ใต้ปีกมาเฟีย ฉบับรีไรท์

ตอนที่ 16 : สะกดรอย - 70% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,094
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    7 ธ.ค. 58

รัชวินทร์ออกมารับแสงแดดอ่อน ๆ ของยามสาย ถึงแม้จะมีแดดแต่ก็ไม่ช่วยให้ความหนาวบรรเทาลงได้เลย ชายหนุ่มกวาดตามองบรรยากาศเบื้องหน้าอย่างพึงพอใจ ถ้าไม่ติดว่ามาทำงานสำคัญ นี่จะถือเป็นการพักผ่อนที่ดีมาก ครั้นพอมองลงไปด้านล่างที่หน้าร้านอาหาร หัวคิ้วของเขาก็ขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นรถหรูสีดำจอดเรียงกันสามคัน และมีกลุ่มชายสวมสูทสีดำยืนกระจายอยู่โดยรอบราวกับมาเฝ้าใครบางคน

เขามองอย่างสนใจ เดาว่าในร้านคงมีเจ้าพ่อหรือมาเฟียมากินอาหารไทยกระมัง ถึงต้องยกโขยงกันมาอย่างนี้ มุมปากสีเข้มเหยียดยิ้มเล็กน้อย ขึ้นชื่อว่ามาเฟีย ไม่ว่าที่ไหนก็เหมือนกันหมด

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากในห้อง ชายหนุ่มจึงละสายตาจากภาพข้างล่าง แล้วเดินเข้าไปในห้องเพื่อรับสาย เขามองตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแล้วก็นึกสงสัย เพราะเป็นหมายเลขของที่นี่ แสดงว่าสายที่โทร. เข้ามาต้องเป็นคนที่อยู่ที่นี่ ไม่ใช่เมืองไทย

Hello” รัชวินทร์กรอกเสียงทุ้มต่ำลงไปเป็นภาษาอังกฤษ แต่พอปลายสายพูดกลับมาด้วยภาษาไทย ชายหนุ่มก็คลายใจ และเดาได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนโทร. เข้ามา

“พี่ครับ ผมเองนะ ที่ทำงานอยู่ร้านเสน่ห์ไทย”

“อื้อ...จำได้ มีอะไรรึเปล่า” รัชวินทร์ใจเต้นแรง สีหน้าแววตามีความคาดหวังบางอย่าง

“ผู้หญิงที่พี่ตามหาน่ะครับ ตอนนี้เธออยู่ที่ร้านครับพี่ เธอมาหาพี่ดาราพร แต่มีคนติดตามมาด้วยหลายคนเลยครับ”

“คนติดตามงั้นหรือ” รัชวินทร์ถือโทรศัพท์เดินออกไปยืนที่ระเบียงแล้วมองลงไปด้านล่างทันที

“ครับ ผมว่าดูเหมือนพวกมาเฟียเลย ตอนนี้ยืนกันอยู่หน้าร้านนี่เอง”

“ขอบใจมากน้อง เดี๋ยวพี่จะลองลงไปดูสักหน่อย อ้อ...อย่าบอกใครนะ แม้กระทั่งกับน้องสาวพี่”

ชายหนุ่มกดวางสาย หัวคิ้วขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิดขณะมองลงไปที่กลุ่มคนด้านล่าง มองดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนธรรมดา ยอมรับว่าตกใจไม่น้อยที่เด็กเสิร์ฟคนนั้นบอกว่ากนกนุชมากับคนพวกนี้ แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือหญิงสาวไปรู้จักกับมาเฟียพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไร

เขาเดินกลับเข้าห้อง หยิบโค้ทตัวยาวมาสวมทับเสื้อไหมพรมตามด้วยหมวกแก็ป แว่นกันแดดเพื่อปิดบังใบหน้า คว้ากระเป๋าสะพายพาดเฉียงไว้ที่บ่า ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือ กล้องส่องทางไกล กล้องถ่ายรูปในรูปแบบของปากกา จีพีเอส และสมุดเล่มเล็กยัดใส่กระเป๋าแล้วกระโจนออกจากห้องทันที

