ใต้ปีกมาเฟีย ฉบับรีไรท์

ตอนที่ 9 : หัวใจกับหน้าที่ - 35% -

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,764
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    11 พ.ย. 58

ชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่งก้าวขาลงจากรถแท็กซี่แล้วเดินสะพานเป้ใบใหญ่เข้าไปในสนามบิน หลังจากจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มก็เดินไปยังเกทตามที่แจ้งไว้ในตั๋ว ดวงตายาวรีมองหาที่นั่งเพื่อรอเวลา เมื่อได้ตำแหน่งเหมาะๆ จึงก้าวเข้าไป ปลดเป้ใบใหญ่ลงจากหลังวางไว้ด้านข้างแล้วหย่อนตัวลงนั่ง

ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักแล้วหลับตาลง ครุ่นคิดไปถึงเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อวันก่อนจนทำให้ทั้งบ้านแทบลุกเป็นไฟ ตามมาด้วยการเรียกตัวเข้าพบเป็นการด่วนของนำพล พร้อมกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งเป็นเหตุให้เขาต้องมานั่งอยู่ตรงนี้

'วินทร์ แกรู้ไหมว่ายายนุชมันก่อเรื่องปวดหัวมาให้พ่อ'

'นุชน่ะหรือครับ'

'ใช่ มันไปฟาดหัวท่านกอบศักดิ์เกือบปางตาย ท่านโกรธมากถึงกับประกาศลั่นว่าจะฆ่ายายนุชให้ได้ด้วยตัวเอง'

'แล้วทำไมจู่ๆ นุชถึงไปตีหัวเขาได้ล่ะครับ'

'ท่านชอบยายนุชมาก ถึงกับบอกว่าจะช่วยให้พ่อได้เก้าอี้ในสภา พ่อเลยส่งไปปรนนิบัติท่าน แต่ไม่คิดเลยว่ายายนุชมันจะกล้าทำถึงขนาดนี้'

'แล้วตอนนี้นุชไปอยู่ที่ไหนแล้วครับ'

'มันหนีไปแล้วตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่พ่อให้คนตามสืบมาแล้ว มันหนีไปรัสเซีย คนรายงานมาว่ามีเพื่อนสนิทยายนุชสมัยที่เคยอยู่มูลนิธิด้วยกันแต่งงานกับชาวรัสเซียแล้วย้ายไปอยู่ที่นั่น ข้อมูลอยู่ในซองนี่หมดแล้ว'

'คุณพ่อจะให้ผม... เอ่อ...'

'ไปลากคอมันกลับมาให้ได้ ฉันจะฆ่ามันด้วยมือของฉันเอง'

รัชวินทร์คิดจนปวดหัวว่าจะหาทางช่วยกนกนุชได้อย่างไร ถ้าเป็นคนอื่นเขาไม่ลังเลที่จะทำตามคำสั่ง แต่นี่เป็นกนกนุช ผู้หญิงที่เขารัก และเคยคิดจะขออนุญาตนำพลแต่งงานกับเธอ แต่ตอนนี้เขาต้องมาตามลากตัวเธอกลับไปรับโทษทัณฑ์จากผู้ให้ชีวิตใหม่อย่างนำพล

พาเธอกลับมาก็เท่ากับพาเธอมาตาย!

แต่ถ้าไม่พากลับมาก็เท่ากับขัดคำสั่งผู้มีพระคุณ นำพลเป็นคนฉลาด ดูออกว่าเขาคิดอย่างไรกับกนกนุช ถึงได้จงใจมอบหมายงานนี้ให้เขาทำ ทั้งที่มีคนอื่นอีกมากมายที่นำพลเคยเรียกใช้งาน ราวกับต้องการทดสอบความจงรักภักดีของเขา แล้วเขาควรจะทำอย่างไรดีระหว่างหัวใจกับหน้าที่ อย่างไหนคือสิ่งที่เขาควรเลือก

เสียงประกาศเรียกขึ้นเครื่อง รัชวินทร์จึงลุกขึ้นคว้าเป้ขึ้นคาดไหล่ เขาเดินไปต่อแถวยื่นตั๋วกับเจ้าหน้าที่ จากนั้นก็เดินเข้าไปยังทางเชื่อมเพื่อเข้าสู่ภายในทันที

เมื่อถึงที่นั่งของตัวเอง รัชวินทร์ปลดเป้ลงจากไหล่ ดึงกระเป๋าเอกสารออกมา ก่อนจะเหวี่ยงมันขึ้นไปเก็บไว้ด้านบน เสร็จเรียบร้อยก็หย่อนตัวลงนั่งแล้วหยิบเอกสารและรูปถ่ายในกระเป๋าออกมานั่งดู

