Rhythm of the rain [Yaoi]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 4,844 Views

  • 32 Comments

  • 510 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    10

    Overall
    4,844

ตอนที่ 1 : ลุงภาณิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    5 พ.ย. 60










เสียงท้องฟ้าลั่นครืนแต่ไกล ละอองฝนโปรยปรายลงมา เด็กหนุ่มในชุดนักศึกษากึ่งเดินกึ่งวิ่ง ใช้เป้บังหัวเมื่อฝนค่อยๆตกแรงขึ้น

            เขมทัตหยุดยืนอยู่หน้าทาวน์เฮ้าส์หลังใหญ่ในโครงการบ้านจัดสรร เขาผลักประตูรั้วเข้าไป ลัดเลาะผ่านใต้ต้นไม้ที่ปลูกระเกะระกะกระทั่งถึงตัวบ้าน

“กลับมาแล้วครับ” เขาเปรยเบาๆขณะถอดรองเท้าวางไว้ตรงชั้นด้านหน้า ตอนนั้นเองที่ดวงตาสีเข้มเหลือบเห็นรองเท้าแตะหนังที่คุ้นเคย

..มาอีกแล้ว..

เขาถอนหายใจขณะเดินผ่านห้องรับแขก มีเสียงทีวีดังเล็ดลอดออกมา เขารู้ว่าใครอยู่ในนั้น แต่ไม่อยากเข้าไปทักทายเลยตั้งใจจะขึ้นห้องตัวเอง

“หลานเขม~”

เจ้าของชื่อชะงักกึก หลับตาลงด้วยความเหนื่อยหน่าย

“หลานเขมมานี่หน่อยสิ ลุงซื้อของมาฝาก” เสียงอ้อแอ้ยานคางเรียกหา

เขมทัตเหยียดปาก เขาจำใจหันหลังกลับ เดินลากขาด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับไปหาแขกของบ้านที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนโซฟา

ผู้ชายตัวใหญ่คนนั้นยิ้มพราว ใบหน้าเขาแดงก่ำเพราะดื่มเบียร์ไปหลายกระป๋อง เสื้อเชิ้ตที่สวมหลุดลุ่ย กางเกงไม่ได้รีด ดูท่าว่าแม้แต่ผมที่มีสีขาวขึ้นแซมก็ไม่ได้หวี ถึงได้ยุ่งเหยิงพันกันเป็นสังกะตัง แล้วยังจะไรหนวดที่ขึ้นแข็งเป็นตอนั่นอีก มันบอกว่าไอ้แก่วัยกลางคนนี่ไม่ได้ดูแลตัวเองเอาเสียเลย

“มานั่งนี่ลูก..มาๆ” คนเรียกตบเบาะปุๆ

เขมทัตนั่งให้ห่างรัศมีช่วงแขนของอีกฝ่าย เขายังจำช่วงเวลาวัยเด็กที่ถูกไอ้ขี้เมามันจับตัวไปหอมแก้มทั้งกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฟุ้งกระจายได้ดี

..ล่วงละเมิดทางเพศชัดๆ..

“เข้ามาใกล้ๆหน่อยซี”

“ไม่ล่ะครับ..ลุงมีอะไรก็พูดมาเถอะ” เขาพูดเย็นชา

หมอนี่ชื่อ ภาณิน เป็นเพื่อนของพ่อเขา เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือด้วยกัน ห่างกันไปนาน จนได้มาเจออีกทีก็เลยติดต่อมาเรื่อย

ส่วนใหญ่แล้วลุงภาณินมาหาพ่อก็เพราะว่าอยากจะขอยืมเงิน แล้วพ่อก็ช่างใจดี ควักให้ทุกครั้งโดยไม่คิดทวง เขาเห็นแล้วรำคาญใจเหลือเกิน

..วันนี้ก็คงจะมาขอยืมเงินอีกล่ะสิ..

