ใต้ปีกมาเฟีย ฉบับรีไรท์

ตอนที่ 29 : ประจัญหน้า - 100% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,418
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    11 ม.ค. 59

มิคาอิลออกจากห้องของกนกนุชประมาณเที่ยงคืน หลังจากจัดของขวัญปลอบใจไปชุดใหญ่ ตั้งแต่ในอ่างอาบน้ำจนถึงเตียงนอน เมื่อลงมาข้างล่าง อังเดรกับเดฟนั่งรอในห้องรับรองอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มจึงเดินไปนั่งที่โซฟาตัวยาว

“เราหาผู้ชายคนนั้นไม่พบครับ เจอแต่รอยเลือดหยดเป็นทาง เป็นไปได้ว่าเขาน่าจะยังมีชีวิตอยู่ และคงหนีไปที่ไหนสักแห่ง” เดฟเป็นคนรายงานให้ผู้เป็นนายทราบ

“หรือไม่ก็มีคนพาหนีออกจากตรงนั้น” มิคาอิลพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย นึกถึงผู้ชายอีกคนที่หลบหนีไปก่อนหน้านั้นทันที

บ้านซอมซ่อชั้นเดียวในเขตชุมชนแห่งหนึ่ง มีแพทย์วัยกลางคนกำลังยื้ดยุดช่วยชีวิตชายหนุ่มชาวเอเชียที่กำลังนอนนิ่งไม่ได้สติอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ มีชายร่างผอมสูงคอยเป็นลูกมือช่วยอำนวยความสะดวก ท่ามกลางความตึงเครียดที่สะสมมาหลายชั่วโมง ส่งผลให้เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นที่ไรผมทั้งที่อากาศภายนอกค่อนข้างหนาวเหน็บ

ถึงแม้จะผ่าเอากระสุนออกไปได้แล้ว แต่ความเครียดก็ไม่ได้ทุเลาเบาบางลงเลยแม้แต่น้อย เมื่อทั้งสองกำลังพบเจอปัญหาที่ใหญ่กว่า

“นายควรจะรีบพาเขาไปโรงพยาบาลนะวูล์ฟ เขาเสียเลือดมากเกินไป” แพทย์วัยกลางคนหันมาพูดกับผู้ช่วยชั่วคราวที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้าง ๆ

“โธ่...หมอ ไม่มีทางอื่นแล้วหรือ ผมกลัวว่าถ้าพาเขาไปโรงพยาบาลจะยิ่งไม่ปลอดภัยน่ะสิ”

“แต่เราต้องการเลือด อีกอย่างฉันเองก็ไม่รู้ด้วยว่าเพื่อนนายคนนี้เขาเลือดกรุ๊ปอะไร”

“ถ้าผมพาเขาไป แต่ยังไม่ต้องกรอกประวัติได้ไหมครับ ทำเหมือนว่าผมเจอเขาข้างทางแล้วพามาส่ง”

“ตามใจนายสิ แต่ตอนนี้เราต้องรีบแล้วไม่อย่างนั้นจะเสี่ยงกับการช็อกเพราะขาดเลือดนานเกินไป”

วูล์ฟรีบวิ่งไปเปิดประตูรถค้างไว้เพื่อจะได้พาคนเจ็บขึ้นรถได้สะดวก เห็นแพทย์ที่เขาไปลากออกมาจากโรงพยาบาลที่มารดาของเขากำลังรักษาตัวอยู่กำลังเก็บเครื่องมือลงกล่องอุปกรณ์ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองเขา

“ฉันรับเขาไว้เป็นคนไข้ของฉันก็ได้ นายไม่ต้องห่วง” แววตาอ่อนแสงจากแพทย์วัยกลางคนทำให้วูล์ฟรู้สึกซาบซึ้ง 

“ขอบคุณครับหมอ ขอบคุณมาก ถ้าไม่มีหมอ ผมก็ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร”

“รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวนายยกส่วนเท้า ฉันยกส่วนหัวเขาเอง”

