อย่าเก็บของตกพื้นขึ้นมาเลี้ยง [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 120,674 Views

  • 1,467 Comments

  • 8,743 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10,129

    Overall
    120,674

ตอนที่ 15 : บทที่13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1238 ครั้ง
    29 ธ.ค. 61

หลังจากวันนั้นเอริคก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลยจนเลโอเริ่มกังวล เขาตรวจเช็คลมหายใจดู แต่ก็พบว่าอีกฝ่ายยังคงหายใจอยู่ เหมือนแค่เหนื่อยเกินไปเลยไม่ตื่นขึ้นมาเท่านั้น


ระหว่างที่อีกฝ่ายหลับนั้นเลโอก็เปลี่ยนชุดให้นอนได้สะดวกขึ้น ตอนนั้นเขาถึงได้เห็นภายใต้ร่มผ้าเป็นครั้งแรก


ร่างกายของเอริคค่อนข้างผอม บางส่วนแทบจะโครงกระดูกชัดเจนเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดเพราะว่าบางส่วนยังคงมีกล้ามเนื้ออยู่ ผิวที่ขาวจนเกือบซีดตัดกับผมสีแดงหม่นให้ความรู้สึกที่แปลกประหลาดจนเด็กหนุ่มได้แต่ชะงักไป


เลโอกะพริบตา อยู่ๆ เขาก็ค้นพบว่าตัวเองใจเต้นกับร่างเปลือยของอีกฝ่ายอย่างประหลาด บางทีความรู้สึกนี้จะเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับที่มนุษย์เรียกว่า ‘ความรัก’


เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เอริคนอนสบายขึ้น แต่ก็ไม่กล้าเปลี่ยนช่วงล่างให้เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่ชอบ แถมไม่รู้ด้วยว่าเอริคยังเจ็บแผลตรงต้นขาอยู่อีกหรือเปล่า


เวลาล่วงเลยไปจนถึงวันที่สองตอนเที่ยงๆ เลโอก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นมาจากทางด้านบน เขาเลยหยิบพวกขนมปัง น้ำชาใส่ลงบนถาด ก่อนจะยกขึ้นแล้วเดินขึ้นไปด้านบน


ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาด้านใน เขาก็เห็นว่าเอริคกำลังยืนเหมือนจะถอดเสื้อผ้าอยู่ ท่าทางดูเหมือนไม่ได้ถูกยิงที่ต้นขาเมื่อวันก่อน


เอริคสะดุ้งเล็กน้อยตอนที่เขาเดินเข้ามา แต่ก็เปลี่ยนเสื้อต่อ เลโอวางถาดใส่อาหารลงบนโต๊ะ ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ เตียง


“หายเจ็บหรือยังครับ”


“ดีขึ้นเยอะแล้ว”


“ผมขอดูแผลที่ต้นขาหน่อย”


เอริคดูมีท่าทีไม่เต็มใจเท่าไรนัก แต่ก็ยอมให้ดู เลโอจ้องมองกางเกงตรงที่เป็นรู มีเพียงแค่รูกับคราบเลือดรอบๆ เท่านั้นที่บ่งบอกว่าอีกฝ่ายเคยถูกยิง นอกนั้นก็ไม่มีบาดแผลอะไรเลย


ราวกับว่าไม่ได้ถูกยิงตั้งแต่แรก


“คุณเป็นอะไรกันแน่ครับ?”


ชายหนุ่มเงียบไป ความอึดอัดบางประการเข้าครอบงำบรรยากาศระหว่างพวกเขาทันที


“ก่อนหน้านี้ผมเคยตรวจดู เลยรู้ว่าคุณเป็นมนุษย์” เลโอเอ่ยเสียงราบเรียบ คำว่าตรวจของเขาคือการทำสัญญา หากไม่ใช่มนุษย์ก็จะทำสัญญากับเขาไม่ได้


แต่เขาทำสัญญากับเอริคไว้แล้ว


สิ่งที่เลโอไม่เข้าใจคือทำไมเอริคถึงหายบาดเจ็บไวถึงขนาดนั้น ตามปกติแล้วมนุษย์ต้องใช้เวลารักษาแผลตั้งหลายวันหรือบางครั้งก็นานถึงสัปดาห์ ทว่าอีกฝ่ายกลับหายโดยใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีด้วยซ้ำ


เหมือนเป็นมนุษย์ ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่


“หรือความจริงคุณจะเป็นพวกลูกครึ่งครับ?”


