คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย OS - {Back to December - GenZo} OS - {Back to December - GenZo} | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ธ.ค. 59 / 14:14



 

I'm so glad you made time to see me.

How's life? Tell me how's your family?

 

                ญี่ปุ่นปีนี้หนาวกว่าที่เคย หลังจากหิมะแรกร่วงหล่นลงมามันก็ไม่ได้หยุดตกอีกเลยแม้กระทั่งวันนี้ ฮันโซสวมถุงมือไหมพรมสีฟ้าอ่อน ขยับผ้าผันคอให้เข้าทาง ดึงชายเสื้อคลุมให้กระชับ มองคนในกระจกด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

มีความสุขสิฮันโซ

โทรศัพท์บนโต๊ะสั่นครืด ฮันโซถอนใจ กดรับทันทีไม่ให้ปลายสายรอนาน

                “ข้าแต่งตัวเสร็จแล้ว เจ้ามาถึงหรือยัง”

                “(ถึงหน้าบ้านแล้วครับ คุณชิมาดะ)” ปลายสายทำเสียงยียวน ฮันโซยิ้มน้อย ๆ

                “ลงไปหาเจ้าแล้ว”

 

 

                “นี่

                “”        

“ฉันจับมือนายได้มั้ย” แมคครีถามกล้า ๆ กลัว ๆ ฮันโซเลิกคิ้ว นิ่งเงียบไปจนคาวบอยหนุ่มใจไม่ดี “ถ้านายไม่อยากก็ไม่เป็นไ---

                “เอาสิ” เขาว่าแล้วก็ยื่นมือที่สอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเกตไปให้ แมคครีเบิกตากว้าง หลุดยิ้มกว้าง ไม่ปล่อยให้โอกาสหายากหลุดลอยไป

                ก็เพราะว่าคนแอบชอบได้สิทธิ์เพียงเท่านี้เท่านั้น           

ท่ามกลางหิมะโปรยปราย แมคครีดูตื่นเต้นเป็นพิเศษกับหิมะที่เขาเคยเห็นแค่ในภาพถ่าย ชายหนุ่มชวนฮันโซแวะร้านขายของที่ระลึกตลอดทางราวกับเป็นเด็กเรียกเสียงหัวเราะจากเจ้าบ้านได้ดี แมคครีลอบมองใบหน้าคมสวย ริมฝีปากบางแต่งแต้มรอยยิ้มขณะชี้ไปที่ลูกแก้วหิมะประดับโต๊ะบนชั้นวาง ข้างในลูกแก้วใสมีต้นคริสต์มาสตั้งเด่นชัด หิมะสีขาวตัดกับสีเขียวต้นสนโปรยปรายเฉกเช่นสภาพอากาศภายนอก

                แมคครีอมยิ้ม รู้สึกดีเหลือเกินที่ได้เห็นรอยยิ้มหายากของฮันโซ

 

                “แถวนี้มีร้านอะไรอร่อย ๆ มั้ย ฉันเริ่มหิวแล้ว” แมคครีเอามือลูบท้อง คนฟังนิ่งคิด

                “มีร้านขนมอยู่ตรงหัวมุม เจ้าทานได้หรือไม่”

                “ขนมญี่ปุ่นหรอ”

                “

                “ฮันโซ” แมคครีมองคนข้างกาย เขาขมวดคิ้ว รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาดื้อ ๆ นัยน์ตาสีเปลือกไม้เคลื่อนมองตามจุดสายตาของฮันโซ

                ที่ถนนอีกฝากฝั่ง เก็นจิกับเมอร์ซี่ยืนอยู่เคียงข้างกัน รอยยิ้มสดใสระบายอยู่บนใบหน้าสวยหวาน ดูเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก

                แมคครีกระชับอุ้งมือให้แน่นขึ้น

               

                “เก็นจิ” เสียงเพรียกแฝงลึกด้วยความคะนึงหาหวีดหวิวไปกับเสียงลม เจ้าของชื่อหยุดเดิน หันตามเสียงเรียก เพราะหน้ากากปกปิดจึงไม่อาจเห็นได้ถึงอารมณ์ของเขา

                “ฮันโซ ?” ชิมาดะคนน้องพึมพำ น้ำเสียงประหลาดใจปิดไม่มิด มนุษย์กึ่งหุ่นยนต์จับมือหญิงสาวข้ามถนนสองเลนมาหา เก็นจิมองมือของคนทั้งคู่ที่ประสานกัน มือของตัวเองก็เผลอกระชับแน่นเช่นกัน