“พอดีว่าลูกสาวลุงไปสิงคโปร์มา ลุงเลยให้มันซื้อขนมมาฝากหลานเขม อันนี้พอจะกินได้ไหม” เขาควักถุงของฝากแล้วส่งให้

“แถวเยาวราชก็มี ไม่เห็นต้องแบกมา” แค่ขนมไม่กี่ร้อยบาท จะเทียบกับเงินหลักหมื่นที่เจ้านี่มาขอยืมพ่อเขาได้อย่างไร แล้วถ้าลูกสาวมีปัญญาไปเที่ยวถึงสิงคโปร์ ทำไมไม่เอาเงินให้พ่อตัวเองใช้ล่ะ เที่ยวมาเบียดบังชาวบ้านอยู่ได้

ภาณินยิ้มเฝื่อนเมื่อลูกชายเพื่อนไม่ยอมรับไป แต่เขาก็ยังพูดตื๊อ “น่าๆ”

เขมทัตยกมือไหว้ “ขอบคุณครับ ไปแล้วนะครับ”

เขาลุกพรวด ช่วงขายาวก้าวออกไปจากห้องรับแขก พอดีสวนกับแม่ที่ยกของว่างมาให้เพื่อนสามี ระหว่างที่รอเจ้าของบ้านตัวจริงกลับมาจากทำงาน

“อ้าว..เขม ไม่นั่งคุยกับลุงณินก่อนหรือ”

เด็กหนุ่มปรายตามองอย่างนึกระอา “ผมมีงานทำ”

“ไอ้ลูกคนนี้นี่..ทำเสียมารยาทจริง” แม่เขาส่ายหัวก่อนจะเดินไปหาผู้ชายอีกคนที่นั่งยิ้มแก้มแดงเพราะซัดเบียร์ไปหลายกระป๋อง

เขมทัตมีสีหน้ารังเกียจ เขาไม่ชอบคนขี้เมา แล้วหมอนี่ก็ทำตัวสกปรกน่าดู

..รีบๆกลับไปซะทีเถอะ รำคาญ!..

ที่จริง เขมทัตไม่ได้ตั้งใจจะมีปัญหากับเพื่อนพ่อ และเขาก็ไม่ได้เป็นเด็กที่ไม่รู้จักกาลเทศะ เพียงแต่ว่าเขาเป็นพวกที่ไม่คิดจะนับถือใครเพียงเพราะอีกฝ่ายอายุมากกว่า ถ้าหากว่าคนๆนั้นทำตัวไม่มีวุฒิภาวะมากพอ เขาก็ไม่คิดจะยกมือไหว้

            ครั้งแรกที่เจอลุงภาณิน น่าจะตอนที่เขายังอยู่ชั้นประถม ตอนนั้นภาณินดูหล่อเนี้ยบตามแบบฉบับของผู้มีอันจะกิน หมอนั่นเป็นคนแต่งตัวดี ใช้ของแพงแทบจะทุกตารางนิ้วตั้งแต่เสื้อ กางเกง นาฬิกา รองเท้า ทั้งตัวดูสะอาดสะอ้านและหอมฟุ้งด้วยกลิ่นโคโลญจน์มาแต่ไกล

            แต่ทุกอย่างที่เห็นก็เป็นเพียงเปลือกนอก ภาณินเป็นพวกที่มีดีแค่เปลือก เนื้อแท้เป็นคนไม่เอาอ่าว จับจด ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ไม่ประสบความสำเร็จเท่ากับพวกคนอื่นในครอบครัว อาจจะด้วยเพราะเป็นลูกชายคนเล็กในบรรดาหกพี่น้องของตระกูลคนจีน พ่อแม่รักมากกว่าใครเลยเลี้ยงมาแบบประคบประหงม

            ครอบครัวลุงภาณินทำกิจการโรงงานพลาสติกแปรรูป ผลิตเป็นของใช้จำพวกตลับใส่ยา ขวด ไปจนถึงถุงพลาสติก มีเงินเข้าออกกงสี ปีหนึ่งๆไม่ต่ำกว่าแปดหลัก ความที่ว่าพวกพี่นั่งแท่นผู้บริหารอยู่แล้ว ภาณินจึงไม่ต้องทำงาน ได้แต่เดินเข้าออกในโรงงาน ลอยไปลอยมาและรับเงินจากพวกพี่ๆมาก็อยู่ได้อย่างสบาย