ภาพด้านหน้าของร้านอาหารเสน่ห์ไทยที่คาดว่ากนกนุชน่าจะไปอยู่ที่นั่น ด้านหลังมีรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่ตั้งของร้านกำกับไว้ รูปถัดไปเป็นรูปหญิงสาวคนหนึ่ง อายุประมาณสามสิบ เขาพลิกดูหลังรูปมีรายละเอียดบอกไว้ว่าผู้หญิงคนนี้ชื่อดาราพร อีกใบเป็นรูปชายชาวต่างชาติ คาดว่าคงเป็นสามีของดาราพรยืนกอดอกอยู่หน้าร้านด้วยความภาคภูมิใจ

รัชวินทร์วางรูปทั้งหมดลงบนตัก เปลือกตาปิดลงพร้อมกับใช้นิ้วโป้งนวดขมับไปมา คงเป็นผลพวงมาจากที่เขาอดนอนเมื่อคืน เพราะมัวแต่คิดเรื่องของกนกนุช เขาคิดแม้กระทั่งว่าจะพาเธอหนีไปให้ไกล แต่ถ้าทำอย่างนั้น เขามั่นใจได้เลยว่าชีวิตของเขา และกนกนุชจะไม่มีวันสงบสุขอย่างแน่นอน เพราะคนอย่างนำพลไม่เคยปล่อยให้คนทรยศลอยนวล

รัชวินทร์นึกถึงคำพูดที่เขาเคยสัญญาเอาไว้กับกนกนุชว่าจะเป็นคนคอยดูแลปกป้องในวันที่เธอไม่มีใคร และจะช่วยเหลือทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เสียแล้ว

กระบอกตาเริ่มร้อนผ่าวจนเขาต้องหลับตาลงอีกครั้ง เรื่องนี้กนกนุชไม่ผิด เธอมีสิทธิ์ที่จะรัก และปกป้องตัวเอง คนผิดคือไอ้นักการเมืองบ้ากามนั่นต่างหาก เขาขอสัญญาเลยว่าตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ เขาจะหาทางเด็ดหัวมันให้ได้

นุช...พี่ขอโทษ

 

กนกนุชลืมตาตื่นในตอนเช้า รู้สึกกระปรี้กระเปร่าเพราะได้นอนเต็มอิ่ม เหลือบมองนาฬิกาที่โต๊ะข้างเตียง เจ็ดโมงครึ่งแล้ว แต่พอเธอหยิบนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เข็มมันชี้ไปที่เวลาสิบโมงครึ่ง นั่นก็เพราะเวลาของที่นี่จะช้ากว่าเมืองไทยสามชั่วโมง หญิงสาวยิ้มบางเมื่อสิ่งที่เธอกังวลเกี่ยวกับนายจ้างคนใหม่ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด อย่างน้อยๆ วันนี้เธอก็ตื่นขึ้นมาบนเตียงโดยที่ไม่มีร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งบุบสลายไปแม้แต่น้อย

กลิ่นหอมเหมือนกลิ่นกุหลาบลอยพัดผ่านจมูกจางๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนลุกขึ้นจากเตียงแล้วพยายามมองหาที่มาของกลิ่น กระทั่งสายตามองไปเห็นกุหลาบช่อใหญ่ปักอยู่ในแจกันบนโต๊ะหน้าโซฟา และหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เธอเดินยิ้มเข้าไปหา ก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของมันเข้าเต็มปอด

“แอนนานี่น่ารักจัง”

จากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว เมื่อเปิดประตูเข้าไป รอยยิ้มก็คลี่กว้างขึ้นเมื่อเห็นอ่างอาบน้ำมีน้ำรองไว้เรียบร้อย พร้อมกลีบกุหลาบลอยเต็มพื้นที่ อดนึกชมความน่ารักเอาใจใส่ของแอนนา หัวหน้าแม่บ้านไม่ได้

หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จเรียบร้อย หญิงสาวก็ก้าวขาลงไปในอ่างกุหลาบ มือเอื้อมหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมารองศีรษะแล้วเอนตัวลงนอนหลับตาพริ้มอย่างอิ่มเอมใจ แต่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนที่ผ่านมาทำให้ปากที่กำลังแย้มยิ้มเมื่อครู่ต้องเบ้ออก เมื่อคนบ้ากามทำเป็นสุภาพบุรุษเดินมาส่งเธอหน้าห้องแล้วเล่นทีเผลอมาขโมยจูบไปอย่างหน้าด้านๆ  

