด แต่ก็พยายามคิดตาม ส่วนเอริครู้ดีว่าอีกฝ่ายคงไม่เข้าใจคำพูดเชิงปรัชญาอยู่แล้ว เขาจึงไม่ได้คาดหวังอะไร


“เพราะแบบนี้คุณถึงไม่ชอบศาสนาหรือเปล่าครับ”


เอริคเลิกคิ้ว “ฉันเคยบอกหรือว่าตัวเองไม่ชอบ”


“คุณไม่เคยไปโบสถ์เลย แม้แต่วันที่มีพิธีศีลมหาสนิท คุณยังไม่ไป”


เอริคเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างเชื่องช้า “ใช่ ฉันไม่ชอบ”


เลโอตั้งใจว่าจะชวนเอริคพูดถึงเรื่องนี้ต่อ แต่ท่าทางอีกฝ่ายดูไม่ค่อยอยากพูดถึง เขาจึงเปลี่ยนไปพูดประเด็นอื่นแทน


“แล้วคุณรังเกียจผมหรือเปล่า?”


“เรื่องอะไร?”


“เรื่องที่ผมผิดธรรมชาติ”


สีหน้าเอริคดูทะมึนขึ้นมาเล็กน้อย ชายหนุ่มวางแก้ววิสกี้ที่กำลังถือก่อนจะพูดเสียงเย็น


“อย่าใช้คำพูดแบบนี้อีก” เอริคว่า “ไม่มีใครผิดธรรมชาติ เรื่องพรรค์นั้นมนุษย์เป็นคนกำหนดมันขึ้นมา”


เลโอตั้งใจจะพูดบางอย่างต่อ ทว่าเสียงอะไรบางอย่างเคาะเข้ากับกระจกหน้าต่างทำให้พวกเขาต้องหันไปมอง


มีนกตัวหนึ่งบินวนอยู่ข้างนอก มันใช้จงอยเคาะเข้ากับกระจกหน้าต่าง เอริคผุดลุกขึ้นก่อนจะเลื่อนบานกระจกให้นกบินเข้ามาด้านใน


นกพิราบตัวนั้นบินเข้ามาเกาะบนมือเอริคพลางขยับหัวถูไถราวกับจะอ้อน สีหน้าของชายหนุ่มอ่อนลง ก่อนจะเดินไปหยิบเมล็ดพืชให้มันกิน


เหมือนเอริคจะรู้ได้ว่าเลโอมองด้วยสายตางุนงง เลยอธิบายขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


“มันคือนกพิราบสื่อสารของมาเรีย” เอริคพูดเสียงนิ่ง ขณะที่มือแกะกระดาษที่ถูกมัดไว้ที่ขานก “ฉันกับมาเรียมีนกคนละหนึ่งตัวเพื่อใช้ในการส่งข้อความหากัน”


“แล้วทำไมตอนที่คุณมาเรียไปจักรวรรดิโรมันถึงไม่ใช้นกส่งจดหมายล่ะครับ?”


“ปกตินกพวกนี้ต้องฝึก มันจะจำได้เฉพาะสถานที่ที่ไปบ่อยๆ เท่านั้น ถ้าไม่คุ้นเคยมันจะหลงได้”


เลโอส่งเสียงตอบรับในลำคอ ขณะที่เอริคคลี่กระดาษแผ่นนั้นดู


ตามปกติเลโอคงจะไม่ได้ใส่ใจอะไรมากกับจดหมายนั้น หากผู้ส่งไม่ใช่มาเรียที่รู้ว่าเขาเป็นตัวอะไร ด้วยความระแวงเขาจึงลอบสังเกตท่าทีของอีกฝ่ายจนตาแทบไม่กะพริบ


เมื่ออ่านมาถึงจุดหนึ่ง สีหน้าของเอริคก็เปลี่ยนไป


แม้จะเป็นเพียงชั่ววูบหนึ่ง แต่ในแววตาและสีหน้าของเอริคฉายชัดถึงความกลัวและหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด


เลโอรู้สึกเหมือนอากาศรอบข้างเหือดหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้เห็นสีหน้าและท่าทางนั้น


------------------


*สมัยก่อนคนตายกันเยอะเพราะโรค สุขพลานามัยไม่ดี อายุขัยส่วนมากเลยอยู่ที่ประมาณสามสิบกว่าๆ


**สมัยก่อนมีอะไรกันทางประตูหลังคือผิดกฏหมาย ชอบเพศเดียวกันก็ผิด ถ้าคนอื่นรู้เข้าคือโทษตายอย่างเดียวนะคะ คนสุดท้ายที่ถูกประหารชีวิตเพราะชอบเพศเดียวกันก็ประมาณปี1800หลังๆ นู่นเลย



Leo - Eric

Eric - Quiet I can't concentrate at work

Leo - Eric..

Eric - ......

Leo - But...

Eric - ......

Leo - *gloomy face*

Eric - *immediately turn back* What were you going to say?



