ใต้ปีกมาเฟีย ฉบับรีไรท์

ตอนที่ 2 : กนกนุช - 50% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,583
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    30 ก.ย. 58

กนกนุชนั่งเหม่อลอยอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่างในคฤหาสน์หลังงาม นัยน์ตาคมสวยทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง ในมือถืออัลบั้มรูปที่นำออกมาจากกล่องคุ้กกี้เก่าๆ ซึ่งเป็นรูปถ่ายครอบครัวเมื่อครั้งบิดามารดายังมีชีวิตอยู่ ก่อนที่ทั้งคู่จะจากไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ตั้งแต่เธออายุได้เพียงสิบขวบ

เธอจำได้ว่าหลังจากงานศพของบิดามารดาเสร็จสิ้น บ้านที่เคยอาศัยก็มีคนอื่นเข้าไปอยู่แทน เธอมารู้ทีหลังว่าบ้านหลังนั้นถูกธนาคารยึดแล้วขายทอดตลาดไป ญาติทางฝั่งบิดาก็ไม่มีใครยื่นมือเข้ามารับเลี้ยงดูเธอต่อ ส่วนญาติทางฝั่งมารดานั้นไม่มี ที่อยู่ของเธอหลังจากนั้นจึงเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และตั้งแต่นั้นมาเธอก็อยู่ในความดูแลของมูลนิธิมาโดยตลอด

พออายุสิบห้า มีนักธุรกิจใจดียื่นเรื่องขออุปการะเลี้ยงดูเธอต่อ ซึ่งทางมูลนิธิก็ไม่ขัดข้อง เพราะตามประวัติแล้ว นักธุรกิจผู้นี้อุปการะเด็กกำพร้ามาแล้วหลายคนทั้งหญิง และชาย ส่วนใหญ่นั้นได้ดิบได้ดี มีหน้าที่การงานที่มั่นคงอยู่ในบริษัทในเครือของเขาเอง เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่เธอถูกคัดเลือกให้เป็นเด็กในอุปการะของคนใจดีมีเมตตาอย่างนายนำพล  อังคสกุล

นำพลเป็นพ่อหม้าย ภรรยาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ทั้งคู่ไม่มีบุตรด้วยกัน เมื่อภรรยาจากไป เขาจึงอุปการะเลี้ยงดูเด็กกำพร้าไว้หลายคน เขาเป็นนักธุรกิจผู้ร่ำรวย ชื่อเสียงของเขาในเรื่องความใจบุญสุนทานจึงเป็นที่ถูกกล่าวขวัญถึงเป็นอย่างมาก เด็กหลายคนที่เขารับเลี้ยงดู ได้รับสิทธิ์ให้อยู่ร่วมกันในคฤหาสน์ของเขาอีกด้วย

กนกนุชอาศัยอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้มาได้เกือบแปดปี เธอจำได้ว่าครั้งแรกที่ก้าวเท้าลงจากรถคันหรูที่นำพลส่งคนไปรับถึงมูลนิธิ เธอเอาแต่ยืนตกตะลึงกับความโอ่อ่าอลังการของเคหะสถานที่เธอจะได้เข้ามาอยู่ ตอนนั้นรู้สึกตื่นเต้นดีใจตามประสาคนอ่อนเดียงสาเมื่อได้รู้ว่าตนเองจะได้อยู่บ้านหลังใหญ่สวยงาม แถมยังมีห้องส่วนตัว ซึ่งเธอไฝ่ฝันอยากจะมีตั้งแต่ตอนอยู่มูลนิธิแล้ว

คฤหาสน์ที่นี่จะแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งที่เธอ และบรรดาเด็กในอุปการะคนอื่นๆ อยู่จะเรียกกันว่าปีกซ้าย ส่วนปีกขวานำพลจะพักอยู่คนเดียว ห้องทำงาน ห้องสมุด และห้องสำคัญๆ จะอยู่ทางฝั่งปีกขวาทั้งหมด

ความคิดของกนกนุชล่องลอยกลับไปหาวันวาร

จำได้ว่าเมื่อเธอเข้ามาในคฤหาสน์ ก็เจอกับเด็กหญิงสองคน และเด็กชายสองคนอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ หรืออาจจะมากกว่าไม่กี่ปียืนรอรับสมาชิกใหม่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม หัวใจดวงน้อยอุ่นซ่านเมื่อรู้ว่าอย่างน้อยเธอก็ไม่ได้อยู่ที่นี่อย่างโดดเดี่ยว ยังมีเพื่อนรุ่นเดียวกันให้พูดคุยปรึกษากันบ้าง

