คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

Sins : Lust (Yaoi)

ตอนที่ 7 : Yellow Tulip - Hopeless love [1] 100%


     อัพเดท 26 พ.ย. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/ซึ้งกินใจ
Tags: ยังไม่มี
ผู้แต่ง : nigiri-sushi ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ nigiri-sushi
My.iD: https://my.dek-d.com/nigiri-sushi
< Review/Vote > Rating : 100% [ 20 mem(s) ]
This month views : 880 Overall : 159,952
4,361 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 4035 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
Sins : Lust (Yaoi) ตอนที่ 7 : Yellow Tulip - Hopeless love [1] 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14553 , โพส : 129 , Rating : 15% / 120 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด



 






นรภัทรใช้หลอดเขี่ยเศษน้ำแข็งในแก้วไปมา เขาหัวเสีย มองอะไรขวางหูขวางตาไปหมด พอยกนาฬิกาขึ้นดูก็เห็นว่าเกินเวลานัดมานานแล้ว

..แม่เขายังไม่มา..

“อือ..” เขาขานรับทางโทรศัพท์เมื่อมีสายเรียกเข้า “น่าจะบอกผมก่อน รอตั้งครึ่งชั่วโมงแล้ว” เขาหงุดหงิด จ่ายเงินค่าเครื่องดื่มแล้วผลุนผลันออกมาข้างนอก

เด็กหนุ่มเรียกรถแท็กซี่ เขามาถึงกรุงเทพตั้งแต่เมื่อเช้า ตั้งแต่ตอนที่พ่อบอกว่ายกมันขึ้นมาเหนือหัวเขาไอ้ที่คิดว่าเลวร้ายที่สุดยังไม่เท่าตอนนั้นเลย

อากาศในกรุงเทพหนาวไม่เท่าเชียงใหม่ เขาบอกปลายทาง เป็นหมู่บ้านจัดสรรของคนมีอันจะกิน แต่ถ้าให้หรูหราเทียบเท่ากับบ้านใหญ่โตของพ่อแถวทองหล่อนั่น มันไม่มีทาง

รถมาส่งถึงหน้าบ้าน รั้วเหล็กดัดทาสีขาวสะอาด เขากดออด รอสักพักถึงมีเด็กผู้ชายมาเปิดให้ คิดว่าคงอยู่ม.ต้นเพราะตัวเล็กเหลือเกิน เขามองอย่างสงสัย ไม่ค่อยได้เหยียบที่นี่ เวลามาหาแม่ที่กรุงเทพ เขาจะนัดแนะให้ออกไปเจอกันข้างนอก เขาแค่ไม่อยากรับรู้ว่าคนข้างๆแม่ในตอนนี้เป็นใคร

เขาบอกขอบใจ ถามหาคุณเนตร เจ้าหนูนี่ชี้มือไปหลังบ้านแล้ววิ่งปรู๊ดหลบไป มือยังถือเกมกดอยู่เลย

“แม่..” นรภัทรเรียกหญิงสาวที่นั่งเล็มกลีบกุหลาบสีแดงสดอยู่ตรงเก้าอี้หินอ่อน

เธอหันมา ใบหน้าได้รูปนั้นยังงดงามเหมือนเคย ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนแต่งแต้มด้วยสีควัน ริมฝีปากทาสีแดงชาด แก้มนวลเนียนด้วยเครื่องสำอาง

“ขอโทษที่ไปไม่ได้ พอดีน้องปุยกลับมาบ้าน แม่ต้องอยู่ดูแล”

นรภัทรยืนนิ่ง ความน้อยอกน้อยใจเจือเข้ามา หากเขาเลือกที่จะเก็บมันแล้วเฉยเสีย

..คงมีแต่เขา..ที่วิ่งหาความรักจากพ่อ..

..และพยายามอยากได้อ้อมกอดของแม่..

“เด็กนั่นน่ะเหรอ โตขึ้นเยอะ ผมจำไม่ได้” เขาหมายถึงคนที่ไปเปิดประตูบ้านให้ ถึงจะอิจฉาอยู่ลึกๆ แต่ในใจยอมรับว่าเอ็นดูไม่น้อย เขาไม่มีน้องชาย เป็นลูกคนเดียวที่เกิดขึ้นมาท่ามกลางความแตกแยก ทั้งโดดเดี่ยว อ้างว้าง ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึก

ดอยปุย..น้องปุย เป็นลูกติดที่เกิดจากเมียเก่าของคุณภูวนาถ สามีใหม่ของแม่ ถ้ามองดีๆ มันก็น่าหัวเราะ แม่..ที่เดินออกมาจากการหย่าร้างกับพ่อ แต่งงานใหม่กับผู้ชายที่เลิกร้างกับเมียเก่าของเขาเช่นกัน ส่วนเขา..ไอ้เด็กที่พ่อไม่เคยเรียกตนเองว่าพ่อและไม่เคยเรียกเขาว่าลูก ก็ไปๆมาๆระหว่างสองบ้าน เพื่อมาเจอแม่ที่เอาเวลาไปใส่ใจลูกเลี้ยงมากกว่าลูกแท้ๆ ช่างลงตัวอย่างน่าขบขัน

..สมเพชนัก..

“ทะเลาะกับเขามาอีกรึไง” เธอวางกรรไกรแต่งกิ่งลงบนโต๊ะ ตัดกุหลาบสีแดงเข้มหลายดอกมาปักแจกัน

นรภัทรมองเธอ รับรู้กระแสความเกลียดชังซึ่งกันและกัน แม่มักจะเรียกพ่อว่า เขาเสมอ แม่บอกว่าพ่อ ทำลายชีวิตแม่ พ่อทำให้แม่เป็นแบบนี้ เป็นคนที่แตกสลาย เพราะเฝ้ารอความรักที่ไม่มีทางเป็นไปได้

“ทำไมถึงหย่ากัน” เขาเคยถามเมื่อนานมาแล้ว

“เพราะเขาไม่เคยรักแม่” เป็นคำตอบสั้นๆจากเธอ

“เหตุผลแค่นั้นเหรอ..แล้วผมล่ะ พ่อกับแม่..รักผมบ้างรึเปล่า” เขาสะท้อนในหัวอก หรือว่าเขาเป็นเพียงผลผลิตอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจาก ความผิดพลาด ไม่ใช่ ความรัก

..น่าแปลกแท้..เขารู้สึกเหมือนตนเองเป็นแค่กระป๋องหรือขวดพลาสติกด้วยซ้ำ..

“เขามีผู้หญิงคนใหม่” เธอบอกเขาด้วยแววตาเจ็บปวด เขาไม่เคยเข้าใจความเจ็บปวดนั้น กระทั่งวันที่ได้มารับรู้ด้วยตนเองว่าพ่อพาใครเข้าบ้าน “เขาไม่เคยหยุดที่ใคร ไม่มีใครเข้าไปถึงใจเขาได้ ถ้าเขาพอใจจะทำ เขาจะทำ เขาไม่สน และเขาไม่เคยหันมามองคนที่เอาแต่รอเขาแทบขาดใจ”

เขาเห็นน้ำตาของแม่

“เขามีผู้หญิงหลายคน..ทั้งที่แม่รักเขา บูชาเขา เทิดทูนเขามากแค่ไหน เขาไม่เคยหันมามอง” เธอพูดช้าๆ พูดซ้ำไปซ้ำมา เพื่อให้นรภัทรจดจำถ้อยคำเหล่านั้น เหมือนการกรอเทป ฝังลงไปในใจ “เขาควรจะทุกข์เหมือนที่แม่ทุกข์ เขาควรจะเสียใจ ร้องไห้ เหมือนที่แม่เป็น แต่ใครจะทำอะไรเขาได้ ในเมื่อเขาเป็นแบบนั้น..รูปปั้นที่ไม่มีหัวใจ”

นรภัทรรู้สึกได้ถึงคำๆนั้น เขาเข้าใจถึงประโยคเหล่านั้น ตั้งแต่เด็กที่เขาเรียกร้องหาพ่อ มีอ้อมกอด แต่เขาไม่รับรู้ถึงความอบอุ่น ก็แค่กอดพ่อไม่เคยเข้าใจความหมายของการกอด หรือถ้าเข้าใจ พ่อก็แค่ไม่ใส่ใจที่จะกอดเขาอย่างแท้จริง ไม่เคยใส่ใจกับการให้ความรัก เพราะพ่อเขารับรู้มันแค่นั้น ก็แค่เลี้ยงดู

..ไม่มีการเรียกตัวเองว่า พ่อกับ ลูก..