ช่วงที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ก็เป็นแบบนั้น แต่ทันทีที่ภาณินหมดหัวเรือใหญ่ให้อาศัย พวกพี่สะใภ้กับพี่เขยก็พากันแสดงท่าทีรังเกียจคนที่เป็นตัวถ่วงอย่างหมอนี่ สุดท้าย พี่ๆที่แสนเอือมระอาน้องเล็กก็บังคับให้เขาทำงานแลกเงินอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด แต่ก็นั่นแหละ..ภาณินพลาดตั้งแต่เดือนแรกที่มาทำ

คนไร้ประโยชน์ไม่สมควรจะได้รับประโยชน์ ภาณินเลยถูกโยนส่งออกจากโรงงาน มานั่งๆนอนๆอยู่กับบ้าน ตำแหน่งตกเป็นของหลานชาย แต่ภาณินก็ไม่ได้สนใจ เขาเป็นคนรักความสบาย และเชื่อว่าพี่ๆจะไม่ทิ้ง เลยทำตัวล่องลอยต่อ

ลุงภาณินเริ่มติดเหล้าติดเบียร์ช่วงที่ภรรยาของเขาเสียชีวิตกะทันหันจากอุบัติเหตุ จากนั้นมา เขาก็เป็นพวกขี้แพ้อย่างสมบูรณ์แบบ งานการไม่ทำ พี่น้องไม่ต้อนรับ เงินทองร่อยหรอ กระทั่งลูกสาวคนเดียวยังนึกระอาใจ

ช่วงที่เงินขาดมือ ภาณินจะมาพึ่งพาพ่อของเขา และเพราะพ่อนี่แหละที่เป็นคนช่วยให้ลุงเพลาเหล้าลงบ้าง จะเหลือก็แต่เบียร์ที่ยังติดหนัก ถึงขั้นพกติดตัวออกมานอกบ้าน ร้ายแรงขนาดหายใจออกมาเป็นกลิ่นแอลกอฮอล์ได้ทั้งวี่ทั้งวัน

เขมทัตไม่ชอบคนประเภทนี้ เขายอมรับว่าดูถูกพวกที่เกิดมาเป็นคนทั้งทีแต่ทำตัวไร้สาระ ไม่มีพลังงานในการใช้ชีวิต ซ้ำยังเป็นตัวถ่วงชาวบ้าน อวัยวะครบสามสิบสองแต่งอมืองอเท้าไปวันๆรอความช่วยเหลือจากผู้อื่น คนพวกที่ว่า มันไม่สมควรที่จะได้รับความใส่ใจจากใครหน้าไหนทั้งสิ้น

เกิดเป็นคน โดยเฉพาะเป็นผู้ชาย จะต้องทำตัวเป็นที่พึ่งพาให้กับคนอื่นได้ ต้องเป็นผู้นำ เป็นคนที่มีแผนการในชีวิตอย่างรอบคอบ ควรจะทะเยอทะยาน สร้างฐานะและความมั่นคงให้ตน มีเป้าหมายที่ชัดเจนและต้องไปให้ถึง

ถ้าเกิดมาแล้วไม่มีอะไรเทียบเท่ากับคนอื่น นั่นไม่ใช่ความผิด ไอ้ที่ผิดคือการที่คุณตายไปทั้งที่ยังอยู่ในสภาพของคนขี้แพ้ต่างหาก คนเราจะจมน้ำ มันไม่คิดจะตะเกียกตะกาย เอาตัวรอดหน่อยหรือไร 

เขาอายุแค่นี้ยังคิดได้ แล้วลุงภาณินแก่ปูนนั้น ทำไมถึงยังคิดไม่ได้

ถ้าภาณินตกลงไปในน้ำ หมอนั่นคงจะได้แต่ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ ไม่แม้แต่จะลองว่ายไปหาขอนไม้หรือมองหาฝั่ง ซึ่งลุงก็คงจะตายภายในห้าวินาที