Good Night Kiss จะได้ฝันถึงผม”

“ฝันร้ายน่ะสิตาบ้า ดีนะที่ไม่ได้ตามหลอกหลอนกันไปจนถึงในฝัน”

กนกนุชหน้าง้ำแต่พวงแก้มกลับขึ้นสีระเรื่อ อดหวั่นใจไม่ได้ เพราะตามสัญญาเธอต้องทำงานกับเขาสามเดือนเป็นอย่างต่ำ หรือจนกว่าจะชดใช้หนี้ได้หมด ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น เธอเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าจะเหลือชีวิตรอดจากเงื้อมมือของเขาได้หรือไม่ ในเมื่อวันแรกเธอยังโดน เจ้านายชีกอ หื่นใส่เสียขนาดนี้ และยิ่งนานวันเข้าเธอคงถูกเขาจับกินไม่เหลือหลอ

หญิงสาวแช่น้ำกุหลาบประมาณครึ่งชั่วโมงก็ลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่มาห่มตัว หางตาเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งสอดอยู่ในกองผ้าที่พับเรียงกันไว้จึงหยิบมาอ่าน

ผมเห็นคุณกำลังหลับสบายเลยไม่อยากรบกวน

หวังว่าคุณจะชอบดอกกุหลาบนะ เพราะผมว่ามันเหมาะกับคุณดี

ปล. หน้าคุณเวลาหลับนี่... เซ็กซี่มากเลย รู้ตัวรึเปล่า

                                        คิส

กนกนุชแทบกรี๊ดออกมาดังๆ ให้สมกับความเจ้าเล่ห์ของมิคาอิล นี่เขากล้าดีอย่างไรถึงได้มาแอบมองเธอตอนหลับ แถมยังถือวิสาสะเดินไปเดินมาในห้องของเธออีกต่างหาก

แต่พอนึกไปนึกมาแล้วอดตำหนิตัวเองไม่ได้ มีคนมาเดินเพ่นพ่านอยู่ในห้องแต่กลับไม่รู้เรื่องสักนิด นี่ถ้ามีคนพยายามจะทำร้ายหรือฆ่าเธอ สงสัยคงได้ตายทั้งที่ยังหลับไม่รู้เรื่อง

หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อย กนกนุชเดินลงมาข้างล่างผ่านห้องรับรองไปยังห้องอาหาร เห็นร่างสูงใหญ่ของนักย่องเบากำลังนั่งละเลียดกาแฟอยู่ที่โต๊ะ เธอจึงเดินเข้าไปหาอย่างเอาเรื่อง นัยน์ตาสีเทาแฝงแววทะเล้นมองสบตาเธอ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก

“อรุณสวัสดิ์ หวังว่าเมื่อคืนคุณคงหลับสบาย”

กนกนุชไม่ตอบแต่ชูกระดาษโน้ตที่เขาวางไว้ในห้องน้ำขึ้นมาอยู่ในระดับสายตา พลางเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถามคนกำลังนั่งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“อ้อ... จะขอบคุณผมสินะ ไม่เป็นไร ผมยินดี ว่าแต่คุณชอบมันรึเปล่าล่ะ”

เอาเข้าไป! นี่ไม่ได้สำนึกเลยใช่ไหม... กนกนุชกลอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอาที่เขาตีขลุมเข้าข้างตัวเองได้หน้าตาเฉย

“ฉันขอบคุณคุณแน่ แต่ที่ฉันอยากรู้ก็คือทำไมคุณถึงได้ถือวิสาสะเข้าห้องนอนของฉันโดยพละการ ทั้งที่ฉันยังนอนหลับอยู่ และคุณเข้ามาตอนไหนไม่ทราบ”

หญิงสาววางกระดาษลงตรงหน้าชายหนุ่ม แล้วยืนกอดอกรอฟังคำตอบ มิคาอิลยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอย่างใจเย็น ก่อนระบายยิ้มส่งให้อย่างไม่ทุกข์ร้อน

“รูมเซอร์วิส ผมเข้าไปตั้งแต่เช้าแล้วล่ะ เห็นคุณกำลังหลับสบายเลยไม่อยากปลุก”

“แล้วทำไมคุณไม่เคาะประตูห้องก่อนจะเข้าไป ฉันจะได้ตื่น”