ด้านล่างของโรงแรมเป็นร้านคอฟฟี่ช็อปเล็ก ๆ อยู่ด้านหน้า ชายหนุ่มเดินเข้าไปในร้าน สั่งกาแฟร้อนหนึ่งแก้วแล้วมองหาที่นั่งทำเลเหมาะ ๆ ในการลอบสังเกตการณ์ เมื่อเจอโต๊ะเป้าหมายเขาก็ไปนั่งติดริมกระจกหน้าร้านซึ่งสามารถมองไปยังฝั่งตรงข้ามได้โดยไม่มีใครสังเกตเห็น เพราะมีไม้ประดับกระถางใหญ่วางเรียงรายอยู่ด้านนอกชิดกระจกเป็นเกราะกำบังให้เขาได้เป็นอย่างดี

ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง คนที่รัชวินทร์รอคอยก็ปรากฏตัวขึ้นที่ประตูหน้าร้านพร้อมกับผู้หญิงวัยประมาณสามสิบต้น ๆ คนหนึ่ง เขาเดาว่าคงเป็นดาราพร แต่คนที่สะดุดตาเขาเป็นพิเศษคือคนที่ยืนเยื้องไปทางด้านหลังของกนกนุช ชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ คนผู้นั้นยืนสงบนิ่งราวกับยักษ์ปักหลั่น แต่เขามองออกว่าอีกฝ่ายดูระวังภัยให้กับหญิงสาวอย่างยิ่งยวด

รัชวินทร์เห็นกนกนุชยกมือไหว้ดาราพรแล้วเดินไปยังรถคันหนึ่ง มีคนคอยเปิดประตูให้เธอเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง ส่วนชายร่างยักษ์ที่เดินตามราวกับบอดี้การ์ดส่วนตัวนั้นเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับ จากนั้นบรรดาชายชุดดำทั้งหมดก็ก้าวขึ้นรถแต่ละคันแล้วขับตามกันออกไป

เท่าที่มองดู กนกนุชไม่ได้ถูกบังคับ หรือมีท่าทางไม่เต็มใจเลยแม้แต่น้อย... ความสงสัยผุดขึ้นในใจของเขาทันที ระหว่างนั้นมีพนักงานเดินมาเก็บถ้วยกาแฟจากโต๊ะข้าง ๆ รัชวินทร์จึงยิ้มให้ และชวนคุยเพื่อสอบถามอะไรบางอย่าง

“เมื่อครู่ผมเห็นร้านอาหารไทยฝั่งนั้นมีรถสีดำจอดเต็มเลย พวกเขาเป็นมาเฟียรึเปล่า”

“ใช่ ที่นี่มีมาเฟียขาใหญ่อยู่สองกลุ่ม แต่กลุ่มที่เห็นหน้าร้านนั่นน่าจะเป็นพวกตระกูลเดวาลอฟ” อีกฝ่ายตอบด้วยท่าทางมั่นใจ

“เดวาลอฟ อืม... เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน” รัชวินทร์แกล้งพูดทั้งที่ความจริงแล้วไม่เคยได้ยินมาก่อน

“เป็นธรรมดาที่คุณอาจจะเคยได้ยิน เพราะตระกูลนี้เขาเป็นเจ้าของคาสิโนเดอะพาเลซอย่างไรล่ะ และยังเป็นเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ในมอสโควด้วย โรงแรมนี้ก็เช่าที่ดินของเขาอยู่”

“โอเค...ผมนึกออกแล้ว เดอะพาเลซ... วันนี้ผมกำลังคิดว่าจะไปที่นั่นพอดีเลย” รัชวินทร์ยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า ก่อนหยิบเงินจำนวนหนึ่งวางบนโต๊ะแล้วเอากระเป๋าขึ้นพาดบ่า

“ผมต้องไปแล้ว ขอบคุณมาก”