นำพล ผู้เป็นเจ้าของบ้านลุกขึ้นยืนเมื่อเธอยกมือไหว้ จากนั้นเขาจึงแนะนำตัวเธอให้เด็กที่อยู่ก่อนได้รู้จัก และให้คนที่อยู่มาก่อนได้แนะนำตัวเองกับผู้มาใหม่

“อยู่ที่นี่ให้เรียกฉันว่าคุณพ่อนะหนูนุช” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างใจดี สายตาที่ทอดมองมาอ่อนโยนราวกับมองลูกในไส้

“ค่ะ... คุณ... เอ่อ... คุณพ่อ”

ตอนนั้นเธอจำได้ว่ารู้สึกขัดเขินแค่ไหนเมื่อต้องเรียกคนอื่นที่ไม่ใช่บิดาแท้ๆ ว่าพ่อ คำที่เธอไม่ได้เอ่ยปากเรียกใครมานานแสนนาน แต่พอได้เรียกอีกครั้ง ความอบอุ่นก็พุ่งวาบอาบไล้เข้าสู่หัวใจทันที

“และจำเอาไว้ว่าทุกคนที่อยู่ที่บ้านหลังนี้เป็นพี่น้องกัน เพราะฉะนั้นต้องรักกัน และช่วยเหลือกันยามที่อีกคนต้องการความช่วยเหลือ เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน จำเอาไว้นะหนูนุช”

เขาบอกกับเธออย่างผู้ใหญ่ใจดี เธอได้แต่พยักหน้ารับคำ ก่อนส่งยิ้มไปให้กับเพื่อนอีกสี่คนที่ยิ้มส่งมาให้อยู่ก่อนแล้ว

เธอถูกส่งให้เรียนมัธยมปลายสายศิลป์ภาษา ทั้งที่ใจอยากเรียนสายวิทย์-คณิตมากกว่า แต่นำพลให้เหตุผลว่าหากเธอเก่งภาษา เมื่อเรียนจบออกมา เขาจะให้เข้าไปช่วยงานที่บริษัท ซึ่งต้องติดต่อกับต่างประเทศบ่อยๆ และด้วยเหตุผลนั้นเองที่ทำให้เธอยอมรับแต่โดยดี และรู้สึกตื้นตันในความเมตตาของเขา

ในวันที่ผลสอบออกมาว่าเธอสอบติดมหาวิทยาลัย นำพลออกอาการยินดี และเอ่ยชมไม่ขาดปาก อีกทั้งยังให้รางวัลเธอด้วยเช็คเงินสดสามแสนบาท เพื่อให้เธอนำไปซื้อของที่อยากได้ แต่เธอก็ไม่ได้นำไปใช้จ่ายอะไรนอกจากเอาไปฝากธนาคารไว้เหมือนอย่างทุกครั้ง

ภาพเหตุการณ์ในอดีตถูกถ่ายทอดขึ้นมาเป็นฉากๆ ราวกับภาพยนตร์ที่ฉายวนซ้ำไปซ้ำมา นัยน์ตาคมสวยมีน้ำใสเอ่อคลอจนภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่าเลือน กระทั่งไหลลงมาอาบแก้มนวลทั้งสองข้าง ตอนนี้จิตใจเธอเริ่มสับสนอย่างหนัก เหมือนคนหาทางออกไม่เจอเมื่อนึกถึงเรื่องที่นำพลเรียกให้เข้าไปพบที่ห้องทำงานส่วนตัวเมื่อคืนที่ผ่านมา

“นุช พ่อมีเรื่องอยากจะให้หนูช่วยพ่อหน่อย” หนุ่มใหญ่ถอนหายใจหนักหน่วง ความรู้สึกลำบากใจเริ่มก่อตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ แต่พอนึกถึงสิ่งที่คาดหวังในอนาคตข้างหน้า เขาจึงจำเป็นต้องทำ

“คุณพ่อมีเรื่องอะไรหรือคะ บอกนุชมาได้เลยค่ะ นุชยินดีช่วยอยู่แล้ว” เสียงใสของเด็กในอุปการะเอ่ยถามอย่างกระตือรือร้น นำพลส่งยิ้มบางๆ ให้ พลางดับก้นบุหรี่ในที่รองก่อนเปิดปากพูดต่อ

