ภาพที่ 1: ระบบทางเดินอาหารเริ่มจากปาก, หลอดอาหาร (สีจาง), กระเพาะอาหาร (สีเข้ม), ลำไส้เล็ก (สีจาง), ลำไส้ใหญ่-ไส้ตรง-ทวารหนัก (สีเข้ม) > Thank [ nytimes ]
บริเวณ เชื่อมต่อระหว่างหลอดอาหารกับกระเพาะอาหารจะมีระบบวาล์ว หูรูด หรือลิ้น (valve) ที่ยอมให้ของแข็ง ของเหลว และแก๊สไหลลงได้ และไหลขึ้นหรือย้อนกลับไม่ได้ ยกเว้นเวลาเรอ... จะยอมให้แก๊สไหลขึ้นได้
...
ระบบหูรูดหรือวาล์ว (ลิ้น) ของคนส่วนใหญ่แข็งแรง กันอาหาร น้ำ กรด และน้ำย่อยไม่ให้ไหลกลับจากกระเพาะอาหารไปยังหลอดอาหารได้
ระบบหูรูดหรือวาล์ว (ลิ้น) ที่เป็นนางเอกหรือพระเอกในเรื่องนี้ คือ หูรูดส่วนล่างของหลอดอาหาร
...

ระบบหูรูด หรือวาล์วของคนส่วนน้อยไม่แข็งแรง เกิดโรคกรดไหลย้อน ทำให้กรด อาหาร น้ำ และน้ำย่อยไหลกลับได้ และบางคนอาจจะแย่กว่านั้น คือ มีน้ำดี ซึ่งปกติจะอยู่ในลำไส้เล็ก ไหลย้อนขึ้นด้วย
...
ภาพที่ 2: ระบบทางเดินอาหาร-ทางเดินหายใจจากจมูก-ปาก มีทางร่วมบริเวณลำคอ หลังจากนั้นจะแยกเป็น 2 ทาง ด้านหน้าเป็นกล่องเสียง (larynx), หลอดลม (trachea); ด้านหลังเป็นหลอดอาหาร (esophagus), กระเพาะอาหาร (stomach), และลำไส้เล็กตามลำดับ > Thank [ cityallergy ]
ภาวะกรดไหลย้อนอาจทำให้กรดหรือน้ำย่อยตกไปในกล่องเสียง ทำให้เสียงแหบ หรือไอเรื้อรังได้
...
กระเพาะอาหาร มีหูรูดขาออก (pyloric sphinctor) ซึ่งปกติจะยอมให้อาหาร น้ำ กรด และน้ำย่อยในกระเพาะอาหารผ่านไปยังลำไส้เล็กได้ แต่ไม่ยอมให้น้ำดี น้ำย่อย อาหาร และน้ำในลำไส้เล็กไหลย้อนกลับ
ถ้าหูรูดขาออกทำงานได้ไม่ดี ทำให้น้ำดีไหลย้อนกลับไปในกระเพาะอาหารมากพอ อาจทำให้กระเพาะอาหารอักเสบ เป็นแผลได้
...

ถ้าน้ำดีไหลย้อนจากลำไส้เล็กไปยังกระเพาะอาหารได้ และไหลย้อนจากกระเพาะอาหารไปยังหลอดอาหารได้... การรักษาจะยุ่งยากขึ้นมาก
กรณีอาเจียนเป็นสีเขียว ควรถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอล เก็บไว้ให้หมอใกล้บ้านดู จะทำให้การวินิจฉัยแม่นยำขึ้น
...
ภาพที่ 3: ท่านอนหรือก้มตัวจะทำให้หลอดอาหาร ซึ่งอยู่ในแนวดิ่ง (ท่ายืน ท่านั่ง) ไปอยู่ในแนวนอน,
ท่า นอนเป็นท่าที่ของแข็ง-ของเหลวในกระเพาะอาหาร (ซึ่งมีทั้งอาหาร กรด น้ำย่อย และน้ำ) ไหลย้อนกลับจากกระเพาะอาหาร ไปยังหลอดอาหารได้ง่าย > Thank [ nytimes ]
...
