อย่าเก็บของตกพื้นขึ้นมาเลี้ยง [yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 121,147 Views

  • 1,470 Comments

  • 8,751 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10,602

    Overall
    121,147

ตอนที่ 8 : บทที่7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14741
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1516 ครั้ง
    30 พ.ย. 61

เลโอตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้า สายตาเหลือบมองคนที่ยังคงนอนหลับอยู่ข้างๆ ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นอย่างเงียบเสียงที่สุดเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่น


ทันทีที่ออกมานอกห้องแล้ว เขาก็เดินลงมายังที่ชั้นล่างและเดินไปตรวจดูที่หน้าประตูว่ามีอะไรเสียบอยู่หรือเปล่า


ช่วงสองปีที่ผ่านมา เลโอตรวจดูหน้าประตูทุกเช้า หากมีจดหมายจากมาเรียส่งมา เขาก็จะเปิดอ่านดูว่าอีกฝ่ายเขียนอะไรเอาไว้ในนั้นแล้วเผาทิ้งเสีย


กลายเป็นว่าการตื่นแต่เช้าเพื่อเอาจดหมายไปเผาในเตาผิงกลายเป็นกิจวัตรประจำวันอย่างหนึ่งไปแล้ว


พักนี้มาเรียไม่ได้ส่งจดหมายมาอีก เธอเว้นระยะการส่งจดหมายไปค่อนข้างนานกว่าปกติ ทีแรกเลโอนึกโล่งใจที่ไม่เห็นจดหมาย แต่เมื่อย้อนกลับมาคิดดู บางทีอาจใกล้ถึงเวลาที่หญิงสาวจะกลับมาแล้ว เธอเลยไม่ได้ส่งจดหมายมาอีกเพราะกำลังวุ่นวายกับการเดินทางอยู่


ถึงรู้ว่าตราบใดที่มาเรียยังมีชีวิตอยู่ เธอจะกลับมาที่นี่ แต่เขาก็รู้สึกไม่ดีเท่าไร


เลโอเดินกลับขึ้นมาชั้นบนด้วยความกลุ้มใจ พอเห็นว่าเอริคยังคงหลับอยู่ สีหน้าของเด็กหนุ่มก็อ่อนลง เขาปีนขึ้นเตียงไปนั่งข้างๆ อีกฝ่าย


ก่อนจะเอื้อมมือตนเองสัมผัสเข้าที่ข้างแก้มเอริค


พริบตานั้นแสงสีฟ้าพลันทอประกายออกมาจากมือของเขา เด็กหนุ่มหรี่ตาลงพลางคลี่ยิ้มด้วยความพึงพอใจ ขณะที่พลังบางอย่างไหลเวียนเข้ามาในร่างกายอย่างต่อเนื่อง


เมื่อได้รับพลังจนพอใจแล้ว เขาถึงค่อยละมือออกมา สายตามองเอริคที่ยังคงหลับตาอยู่


หลังจากที่โดนมนุษย์ไล่ล่าและได้รับบาดเจ็บในวันนั้น เขาก็กระเสือกกระสนหนีจากแม่น้ำมาตามลำธาร  


จากนั้นเลโอถึงค้นพบว่าตนเองแทบจะสูญเสียพลังเวทไปโดยสิ้นเชิง


เพื่อให้สามารถคงอยู่ในรูปลักษณ์มนุษย์ได้ เลโอจึงตัดสินใจทำสัญญากับเอริคโดยที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นสัญญาคนละแบบกัน


สัญญานั้นเป็นสัญญาเกี่ยวกับการโอนถ่ายพลังให้แก่กันและกัน นั่นแปลว่าเลโอสามารถดึงพลังจากเอริคได้ตามใจชอบ และหากทำตามขั้นตอนนสัญญาจนเสร็จสมบูรณ์เขาก็จะสามารถถ่ายโอนพลังให้อีกฝ่ายได้


สองปีที่ผ่านมาเขาดูดพลังเอริคมาจนมากพอแล้วจนไม่จำเป็นต้องทำอีก ถึงอย่างนั้นเลโอก็ยังคงชอบเวลาที่พลังงานเอริคไหลเวียนในร่างเขาอยู่ดี เพราะอีกฝ่ายมีพลังค่อนข้างเข้มข้นและบริสุทธิ์มาก


พลังที่ยิ่งเข้มข้นและบริสุทธิ์นั่นเป็นตัวบ่งบอกว่าอีกฝ่ายเป็นคนดีมากแค่ไหน


แต่น่าแปลก พลังในร่างเอริคเข้มข้นก็จริง ขณะเดียวกันมันก็มีรสเฝื่อนอยู่ในนั้น ถึงพลังจะไม่มีรสชาติ แต่ทุกครั้งที่เลโอดึงพลังจากร่างของอีกฝ่ายมาใช้ เขาจะรู้สึกหนักอึ้งเหมือนมีอะไรบางอย่างกดทับอยู่


