最佳女配(快穿): ร้อยชาติรัก ยอดนางรอง(Quick time travel)

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 166,387 Views

  • 2,739 Comments

  • 5,766 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,017

    Overall
    166,387

ตอนที่ 24 : บทที่ 22 - 23 บทพิเศษ(หานเซ่า)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 357 ครั้ง
    27 พ.ย. 59



บทที่ 22 บทพิเศษ(หานเซ่า)(1)


หนึ่งในเป้าหมายของงานของอวี่ฉีก็คือรับประกันว่านางเอกและพระเอกของนิยายทุกเรื่องจะครองคู่รักกันจนอวสาน ถ้าภารกิจสำเร็จแล้วจากไปทันที ก็มีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะทำให้พระรองฝ่ายร้ายจิตตก และกลับไปหาเรื่องพระเอกและนางเอกอีกครั้ง

เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้น เมื่ออวี่ฉีออกจากนิยายเรื่องนี้ไป หน่วยงานกลางก็จะก็อบปี้ความทรงจำและนิสัยของเธอเอาไว้ เพื่อทดแทนตัวจริงของเธอและอยู่ในนิยายเรื่องนี้ต่อไป จนกระทั่งเรื่องราวทั้งหมดสิ้นสุดลง ความทรงจำใหม่ที่เกิดขึ้นจะย้อนกลับไปสู่ร่างกายของอวี่ฉี กลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ใช้เป็นหลักประกันในการสำเร็จภารกิจของเธอในภายภาคหน้าต่อไป

อธิบายให้ง่ายๆ หน่อยก็คือ ร่างแม่ของอวี่ฉีจากไปเพื่อสำเร็จภารกิจถัดไป ส่วนร่างแยกของเธอจะรั้งอยู่เพื่อจัดการทุกสิ่งอย่างแทน

ในชั่ววินาทีที่อวี่ฉีจากไป ข้อมูลตัวเลขกระจัดกระจายและจัดเรียงตัวใหม่ พริบตาเดียวก็ก๊อบปี้ความทรงจำและนิสัยได้สำเร็จ

รูม่านตาขยายและหดลงเหมือนเดิม เธอผละออกจากอ้อมกอดของผู้ชายร่างบอบบางอย่างนิ่มนวล แล้วคล้องแขนของเขา “ช่องทางเดินลมแรง ฉันพยุงท่านกลับห้องนะคะ”

วันถัดมาเมื่อหานเซ่าลืมตาตื่น ก็เห็นอวี่ฉีฟุบหลับสนิทอยู่ข้างเตียง เขาคิดยกมือขึ้นลูบผมยาวดำขลับของเธอ แต่พบว่ามือขวาของตัวเองถูกเธอจับไว้แน่น

อึ้งไปเล็กน้อยเขาก็กุมมือเธอกลับ เรียกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ขึ้นมานอนบนเตียง พื้นเย็นจัด”

อวี่ฉีค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา สบเข้ากับสายตาของหานเซ่าแล้วก็แย้มยิ้มให้ ก่อนพยุงกายขึ้นมาหอมที่ข้างแก้มเบาๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “อรุณสวัสดิ์ค่ะ”

หานเซ่าเองก็ยิ้มได้ “อรุณสวัสดิ์”

เดิมทีบ่ายสามต้องขึ้นเครื่อง แต่เพราะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น อวี่ฉีจึงเปลี่ยนตั๋วเป็นครึ่งเดือนให้หลัง เพื่อรอให้หานเซ่าฟื้นฟูร่างกายให้ดีเสียก่อน

ที่นี่มีป่าฝนที่อุดมสมบูรณ์ หาดทรายงดงาม ขุนเขาเขียวครึ้มและลำธารทะเลสาบใส ไม่ต้องกังวลเลยว่าถ้าอยู่นานเกินไปจะเบื่อหน่าย

ทุกวันทั้งสองจะจับมือกันเดินเล่นที่ชายหาด ฝ่าเท้าเหยียบย่ำลงบนเม็ดทรายละเอียดนุ่มนิ่ม น้ำทะเลอันอบอุ่นซัดสาดเท้าจนสะอาด นกนางนวลตัวขาวหิมะทิ้งตัวและร่อนเหินครั้งแล้วครั้งเล่า หรือบางครั้งเดินเล่นที่ชายป่าฝน ถ้าโชคดีก็จะเห็นนกสีรุ้งบินผ่านสายตา