[Talk]


กลับมาจากการสอบแล้วค่ะ


ฉากคัทไปตามหากันเองค่ะ กูเกิ้ลช่วยคุณได้55555555


ตอนต่อๆ ไปจะไม่ค่อยแฮปปี้เท่าช่วงนี้แล้ว





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.155K ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #1430 Jkangaboo (@Jkangaboo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 00:45
    Awww เอ็นดูเอริคอีกคนที่ยอมน้องได้ทุกเรื่อง
    #1430
    0
  2. #1374 Riya193 (@Gumraijubjub) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:25
    บางที่ความเชื่อก็เป็นอะไรที่น่ากลัว เพีาะเอามาโจมตี​กันได้
    #1374
    0
  3. #1373 Riya193 (@Gumraijubjub) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:23
    บางที่ความเชื่อก็เป็นอะไรที่น่ากลัว เพีาะเอามาโจมตี​กันได้
    #1373
    0
  4. #1361 polypoll (@ployciel) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:05
    มาเรียเขียนอะไรมาาา
    #1361
    0
  5. #1213 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 03:37
    มีอะไรร้ายแรงใช่ไหมเนี่ย
    #1213
    0
  6. #1181 kiki3k (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 20:35
    เกิดอะไรรร
    #1181
    0
  7. #1110 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 22:03
    รอให้โตมาดแมนกว่านี้นะลูกถึงจะอึ๊บกันได้~
    #1110
    0
  8. #1097 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 16:06
    มาเรียบอกอะไรอะ
    #1097
    0
  9. #757 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 19:45
    เกิดอะไรขึ้นนนนนนน
    #757
    0
  10. #481 Glass (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 12:11

    ออยากถามไรท์ว่าอายุเท่าไหร่

    #481
    1
    • #481-1 larza (@nene-1) (จากตอนที่ 12)
      29 ธันวาคม 2561 / 12:40
      ทำไมถึงอยากทราบอายุเหรอคะ55555
      #481-1
  11. #400 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 15:51

    เลโอระวังมาเรียมากเลยนะเนี้ย
    #400
    0
  12. #370 RTNK47_KSJ92 (@RTNK47_KSJ92) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 10:01

    รออยู่เด้อ
    #370
    0
  13. #355 noahly (@noahly) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 22:45

    ค้างงงงง เข้ามาดูหลายรอบแล้วว่าเมื่อไหร่ไรท์จะอัพ ฮือแแแ
    #355
    0
  14. #353 tungte (@tungte) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:47
    ีเลโอยังคิดว่าที่ทำไปเพื่อเพราะต้องการใช้ประโยชน์เอริคอยู่รึเปล่าคะ
    #353
    0
  15. #352 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 22:14
    ใจหายแงง
    #352
    0
  16. #349 punch98line (@punch98line) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:36
    เลโอกลัว เราก็กลัว ลุ้นไปด้วยกันนะลูก
    #349
    0
  17. #348 thanroys (@thanroys) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:33

    เราพึ่งรู้ว่าไรท์เป็นคนเดียวกันกับเกิดใหม่เป็นไดอารี่!!


    #348
    1
    • #348-1 +_NekoMimizZ_+ (@nekodollzz) (จากตอนที่ 12)
      20 ธันวาคม 2561 / 04:40
      เหมือนกันเลยค่ะ เพิ่งรู้ว่าคนเดียวกะเชงเม้งด้วย อ่านตั้งแต่เชงเม้ง ไดอารี่ แล้วก็เรื่องนี้
      #348-1
  18. #347 Blue_Bell (@lovecn1412) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 21:21
    มีแววว่าความลับจะถูกเปิดเผย ? เอ็นดูเอริค แบบตอนแรกจะไม่ทำแล้ว แต่ตอนหลังก็ใจอ่อนทุกที 5555 ชอบการพูดคุยกันเรื่องเกี่ยวกับศาสนาและกฎหมายมาก พูดถึงอีกด้านของคนสมัยนั้นที่หลายครั้งใช้ศาสนาเป็นข้ออ้างในการควบคุมสิ่งต่างๆ ถึงเลโลจะไม่ค่อยเข้าใจอะไรยากๆแบบนี้ก็เถอะ
    #347
    0
  19. #346 ZiNE-Nw (@nong-yui123) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 20:14
    ทอล์คสองคนตอนท้ายคือน่ารักกก เอริคก็ใจอ่อนทุกที5556
    #346
    0
  20. #344 pcard (@pcardcards) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 18:52
    ในจดหมายมีอะไร???
    #344
    0
  21. #342 _mod23_ (@_mod23_) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 16:50
    what happen?
    #342
    0
  22. #341 หูยไรอ่ะ (@wang-j28) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 16:24
    จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นอีกน้อ
    #341
    0
  23. #339 Aidan (@ninewcub) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 11:12
    ชอบบทสนทนาของเอริคกับเลโอตรงช่วงท้ายมากค่ะ เอริคยอมตลอดเลย555555
    #339
    0
  24. #338 [ May! Nie! Mo! ] (@mayniemo) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 09:40
    เกิดอะไรขึ้นนนน
    #338
    0
  25. #337 Solitary34 (@n-khomsong) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 09:34
    ความลับจะถูกเปิดเผยรึเปล่า
    #337
    0