ครูบ๊อง นักเรียนบ้า - Sayonara Zetsubou Sensei
“การ์ตูนที่มีอัตราการฆ่าตัวตายอย่างน้อยตอนละ 1 ครั้ง!?”
Review by : GRIDLINE Team
Reviewed Episode : 1-4 ([a.f.k.] fansub)
Genre : Black Comedy
OUR age rating : 15+ (ระดับมัธยมขึ้นไป)
- ความจริงผมว่าเด็กประถมทั่วไปไม่น่าจะเข้าใจ”อะไรลึกๆ”ในเรื่องนี้เท่าไหร่อยู่แล้ว แต่ให้เรทนี้เพราะเดี๋ยวเด็กมันไปเล่นผูกคอตายเหมือนในเรื่อง GOTH มันจะยุ่ง (ฮา)
Violence degree : 2/5
- ผมค่อนข้าง sensitive กับฉากฆ่าตัวตายมากกว่าฉากฆ่าฟันในการ์ตูนนะ แถมทำกันถี่เป็นว่าเล่นด้วย
Sexual degree : 2/5
- ต้องโทษ Opening ตั้งแต่ตอน 4 กับกางเกงในลายสตรอเบอรี่ แฮะ
จาก Anime นอกสายตากลายมาเป็น Anime ที่ทำให้พวกเราเหล่าทีมงานอ้าปากค้างกันเป็นแถบ ผลงานอนิเมชั่นจากหนังสือการ์ตูน เจ้าของรางวัลหนังสือการ์ตูนยอดเยี่ยมของโคดันฉะ สาขาการ์ตูนผู้ชายประจำปีนี้ จากฝีมือของ โคจิ คุเมตะ ผู้วาดเดียวกับ “โอ้ว พระเจ้าจอร์จมันยอดมาก” มาเป็นอนิเม 12 ตอนจบ โดยฝีมือของ Shaft ผู้ทำ Negima!? กับมุข ”กระดานดำ” ที่กลายเป็นเครื่องหมายการค้าประจำสตูดิโอนี้ไปแล้ว
เรื่องราวของอาจารย์โรงเรียนมัธยม Itoshiki Nozomu ผู้มองโลกในแง่ร้ายจนสุดโต่งแถมโปรดปรานการฆ่าตัวตายเพื่อเรียกร้องความสนใจเป็นที่สุด เขาจะต้องมาสู้รบปรบมือกับชั้นเรียนที่ไม่ธรรมดา เพราะเป็นแหล่งชุมนุมของเหล่านักเรียนเพี้ยนๆบ้าๆระดับ All Star อีกกว่าครึ่งโหล (และอาจมีเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต โปรดติดตามชม) เป็นหน้าที่ของเขาที่ต้องช่วยแก้ปัญหาให้กับเด็กพวกนี้ แต่อาจารย์ผู้สิ้นหวังไปได้กับทุกเรื่องจะสามารถสอนครบจบเทอมโดยไม่ผูกคอตายไปก่อนได้หรือไม่นั้นก็ยังคงเป็นปริศนา
Cast
นอกจากมุขตลกร้ายที่เป็นจุดขายสำคัญของ Anime จบในตอนเรื่องนี้แล้ว มุขเล่นคำและมุขล้อเลียน (parody) ก็ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของ Sayonara zetsubou sensei เช่นกัน เรื่องราวต่างๆถูกเล่าผ่านเหล่าตัวละครที่ไม่ธรรมดาตั้งแต่ชื่อยันนิสัยที่พวกเราแสนภูมิใจเหลือเกินที่จะแนะนำให้รู้จักกันสักหน่อย

糸色 望 Itoshiki Nozomu พระเอกของเรื่องเป็นอาจารย์ประจำชั้น มองโลกในแง่ร้ายจนเป็นนิสัย พอเข้าโหมดสิ้นหวังก็จะฆ่าตัวตายแต่ไม่ยักตายเป็นกิจวัตร แถมยังต้องฟัง The Best of Enya เพื่อ built อารมณ์อีกต่างหาก ชื่อและนามสกุลของเขาถ้านำมาเขียนรวมกันจะเป็นคำว่า เซ็ทสึโบ (絶望) แปลว่า”ความสิ้นหวัง”ครับ