เหมือนพลังงานนั้นไม่ได้บริสุทธิ์ทีเดียว แต่มีอะไรบางอย่างปนเปื้อนอยู่ด้วย ซึ่งเขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร


เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เลโอก็นึกชื่นชมเอริคขึ้นมาหน่อยๆ


ปกติคนที่ถูกดูดพลังไปจนเกือบหมดจะมีความรู้สึกกระหายหรือมีอารมณ์ทางเพศสูง แต่เอริคดันเก็บอาการได้ดีจนน่าตกใจ แถมทำสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้หน้าตาเฉยอีกต่างหาก


เลโอหยิบหนังสือที่ถูกวางไว้บนชั้นขึ้นมาอ่าน เขานั่งอยู่ข้างเตียงโดยที่ยังคงลอบสังเกตปฏิกิริยาเอริคไปด้วย


ผ่านไปไม่นานนักเอริคก็สะดุ้งตื่น ใบหน้านั้นซีดเผือดลงเล็กน้อย ผิวที่ดูขาวซีดอยู่แล้วกลับยิ่งดูซีดขึ้นไปอีก อีกฝ่ายนั่งเหม่ออยู่อย่างนั้นสักพัก ก่อนสายตาจะจับจ้องมายังเขาที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้


“ตื่นนานหรือยัง?”


น้ำเสียงเอริคดูแหบแห้งกว่าปกติ


“สักพักเองครับ” เลโอปิดหนังสือแล้ววางบนโต๊ะ ก่อนจะโผเข้าไปกอดอีกฝ่ายแน่นเหมือนตอนที่ทำสมัยเด็ก ใบหน้าซบลงบนลาดไหล่อีกฝ่าย “ตัวของคุณอุ่นจัง”


ตอนนั้นเขาเห็นได้ชัดว่าใบหน้าของเอริคเห่อร้อนจนลามมาที่ใบหู


น่ารักจริงๆ เขาลอบยิ้ม นึกอยากจะจับอีกฝ่ายกอดรัดแน่นๆ ตอนนี้เอริคคงกำลังพยายามหักห้ามใจตนเองอยู่ไม่ให้มีอารมณ์ไปมากกว่านี้


อีกฝ่ายเบือนหน้าหนีเล็กน้อย ขณะที่เอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงสั่นกว่าปกติ


“บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเข้ามากอด” เอริคออกแรงผลักตัวเขาออก “ให้ตายเถอะ ก็รู้อยู่ว่าฉันไม่ชอบ ยังเข้ามากอดอยู่ได้”


เลโอหงอยลง แต่ก็ยอมปล่อยกอดอีกฝ่าย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ “ก็ตัวของคุณอุ่นนี่ ผมเลยชอบกอด”


ทีแรกเอริคเหมือนจะเอ่ยปากด่า แต่พอเห็นสีหน้าเขาก็นิ่งค้างไปเสียเฉยๆ แล้วปรับเป็นน้ำเสียงปกติแทน “นายอายุเท่าไรแล้ว”


เลโอเอียงคอ ก่อนตอบน้ำเสียงใส “ถ้านับตามโลกมนุษย์น่าจะสิบสอง”


คราวนี้สีหน้าเอริคดูอับจนอย่างบอกไม่ถูก เหมือนตอนแรกตั้งใจถามเพื่อหลอกด่าอ้อมๆ ว่า อายุขนาดนี้แล้วยังคิดไม่ได้อีก? แต่พอได้ยินอายุจากปากอีกฝ่าย ชายหนุ่มก็ถอนหายใจแล้วผลักเลโอออก “ทีหลังอย่ามากอดตอนฉันเพิ่งตื่น”


เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ ก่อนจะค่อยๆ ขยับถอยออกมา “คุณเอริค วันนี้มีธุระต้องออกไปข้างนอกอีกหรือเปล่าครับ”


ที่เขาถามแบบนี้เพราะพักหลังเอริคออกไปนอกบ้านบ่อยขึ้น แต่ทุกครั้งที่ไปอีกฝ่ายจะใส่ชุดหน้าตาแปลกๆ แบบที่เขาไม่เคยเห็นใครใส่มาก่อน


ชุดที่เอริคใส่ก่อนออกจากบ้านเป็นชุดผ้าคลุมยาวตั้งแต่ลำคอจนถึงข้อเท้า ที่ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอีกา ในขณะที่บนหัวสวมหมวกกว้าง และทุกครั้งที่อีกฝ่ายออกไปจะพกไม้เท้าไปด้วยเสมอ