นายแพทย์ก้มลงมองใบหน้าซีดขาวราวกับไม่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงของคนป่วยแล้วอดคิดไม่ได้ว่า ชายคนนี้โชคดีที่กระสุนเฉียดหัวใจไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่กระสุนฝังร่าง ไม่ได้ทะลุผ่านตัวออกไป อาการจึงโคม่าขนาดนี้ ยังดีที่ยังหนุ่มยังแน่น ร่างกายแข็งแรงจึงทนพิษบาดแผลได้ หากเป็นคนอื่นคงเสียชีวิตไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงหลังจากถูกยิงแล้ว

เมื่อถึงโรงพยาบาล แพทย์ผู้นั้นโผล่หน้าออกจากตัวรถไปบอกกับเจ้าหน้าที่ว่าเคสฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจึงรีบเข็นเปลออกมารับผู้ป่วยที่อยู่เบาะหลังด้วยความรวดเร็ว จากนั้นจึงเข็นเข้าไปยังห้องผ่าตัด วูล์ฟวิ่งตามไปติด ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่หน้าห้อง เพราะพยาบาลสั่งห้ามไม่ให้เขาเข้าไปข้างใน

นายแพทย์คนเดิมเดินไปยังห้องผ่าตัดที่รัชวินทร์นอนรอรักษาอยู่ ชายวัยกลางคนหันหน้ามาทางวูล์ฟ พร้อมกับพยักหน้าให้เล็กน้อยอย่างให้กำลังใจ

“ฝากเพื่อนผมด้วยนะหมอ” นายแพทย์คนนั้นพยักหน้าให้อีกครั้ง ทำให้วูล์ฟยิ้มออกมาได้ เมื่อประตูห้องปิดลงแล้ว วูล์ฟจึงหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้หน้าห้อง เอนศีรษะพิงไว้กับผนัง ยกมือขึ้นกอดอกไว้ แล้วหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน

ตอนที่รัชวินทร์สั่งให้เขารีบวิ่งหนีไป จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้หนีไปไหนเลย เขาแอบย้อนกลับมาซุ่มดูอยู่ข้างซุ้มไม้ใหญ่ จนกระทั่งเห็นกับตาว่าผู้ชายตัวโตผิวเข้มคนนั้นจ่อยิงมาที่รัชวินทร์จนกลิ้งตกลงมาตามทางลาด เขาจึงรีบวิ่งไปอีกทางเพื่อลงไปตามหาร่างของรัชวินทร์ที่ร่วงลงไป

โชคดีที่รัชวินทร์ไปฟุบอยู่ในพุ่มไม้ซึ่งเป็นจุดบดบังสายตาได้เป็นอย่างดี เขาจึงแบกเอาร่างของเพื่อนขึ้นบ่าแล้วพาออกจากป่าด้วยความทุลักทุเล จะกลับทางเดิมก็ไม่ได้ เพราะดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่ผู้ชายคนที่ลั่นไกยิงกับหญิงสาวหน้าสวยแค่สองคนเท่านั้น แต่กลับมีคนหลายคนเดินย่ำไปย่ำมาอยู่ข้างบนนั่น ซึ่งเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าเป็นพวกไหน

ความอ่อนเพลียจากการแบกรัชวินทร์ออกมาจากป่า และความขึ้งเครียดในตอนที่ยื้อยุดชีวิตของชายคนหนึ่งที่เจอกันแค่ไม่กี่วันทำให้ร่างกายเริ่มอ่อนล้าจนหนังตาหนักอึ้ง จากที่แค่ต้องการปิดตาเพื่อพักผ่อนเพียงชั่วครู่ แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็จมลงสู่ห้วงนิทรารมณ์ไปจนได้