“หนูจำท่านรัฐมนตรีกอบศักดิ์ที่เราไปเจอตอนงานเลี้ยงบริษัทได้ไหมลูก” นำพลเอนกายมาข้างหน้า พลางลอบสังเกตสีหน้าของคนฟังที่กำลังทำท่าครุ่นคิด

“อ๋อ... จำได้ค่ะ มีอะไรหรือคะ” หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ เมื่อนึกใบหน้าของบุคคลที่กำลังกล่าวถึง

“คืออย่างนี้ ...ตอนนี้พ่อกำลังจะลงเล่นการเมือง และท่านกอบศักดิ์ก็บอกว่ายินดีจะช่วยสนับสนุนพ่อเต็มที่ แต่ว่า...มันก็จะมีข้อแลกเปลี่ยนบางอย่าง” นำพลเว้นวรรคครู่หนึ่งเพื่อประเมินปฏิกิริยาจากอีกฝ่าย

“อะไรหรือคะ” กนกนุชทำหน้าฉงน นำพลจึงตัดสินใจพูดต่อ

“คือว่า... ท่านกอบศักดิ์เขาพอใจในตัวหนู หากว่าหนูยอมตามใจเขา และทำให้เขาพอใจได้ ท่านจะผลักดันให้พ่อได้นั่งเก้าอี้ตำแหน่งสำคัญของพรรค”

ประโยคเมื่อครู่ราวกับสายฟ้าฟาดลงมาตรงกลางร่าง รู้สึกชาวาบตั้งแต่ศีรษะจนถึงปลายเท้า เธออยากคิดว่าตัวเองหูฝาด หรือได้ยินผิดไป แต่ใบหน้า และแววตาจริงจังของคนที่มีบุญคุณท่วมหัวก็ตอกย้ำว่าสิ่งที่เขาพูดมาเมื่อครู่นั้นเป็นความจริง

“วะ... ว่าไงนะคะ... หมายความว่าอย่างไร... คุณพ่อจะให้หนู...” ประโยคสุดท้ายถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาจุกแน่นจนแทบหายใจไม่ออก

“หนูทำเพื่อพ่อได้ไหมลูก ถือว่าพ่อขอร้อง”

น้ำเสียงมั่นคงของคนพูดราวกับต้องการย้ำชัดถึงเจตนารมณ์เดิมของตน หญิงสาวนิ่งเงียบไป หลุบสายตาเพื่อหลบซ่อนความผิดหวังที่ฉายชัดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่รื้นขึ้นคลอหน่วย

“เอาเป็นว่าพ่อให้เวลาหนูกลับไปคิดก่อนก็แล้วกันนะ แล้วพรุ่งนี้ค่อยมาให้คำตอบกับพ่อ ตอนนี้ไปพักผ่อนก่อนเถอะ”

นำพลเอนกายพิงพนักเก้าอี้ พลางถอนหายใจหนักๆ เมื่อเห็นเด็กในอุปการะยกมือขึ้นไหว้ก่อนก้มหน้าเดินออกไปจากห้องทำงาน

หญิงสาวเดินออกมาอย่างคนไม่มีสติอยู่กับตัว น้ำตาไหลพรั่งพรูอาบแก้มโดยที่เธอไม่สนใจจะเช็ดออกไป จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเดินมาถึงห้องของตัวเองตั้งแต่เมื่อไร รู้สึกเหมือนน้ำท่วมปาก จะหันหน้าไปปรึกษาใครก็ไม่ได้เมื่อนึกถึงคำสั่งที่นำพลย้ำนักย้ำหนา

“ห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกคนอื่น เชื่อพ่อนะนุช พ่อไม่อยากให้คนอื่นมองนุชไม่ดี และพ่อไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องนี้นอกจากเราสองคน”

การไปทำให้ท่านกอบศักดิ์พอใจ แปลความหมายง่ายๆ ก็คือการไปนอนกับรัฐมนตรีคนนั้นน่ะสินะ...