ดูแล้วเหมือนชุดคอสตูมที่ใส่ไปงานเลี้ยงสังสรรอะไรทำนองนั้น หากไม่ติดที่ว่าชุดที่เอริคใส่ดำสนิททั้งตัว สภาพดูไม่เหมือนคนไปงานเลี้ยงสักนิด


เอริคหยุดคิดไปพักหนึ่ง “คงต้องไปล่ะมั้ง”


“ผมไปด้วยไม่ได้หรือครับ”


ก่อนหน้านี้เขาเคยพยายามขอตามไปด้วยหลายครั้งแล้ว แต่เอริคก็ปฏิเสธแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว


“มันอันตราย”


“ก็เพราะอันตรายผมถึงอยากไปด้วย”


เอริคถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย “ฉันแค่ไปทำงาน ไม่มีอะไรมาก”


ถึงว่า พักหลังมานี้เอริคดูรับงานน้อยลง เลโอสลดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ต้องให้ผมเตรียมอะไรให้หรือเปล่าครับ”


“ไปเตรียมสะระแหน่ การบูรกับกานพลูให้หน่อย” เอริคว่าพลางหันไปหยิบหนังสือสมุนไพรที่อยู่บนหัวเตียงแล้วยื่นให้เขา “แล้วก็ออกไปได้แล้ว ฉันจะไปล้างหน้า”


เลโอรับหนังสือนั้นมา เขาเปิดดูหาชื่อสมุนไพรกับหน้าตา ก่อนจะเดินไปหาในสวนนอกบ้านที่เอริคปลูกไว้ รวมถึงต้นไม้ที่อยู่บนชั้น โดยเปิดหนังสือเทียบดู


กว่าจะหาจนเจอ เลโอก็ได้กลิ่นอาหารลอยออกมาจากในห้องครัวแล้ว เขาเลยรีบเอาสมุนไพรไปให้อีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว


เอริคกวาดตามองในมือเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากชม “ดีมาก”


ทันทีที่พูดจบชายหนุ่มก็เอาสมุนไพรจากมือเขามาวางกองไว้บนโต๊ะ ก่อนจะฉีกจนเป็นเศษเล็กๆ แล้วยัดใส่เข้าไปด้านในจงอยของหน้ากากอีกา


เลโอใช้มีดหั่นชิ้นเนื้อกินขณะที่ลอบมองด้วยความสนใจ


“ใส่เข้าไปด้านในทำไมหรือครับ?”


“ไว้ป้องกันกลิ่นเหม็น”


แวบแรกเลโอยังงุนงงอยู่ว่าพืชพวกนั้นจะป้องกันกลิ่นเหม็นได้อย่างไร แต่พอคิดดูดีๆ แล้วถึงเข้าใจว่าสมุนไพรที่เขาเก็บมาเมื่อครู่ล้วนแต่เป็นพืชที่มีกลิ่นแรงทั้งหมดเลย


พอเอริคใส่เศษสมุนไพรทั้งหมดในจงอยเสร็จ อีกฝ่ายก็วางหัวอีกาลงกับโต๊ะ แล้วเลื่อนเก้าอี้ออกเพื่อนั่งลงพลางเริ่มกินอาหารในส่วนของตน


นั่งกินกันไปได้ไม่นาน เสียงอะไรบางอย่างก็ดังขึ้นจากที่หน้าประตู


เอริคเงี่ยหูฟัง พอมั่นใจว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงเคาะประตู เขาก็วางส้อมกับมีดลงบนจาน ก่อนจะเดินตรงไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว


เลโอมองตามแผ่นหลังของเอริค ขณะที่หัวใจเต้นแรงขึ้น มือกำเข้าหากันด้วยความกังวล


ดูเหมือนว่าเอริคจะไม่ใช่คนที่มีเพื่อนเยอะ ไม่มีใครมาเยี่ยมบ้านเอริคนานเกือบสองปีเห็นจะได้ คนที่มาเยี่ยมครั้งสุดท้ายคือมาเรีย


ฉะนั้นคนที่มาเคาะประตูมีโอกาสสูงว่าจะเป็นเธอ


เลโอเผาจดหมายที่มาเรียส่งมาทิ้งไปหมดแล้ว ดังนั้นหากหญิงสาวหลุดพูดถึงเรื่องในจดหมายขึ้นมา ทุกอย่างก็จบ


เด็กหนุ่มวางส้อมกับมีดในมือลงบนจาน ก่อนผุดลุกขึ้นไปนั่งบริเวณบันไดเพื่อแอบดูเรื่องราวที่เกิดขึ้นเงียบๆ


เอริคเปิดประตูด้วยท่าทีกระตือรือร้นผิดวิสัย เมื่อเห็นว่าคนที่มาไม่ผิดจากที่คาดเอาไว้ ชายหนุ่มก็คลี่ยิ้ม พลางกวาดตามองอีกฝ่าย


“สวัสดี ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”


“คำทักทายห่างเหินจัง” มาเรียหัวเราะ หน้าตาและร่างกายของเธอดูไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก วันนี้เธอใส่ชุดกระโปรงยาวสีน้ำตาล สิ่งที่เห็นได้ชัดคือจากที่ผมยาวถึงกลางหลังเหลือเพียงแค่ประบ่าเท่านั้น “เป็นยังไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า”


“สบายดี เธอล่ะ?”