..มีแค่ ฉันกับ แก..

เขาเรียกร้องหลายอย่าง และไม่เคยได้รับมัน ทุกอย่างเริ่มที่ความเจ็บปวด จากเจ็บปวดเป็นชินชา จากความชินชาเป็น..เกลียดชัง

“เขาไม่รักภัทรหรอก เพราะรอบตัวเขามีแต่คนห้อมล้อม มีแต่คนต้องการเขา เขาเป็นแบบนั้นเสมอ มีเสน่ห์ รูปหล่อ อ่อนโยน..” แม้แต่เวลาที่แม่พูดถึงพ่อ สายตานั้นยังทอแววปรารถนา..ปนกับความเจ็บปวด “เขาดูดีแค่ผิวเผิน แต่ใจเขามันแห้งแล้ง เลวร้ายยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ภัทรจะไม่มีวันได้ความรักจากเขา..ไม่มีวัน”

นรภัทรมองหญิงสาวตรงหน้า

“พ่อหลงมันจนหน้ามืด เขาให้มันขึ้นมาในตำแหน่งของแม่ เขาบอกว่าถ้าผมไม่พอใจ ก็ให้กลับกรุงเทพไปซะ เพราะบ้านนั้น..เขาเป็นเจ้าของ”

ปลายนิ้วที่ลูบไล้กลีบกุหลาบแดงหยุดนิ่ง เธอกำรอบก้านสีเขียวสด บีบมัน..บีบให้แน่นจนแน่ใจว่าดอกไม้ในมือจะแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี หากแต่รอยยิ้มยังคงฉายชัดเหมือนเคย

“ไหนเขาบอกว่าตอนแรกแค่จะรับเป็นลูกบุญธรรม” เธอเปรย ขยี้มันทิ้งทีละกลีบ

“ผมก็แค่ทำอย่างที่แม่บอก” นรภัทรไม่ได้อยากให้ใครจูงจมูก เขาไม่ใช่ลูกแหง่ เขาแค่ทวงสิ่งที่แม่ผู้น่าสงสารของเขาควรจะได้ มันเป็นหน้าที่ของเขา..หน้าที่และความรับผิดชอบของลูกผู้ชายที่จะปกป้องผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงอ่อนแอที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น แม่

“ทำอะไร” เธอถาม ดวงตาสีอ่อนดูดำเข้มเหมือนห้วงน้ำลึก

“แกล้งมัน นิดๆหน่อยๆ เอาแค่ทนอยู่ไม่ได้ แต่พ่อไม่คิดอย่างนั้น เขาแก้เผ็ดผม..ผมรู้ดี เขาพอใจที่จะทำให้ผมเจ็บปวด”

“เขาจงใจจะตอกหน้าแม่ เพราะเขารู้ว่าเราจะคุยกันเรื่องนี้..เขาจงใจ..” เธอพึมพำ “เขาเป็นแบบนั้นเสมอ ไล่ต้อนคนให้จนมุม ทำให้คนๆนั้นทรมานทั้งเป็น”

นรภัทรเอื้อมไปกุมมือเธอไว้ เขารู้สึกล้มเหลว แม้ว่าใจจริง..ในบางครั้ง เขารำคาญ เขาเกลียดที่จะรับรู้อดีตขมขื่นพวกนั้น เขาอยากเริ่มต้นใหม่ อยากมีอนาคตเหมือนคนที่ไม่ผูกติดหรือโหยหากับอะไร ทั้งที่เขาพยายามร้องตะโกนสั่งตัวเอง อย่าฟัง อย่าใส่ใจที่แม่พูด ออกมาให้ห่าง เลิกเกลียดชังพ่อเสียที

..แต่เขาทำไม่ได้..เขาไม่สามารถทิ้งเธอไว้ หันหลังให้ แล้วจากไปตามใจหวัง..  

..เขาต้องเชื่อฟัง ต้องปลอบโยน..เพราะเขาพ่ายแพ้ต่อน้ำตา..

“พ่อคงตามใจมันได้ไม่นาน ถ้าเขาเป็นแบบที่แม่บอก แม่ก็รู้ไม่ใช่เหรอ แม่บอกผมเองว่าเขามีอีกหลายคน แม้กระทั่งตอนที่แม่มีผม เขาก็ยังมีอีกนับไม่ถ้วน”

เธอมองหน้าลูกชาย นัยน์ตานั้นทอประกายความโกรธขึ้ง เพียงแค่ไม่แสดงออก..เธอเรียนรู้มานานแล้วว่าการเก็บกดและไม่แสดงตัวตนที่แท้จริงออกมามันต้องทำอย่างไร ต้องขอบคุณเขา..ที่ช่วยสั่งสอน

..ไม่เลย..ถ้าคนอย่างเขายกย่องใครขึ้นมาเมื่อไหร่..

..มันแปลว่าเขาเริ่มให้ความไว้วางใจ..เขาเริ่มจะเปิดตัวตนของเขาให้อีกฝ่ายได้เข้ามา..

คนที่ไม่ยอมวางใจใครง่ายๆอย่างเขา ถ้าให้ความไว้วางใจใครเมื่อไหร่ หมายถึงการที่เขายอมมี ความรักอีกครั้ง แม้ว่าเขาอาจจะยังไม่รู้ตัว หรือแม้ว่าเขาจะยังใช้ทิฐิบดบัง

..มันจะเกิดขึ้น..เขาคนนั้น..จะเริ่มรักใหม่..

..เธอพลาดไป..พลาดไปแล้วที่ไม่ยอมอดทนรอ..

“นั่นสินะ เขาคงไม่จริงจัง” เธอเคาะนิ้วลงบนโต๊ะอย่างครุ่นคิด “ภัทรต้องพิสูจน์ให้เขาเห็น..ทำให้เขารู้ว่ามันไม่ใช่คนที่เขาควรให้เกียรติขนาดนั้น”

นรภัทรมองเธอแทนคำถาม

“ลูกบอกเองไม่ใช่เหรอจ๊ะ..ว่ามันเป็นใคร เป็นแค่ไอ้เด็กขายโสโครกข้างถนน” เธอโน้มตัวไปด้านหน้า จับจ้องอีกฝ่ายด้วยดวงตาวาววับ “ถ้ามันเป็นอย่างนั้น สันดานเก่ามันจะต้องออกมา ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ลูกแค่ช่วยเร่ง..ช่วยทำให้มันเกิดขึ้นเร็วๆ”

เด็กหนุ่มนิ่งงัน เขาเข้าใจความหมาย

“ทำให้เขารับรู้ว่ามันร่านผู้ชาย..และจะเป็นใครก็ได้ที่ช่วยปรนเปรอให้อิ่ม ไม่จำเป็นต้องเป็นเขาคนเดียว” เธอยิ้ม แตะมือลูกชายเบาๆ “ทำได้ใช่มั้ย ไม่ยากหรอก มันก็แค่เซ็กซ์ ลูกโตพอจะควบคุมมันได้แล้ว”

“แม่ไม่คิดเหรอว่ามันรุนแรงเกินไป” เขาดึงมือหนี ชั่ววูบหนึ่ง เขาอยากอาเจียน

เธอส่ายหัว มองไปหน้าบ้าน มีเสียงรถแล่นเข้ามา

“กะหรี่คนหนึ่งสามารถรับผู้ชายได้นับสิบนับร้อย มันไม่ต่างจากการไปเที่ยวหรอกภัทร แค่เราถูกใจมัน ทำกับมันซ้ำๆมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก” เธอมองผู้ชายที่เดินตรงเข้ามาหา เขายิ้มให้แต่ไกล เธอเพียงแต่ยิ้มตอบ

