อย่าเก็บของตกพื้นขึ้นมาเลี้ยง [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 120,921 Views

  • 1,470 Comments

  • 8,742 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10,376

    Overall
    120,921

ตอนที่ 16 : บทที่14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1018 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นก็ผ่านมาสองอาทิตย์กว่าแล้ว


ความสัมพันธ์ของพวกเขายังคงที่เหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอริคยังคงปฏิบัติตัวกับเขาเหมือนเดิม แต่ว่าท่าทีของอีกฝ่ายกลับแปลกไปอย่างเห็นได้ชัด


ปกติเลโอจะชอบสัมผัสตัวอีกฝ่ายเป็นนิสัย แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้ปริปากหรือบ่นว่าอะไรนอกจากความรู้สึกเหนื่อยหน่ายที่ฉายชัดบนใบหน้าเท่านั้น


เลโอเลยลองพยายามสัมผัสตัวอีกฝ่ายมากขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเอง ในที่สุดเอริคที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ก็หันมามองคล้ายกับหมดความอดทน


“เลิกลวนลามฉันได้แล้ว” เอริคพูดด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ พลางผลักมือเขาออกห่าง


เลโอหยุดมือที่เกือบจะสอดเข้าไปด้านใน เขาเอียงคอพลางกะพริบตาด้วยสีหน้าใสซื่อ “ลวนลามอะไรหรือครับ”


เอริคมองเลโอด้วยสายตาเป็นเชิงด่านัยๆ ว่า ‘ไอ้เด็กนี่’ ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนลมหายใจแล้วเอนตัวลงกับพนักพิง “ช่วงนี้ฉันเหนื่อย”


เรื่องนี้เลโอเองก็พอจะรู้สึกได้อยู่เหมือนกัน


เขารู้สึกเหมือนกับว่าพักนี้อีกฝ่ายดูเหนื่อยง่าย ไม่ค่อยกระฉับกระเฉงเหมือนเก่า ท่าทางดูเซื่องซึมแปลกๆ เขาคิดว่ามีความเป็นไปได้ว่าเอริคอาจจะทำงานหนักเกินไป


พักนี้เอริคทำงานเยอะกว่าช่วงก่อนๆ บางครั้งพอกลับมาถึงบ้านอีกฝ่ายก็ฟุบตัวลงกับเตียงทันทีโดยไม่ปริปากทักทายเลโอที่นั่งอยู่ในบ้านสักคำ


“คุณไม่ต้องขยันทำงานถึงขนาดนั้นก็ได้นะครับ” เลโอว่า ก่อนจะเดินเข้าไปในครัวแล้วกลับมาพร้อมกับแก้วใส่น้ำ “พักบ้างก็ได้”


เอริคลืมตาขึ้นตอนที่ได้ยินเสียงแก้วน้ำวางลงบนโต๊ะ เขาหยิบขึ้นมาดื่ม ทันทีที่วางแก้วลงเลโอก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ มือข้างหนึ่งทาบลงบนหน้าผากของเขาแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงลอยๆ “เหมือนคุณจะเป็นไข้ด้วย”


เอริคอดจะกลั้นหายใจไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาในระยะประชิด มือลองยกขึ้นมาสัมผัสบนหน้าผากตัวเองบ้าง “เป็นไข้จริงๆ ด้วย คงเป็นหวัด อีกไม่กี่วันก็หาย”


“ถ้าอย่างนั้นคืนนี้นอนเร็วหน่อยนะครับ” เลโอว่าก่อนจะละใบหน้าออกมา “เดี๋ยวผมอุ่นนมให้”


เอริคพยักหน้ารับ แต่ยังคงนั่งแช่ที่เก้าอี้อยู่อย่างนั้นจนกระทั่งเลโอกลับมา เด็กหนุ่มยื่นแก้วที่ใส่นมอุ่นให้ดื่ม


ชายหนุ่มรับแก้วนั้นไป สายตาก้มลงมองแก้วที่ใส่นมอุ่น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเลโอคลับคล้ายกับว่ามีเรื่องบางอย่างจะพูด


เลโอรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดเรื่องสำคัญจึงรอฟังอย่างตั้งใจ ความลังเลปรากฎในแววตาสีมรกตอยู่พักใหญ่


ท่ามกลางความเงียบอึดใจหนึ่ง เอริคผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วใช้มือแตะลงบนที่ไหล่ของเด็กหนุ่ม


“ราตรีสวัสดิ์”


จากนั้นอีกฝ่ายก็เดินสวนเขาไปโดยไม่ได้พูดอะไรอีกเลย ทิ้งให้เขาได้แต่สับสนงุนงงว่าท้ายที่สุดเอริคต้องการจะพูดอะไรกันแน่


……………………………………..