                “เจ้า” ฮันโซเป็นฝ่ายเปิดปากก่อน “สบายดีหรือเปล่า”

                “ข้าสบายดีท่านล่ะ ท่านกับแมคครี สุขสบายดีเช่นกันหรือไม่” ชิมาดะคนน้องจำต้องถามถึงคนข้างกายพี่ชายด้วยอย่างเสียไม่ได้ ความรู้สึกบางอย่างซึ่งเก็นจิอธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไรแล่นไปทั่วร่าง

                ความรู้สึกหวิบหวิวคล้ายใจไม่อยู่กับตัว

                “ข้ากับเขาเราสบายดี” ฮันโซเผลอสูดลมหายใจ มือสั่นเสียจนแมคครีต้องเหลือบมอง

                “เช่นนั้นก็ก็ดีแล้ว” เก็นจิเลียริมฝีปากแห้งผากภายใต้หน้ากาก “ใช่สิ ข้าลืมแนะนำท่านพี่นางเอ่อ เมอร์ซี่เป็นพยาบาลที่รักษาข้าเรากำลังคบกัน” หญิงสาวเจ้าของชื่อเลิกคิ้ว หากก็ผงกศีรษะรับคำ แย้มยิ้มไร้พิษภัย

                “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่ชายของเก็นจิ”

                “ยินดีที่ได้รู้จัก” ฮันโซฝืนยิ้ม ค้อมศีรษะลงเล็กน้อย มือหนาสั่นยามเอื้อมไปจับทักทายเช่นชาวตะวันตก

                “เอ่อแล้วท่านพี่มาเดินเล่นหรอ”

                “อะ อืม กำลังจะไปกินไดฟุกุที่ร้านนั้นน่ะ” เก็นจินิ่งเงียบก่อนขานรับ

                “อ๋อร้านนั้นก็ ดีนะ ไดฟุกุที่นั่นกำลังลดราคาสำหรับคู่รัก” ฮันโซเม้มปาก พยักหน้ารับช้า ๆ

                “เช่นนั้นข้าไปก่อนนะสุขสันต์วันคริสมาสต์”

                “ครับสุขสันต์วันคริสมาสต์ท่านพี่”

 

                เก็นจิยังยืนอยู่ที่เดิมแม้คู่รักเดินเลี้ยวผ่านช่วงตึกหายไปจากสายตานานแล้ว ชายหนุ่มยังยืนอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกมากมายเกินจะเอ่ยทับถมเขาราวกับกองหิมะ มันทำให้เขาเย็นเยือก หนาวสั่น และโดดเดี่ยว

                “โกหกเขาแบบนั้นดีแล้วหรอเก็นจิ” เมอร์ซี่กอดอก มองด้วยความเป็นห่วงอย่างที่เพื่อนเขามองกัน

                “ท่านพูดเหมือนข้าเลือกอะไรได้”

 

So this is me swallowing my pride,

Standing in front of you saying, "I'm sorry for that night,"

 

            “ดีแล้วหรอฮันโซ”

                “” ชิมาดะคนโตไม่ตอบ ตักไดฟุกุชาเขียวเข้าปาก ไม่ยอมสบตาตอบได้แต่เหม่อมองไปยังนอกหน้าต่าง

                “ดีแล้วหรอที่โกหกเขาว่าเราคบกัน”

                เคร้ง !

                ช้อนสแตนเลสตกกระทบพื้นกระเบื้องส่งเสียงดังจนพนักงานหันมามอง แมคครีส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้พลางขอช้อนอันใหม่ ฮันโซกัดริมฝีปาก ดวงตาสั่นเทา

                “ฮันโซศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอกนะ

                “เจ้ารู้รึไม่แมคครีการที่เห็นน้องชายคนหนึ่งผู้เหลวไหลได้ลงหลักกับใครสักคนหนึ่งเป็นความหวังของข้า เป็นสิ่งที่ข้าเพียรอธิษฐาน” ฮันโซเปรยเสียงเบา ดวงตายังจับจ้องไปที่บรรยากาศด้านนอกของร้าน แมคครีถอนหายใจ

                “แล้วตอนนี้นายมีความสุขรึเปล่า”

                “แล้วเจ้าจะให้ข้ากลับไปสร้างรอยน้ำตาให้เขาอีกหรือ ?”