“ฉันเป็นมนุษย์” เอริคยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น “ไม่ได้มีเชื้ออะไรทั้งนั้น”


“ถ้าอย่างนั้น..”


“เอามีดมาให้ฉัน” อีกฝ่ายว่า น้ำเสียงเบาลงและสั่นเล็กน้อยเหมือนกับกำลังกลัวอะไรบางอย่างอยู่ “จะทำอะไรให้ดู”


เลโอยื่นมีดให้อีกฝ่ายเพราะนึกสงสัยใคร่รู้ว่าเอริคจะทำอะไร ทันทีที่อีกฝ่ายรับมีดไป ชายหนุ่มก็กำมีดในมือแน่นก่อนจะปาดคอตนเอง


เขาเบิ่งตากว้าง รีบคว้ามีดมาจากอีกฝ่าย มองคนที่มีสีหน้าบิดเบี้ยวสลับหยาดเลือดไหลรินจากต้นคอขาวนั้นเป็นรอยทาง “ทำอะไรของคุณน่ะครับ!”


ยังไม่ทันที่เอริคจะได้เอ่ยอะไร บาดแผลบริเวณต้นคอนั้นก็ค่อยๆ สมานหากันอย่างรวดเร็ว


เด็กหนุ่มมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง เขามองจนเผลอถือมีดค้างไว้แบบนั้น ไม่ขยับเขยื้อนไปไหน


ผ่านไปเป็นเวลาเนิ่นนานในความรู้สึก อีกฝ่ายถึงพูดขึ้น


“อันที่จริงฉันโดนคำสาป” เอริคว่า ก่อนจะเช็ดเลือดที่เปื้อนอยู่ออก “ไม่ว่าอะไรก็ฆ่าฉันไม่ได้”


“คุณไม่ได้โดนสาป” เลโอแย้ง ถ้าอีกฝ่ายถูกคำสาป ตอนเปลี่ยนถ่ายพลังงานกัน เขาก็ต้องรู้ “คุณตั้งใจทำเองมากกว่า”


เอริคเงียบ สายตาเบือนมองไปทางอื่น


เลโอมองท่าทีนั้นพลางเริ่มรู้สึกอึดอัดในอก ในหัวเริ่มคาดเดาอะไรบางอย่างลางๆ ขึ้นมา บางทีคำว่าไม่มีอะไรฆ่าฉันได้คงจะรวมถึงกาลเวลาด้วย


ถ้าอีกฝ่ายเป็นอมตะ สาเหตุของการกระทำต่างๆ ของเอริคที่ผ่านมาก็สามารถอธิบายได้ การที่ชายหนุ่มจะเชี่ยวชาญอะไรหลายๆ อย่าง มีความสามารถและรอบรู้หลายเรื่อง มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรแล้ว


เลโอไม่รู้ว่าเอริคใช้ชีวิตอยู่บนโลกนี้มากี่ปีก็จริง แต่เขาพอเดาได้ว่าอีกฝ่ายคงหน่ายกับการมีชีวิตอยู่เต็มทน


ไม่อย่างนั้นเอริคคงไม่มีสายตาเบื่อโลกตลอดเวลา ปฏิเสธการกินอาหารเพราะอยากตาย แต่ถึงไม่กินอะไร เอริคก็ไม่ตายอยู่ดี


นี่ยังไม่รวมถึงพืชมีพิษในห้องใต้ดินนั่นอีก บางทีเอริคคงพยายามฆ่าตัวตายด้วยการกินยาพิษหลายอย่าง แต่ก็ค้นพบว่าแม้แต่ยาพิษก็ฆ่าตัวเองไม่ได้


“คุณทำแบบนั้นทำไม?”


“มันเป็นเรื่องผิดพลาด” เขาว่าทั้งที่น้ำเสียงยังคงสั่น ไม่มั่นคงอย่างเห็นได้ชัด “ฉันตั้งใจทำพิธีนี้ให้คนอื่น แต่มันเข้าตัวเอง”


เลโอกำมือแน่น บอกไม่ถูกว่าตนกำลังรู้สึกอย่างไร ทว่าเขาเริ่มทนมองหน้าอีกฝ่ายไม่ได้


“ให้ใครครับ?”