“ที่ผ่านมาก็สบายดี” มาเรียยิ้มรับ ก่อนเปลี่ยนไปพูดถึงเรื่องอื่น “ปีนี้นายจะไปเยี่ยมเอมิลี่หรือเปล่า?”


เอริคเงียบไปครู่หนึ่ง ความรู้สึกหลากหลายฉายชัดอยู่บนนัยน์ตานั้น “ไปสิ ฉันไม่ได้ไปมาหลายปีแล้ว”


“ทำไมล่ะ?” มาเรียถามเสียงสูง นัยน์ตาสีฟ้าคู่นั้นเบิ่งกว้างขึ้นเล็กน้อย ท่าทางประหลาดใจมาก “ปกตินายไปทุกปีไม่ใช่หรือไง?”


“ไม่อยากให้เจ้าเด็กนั่นอยู่บ้านคนเดียว”


“เจ้าเด็กนั่น?” มาเรียทวนคำ ขณะที่เลโอเย็นวาบที่แผ่นหลัง เหงื่อซึมฝ่ามือจนเปียกชื้น


“มังกรตัวนั้นไง”


หญิงสาวงุนงงไปพักใหญ่ ก่อนจะร้อง “ฮะ” ออกมาแล้วเงียบไป


“ตกลงว่านายจะเลี้ยงจริงๆ หรือ” เธอถามย้ำ “ไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?”


เอริคเลิกคิ้วเล็กน้อย “ก็ไม่นี่”


มาเรียลอบมองเข้าไปในบ้านด้วยสายตาเป็นกังวล ถึงจะเห็นว่าอีกฝ่ายไม่อยู่ แต่เธอรู้สึกได้เลโออาจจะกำลังแอบฟัง ดังนั้นหญิงสาวเลยเลือกที่จะเงียบแทนที่จะพูดหรือถามอะไรออกไป


ดูเหมือนเอริคจะสังเกตได้ว่าเธอเงียบไปจนผิดวิสัยเลยตัดบทไปพูดถึงเรื่องอื่น


“ว่าแต่เธอแต่งงานแล้วหรือยัง?”


บทสนทนานี้ทำให้มาเรียเลิกสนใจเลโอโดยสิ้นเชิง หญิงสาวกะพริบตาก่อนจะหัวเราะแห้งๆ “ฉันไม่คิดจะแต่งงานน่ะ”


“เธออายุ18แล้วนะ” เอริคว่าด้วยน้ำเสียงเเหนื่อยๆ “แล้วมีคนที่ชอบหรือยังล่ะ?”


มาเรียคาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะถามแบบนี้เลยยืนอ้ำอึ้งไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาหลุบลงเล็กน้อย ไม่ยอมสบตากับเอริค ราวกับว่าไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้


ชายหนุ่มมองท่าทีของอีกฝ่าย แล้วถอนหายใจก่อนจะเปลี่ยนไปพูดถึงเรื่องอื่นแทน


“เข้ามาดื่มชาในบ้านก่อนเถอะ”


เอริคว่าพลางขยับตัวให้มาเรียเข้ามาด้านใน เมื่อหญิงสาวเข้ามา เธอก็ชะงักไปเล็กน้อยตอนที่เห็นเลโอนั่งอยู่ตรงบันได


เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น สบตาเธอด้วยสายตาเย็นชา ไม่พูดอะไรสักคำ แต่มาเรียแอบสะดุ้งวาบในใจไปแล้ว


เกือบไปแล้ว.. ถ้าพูดออกไปเมื่อกี้ มาเรียเหงื่อแตกพลางนึกขอบคุณลางสังหรณ์ของตัวเองอยู่ในใจ


พอเอริคเห็นว่าเลโอนั่งอยู่ที่บันไดก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย คงเพราะคาดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มจะนั่งอยู่ตรงนี้ ชายหนุ่มพยักพเยิดหน้าเล็กน้อย “เลโอ ไปชงชาให้หน่อย”


เด็กหนุ่มผุดลุกขึ้นไปชงชาให้ ขณะที่เอริคเลื่อนโต๊ะและจัดเก้าอี้ให้อีกฝ่าย


หญิงสาวนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม นัยน์ตากวาดมองไปรอบบ้านเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาลอยๆ แบบไม่มีต้นสายปลายทาง “ช่วงนี้นายดูมีความสุขขึ้นนะ”


“ก็ปกติ”


“เพราะหมอนั่นหรือ?”