                “

                “ข้าทำเขาเสียใจมามากแม้คำขอโทษชั่วชีวิตก็ชดใช้ไม่หมด มันถึงเวลาเขามีความสุขแล้วแมคครี”

                แมคครีถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

 

Wishing I'd realized what I had when you were mine.

I'd go back to December, turn around and make it all right.

 

            ธันวาคม ห้าปีก่อน

                เก็นจิพาผู้หญิงคนใหม่เข้าบ้านอีกแล้ว ว่าที่หัวหน้าตระกูลคนต่อไปรับคำส่ง ๆ ว่าจะจัดการน้องชายของตัวเองเป็นครั้งที่ร้อย ฮันโซสาวเท้ายาว ๆ คิ้วขมวดเป็นปม ความหงุดหงิดแผ่ซ่านจนข้ารับใช้ได้แต่หลบกันจ้าละหวั่นกลัวถูกลูกหลงเข้า ว่าที่จ้าวตระกูลเลื่อนบานประตูกระดาษทนทานแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่างแรง คนที่เขาตามหากำลังนอนตักหญิงสาวหน้าไม่คุ้นอยู่ พอเห็นพี่ชาย เก็นจิก็ผุดลุกขึ้นมานั่ง รอยยิ้มระรื่นฟ้องว่าเขาไม่ได้สำนึกเลยแม้แต่น้อย

                “เจ้าออกไป” น้ำเสียงทรงอำนาจพาหญิงสาวผู้โชคร้ายลนลานคลานเข่าออกจากห้องตามคำสั่ง

                “โธ่ท่านพี่ นางกลัวหมดแล้ว” เก็นจิตบเสื่อทาทามิข้างตัว “นั่งก่อนสิท่านพี่ มีอะไรค่อย ๆ คุยกัน” ฮันโซพ่นลมหายใจยาว นั่งลงดังเช่นที่น้องชายบอกพลันเก็นจิก็ทิ้งตัวลงมานอนตักดังที่ทำเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

                “เก็นจิเจ้า!

                “ก็ท่านพี่ไล่นางไป ข้าก็เลยไม่มีหมอนหนุน ท่านต้องรับผิดชอบน่ะซี”

                “ข้าไม่ใช่หมอนของเจ้า ลุกออกไป!” ชิมาดะคนน้องผู้ดื้อด้านไม่ทำตาม ไม่เพียงเท่านั้นยังคว้ามือหยาบเต็มไปด้วยแผลเป็นของคนจับธนูมาแนบแก้ม

                “ข้ารู้ว่าท่านไม่ใช่หมอนหนุน เพราะท่านเป็นท่านที่รักของข้าอย่างไรเล่า”

                “คะ ใครเป็นที่รักของเจ้ากัน!” ฮันโซโวยวาย แก้มแดงดั่งมะเขือเทศหน้าร้อน

                “ชิมาดะ ฮันโซขอรับ”

                “เก็นจิ!” เจ้าของชื่อหัวเราะคิกคัก เอื้อมมือไปแตะที่แก้มอุ่น

                “ผู้หญิงพวกนั้นไม่มีทางแทนที่ท่านได้ ท่านก็รู้ดีฮันโซ” คนฟังเสมองไปทางอื่น

                “แต่ท่านผู้อาวุโสก็ไม่อยากให้ตระกูลเราต้องมีมลทิน” เก็นจิขมวดคิ้ว รอยยิ้มจางหายไป

                “สิ่งนั้นก็ไม่ได้ สิ่งนี้ก็ไม่ดี มีสิ่งใดบ้างที่ท่านผู้อาวุโสพึงพอใจ”

                “เจ้าก็อย่าดื้อนักเลยเก็นจิ คิดเสียว่าทำเพื่อข้า” ฮันโซก้มลงสบตา มือสากละออกจากการเกาะกุม ไล้แก้มเนียนของผู้เป็นน้องแทน

                “เช่นนี้กฎพวกนั้นมีอันใดบ้างนะท่านพี่”

                “เชื่อเจ้าแล้ว”

เสียงหัวเราะของสองพี่น้องพาบรรดาคนรับใช้ทอดถอนใจด้วยความโล่งอก

 

You gave me all your love and all I gave you was "Goodbye"