………………………


อาทิตย์ที่ผ่านมาเอริคก็หยุดทำงาน ไม่รับงานอื่นโดยสิ้นเชิงเพราะไม่มีเรี่ยวแรงจะไปไหน แต่ถึงปากบอกว่าจะไม่มีเรี่ยวแรง สีหน้าของอีกฝ่ายก็ยังคงดูสดชื่นอยู่


ด้วยความที่ชายหนุ่มป่วย เลโอจึงทำแทบจะทุกอย่าง ตั้งแต่ปลุกเอริคที่ท่าทางดูเซื่องซึมลงมากินอาหาร จัดจานกับส้อมและมีดให้ รวมถึงทำอาหารให้ด้วย ถ้าเขาป้อนอาหารและเคี้ยวให้อีกฝ่ายได้ก็คงทำไปแล้ว


เลโอคิดอย่างเหม่อลอยขณะที่รดน้ำต้นไม้ในสวน เมื่อรดจนเสร็จเขาก็วางบัวรดน้ำไว้ที่ชั้นของบ้าน ก่อนจะเดินออกไปตามหาอีกฝ่ายข้างนอก


วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่อากาศดี ไม่มีเมฆครึ้มหรือฝน แสงแดดก็ส่องทะลุผ่านก้อนเมฆจนเป็นประกายระยิบระยับบนพื้น หญ้าและใบไม้ไหวเอนไปตามแรงลม แลดูงดงามละม้ายคลับคลาภาพในฝัน


คงเพราะพักนี้เอริคอยู่แต่ในบ้านอย่างเดียวเลยเบื่อ ทันทีที่เมื่อวานเลโอได้ยินอีกฝ่ายเปรยขึ้นเบาๆ ว่าอยากออกไปข้างนอก วันนี้เขาก็เลยพาอีกฝ่ายออกไปแล้วค่อยย้อนกลับมาทำงานบ้าน


เท้าทั้งสองข้างก้าวสลับกันอย่างรวดเร็วจนเกือบจะกลายเป็นวิ่ง เมื่อสายตาเห็นแผ่นหลังของอีกฝ่าย เลโอก็รีบเดินตรงเข้าไปใกล้ขึ้น


เอริคกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ มือข้างหนึ่งจับพู่กัน ส่วนมืออีกข้างจับถาดไม้ที่ใส่สีเอาไว้ ปลายพู่กันนั้นจรดลงกับภาพผืนผ้าอย่างเชื่องช้า


เลโอมองจากระยะไกลก็พอเห็นลางๆ ว่าภาพที่อยู่บนผ้าถูกวาดไปเกือบครึ่งหนึ่งแล้ว เขายืนมองดูภาพนั้นจากระยะไกลเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนสมาธิอีกฝ่าย


ยืนอยู่ได้ครู่หนึ่งเอริคก็นิ่งไป มือวางพู่กันลงบนถาดสี แต่สายตายังคงจับจ้องภาพนั้นอย่างไม่วางตา เห็นแบบนั้นเลโอจึงสาวเท้าเดินเข้าไปใกล้


“ไม่วาดต่อแล้วหรือครับ”


เอริคละสายตาจากภาพนั้นหันมามองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนจะส่ายหน้า “เบื่อแล้ว”


เลโอยืนมองภาพนั้นใกล้ๆ เขาถึงได้เห็นว่ามันเป็นภาพวิวที่ข้างหน้าเป็นลำธาร ไกลห่างออกไปเป็นต้นไม้ที่ขึ้นกันอย่างแน่นขนัด สุดปลายทางนั้นมีบ้านไม้อยู่หลังหนึ่ง


ดูเป็นภาพที่ธรรมดาๆ แต่ว่าในภาพกลับใช้โทนสีเย็นเป็นหลัก เห็นแล้วให้ความรู้สึกอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก


“ผมว่าคุณควรจะไปหาหมอ” เลโอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นหลังจากที่พิจารณาเสร็จ “ผ่านมาหลายวันแล้วแต่อาการของคุณไม่ดีขึ้นเลย”


“ก็ฉันนี่แหละที่เป็นหมอ”


“แล้วคุณตรวจได้ว่าตัวเองเป็นอะไรครับ?”


เอริคเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเก็บถาดสีลงในกล่องไม้ราวกับจงใจไม่ตอบคำถามเขา ยิ่งเห็นท่าทางแบบนั้นสีหน้าเลโอก็เปลี่ยนไปราวกับจะคาดเดาบางอย่างได้


“คุณเอริค ผมสงสัยอะไรบางอย่างมานานแล้ว” เลโอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่มั่นคงเท่าไรนัก “คุณเคยติดโรคร้ายแรงมาก่อนไหมครับ”


“ไม่เคย”


“งั้นแปลว่า..” เลโอพูดน้ำเสียงเบาลง “คุณไม่รู้ว่าถ้าติดเชื้อแล้วจะหายหรือเปล่าใช่ไหม?”


เอริคอดจะเหลือบตามามองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังไม่ได้ พลางนึกทึ่งในการคาดเดานี้


“ถูกต้อง”


คราวนี้สีหน้าเลโอเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา “คุณเป็นโรคอะไรครับ?”


“ฉันไม่อยากบอก”


เด็กหนุ่มมีสีหน้าที่เริ่มอึมครึมขึ้นมา ในหัวเริ่มคาดเดาอะไรหลายๆ อย่าง บางทีโรคที่เอริคเป็นน่าจะร้ายแรงมากจนถึงขั้นที่อีกฝ่ายไม่อยากจะพูดถึงมัน


“จนถึงตอนนี้คุณยังอยากตายอยู่หรือเปล่าครับ”


เอริคชะงักไปครู่หนึ่ง “นายไปรู้เรื่องนั้นมาจากไหน”


“คุณมาเรียเล่าให้ฟัง” เลโออธิบายก่อนถามย้ำ “ตอนนี้คุณยังอยากตายอยู่อีกหรือเปล่า”


เอริคมองเขา ความไม่มั่นใจฉายชัดผ่านแววตาวูบหนึ่ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะเก็บของลงในกล่องไม้ราวกับจงใจเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามเมื่อครู่


ทว่าการกระทำนั้นก็เป็นคำตอบของคำถามเช่นเดียวกัน


เลโอยืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเดินตรงเข้าไปช่วยเก็บของ หยิบผ้าที่ขึงขึ้นมือถือ ทั้งๆ ที่ใจลอยคิดถึงเรื่องอื่น พอนึกถึงสีหน้าของเอริคเมื่อครู่ ความรู้สึกอึดอัดก็เต็มแน่นในอก


เด็กหนุ่มหายใจติดขัด เขากำผ้าที่ถืออยู่แน่น เพียงแค่คิดว่าหากเอริคไม่หายจากโรคที่เป็นอยู่ และอาจจะตายอย่างที่อีกฝ่ายวาดหวังเอาไว้ เขาก็รู้สึกโกรธขึ้นมา


นอกเหนือจากความโกรธนั้น ความคิดบางอย่างยังผุดขึ้นเงียบๆ


แล้ว..ถ้าเอริคตายขึ้นมาจริงๆ..?


เลโอนึกขันกับความคิดที่ผุดขึ้นมา เอริคจะตายได้อย่างไรหากเขาไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายตาย


ต่อให้ชายหนุ่มตายขึ้นมาจริงๆ เด็กหนุ่มก็จะพลิกแผ่นดินตามหาอีกฝ่ายทั้งในสวรรค์และนรก


ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะพาเอริคกลับมา


……………………………….


………………


นับจากเหตุการณ์ที่เลโอรู้ว่าอีกฝ่ายป่วย เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปเกือบสามอาทิตย์ อาการของเอริคยังคงทรงตัวเป็นระยะ ไม่ดีขึ้น แต่ค่อยๆ แย่ลงวันละนิดวันละหน่อย


ราวกับโรคนั้นกำลังกัดกร่อนอีกฝ่ายจากด้านในช้าๆ


บางทีเอริคอาจจะตายเพราะโรคนั้นได้จริงๆ


คืนนั้นเลโอคิดอะไรหลายอย่างจนแทบไม่ได้นอน แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ได้นอนนิดหน่อยก่อนที่จะเช้า เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นเมื่อรับรู้ได้ถึงแสงแดดที่ทอดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างของห้อง สายตาเหม่อมองเพดานอยู่ครู่ใหญ่