โรงแรมที่พวกเธออยู่ก่อสร้างบนเชิงเขาเล็กๆ ข้างทางล้วนเป็นหญ้าเขียวขจี เหยียบย่ำลงไปก็รู้สึกนุ่มนวลเหมือนเดินบนพรม

เพียงแต่เวลาส่วนมากก็ผ่านพ้นไปในโรงแรมอยู่ดี อวี่ฉีตั้งใจเสาะหาภาพยนตร์คอมมาดี้หลากหลายประเภท แล้วปิดม่านรอบห้องสูทจนมิดชิด ทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียงเพื่อชมภาพยนตร์กันตลอดบ่าย

ช่วงเย็นอวี่ฉีจะเปิดเพลงสบายๆ ในห้อง เปิดไฟหัวเตียงแล้วอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร นิยายต่างๆ ให้เขาฟัง

ทุกครั้งหานเซ่ามักจะยิ้มแล้วลูบผมของเธอเล่น “ฉันแค่กระเพาะไม่ดี สายตายังดีอยู่หรอก”

ครึ่งเดือนถัดมา พวกเขาขึ้นเครื่องบินไปยังเมืองชายทะเลที่น่ารักแห่งหนึ่ง

พวกเขาซื้อคฤหาสน์สามชั้นหลังหนึ่ง ตัดสินใจอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ระยะยาว

ที่นี่มีอากาศดีพอเหมาะ มีชายหาดปาล์มที่งดงามที่สุด มีแสงอาทิตย์สีทองอันอ่อนโยนอบอุ่นที่สุด มีเพื่อนบ้านที่มีความสุขที่สุด วันเวลาคล้ายจะชะลอฝีเท้าลง ณ ที่นี้ ทุกคนล้วนผ่อนคลายสบายใจเหลือล้น ทุกวันดีงามเหมือนพักผ่อนในวันหยุดยาว

เดิมทีอวี่ฉีคิดทำเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่หานเซ่าห้ามเธอไว้ และจ้างแม่บ้านมาสองคน เขาโอบเธอเข้ามาในอ้อมอก “อวี่ฉี เธอคือรักยอดดวงใจของฉัน ไม่ใช่คนรับใช้ ขังเธอไว้อยู่ข้างกายก็เห็นแก่ตัวมากพอแล้ว จะให้เธอเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้อีกได้อย่างไร”

เขาเหมือนมักรู้สึกว่าการแต่งเธอเป็นภรรยาคือการผลักเธอลงสู่นรกด้วยมือของเขาเอง รู้สึกผิดมาโดยตลอด และโทษตัวเองไม่จบสิ้น

ความรู้สึกด้านลบไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ อวี่ฉีดึงมือเย็นเฉียบของเขาแนบกับแก้มอบอุ่นของเธอ น้ำเสียอ่อนโยนที่สุด “ฉันยินยอมพร้อมใจ จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยได้อย่างไรคะ” พักไปครู่หนึ่งก่อนยิ้มหวาน “ในโลกนี้จะมีเด็กสาวสักกี่คนที่ได้แต่งงานกับคนที่รัก ฉันโชคดีที่สุดแล้วค่ะ”

 “แต่ฉันไม่สามารถอยู่เคียงข้างเธอได้ตลอดไป” เขารู้สึกผิด ลูบไล้แก้มของเธอเบาๆ ลุ่มหลงโง่งม “รับปากฉัน อวี่ฉี เมื่อฉันจากไปแล้วให้หาผู้ชายที่รักเธอ ให้เขาดูแลเธอไปชั่วชีวิต”

เธอลุกขึ้นยืน กอดเอวเขาหลวมๆ ครู่หนึ่งก็แหงนหน้ามองเขา จ้องดวงตาเรียวหงส์ที่งดงามคู่นั้น น้ำเสียงเรียบแต่นิ่มนวล “ชั่วชีวิตนี้อวี่ฉีจะไม่มีคนรักคนที่สองเด็ดขาด”

เขาจ้องตาเธออยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ เขาเขยิบไปด้านหน้า หน้าผากอิงกับหน้าผากของเธอ พร้อมยกมือประกบมือของเธอ สิบนิ้วสอดประสาน อวี่ฉี ฉันจะพยายามมีชีวิตอยู่ต่อไปเขาพูดอย่างอ่อนโยน ถึงแม้ว่าจะอยู่เคียงข้างเธอได้อีกวันเดียวก็ตาม”

