ข้าคือเหมยหลิน..บุรุษผู้อาภัพที่สุดในยุทธภพ![YAOI]

ตอนที่ 14 : ทิศที่ ๑๓ สี่ปีต่อมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,181
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    16 พ.ค. 62

ทิศที่ ๑๓ เวลาผันผ่าน









   เด็กหนุ่มอายุราวสิบหกปียืนรับแสงแดดอยู่หน้าประตูเมือง ตาเรียวสีทองดุจเหยี่ยวรับกับในหน้างดงาม ริมฝีปากยกยิ้มมองไปยังเมืองที่จากมานานหลายปีแต่ยังคงเหมือนเดิม

   เขายืนนิ่งๆ แต่ในใจตื่นเต้นจนหัวใจแทบกระเด็นออกมา ข้ากลับมาแล้ว...กลับมาแล้วจริงๆ... นึกภาพใบหน้าของชายคนรักที่พบกันครั้งล่าสุดเมื่อหลายปีก่อนแล้วหัวใจก็พองโต

   เหมยหลินเดินไปที่ประตูเมือง ยิ้มทักทายทหารยามที่เฝ้าหน้าประตูจนพวกเขาเหม่อลอยแล้วถือโอกาสเดินผ่านเข้าไปโดยไม่ได้รับการตรวจสอบ เขามองอาคารบ้านเรือนคุ้นตาที่แทบไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย

   ร้านค้าข้างทองยังคงคึกคักเช่นเคย เขาชะงักเท้าเมื่อเห็นกระจกที่วางอยู่บนชั้น เดินเข้าไปด้านในแล้วควักเงินที่มีอยู่เพียงน้อยนิดซื้อมันมา ร่างบางยิ้มอย่างร่าเริงระหว่างเดินไปริมแม่น้ำ

   เขาหยิบกระจกขอบไม้ราคาแพงที่ซื้อมาส่อง ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากเด็กสาวน่ารักไปเป็นสาวสวย ให้ตายเถอะ! อุตส่าห์หวังว่าพอโตมาแล้วจะหล่อเหลา แต่ดันคล้ายสตรีมากกว่าเดิมเสียนี่กระไร

   เขาได้แต่ปลงกับใบหน้าของตัวเอง ลูบแก้มนุ่มนิ่มแล้วยืดมันจนเจ็บเอง นึกถึงความแตกต่างที่เปลี่ยนไปค่อนข้างมากแล้วถอนหายใจ "ให้ตายเถอะ หน้าตาข้าเปลี่ยนไปเช่นนี้เขาจะจำข้าได้ไหมเนี่ย..."

   เลื่อนมือไปถึงตุ้มหูสีเงินก็หลุดยิ้มออกมา "...ต้องจำได้สิ ข้ายังมีเจ้านี่อยู่เลย" ตุ้มหูเก่าๆที่เขาเคยรีดเงินอีกคนซื้อมาแล้วแบ่งกันคนละข้าง ตอนนี้กลายเป็นเครื่องยืนยันตัวตนสำหรับเขาไปแล้ว

   เหมยหลินยืดตัวขึ้น เก็บกระจกไม้ราคาแพงใส่กระเป๋าแล้วเดินตรงไปทางวังเหวินอ๋อง สภาพวังยังเหมือนเมื่อสี่ปีก่อนไม่มีผิด ทหารยามเฝ้าประตูวังก็ยังเป็นคนเดิมๆ เหมยหลินย่องไปหลังวัง ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะสามารถข้ามกำแพงไปโดยที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะใช้เส้นทางเดิม

   เหมือนว่าเวรทหารรักษาความปลอดภัยจะหนาแน่นกว่าเมื่อก่อน เหมยหลินรออยู่นานกว่าทหารที่เฝ้าหลังวังจะผลัดเปลี่ยนเวร เขาใช้โอกาสที่ทหารคนนั้นกำลังเดินไปเข้าไปที่กำแพง

   "อิฐก้อนไหนกันนะ...ก้อนใหญ่ๆที่อยู่ตรง...นี้!"

   เหมยหลินเลื่อนมือดันอิฐก้อนนั้น แต่ทำอย่างไรมันก็ดันไม่ออก บางทีอาจไม่ใช่ก้อนนี้? เวลาผ่านไปตั้งสี่ปีข้าอาจจำผิด เขาพยักหน้าให้ตัวเองแล้วมองหาจุดอื่น แต่สายตาเขาก็พลันสังเกตุเห็นบางอย่าง

   "นั่นใคร!"