“ขอให้สนุกกับการเดินทางครับ” ชายคนนั้นค้อมศีรษะให้ รัชวินทร์ยิ้มรับก่อนจะเปิดประตูเดินออกจากร้านไป

ชายหนุ่มเดินไปยังลานจอดรถของโรงแรม จนกระทั่งมาถึงมอเตอร์ไซค์วิบากที่เช่าไว้ตั้งแต่เมื่อวาน เขาเหวี่ยงขาขึ้นคร่อมแล้วเอาหมวกแก๊ปเก็บไว้ในกระเป๋า หยิบเอาหมวกกันน็อคแบบเต็มใบขึ้นมาสวม จากนั้นจึงขับออกไปด้วยความรวดเร็ว

รัชวินทร์ขับตรงไปเรื่อย ๆ ตามทิศทางที่รถสีดำทั้งสามคันนั้นวิ่งผ่านไป โชคดีที่ถนนเส้นนี้เป็นทางตรงไม่มีแยก เขาจึงเร่งความเร็วขึ้น จนกระทั่งเห็นหลังรถสีดำอยู่ในระยะสายตาจึงผ่อนความเร็วลง

เขาหันมองข้างหลัง เห็นรถเอสยูวีคันหนึ่งขับตามหลังมาจึงให้แซงขึ้นไปก่อน จากนั้นจึงเร่งเครื่องขึ้นอีกนิด ขับตามไปห่าง ๆ เพื่อไม่ให้เป็นที่น่าสงสัยจนเกินไป จากประสบการณ์ที่ทำงานรับใช้นำพลมา เขาขับรถตามสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ เพราะมาเฟียพวกนี้หูตาไวและมีความระแวดระวังเป็นทุนเดิม หากโดนจับได้ มีหวังเขาคงโดนเป่าดับไม่ได้กลับบ้านเกิดเป็นแน่

ครั้นพอถึงทางแยก เขาเห็นขบวนรถสีดำเลี้ยวขวาแล้วขับตรงไป จึงรีบขับเข้าไปแอบอยู่ข้างหลังรถประจำทางคันหนึ่งแล้วขับตามไปตลอดทาง โดยมีการแฉลบออกมาดูเป็นระยะด้วยว่ารถสีดำเหล่านั้นขับไปทางไหนแล้ว

เขาขับตามไปสักพักจึงเริ่มสังเกตว่าถนนที่ขับมาเริ่มไม่ค่อยมีชุมชน หรือบ้านคนให้เห็นแล้ว กระทั่งเห็นรถกลุ่มนั้นเลี้ยวซ้ายไปอีกทาง ชายหนุ่มจึงตัดสินใจขับไปทิศทางตรงกันข้าม เพราะไม่แน่ใจว่าพวกนั้นจะรู้หรือยังว่ากำลังถูกเขาสะกดรอย

รัชวินทร์จอดรถริมทาง หยิบจีพีเอสขึ้นมาดูตำแหน่งที่ตัวเองอยู่ แล้วจัดการบันทึกเส้นทางไว้ก่อนเก็บเข้ากระเป๋าตามเดิม... เป้าหมายต่อไปของเขาคือ เดอะพาเลซ

 

ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนี้ยบสีเทาเข้มสวมทับด้วยโค้ทตัวยาวสีดำยืนอยู่หน้าบ่อปลาคาร์ฟขนาดใหญ่ มือข้างหนึ่งถือโหลแก้วบรรจุอาหารปลา มืออีกข้างกำลังโปรยลงไป แม้สีหน้าดูผ่อนคลายแต่กระไอความอันตราย และความร้ายกาจก็ยังคงปกคลุมอยู่โดยรอบ

ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาหยุดยืนด้านหลังแล้วค้อมศีรษะทำความเคารพ ก่อนรายงานข่าวสำคัญให้ผู้เป็นนายได้รับทราบ

“นายครับ สายของเรารายงานมาว่ามิคาอิลพาผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไปอยู่ที่คฤหาสน์ด้วยครับ”

