最佳女配(快穿): ร้อยชาติรัก ยอดนางรอง(Quick time travel)

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 166,427 Views

  • 2,739 Comments

  • 5,766 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,057

    Overall
    166,427

ตอนที่ 11 : บทที่ 10 กลยุทธพิชิตโฮสต์หนุ่มวายร้าย (5)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 193 ครั้ง
    31 ต.ค. 59



บทที่ 10 กลยุทธพิชิตโฮสต์หนุ่มวายร้าย (5)



 

หรงรุ่ยตื่นนอนอย่างปลงๆ ล้างหน้าแล้วก็เปลี่ยนเป็นชุดออกกำลังกายตัวหลวมที่แม่บ้านชราเอามาให้ ถึงลงไปพร้อมอ้าปากหาวไปด้วย

ที่จริงแล้วจนกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกว่าทั้งหมดนี้ไม่ปกติ ใครที่ไหนบ้างเขาจะจ่ายเงินตั้งมากมายเพื่อพาเขามายังสถานที่ห่างไกลจากนั้นก็ชวนเขาวิ่งออกกำลังกายตอนเช้าเป็นเพื่อนเธอช่างยากจะเข้าใจจริงๆ

เจ้าชายที่ไม่ได้ออกจากบ้านไปวิ่งเล่นมานานคล้ายจะรู้ว่าพวกเขากำลังไปทำอะไรกัน จึงตื่นเต้นจนกระโดดดึ๋งขึ้นลง โผเข้าหาร่างพวกเขาสองคนไม่หยุด

อวี่ฉีสวมปลอกคอกับร้อยเชือกจูงให้มันอย่างยากลำบาก พอออกจากประตูก็เอาสายเชือกจูงวางไว้ในมือของหรงรุ่ย ส่วนตัวเองวิ่งไปข้างหน้าอย่างสบายใจเฉิบ

เจ้าชายเห็นเจ้านายวิ่งก็รีบกระโจนตามไป หรงรุ่ยถูกกระชากจนร่างเอนไปด้านหน้า แค่ออกจากประตูก็เกือบล้มหน้าคะมำ

เขาส่ายหน้า ก่อนวิ่งตามไปอย่างอ่อนใจ

อากาศชานเมืองสดชื่นกว่าในใจกลางเมืองมาก ผืนหญ้าเขียวอ่อนนุ่มนิ่มคล้ายพรมขนยาวในคฤหาสน์ บ้างก็แต่งแต้มด้วยพุ่มดอกไม้ป่าสีม่วง เงยหน้าขึ้นมองสามารถมองเห็นฟ้าสีเขียวคราม

เสียงนกเจื้อยแจ้วดังมาเป็นระลอก กลับทำให้โดยรอบยิ่งสงบร่มเย็นมากขึ้น

หางม้ามัดสูงของสาวน้อยด้านหน้าแกว่งซ้ายขวาตามย่างก้าว ปัดผ่านลำคอขาวราวหยกเป็นจังหวะ เจ้าชายขาวหิมะทั้งร่างวิ่งตามหลังของเธอ ขนยาวขาวของมันนุ่มและพองฟู

การชมทิวทัศน์งดงามและมองดูหญิงสาวสวยล้วนทำให้คนสุขใจ หรงรุ่ยยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาดำดังน้ำหมึกคู่นั้นก็โค้งยิ้มอย่างไม่รู้สึกตัว

เขาเร่งวิ่งหลายก้าว จนตามทันฝีเท้าของอวี่ฉี วิ่งเคียงบ่าเคียงข้างเธอ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียเกียจคร้านดั่งแสงอาทิตย์ยามเช้าตรู่ ทำไมจู่ๆ ถึงได้อยากวิ่งตอนเช้าขึ้นมาครับ

อวี่ฉีมองเจ้าชายครั้งหนึ่ง ทุกวันมันต้องออกมาเดินเล่นครึ่งชั่วโมงขึ้นไป คุณไม่ได้เคยเลี้ยงสุนัขหรอกหรือ