การกินอาหาร มื้อใหญ่ก่อนนอน 2-3 ชั่วโมง, กินแล้วนอน หรือก้มตัวลง เช่น ยกของหนัก ฯลฯ, หรือภาวะที่ทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่ม เช่น อ้วนลงพุง ตั้งครรภ์ สวมเสื้อผ้าคับ โดยเฉพาะเข็มขัดที่รัดแน่น ฯลฯ มีส่วนทำให้กรดไหลย้อนมากขึ้นได้
ทาง ที่ดีคือ กินอาหารช้าลง ไม่พูดเวลากิน (การพูดมากเพิ่มเสี่ยงการกลืนลม หรืออากาศเข้าไปมากขึ้น) กินมื้อละน้อยหน่อย บ่อยขึ้น อิ่มแล้วหยุด เดินหลังอาหารช้าๆ แบบที่คนไทยเรียกว่า "เดินย่อยอาหาร" หรือนั่งพักหลังอาหาร อย่าเพิ่งรีบนอนหลังอาหาร
...
ภาพที่ 4: เบาะรูป 3 เหลี่ยม (wedge) สำหรับบรรเทาอาการกรดไหลย้อนในเด็ก ซึ่งอาจทำให้เด็กแหวะ (อาเจียน) นม, ท้องอืด, แน่นท้อง, ปวดท้อง, ร้องไห้บ่อยหลังกินนม > Thank [ mychildhealth ]
...
[ nytimes ] & ADAM
ภาพที่ 5: แผ่นกระดาน (board) หรือเบาะรูป 3 เหลี่ยม (wedge) สำหรับบรรเทาอาการกรดไหลย้อนในเด็กเล็ก > Thank [ nytimes ] & ADAM
เมืองไทยน่าจะมีการออกแบบเบาะ หรือเตียงสำหรับบรรเทาอาการกรดไหลย้อนจำหน่าย โดยออกแบบให้ด้านหัวสูงกว่าด้านเท้า
...
ภาพที่ 6: แสดงการหนุนขาเตียงด้านหัวให้สูงขึ้น 2-6 นิ้ว โดยใช้ก้อนอิฐหรือแผ่นไม้รองให้มั่นคงแข็งแรง เพื่อให้หลอดอาหารอยู่ใน แนวดิ่งมากขึ้น แนวนอนน้อยลง > Thank [ cityallergy ]
ไม่ ควรหนุนหมอนหลายใบ เนื่องจากอาจทำให้ปวดคอ หรือหายใจไม่สะดวก และไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น เนื่องจากไม่ได้ทำให้หลอดอาหารเอียงขึ้นมาจากแนวนอน
...
ภาพที่ 7: โรคกรดไหลย้อนอาจมีกรดไหลย้อนจากกระเพาะอาหาร ผ่านหลอดอาหาร ไปยังลำคอ และช่องปากได้ > Thank [ thejcdp ]
ทำ ให้อาจรู้สึกเจ็บคอ ระคายเคืองภายในคอ แสบคอ มีรสเปรี้ยวในปาก (รสชาดกรด), มีกลิ่นปากหรือกลิ่นลมหายใจ (จากอาหาร กรด น้ำย่อย น้ำดีในกระเพาะฯ-ลำไส้เล็ก), และที่สำคัญ คือ ทำให้ฟันสึก-เสียวฟัน-ฟันผุได้
...
ลักษณะสำคัญที่พบคือ ฟันซี่หลังๆ จะสึกกร่อน (A) มาก เนื่องจากอยู่ใกล้ลำคอ
ส่วน คอฟันซี่หน้าหน่อย (B) จะไม่ค่อยสึก, ไม่เหมือนฟันสึกจากการแปรงฟันแรง แปรงฟันมากหรือบ่อยเกิน, แปรงด้วยแปรงขนแข็ง ซึ่งจะสึกมากบริเวณคอฟัน
...........................................
โรคกรดไหล ย้อน (gastroesophageal reflux disease / GERD / เกิร์ด) อาจทำให้อาหาร น้ำ กรด น้ำย่อย และน้ำดีไหลย้อนจากกระเพาะอาหาร ไปยังหลอดอาหาร หรืออวัยวะอื่นๆ ได้
คนไข้ส่วนใหญ่มีอาการน้อยลงหลังได้รับยาลดกรด และปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต หรือไลฟ์สไตล์ (lifestyle)
...
คนไข้ส่วนน้อยอาจไม่ดีขึ้น เนื่องจากมีน้ำดีไหลย้อนมาก หรือไม่เปลี่ยนวิถีชีวิตเลย หวังแต่พึ่งยา หรือเอาแต่ใจตัวเอง-ขาดความอดทน
โรค ส่วนใหญ่ยาช่วยได้ประมาณครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งคนไข้ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น คนไข้เบาหวานที่กินลำไยครั้งละ 2-3 ลูก... แบบนี้ยาช่วยได้ ส่วนพวกที่ซัดลำไยครั้งละ 2-3 กิโลกรัม... แบบนี้รอดยาก ฯลฯ
...
แจ้ง Blog ไม่เหมาะสม
ความคิดเห็น