คนที่กำลังโปรยอาหารปลาถึงกับชะงักมือแล้วหันมาจ้องหน้าคนรายงาน คิ้วเข้มขมวดด้วยความฉงนแล้วแปรเปลี่ยนเป็นเหยียดยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะหันไปดูปลาในบ่อต่อเหมือนไม่ใส่ใจ

“ไปสืบมาสิว่าเป็นใคร แล้วสำคัญแค่ไหน”

“ครับนาย” คนรับคำสั่งค้อมศีรษะอีกครั้งแล้วเดินออกไป ในขณะที่คนสั่งยังคงมีรอยยิ้มประดับที่มุมปาก แต่แววตากลับดูมุ่งร้ายจนน่ากลัว

“ในที่สุดฉันก็รู้จัดอ่อนของแก ไอ้มิคาอิล ถ้าฉันไม่ได้ฆ่าแกด้วยมือก็อย่ามาเรียกฉันว่าเซรเก้เลย!

 

กนกนุชกลับมาถึงคฤหาสน์ก็ตรงเข้าห้องทำงานทันที เธออยู่ในนั้นจนกระทั่งแอนนามาเรียกให้ไปกินมื้อเที่ยง หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู ส่งยิ้มกว้างให้แม่บ้านก่อนจะเดินตามลงไป

วันนี้เธอได้นั่งร่วมโต๊ะกับบรรดาการ์ดร่างใหญ่หลายคนที่เคยเห็นหน้าอยู่บ่อย ๆ ทุกคนยิ้มให้อย่างเป็นมิตร และพยายามชวนคุยเพื่อให้หญิงสาวคลายอาการเกร็ง ยกเว้นบางคนที่ภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง แต่ก็พยายามสื่อสารกับเธออย่างสุภาพ และให้เกียรติ ทำให้เธอลบภาพความเหี้ยมโหดของมาเฟียตามที่เคยรับรู้มาจนเกือบสิ้น

รวมไปถึงผู้ชายหน้านิ่ง แต่แววตาแพรวพราวคนนั้นด้วย

หลังจากมื้อเที่ยง กนกนุชไปเดินย่อยอาหารในสวนหลังคฤหาสน์ เห็นพันธุ์ไม้ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะมาจากแถบเอเชีย โดยเฉพาะกล้วยไม้หรือคัทลียาแล้วก็อดยิ้มขึ้นมาไม่ได้

หญิงสาวเดินต่อไปอีกนิด เห็นโต๊ะหินอ่อน  โคมไฟแบบญี่ปุ่น และบ่อน้ำขนาดย่อม ในนั้นมีปลาคาร์ฟสีสดหลายตัวแหวกว่ายอยู่ เหนือบ่อน้ำมีสะพานเดินข้ามไปอีกฝั่งได้ ฝั่งนั้นมีโต๊ะตั้งบอนไซวางเรียงรายอย่างสวยงาม

“สวยจัง” เธอทรุดตัวนั่งห้อยขาบนสะพาน ปากอิ่มยกยิ้มอิ่มเอมกับบรรยากาศที่รายล้อม ที่นี่อาณาเขตช่างกว้างขวาง เทียบกับคฤหาสน์ของนำพลแล้ว ที่นี่ดูอลังการกว่ามากนัก อย่างน้อยก็สามารถจัดสวนได้เป็นโซนแยกกันอย่างชัดเจน ยิ่งด้านหลังที่ไกลออกไป เธอเห็นมีแต่ไม้ยืนต้นสูงใหญ่ คิดในใจว่าหากมิคาอิลกลับมา เธอคงต้องขอให้เขาพาเดินเข้าไปดูบ้าง

กนกนุชดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือ เมื่อเห็นว่าตัวเองเถลไถลมาพอสมควรแล้วจึงลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปในบ้าน วันนี้เธอตั้งใจไว้ว่าจะเข้าไปหาดิกชันนารีภาษาอังกฤษ-รัสเซียที่ห้องสมุดมาไว้ติดโต๊ะทำงานสักเล่ม