เลโอนอนมองเพดานอยู่อย่างนั้นจนนึกขึ้นได้ว่า เดี๋ยวอีกสักพักตนเองต้องรีบลงไปเตรียมอาหารให้อีกฝ่ายกิน เขาเลยพลิกตัวมาด้านข้าง นัยน์ตาพลันเบิกกว้างเมื่อไม่เห็นว่าเอริคนอนอยู่


เด็กหนุ่มยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว เท้าทั้งสองรีบก้าวลงจากบันไดไปยังชั้นล่าง ทว่ายังไม่ทันที่จะลงมาถึง หูก็ได้ยินเสียงดังขึ้นในห้องน้ำ


เลโอเดินเข้าไปด้านใน เขาถึงเห็นว่าเอริคกำลังอาเจียนลงในถังไม้ ครั้นเมื่อเดินเข้าไปใกล้แล้วลูบหลังอีกฝ่าย นัยน์ตาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ


เอริคอาเจียนออกมาเป็นเลือดปะปนกับเศษอาหารที่กินเข้าไป นัยน์ตาของเด็กหนุ่มหดลง มือลูบหลังอีกฝ่ายช้าลงเรื่อยๆ


รอจนกระทั่งอีกฝ่ายอาเจียนเสร็จ เลโอก็เดินไปหยิบผ้าชุบน้ำมาให้ชายหนุ่ม สายตาจ้องมองเอริคที่ยืนนิ่งๆ


“ขอดูมือของคุณหน่อยครับ”


เอริคส่ายหน้า พยายามขยับตัวถอยหนีจากเขา “ฉันไม่เป็นอะไร”


เลโอก้าวเข้าไปประชิด คว้ามือของอีกฝ่ายขึ้นมาดูโดยไม่สนใจการทักท้วง พอเห็นว่าสีผิวตามปลายนิ้วบางส่วนกลายเป็นสีดำ ก็ยิ่งออกแรงกำข้อมือนั้นแน่นขึ้น


“คุณมีอาการแบบเดียวกับผู้ชายที่ผมเห็นตามริมถนนนั่น” เด็กหนุ่มกระซิบเสียงเบาลง “แล้วคุณบอกผมว่าโรคนี้รักษาไม่หาย”


ท่าทางของเลโอดูโกรธมากจนเอริคพูดอะไรไม่ออก เขาได้แต่ยืนนิ่ง ร่างกายเย็นเยียบ ลืมความทรมานจากอาการป่วยไปหมดสิ้น


“คุณเป็นกาฬโรคใช่ไหมครับ?” เหมือนเลโอจะรู้ว่าเผลอทำให้อีกฝ่ายกลัวจึงคลายแรงลง พลางส่งยิ้มให้เพื่อปลอบใจ “ขอโทษครับที่แสดงท่าทีไม่เหมาะสม”


“ไม่เป็นไร” เอริคถอนหายใจ ก่อนจะค่อยๆ ดึงมือออกมา “นายคิดถูกแล้ว”


สายตาของเลโอดูเย็นเยียบลงเล็กน้อย


“คุณติดโรคจากตอนไปตรวจคนไข้?”


“คิดว่าเป็นแบบนั้น”


“ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันมีโอกาสติดโรค รักษาไปคนพวกนั้นก็ไม่หาย แต่คุณก็ยังดื้อรั้นที่จะไปหรือครับ” ทันทีที่พูดจบ เลโอก็รู้ตัวว่าเผลอพูดน้ำเสียงแข็งกระด้างออกไป เขาจึงปรับเสียงกลับมาเป็นเหมือนเดิม “..จนถึงตอนนี้คุณก็ยังคงคิดที่อยากจะตายอยู่สินะ”


เอริครู้สึกอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อยกับท่าทีที่ดูคุกคามอย่างเห็นได้ชัด พอลองทวนคำถามของเลโอแล้วพบว่าตัวเองไม่สามารถตอบคำถามนั้นได้


ก่อนหน้านี้เขาคงพูดได้อย่างเต็มปากว่า ‘อยากตาย’ แต่พอเลโอเข้ามาในชีวิต ความคิดนั้นก็ค่อยๆ เลือนหายไปช้าๆ