   ทหารที่ผลัดเวรยามกับคนก่อนหน้าเดินมาเจอเขาที่กำลังทำลับๆล่อๆอยู่ที่กำแพงเมือง เหมยหลินสะดุ้ง เขามัวแต่หาทางเข้าไปจนไม่ได้สังเกตุทหารคนนี้เลยจนอีกฝ่ายเข้ามาประชิดตัว

   เขาใช้กระจกไม้ที่เพิ่งซื้อมาสะท้อนแสงอาทิตย์ใส่หน้าทหารคนนั้นได้อย่างพอดิบพอดี เหมยหลินใช้โอกาสนั้นหนีออกมา ทหารหนุ่มที่ถูกแสงทำให้ตาพร่ามัวตวัดดาบไปยังจุดที่เขาเคยอยู่ โชคดีที่เหมยหลินกระโดดออกมาก่อนแล้ว แต่กระจกในมือก็ถูกปัดตกไปเสียอย่างนั้น

   เขามองกระจกนั่นด้วยความเสียดาย มันตกลงบนก้อนหินบนพื้นจนเกิดรอยร้าว เขาวกกลับไปหยิบกระจกแล้วจึงวิ่งจากไป ซื้อมาตั้งแพงใช้ไปแค่สองครั้งเอง ต้องใช้ให้คุ้มกว่านี้แล้วค่อยพังสิ

   ทหารยามเงยหน้าขึ้นมอง คนที่เคยยืนอยู่เมื่อครู่หายไปอย่างไร้ร่องรอย มีเศษกระจกเล็กๆบนพื้นเป็นหลักฐานการมีตัวตนเมื่อครู่ เขาไม่อาจเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นได้ แต่กลับจดจำกระจกพกกรอบไม้นั้นได้ขึ้นใจ เจ้ากระจกบัดซบ!

   ทางด้านเหมยหลิน เขากำลังนั่งมองกระจกในมือที่อุตส่าห์ควักเงินอันน้อยนิดในกระเป๋าซื้อมา รอยร้าวพาดเฉียงกลางใบหน้าเขาในกระจก เขาถอนหายใจแล้วเก็บมันใส่กระเป๋า

   เหมยหลินเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมเดิมเมื่อสี่ปีก่อน เสี่ยวเอ้อยังเป็นคนเดิมที่ยืนเช็ดเครื่องปั้นดินเผา และเถ้าแก่โรงเตี๊ยมผู้ไม่เคยเสนอหน้าออกมาเลย เหมยหลินนึกสงสัยจึงถามเขาไป

   "นี่ๆ ข้าอยากรู้ว่าเถ้าแก่ที่นี่เป็นใคร"

   "เถ้าแก่?" อีกคนเงยหน้าขึ้น เขาเลื่อนถ้วยชามาให้เหมยหลิน เหมยหลินพยักหน้ายกชาขึ้นจิบ ก่อนที่จะเผลอพ่นมันใส่หน้าอีกคนเมื่อได้ยินประโยคถัดมา "ถ้าหมายถึงเจ้าของที่นี่ ก็ข้านี่แหละ"

   "แค่กๆ เจ้าว่ากระไรนะ?"

   "ก็ข้าไง เถ้าแก่ที่เจ้าว่า"

   เขาหยิบผ้าขึ้นมาเช็ดหน้าของตน พูดต่อหน้าตาเฉย ส่วนเหมยหลินนั้นกำลังอึ้งกับความจริงที่ว่า คนที่เขาเข้าใจว่าเป็นเสี่ยวเอ้อมาตลอด แท้จริงแล้วเป็นเถ้าแก่ของที่นี่

   "เดี๋ยวนะ ถ้าเจ้าเป็นเถ้าแก่ แล้วเสี่ยวเอ้อล่ะ?"

   "...ก็ข้าอีกนั่นแหละ"

   "คนทำอาหาร?"

   "..ข้า"

   "ไม่มีลูกจ้างอะไรสักคนเลยหรือไง!?"

   เหมือนคำพูดของเขาจะไปสะกิดเรื่องอะไรบางอย่างของอีกคนเข้า เขากำมือแน่นกัดฟันเอ่ย "ลูกจ้างหน้าโง่แบบนั้นน่ะ ไม่มีเลยซะยังดีกว่า"

   เหมยหลินหัวเราะแห้ง ดูเหมือนว่าเขาจะมีเรื่องที่น่าประทับใจกับลูกจ้างคนก่อนหน้าสินะ "ช่างเถอะ เติมชาหน่อยสิ" เขายื่นถ้วยชาให้พร้อมรอยยิ้ม

   "เจ้ามีเงินพอจ่ายรึไง"

   "..."