เขมทัตไม่คิดจะให้คุณค่ากับสิ่งมีชีวิตประเภทนี้อยู่แล้ว

            เด็กหนุ่มถอนหายใจเนือยๆ เขาเปิดคอมพิวเตอร์ ตั้งใจจะหาข้อมูลการลงทุน แต่เจ้าทองคำ..แมวไทย ลายเหมือนเสือเผือกโผล่เข้ามาคลอเคลียก่อน

            “ไปห่างๆน่าทอง..ไม่ว่างเล่นด้วย” เขาอุ้มมันออกจากแป้นคีย์บอร์ด

            ทองคำส่งเสียงครืดคราดในคอ นอกจากจะไม่ยอมไปไหนแล้วยังเอาหัวมาถูมือเขาจนทำอะไรไม่ถนัด คิดว่ามันคงจะหิว เขายังไม่ได้ให้อาหารมันเลย

            เขมทัตจำใจลงไปด้านล่างอีกครั้ง เขามองไปทางห้องรับแขก ดูเหมือนว่าพ่อจะมาแล้ว แต่เขาไม่เห็นลุงภาณิน พอออกปากถาม พ่อก็บอกว่าลุงกลับไปแล้ว

            “กลับไปได้ก็ดี..มานั่งบ้านคนอื่นเหมือนเป็นบ้านตัวเอง ความเกรงใจคืออะไรวะ” เขาไม่พอใจ มันเหมาะนักหรือที่อีกฝ่ายจะมานั่งเล่นนอนเล่น โดยเฉพาะในเวลาที่แม่เขาอยู่คนเดียว เด็กประถมมันยังไม่ทำกันเลย

            “เอาน่า..” เกษม ผู้เป็นพ่อปราม “เราก็อย่าไปรังเกียจอะไรลุงณินนักเลย”

            “ชอบทำตัวเสียมารยาท” แม่ของเขาเสริมก่อนจะเลี่ยงไปจัดโต๊ะกินข้าว

“ผมไม่โอเคที่เขาชอบมาเมาในบ้าน..มันทุเรศ”

เขมทัตจำได้ดี ความทรงจำเก่าๆมันเลวร้ายพอตัว ตอนนั้นเขาอยู่ประถมตอนปลาย เป็นช่วงที่ลุงภาณินเริ่มเมาไม่เป็นผู้เป็นคน เขาไม่รู้ว่าตัวเองไปทำอะไรให้ภาณินถูกใจเข้า ตาแก่นั่นถึงได้ชอบมากอดมาจูบ เอาไรหนวดแข็งๆมาลากแถวแก้ม เขารู้สึกแย่ มันเป็นอะไรที่น่ารังเกียจ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายหายใจรดหน้าเขาด้วยกลิ่นเบียร์ที่เหม็นจัด เขาอาจจะยังเด็ก แต่ใช่ว่าไม่รู้ประสา เขาเป็นผู้ชาย การโดนผู้ชายด้วยกันแถมอายุมากกว่าทำแบบนี้ มันให้ความรู้สึกสะอิดสะเอียนที่สุด

เขาไม่ชอบที่ภาณินมักจะมากอด มาหอมแก้ม หมอนั่นทำตัวเหมือนรักลูกชายเพื่อนเหลือเกิน แต่มันไม่ได้ดูอบอุ่นในทำนองของผู้ใหญ่ที่เอ็นดูเด็กเลย มันให้อารมณ์เหมือนไอ้ขี้เมากับ sexual abuse ในกลุ่มเพศเดียวกันมากกว่า ที่ร้ายสุดๆคือคนถูก abuse เป็นเด็กวัยประถมเสียด้วยสิ..ระยำสองเท่าไปเลย

“ลุงณินเขารักแกไง ตอนนั้นแกแก้มกลม ขนาดโตแล้วยังอวบๆเลย” เกษมหัวเราะ “ลุงณินไม่มีลูกชาย ส่วนลูกสาวเขาก็โตแล้ว จะให้กอดแบบนั้นก็ไม่เหมาะ ไม่ได้มีอะไรนักหนาหรอก แกจะคิดมากทำไมเล่า”

เขมทัตขี้เกียจจะฟัง “แล้วไง วันนี้เขามาขอยืมเงินอีกล่ะสิ”

“ลุงเอาของมาฝาก” พ่อเขาบอก “ลูกสาวเขาไปสิงคโปร์มา”

“เอาของมาฝาก แต่ดันหนีบเอาเบียร์มากินด้วยเนี่ยนะ แล้วถ้าลูกเขารวยขนาดไปเที่ยวต่างประเทศได้ อย่างน้อยหนี้พ่อของตัวเองก็น่าจะช่วยจ่าย”

“เอาน่า..”