ปลายจมูกของเธอแสบ แต่กลับหัวเราะได้ น้ำเสียงมั่นคง “ฉันพูดตั้งหลายครั้งแล้วนะคะ ว่าท่านจะมีอายุถึงร้อยปีน่ะ”

หลายวันถัดมา หานเซ่าก็สั่งให้สาวใช้ไปซื้อเต่าบกพม่ามาตัวหนึ่ง แล้วเลี้ยงไว้ที่ด้านหนึ่งของห้องรับแขก

อวี่ฉีรู้สึกประหลาดใจ ยืนอยู่หน้าอ่างกระจกด้วยความงุนงงที่สุด “ทำไมท่านถึงคิดเลี้ยงเต่าขึ้นมาล่ะคะ”

หานเซ่าโอบไหล่เธอ “มีสัตว์ให้เธอเลี้ยงไง ชอบไหม”

ไม่เสียทีที่เป็นหานเซ่า เลือกสัตว์เลี้ยงกับเขาสักทีก็สามารถทำได้แตกต่างจากคนอื่นเขาขนาดนี้

อวี่ฉียกมือขึ้นแตะมือที่ขวาของเขาที่โอบเธอไว้ พร้อมเอียงหน้ายิ้มให้ “เป็นของที่ท่านให้ จะไม่ชอบได้อย่างไรคะ เพียงแต่ทำไมเป็นเต่าล่ะคะ”

หานเซ่ากุมมือของเธอกลับอีกที สายตาเรียวหงส์เต็มไปด้วยความอ่อนโยน “เต่ามีชีวิตยืนยาว ฉันหวังว่ามันจะอยู่กับเธอแทนฉันไปจนแก่เฒ่า”

ทันใดนั้น อวี่ฉีพูดอะไรไม่ออกอีก เขายิ่งอ่อนโยน ใจของเธอยิ่งเจ็บปวด

เขากอดเธอมาแนบอก คล้ายปฏิบัติต่อเด็กน้อยที่เศร้าสร้อย โอบอุ้มยอมรับ “อวี่ฉี อวี่ฉี ดีใจหน่อยเป็นยังไง ฉันซื้อมันเพื่อให้เธอดีใจ ไม่ใช่ให้เธอเจ็บปวดเสียใจ” ก่อนยิ้มเหมือนปลอบเด็ก “ตั้งชื่อให้มันหน่อยสิ”

อวี่ฉีฝังร่างกับอกของเขา พูดเสียงอู้อี้ออกมา “เรียนมันว่าอาเซ่าแล้วกันค่ะ”

หานเซ่าอึ้งไป ก่อนจะคิดขึ้นได้ว่าวันที่เขาเมาคืนนั้น เธอเรียกเขาว่าอาเซ่าด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ภาพความทรงจำยังคงเด่นชัด ประหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

เมื่อรั้งสติกลับมา เขาก็อดขำไม่ได้ “ได้ เรียกมันว่าอาเซ่า”

----------------------------------

สี่ปีผ่านไป อวี่ฉีอายุยี่สิบปีแล้ว

ในวันที่ท้องฟ้าใสกระจ่างเหมือนผ่านการชำระล้าง ลมเมฆสงบนิ่ง พวกเขาจัดงานแต่งงานขึ้นในโบสถ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแห่งหนึ่ง

หลังคาโดมโค้งสูงเคร่งขรึม แท่นพิธีสีทองเขียวทำให้ผู้คนกริ่งเกรง

บาทหลวงมองหานเซ่า “คุณจะยินยอมรับคุณผู้หญิงท่านนี้เป็นภรรยาของคุณหรือไม่ ไม่ว่าเวลาเจ็บป่วยหรือเวลาสบาย ยากจนหรือร่ำรวย งดงามหรือโรยรา ยามทุกข์ยามสุข คุณจะยังคงรักเธอ ปลอบโยนเธอ ให้เกียรติเธอ ปกป้องเธอ ซื่อสัตย์ต่อเธอตลอดไป จนกระทั่งจากโลกนี้ไป”

น้ำเสียงทุ่มต่ำต่างภาษาดังขึ้นในโบสถ์ ไม่มีเวลาใดที่จะศักดิ์สิทธิ์น่ายำเกรงมากกว่าในเวลานี้อีก

หานเซ่าร่างผอมบางมากกว่าหลายปีที่แล้ว แต่น้ำเสียงยังคงอ่อนโยนดังเดิม “ฉันยินยอม”