อืมหรงรุ่ยเหลือบมองเธอ ผมเพียงแต่คิดไม่ถึงว่าคุณจะเป็นเจ้านายที่ดีเท่านั้น

อวี่ฉียกมุมปาก เอียงหน้ามองเขาอย่างแปลความหมายไม่ออก พูดสื่อความหมายลึกซึ้ง ฉันเป็นเจ้านายที่ดีหรือไม่ ต่อไปคุณก็จะรู้เอง

 หรงรุ่ยหลบสายตา เปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อก่อนทุกครั้งที่วิ่งตอนเช้าผมเองก็พาข้าวสาลีไปวิ่งเล่นเหมือนกัน แป๊บเดียวก็ผ่านมาหลายปีแล้ว เวลาผ่านไปเร็วจริง”

อวี่ฉีอดหัวเราะไม่ได้ “ข้าวสาลี? คุณช่างตั้งชื่อจัง”

“อืม เป็นลาบราดอที่งดงามตัวหนึ่ง ขนเงาสว่าง คล้ายรวงข้าวสาลีต้องแสงตะวัน”

อวี่ฉีสะบัดหางม้าที่ด้านหลังศีรษะให้เขาดู “คุณดูสิขนของฉันไม่ได้เงางามเช่นกันหรอกหรอ ทำไมคุณไม่ลองเลี้ยงฉันแล้วตั้งชื่อให้ว่า งาดำ เป็นไง”

หรงรุ่ยขำจนยืดเอวขึ้นไม่ได้ เจ้าชายเองก็เข้ามาร่วมสนุกด้วยการเลียหน้าเขาอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อหัวเราะพอแล้วเขาก็มองตาของเธอก่อนให้คะแนนประเมินเธออย่างเคร่งขรึมจริงจัง “คุณฉิน คุณช่างมีอารมณ์ขัน”

“ยังเรียกคุณฉินอยู่อีกหรอคะ”

เขาก้มหน้ามองเจ้าชาย แล้วหรี่ตาเรียกชื่อของเธอแผ่วเบา “อวี่ฉี”

ง่ายๆ สั้น แค่สองคำ ถูกเขาเรียกด้วยน้ำเสียงติดเกียจคร้านเช่นนี้ ประกอบกับลมเอื่อยอ่อนโยนที่พัดผ่าน เหมือนดังคำกระซิบแผ่วหวานระหว่างคนรักที่ใกล้ชิดกันที่สุด

เธอขานรับคำหนึ่ง ก้มศีรษะลงไปจุ๊บเร็วๆ ที่ข้างแก้มขวาของเขาประทับรอยไว้ จากนั้นก็ยืดตัวขึ้นแล้วถอยหลังวิ่งไปข้างหน้า ยิ้มอย่างเจิดจ้าภายใต้แสงตะวันอันอบอุ่น

หรงรุ่ยอึ้งไป ครู่หนึ่งก็ต้องส่ายหน้าแล้วหัวเราะขำ บางทีเธออาจพูดไม่ผิด เธอเป็นเจ้านายที่ดีจริงๆ การทำงานให้เธอนั้นมีความความสุขกว่าที่เขาคาดไว้ร้อยเท่า

……

เมื่อทั้งสองกลับไปถึงคฤหาสน์ทั้งร่างก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ต่างกลับห้องของตัวเองไปอาบน้ำ ก่อนมานั่งที่โต๊ะเพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน

หลังจากมื้อเช้าอวี่ฉีก็ลากหรงรุ่ยไปแปรงขนให้เจ้าชาย โดยใช้แปรงซี่ห่างสางเรียงเส้นขนก่อน ถึงใช้แปรงเข็มหวีเก็บขนที่พองฟูทั้งหมด จากนั้นก็แปรงขนหมูป่าสองชั้นแปรงซ้ายขวาหน้าหลังอีกหลายรอบ ซามอยด์ตัวเต็มวัยตัวหนึ่งแปรงขนแต่ละครั้งต้องใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงได้