“พ่อก็พูดเป็นแต่คำนี้..แล้วนี่เขาคืนเงินพ่อมาบ้างหรือยัง คราวที่แล้วเอาไปสองหมื่น บอกจะคืนปลายเดือน สงสัยจะได้มาแต่ขนมกล่องละไม่กี่ร้อยแทน”

เกษมส่ายหัว “อย่าทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่สิ..”

“เราไม่ได้รวยเป็นสิบๆล้านนะพ่อ จะได้มีเงินไปแจกคนแบบนั้นได้เรื่อยๆ” เด็กหนุ่มท้วง “ชีวิตใครชีวิตมัน ทำไมพ่อต้องไปช่วยแบกภาระที่เขาก่อขึ้นมาด้วยล่ะ ลูกเขาก็มี ทำไมไม่ไปพึ่ง ทำไมต้องเป็นพวกเรา”

“ถ้าเรายังไหวก็ช่วยๆกันไปก็ได้..”

“ไร้สาระ!

“เขม..แกฟังพ่อนะ” เกษมถอนใจก่อนอธิบาย “ลุงณินเขาดีกับพวกเรามามาก สมัยก่อนตอนเขายังมี เขาก็เคยช่วยพ่อหลายเรื่อง ไหนจะฝากพ่อเข้าทำงาน ช่วยดันเรื่องตำแหน่ง ที่เราสบายทุกวันนี้ มันก็เพราะเขาวิ่งเต้นให้ ไม่งั้นพ่อคงถูกขัดแข้งขัดขา ไม่ได้มีโอกาสขึ้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายสักที แล้วยังตอนที่ต้องพาแกเข้าโรงเรียนเอกชน ลุงเขาก็ออกหน้าจ่ายค่าแป๊ะเจี๊ยะให้ตั้งสองแสน..”

เขมทัตหันหน้าหนี เรื่องที่ลุงณินดีกับพ่อ เขาเถียงไม่ออก ถึงแม้ว่าลุงจะไม่ต้องลงแรงอะไรนักหนา ใช้แค่นามสกุลกับเส้นใหญ่ๆก็ได้แล้ว แต่ให้ตายเถอะ..เขาเคยงอแงขอเข้าโรงเรียนคริสต์ราคาแพงระยับนั่นหรือก็เปล่า แล้วถ้าจะติดหนี้กันที่สองแสนล่ะก็ ตอนนี้ลุงภาณินเป็นหนี้พ่อเขามากกว่านั้นอีกล่ะมั้ง

“แกเข้าใจใช่ไหม ตอนนี้ลุงณินเขาไม่มีเหมือนแต่ก่อนแล้ว แกอยากเห็นพ่อเป็นคนแย่ๆ ขนาดทิ้งเพื่อนในยามยากอย่างนั้นหรือ” เกษมตบบ่าลูก “คนเรามีวันล้มด้วยกันทั้งนั้นแหละเขม..แต่แกต้องจำไว้ คนล้ม เราอย่าข้าม แล้วถ้าหากว่ามีอะไรที่ช่วยได้ เราก็ช่วยไป พยุงเขาให้ลุกขึ้นอีกครั้ง..มิตรภาพมันไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆในวันเดียวนะลูก”

เขานิ่งเงียบ ไม่โต้ตอบอะไรอีก ทำได้แค่พาเจ้าทองคำไปกินข้าว จะไปแย้งอะไรได้เล่า ในเมื่อสิ่งที่พ่อเล่าเป็นความจริงทั้งหมด เขาก็ทำได้แค่ทนๆเหม็นขี้หน้าเจ้าแก่นั่นไปเรื่อย จนกว่าลุงภาณินจะรู้ผิดชอบชั่วดีแล้วเลิกมารบกวน

..เอาเป็นว่า อย่าเข้ามาวุ่นวายกับเขาให้มากความก็แล้วกัน..