“เชื่อแม่สิ..มันจะต้องยอมเราเอง ทุกคนน่ะ..มักมากด้วยกันทั้งนั้น มันจะต้องเผลอตัว ลูกแค่ช่วยทำให้มันเกิดไวๆ เขาจะได้ไม่หลงมันจนโงหัวไม่ขึ้น ช่วยแม่..ก็เท่ากับช่วยเขา”

“เนตร..” ร่างสูงใหญ่ด้านหลังเรียกชื่อเธอ เขาก้มลงมองแขกอีกหนึ่ง ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนแล้วขยี้หัวเด็กหนุ่มด้วยความเอ็นดู “ภัทร ว่าไง วันนี้มาเยี่ยมแม่เหรอ”

นรภัทรยิ้มน้อยๆ เขากำลังหม่นหมองกับการตัดสินใจทั้งหมด เมื่อแม่มองเขา จดจ้องเนิ่นนานราวกับบังคับ เขาก็จำเป็นต้องเปิดปาก “ครับ..” เป็นการตอบทั้งคุณภูและแม่ของเขาไปในตัว “แน่นอน..ครับ”

ภูวนาถหัวเราะเบาๆ เขามองเด็กชายที่วิ่งเข้ามาหาแล้วโถมเข้ากอด เขายื่นกระเป๋าเอกสารให้ เพราะไปทำงานต่างจังหวัดเลยไม่ได้นอนบ้านหลายคืน ลูกชายเขากลับจากโรงเรียนประจำเพื่อมาค้างด้วยตอนปิดเทอมเลยไม่มีใครไปรับ ต้องรบกวนคุณเนตร

“ปุย..จำพี่ภัทรได้มั้ย พี่ภัทรเคยมาที่บ้าน ตอนนั้นปุยยังวิ่งแก้ผ้าอยู่เลย” เขาหอมแก้มดังฟอด

นรภัทรมองภาพตรงหน้าด้วยความอิจฉา ดูเหมือนคุณภูจะเข้าใจ เขาโอบรอบบ่าแล้วตบเบาๆ ชวนให้นอนค้าง อยู่กินข้าวด้วยกัน

..ชั่ววูบนั้น..เขารู้สึกอบอุ่น..โหยหาเหลือเกิน..

..ทำไมกัน..ทำไมพ่อถึงไม่ทำแบบนี้บ้าง..

แม่บอกว่า แม่รู้จักคุณภูมานานแล้ว ก่อนที่ภัทรจะเกิด เขาเป็นเพื่อนสนิทของแม่เอง เขารักแม่ แต่แม่ไม่ได้รักเขาตอบ เพราะแม่รักพ่อจนหมดหัวใจ กระทั่งหลังหย่ากับพ่อได้หลายปี แม่ถึงยอมแต่งงานใหม่กับเขา

แต่ถึงอย่างนั้น..ผู้ชายก็เป็นผู้ชาย ระหว่างที่เขารอ เขาก็มีคนอื่นเหมือนกัน มิหนำซ้ำยังมีลูกด้วยกันอีก เมียเขาสวย หวานซึ้งแบบคนเหนือ ผิวขาวละเอียดเพราะอากาศหนาว แม่ไม่เคยเห็นเมียเก่าเขา แต่คาดเดาเอาได้จากใบหน้าของดอยปุย..เหมือนแม่

“ดอยปุย” เขาเรียกน้องคนละสายเลือด ยกมือขยี้หัวพลางยิ้มมุมปาก

เขาเคยหัวเราะชื่อเด็กชาย มันตลก ดูเหมือนที่ระลึกจากเชียงใหม่ คุณภูบอกว่า ดอยก็มีความหมายคล้ายๆภู และที่เป็นดอยปุยเพราะแม่ของน้องปุยเป็นคนเชียงใหม่..เป็นสาวสันกำแพง

..อดีตนางงามสันกำแพง..       

“จำได้แล้ว พี่ภัทร” ดอยปุยยิ้มร่า ปีนี้ดอยปุยเพิ่งอยู่ ม.1 ยังเตี้ยม่อต้อ “วันนี้พี่ภัทรจะนอนด้วยใช่มั้ย ปุยมีเกมใหม่ พ่อซื้อให้ พี่ภัทรมาเล่นด้วยกันนะ”

นรภัทรยิ้มรับ คำว่า พ่อและ ลูกทำให้เขาเจ็บปวดได้เสมอ “อืม..” เขาตกลง

“ดีใจจัง” ดอยปุยโถมตัวเข้ามากอด เขาอยากมีพี่ชายมานานแล้ว

เด็กหนุ่มตัวแข็งทื่อ เพียงแค่วูบเดียว เขาซ้อนใบหน้าของเด็กชายกับใครคนหนึ่ง..ใครคนนั้น แม่เลี้ยงคนใหม่

..เพราะอะไร..

“แต่ว่าเล่นดึกไม่ได้นะคะน้องปุย พรุ่งนี้พี่ภัทรจะกลับไฟลท์เช้า” แม่ของเขายิ้มให้ท่าทางอ่อนหวาน “พี่ภัทรต้องไปทำ ธุระให้น้าเนตรค่ะ”

“เสียดายเลย” ดอยปุยเบะปาก เพราะเวลามีน้อยถึงได้ฉุดกระชากลากถูพี่ตัวสูงเข้าไปในบ้าน

นรภัทรมองตาม เขากวาดตาไปทั่ว โครงหน้ารูปไข่ เส้นผมที่ยาวระต้นคอ ดวงตากลมโต รอยยิ้มสดใส ผิวกายขาวละเอียด น้ำเสียง..สีหน้า..ท่าทาง

..เหมือน..เหมือนจนเกินไป..

“ปล่อยพี่” เขาเสียงแข็ง ดึงแขนออกจากการเกาะกุม

“อ้าว..” ดอยปุยหน้าเสีย ไม่เข้าใจว่าทำอะไรให้พี่ชายโกรธ เด็กน้อยชูเกมเพลย์อันใหม่แกะกล่อง “พี่ภัทรไม่อยากเล่นกับปุยเหรอ จะแข่งกับคอมก็ได้นะ ปุยต่อให้”

เด็กหนุ่มนิ่งเงียบ เขาผ่อนลมหายใจ มองรอยยิ้มของน้องอีกครั้ง..ไม่เหมือนเสียทีเดียว

“เปล่า..โทษที” เขานั่งลงหน้าโซฟา ช่วยดอยปุยต่อสายไปตรงหน้าทีวี “เล่นยังไงเนี่ย ปุยสอนพี่เล่นนะ” เขาแสร้งว่า รู้ว่าปุยจะดีใจถ้าได้พูดเจื้อยแจ้วทำเป็นครูรุ่นเยาว์

คงเพราะแม่กรอกหูมาเรื่องของมัน เรื่องที่เขาจะต้องทำอย่างนั้น พิสูจน์ให้พ่อได้เห็น ช่วยเร่งเร้าเอา ความร่านของไอ้เด็กขายออกมาประจาน เขาหมกหมุ่นเกินไป ถึงได้คิดเผลอไผลเทียบกัน

..นายเข้ามาอยู่ในหัวฉันมากเกินไปแล้ว..

..ถึงเวลาจะต้องทำอะไรบางอย่างเสียที..

 

........................................................................................