หรงรุ่ยอดพูดออกมาไม่ได้ว่า “เลี้ยงสุนัขใหญ่คงมีแต่คนมีเงินและว่างมากเท่านั้นถึงจะทำได้”

“คุณเองก็เคยเลี้ยงข้าวสาลีนี่” อวี่ฉีเอ่ยทักท้วง เธอกำลังขัดสมาธิอยู่บนสนามหญ้าอ่อนนุ่มหลังคฤหาสน์ ผมปล่อยสยายยาวสลวยพาดบ่า ทำให้หน้าตาแลดูกระจ่างสดใส

เธอสวยจนสามารถใช้หน้าตาหากินได้ มิใช่คนประเภทที่จะจ่ายเงินมากมายเพื่อมาหาเขาเลย

ยิ้มตอบแล้ว หรงรุ่ยก็ทำงานในมือต่อ เพียงแต่จู่ๆ ที่หน้าตักก็ต้องรู้สึกหนัก เป็นอวี่ฉีที่นอนลงมา แล้วใช้ศีรษะวางที่หน้าขาของเขา ผมดกดำอ่อนนิ่มสยายออก คล้ายขนห่านดำสูงค่าพาดทับลงมาบนกางเกงยีนส์ของเขา

กลิ่นหอมอันอ่อนหวานของหญิงสาวโชยผ่านปลายจมูก เหมือนมีเหมือนไม่มี หลบซ่อนยั่วเย้า เขาชะงักไป แทบจะไม่สามารถเพ่งสมาธิแปรงขนให้เจ้าชายได้ สายตามักจะเหลือบไปมองทางเธออย่างไม่รู้ตัว

วันนี้เธอไม่ได้แต่งหน้า ใบหน้าขาวเนียนกระจ่าง คล้ายส่องแสงจากภายในออกมา เนื้อดีดั่งหยกอุ่น เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาที่มองผ่านใบหน้าหลายครั้ง อวี่ฉีก็ลืมตาขึ้นมองอย่างช้าๆ ก่อนหรี่ดวงตาเหมือนแมวเหมียว “คุณกำลังมองฉันอยู่?

หรงรุ่ยอึ้งไปเสี้ยววินาทีเดียว ก่อนเพ่งสมาธิไปตั้งใจแปรงขนให้เจ้าชายได้อย่างรวดเร็ว

สมาธิแน่วแน่ดีจริงๆ ไม่เสียทีที่เป็นบุรุษที่เคยเดินผ่านกอพุ่มร้อยพันธุ์บุปผามาแล้ว อวี่ฉีลอบถอนหายใจ ได้แต่เล่นให้หนักขึ้น เธอเอียงศีรษะเล็กน้อย แนบข้างใบหน้ากับท้องน้อยแบนราบของเขา สองมือก็อ้อมไปด้านหลัง โอบเอวเขาคล้ายหมีโคอาล่าเกาะต้นไม้

มือที่กำหวีอยู่ของหรงรุ่ยอดที่จะสั่นน้อยๆ ไม่ได้ ทำให้กระชากขนของเจ้าชายจนมันร้องเสียงหลง แล้วมุดเข้าไปในอ้อมกอดของเขาเพื่อให้โอ๋ปลอบโยน

แสงอาทิตย์ค่อยๆ แรงขึ้น ทั้งสองจึงพาเจ้าชายเข้าบ้าน แม่บ้านชรากำลังยุ่งกับงานบ้านอยู่ เห็นพวกเขาเข้ามาก็รีบยื่นน้ำชาขนมของว่างให้ ก่อนบอกว่าอาหารเที่ยงกำลังจะเสร็จแล้ว

อวี่ฉีรีบบอกเธอว่าช้าๆ ก็ได้ไม่ต้องรีบร้อน เมื่อพูดจบก็ลากข้อมือของหรงรุ่ยขึ้นชั้นบน