風浦 可符香 Fuura Kafuka (นามปากกา?) เด็กหญิงลึกลับผู้ไม่เปิดเผยชื่อจริง เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดีขนาดมองการ”ผูกคอตาย”เป็นการ”เพิ่มความสูง”ได้อย่างสนิทใจ เป็นเด็กดีมีน้ำใจ แต่สงสัยต่อมสามัญสำนึกจะพิการ ในแววตาซื่อๆของเธออาจมีอะไรซ่อนอยู่มากกว่าที่เราคิดก็ได้ ชื่อของเธอมาจากนักเขียนนิยายชาวยิวชื่อ Franz Kafka ครับ

木津 千里 Kitsu Chiri นักเรียนสุด Perfectionist ผู้รักความถูกต้องตรงเผงแม้ว่าเธอจะไม่ใช่หัวหน้าห้องก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผิดแผกพิสดารอย่างไรแต่ถ้ามันถูกต้องตามหลักการของเธอล่ะก็ เธอยอมรับได้หมด ชื่อของเธอแผลงได้เป็น kicchiri (きっちり) หมายความว่า "ถูกต้องตรงเผง"

小森 霧 Komori Kiri สาวน้อย Hikikomori ที่เหมือนจะเป็นผีบ้านผีเรือนด้วยซ้ำ เธอเอาแต่ขังตัวอยู่ในห้องไม่ยอมออกมาจนกระทั่งพอย้ายมา"อยู่"โรงเรียนแล้ว บ้านของเธอก็พังทันที ชื่อ Komori Kiri ถ้าเขียนอีกแบบตามข้างบนจะแปลว่า “ขังตัวเองอยู่ในห้อง”

常月 まとい Tsunetsuki Matoi สาวน้อยคลั่งรักจอม stalk ที่จะตามติดคนที่เธอชอบตลอด 24 ชั่วโมงแบบแทบหายใจรดต้นคอ เหยื่อคนล่าสุดของเธอก็คือพระเอกของเรานั่นเอง ชื่อเธอถ้าเขียนอีกแบบจะเป็น 常付きまとい แปลว่า "ตามติดไม่ยอมห่าง"

木村 カエレ Kimura Kaere (และ Kaede) นักเรียนนอกผู้มีบุคลิก 2 ภาษา...ไม่ผิดครับ 2 ภาษา (bilingual) ไม่ใช่ 2 บุคลิก (bipolar) ซึ่งเกิดจากอาการ culture shock เธอจึงมีบุคลิกซ้อนกัน 2 แบบระหว่าง Kaere หญิงมั่นตะวันตกจ๋า มีเรื่องนิดหน่อยก็จะฟ้องศาลท่าเดียว แถมไม่ชอบอะไรของญี่ปุ่นเลย กับ Kaede กุลสตรีญี่ปุ่นฉบับ ยามาโมโตะ นาเดชิโกะ เต็มขั้น ชื่อของเธอแผลงมาจากชื่อนักร้องลูกครึ่งอังกฤษ-ญี่ปุ่น 木村カエラ Kimura Kaela เจ้าของบทเพลงชื่อดัง Rirura Riruha (リルラ リルハ หรือ Real life, Real heart) อีกทั้งชื่อของเธอยังสามารถอ่านได้เป็น kaere (帰れ) ที่แปลว่า "กลับไปซะ" ได้อีกด้วย