เวลาผ่านไปนานเท่าไรก็สุดรู้ แต่เสียงวุ่นวายรอบข้างปลุกให้วูล์ฟค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก เขาหันไปมองรอบตัว เมื่อเห็นว่าประตูห้องผ่าตัดเปิดออกแล้ว ร่างสูงก็ดีดผึงออกจากเก้าอี้พุ่งตรงไปหน้าห้องนั้นทันทีด้วยความอยากรู้ ก่อนจะถูกกันตัวออกมาจากพยาบาลที่เดินออกมาพอดี

“คนไข้คนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง”

“เขาปลอดภัยแล้ว แต่คงต้องให้อยู่ห้องไอซียูเพื่อรอดูอาการไปก่อนค่ะ” พยาบาลตอบเสร็จก็ผละจากไป ระหว่างนั้นเขาเหลือบไปเห็นแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดเดินออกมาพอดี วูล์ฟปรี่เข้าไปหาพร้อมกับยิงคำถามรัวไม่ยั้ง

“หมอ เพื่อนผมเป็นอย่างไรบ้าง เขาปลอดภัยไหม ฟื้นรึยัง ผมเข้าไปดูได้ไหม”

“เพื่อนนายเขาพ้นขีดอันตรายแล้วล่ะ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ไม่ต้องห่วงนะ ให้เขานอนพักที่นี่ไปก่อนเพราะต้องรอดูอาการว่าแผลจะติดเชื้อหรือเปล่า คงต้องให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ไปก่อน”

“ขอบคุณครับหมอ ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณ ขอบคุณ”

วูล์ฟพร่ำขอบคุณอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด ในขณะที่แพทย์ขอตัวผละออกไป สักพักเตียงคนไข้ก็ถูกเข็นออกมาจากห้องผ่าตัดเพื่อย้ายไปยังห้องไอซียู วูล์ฟเดินตามมาหยุดยืนรออยู่หน้าห้อง ครั้นพอนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาจึงเดินไปถามพยาบาลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนั้น

“จริงสิ คนป่วยคนนั้นชื่ออะไรนะครับ ผมบังเอิญเจอเขาบาดเจ็บเลยรีบพามารักษาที่นี่”

“เห็นคุณหมอแจ้งเอาไว้ว่าชื่อ...เอ...สักครู่นะคะ ขอเปิดดูก่อน อ้อ...พอล เอ็น เวสเตอร์ เป็นชาวฮ่องกงค่ะ”

“พอล เอ็น เวสเตอร์งั้นหรือ ขอบคุณมากครับ” วูล์ฟยิ้มบาง ๆ ส่งให้พยาบาลก่อนจะปลีกตัวออกมามองผ่านกระจกเข้าไปยังเตียงที่มีร่างคนป่วยนอนไม่ได้สติอยู่ท่ามกลางสายระโยงระยาง

“หึ...ไอ้เพื่อนยาก นายมีชื่อใหม่แล้วนะ พอล เอ็น เวสเตอร์”


***************************************************

11/1/2559

คนมาลงชื่อจองหนังสือช่างน้อยนิด กระซิกๆ ไม่สนใจกันเหรอตัวเองงงงงงง

ประมาณกลางเดือนหน้าก็ได้รูปเล่มไปนอนกอดแล้วน๊าาาา แต่ตอนนี้ยังออกแบบปกไม่เสร็จเลย งานเยอะจัด จนไม่รู้จะทำอะไรก่อนแล้วเนี่ย 

ราคาหนังสือ ใต้ปีกมาเฟีย ไม่เกินสามร้อยบาทแน่นอนค่ะ ประมาณดูแล้วน่าจะราคาเท่าคิมหันต์หวนรักนั่นแหละ ส่งฟรีเช่นเคยพร้อมของสมนาคุณค่ะ

สนใจก็ทักแชทมาได้ที่กล่องข้อความนะคะ ที่เพจ ณรมล จรสจันทร์ 

หรือเมลมาที่ lovely-jewel@live.com ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

84 ความคิดเห็น

  1. #79 fanclub-tk (@fanclub-tk) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มีนาคม 2559 / 23:35
    นี่สินะ ที่เรียกว่า เพื่อนแท้
    #79
    0