จนถึงตอนนี้เขาพูดคำนั้นไม่ออกแล้ว


ชายหนุ่มคิดด้วยความสับสน ตอนที่รู้ตัวว่าป่วยเป็นอะไร ความรู้สึกกลัวที่ไม่เคยรู้สึกมานานแล้วก็ผุดวาบขึ้นมาในอก


เขากลัวเลโอจะรู้เรื่องนี้ กลัวอีกฝ่ายจะจากไป รวมถึงกลัวที่จะไม่ได้อยู่ด้วยกันอีก


“ตอนนี้ฉันไม่ได้อยากตายแล้ว” เอริคพูดเสียงเบาลง ความรู้สึกสับสนถาโถมเข้ามา “ฉัน..”


กลัวที่จะตาย


เอริคพูดค้างไว้แค่นั้นแล้วก็ไม่เอ่ยต่อ มือกำแน่น สายตาเหลือบมองนิ้วมือบางส่วนที่เริ่มกลายเป็นสีดำ


เลโอมองเงียบๆ ราวกับกำลังพิจารณา ก่อนจะคว้ามืออีกฝ่ายขึ้นมากดจูบลงบนปลายนิ้วที่เคยเป็นสีขาว ทว่าในยามนี้กลับมีสีดำสนิท เนื้อบางส่วนเริ่มเน่าและมีหนองขึ้นพุพองสลับกับแผลสดสีแดง


เอริคคาดไม่ถึงกับการกระทำของอีกฝ่าย เขารีบชักมือหลบอย่างรวดเร็ว แต่ก็ถูกยื้อเอาไว้ “ทำอะไรของนาย สกปรกจะตายชัก”


“ถ้าเป็นคุณเอริคก็ไม่มีอะไรน่ารังเกียจครับ” เลโอว่า พลางกุมมือนั้นไว้แน่น น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อย “ขึ้นไปนอนพักผ่อนข้างบนเถอะ”


แม้ว่าอีกฝ่ายจะยังมีสีหน้าสับสนอยู่ แต่ท่าทางก็ดูอ่อนลง เอริคยอมเดินตามเลโอขึ้นไปแต่โดยดี ครั้นเมื่อกลับมาถึงที่ห้อง เด็กหนุ่มก็เลื่อนเก้าอี้มานั่งข้างๆ คนที่กำลังนอนอยู่


เอริคหลับตาลงไปแล้ว แต่ดูเหมือนจะยังไม่หลับ ผ่านไปครู่หนึ่งอีกฝ่ายถึงพึมพำขึ้นเบาๆ


“อย่าไปไหน..ได้โปรด”


“ผมไม่ไปไหนหรอกครับ”


อีกฝ่ายมีสีหน้าอ่อนลง ใช้เวลาพักหนึ่งกว่าจะหลับไป เลโอมองใบหน้าที่ซีดเผือด แลเห็นแพขนตานั้นเปียกชื้น แต่กลับไม่มีแม้แต่หยดน้ำตาให้เห็น


ถึงจะไม่เคยป่วย แต่เลโอพอเดาได้ว่าน่าจะทรมานมาก เขาเคยเห็นสีหน้าทรมานและสิ้นหวังของคนป่วยมานับต่อนับจากการติดตามอีกฝ่าย


ไม่รู้ว่าจะเป็นความโชคร้ายหรือไม่ เพราะเอริคทำพิธีไว้ ดังนั้นโรคจึงมีฤทธิ์อ่อนลง ระยะเวลาที่ควรตายในหนึ่งสัปดาห์กลับถูกยืดออกไปอีกหลายอาทิตย์


ขณะเดียวกันก็ต้องทนทรมานแบบนั้นอย่างไร้หนทางรักษา


เลโอรออยู่นานจนเมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายหลับไป เขาถึงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ กดจูบลงบนหน้าผาก


ทันทีที่สัมผัสกัน เขาก็รับรู้ได้ว่าอุณหภูมิของอีกฝ่ายร้อนราวกับไฟ เด็กหนุ่มผละออกมาก่อนจะลุกขึ้นไปเพื่อเอาน้ำเย็นและผ้าเช็ดตามร่างกาย