หรงรุ่ยก้มหน้ามองไปทางมือที่เกาะกุมข้อมือของเขา ช่างเป็นมือที่คุณหนูผู้ร่ำรวยเท่านั้นที่จะมีได้ ข้อกระดูกได้รูปเนื้อหนังเรียบเนียน ขาวผ่องนุ่มนิ่ม ผิวพรรณละเอียดเนียนลื่นเทียบได้กับหยกหยางจื่อ

เขายิ้มน้อยๆ พร้อมพูดหยอกล้ออย่างไม่จริงจัง “คุณหนูท่านนี้ อย่าได้แตะเนื้อต้องตัวกันบ่อยสิครับ”

อวี่ฉีหยุดยืนแล้วหมุนตัวกลับ หางม้าวาดผ่านอากาศในองศาที่งดงาม เธอยืนตรงมองเขาบนขั้นบันไดที่สูงกว่าสองสามขั้น คิ้วตางดงามติดรอยยิ้ม แววตาเป็นประกายสดใส “แตะเนื้อต้องตัวงั้นหรอ”

หรงรุ่ยลอบรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี แล้วก็ตามที่คาด วินาทีต่อมาเธอยกมือข้างที่เขาเพิ่งชื่นชมขึ้น ก่อนเชิดปลายคางเขาด้วยท่าทีหยอกเอินคล้ายนักเลงจีบสาว ก้มศีรษะลงมาแล้วจุมพิตที่ริมฝีปากของเขาเบาๆ ทีหนึ่ง วูบเดียวคล้ายแมลงปอแตะผิวน้ำ

“นี่สิถึงเรียกว่าแตะเนื้อต้องตัว” เธอยิ้ม ใช้นิ้วลูบไล้ปลายคางของเขาช้าๆ หลายครั้งก่อนปล่อยไป แล้วคว้าข้อมือเขาอีกครั้ง “ตามฉันขึ้นไปข้างบน มีของดีอะไรจะให้”

ที่จริงแล้วอวี่ฉีบังเอิญคิดขึ้นได้ว่าฉินอวี่ฉีในนิยายดั้งเดิมนอกจากเคยให้ของขวัญเป็นเครื่องประดับอัญมณีแล้ว ยังเคยให้กระดิ่งลมที่เธอทำขึ้นด้วยตัวเองอีกด้วย พวกของแพงเหล่านั้นเธอกลับจำไม่ได้สักเท่าไหร่ แต่กระดิ่งลมอันนี้เธอจดจำได้แม่นยำทีเดียว

หรงรุ่ยตามเธอไปที่ห้องของเธออย่างมึนงง เห็นเธอเข้าไปค้นรื้อลิ้นชักอยู่หลายที่ ถึงค้นเจอกล่องกำมะหยี่เขียวประณีตอย่างยากลำบาก

หลายวันมานี้ เขาสลักความทรงจำของความ ร่ำรวยมหาศาลของใครบางคนอย่างลึกซึ้งดีทีเดียว เห็นท่าทีของเธอเช่นนี้ ก็ยังนึกว่าในกล่องใส่ไว้ด้วยของหาได้ยากอะไร ใครจะรู้ว่าพอเธอเปิดฝากล่องออก ภายในกลับเผยให้เห็นกระดิ่งลมสีเขียวฝีมือหยาบกระด้างอันหนึ่ง

ริบบิ้นสีเขียวลอดผ่านครอบกระจกใสทรงกลวงครึ่งวงกลม ด้านบนวาดไว้ด้วยดอกไม้ใบไม้ดูเด็กน้อย ที่ภายใต้ครอบกระจกห้อยไว้ด้วยการ์ดสีเขียวหนึ่งแผ่น

กระดิ่งลมทำมือรูปแบบธรรมดา ดูไปแล้วอย่างมากราคาก็แค่ยี่สิบ ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของราคากล่องกำมะหยี่นั้นเลย