   "แค่ค่าห้องที่เช่าคืนเดียวเมื่อครู่ก็ทำกระเป๋าแฟบแล้วนี่"

   เหมยหลินหน้าเจื่อนยิ้มค้าง เขาคลำถุงเงินที่ห้อยอยู่ข้างเอว แฟบจริงๆด้วย แฟบแบบไม่เหลืออะไรอยู่ด้านในเลย

   เสี่ยวเอ้อดูเวทนาเขาเต็มทน อีกฝ่ายรินชาให้เขาแล้วส่งสายตา '...เสียใจด้วยนะ ข้าล่ะสมเพชเจ้าจริงๆ' เลื่อนแก้วชาใบเดิมส่งให้เขาดื่ม เหมยหลินยกขึ้นมาดื่มพลางคิดในใจถึงสิ่งที่เห็นก่อนหน้า

...อิฐก้อนนั้น เขาไม่ได้จำผิดไป แต่มันถูกฉาบปูนทำให้เลื่อนไม่ออก

   เขาไม่เข้าใจเลย หลงหวางจะปิดช่องอิฐนั่นทำไมกัน บางทีอาจมีคนพยายามลอบเข้าวังทางนั้น? นั่นก็มีส่วนเป็นไปได้ เขาเป็นถึงอ๋องไม่แปลกที่จะมีคนหมายเอาชีวิต บางทีเขาอาจจะคิดมากไป

   แต่วันนี้เขาอดไปเยี่ยมหวางเกอเลย ไว้เดี๋ยวดึกๆค่อยแวะไปอีกรอบแล้วกัน ตอนนี้ขอหาอะไรกินก่อน ตั้งแต่มาถึงนี่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเขาเลย และเสี่ยวเอ้อผู้ใจบุญก็เลี้ยงอาหารเขามื้อนี้ด้วยความสมเพชเวทนา

   ตกดึก เหมยหลินเปิดบานหน้าต่างออก แสงไฟในเมืองยังคงคึกคักเช่นเคย ผู้คนด้านล่างเดินเข้าออกร้านรวงต่างๆที่เปิดยามดึกโดยที่ไม่ได้สนใจเงาดำที่กระโดดไปตามหลังคาเลย

   เหมยหลินหยุดยืนบนยอดหอที่เขาจำได้ว่าเป็นหอนางโลมของที่นี่ มันถูกสร้างให้สูงเพียงเพื่อจะให้ลูกค้ากระเป๋าหนักจองห้องนี้ในราคาสูงลิบลิ่ว และด้วยเหตุผลโง่ๆนั่นทำให้ตึกนี่กลายเป็นหอที่สูงที่สุดในเมือง

   เหมยหลินมองไปยังวังเหวินอ๋องซึ่งยังคงมีทหารยามหนาแน่นเช่นตอนกลางวัน เหมยหลินเบือนสายตาไปยังต้นไม้ใหญ่ข้างกำแพงวัง บางทีอาจปีนผ่านทางนั้นไปได้?

   แน่นอนถ้าเป็นตอนกลางวันเขาไม่คิดจะทำอะไรแบบนั้นแน่ แต่นี่ฟ้ามืดแล้ว ถึงมองขึ้นมาบนต้นไม้ก็ไม่เห็นอะไรนอกจากเงาดำของต้นไม้

   เหมยหลินโดดลงจากยอดหอโคมแดง เหยียบหลังคาด้านล่างจนกระเบื้องหลุดไหลลงไปข้างล่าง นึกขอโทษใครก็ตามที่โชคร้ายโดนมันหล่นใส่แล้ววิ่งต่อ พอเริ่มใกล้ถึงวังก็ลดความเร็วลง ตัดสินใจลงไปใช้เส้นทางในซอกตึกแทน

   เขาวิ่งตามซอกซอยที่ไม่คุ้นนัก เจอทางตันหลายครั้งกว่าจะหาทางออกเจอ ทหารยามที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีสองคน คนหนึ่งยืนอยู่แถวโคนต้นไม้ และแกคนที่ยืนเยื้องห่างออกไปอีกหลายจั้ง*

[*1 จั้ง = 3.3 เมตร]

   เหมยหลินผลักลังไม้ข้างกายจนมันล้มลงไปกองระเนระนาดที่พื้น เสียงลังกระแทกพื้นดังพอที่จะเรียกความสนใจจากทหารยามแม้เพียงชั่วครู่ เหมยหลินใช้โอกาสนั้นโดดขึ้นต้นไม้เมื่อทหารที่โคนต้นละสายตาไปอย่างพอดิบพอดี

   "เมื่อกี้เสียงอะไร"

   "ลังไม้ร่วง คนงานคงจะวางไม่ดี ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง"

   "งั้นเหรอ..." ลังไม้พวกนั้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยสุดๆ ไม่มีทางที่พวกมันจะร่วงลงมาเองได้ เว้นแต่ว่า...