เมื่อเช้าแยมติดรถลุงคนสวนแกออกไปที่ตลาดต้นพยอม แยมคิดอยู่ว่าจะทำอะไรกินดี อาณะบอกว่าอยากกินแกงฮังเล แยม เลยมาเลือกเนื้อหมู หาเอาที่ไม่ติดมัน ต่อราคากับแม่ค้าเสียจนเธออยากเขวี้ยงปังตอใส่หน้า แยมซื้อพริกสด จริงๆแล้วร้านน้องเก๋ก็ทำอร่อย แต่แยมจะโชว์ฝีมือเอง ไส้อั่วไม่มีเวลา อาณะบอกว่าให้ซื้อเอา เลือกเห็ดหอมไปเยอะพอควร ของเผ็ดกินกับของจืดถึงจะเข้ากัน แยมจะทำเห็ดหอมผัดน้ำมันหอย

                “คุณแยมไปนั่งเถอะค่ะ เดี๋ยวป้าทำเอง” แม่ครัวบอกอย่างเกรงๆ

แยมส่ายหัว ยิ้มร่า แยมอยากทำหน้าที่นี้ เพราะแยมภาคภูมิใจ แยมจะทำกับข้าว จะทำงานบ้าน จะซักเสื้อให้อาณะ รีดเสื้อให้เขา เปลี่ยนที่นอนให้ คอยดูแล คอยช่วยงาน

“แต่ว่า..คุณแยมเป็น..” เธอท้วง

คำพูดของอาณะในวันนั้นถือเป็นเรื่องเด็ดขาด เขาสั่งอย่างไร ทุกคนก็พร้อมที่จะทำตาม แยมรู้สึกดี ไม่ใช่หลงระเริงกับการเอาใจ แต่รู้สึกดีที่เขาให้เกียรติมากมายขนาดนี้ เขาแคร์แยม ห่วงใยจนแยมซาบซึ้ง

..แยมจะทำทุกอย่างเพื่อเขา..เพื่อเขาคนเดียว..

“ช่วยๆกันไงครับ จะได้เสร็จเร็วๆ” แยมไม่ให้เธอปฏิเสธ เข้ามาแย่งหน้าที่ตามเคย

“แยม..” เสียงทุ้มต่ำเรียกชื่อ “แยม..อยู่ไหนแยม”

แยมยิ้มแก้มปริ รีบล้างมือแล้วเดินกะเผลกไปหาเขา

..เขา..คนที่แยมรักเหลือเกิน..

ร่างเล็กขำในใจ ดูเขาสิ..เพิ่งตื่นนอน หัวหูยุ่งไปหมด เขาขยี้ผมตัวเอง หาววอด เขาในยามนี้ดูเหมือนมนุษย์ทั่วไป ไม่เห็นจะเป็นรูปปั้นอย่างใครว่า แยมรัก..ที่เขาเป็นเขา ถึงแม้เขาจะกลายเป็นรูปปั้นในอีกสองนาทีข้างหน้า ถึงแม้แยมจะก้มอยู่แทบเท้าแล้วเขาไม่หันมอง แยมก็ไม่สน

..แยมไม่ได้ทน..แยมแค่ยอมรับมัน..

“อาณะ..” แยมเรียก ยื่นแก้วน้ำส้มให้เขา เมื่อวานเขาเปรย แค่เปรย..พึมพำเท่านั้น แยมก็รี่ไปตลาดทั้งไม้ค้ำยันแล้วกลับมาทำให้ทันที   

กฤษณะรับไปอย่างงุนงง เขาจำไม่ได้แล้วว่าอยากกินน้ำส้มเมื่อไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ชิม มันหวานอมเปรี้ยว รสกลมกล่อม และทำให้ตื่นนอนตอนเช้าได้อย่างกระปรี้กระเปร่า

“อาณะหิวรึยัง แยมเพิ่งมาจากตลาด” แยมกังวล กลัวจะทำไม่ทัน เพราะมัวแต่ลอยชายชิมแคบหมูแท้ๆ

“ตื่นมาจะให้กินเลยเหรอ” เขาหัวเราะ “บอกแล้วว่าไม่ต้องทำ ให้อยู่เฉยๆ รู้รึเปล่าว่าเราเป็นใคร” เขายกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมนุ่มไปทัดหลังใบหูให้

แยมแก้มแดงเรื่อ คำพูดของเขายังก้องไปก้องมา แยมจะอยู่ที่นี่ในฐานะเมียของฉัน

“อืม..อาให้แยมดูรึยัง เรื่องเอกสารน่ะ” กฤษณะดึงสาบเสื้อคลุมเข้ามา เขานั่งลง พูดเรื่องหลักฐานการรับบุตรบุญธรรม

แยมหน้าเจื่อนไปนิด แยมไม่ต้องการเรื่องหลักฐาน และขณะเดียวกัน แยมก็ไม่ต้องการสถานะแค่ บุตรด้วย บางที..ที่เขาพูดเมื่อครู่อาจจะหมายถึง รู้รึเปล่า..ว่าแยมเป็นลูกของอา มากกว่าจะบอกว่า เป็นเมียของเขาเขาลืมไปแล้วหรือยัง..ว่าวันก่อนเขาพูดอะไรไว้

“แยมไปทำกับข้าวก่อนนะ” แยมไม่อยากตอกย้ำการเป็นลูกเป็นหลานของเขาด้วยเอกสารพวกนี้ แยมขอนึกฝันต่อไปกับการเป็นภรรยาของเขาด้วยลมปากพวกนั้นจะดีกว่า

กฤษณะไม่ได้ว่าอะไร เขากลับขึ้นไปจัดแจงตัวเอง เมื่อเสร็จออกมา แยมก็มายืนจัดเสื้อผ้าให้อยู่ตรงตู้แล้ว เขาเห็นว่าแยมรื้อเสื้อตัวใหม่ออกมาจากถุง พูดว่าซื้อที่ตลาดเมื่อเช้า

“อาณะชอบมั้ย มันเป็นเนื้อผ้าฝ้าย ใส่สบายนะ” แยมยิ้มอย่างภูมิใจ วางทาบกับแผ่นหลังกว้าง แยมดูปุ๊บก็รู้ทันทีว่าไซส์นี้ได้

เขามองเสื้อตัวใหญ่ เป็นสีขาวหม่นเพราะทอด้วยฝ้ายไม่ฟอกสี ไม่มีลวดลายอะไร เรียบง่ายและดูใส่สบายอย่างที่แยมพูด “เงินที่ให้ก็เก็บไว้ซื้อของที่ตัวเองถูกใจสิ” เขาพูดยังไม่ทันจบ แยมก็รื้อกางเกงผ้าฝ้ายสีดำออกมา มันเป็นกางเกงขายาวเหมือนกางเกงเล ใช้ผูกที่เอว

“เอาไว้ใส่เวลามีงานเทศกาล” แยมยิ้มตาแทบปิด ไม่รู้ว่าตอนไหนที่แยมหัดเมินคนพูดเลียนแบบเขา “อาณะเคยไปงานลอยกระทงมั้ย แยมจะพาไป เขาเรียกว่ายี่เป็ง จะมีปล่อยโคมลอยด้วย ยิ่งถ้าขึ้นไปอยู่บนเนินสูงๆนะ จะเห็นโคมเต็มฟ้าเลย”

กฤษณะได้แต่ยิ้มรับ แบบนั้นแปลว่าแยมชวนเขาไปลอยกระทงด้วยจะถูกไหมนะ

“เอาก็เอา” เขาตามใจ “ถ้าขาหายทันนะ เป็นไงล่ะ ให้อยู่เฉยๆไม่ยอม เที่ยวเดินร่อน”  

“จะเดือนแล้ว” แยมท้วง บอกแล้วว่าแยมทน ถึกเหมือนควายเลย “ตอนเด็กๆแขนหักยังแค่สองเดือนเอง”

ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้ เห็นแยมแข็งแรงดีเขาก็เบาใจ ถามว่าหมอจะให้เอาเฝือกออกเมื่อไหร่ ก็ได้คำตอบเป็นอาทิตย์หน้า หมอถึงจะนัดตรวจอีกครั้ง

“ลงไปข้างล่างกัน” กฤษณะจูงมือแยม เขานิ่งไปนิดเมื่อเห็นประตูห้องลูกชายปิดเงียบ

ตั้งแต่วันนั้น..นี่ก็นานเกือบเดือนที่ภัทรไม่ได้กลับมา เขาถอนหายใจ เขาพูดแรงเกิน ดุด่าภัทรมากไป ไม่ว่าจะยังไง ไม่ว่าจะมีความรู้สึกอะไรแอบแฝง เขาก็ควรจะฉุกคิดว่าสองมือนี้..คอยเลี้ยงดูภัทรมาตั้งแต่เกิด

..เขารู้ดี..เขาไม่มีคุณสมบัติของการเป็นพ่อ..