วันนั้นเขาอยู่เฝ้าเอริคทั้งวัน ขณะที่ความคิดบางอย่างผุดขึ้นมาในหัว


เลโอกำมือแน่นอย่างชั่งใจ ก่อนจะยื่นมือออกไป แตะเข้าที่มือของเอริคแล้วกอบกุมเอาไว้


พลันแสงสีฟ้าก็ทอประกายวาบ ย้อมทั้งห้องให้กลายเป็นสีฟ้าเข้มราวกับห้วงท้องทะเลลึก


-----------------------


[Talk]

เราสะเทือนใจกับตอนนี้มากค่ะ ไม่มีฉากดราม่าแต่เราสะเทือนใจT_T ถ้ายังจำที่เอริคเคยพูดไว้ในตอนแรกๆ ได้ว่า โรคนี้ต่อให้คนในครอบครัวเป็นก็ทิ้งกัน แล้วตอนนี้เอริคกลับกลัวว่าเลโอจะทิ้งตนเอง ว่ากันตามตรงคือเอริคเห็นเลโอเป็นเหมือนคนในครอบครัวเลยกลัวถูกทิ้ง แต่จะเห็นเป็นตำแหน่งไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน

ตอนที่ผ่านมาเห็นมีนักอ่านหลายคนอยากทราบอายุเรา เลยสงสัยว่าทำไมถึงอยากรู้อายุเราเหรอคะ5555 คาใจ นานๆทีจะมีคนถามหลายๆคนพร้อมกัน

ป.ล.ลองไปเสิร์ชดูได้นะคะว่าอาการคนที่ติดเชื้อเป็นยังไง เราไม่อยากลงรูป

ป.ล.2 ตอนที่แล้วมีแต่คนแช่งคนเขียน ใจร้ายมากค่ะ555555555 ไม่โดนเลโอฆ่าหรอกเพราะติดสินบนไว้แล้ว(หนาวสันหลัง)

ป.ล.3 ตอนหน้ามี....................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.018K ครั้ง

56 ความคิดเห็น

  1. #1382 바람~ (@chocolatebt) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:22
    ฮือออ เอริค หลังจากที่มีเลโอมาในชีวิตที่อ้างว้างก็เริ่มเปิดรับเลโอมากขึ้น
    #1382
    0
  2. #1381 바람~ (@chocolatebt) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:22
    ฮือออ เอริค หลังจากที่มีเลโอมาในชีวิตที่อ้างว้างก็เริ่มเปิดรับเลโอมากขึ้น
    #1381
    0
  3. #1365 polypoll (@ployciel) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:25
    เลโอจะช่วยเอริคได้มั้ย
    #1365
    0
  4. #1293 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:00
    ฮือออ เลโอสำคัญต่อเอริคมากเลยนะ ทั้งไม่อยากต่ยเพราะเลโอ แล้วยังกลัวว่าเลโอจะทิ้งตัวเองงง ฮือออแล้งเอริคจะมีทางหายมั้ยTT
    #1293
    0
  5. #1217 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 08:05
    ไม่อยากตายแล้ว เพราะเธอใจสั่นกับน้อง เรารู้ เราเห็น เอาล่ะทีนี้เจ้าน้องเลโอจะทำยังไงต่อ
    #1217
    0
  6. #1186 kiki3k (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 22:39
    ได้โปรดดดด รักษาได้เถอะะ
    #1186
    0
  7. #1115 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 05:41
    รักษาเลยน้อง รักษาเลย!
    #1115
    0
  8. #1103 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 18:08
    เลโอช่วยเอริคด้วยนะ
    #1103
    0
  9. #927 peangploy (@hoshiworld) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 06:03
    เลโออาจจะใช้พลังช่วยรักษาก็ได้ ฝนยังหยุดได้เลยอะ โรคก็น่าจะได้!
    #927
    0
  10. #881 pikakaka (@sunndaynight) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 08:08
    สงสารเอริค สงสารเลโอด้วย ;-; ความรักนี่ ทำให้ใครก็อยากเป็นคนที่ดีขึ้นจริงๆเลยนะ
    #881
    0
  11. #761 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 20:57
    ซึ้งใจ^^
    #761
    0
  12. วันที่ 3 มกราคม 2562 / 01:03
    แต่เลโอเคยบอกว่าไม่ติดโรคจากมนุษย์นี่
    ไม่เป็นไรหรอกเนอะ