เอริคสบตามองเขาวูบหนึ่ง ความเงียบเข้าเกาะกุมจนเด็กหนุ่มต้องพยายามข่มอารมณ์


“คุณมาเรียสินะ”


“ไม่ใช่” อีกฝ่ายแย้งขึ้น “เอมิลี่ เธอป่วยเป็นกาฬโรค แล้วไม่มีวิธีรักษา ฉันก็เลย…”


“คุณมาเรียรู้เรื่องนี้หรือเปล่าครับ?”


“รู้”


เลโอถอนหายใจ เขาลุกขึ้นจากเตียงที่กำลังนั่งอยู่แล้วเดินออกไปที่หน้าประตู


ไม่รู้ทำไมเขาถึงทนสบตามองกับอีกฝ่ายไม่ได้อีก


บางทีคงจะเป็นความผิดหวังกับความเสียใจรวมกัน ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญ เอริคกลับไม่ยอมบอก แน่นอนว่าเขาคงจะไม่ได้คิดอะไรมากในเรื่องนี้เลยหากอีกฝ่ายไม่ได้บอกมาเรียด้วย


แต่เอริคกลับพยายามเลี่ยงที่จะพูดถึง ขณะที่ยอมบอกมาเรียราวกับว่าไม่ไว้ใจเขา


“นายจะไปไหน?”


“คุณสนใจด้วยหรือครับ”


วูบหนึ่งเอริคสีหน้าเปลี่ยนไปเหมือนไม่เชื่อว่าจะได้ยินคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากอีกฝ่าย


“นายโกรธฉัน?”


เลโอเม้มปากแน่น เขาผลักประตูออกโดยที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว


เสี้ยววินาทีหนึ่งเด็กหนุ่มเห็นว่าอีกฝ่ายมองมายังทางเขาด้วยสายตาเจ็บปวด มือข้างหนึ่งคลับคล้ายจะยื่นเข้ามาหาเขา แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ทำ


เด็กหนุ่มก้าวเท้าเดินออกจากห้อง ปิดประตูลงอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะหันมามองเอริคอีก


………………………………………….


……………………………..


ค่ำคืนนี้ฝนตกหนักมาก เธอสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้อง สายตากวาดมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง


ฝนข้างนอกยังคงตกไม่หยุด ต้นไม้ด้านนอกเอนไหวตามแรงลมราวกับจะถล่มลงมา ประกอบกับเสียงครืนๆ ที่คลับคล้ายกับฟ้าจะถล่ม มาเรียยกหมอนขึ้นมาอุดหู นัยน์ตาทั้งสองข้างปิดลง


ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูบ้านก็ดังขึ้น


หญิงสาวผุดลุกขึ้นนั่ง มองจากเวลาคนรับใช้น่าจะหลับไปหมดแล้ว เธอเลยลุกขึ้นสวมรองเท้า ก่อนจะเดินลงไปยังชั้นล่างอย่างรวดเร็ว


ทันทีที่มาเรียเปิดประตู นัยน์ตาหญิงสาวก็เบิ่งกว้าง จ้องมองคนที่เปียกโชกตั้งแต่ผมยันจรดเท้า


ที่สำคัญคือเธอคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมาหาในยามนี้


มาเรียลังเลครู่หนึ่ง แต่ก็ยอมหลบให้อีกฝ่ายเข้ามาด้านใน เลโอเดินตรงเข้ามานั่งบนเก้าอี้ไม้โอ๊คโดยไม่แม้จะทักทายหรือพูดอะไรสักคำ


“เกิดอะไรขึ้น?”


“ผมหนีออกมา” เลโอว่า ก่อนจะเริ่มอธิบายเพิ่ม “ผมผิดหวังจนไม่อยากเจอเขาแล้ว”


น้ำเสียงนั้นดูสั่นพร่ากว่าในยามปกติ เธอยื่นผ้าเช็ดหน้าให้อีกฝ่ายเพื่อซับคราบน้ำฝนบนใบหน้า


“เอริคเล่าเรื่องนั้นให้เธอฟัง?”


พอเห็นเลโอพยักหน้ารับ มาเรียก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่


“อย่าไปผิดหวังเลย เอริคไม่รับรักใครเพราะหมอนั่นไม่มีวันตาย เขาไม่อยากเสียใจอีกแล้ว”


“ไม่ใช่..”