“อาณะ..” แยมหน้าหมอง รู้ว่าอาณะคิดอะไร คุณภัทรไม่กลับบ้าน “ไปตามคุณภัทรดีมั้ย”

กฤษณะเงียบงัน ส่ายหัวแทนคำตอบ “เขาอาจจะกลับไปอยู่หอรอเปิดเทอมก็ได้”

                แยมไม่รู้จะพูดอะไรอีก พอลงมาข้างล่าง แม่บ้านก็จัดโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

                “อาณะลองกินดู แยมทำฮังเล เลือกแต่เนื้อแดง” แยมตักกับข้าวให้เขา พอเขาเฉย แยมก็ตักให้อีก “น้ำพริกหนุ่มแยมทำเอง ไส้อั่วซื้อมา ของร้านน้องเก๋อร่อยนะ ไม่มีกลิ่นเครื่องเทศมากเกินไป เจ้าคุณดำรงค์ก็อร่อยแต่เนื้อร่วนเกิน”

                เขายิ้มน้อยๆ รู้ว่าถูกลูบคมเข้าแล้ว

“คุณลองกินดูสิ ฉันทำเองเลยนะ” เธอเคยยิ้มแย้มแล้วตักกับข้าวให้เขาอย่างนี้ แต่เมื่อปฏิกิริยาเหมือนกัน ผู้ชายทื่อๆที่มักไม่ให้คำชมหรือแสดงท่าทางดีใจ หลังจากเพียรพยายามไม่กี่ครั้ง เธอก็ล่าถอย “ผู้ชายอะไรเอาใจยาก วันหลังถึงอยากกินก็จะไม่ทำให้แล้วนะ”

ความอดทนของเธอมีขีดจำกัด นั่นเพราะเธออดทนและคาดหวังให้เขาเปลี่ยนแปลง

..แต่แยมยอมรับ..และไม่เคยขอให้เขาเปลี่ยนเพื่อใคร..

“ไม่รู้อร่อยมั้ย ถ้าอาณะไม่ชอบ ไว้แยมทำสูตรอื่น” แยมยิ้มเสมอ ไล่ตามและเอาใจอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

บางครั้ง..กำแพงที่สร้างขึ้นกันคนภายนอก สูงเทียมฟ้า แข็งแรงและยากจะปีนข้าม หารู้ไม่ว่าทางเข้าที่ง่ายดายที่สุด มันก็อยู่แค่ใต้ฐานอิฐนั่นเอง

“อร่อย ชอบแบบนี้” เขาบอก แค่คำสั้นๆแยมก็ยิ้มแก้มปริแล้ว

หลังมื้อเช้า เขาไปซื้อของ กลับมาบ้านพร้อมพรมสีน้ำเงิน บอกให้คนขายตัดช่วงกว้างแล้วเอาความยาวหลายเมตรแทน แยมมองอย่างสงสัย มารู้เมื่อเขาลงมือปูมันด้วยตนเอง บอกว่าช่างทำไม่ถูกใจ

บันไดหินอ่อนที่ขัดจนวาววับมีข้อดีตรงประดับบ้านได้สวยงาม แต่ข้อเสียของมันกลายเป็นร่องรอยอยู่ตรงข้อมือและข้อเท้าของแยมเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ตอนนี้มันถูกปูด้วยพรมทอมือ ดูลวดลายตัดกันกับพื้นหินไปอีกแบบ

เขาไม่ได้พูดว่าซื้อมาเพื่ออะไรและทำเพื่อใคร เขาเพียงแต่ลงมือ ก้มหน้าก้มตาทำโดยมีแยมคอยช่วยอยู่ใกล้ๆ ซับเหงื่อและยื่นน้ำให้ เขาก็แค่ทำต่อ ไม่ได้ขอบใจ ไม่ได้ขออะไรเพิ่ม แต่แยมยังคงมีทั้งรอยยิ้มและกำลังใจเหมือนเดิม

“เดินตรงกลางนะ” เขาพูดแค่นั้น

แยมยิ้มเหมือนคนบ้า

..บางครั้งการถูกเอาใจ..ทำให้เราหวังอะไรมากขึ้นกว่าเดิม..

..กว่าจะรู้ว่าไม่อาจได้มากกว่าที่เป็นอยู่ ก็เมื่อหันหลังกลับไม่ได้แล้ว..

                “อุตส่าห์ปูพรม กันคนแถวนี้ลื่นลงมามือซ้นอีกเหรอ”

เสียงที่ดังขึ้นด้านหลังทำเอาแยมสะดุ้ง

..คุณภัทร..

กฤษณะเงยหน้ามอง เขาลุกขึ้นยืน ถามด้วยสายตาว่าหายไปไหนโดยไม่บอกกล่าว แต่แน่นอน..เขาไม่ได้โทรถามแม้แต่ครั้งเดียวเช่นกัน

“ไอ้ธันว์ชวนไปเที่ยวเชียงราย พ่อมันเพิ่งสร้างบ้านเสร็จ” เด็กหนุ่มเปรย มองใครคนหนึ่งที่ยืนตัวลีบ ไล่สายตามายังขาที่ยังหุ้มด้วยเฝือก “หายรึยัง”

แยมไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก น้ำเสียง ท่าทาง ไม่มีทีท่าจะชวนทะเลาะ แต่สายตานั้น..สายตาคู่เดิมยังคงไม่น่าไว้ใจ คล้ายมีอะไรแอบแฝง

“อาทิตย์หน้าหมอนัดดูอีกครับ” ตอบเขาเพื่อให้จบๆ หลบดวงตาที่มองมา มันทอประกายแปลกไป

“วันนั้นขอโทษแล้วกัน” นรภัทรยิ้มมุมปาก

แยมนิ่ง ส่ายหัวเป็นคำตอบว่าไม่เป็นอะไร

“กินอะไรมารึยัง” กฤษณะถามสั้นๆ เขาไม่ได้ว่าอะไรที่ภัทรหายไปนาน แค่กลับมาก็ดีแล้ว

“ยังเลย” เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะ กวาดตามองแล้วทำเหมือนทึ่งในฝีมือ “นี่พี่แยมทำเองหมดเลยเหรอ”

ร่างเล็กพยักหน้าอย่างอึดอัด เดินเข้าครัวจะรินน้ำมาให้แต่อาณะกดไหล่ให้นั่งเฉย เขาทำแทน

“น้ำพริกหนุ่มเหรอ กินไม่เป็น” เขาเปรย แยมรีบบอกว่าไม่เผ็ด “คราวหน้าลองทำไอ้ที่แดงๆมีเนื้อหมูบ้างสิ ใส่มะเขือเทศด้วย”

แยมยิ้มร่า นึกด่าตัวเองที่หวาดระแวงเขาไป ต้องขอบคุณอาณะอีกครั้ง เพราะคำพูดไม่กี่ประโยคของเขา คุณภัทรเปลี่ยนการกระทำไปเลย “น้ำพริกอ่อง พรุ่งนี้แยมจะทำให้ คุณภัทรอยากกินอะไรอีก”

นรภัทรเงียบงัน เขามองสีหน้าแสดงความดีอกดีใจอย่างนั้นแล้วอดคิดไม่ได้

..แรกเห็น..ที่ร้านนั่น..

หาลูกค้าไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องไปยืนหน้าร้านที่ไม่มีคน ต้องการเงินนักไม่ใช่เหรอ ถ้าผ่านมาแล้วมากมาย ทำไมวันนั้นไม่ตอบตกลง เงินหกพันใช่ว่าน้อยๆ จะกลัวอะไรกับผู้ชายไม่เท่าไหร่ อะไรที่มีค่าสำหรับมัน อะไรที่ดวงตาคู่นั้นจ้องมอง ปลายนิ้วที่ลูบลงบนกระจก เอาตัวเองผูกพันกับอะไรอยู่

..รูปภาพ..ที่พ่อเขาวาดไว้..

เด็กผู้หญิงสามารถโหยหาอ้อมกอดจากแม่ เด็กผู้ชายสามารถเที่ยวเล่นกับพ่อ การที่คนๆหนึ่งใช้ภาพวาดที่มาจากฝีมือของใครบางคนเป็นตัวยึดเหนี่ยว จะหมายความว่าอย่างไร

“พ่อของแยมฝากแยมเอาไว้กับฉันก่อนเขาตาย”

..แล้วคนที่ไม่มีใครอยู่ข้างๆเลย..ไม่เหลือเลย..แม้แต่พ่อ แม่หรือญาติพี่น้อง..