 

 “ท่านพี่คริสมาสต์นี่มันคืออันใดหรือ” ขณะที่สองพี่น้องกำลังอ่านตำราอยู่ในห้อง อยู่ ๆ เก็นจิก็เปรยขึ้นมา

                “คริสมาสต์หรือ ก็เป็นเทศกาลของพวกตะวันตก เชื่อกันว่าหากเจ้าเป็นเด็กดี ชายชราชุดแดงชื่อซานต้า คลอสจะนำของที่เจ้าปรารถนามาให้” ฮันโซตอบทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากหนังสือที่ตัวเองอ่าน เก็นจิเงียบไป ฮันโซก็ไม่ได้เอ่ยอะไรตอบ ความเงียบเข้าปกคลุมได้เพียงไม่กี่นาที เก็นจิก็เปรยเสียงเบา

                “ข้าเป็นเด็กดีหรือไม่ท่านพี่”

                “สองอาทิตย์นี้เจ้าเป็น”

                “ถ้าเช่นนั้นข้าขอหัวใจของท่านพี่ได้หรือไม่”

                ฮันโซละสายตาจากหนังสือมาสบกับคนถาม ความจริงจังในแววตาแปลกไปจากทุกที

                “เก็นจิ

                “ท่านก็รู้สึกมิใช่หรือในสิ่งที่ข้ารู้สึก”

                “

                “ข้า” ความลังเลทำให้เก็นจิเจ็บปวด

                “มันอาจจะมากไปแล้วถ้าข้าขอแค่คำว่ารักจากปากของท่านได้หรือไม่ฮันโซ”

                “เราเป็นพี่น้องกันนะเก็นจิ”

                “ข้ามิได้ขอท่านมาเคียงคู่แม้สักนิด ข้าแค่อยากฟังในสิ่งที่ท่านรู้สึกเท่านั้น”

                “” ฮันโซหลบตา ความจริงจังในดวงตาคู่นั้นสั่นไหวเขามากเกินไป ชั่ววูบหนึ่งเขาอยากพูดมันออกไปเหลือเกิน

                ฮันโซมีคนบอกข้าว่าเจ้ากับเก็นจิรักใคร่กันเกินพี่น้องรึ

             เปล่านะท่านพ่อ

                ‘ดีเพราะข้าไม่อยากให้พวกเจ้าโดนทัณฑ์ประหารทั้งคู่

           

ขอโทษนะเก็นจิ

           

“ข้าข้าไม่ได้รักเจ้าแบบนั้น”

               

ข้าทำไปเพื่อปกป้องเรา

 

                เก็นจิกลับไปใช้ชีวิตเหลวไหลยิ่งกว่าที่เคย

 

                ใช้ชีวิตราวกับหุ่นยนต์ไร้ซึ่งหัวใจ

 

                เก็นจิไม่ยอมพูดคุยกับเขาอีกเลยเป็นปี

               

                จนกระทั่งความตายเพรียกหา

 

                ยามนั้นเก็นจิจึงยอมเปิดปากคุยกับเขา

 

                กระซิบเสียงหวานแผ่วเบาว่ารักเสียเหลือเกิน




****

TALK


ฟิคแก้บนมาแล้วค่ะ๕๕๕๕ เราบนว่าถ้าเปเปอร์เราได้ 4 ขึ้นไปจาก 5 เราจะเขียนเก็นโซแล้วเราก็ได้ 4.5 มาค่ะ XD 


ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะเขียนดราม่าหรอกค่ะ พอดีฟังเพลงไปเรื่อย ๆ แล้วพอถึงเพลงนี้เก็นโซก็ลอยมาเลย U____U


ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านกันนะคะ <3 สุขสันต์วันคริสต์มาสค่ะ <3

 

                 

ผลงานอื่นๆ ของ Blue Jasper

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 07:29
    อยากให้มีอีกอ่ะค่ะ TYT
    #4
    0
  2. วันที่ 8 กันยายน 2561 / 05:34
    ฮือออออออ
    #3
    0
  3. #2 mochirey
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 04:44
    โอยยยยย ชอบมากกกกกกกกกก ชอบมากก แง //////

    ขอบคุณที่ผลิตออกมานะคะ
    #2
    0
  4. วันที่ 28 มกราคม 2560 / 23:49
    กริ๊ดดดดดดงานดี
    #1
    0