หญิงสาวปิดประตูแล้วโผเข้าหาเตียงอุ่น ปิดเปลือกตาลงพลางเอาหน้าซุกกับหมอน นึกถึงชายร่างใหญ่วัยกลางคนที่เริ่มมีพุงล้ำออกมา ใบหน้ามันเยิ้ม สายตากรุ้มกริ่มราวกับจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ก็ให้รู้สึกสะอิดสะเอียน แค่คิดว่าจะถูกผู้ชายคนนั้นแตะเนื้อต้องตัวก็แทบอยากจะกลั้นใจตายด้วยความรังเกียจ

 

กนกนุชพลิกดูรูปในอัลบั้มอีกครั้ง เธอมักหยิบมันขึ้นมาเปิดดูทุกครั้งยามที่คิดถึงบิดามารดาผู้ล่วงลับ น้ำตาเริ่มรื้นจนกระทั่งไหลลงมาหยดใส่รูปที่เธอถ่ายคู่กับท่านทั้งสอง มือบางรีบใช้นิ้วมือเช็ดมันออกทันที

“คุณพ่อ คุณแม่ขา นุชจะทำอย่างไรดี... นุชต้องตอบแทนพระคุณของท่านนำพลใช่ไหมคะ เพราะท่านเป็นคนให้ชีวิตใหม่กับนุช” เธอพูดเจือสะอื้นกับรูปถ่ายราวกับท่านทั้งสองยังมีชีวิตอยู่

“หรือนุชต้องกลายเป็นคนอกตัญญูคะ”

มือสั่นเทาพลิกดูรูปไปเรื่อยๆ พลันสายตาเหลือบไปเห็นการ์ดอวยพรในกล่อง เธอจำได้ว่าได้การ์ดใบนี้มาจากรุ่นพี่คนหนึ่งที่อยู่ในมูลนิธิด้วยกันในวันที่ย้ายมาอยู่ใต้ชายคาคฤหาสน์หลังใหญ่ บุคคลที่เธอรักดั่งพี่สาวในไส้ มือบางเปิดอ่านด้านใน ข้อความที่เธอท่องจำได้ขึ้นใจเพราะอ่านมันมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่สามารถเลือกชีวิตที่จะเป็นได้ อนาคตอยู่ในมือของนุชแล้วนะ และไม่ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร พี่สาวคนนี้ก็จะอยู่เคียงข้างน้องนุชเสมอ พี่ขออวยพรให้นุชประสบแต่ความโชคดีในชีวิต 

รักน้องสาวคนนี้ตลอดไป

พี่ดาราพร

เหมือนแสงสว่างส่องลงมากลางใจที่มืดมิด กนกนุชอ่านข้อความนั้นอีกครั้งซ้ำไปซ้ำมา รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อหาทางออกให้ตัวเองได้แล้ว


*******************************************************

30/9/2558

นิยายพาฝันเรื่องแรกในชีวิตเลยนะเนี่ย 5555 ตั้งแต่สมัยหัดเขียนนิยายใหม่ๆ เมื่อสามปีที่แล้ว

เรื่องนี้วางแผนเอาไว้ว่าจะอัพให้อ่านกัน 3 เดือนค่ะ แล้วปลายปีจะเปิดจองแบบรูปเล่ม ฉบับรีไรท์ เปลี่ยนปกใหม่ สำนวนใหม่ แต่เนื้อหาแบบเดิม ใครชอบหนุ่มแซ่บๆ หื่นนิดๆ (เหรอออ) แต่ฉลาดเป็นกรด จะพลาดป๋ามิคาอิลไปไม่ได้เลย หุหุ 

อีบุ๊ค ยังไม่ได้อัพเดทนะคะ ใครที่รอโหลดของใหม่ จริงๆ ก็โหลดได้เลยนะ เพียงแต่สำนวนอาจจะอ่านแล้วรู้สึกทะแม่งๆ และเนื้อหาเวิ่นเว้อไปหน่อย ฉบับรีไรท์นี่ ตัดออกไปเยอะเลย

ฝากเรื่องนี้ไว้ในอ้อมใจด้วยนะคะ หวังว่าป๋ามิคจะทำให้สาวๆ หลงรักได้ไม่ต่างจากป๋าชนาธิป ^^


PS. สิ้นเดือนแล้วนาาาาา ใครยังไม่โหลด "พันธนาการร้อยรัก" มาโหลดกันได้นะคะ เค้าอยากแตะหลัก 5 มาช่วยกันอุดหนุนหน่อยน๊าาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #84 krongthip1193 (@krongthip1193) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 14:39

    จอง1เล่มค่ะ

    #84
    0
  2. #27 taniapa (@hamamura) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 23:24
    รอรูปเล่มน่ะค่ะ
    #27
    0
  3. #4 fahpsk (@fahpsk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 23:54
    รอค่ะ^___^
    #4
    0
  4. #2 ผ่านฟ้า (@ariyawattana) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 08:42
    มาต่อๆๆๆๆด่วนๆๆๆคร้าาา
    #2
    0