..จะหาอะไรเป็นหลักยึดไม่ให้เคว้งคว้าง..

..เขาน่าจะเข้าใจความรู้สึกดี..น่าจะ..รู้คำตอบดี..

“รักพ่อฉันมากมั้ย” เขาถามขึ้น

แยมตกตะลึง ก้มหน้าก้มตา ทั้งที่ขาน่าจะพอหายได้มากแล้ว แต่มันกลับเสียดแวบขึ้นมาอีกเหมือนกระดูกกำลังถูกป่นเป็นผง คำถามของเขา สีหน้านิ่งๆของเขา เจือด้วยความทรมานมากกว่าความเกลียดชัง และนั่นทำให้แยมรวดร้าวตาม

“ผมขอโทษ..” คำว่ารักของแยม รักคนที่เคยมีเจ้าของ เข้ามาแย่งที่คนอื่น..ไม่สมควรได้รับการให้อภัย

“ถ้ารักเขามาก ให้ระวังเอาไว้ ตอนนี้อาจเจ็บตัว แต่ต่อไป นายจะเจ็บใจ..เจ็บจนตายทั้งเป็น” เขามองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลอ่อน ค่อยๆ..ทำลายความมั่นใจลงทีละน้อย 

“เพราะอีกไม่นานนายจะรู้ว่าเขาไม่มีพื้นที่ว่างให้ใครเข้าไปยุ่งทั้งนั้น ไม่มี..แม้แต่ลูก..หรือเมียใหม่”

......

 

แยมกดรีโมตในมือไปมา วนเวียนอยู่แต่ช่องนั้นช่องนี้ทั้งที่ตาไม่ได้มอง ต้องเปิดทีวีให้เสียงดังเข้าไว้เพราะมันเงียบ แยมไม่ชอบเท่าไหร่ อยู่คนเดียวแล้วฟุ้งซ่าน

วันนี้อาณะกับคุณภัทรคุยกันดี ไม่ทะเลาะกันเหมือนเคย แล้วคุณภัทรก็ดูจะไม่โกรธเกลียดกันอย่างแต่ก่อนแล้ว แยมดีใจ แต่พอนึกถึงคำพูดของคุณภัทรเมื่อเช้าแล้วรู้สึกใจหาย

ร่างเล็กล้มตุบลงนอน คว้าหมอนข้างมากอด มันเย็นชืด ไม่เหมือนคืนที่มีเขาคนนั้นนอนอยู่แนบชิด

                “ถ้ารักเขามาก ให้ระวังเอาไว้ ตอนนี้อาจเจ็บตัว แต่ต่อไป นายจะเจ็บใจ..เจ็บจนตายทั้งเป็น”

                ตั้งแต่วันนั้น..ตั้งแต่วันที่แยมปฏิเสธเขา อาณะไม่เคยแสดงความต้องการอะไรออกมาเลย

“เพราะอีกไม่นานนายจะรู้ว่าเขาไม่มีพื้นที่ว่างให้ใครเข้าไปยุ่งทั้งนั้น ไม่มี..แม้แต่ลูก..หรือเมียใหม่”

                แยมลุกพรวดขึ้นนั่ง มองไปทางประตูแล้วถอนหายใจ พอแยมเริ่มหายดี ไม่ได้เป็นอะไร ประตูบานนั้นก็ไม่เคยถูกเปิดในเวลากลางคืนอีก ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างนอน ไม่มีอ้อมกอด ไม่มีจูบราตรีสวัสดิ์

                ไปสิ แค่เดินไปตรงนั้น เปิดประตูออกมา ไปหาเขาที่ห้อง บอกว่าไม่อยากนอนคนเดียว พอเขาอนุญาตให้แยมนอนด้วย คืนนี้แยมก็จะไม่ต้องเหงาอีก

                ไม่เอาหรอก อีกใจปฏิเสธ ถ้าเริ่มตามใจตอนนี้ ต่อไปแยมจะเรียกร้องมากกว่าเก่า วันหนึ่งแยมจะหลงระเริงจนกู่ไม่กลับ สุดท้าย..กลายเป็นความโหยหาที่ทรมานหัวใจ

                ..นิดเดียวเอง คิดถึงก็ไปหา แค่หน้าห้องก็ได้..

                “แย่จริงๆ” แยมตำหนิตัวเอง เพราะพอรู้ตัวอีกที แยมก็มาหยุดอยู่หน้าห้องของเขาแล้ว “น่าจะใส่เฝือกอีกข้าง จะได้ไม่วุ่นวายแบบนี้”

                แสงไฟจากในห้องของเขาทำให้รู้ว่าอาณะยังไม่นอน ได้ยินเสียงทีวีเล็ดลอดออกมา เป็นรายการเดียวกับที่แยมดูเลย มีเสียงเขาหัวเราะแผ่วๆ แยมอมยิ้ม ไอ้เจ้าไดสุเกะคุงเป็นหมาตลก ทำพิธีกรหน้าแตกตลอด เขาต้องเป็นคนรักสัตว์เหมือนกันแน่

                “ไปนอนดีกว่า” แยมยังไม่ง่วง แต่สั่งตัวเองให้กลับไป

                ..ไหนๆก็มาแล้ว..แถมเขายังไม่นอนอีก..เคาะประตูเลย..

                แยมขมวดคิ้ว ยกมือขึ้น เอามือลง ยกมือขึ้นอีกที เม้มปากแน่นตอนที่วางมือกับประตูแล้วเคาะมันหนึ่งป๊อก เขาคงไม่ได้ยิน เพราะไม่ได้ออกมาดู แต่ประตูห้องอีกหนึ่งที่อยู่ด้านหลัง ถัดออกไปอีกหลายช่วงกลับเปิดออกมาแทน แยมหันไปมอง คุณภัทรยืนอยู่ตรงนั้น มองมาด้วยสายตานิ่งเฉย

                แยมพูดไม่ออก รีบโขยกเขยกจะกลับห้อง แต่เขาเป็นฝ่ายปิดประตูลงแล้วกลับเข้าห้องเอง

                “ทำอะไรแยม” กฤษณะยืนอยู่ข้างหลัง เท้าขอบวงกบด้านบนแล้วปรายตามองไปยังห้องของลูกชาย

                ร่างเล็กสะดุ้ง พอหันมาจมูกก็ชนเข้ากับแผงอกกำยำนั้นเต็มเปา เขายืนเฉยไม่สะดุ้งสะเทือน แต่แยมเกือบเสียหลักไปแล้วถ้าไม่ถูกคว้าแขนก่อน

                “จ..จะลงไปข้างล่าง” แยมหน้าแดงก่ำ หลับหูหลับตาโกหก ก็แล้วจะให้บอกได้ยังไงว่าแยมคิดถึง อยากมาหา อยากนอนด้วย   

                “บันไดอยู่ตรงนั้น” เขามองไปยังตำแหน่งของมัน ไม่ใช่ข้ออ้างเลย เดินตรงไปยังง่ายกว่าวกมาที่ห้องเขา

                แยมพยักหน้ารัว ใจเต้นไม่เป็นส่ำ เอามือยันผนังแล้วรีบเดินหนี  

                “มานี่มา” ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ รั้งตัวเล็กบางเข้าหาแล้วตวัดร่างเบาหวิวขึ้นอุ้ม

                แยมยิ่งร้อนผ่าว เอาแขนโอบรอบคอเขาไว้ กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ติดค้างอยู่บนกายสูงใหญ่ทำให้แยมรู้สึกเป็นสุข มันเย็นชื่น อาจเพราะแยมเกิดที่เชียงใหม่ก็ได้ แยมชอบความนุ่มนวลของไอเย็นมากกว่าความแข็งกระด้างของไอร้อน

                “อาณะยังไม่นอนเหรอ” แยมถามตอนที่เขาพาแยมมานั่งบนเตียง มีเขาช่วยยกขาให้เบาๆแล้วดึงผ้ามาห่มถึงช่วงเอว ทีวียังเปิดทิ้งไว้ เป็นรายการเดียวกัน

                “ดูไดสุเกะอยู่” เขาบอก

                “เหรอ” แยมเงียบ ก้มหน้ามองมือตัวเอง พอเขาจะผละ แยมก็ดึงชายเสื้อเขาไว้ เขาหันมามองเฉยๆ แยมไม่พูดเขาเลยลุกขึ้น แยมยิ่งดึงเสื้อเขาแน่นกว่าเก่า

                “มีอะไร”

                “ดู..”