เอริคเกือบจะนึกว่ามาเรียตัดพ้อ หากไม่เห็นสีหน้าสงสัยใคร่รู้แบบสุดๆ เขาถอนหายใจแล้วตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น


“ใช่”


มาเรียดูกระสับกระส่ายเล็กน้อย แต่ก็ดูโล่งใจด้วยเช่นกัน “ดีแล้ว อย่าปล่อยให้หมอนั่นทำสัญญาล่ะ”


“สัญญา?”


เอริคถามย้ำ คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยมีเรื่องทำนองนั้นเกิดขึ้น แต่เขานึกไม่ออก บางทีอาจจะแค่เคยได้ยินหรือเห็นผ่านตามาก่อน


“ใช่ ไม่ได้ทำก็ดีแล้ว” มาเรียเบาเสียงลงเรื่อยๆ ก่อนเอนหลังลงกับพนักผิง “แล้วก็ฉันมีของให้นายด้วย”


ชายหนุ่มมองหญิงสาวที่ค้นกระเป๋าครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงแล้วยื่นโปสการ์ดให้


เอริครับมาพลิกดู มันเป็นโปสการ์ดที่ถูกวาดขึ้นมาใหม่อย่างบรรจงและปราณีต ในนั้นเป็นรูปวิวทิวทัศน์ทั่วไปไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่ดูเหมือนว่ามาเรียจะจ้างคนวาดขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ


เขาวางโปสการ์ดอันนั้นไว้บนโต๊ะทำงาน พลางคลี่ยิ้มให้ “ขอบใจ”


ขณะนั้นเลโอก็เดินกลับมาพร้อมกับถาดใส่ถ้วยชา อีกฝ่ายวางถ้วยชาลงบนโต๊ะ ก่อนจะขยับถอยห่างออกไป


เอริคมองน้ำชาด้วยสายตาอ่านไม่ออก สายตาหรี่ลงราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง


มาเรียหยิบแก้วชาของตนขึ้นมา ขณะที่กำลังจะยกดื่ม เอริคก็จับเข้าที่ข้อมือของเธอเพื่อหยุดการกระทำนั้น ฉับพลันทุกอย่างนิ่งเงียบลงในพริบตา มาเรียกับเลโอมองการกระทำของเอริคด้วยสายตางุนงง


เอริคก้มมองน้ำชาที่อยู่ในถ้วยครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


“เลโอ” เอริคเรียกน้ำเสียงเนิบๆ “เก็บชา แล้วเอาไปทำใหม่”


เลโอกับมาเรียชะงักกึก หญิงสาวหยุดมือขณะวางถ้วยชาลงกับโต๊ะ “เกิดอะไรขึ้น?”


“ทำมาผิดสูตร” เอริคตอบหน้าตาย ขณะที่เลโอเดินกลับมาเก็บถ้วยน้ำชา ทั้งที่ยังคงดูงงๆ อยู่ “ปกติชาสมุนไพรใส่ดอกไม้ก็จริง แต่ไม่มีใครใส่ดอกไม้นั้นลงไป”


จบประโยคนั้น สีหน้าของเลโอก็เปลี่ยนไปในทันที


มาเรียเอียงคอมองเอริคด้วยความงุนงง ท่าทางดูไม่เข้าใจเหมือนเดิมแต่ก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร


เธอพอจำได้เลาๆ ว่าเดิมทีเอริคเป็นคนที่เคร่งครัดกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้มาก เช่น พวกน้ำชา หากต้มไม่ได้อุณหภูมิที่พอเหมาะ ชายหนุ่มก็จะเททิ้งแล้วต้มใหม่ ถึงใบชานั้นจะมีราคาแพงลิบลิ่วมากแค่ไหนก็ตาม


ส่วนเรื่องที่ควรจะเคร่งอย่างไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ดันไม่ไป


แรกๆ มาเรียยังไม่ค่อยชินกับวิธีคิดของอีกฝ่าย แต่นานๆ ไปเธอก็เริ่มชักจะชิน กับคนที่ผ่านโลกมาเยอะอย่างเอริคคงจะคิดอะไรบางอย่างอยู่ก่อนตัดสินใจอยู่แล้ว


ระหว่างที่รอเลโอไปต้มน้ำชาใหม่ พวกเขาก็คุยสัพเพเหระ นัดหมายกันว่าจะไปเยี่ยมเอมิลี่ ดูเหมือนว่าหลังจากที่เลโอถูกเอริคไล่ให้ไปต้มชาใหม่ อีกฝ่ายจะเงียบลงจนผิดสังเกต


ตลอดเวลานั้นเลโอดูมีสีหน้าที่ไม่ดีเท่าไรนัก


………………………….


…………….