บาทหลวงหันไปทางอวี่ฉี “คุณจะยินยอมรับคุณผู้ชายท่านนี้เป็นสามีของคุณหรือไม่ ไม่ว่าเวลาเจ็บป่วยหรือเวลาสบาย ยากจนหรือร่ำรวย งดงามหรือโรยรา ยามทุกข์ยามสุข คุณจะยังคงรักเขา ปลอบโยนเขา ให้เกียรติเขา ปกป้องเขาซื่อสัตย์ต่อเขาตลอดไป จนกระทั่งจากโลกนี้ไป”

รูปลักษณ์ของอวี่ฉีเจริญเติบโตเต็มที่ งดงามประหนึ่งรูปสลักฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า เธอแย้มยิ้มน้อยๆ น้ำเสียงอ่อนหวานแต่มั่นคง “ฉันยินยอมค่ะ”

บาทหลวงประกาศให้ทั้งสองแลกแหวนกันได้ หานเซ่าเอียงตัวมองเธอ ดวงตาเรียวหงส์ทอประกายความอ่อนโยนและอบอุ่น ส่วนเธอเพียงยิ้มให้เขา ลักยิ้มสองข้างแก้มน่ารักอ่อนหวาน

หานเซ่าเองก็ยิ้มเช่นกัน ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วเบาตามคำของบาทหลวง “นี่เป็นครื่องหมายการแต่งงานที่ฉันมอบให้เธอ ฉันยินยอมแต่งงานกับเธอ รักเธอ ปกป้องเธอ ไม่ว่ายากดีมีจน ไม่ว่าเจ็บป่วยหรือยามสุขสบาย ฉันจะเป็นสามีที่ซื่อสัตย์ต่อเธอ” เขาสวมแหวนให้เธอที่นิ้วนางข้างซ้าย ท่าทีอ่อนโยนเหมือนเธอเป็นดังกระเบื้องเปราะบาง

อวี่ฉียิ้มให้เขา ก้มศีรษะลงสวมแหวนให้เขาที่นิ้วนางมือข้างซ้ายอย่างช้าๆ ก่อนให้คำสัตย์สำเนียงอ่อนโยน นี่เป็นครื่องหมายการแต่งงานที่ฉันมอบให้คุณ ฉันยินยอมแต่งงานกับคุณ รักคุณ ปกป้องคุณ ไม่ว่ายากดีมีจน ไม่ว่าเจ็บป่วยหรือยามสุขสบาย ฉันจะเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ของคุณ”

บาทหลวงยิ้มบางๆ “ทั้งสองท่านโปรดเอ่ยตามพ่อ”

พวกเขายิ้มให้กันและกัน เอ่ยขึ้นพร้อมกันอย่างรู้ใจ “คุณจะไปหนทางใด ฉันจะไปหนทางนั้น คุณจะไปอยู่ที่ไหน ฉันจะไปอยู่ที่นั่น ประเทศของคุณจะเป็นประเทศของฉัน พระเจ้าของคุณก็คือพระเจ้าของฉัน” เสียงสอดประสานสมบูรณ์แบบอย่างน่าเหลือเชื่อ

เสียงของบาทหลวงก้องกังวานภายในโบสถ์ “ด้วยอำนาจที่พระผู้เป็นเจ้ามอบให้พวกเรา พ่อขอประกาศให้พวกท่านทั้งสองเป็นสามีภรรยา คู่ครองพระเจ้าสรรสร้าง ไม่อาจแยกจากกันตลอดไป”

พรมแดงโปรยด้วยกลีบกุหลาบทั่วบริเวณ เขาค่อยๆ เปิดผ้าคลุมหน้าสีขาวของเธอ ก้มศีรษะลงมอบจุมพิต

มือของเขาประคองที่ผมดำยาวของเธอ คล้ายผู้ใหญ่ที่โอบอุ้มทุกอย่างไว้ และคล้ายความอ่อนโยนหลงใหลของสามี เขาถอนหายใจเบาๆ ข้างใบหูของเธอ “อวี่ฉี เธอเป็นเด็กสาวที่งดงามที่สุดที่เคยพบเจอในชั่วชีวิตของฉัน”

เธอโอบเอวเขาไว้ ยิ้มอย่างอ่อนหวาน

ในสายตาของเจ้าบ่าว ในโลกนี้ไม่มีผู้หญิงใดจะงดงามเท่าเจ้าสาวของเขาอีกแล้ว

 



อาเซ่า

 


บทที่ 23 บทพิเศษ(หานเซ่า)(2)