เลโอตั้งใจจะแย้งว่าเพราะคุณเอริคเล่าทุกอย่างให้มาเรียฟัง แต่กลับไม่เล่าให้เขาฟังต่างหาก เขาเลยเสียใจ ทว่ากลับพูดไม่ออก


มาเรียไม่พูดอะไรหลังจากที่ถูกแย้ง ขณะที่เด็กหนุ่มก็เงียบไป เกิดเป็นความอึดอัดชั่วครู่หนึ่ง


ท่ามกลางความเงียบนั้น เลโอก็เอ่ยขึ้นมา


“คุณมาเรียช่วยเล่าเรื่องของเอริคให้ผมฟังหน่อย”


“เอ๊ะ?” มาเรียงุนงงไปวูบหนึ่ง สีหน้าดูเหมือนกำลังลังเล ไม่ไว้วางใจที่จะเล่า


“ผมแค่อยากรู้เรื่องของเขา”


มาเรียมีท่าทีลังเล แต่ก็ยอมเล่ารายละเอียดให้เขาฟังตั้งแต่ต้น


เดิมทีเอริคทำงานเป็นหมอ ทว่าหลังจากที่กาฬโรคระบาดอย่างต่อเนื่อง คนที่อีกฝ่ายชอบหรือเอมิลี่ก็ติดโรคเข้า


เอริคเสียใจที่ตนเองเป็นหมอ แต่กลับไม่สามารถรักษาคนที่รักได้เลยพยายามค้นคว้า หาหนังสืออ่านอย่างเอาเป็นเอาตาย


จนกระทั่งไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งเข้า


มันเป็นหนังสือที่มีหน้าปกสีดำสนิท ท่าทางดูเหมือนสมุดทั่วไป เขาซื้อมันมาจากร้านขายของเก่า ทว่าทันทีที่เอริคได้อ่านเนื้อหาด้านใน ความรู้สึกบางอย่างก็ปะทุขึ้น


หนังสือเล่มนั้นรวบรวมพิธีกรรมทางไสยศาสตร์ของพ่อมดหรือแม่มดเอาไว้ รวมถึงพิธีกรรมการรักษาโรคต่างๆ


แต่เป็นหนังสือมนต์ดำ


“แล้วคุณเอริคก็ทำพิธีกรรมในนั้น?” เลโอถามเพราะเริ่มคาดเดาอะไรบางอย่างได้ ขณะที่มาเรียก็พยักหน้ารับ


“เข้าใจถูกแล้ว”


“แล้วทำไมเขาถึงเป็นอมตะล่ะครับ”


“เพราะว่าพิธีผิดพลาด เห็นว่าเอมิลี่ร่างกายอ่อนแอมากจนทนรับพลังด้านลบไม่ไหว เธอเลยตาย” หญิงสาวเล่าเสียงเบาลงเรื่อยๆ แววตาหม่นหมองลงเล็กน้อย


“..จากนั้นพิธีกรรมก็สะท้อนเข้าหาผู้ใช้แทน”


เลโอเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา ตามปกติคนทั่วไปคงรับพลังมืดไม่ไหว


แต่กับเอริค เหมือนจะมีพลังอะไรบางอย่างที่ทำให้อีกฝ่ายทนรับเรื่องพวกนี้ได้มากกว่าคนทั่วไป


ตามปกติเขาจะเรียกคนพวกนี้ว่าภาชนะหรือที่มนุษย์เรียกว่าแม่มด


ภาชนะจะแตกต่างกับมนุษย์ทั่วไปตรงที่เมื่อทำสัญญาระหว่างปีศาจแล้ว อีกฝ่ายจะสามารถถ่ายเทพลังเวทระหว่างกัน ทำให้สามารถใช้เวทมนตร์ได้


ขณะที่มนุษย์ทั่วไป ต่อให้ทำสัญญาก็ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้อยู่ดี


โชคร้ายจริงๆ เลโออดคิดในใจไม่ได้ มีมนุษย์อยู่น้อยคนที่เป็นภาชนะจนแทบจะเรียกได้ว่าหนึ่งในหมื่น ไม่รู้ว่ามันเป็นความโชคร้ายหรือความโชคดีกันแน่ที่ทำให้อีกฝ่ายรอดมาได้ แต่ดันตายไม่ได้แทน


“หนังสือเล่มนั้นอยู่ไหนครับ?”


“เห็นว่าเอริคเผาทิ้งไปแล้ว”


“ครับ?”