รถม้าเคลื่อนที่โยกไหวไปตามก้อนกรวดบนพื้น เนื่องจากหนทางข้างหน้าค่อนข้างขรุขระและชัน รถจึงโคลงเคลงไปมา นั่งไม่ค่อยสบายเท่าไรนัก


บนรถม้ามีเพียงแค่เอริคกับเลโอเท่านั้น เพราะชายหนุ่มไม่อยากทิ้งอีกฝ่ายไว้อยู่บ้านคนเดียวจึงพามาด้วย และเพราะรถม้าคันหนึ่งนั่งได้มากสุดแค่สองที่ มาเรียจึงไปนั่งรถม้าอีกคันแทน


ตลอดเวลาที่นั่งมาพวกเขาไม่ได้คุยอะไรกัน บรรยากาศรอบตัวดูอึมครึมผิดปกติ เลโอเบือนหน้าหนีคล้ายกับไม่กล้าสบตา


เอริคหลับตาลง มองผ่านๆ เหมือนกับหลับไปแล้ว แต่ท่าทางไม่เหมือนกับคนที่กำลังนอนอยู่


ผ่านไปครู่หนึ่งชายหนุ่มถึงพึมพำขึ้นมา


“ไม่ชอบมาเรียขนาดนั้นเลยหรือ?”


เลโอละสายตาที่กำลังมองข้างทางมามองชายหนุ่มที่นั่งด้านข้าง


“ครับ?”


“เมื่อเช้านายใส่ดอกไม้ที่มีพิษลงไปในนั้น” เอริคว่าด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเหมือนกำลังเล่าเรื่อง “ฉลาดนี่ ใส่ดอกไม้มีพิษลงไปในชาที่ผสมดอกไม้”


“คุณพูดเรื่องอะไร..”


“นายก็รู้”


เลโอหลับตาลง ก่อนจะถอนหายใจเมื่อรู้ว่าแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจต่อไป ก็ไม่มีประโยชน์อะไรขึ้นมา


“คุณรู้ได้ยังไง?”


“กลิ่นดอกไม้” เอริคว่าขณะที่ลืมตาขึ้น ก่อนจะขยับตัวนั่งดีๆ หันมามองใบหน้าเลโอเป็นครั้งแรกตลอดทางที่นั่งมาด้วยกัน “มีอะไรจะแก้ตัวไหม?”


ถึงเอริคจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เลโอกลับรู้สึกได้ถึงความโกรธขึ้งอย่างชัดเจน บางทีอีกฝ่ายคงพุ่งเข้ามาชกหน้าเขาแล้ว หากไม่ติดว่ากำลังรอฟังเหตุผลอยู่


เด็กหนุ่มกลั้นใจ เขาไม่เคยเห็นเอริคโกรธมาก่อน ถึงที่ผ่านมาอีกฝ่ายจะชอบด่า พูดจาตรงไปตรงมาอย่างไม่อ้อมค้อม แต่ก็ไม่เคยเป็นแบบนี้


“ผม..ไม่เข้าใจ”


เอริคเงียบ ท่าทางเหมือนกำลังรอให้เขาพูดจนจบ


“ผมไม่ชอบให้คุณอยู่ใกล้คุณมาเรียเลย” เลโอว่าน้ำเสียงแผ่ว “ผมรู้สึกเหมือนคุณมาเรียจะแย่งคุณไปจากผม”


สีหน้าชายหนุ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากที่เรียบเฉยเหมือนจะไม่เข้าใจแทน ส่วนหนึ่งเพราะไม่คาดคิดว่าเลโอจะพูดแบบนี้ด้วย “หา?”


เลโอยังคงพูดต่อ ไม่สนใจท่าทางเอริค


“ผมเลยอยากทำให้คุณมาเรียหายไป” เลโอว่า “คุณจะได้อยู่กับผมคนเดียว”


เอริครีบยกมือขึ้นมาห้ามราวกับกลัวว่าเขาจะพูดมากไปกว่านี้ “เข้าใจล่ะ นายชอบฉันนี่เอง”


“ผมชอบคุณอยู่แล้ว”


“ไม่ใช่..” เอริคกัดฟัน ในหัวพยายามสรรหาคำมาอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง “หมายถึงชอบในความหมายเชิงรักใคร่”


เลโอเอียงคอ “ต่างกันยังไงครับ?”


“เชิงรักใคร่หมายถึงนายอยากมีลูก อยากสร้างครอบครัวด้วยกับคนที่ชอบ”


“แต่คุณมีลูกไม่ได้”


เอริคแทบจะสำลักกับประโยคนั้น เขาเกือบหลุดขำออกมา ติดแต่ที่ยังเกรงใจนัยน์ตาใสซื่อนั่นอยู่ “ไม่จำเป็นต้องเป็นเพศตรงข้าม จะเป็นเพศเดียวกันก็ได้ นายอยากจะอยู่กับคนที่ชอบ อยากสัมผัสร่างกายเขา ความรักก็เป็นประมาณนั้น”


“เขาทำอะไรกับคนที่รักบ้างครับ?”