                “หืม?” เขายืนนิ่ง

                “ดูไดสุเกะด้วยกันมั้ย” แยมกัดฟัน อึ้งไปหน่อยที่พิธีกรบอกว่า การเดินทางของทั้งสองจบลงเพียงเท่านี้ พบกันใหม่สัปดาห์หน้าแย่เลย..แยมจะหาอะไรไปอ้างได้อีก

                เขามองหน้าแยมนิ่งๆ มุมปากนั้นยกขึ้นเหมือนจะยิ้ม..แต่ก็ไม่ได้ยิ้ม

                “นอนได้แล้ว” กฤษณะปิดทีวีแล้วเดินออกไป

                แยมมองตามแผ่นหลังกว้าง น้ำตาคลอเบ้า สงสัยแยมต้องรออาทิตย์หน้ากว่าจะนึกข้ออ้างชวนเขามานอนด้วยกันได้ หรือไม่ก็หารายการใหม่ที่เขาชอบ แยมชอบ และพอดีในช่วงเวลานี้

                พอกำลังคิดว่าจะลองดูรายการอะโลฮ่าท้าแดด ประตูบานเดิมก็ถูกเปิดเข้ามา อาณะไม่พูดอะไร เขาวางมือถือไว้ตรงโต๊ะ สอดตัวลงใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ พอหัวถึงหมอนได้ก็หลับตาลงโดยที่แยมยังเบิกตากว้าง

                “นอนสิ” เขาพูดทั้งที่ไม่ลืมตา เอามือโปะลงบนหน้าเด็กแล้ววางเฉยเป็นเชิงบังคับ

                แยมยิ้มแก้มปริ จับมือเขาออกแล้วจูบลงไปแผ่วเบา

                “แยมรักอาณะ” พึมพำอย่างนั้น

                กฤษณะนอนเฉย ไม่ลืมตามอง ไม่ส่งเสียงถาม ไร้การตอบรับกลับคืน มีเพียงแขนที่ยกขึ้น แล้วสอดเข้าไปใต้ต้นคอ ดึงลูกกวางตัวเล็กของเขาเข้ามานอนซบอก

                แยมเกร็งตัวสักพักถึงได้ผ่อนคลาย วางมือบนแผ่นอกแข็งแรง มันสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจสม่ำเสมอ เมื่อลองจับที่อกซ้ายของเขา หัวใจดวงนั้นก็ยังคงเต้นดี

..แต่สัมผัสได้แผ่วเบาเหลือเกิน..

                 

                   ........................................................................................




ทิวลิปสีเหลืองต้องแบ่งอีกแล้ว ยาวป๊ายย  = =

5555 ไอ้ปุยต้องถูกฝัง (และรังแก) อยู่ในเรื่องนี้แหละครับ ไม่ได้ผุดได้เกิดหรอก หลายท่านเดาเข้าทางเลย >< 

ดีใจและยิ้มกับทุกคอมเม้นเลยคร้าบ >///<

ปล. เม้นที่ 1,000 นั่นน่ะ พูดจริงนะ ^^ แต่ว่า ต้องคนละเม้นเท่านั้นเน้อ คึๆๆ จะได้เท่าเทียมๆ 


Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
Sins : Lust (Yaoi) ตอนที่ 7 : Yellow Tulip - Hopeless love [1] 100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 14553 , โพส : 129 , Rating : 15% / 120 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
# 129 : ความคิดเห็นที่ 4323
โอ๊ยยยย มีแม่แบบนี้
Name : Jekkju < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Jekkju [ IP : 1.46.10.60 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 27 พฤศจิกายน 2561 / 14:16
# 128 : ความคิดเห็นที่ 4298
เป็นแม่ที่นิสัยแย่มาก สงสารภัทรเลยที่เจอแม่แบบนี้ โยนความผิดให้คนอื่น แถมภัทรยังต้องมาเข้าใจผิดละเกลียดพ่ออีก
Name : heykiki < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ heykiki [ IP : 49.49.85.9 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 พฤศจิกายน 2561 / 22:46
# 127 : ความคิดเห็นที่ 4240
สรุปอาณะรับแยมเป็นเมียชัวร์ละ?
Name : wonnybum < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ wonnybum [ IP : 124.120.156.223 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กรกฎาคม 2561 / 17:59
# 126 : ความคิดเห็นที่ 4239
ณะก็ควรเรียนรู้จากความผิดพลาดน่ะถูกแล้ว หากไม่เรียนรู้เลยชีวิตก็ไมมีอะไรเปลี่ยนแปลง สงสัยเค้าลางภัทรจะไม่ใช่ลูกจริงๆนะเนี่ย ว่า้าเป็นลูกชู้อิแม่นี่เลวมากเลยนะที่ทิ้งลูกตนให้คนอื่นเลี้ยงน่ะ ถ้าไม่จริงก็แล้วไป
Name : wonnybum < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ wonnybum [ IP : 124.120.156.223 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กรกฎาคม 2561 / 17:44
# 125 : ความคิดเห็นที่ 4238
อ้าวววววววววว เหมือนพ่อเลี้ยงภัทรจะเป็นคนที่แม่แยมหนีตามมาป่ะ งั้นดอยปุยก็เป็นน้องคนละพ่อกับแยมดิ่ แล้วแม่ภัทรก็มาเป็นแม่เลี้ยงของน้องแยม แล้วแม่ภัทรก็เสี้ยมให้ลูกทำลายแยม โอยยยยวุ่นวายๆ ส่วนภัทรกับพ่อ ยังสงสัยว่าเป็นพ่อลูกกันจริงรึป่าว เพราะตอนเมียนอกใจนั้น มันก่อนมีลูกหรือหลังมีลูกด้วยกันล่ะ เพราะถ้าเป็นก่อนมีลูกด้วยกันนี่ณะคงไม่นอนกับเมียอีกแน่แล้วภัทรก็ต้องเป็นลูกชู้ แต่ถ้าหลังมีลูกด้วยกันก็แสดงว่าแม่ภัทรนี่ก็ใช่ย่อยทั้งที่มีลูกแล้วยังนอกใจผัวได้ แล้วนี่ยังจะแค้นฝังหุ่นกันทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะแม่ภัทรเสี้ยมลูกสารพัดให้เกลียดพ่อทั้งที่ตัวเองก็ไม่เอาลูกไว้แถมยังมาเลี้ยงลูกคนอื่นหน้าตาเฉย ถ้าสมมติภัทรไม่ใช่ลูกพ่อก็แสดงว่าเรื่องนี้จะเสนอปมของณะที่เกลียดการนอกใจเกลียดคนสำส่อน แต่ก็จะยอมรับเดนจากลูกเพราะรักแยมก็เป็นได้ จริงๆบ้านณะน่าสงสารทุกคนเหตุก็เกิดจากณะคนเดียวที่ละเลยครอบครัวไม่งั้นก็ไม่แตกกันไปคนละทิศคนละทางแบบนี้ จะว่าไปคนที่น่าสงสารที่สุดคงเป็นภัทร เพราะเป็นตัวกลางที่เหมือนไม่มีใครสนใจโตมาโดยขาดความอบอุ่นจากพ่อแม่ ส่วนพ่อกับแม่เป็นปมที่ตัวเองสร้างกันขึ้นมาเอง แต่ของพัทรผู้ใหญ่ยัดเยียดให้ แต่คนที่ซวยดันเป็นแยม
Name : wonnybum < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ wonnybum [ IP : 124.120.156.223 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 25 กรกฎาคม 2561 / 17:27
# 124 : ความคิดเห็นที่ 4193
ภัทรแบบเป็นเด็กสงสารอ่ะ มากอดด
PS.  ิ-xxxibgdrgn- -ห่านบิน- -7_luhan_m- -bambam1a-
Name : MindGmini < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MindGmini [ IP : 171.4.242.16 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 16 เมษายน 2561 / 08:23
# 123 : ความคิดเห็นที่ 4172
สงสารภัทรที่มีแม่แบบนี้
Name : itzmeboombim < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ itzmeboombim [ IP : 184.22.219.72 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 เมษายน 2561 / 09:57
# 122 : ความคิดเห็นที่ 4169
ทำไมเหมือตอนมันหายไป สามารถอ่านได้ที่ไหนหรอคะ
Name : Semi912 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Semi912 [ IP : 27.145.130.11 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 เมษายน 2561 / 00:46
# 121 : ความคิดเห็นที่ 4143
งงนิดหน่อยเนื้อหาตรงสปอยด์ใน Resentment [2] ของ Resentment [3] มันหายไปไหนง่ะ
นางเนตรมีปัญหาทางอารมณ์ปะเนี่ย
ภัทรอย่าไปทำตามที่แม่แกบอกนะ
นางนี่เองตัวแปรที่ทำให้ภัทรมีความคิดแบบนี้กับอาณะ
แต่ทำไมนางถึงคิดว่าอาณะมีคนอื่น
ทั้งๆ ที่อาณะเห็นนางมีคนอื่น
แต่ก็สงสารแยมอยู่เด้อ
ดอยปุยกับแยมแม่เดียวกันไปอีกกกกก
Name : KiHaE*129 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ KiHaE*129 [ IP : 96.30.83.234 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 21 มีนาคม 2561 / 19:33
# 120 : ความคิดเห็นที่ 4136
งงอ่ะ ข้ามตอน?
Name : xวาuxวาu < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ xวาuxวาu [ IP : 223.205.236.179 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มีนาคม 2561 / 12:52
# 119 : ความคิดเห็นที่ 4107
ฮือ เราอ่านข้ามหรือยังไงงง เหตุการณ์งงไปหมดดด
Name : ohhginnie < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ohhginnie [ IP : 223.206.234.57 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:39
# 118 : ความคิดเห็นที่ 4075
งงค่ะ ทำไมรู้สึกงงๆ
PS.  
Name : ฮุคกัปตัน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ ฮุคกัปตัน [ IP : 223.205.244.140 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มกราคม 2561 / 20:13
# 117 : ความคิดเห็นที่ 4065
ความสี่ห้าคนผัวเมียนี้
Name : p3bbl3 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ p3bbl3 [ IP : 184.22.117.125 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 มกราคม 2561 / 16:06
# 116 : ความคิดเห็นที่ 4019
เนตรแบบ...
Name : pim pimmi < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pim pimmi [ IP : 27.55.44.247 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2561 / 17:38
# 115 : ความคิดเห็นที่ 4002
แม่ภัทรคือแบบ... เอ้ออออ สงสารภัทรเลยอ่ะ ไม่สมควรเจอแม่แบบนี้ แม่ที่ไหนยุยงให้ลูกทำเรื่องร้ายๆ นางเคยรักทั้งณะทั้งภัทรจริงๆสักครั้งมั้ย อย่างน้อยก็ควรนึกถึงภัทรอ่ะ
Name : 9494 < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ 9494 [ IP : 58.8.159.129 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 4 มกราคม 2561 / 02:11
# 114 : ความคิดเห็นที่ 3982
คนแบบเนตรไม่สมควรเป็นแม่ใคร ไม่สมควรได้รับความรัก ในเมื่อยังเห็นแก่ตัว สอนลูกให้ทำเรื่องเลวๆเหมือนที่ตัวเองทำได้ยังไง มีชู้เองแต่ดันโยนความผิดให้สามี
Name : AunchiKun < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ AunchiKun [ IP : 27.55.237.10 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 ธันวาคม 2560 / 00:19
# 113 : ความคิดเห็นที่ 3972
อึ้งมากตอนที่รู้ว่าน้องปุยกับแยมแม่คนเดียวกัน แบบโห โห โห อ้าปากค้าง...
Name : pukiest < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ pukiest [ IP : 27.55.70.172 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 กันยายน 2560 / 01:16
# 112 : ความคิดเห็นที่ 3955
ผู้หญิงที่-ที่สุดในเรื่องคงเป็นคุณเนตรสินะ ไม่ว่าสามีจะไม่สนใจหรือไม่แสดงออกว่ารักยังไง คุณก็ไม่มีสิทธิ์นอกใจนอกกายไปโนกบนตัวชายอื่น แล้วดูสอนลูก คุณเนตร คุณมันเป็นแม่ที่-จริงๆ
Name : Leucippus < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Leucippus [ IP : 223.24.15.74 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 18 ธันวาคม 2559 / 23:59
# 111 : ความคิดเห็นที่ 3935
แม่ภัทรไม่ดีเลยอ่ะ เสี้ยมลูกให้เกลียดพ่อไม่รู้ภัทรรู้เรื่องที่แม่มีชู้หรือป่าว และที่บอกว่าอาณะมีผู้หญิง ผู้หญิงที่ไหนไม่เห็นมีเลย จริงๆเราว่าภัทรเป็นเด็กดีนะ แต่มีแม่แบบนี้เลยเป็นแบบนี้ อาณะนี่ไม่ได้คิดอะไรกับแยมใช่ไหม แต่ทำดีด้วยแบบนี้แยมก็แย่ดิ แม่ดอยปุยคือแม่ของแยมใช่ไหม
Name : baekbow < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ baekbow [ IP : 1.46.172.229 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 ธันวาคม 2559 / 14:28
# 110 : ความคิดเห็นที่ 3924
สงสารน้อง น้องบอบบางมากๆ
แต่แม่ภัทรนี้ ไม่น่าไว้วางใจเลยนะเจ๊
Name : &CREEPIN < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ &CREEPIN [ IP : 1.10.169.204 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 6 พฤศจิกายน 2559 / 17:09
# 109 : ความคิดเห็นที่ 3893
แม่ภัทรน่ากลัวมากอ่ะ สรุปพระเอกเป็นใคร? น้องปุยกะหนูแยมเป็นพี่น้องกัน ตายแล้วๆ คุณพ่อคู่คนพี่ คุณลูกคู่คุณน้อง คริคริ มันก็โอนะ (โหมดคิดไปเองทั้งนั้น 555)
Name : MayKamon < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ MayKamon [ IP : 49.230.157.24 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 2 เมษายน 2558 / 01:35
# 108 : ความคิดเห็นที่ 3860
แยมน่ารักน่าเอ็นดูเนอะ ^_^ ดอยปุยหนูเป็นน้องพี่แยมใช่ไหมครับ??
PS.  สวัสดีสาวๆ เรามาจิ้นอสูรกันเถอะ 555
Name : Nabee Yang < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Nabee Yang [ IP : 49.231.30.93 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 19 มีนาคม 2557 / 17:15
# 107 : ความคิดเห็นที่ 3828
ทำไม แม่ของภัทร ถึงร้ายอย่างงี้เนี่ย
Name : นาฬิกา แว่นตา ความเหงา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ นาฬิกา แว่นตา ความเหงา [ IP : 49.230.153.30 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 กันยายน 2556 / 15:12
# 106 : ความคิดเห็นที่ 3804
สงสาร พ่อแม่รังแกลูกกันคนละแบบ เอาลูกเป็นหมากเดินเกม
แก้แค้นอีกฝ่าย ไม่สงสารหัวใจที่โหยหาความรักของภัทรบ้างเหรอ
ถ้าคิดสักนิดคงไม่ทำเรื่องแบบนี้
Name : khun only < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ khun only [ IP : 49.49.165.137 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 31 พฤษภาคม 2556 / 14:18
# 105 : ความคิดเห็นที่ 3767
ดูชีสอนลูก -*-
PS.  รัก SUPER JUNIOR 13 ONLY!!!
Name : เอลฟ์คนนึงที่รักเอสเจหมดหัวใจ < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เอลฟ์คนนึงที่รักเอสเจหมดหัวใจ [ IP : 124.122.19.199 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มีนาคม 2556 / 10:42
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android