“เหมือนว่าเอริคจะเผาทิ้งไปเมื่อหลายร้อยปีก่อนแล้ว คงไม่อยากให้ใครมาเจอเข้ามั้ง”


“อ้อ” เลโอตอบรับ ขณะที่ใช้ผ้าเช็ดตามเส้นผม “น่าเสียดาย..”


“หมายถึง?”


“น่าเสียดายที่ผมไม่ได้มีชีวิตเป็นอมตะ” ..แล้วก็น่าเสียดายที่หนังสือเล่มนั้นถูกเผาไปแล้ว เลโอคิดในใจแต่ไม่พูดออกไป


เพียงแค่คิดถึงเอริค เขาก็ทำใจปล่อยอีกฝ่ายทิ้งไว้บนโลกนี้คนเดียวไม่ลง


“การเป็นอมตะไม่ใช่เรื่องดี” มาเรียว่าขณะหยิบผลไม้จากตะกร้าขึ้นมากิน “ก่อนที่นายจะมา ฉันเห็นเอริคยิ้มน้อยครั้งมาก เอริคไม่ตายแต่ก็ใช้ชีวิตเหมือนตายทุกวัน”


“เพราะแบบนั้นผมเลยอยากเป็นอมตะไงครับ”


หญิงสาวกะพริบตา เธอหยิบองุ่นเข้าปาก “มีความคิดที่ไม่เหมือนใครดีนะ”


เลโอไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังด่าเขาอยู่หรือเปล่า แต่ก็ยิ้มรับ ขณะนั้นมาเรียที่กำลังจะคว้าผลไม้ก็ผุดลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว


เขามองท่าทางอีกฝ่ายด้วยความฉงน หญิงสาวเดินตรงไปเปิดหน้าต่างออก ทันใดนั้นนกก็บินเข้ามาด้านในอย่างรวดเร็ว


นัยน์ตาของเลโอหดลง เขาจำได้ดีว่านกนั่นเป็นของเอริค


นกตัวนั้นบินมาเกาะบนหลังมือของหญิงสาว มาเรียยกมือขึ้นพลางลูบหัวทุยๆ ของมัน


“เด็กดี” เธอว่าก่อนจะค่อยๆ สำรวจตรงที่ขา พอเห็นกระดาษที่เปียกน้ำบางส่วน หญิงสาวก็บรรจงแกะออกมาเปิดดูข้อความด้านใน


มาเรียกวาดตาอ่านครู่หนึ่งแล้วพูดสั้นๆ


“เขามาปรึกษาเรื่องที่นายหนีไป”


“ปรึกษายังไงครับ”


เลโอลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินตรงไปดูเนื้อความในจดหมาย พอได้อ่านผ่านๆ แล้ว เขาก็นึกขันอย่างหาสาเหตุไม่ได้


ดูเหมือนเอริคจะเข้าใจว่าเขารังเกียจที่อีกฝ่ายทำพิธีต้องห้ามเลยหนีไป


ความจริงคือเลโอรู้สึกน้อยใจมากกว่าที่อีกฝ่ายไม่ยอมบอกอะไรกับเขาเลย


“นายไม่กลับไป?”


“ผมยังทำใจมองหน้าเขาไม่ติดครับ”


“ทำไมล่ะ?” มาเรียถาม เธอวางกระดาษนั่นไว้บนโต๊ะแล้วนั่งลงเพื่อเริ่มเขียนตอบ


“ผมรู้สึกแย่ที่มีอะไรเขาก็ไม่ยอมเล่าให้ผมฟัง”


“หือ” เธออุทานเสียงสูง “นายเองก็ไม่ยอมบอกเอริคไม่ใช่หรือว่าตัวเองเป็นอะไร”


เด็กหนุ่มชะงัก เขาจ้องมองใบหน้าอีกฝ่ายราวกับเพิ่งได้สติ


“พอผูกพันกัน การกลัวว่าอีกฝ่ายจะเกลียดในสิ่งที่ตนเองเป็น มันคือเรื่องปกติมาก” มาเรียว่าทั้งที่สายตายังไม่ละจากจดหมาย “นายควรจะดีใจด้วยซ้ำที่เอริคไม่อยากเล่า แสดงว่าเขามีเยื่อใยให้”