ชายหนุ่มหยุดคิดไปครู่ใหญ่ “จูบ กอด แล้วก็มีเพศสัมพันธ์ด้วย”


“ปกติก่อนนอนคุณก็จูบผม”


“จูบราตรีสวัสดิ์กับจูบที่ปากไม่เหมือนกัน”


เลโอเอียงคอ ท่าทางราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง มือทั้งสองข้างคว้าไหล่ของเอริคเอาไว้แน่น ขณะที่ชายหนุ่มกำลังงุนงงว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร เขาก็โน้มหน้าเข้าไปใกล้


แล้วกดจูบลงบนริมฝีปากนั้น


ริมฝีปากของเอริคนุ่มกว่าที่เขาคิด ไม่ได้แห้งกร้านหรือหยาบกระด้างเลย เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากล่างของอีกฝ่าย พลางสอดแทรกลิ้นเข้าไปด้านในโพรงปาก เลียตามไรฟันก่อนวกกลับมาหยอกล้อกับลิ้นของชายหนุ่ม


เอริคแข็งเป็นหินไปแล้ว นัยน์ตาสีมรกตเบิ่งกว้าง ก่อนออกแรงผลักเลโอให้ถอยห่างออกไป มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเช็ดที่ริมฝีปากลวกๆ


“ไอ้เด็กเวร” เอริคสบถ นานครั้งจะได้เห็นอีกฝ่ายหลุดพูดคำหยาบ “ทำบ้าอะไรของนายวะ”


“คุณบอกว่าปกติมนุษย์จูบกับคนที่ชอบ”


“เออ แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ชอบกลับ นายก็ไม่มีสิทธิ์จูบ” เอริคว่า ทั้งๆ ที่หน้ายังคงแดงก่ำ ไม่แน่ใจว่าเพราะอาย โกรธหรือหายใจไม่ทัน “โอ๊ย ให้ตายเถอะ”


“คุณโกรธผมหรือครับ” เลโอว่าก่อนจะขยับเข้าไปกอดอีกฝ่ายอย่างเอาใจ สีหน้านั้นดูเหงาหงอยลงเล็กน้อย “ขอโทษครับ”


เอริคตั้งใจว่าจะด่ามากกว่านี้ แต่พอเห็นสีหน้าของเจ้าเด็กนี่ก็ด่าไม่ลงอีกแล้ว เขาโบกมือก่อนจะพ่นลมหายใจด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย “เออ ช่างเถอะ นายไม่รู้นี่”


เลโอดูจะดีใจมากที่เขาไม่โกรธ เอริคเมินท่าทีนั้น พิงใบหน้ากับหน้าต่างก่อนจะหลับตาลง


แย่จริง


ไม่รู้ว่าเพราะไม่ได้ถูกใครแตะต้องตัวมานานหรือเปล่า พอถูกเลโอรุกเข้าหารวมถึงจูบเมื่อครู่ ความปรารถนาทำให้ส่วนอ่อนไหวมีอารมณ์ขึ้นมาเล็กน้อย


อยากจูบมากกว่านี้ เอริคคิดได้แค่นั้นก็กัดปากตนเอง พยายามยับยั้งไม่ให้อารมณ์เพิ่มทวีคูณด้วยการอยู่นิ่งๆ ไม่เคลื่อนไหวและไม่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ไปมากกว่านี้


แค่ความรู้สึกที่ว่ามีอารมณ์เพราะจูบครั้งเดียว เอริคก็หดหู่จนอยากแทรกแผ่นดินหนีแล้ว เลวร้ายกว่านั้นคือใบหน้าของเขาดันแดงซ่านแถมหัวใจยังเต้นถี่แรงขึ้นอย่างไร้สายปลายเหตุอีกต่างหาก


------------------


*สมัยก่อนคนแต่งงานกันที่อายุประมาณ 14 - 25ค่ะ ใครอายุ25แปลว่าขึ้นคานชัวร์ๆ 5555555 ยินดีด้วยที่สมัยนั้นไม่มีกฏหมายพรากผู้เยาว์ ไม่อย่างนั้นเอริคโดนโยนเข้าคุกแน่ๆ



[Talk]


อิเลโออออ!!