    ใช่ป่ะ......
    #662
    0
  13. #653 หูยไรอ่ะ (@wang-j28) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 20:50
    ได้ความรู้เรื่องโรคไปด้วย
    #653
    0
  14. #610 9494 (@nammu-hits) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 22:42
    คุณแต่งนิยายได้ดีมากๆ เห้อ ชอบ
    #610
    0
  15. #587 Blue_Bell (@lovecn1412) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 22:20
    สงสารทั้งเลโลและเอริคเลย แบบตอนนี้เอริครู้สึกผูกพันกับเลโอมาก พอมีโอกาสที่จะได้ตายกลับกลัวที่จะตาย เพราะยังอยากจะอยู่ด้วยกันกับเลโออีก มันทรมานนะความรู้สึกแบบนี้ มันต้องมีวิธีช่วยสิ TT
    #587
    0
  16. #586 kimmykk2 (@kaisookaido) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 22:13
    หรือว่าตอนหน้าเอริคจะตายแล้วโดนน้องลากกลับมาคะ.. แงงงง
    #586
    0
  17. #570 Nut'reeeee (@nutree) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 20:02

    ถ้าติดกาฬโรคจริง ตัวเอกสามารถเป็นพาหะได้ แต่ไม่น่าแสดงอาการของโรคได้เลยนะ อย่างเช่นผิวเป็นสีดำอะไรแบบนี้ เพราะอัตราการฟื้นฟูร่างกายตัวเอกดีมาก ขนาดปาดคอ แค่ไม่กี่วิก็กลับมาเชื่อมกันเหมือนเดิม ลักษณะการฟื้นแบบนี้คือการฟื้นจากภายในออกสู่ภายนอก ดังนั้นผิวสีดำที่เกิดจากอาการเนื้อเยื่อตาย ดูยังไงก็ไม่น่าเกิดขึ้นได้ พวกอาการไอก็เช่นกัน อาการไอของกาฬโรคเกิดจากเชื้อลามไปปอดแล้วปอดทำงานได้ไม่สมบรูณ์ ซึ่งก็อีกนั้นละ ปอดน่าจะถูกฟื้นฟูทันอยู่แล้ว ดังนั้นโรคของพระเอกมันจะกลายเป็นเหมือนร่างกายบรรจุเชื้อ วนเวียนอยู่ในร่าง แต่ไม่สามารถทำลายอวัยวะใดๆได้เลยมากกว่า


    ...เราคิดเยอะไปปะ 555555555555 โอ้ย แต่ถ้าอิงตามข้อมูลที่นิยายให้มา สมควรห่วงคนรอบข้างตัวเอกมากกว่าว่าจะติดโรคไปด้วย เพราะติดผ่านได้ทั้งอากาศและการสัมผัส

    #570
    0
  18. #567 Irotawin (@niwatorikwankwan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 19:16
    เอริคจะไม่ตายใช่ไหมคะ...เลโอต้องช่วยได้สิ ใช่ไหมคะไรต์...;-;
    ปล.ทีแรกไม่คิดอะไรหรอกค่ะ แต่พอไรต์พูดถึงอายุเราก็อยากรู้ทันทีเลยค่ะ 5555555555
    #567
    0
  19. #559 Ari-na (@Ari-na) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 18:28
    อยากให้เค้าอยู่ด้วยกันนานๆ
    #559
    0
  20. #557 ning :3 (@melodyning) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 18:04
    ไม่น่าตายปะ5555 ขนาดปาดคอยังไม่ตาย อันนี้คิดเล่นๆว่าถ้าเผาตัวเองจะตายไหม
    #557
    0
  21. #553 thxnpeaz (@Thannumtip) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 17:42
    แงงงง เอริค ;-;
    #553
    0
  22. #552 Rhapsodies (@Rhapsodies21) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 15:52
    รอตอนต่อไปด้วยใจจดจ่อ อยากให้หายเร็วๆหรือมีทางแก้
    #552
    0
  23. #551 aom051 (@aom051) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 15:38

    ;A;.......

    #551
    0
  24. #550 nongning5657 (@nongning5657) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 15:15
    คุณเอริคตะไม่ตายใช่ไหมTT
    เรื่องนี้ไม่ดราม่าใช่ไหม!!~~
    เจ็บปวดจากตับลามไปยันใส้ติ่งเลยอะ
    #550
    0
  25. #549 hyouka_tsuyu (@hyouka_tsuyu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 15:01
    ;-; น้อง...
    #549
    0