関内・マリア・太郎 Sekiutsu Maria Tarou ในเรื่องเธอเป็นคนต่างด้าวลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย แล้วเธอก็ไปซื้อ "ตัวตน" มาจาก นาย Sekiutsu Tarou ซึ่งเคยเป็นนักเรียนในห้องนี้มาก่อน ชื่อ Sekiutsu Tarou ถ้าเปลี่ยนเสียง tsu เป็นเสียงควบจะเป็น Sekiuttarou แปลว่า “จะขายชื่อตัวเอง” ส่วนชื่อเล่น Mataro ของ Maria มาจากการ์ตูนเรื่องหนึ่งของ Fujiko Fujio (A) ชื่อ Mataro ga Kuru!! (魔太郎がくる!!) ครับ

小節 あびる Kobushi Abiru นักเรียนหญิงผู้คลั่งไคล้"หาง"ระดับเข้าเส้นเลือด เธอคนนี้มักมาโรงเรียนโดยมีบาดแผลอยู่เป็นประจำจนทุกคนคิดว่าเธอถูกซ้อมจากคนในครอบครัว แต่อันที่จริงแล้วแผลเหล่านี้เกิดจากการที่เธอเที่ยวไปดึงหางของช้างม้าวัวควายในสวนสัตว์ที่เธอไปทำงานอยู่ต่างหาก ชื่อของเธอเขียนอีกแบบว่า Kobushi abiru (拳浴びる) แปลคร่าวๆว่า “โดนยำเละ”

音無 芽留 Otonashi Meru สาวใสไร้เสียงน่ารักผิดกับพฤติกรรม นามสกุลของเธอ แปลว่า "ไม่มีเสียง" เพราะคุณเธอเล่นไม่พูดเลย ส่วนชื่อ เมรุ ของเธอมาจากวิธีที่เธอใช้สื่อสารกับคนอื่นนั้นคือ เมลทางโทรศัพท์นั่นเอง สาเหตุลึกๆที่เธอไม่ชอบเปล่งเสียงนั้นไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่าถ้าเธอพูดออกมาเองนั้นอาจตายเพราะปากได้ เพราะเธอชอบเมลด่าคนอื่นเสียๆหายๆแถมก่อกวนคนอื่นด้วยเมลเป็นประจำครับ

藤吉 晴美 Fujyoshi Harumi โอตาคุสาย Yaoi เต็มขั้น นามสกุลเธอแผลงได้เป็น Fujoshi (腐女子) หมายถึง แฟนการ์ตูนยาโอยหญิง

日塔 奈美 Hitou Nami ไม่มีข้อมูล ไม่มีจุดเด่น จืดจางจนคนดูลืมหน้าได้ง่ายๆ ชื่อเขียนอีกแบบได้ คือ (人並み) แปลว่าคนธรรมด๊า ธรรมดา เออ ขอบคุณที่บอก
Opening สุดกระชากใจ ใครจะเอารูปที่ 3 ไปเล่น photo hunt ก็ไม่ว่ากัน


ตัวอย่างมุขล้อเลียนสุดรั่ว Anime เรื่องนี้ล้อชาวบ้านเขาไปทั่วทั้ง Code Geass,Gundam SEED,Guuren Lagunn,Lucky Star,Haruhi ยัน Studio Ghibli หรือแม้แต่ Kamen Rider Den-oh
“จงเอา (Moe) drill ของนายเจาะทะลุฟ้าไปเลย!” เล่น Lucky Star กับGurren Lagann ในมุขเดียวกัน
Psylock อันเป็นเครื่องหมายแสดงว่ากำลังโกหกจาก Gyakkuten Saiban (Phoenix Wright) เกมทนายสุดฮิดบนเครื่อง NDS แถมบนกระดานก็ไปแผลงชื่อล้อ Toki Wo Kakeru Shojo (The Girl who Leapt Through Time) ซะงั้น
อันนี้พูดถึงเหตุการณ์ที่นักข่าวชาวจีนกุเรื่องขึ้นมาว่ามีซาลาเปาทำมาจากกระดาษชุบเคมีครับ เป็นข่าวใหญ่ทีเดียว ทันสมัยน่าดู

เทียบกันให้เห็นจะๆ กับ Billy’s boot camp

ทางซ้ายท่าฟิวชั่น จาก Dragonball ส่วนทางขวาไอ้ชุดกับโปสเตอร์ที่แขวนอยู่มาจากเรื่อง Hidamari Sketch ครับ

ไม่ค่อยจะโฆษณาเลยนะ Shaft (ฮา)

manga หลายเรื่องก็ตกเป็นเหยื่อของ Shaft อยุ่เนืองๆ
ไอ้ที่เช็กชื่อว่า “หนี” นี่มันหมายความว่าไง?