..ถ้าต่างคนต่างอยู่ก็ถือว่าสบายใจดี..





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

15 ความคิดเห็น

  1. #30 orachorn114 (@orachorn114) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 16:07
    น่าสนใจดีจัง รออ่านนะคะ สู้ๆๆๆ
    #30
    0
  2. วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 12:36
    แวะมาให้กำลังใจเหมือนเดิมนะคะ
    #28
    1
  3. #27 Zincnook (@zincnook) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 23:23
    ยังแวะเข้ามาดู
    #27
    0
  4. #24 Mr.Pickles (@cheerza08) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 17:06
    อ้ากกกก ชอบอ่าาา บรรยากาศได้มากค่าาา ดูท่าแล้วไม่น่าจะลงเอยกันได้เลยน้อ
    #24
    0
  5. #23 BuaPankamol (@BuaPankamol) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 19:37
    รออ่านอยู่นะคะ จะรักกันยังไงเนี้ย 555
    #23
    0
  6. #18 Yamapi80 (@Yamapi80) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 21:31
    อ๋อยยย ตอนแรกก็นึกว่าลุงณิณจะเป็นเคะแก่หุ่นๆพอๆกับหนูกุนต์ซะอีก แต่พอเขมบรรยายว่าร่างใหญ่เริ่มไม่มั่นใจละ งานนี้กล้ามชนกล้ามป่าวเนี่ยแล้วเขมเกลียดลุงขนาดนี้จะมาดีกับลุงยังไงละ แล้วลุงที่ยืมเงินนี่คิดว่าน่าจะมีเหตุผลแต่บอกใครไม่ได้รึเปล่า รอตอนต่อไปๆ
    #18
    0
  7. #17 bluewhaledarksea (@aomamm-kris) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 15:46
    รอค่ะรอๆๆๆ คุณเขมคือแบบแรงสุดอะไรสุดหวังว่าลุงณินจะกลับตัวได้นะคะ
    #17
    0
  8. #13 Zincnook (@zincnook) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2560 / 14:12
    อยากอ่านต่อแล้ววววววววว
    #13
    0
  9. #12 sakuranbou (@sakuranbou) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 01:22
    อหหหหหหห ปักหมุดลุงณิณ คุณเขมรุนแรงมากค้าบบ ฮือออ อยากเห็นลุงณิณโหมดฟรุ้งฟริ้งล้าววว
    #12
    0
  10. #7 SophJee (@soya12) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 04:33
    อยากรู้อายุจังค่ะ พี่กุนต์กับเจ้าโอ๊ตชนะหรือแพ้เนี่ย
    #7
    0
  11. #5 แมวคุง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 11:55
    เอ๊ะ ซีรี่ย์นี้เคะแก่หมดใช่ไหม งั้นแสดงว่าลุงณิณเป็นเคะซิ ////__////
    #5
    0
  12. #4 .hip9irl (@hip9irl) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 19:09
    ทำไมเราชอบเคะที่แก่กว่าอ่ะค่ะ งื้ออ ติดตามค่ะ
    #4
    0
  13. #3 ibaiaor (@ibaiaor) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 00:02
    รอออออออ อยากอ่านต่อแว้ววว
    #3
    0
  14. #2 butterboo (@butterflyshawol) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 22:21
    งื้ออออ ติดตามค่าาาา
    #2
    0
  15. #1 Cakeliez (@cakeliez) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 21:38
    กรี๊ด ชอบแนวนี้555 เรื่องเมื่อกี้เรียกพี่กุนต์เป็นลุง มาคราวนี้ได้เรียกลุงณินที่เป็นเมะซะแล้ว ติดตามนะคะ ดีใจสุดๆที่ได้อ่านของคุณข้าวปั้นไปเรื่อยๆแบบนี้
    #1
    0