   เขาเงยหน้าขึ้นมองต้นไม้ใหญ่ ใบไม้ของมันโบกสะบัดไปตามแรงลม แสงจันทร์ยามค่ำคืนนั้นไม่สว่างพอที่จะทำให้สีสันของใบไม้นั้นได้เฉิดฉาย พวกมันดำมืดจนมองไม่เห็นความเคลื่อนไหวอื่นเลย

   ทหารยามหนุ่มถอนสายตากลับมา...หวังว่าจะไม่ใช่เจ้าเด็กกระจกนั่นหรอกนะ

   ทางด้านเหมยหลิน ร่างบางเดินยืดอกอย่างสบายใจในรั้ววังเหวินอ๋อง ด้านในมีทหารยามตรวจตราน้อยกว่าด้านนอกมากนัก นานๆทีถึงจะมีโผล่มาให้เขาหลบเล่นสักคน ส่วนหนึ่งคงเพราะเชื่อว่าน้อยคนจะสามารถลอบเข้ามาได้ และอีกส่วน...

...ก็เพราะเชื่อว่าองครักษ์จะสามารถปกป้องท่านอ๋องได้อย่างดีเยี่ยม

   เหมยหลินเอี้ยวตัวหลบกระบี่ที่ถูกโยนมาจากด้านบน เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมันในขณะที่กระบี่เล่มนั้นค่อยๆลอยกลับขึ้นไปด้านบน

   บุรุษร่างสูงในชุดคลุมสีเหลืองทองที่ถูกคลุมแบบลวกๆ เสื้อตัวในสีขาวยังสามารถมองเห็นได้เพราะอีกฝ่ายไม่ได้ใส่เสื้อตัวกลาง เขาคว้ากระบี่ที่ลอยขึ้นไปแล้วกระโดดลงมายืนตรงหน้าเหมยหลิน

   "ใครส่งเจ้ามา ต้องการอะ..." เขาชะงักเมื่อเห็นใบหน้าของเหมยหลิน และเหมยหลินเองก็ชะงักเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเช่นกัน

   "จ..เจ้า!"

   "ท่าน!" จิ้นเฟยอู่ เจ้าหนุ่มขย่มคานไม้ในงานฉลองเมื่อสี่ปีก่อนนี่! ไม่ยักรู้ว่าเป็นองครักษ์ด้วย




   ไหนใครจำพ่อหนุ่มขย่มคานไม้ได้ไหมเอ่ย จำได้ก็ยินดีกับนางด้วย แต่ถ้าจำไม่ได้ก็ช่างหัวมันเถอะ จริงๆอีสก็ยังจำนางไม่ได้จนถึงตอนที่ย้อนไปอ่านเพราะจะเก็บข้อมูลเก่าๆนี่แหละค่ะ5555

   คิดไปคิดมาตอนพิเศษฝั่งหวางเกอพับเก็บไปก่อนดีกว่า เดี๋ยวมันจะสปอยเนื้อเรื่องมากไปไม่ดีๆ//ทำหน้าจริงจัง

   ปั่นให้ทันต้นเดือนพฤษภา นี่ไง ไม่เกินครึ่งแรกของเดือน--ค่อกแค่กๆ ยังเหลืออีกตอนที่ยังไม่ได้เข็นออกมา หรือจะปล่อยค้างๆไว้แบบนี้ก่อนดีนะ เริ่มขี้เกียจแล้วสิ

   ตอนนี้สั้นไปหน่อย เดี๋ยวตอนหน้าจะเอายาวๆจุใจไปเลยค่ะ แต่อาจจะช้านิดหน่อยล่ะมั้ง...?
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #122 kamonwanss (@kamonwanss) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 20:56

    คิดถึงไรท์

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-03.png

    #122
    0
  2. #106 THANAPORN'BOA (@THoChoi) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 16:59
    จะดราใช่ไหมเนี่ยแง้้้้้(ร้องไห้รอเลย)
    #106
    0
  3. #105 N-Numwan29 (@N-Numwan29) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 22:36
    รอนะคะไรท์T-Tอยากเห็นรีแอ็คชั่นตอนที่หวางเกอเจอน้องแล้วว ตอนหน้าขอยาวๆเลยน้าา*0*
    #105
    0
  4. #104 KINGICEROSE (@Prolapas) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 16:29
    พระเอกค่าตัวแพงจัง
    #104
    0
  5. #103 Aimarea (@Aimarea) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 08:33
    เจอตัวประกอบแทนพระเอกซะงั้น~
    #103
    0
  6. #102 montax (@montax) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 07:40
    อยากให้เจอพระเอกเร็วๆจัง
    #102
    0
  7. #101 got-pink (@got-pink) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 06:22
    หนูโตไปกี่ปีหน้าก็ไม่เปลี่ยนหรอกลูก
    #101
    0
  8. #100 C-Chinemon (@C-Chinemon) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2562 / 05:32
    อืม...ไม่เจอหวางเกอก่อนเจอตัวประกอบล่ะ'_';;
    #100
    0