ที่จริงแล้วในวินาทีที่อวี่ฉีเปิดกล่องออกก็ยังรู้สึกเลยว่าคงไม่มีหน้าเอาไปให้ใคร ใครจะไปรู้ว่างานฝีมือของฉินอวี่ฉีเลวร้ายถึงขนาดนี้เล่า ริบบิ้นเขียวไม่ได้จับให้ดีแลดูบิดๆ เบี้ยวๆ ทั้งยังรุ่ยปลายอีกต่างหาก ส่วนฝีมือการวาดภาพบนครอบกระจกก็อเนจอนาถถึงขีดสุด สู้เด็กอนุบาลสี่ขวบยังไม่ได้เลย อับอายขายขี้หน้าไปถึงไซบีเรียนู่นแล้ว

แต่เมื่อเอาของออกมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรให้เอากลับ ที่เธอพอจะทำได้ก็มีเพียงแต่ขายผ้าเอาหน้ารอด

หรงรุ่ยเลิกคิ้วสูง ที่มุมปากจะดูอย่างไรก็กำลังหัวเราะเยาะแน่นอน “กระดิ่งลม?

“อืม...ทำไว้ตอนเด็ก”

ที่ได้รับกลับมาคือสายตาติดจะรังเกียจของหรงรุ่ย อวี่ฉียัดกระดิ่งลมไว้ในมือของเขาด้วยสีหน้าถือดีของผู้เหนือกว่า หรี่ตาพร้อมข่มขู่ “กล้าทิ้งละก็คุณตายแน่”

หรงรุ่ยยังคงเลิกคิ้ว “นี่นับเป็นของหมั้นหรือเปล่า?

“ทำไม คุณคิดใช้ร่างกายตอบแทนหรือไงคะ”

หรงรุ่ยมองกระดิ่งลมอยู่ครึ่งค่อนวัน ในที่สุดก็กลั้นไม่ไหวหัวเราะออกมาจนได้ แล้วจะอย่างไรก็หยุดไม่ได้เสียด้วยสิ

เขาพบว่า เวลาที่อยู่กับหญิงสาวคนนี้ จำนวนครั้งที่ตัวเองหัวเราะได้อย่างสบายใจยังมากกว่าจำนวนในหนึ่งปีที่ผ่านมารวมกันเสียอีก ถ้าพวกเขาไม่ได้เจอกันในสถานการณ์ก่อนหน้านี้ บางทีเขาอาจหลงรักเธอไปนานแล้วก็เป็นได้


                 

Talk!!!

ถ้าอวี่ฉีเป็นน้องงาดำ นิดคงได้เป็นน้องฝอยขัดหม้อแน่ๆ 55+ จะมีสนมคนไหนรับเลี้ยงไหมนะ

น้องงาดำเหลือร้าย ตอนหน้าก็จบแล้วล่ะจ้า บอสยังอ่อนพิชิตง่ายดายภายใน 5 บทจบ

หว่านอัน

                            