ครึ่งชั่วโมงแรกของหญิงสาวหมดไปกับการค้นหาหนังสือที่ต้องการ เมื่อเจอแล้วก็หอบหนังสือกองนั้นมานั่งที่โต๊ะริมห้อง ค่อย ๆ พิจารณาไปทีละเล่ม กนกนุชใช้เวลาในห้องสมุดเพลินจนลืมเวลา อีกทั้งบรรยากาศรอบตัวก็เงียบงัน มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษไปมากับเสียงเครื่องปรับอากาศเท่านั้น เธอปิดปากหาวหลายครั้ง จนท้ายที่สุดก็ฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ

สัมผัสอุ่น ๆ แผ่วเบาบริเวณขมับและแก้ม กลิ่นน้ำหอมแสนคุ้นเคยที่ลอยเข้ามากระทบจมูกทำให้กนกนุชเริ่มรู้สึกตัวตื่นและเปิดเปลือกตาขึ้นทีละน้อย กระทั่งเห็นใบหน้าคมของใครบางคนในระยะใกล้แสนใกล้ ความง่วงงุนก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง

คุณมิคาอิล!รอยยิ้มเจอขันของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวถึงกับหน้าร้อนฉ่าด้วยความอับอาย

โดดงานมาแอบหลับอยู่ตรงนี้นี่เอง ผมรบกวนการนอนของคุณรึเปล่า

ขอโทษค่ะ ฉันมาหาดิกชันนารีอังกฤษ-รัสเซียไปไว้ติดโต๊ะทำงาน แต่ดูไปดูมาก็เผลอหลับเข้าจนได้

ไม่เป็นไรผมไม่ซีเรียส อากาศมันดีและเงียบสงบเหมาะกับการงีบหลับสักครู่จริง ๆ แล้วคุณได้เล่มที่ต้องการรึยัง

ได้แล้วค่ะ เล่มนี้... เล่มที่เหลือฉันเอาไปเก็บเข้าที่ก่อน เธอหยิบเล่มที่เลือกไว้วางตรงหน้า ส่วนเล่มอื่น ๆ ก็เอาซ้อนกันแล้วลุกขึ้นทำท่าจะยกไปเก็บที่เดิม

มา...ผมช่วยมิคาอิลแทรกมือเข้าไปแทนมือของเธอแล้วเอาหนังสือไปถือไว้เองทั้งหมด จากนั้นก็เดินไปยังล็อคของแต่ละเล่มแล้วเอาเก็บเข้าที่อย่างชำนาญจนกนกนุชอดทึ่งไม่ได้ที่เขารู้ว่าหนังสือพวกนั้นเคยอยู่ตรงไหนมาก่อน

คุณจำได้ด้วยหรือคะ ว่าหนังสือเล่มไหนอยู่ล็อคไหน

แน่นอน คุณมาใหม่เลยยังไม่ชิน อยู่ไปนาน ๆ ก็จะรู้เองนั่นแหละว่าแถวไหนเป็นหนังสือประเภทอะไร


********************************************************

7/12/2558

ความตั้งใจแรกคือกะว่าจะอัพเรื่องนี้ทุกวัน เพื่อให้ทันเปิดจองตอนต้นเดือนม.ค. แต่สุดท้ายก็มีงานด่วนเข้ามาตลอดเวลาเลยอ่าาาา ยังไงก็จะพยายามทำให้ได้นะคะ

ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #73 fanclub-tk (@fanclub-tk) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 22:36
    อย่ามาม่าเลยนะ เค้าอิ่มแล้วววว 5555
    #73
    0
  2. #72 fanclub-tk (@fanclub-tk) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 22:36
    อย่ามาม่าเลยนะ เค้าอิ่มแล้วววว 5555
    #72
    0
  3. #30 beam_JH (@beam_jh) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2558 / 17:04
    รออยุ่นะค่ะรีบๆมานะ
    #30
    0