“ผมเคาะแล้วนะ แต่คุณไม่ได้ยินเองต่างหาก” มิคาอิลมองร่างระหงที่ยืนเท้าสะเอว ทำท่าราวกับแม่เสือแล้วก็นึกมันเขี้ยวอยากจะรวบตัวหิ้วขึ้นข้างบนเสียให้รู้แล้วรู้รอด

“เคาะแล้ว แน่ใจนะ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่อง” สีหน้าฉงนของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มนึกขันอยู่ในใจ... หลอกง่ายจริงๆ

“แน่สิ ผมเคาะแล้ว” แต่ใช้ช่อดอกไม้เคาะนะ ไม่ได้ใช้มือ... มิคาอิลต่อประโยคในใจ ยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่คนเดียว

กนกนุชจนด้วยเกล้า คร้านจะต่อล้อต่อเถียงกับคนตรงหน้า จึงปิดปากเงียบแล้วเดินไปนั่งตรงข้ามกับเขา

“กาแฟไหมครับ หรือจะรับเป็นอย่างอื่น” มิคาอิลเลิกคิ้วขึ้นสูงเป็นเชิงถาม

“มีอะไรบ้างคะ” กนกนุชพยายามปัดอารมณ์ขุ่นมัวทิ้งไป วันนี้เป็นเช้าวันใหม่ เธอควรเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยอารมณ์แจ่มใสเบิกบานถึงจะถูก

“ก็อาหารเช้าแบบอเมริกัน ชา กาแฟ โกโก้ ตอนอยู่เมืองไทยส่วนใหญ่คุณกินแบบไหนล่ะ บอกแอนนาได้นะ จะได้ทำให้คุณได้ถูก หรือถ้าสนใจอยากจะรับผมแทนอาหารเช้าก็ได้นะ”

รอยยิ้มกรุ้มกริ่มถูกส่งมาให้อีกครั้ง กนกนุชค้อนตาคว่ำ ก่อนจะสะบัดหน้าพรืดไปอีกทาง

“แบบอเมริกันก็ได้ค่ะ ตอนอยู่เมืองไทยส่วนใหญ่อาหารเช้าของฉันจะเป็นข้าวต้มมากกว่า”

“ข้าวต้ม? อืม... บางทีคุณอาจจะต้องสอนแอนนาแล้วล่ะ ผมไม่แน่ใจว่าเธอจะทำเป็นรึเปล่า หรือคุณจะลงมือทำเองก็ได้นะ ผมอยากลองกินฝีมือคุณ” พูดจบเขาก็ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอีกครั้ง แต่สายตากลับไม่เลื่อนไปจากวงหน้าของหญิงสาว

“ถ้าอย่างนั้นฉันคงต้องขอนุญาตใช้ครัวของคุณนะคะ”

“ตามสบาย ในบ้านหลังนี้คุณมีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ ผมอนุญาต”

มิคาอิลพูดพลางยักไหล่ หางตาเหลือบไปเห็นอังเดรเดินเข้ามาใกล้จึงวางแก้วกาแฟลง อังเดรก้มลงกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างข้างหูมิคาอิล ซึ่งกนกนุชฟังไม่เข้าใจอยู่แล้วจึงไม่ได้สนใจนัก

แต่ตอนนี้ สิ่งที่หญิงสาวนึกขึ้นได้ว่าต้องทำเป็นอย่างแรกเมื่อมาอยู่ที่นี่ก็คือ การเรียนภาษารัสเซีย


****************************************************

11/11/2558

เรื่องนี้เปิดจองเดือนหน้านะคะ ออกกับสนพ.กรองอักษรเจ้าเก่าค่ะ ปกใหม่ รีไรท์เนื้อหาใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการปรับสำนวนให้กระชับขึ้นเท่านั้นนะคะ ไม่ได้มีการเพิ่มเนื้อหาแต่อย่างใด

สำหรับอีบุ๊ค ตอนนี้ยังเป็นเวอร์ชั่นเก่าอยู่ เวอร์ชั่นใหม่เสร็จเมื่อไรแล้วจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ

ขอแจ้งข่าวหน่อยค่ะ

ตอนนี้กำลังเปิดจอง "คิมหันต์หวนรัก" ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 2 

ราคาเล่มละ 299.- ส่งฟรีพร้อมของสมนาคุณ ใครสนใจสามารถส่งข้อความเข้ามาได้ที่

1. เพจณรมล จรสจันทร์ หรือเพจกรองอักษรได้เลยค่ะ หรือ

2. เมล์มาที่ lovely-jewel@live.com

3. http://krongaksorn.lnwshop.com/

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

84 ความคิดเห็น