ถึงแม้โรคมะเร็งไม่สามารถรักษาให้หายขาด ได้แต่ควบคุมเอาไว้ แต่มันก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น จากข้อมูลพื้นฐาน ผู้ป่วยโรคมะเร็งของสหรัฐอเมริกาสามารถมีชีวิตอยู่ต่อโดยเฉลี่ยสูงถึงสิบเอ็ดปี ไม่ได้น้อยกว่าผู้ป่วยโรคออกอาการช้าอย่างผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคเบาหวานเลย ภายใต้การดูแลอย่างระมัดระวังของอวี่ฉี สุขภาพร่างกายของหานเซ่าคงที่มาโดยตลอด แค่ชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านไปอีกหกปีแล้ว

เต่าที่ชื่อว่าอาเซ่าตัวนั้นเติบโตจนตัวใหญ่มากแล้ว ทั้งยังชอบลากกระดองหนักอึ้งของตัวเองเดินไปมาช้าๆ อยู่ตลอดเวลา

หานเซ่าก็ไม่ได้ดูอ่อนเยาว์อีกแล้วเช่นกัน แต่เดือนปีเซาะสลักให้ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์เหลือล้น วันเวลาได้ตกตะกอนภายในดวงตาลึกล้ำคู่นี้ ค่อยๆ บ่มเพาะจนได้ความงามพิสุทธิ์ ทุกกริยาท่าทางคือความสง่า แค่เอียงหน้าไปยิ้มบางๆ ก็เพียงพอที่จะทำให้สาวน้อยวัยสิบแปดใจเต้นระรัวแล้ว

เขากลับมักรู้สึกว่าตัวเองแก่ชรามาก ชอบล้อเล่นกับเธอว่า “เธอลองดูสิว่าฉันเหมือนพ่อของเธอไหม”

และทุกครั้งอวี่ฉีก็จะประคองใบหน้าของเขา ลูบไล้เบาๆ “ไม่ค่ะ ท่านยังคงหล่อเหลาเช่นเดิม”

จากนั้นเขาก็จะยิ้มประมาณว่า ฉันรู้ว่าเธอแค่อยากปลอบใจฉัน

แต่งงานมาหกปีแล้ว เขาไม่เคยแตะต้องเธอ ถึงแม้จะหลับนอนเตียงเดียวกันก็ยังแค่กอดเธออย่างสุภาพบุรุษ ไม่เคยทำสิ่งใดที่ล่วงเกินกว่านั้น

บางครั้งเขาก็จูบเธอ ด้วยท่าทางอ่อนโยนที่สุด ไม่เคยข้ามไปขั้นตอนถัดไป

เมื่อเธอไม่เข้าใจ เขาก็โอบกอดเธอ น้ำเสียงอบอุ่นและอ่อนโยน “อวี่ฉี ฉันเป็นเพียงแค่คนแก่ที่ขี้หงุดหงิดฉุนเฉียว ครอบครองหัวใจเธอก็เห็นแก่ตัวมากแล้ว ฉันไม่อยากติดค้างเธอมากกว่านี้”

มอบเงินให้เธอ มอบอัญมณีให้เธอ มอบเสื้อผ้าให้เธอ แต่งงานกับเธอ สิ่งใดที่เขามอบให้มากมายนี้เขาไม่เคยเอ่ยถึง เพียงดื้อดึงอย่างตั้งมั่นคิดว่าตัวเองติดค้างเธอมากมาย นิสัยของผู้ชายคนนี้ช่างสูงส่งเหลือเกิน

ครั้งหนึ่งเมื่อไปดูอาเซ่าด้วยกัน ในที่สุดเขาก็พูดความจริง “ที่จริงแล้วฉันเลือกซื้อเต่าเพราะเห็นแก่ตัว”

เธออิงกายในอ้อมกอดเขา เงยหน้ามองเขาอย่างสงสัย “อะไรนะคะ”

เขายื่นมือออกมาลูบผมดำนุ่มสลวยของเธอ เกลี่ยไล้เบาๆ อย่างคลั่งไคล้ มุมปากอมยิ้มอ่อนโยน “ฉันกลัวว่าถ้าเลี้ยงสุนัขหรือแมว เธอจะไม่มีเวลาสนใจฉัน”

ที่แท้ยังมีเหตุผลเช่นนี้ด้วย ผู้ชายคนนี้ช่างน่ารักจริงๆ

อวี่ฉีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ดึงมือเขามาจุมพิต “ท่านคิดมากไปแล้วค่ะ” หยุดไปนิดนึง ก่อนจะพูดล้อเล่นกับเขาอย่างสงสัย “แล้วทำไมวันนี้ท่านถึงมาสารภาพเสียล่ะคะ”