Death NEET เอ๊ย! Death Note ส่วนทางขวาก็มาจากเรื่อง Jigoku Shoujo ครับ
Our Judgment : น่าดูมาก
“ไม่ชอบก็เกลียดไปเลย คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกมุขที่ใส่เข้ามาก็สามารถสนุกกับ anime เรื่องนี้ได้ แต่ถ้าคุณชอบเล่น photo hunt ด้วยละก็ การกด pause บ่อยๆเพื่อดูสิ่งที่ซ่อนอยู่ในแต่ละ scene ก็เป็นการฆ่าเวลาได้อย่างดีทีเดียว”
Sayonara zetsubou sensei ฉบับ anime นี้ใช้การดำเนินเรื่องตามแบบ manga เป๊ะๆ แต่เห็นได้ชัดว่า Shaft ไม่ได้แค่ใส่สีกับการเคลื่อนไหวให้กับการ์ตูนเรื่องนี้เท่านั้น แต่ได้สร้างบรรยากาศเสริมเข้าไปให้น่าดูกว่าเดิมด้วย งานภาพสวยตามเอกลักษณ์ของ Shaft ทั้งฉากหลังสวยๆกับการดำเนินเรื่องที่ลื่นไหลไปได้เรื่อยๆ พร้อมกับแทรกมุข parody ชนิด”นึกอะไรได้ก็ใส่ๆไป คนดูจะเห็นจะเข้าใจหรือไม่เราไม่สน” มุขตลกร้ายล้อสังคมที่ใส่มาในเนื้อเรื่องหลักก็เรียกเสียงฮาได้ดีถึงแม้บางทีจะบั่นทอนปัญญาชอบกลก็ตาม เพลงประกอบเข้ากับเนื้อเรื่องดีครับ(รวมถึงไอ้ที่ล้อ anime ของ Shinkai Makoto ด้วยแหละ) สำหรับคนที่หาการ์ตูน ตลกมุข เถื่อน ๆ เรื่องนี้หลายคนคงชอบกัน (ตั้งชื่อนักเรียนแต่ละคนถูกใจมากเลยครับ) แต่เนื้อเรื่องสไตล์นี้ถ้าใครไม่ชอบก็เกลียดไปเลย ใครไม่แน่ใจขอให้หาตอนแรกมาดูก่อน แต่สำหรับพวกเรา GRIDLINE Team ขอเชียร์เรื่องนี้เต็มที่ครับ!!
Licence posibility : ต่ำ เพราะแนวเรื่องแบบนี้มักมีฐานลูกค้าขนาดเล็ก ปลุกกระแสได้ยาก แถมฉาก OP ที่ท้าทายกรรไกรตัดหนังขนาดนั้น คงไม่มีใครคิดจะซื้อลิขสิทธ์มาง่ายๆ
ความคิดเห็น
อา...น่าดูอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ
ช่างเป็นเรื่องที่เอาการ์ตูนต่างๆมาล้อเลียนได้อย่างแยบยลจริงๆ -_-"
เดี๋ยวข้าน้อยค่อยไปหาเมะมาดูก็แล้วกัน (เคะๆ)
ว่าแต่...มุขกระดานดำ ++(-_- )
PS. ~~อดีตไม่ใช่สิ่งที่ต้องลืม...แต่ต้องใช้มันให้เป็น เก็บเอาไว้เป็นบทเรียน...แต่อย่าให้มันกลับมาทำร้ายเรา~~