เขียนตอนนี้แล้วอยากสบถใส่เลโอมากค่ะ แบบนังนี่มันร้าย




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.516K ครั้ง

52 ความคิดเห็น

  1. #1446 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 18:49
    ร้ายมากเลโอ ร้ายมาก
    #1446
    0
  2. #1426 Jkangaboo (@Jkangaboo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 23:57
    การที่ไม่อยากให้แย่งเอริคไปมันตีความได้หลายแง่นะคะ มีหลายกรณีที่น้องสาวหวงพี่ชาย พี่ชาย/น้องชายหวงพี่สาว/น้องสาว แต่การหวงที่ว่าไม่ได้เป็นความรักใคร่ค่ะ
    #1426
    0
  3. #1358 polypoll (@ployciel) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:52
    เนียนแน่ๆ แกล้งทำเป็นใสแน่ๆ
    #1358
    0
  4. #1339 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:51
    นี่คือสาเหตุที่เอริคชอบฝันเปียกบ่อยๆเลโอแกก็ร้ายหน้าซื่อตาใส
    #1339
    0
  5. #1338 pommys (@pommys) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:48
    นี่คือสาเหตุที่เอริคชอบฝันเปียกบ่อยๆ
    #1338
    0
  6. #1326 Zomjing (@Zomjing) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:33
    ร้ายได้หน้าใสตาซื่อจริงๆ
    #1326
    0
  7. #1315 IBTBMEDSTD (@WanttobeMedst) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:27
    ไม่เคยเห็นนิยายเรื่องไหนที่พระเอกมีความน้องขนาดนี้ แงงงงง ชอบบง
    #1315
    0
  8. #1301 NJChokdee (@NJChokdee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:43
    จูบบบบ
    #1301
    0
  9. #1210 Som O Usanee (@pomelo8063) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 มกราคม 2562 / 03:06
    แหมมมมม เลโอ ไม่เนียนว้อยยยยยย แล้วเอริคอะ เด็กมันน่ากินก็ยอมรับมาาาา
    #1210
    0
  10. #1176 kiki3k (@PareWaPkh) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 19:55
    ไม่เนียนๆๆนว้องงง
    #1176
    0
  11. #1094 maybee23 (@mmmmay2311) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:44
    แกรู้เลโอ อย่าแอ๊บใสนะ5555
    #1094
    0
  12. #1084 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 10:38
    แกเนียนว่าไม่รู้ใช่มั้ยห๊ะ สกิลลิ้นของแกมันบ่งบอกชัดเจนเลย!
    #1084
    0
  13. #997 PanthronY (@pansmile) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 11:32
    ร้ายยยย นังเด็กนี่มันร้ายยย
    #997
    0
  14. #921 peangploy (@hoshiworld) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 05:23
    โอ๊ย อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำจริงๆ อยากส่งจดหมายไปถามมาเรียให้รู้แล้วรู้รอดว่าเลโอเป็นอะไรกันแน่
    #921
    0
  15. #754 Xialyu (@Xialyu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 19:21
    แหมมมมมมมม
    #754
    0
  16. #679 TAT47 (@TAT47) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 09:52
    หนีมั้ยคะ---- อั่ก!
    #679
    0
  17. วันที่ 2 มกราคม 2562 / 15:43
    นังนี่มันร้าย
    #644
    0
  18. #639 PiyaaRr (@PiyaaRr) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 15:17
    ความยันของเลโอเพิ่มขึ้นมาเรื่อยเลย
    #639
    0
  19. #480 Glass (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 11:41

    ดีนะเราอายุ24 เเต่เสียดายอีกไม่ถึง9เดือนจะ25แล้ว

    มองขึ้นไปบนฟ้าแล้วเห็นคานรออยู่

    #480
    0
  20. #465 PakkardYimcheng (@pk-yimcheng) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 22:08
    อ่านแล้วเริ่มสับสน ตกลงเลโอไม่รู้จริงหรือนางเนียนไม่รู้กันแน่
    #465
    0
  21. #446 The Kingz (@kitar28) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 15:14
    เอิ่ม นี่ใช่เอา ดอกไฮเรนเยียมาต้มเป็นชาเรอะ!
    #446
    0
  22. #415 sweetside (@passawee-17) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 23:28
    เด็กนี่มันร้ายค่ะแม่ ร้ายมาก แกมันตัวร้ายยย
    #415
    0
  23. #394 jiyg (@pannos) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 15:22
    เอาล้าว ชี้โพรงให้กระรอกซะงั้น พลาดเข้าแบบเต็มเปาเลยงานนี้
    #394
    0
  24. #321 ku_ro (@ku_ro) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 00:47
    ตายเเล้วววว ชี้โพรงให้กระรอกเสียจีงง ไม่ว่าน้องมังกรจะอายุเยอะมาจากไหน เอริคน่าจะเเก่กว่า5555
    #321
    0
  25. #318 Hisaki Ukinamae (@oami1139) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 08:17
    ปกติเขาจะพดกันว่าโคแก่กินหญ้าอ่อนแต่อันนี้โคอ่อนกินหญ้าแก่555+
    #318
    0