เลโอหลุบตาลง มือกำเข้าหากันแน่น ความอึดอัดและสับสนทำให้เขาเริ่มทำอะไรไม่ถูก


หญิงสาวถอนหายใจ เธอพับจดหมายก่อนจะผูกเข้าที่ขานกเหมือนเดิม


“จะทำอะไรก็เชิญ แต่สัญญากันแล้ว ก็อย่าผิดสัญญาล่ะ”


หลังจากนั้นมาเรียก็ลุกไปปิดหน้าต่าง ข้างนอกยังคงมีฝนตกลงมาไม่หยุดทำให้พื้นห้องเปียกไปด้วยหยาดน้ำบางส่วน


เลโอคิดอะไรบางอย่างเงียบๆ ก่อนจะผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ เป็นจังหวะเดียวกับที่มาเรียหันมามองพอดี


เหมือนเธอรู้ว่าเขากำลังจะไป หญิงสาวยิ้มให้แล้วถาม


“เอาร่มไหม?”


“ไม่เป็นไรครับ”


มาเรียพยักหน้ารับ ทั้งที่ในใจยังคงสงสัยว่าอีกฝ่ายจะไปอย่างไร แต่ก็เดินไปส่งเลโอที่หน้าประตู


ฝนข้างนอกยังคงตกไม่หยุด ทว่าทันทีที่เลโอก้าวออกไปข้างนอก ฝนพลันหยุดตกอย่างน่าอัศจรรย์


มาเรียมองภาพนั้นด้วยสายตาตกตะลึง เธอพอรู้มาอยู่บ้างว่าเผ่าของเลโอมีพลังมหาศาล เพียงแต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถหยุดฝนได้


หญิงสาวเหม่อมองคนที่เดินจากไป


รอจนกระทั่งอีกฝ่ายหายลับสายตา เธอจึงปิดประตู เอนตัวลงพิงกับบานประตูไม้แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่


…………………………


……………..


เลโอกลับมาที่บ้านหลังนี้อีกครั้ง เขาเหม่อมองหน้าประตูอยู่นาน ระหว่างที่กำลังชั่งใจนั้นประตูก็ถูกเปิดออกพอดี


เอริคตกใจเล็กน้อย เหมือนไม่คาดคิดว่าจะเห็นเขา อีกฝ่ายมองสำรวจร่างกายเด็กหนุ่มที่เปียกโชกก่อนจะก้าวเท้าถอยหลังให้


“เข้ามาสิ เดี๋ยวเช็ดผมให้”


เด็กหนุ่มเดินตามคำเชิญนั้นแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ รออยู่ครู่หนึ่งเอริคก็กลับมาพร้อมกับผ้าในมือ อีกฝ่ายใช้ผ้านั้นเช็ดไปตามใบหน้าและผมของเขาโดยไม่ได้ปริปากด่าหรือว่าอะไรสักคำ


ถ้าเขาจะหลงรักอีกฝ่าย ก็เพราะสาเหตุนี้นี่แหละ


ภายนอกดูใจร้าย แต่แทบทุกพฤติกรรมของเอริค มักจะแฝงไปด้วยความเป็นห่วง


“ยังเกลียดฉันอยู่หรือเปล่า?”


คำถามนั้นทำให้เลโอรู้สึกจุกในอก พูดอะไรไม่ออกไปครู่หนึ่ง


“ผมไม่ได้เกลียดคุณครับ”


เอริคเงียบไป แต่มือยังคงเช็ดคราบน้ำให้ เลโอกลั้นใจเล็กน้อยก่อนพูด


“ผมโกรธที่คุณมีอะไรแล้วไม่บอกผม”


คราวนี้ชายหนุ่มเริ่มมีปฏิกิริยาขึ้นมา อีกฝ่ายหยุดมือแล้วหรี่ตาลง


“ฉันกลัวว่านายจะรังเกียจฉัน”


“ผมไม่มีวันรังเกียจคุณเพราะเรื่องแค่นี้ครับ”


สีหน้าของเอริคดูผ่อนคลายลง เลโอเหลือบตาขึ้นมอง สายตาของอีกฝ่ายดูแฝงไปด้วยความรวดร้าวหลายส่วน


เมื่อเลื่อนสายตาลงมามอง เขาถึงเห็นว่าเอริคยังคงใส่สร้อยห้อยแหวนที่เขาให้ไว้ตรงที่ลำคอ