ปล. มีภาพซามอยด์มาฝาก จะได้รู้ว่ายิ้มหวานจริงไหม

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 193 ครั้ง

40 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 10:28
    อกอีแป้น!!! แถวนี้มีคนฉวยโอกาสกินเต้าหู้พระรองค่ะ
    #2684
    0
  2. #2630 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 16:04
    โง้ยหวานมากกกกก เจ๊อวี่ฉีนี่ตัวแม่แห่งการล่อลวงจริงๆ โอ้ยขอหยิบยืม5555555
    #2630
    0
  3. #2508 เหยียนเฟยหลิง (@M0tif) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 13:40
    เห็นด้วยกับพระเอกว่าเป็นหมาที่คนรวยเลี้ยง แปรงขนก็หมดวันแล้ว
    #2508
    0
  4. #1766 คนที่ไม่มีอะไรทำ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 09:05
    น่ารักอ่าาามา แม่ๆหนูขอตัวดิ อยากได้~~~😚😚😚
    #1766
    0
  5. #1239 minemilk (@pichamine) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 12:19
    โฮก ซามอยน่ากินอ่ะ เอ้ย น่ารัก
    #1239
    0
  6. #1238 minemilk (@pichamine) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 12:19
    ซามอยยยยยย
    #1238
    0
  7. #942 amnesiac (@amnesiac) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559 / 16:30
    ซามอยด์ปุกปุยน่ากอดมาก
    #942
    0
  8. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 23:27
    ชอบๆขอบคุณคร้า
    #468
    0
  9. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 20:09
    เจ้าชายแลดูแพงมากอะ น่าฟัดสุด ๆ หรงหรุ่ยโดนดาเมจหลายรอบมาก เราฟินสุดๆ อ่านไปยิ้มไป ชอบมากค่ะ
    #467
    0
  10. #464 NON-SHUGAR (@NON-SHUGAR) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 18:41
    อ่านตอนนี้เเล้วเขินมาก ชอบโมเมนต์นี้ บอสหรงหรุ่ยเราหวั่นไหวซะเเล้ว ได้เวลาที่อวี่ฉีจะเผด็จศึกเเล้ว ปล.ซามอยด์น่ารักมาก
    #464
    0
  11. #463 Mapiya (@naragamol123) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 16:55
    อ้าาาา! อ่านไปแล้ว เขินแทนนางเอกคะ. คู่นี้น่ารักมาก ... อัยเร็วๆนะคะติดตามอยู่
    #463
    0
  12. #462 kusachi shiga (@shiga123) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 16:46
    โอ้ยยย. จิกหมอนแทบขาดน่ารักอะไรปานนั้น
    #462
    0
  13. #461 168999au (@168999au) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 16:14
    เทคนิค...น่าใช่จริงๆ
    #461
    0
  14. #460 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 15:37
    อะไรนะตอนหน้าจบ บอสรุ่ยอะไรจะใจง่ายเพียงนี้ค่ะ 555555 ผ่านมายังไม่ทันครบเดือนเลยค่ะท่าน
    #460
    0
  15. #459 JuLi (@JL-BB) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 12:58
    อ่านครั้งแรกติดงอมแงมเลยค่ะ
    #459
    0
  16. #457 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 11:01
    บอสจะอดใจกับน้องงาดำไหวได้ไง
    #457
    0
  17. #456 Sompyu (@Sompyu) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 10:05
    คริคริคริ....กอดหมอนกลิ้งหลุนๆ
    #456
    0
  18. #455 ManitaSuttiyut (@ManitaSuttiyut) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 08:57
    ฟินนนนนนน
    #455
    0
  19. #454 APRIL (@jamlovenami) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 08:24
    กรี้ดดดดด! น่ารักโฮกกกกก~
    #454
    0
  20. #453 NanaToT (@loveme000) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 08:05
    น่ารักกกกกกก
    #453
    0
  21. #452 ซาลาสซา (@sasalassa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 07:53
    กำลังคิดบอสแบบนี้อ่อน แบบไหนจะยาก ผู้ชายแบบไหนยาก อืม ต้องแบบผู้บริหาร นักการเมืองตัวจริงเสียงจริง ไม่ใช่ไม้อ่อนสินะ
    #452
    0
  22. #451 ~''Fanrasia''~ (@-lalis-) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 07:25
    อ้ายยย เจ้าชายน่าร้ากกก ปราบบอสโลดดด มาต่อไวๆน้าา
    #451
    0
  23. #450 annonann (@annonann) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 06:09
    โอ๊ยอยากลองลูบเจ้าชายสักที คงนิ่มมากๆ
    #450
    0
  24. #448 ^ จู ^ (@inuko555) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 03:23
    บอส อ่อนอะ

    5555
    #448
    0
  25. #447 pupuwwww (@phupooperf) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 03:10
    อยากรู้ว่าพอจบภารกิจแล้ว ในเรื่องจะเป็นยังไงต่อหรอคะ
    #447
    0