หานเซ่าประคองใบหน้าของเธอ “เธออยู่เป็นเพื่อนฉันนานพอแล้ว ฉันพอใจแล้ว”

น้ำเสียงของเขายังคงอ่อนโยนดังเดิม กลับติดสำเนียงอย่างหนึ่งที่ไม่เป็นมงคลเอาเสียเลย

อวี่ฉีไม่พูดจา จ้องมองเขานิ่งๆ อยู่อย่างนั้น

หานเซ่ายิ้มน้อยๆ จับมือของเขาหลวมๆ “เย็นนี้ไปเดินเล่นที่ตลาดกลางคืนด้วยกันเป็นยังไง ฉันเลี้ยงของดีด้วยนะ”

“ทำอยู่ดีๆ ถึงอยากไปตลาดกลางคืนล่ะคะ” เธอรั้งสติกลับมา ฝืนยิ้มน้อยๆ “อาหารส่วนมากในตลาดกลางคืนมักเป็นของทอด มันๆ เลี่ยนๆ ฉันไม่ชอบกินนี่คะ”

แน่นอนว่าหานเซ่ารู้ว่าเธอไม่ได้ไม่ชอบ แต่เพราะกังวลว่ากินอาหารมันเลี่ยน เขาจะย่อยยาก เด็กสาวคนนี้มักเป็นอย่างนี้เสมอ ฉลาดรู้ความจนทำให้ผู้คนปวดหัวใจ และเธอยิ่งเอาใจ เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อเธอ

เพราะว่าร่างกายนี้ เขาไม่สามารถทำหลายเรื่องเป็นเพื่อนเธอได้ หนึ่งในนั้นก็คือดื่มด่ำกับอาหารรสเลิศทั้งหลาย สิบปีที่ผ่านมาเธอกินข้าวต้มผักสดเป็นเพื่อนเขา กลับไม่เคยบ่นสักคำเดียว

เขาลูบไล้ผมของเธอ รอยยิ้มแฝงด้วยความละมุน “อวี่ฉี ถือว่าไปเป็นเพื่อนฉัน ได้ไหม”

จากนั้นพวกเขาก็ยังไปที่ตลาดกลางคืน จูงมือกันเดินเล่นเหมือนเมื่อก่อน ผ่านไปแต่ละร้านค้าทีละแผงๆ

ตลาดกลางคืนอึกทึก แสงไฟบ้างสว่างบ้างริบรี่ ที่ผ่านไปผ่านมาล้วนเป็นชาวต่างชาติตาเขียวผมทอง นานๆ ทีจะมีคนผิวเหลืองผมดำสักครั้ง

หานเซ่าแทบจะซื้อของทุกร้านส่งให้เธอ ยิ้มมองเธอกิน

สุดท้ายอวี่ฉีรีบโบกมือว่าเธอกินไม่ลงแล้ว เขาถึงเลิกรา แล้วเดินไปยังชายหาดเพื่อย่อยอาหาร

แสงอัสดงระบายเต็มท้องฟ้าแล้ว อาทิตย์ตกสีทองสุกสว่าง ลมชายทะเลพัดผ่านข้างแก้ม ค่อนข้างเย็นชื่น

อวี่ฉีกระชับเสื้อให้เขา เงยหน้ายิ้มให้ “พวกเรากลับกันเถอะค่ะ”

หานเซ่าช่วยเธอจัดทรงผมที่ถูกลมกระพือพัดยุ่งเหยิง โอบเธอแนบอก “รออีกหน่อยเถอะ อวี่ฉี รออีกเดี๋ยวเดียว” เขาปล่อยเธอช้าๆ แล้วยิ้มบาง “พวกเรามาดูพระอาทิตย์ตกดินกันเถอะ ดีไหม”

เขาแทบจะใช้น้ำเสียงอ้อนวอน อวี่ฉีไม่มีสิทธิปฏิเสธได้เลย

ทั้งสองนั่งลงบนหินเทาขาวก้อนใหญ่ อวี่ฉีนั่งลงข้างเขาเงียบงัน แอบบังลมทะเลให้โดยไม่ให้เขารู้ตัว

หานเซ่ายังคงมองเห็น มองเธออย่างอ่อนใจ ก้มหน้าลงกุมมือซ้ายขาวผ่องนุ่มนิ่มของเธอไว้ พร้อมเอ่ยเสียงหวาน “อสี่ฉี ขอบคุณมากที่อยู่เคียงข้างฉันมาสิบปี”