ความอบอุ่นพวยพุ่งในอก ขณะเดียวกันก็ร้อนจนแผดเผาด้านในคล้ายกับมีเปลวไฟเต้นเร่า


“..คุณเอริค”


เลโอกระซิบเรียกชื่อ ก่อนจะหันหลังมา แล้วลุกขึ้นกดจูบลงบนที่ข้างแก้มอย่างแผ่วเบาโดยที่ไม่ทันให้อีกฝ่ายตั้งตัว


สีหน้าของเอริคเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทว่ายังคงยืนนิ่งราวกับไม่กล้าขยับตัว


เขากดจูบลงบนแก้มนั้น ไล่ระเรื่อมายังริมฝีปาก สัมผัสนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้า แผ่วเบาราวกับปุยนุ่น ทว่ากลับจุดประกายไฟขึ้นอย่างเงียบงัน


เลโอประทับลงบนริมฝีปากอีกฝ่ายซ้ำๆ ราวกับจะตีตรา ขณะที่สอดมือเข้าไปด้านในใต้เสื้อคลุม


ระหว่างที่กำลังจะปลดกระดุมออก เอริคก็เบือนหน้าหนีเขา ขยับเท้าถอยออกมา เกิดเป็นความเงียบชั่วขณะหนึ่ง


“อาหารเย็นเสร็จแล้ว” ชายหนุ่มว่าพลางหันหลังหนี “รีบไปกินซะ”


เลโอมองคนที่เดินจากไปอย่างรีบร้อน คงเพราะผิวของเอริคค่อนไปทางขาวซีด ดังนั้นเขาจึงทันสังเกตเห็นว่าหูของอีกฝ่ายนั้นแดงก่ำ


เด็กหนุ่มกำมือแน่น เขาพยายามอดทนไม่ให้ผลักเอริคลงบนโซฟาแล้วทำอย่างที่ใจอยาก ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายคงเกลียดเขาไปตลอดชีวิต


“ครับ” เลโอรับคำก่อนจะเดินตามหลังอีกฝ่ายไปอย่างไม่รีบร้อน


ดูเหมือนว่าเขาจะรักเอริคมากจริงๆ นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีแต่เรื่องของอีกฝ่ายในหัวหรอก


-------------------------

[Talk]


สภาพนี้น้องไม่น่าได้ใช้ผลประโยชน์จากเอริคนะ ดูเหมือนจะหลงจนโงหัวไม่ขึ้นมากกว่า


ป.ล.เอริคนี่ได้ทั้งตำแหน่งผัวและตำแหน่งเมียจริงๆ สปอยล์ตอนจบล่วงหน้าว่าเอริคคู่กับคนเขียนค่ะ แค่กๆ--





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.238K ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #1464 vivivenus (@vivivenus) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 21:12
    ใจร้ายตรง เอริค เป็นของคนเขียนนี่ละ
    #1464
    0
  2. #1383 Nutnicha Khamkerd (@minnie162) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:47
    ยิ่งอ่านยิ่งชอบมาเรียมากขึ้นเรื่อยๆเลยอ่าา
    #1383
    0
  3. #1364 polypoll (@ployciel) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:21
    เอริคน่าจะจำได้นะว่าตะต้องทำพิธีเป็นอมตะยังไง
    #1364
    0
  4. #1348 Little Finz. (@pikkusormi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:18
    กลั้นไว้ไม่ได้นานหรอก อิอิอิ
    #1348
    0
  5. #1216 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 04:13
    จริง ๆ หนังสือนั้นอาจอยู่ในหล่องที่ล็อคในห้องใต้ดินอะ
    #1216
    0
  6. #1185 kiki3k (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 22:32
    เอริคคือนายเอกที่โคตรนิสัยดีรักกกก
    #1185
    0
  7. #1114 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 04:46
    หนูเลโอจะหาทางเป็นอมตะใช่ปะ จะได้อยู่คู่กับเมีย~
    #1114
    0
  8. #1101 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 17:16
    เลโอไม่เป็นอมตะจริงๆหรอ
    #1101
    0
  9. #1061 N\'noey Butter (@nongnoey-26) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 16:51
    เดี๋ยวนะไรท์ ฮาาา อ่านมารัวๆ แต่มีแค่ตอนนี้แหละทนไม่ไหวจนต้องคอมเม้นท์
    #1061
    0
  10. #926 peangploy (@hoshiworld) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 05:58
    น่าจะมีวิธีแก้คำสาปได้นะ สงสารเอริคอะ
    #926
    0
  11. #880 pikakaka (@sunndaynight) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 08:05
    เลโอไม่เป็นอมตะหรอเนี่ย ;-; แง
    #880
    0
  12. #760 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 20:48
    เลโอสู้ๆๆๆๆๆๆๆ
    #760
    0
  13. #515 minggg- (@minggg-) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 23:58

    ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ กรี๊ดด มาอ่านแล้วติดจริงจัง

    ความรักที่เริ่มต้นช้าๆ เงียบๆ จากความผูกพันของคนที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกัน

    (โดยเฉพาะเอริค 55 เพราะฝ่ายโน้นเจตนาแรงออกตัวเต็มที่ โฮะโฮะ)

    โอยย แต่เพราะเป็นโทนยุคกลางที่มีคนเกลียดชังพวกพ่อมดและผู้มีเวทย์มนต์แบบนี้

    ทำให้อดห่วงต่อไปไม่ได้เลยย มันจะไปโทนไหนต่อออ

    ไม่เศร้าใช่ม้ายยยยยยยยยยย


    ชอบความเข้าใจผิดขอบคนคู่นี้ตอนนี้ บอกให้เห็นชัดว่าใส่ใจกันและกันขนาดไหน

    กรี๊ดด แม้เอริคจะยังไม่รู้ตัวเองมากก็เถอะน้าาาาาาาา

    #515
    0
  14. #514 thxnpeaz (@Thannumtip) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 20:41
    รออ่านต่อน้าาา สู้ๆค่ะ
    #514
    0
  15. #510 พี่ตุลา (@Ghostwriter) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 13:39

    ถ้าเลโอไม่ยันเดเระ หนูก็ไม่มีความเมะไปสู้กับเอริกเเล้วจริงๆ(ฮา)

    #510
    1
  16. #509 Jutamas Amornchai (@ip-mink1) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 12:53
    ขอให้จบแฮปปี้ ไม่รู้ว่าขอมากไปมั้ยไรต์ 5555
    #509
    0
  17. #503 Mysterygrey (@Mysterygrey) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 09:23
    นี่ว่าเอริคอาจจะจำได้ ขอให้จำได้ จะได้อยู่ด้วยกัน
    #503
    0
  18. #502 Lizzy_Lizz (@Lizzy_Lizz) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 00:31
    ไรท์คะ อย่าเพิ่งหาเรื่องให้น้องเลโอลงมือฆาตกรรมนักเขียนค่ะ ยังอยากอ่านต่อ
    #502
    0
  19. #501 Blue_Bell (@lovecn1412) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 18:24
    เอริคแมนมากกกก ไม่คิดว่าจะใจกล้าปาดคอตัวเองแบบนั้น ไหนจะสมัยตอนที่พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คนรักหาย (แม้ตัวเองจะพลาดรับคำสาปนั้นไปแทนก็เถอะ) พอเรื่องเป็นแบบนี้ ตอนจบจะดราม่ามากไหมอ่าา TT
    #501
    0
  20. #500 family15 (@family15) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 17:10
    ตกหลุมเเล้ว•~•
    #500
    0
  21. #499 minidays (@katakjaa) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 16:17
    ไรท์พูดงี้จะฟ้องเลโอนะคะ เด่วจะโดนน้องนะคะ 55555

    เอริคต้องอยู่กับน้องซี่ๆๆ
    #499
    0
  22. #498 The Kingz (@kitar28) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:49
    ส่วงรีดมีพลังมองเห็นอนาคตได้(มโน) รีดทำนายเลยว่า ตอนพิเศษเลโอต้องลับมีด รอสับไรท์แน่ๆ ส่วนรีดๆขอเป็นผู้ชมอย่างเดียวค่ะ อิอิๆ
    #498
    0
  23. #497 หูยไรอ่ะ (@wang-j28) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:45
    เดี๋ยววว นี่มันสปอยอะไรกัน อย่าให้เลโอได้ยินเชียวนะ 55555
    #497
    0
  24. #496 Yaluc_1100 (@warin-2000) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:36
    นข สปอยมาอย่างนี้ ใจไม่ดีค่ะ สรุปน้องก็ไม่ได้อยู่กะเอริคตลอดเหรอ.....
    #496
    0
  25. #495 Lalaland332221 (@Lalaland332221) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 14:41
    รออออออออออออออ
    #495
    0