เธอชะงักนิ่ง หันหน้าไปมองเขา ผมยาวสยายปลิวไสวท่ามกลางลมแรง

“ทุกคำพูดที่ฉันเคยบอกต่อเธอล้วนมาจากใจจริง อวี่ฉี รอฉันจากไปแล้ว อย่าได้เศร้าสร้อย” เขาค่อยๆ ช่วยเธอเกลี่ยผมยุ่งถัดข้างหู ดวงตาเรียวหงส์งดงามสะท้องแสงอัสดง ย้อมไปด้วยความอบอุ่นไร้ที่สิ้นสุด “ในโลกนี้มีผู้ชายอีกมากที่ดีกว่าฉัน ในที่สุดเธอจะได้พบกับหนึ่งในนั้น เขาจะถนอมเธอเหมือนดังอัญมณีล้ำค่า” ชะงักไปเล็กน้อย เขาประคองใบหน้าเธอ พูดอย่างจริงจัง “อยู่กับเขาให้ดีๆ”

อวี่ฉีไม่พูดจา มองเขาอย่างดื้อรั้น

หานเซ่ายิ้มบางๆ ลูบผมของเธอเบาๆ ก่อนเอ่ยขึ้นช้าๆ “เด็กโง่ ฉันทำให้เธอเสียเวลาจนถึงตอนนี้ ไม่สามารถรั้งเธอไว้ชั่วชีวิต” น้ำเสียงของเขาทั้งอ่อนโยนทั้งเสียใจ “ไม่ต้องเศร้าสร้อย อาเซ่าจะอยู่เป็นเพื่อนเธอตลอดเวลา” หยุดไปเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงเบาหวิว “มันจะแทนตัวฉัน เฝ้ามองความสุขของเธอ”

เธอกลั้นเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป น้ำตาเอ่อล้นขอบตา พอเขาพูดจบ เธอก็โผเข้าหาอ้อมกอดของเขา เอ่ยเสียงสะอื้น “ที่ฉันเคยพูดไว้ก็มาจากใจจริงเช่นกัน ชีวิตนี้อวี่ฉีจะไม่มีคนรักอื่นอีกแล้ว” เธอกอดเอวของเขาแน่น “ยังจำได้ไหมคะ ที่ฉันเคยให้คำสาบานต่อหน้าบาทหลวง”

เธอสงบใจอยู่ครู่หนึ่ง ถึงผละออกมาจากอ้อมกอดของเขา ดวงตาขาวดำตัดกันชัดเจนจ้องหน้าของเขา น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่สุด “ไม่ว่าจะยากดีมีจน ไม่ว่าจะยามป่วยไข้หรือสุขสบาย ฉันจะเป็นภรรยาที่ซื่อสัตย์ของท่าน จนกระทั่งฉันจากโลกใบนี้ไป”

หานเซ่าจ้องเธอนิ่ง สายตาอ่อนโยนและคลั่งไคล้อาลัย เป็นความอ่อนโยนโอบอุ้มของคนเป็นผู้ใหญ่และสามี

นานทีเดียว เขาก็แย้มยิ้มน้อยๆ “พระอาทิตย์งดงามถึงเพียงนี้ เธอควรดูมัน ไม่ใช่มองฉัน” เสียงอ่อนโยนเอ่ยเอื้อน “เมื่อตอนที่ดอกไม้ไฟสว่างเต็มท้องฟ้าด้านหลังของเธอ ฉันก็รู้สึกว่าเธอโง่เหลือเกิน ดอกไม้ไฟที่งดงามขนาดนั้น น่ามองกว่าชายแก่อย่างฉันมากมาย เธอกลับเลือกที่จะมองสิ่งที่ไม่น่าดู” เขาลูบใบหน้าเธอ “สิบปีผ่านไปแล้ว เธอควรจะฉลาดขึ้นอีกนิดแล้ว หันไปดูพระอาทิตย์ตกดินสิ หืม”

อวี่ฉีหันศีรษะไปมองทั้งน้ำตา มองขอบฟ้าที่อยู่ไกลลิบ

อาทิตย์อัสดงยิ่งใหญ่ดังภาพวาดในประวัติศาสตร์ น้ำตาที่เอ่อล้นมาเนิ่นนานหลั่งริน

ไม่รู้ว่านานเท่าใด เธอเอียงหน้าไปมองเขา กลับเห็นเขาพิงก้อนหินใหญ่เทาขาวสลบไสลไปแล้ว มุมปากยังคงแย้มยิ้ม

เขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกเลย

สามวันต่อมา หานเซ่าหยุดหายใจ ประโยคสุดท้ายที่เขาพูดกับเธอ คือให้เธอหันไปดูพระอาทิตย์ตกดิน

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 357 ครั้ง

346 ความคิดเห็น

  1. #2739 DHmoon (@DHmoon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 00:21
    TT^TT อะฮึกๆๆๆ
    #2739
    0
  2. #2737 another.petch (@nampetch1405) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 17:02

    ร้องไห้ㅠㅡㅠ
    #2737
    0
  3. #2735 opi (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 22:05

    โอเค น้ำตาไหลแล้วค่ะ กลั้นไม่ไหวจริงๆ

    #2735
    0
  4. #2729 Herondale. (@mirachell) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 20:58
    ร้องแล้วๆ ฮือ
    #2729
    0
  5. #2727 MLL11 (@MLL11) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 21:51
    เศร้าและซึ้งมาก ขอบคุณนะคะ แปลได้ดีมากๆ เลยค่ะ
    #2727
    0
  6. #2726 _jh408 (@ppciiz) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 18:08

    ร้องไห้หนักมากกกกก โอ้ยยยยยยยยย

    #2726
    0
  7. วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 19:56
    ท่านหานนนนนนนนนนนนนนนนน;;
    #2725
    0
  8. #2722 ราชันส้ม (@mamagogo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 02:44

    กลับมาอ่านใหม่วนไปร้องไห้ทุกรอบ ตีพิมเถอะขอร้อง
    #2722
    0
  9. #2720 Ezizen (@chinjangma) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 18:00
    อยากให้ตีพิมพ์จังเลยค่ะ เข้ามาอ่านหลายรอบมาก
    #2720
    0
  10. #2719 0625403671 (@0625403671) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 01:20
    เศร้าา T. T
    #2719
    0
  11. #2716 Poussry (@Poussry) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 15:23

    สุดท้ายก็ต้องจากกัน
    #2716
    0
  12. #2706 ohjesus (@rhmourwa) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 23:06
    กลับมาอ่านอีกรอบก็ยังเศร้า เป็นการจากลาที่เจ็บปวดมากT_T
    #2706
    0
  13. #2702 moontakara (@moontakara) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 20:17
    กลับมาอ่านกี่ครั้งก็ยังร้องไห้เสมอ..ท่านหานนนนน
    #2702
    0
  14. #2700 Bai ling 8439 (@kkarnjn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 18:23
    ไม่เคยร้องไห้หลังอ่สนนิยายจบขนาดนี้มาก่อนเลยย นับถือรนแต่งและขอบคุณคนแปลมากๆเลยนะคะ
    #2700
    0
  15. #2694 aplcherry (@aplcherry) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 20:52
    แง๊ เค้าเศร้าอ่ะตอนนี้
    #2694
    0
  16. วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 12:32
    อะไรนะ !!! พระรองดันเอาตัวรอดจากการถูกนางร้ายจับกดไปได้หรือนี่!!!

    นักเขียน: เดี๋ยวนะ... ฉันคิดว่านี่ไม่ใช่สาระสำคัญที่เธอควรเอามาคิดรึเปล่า?

    นักอ่าน: ไม่นะคะ มันสำคัญมาก!!!
    #2686
    0
  17. #2681 Mojipeachhx (@Mojipeachhx) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 13:18
    กลับมาอ่านอีกรอบก็ยังร้องไห้ ฮือ รักผู้ชายคนนี้จริงๆ อยากให้เค้าได้อยู่กับอวี้ฉี่ไปนานๆ อยากให้มีความสุข ;_;
    #2681
    0
  18. #2677 ::Rabbit Hole:: (@ryono-kung) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 18:12
    ท่านหาน ;-; งดงามที่สุดเป็นความรักที่แบบงดงาม ตราตรึง เป็นผู้ชายที่ไม่หวังอะไรจากคุณเลยเพียงอยากให้คุณเจอแต่สิ่งดีๆ ร้องไห้เลย แงงง
    #2677
    0
  19. #2666 TILLSON (@TILLSON) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 15:13
    ฮือออออ ร้องไห้จนตาบวมแล้ว
    #2666
    0
  20. #2664 Mojipeachhx (@Mojipeachhx) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 00:38
    งดงาม เป็นโลกที่ทำให้เสียน้ำตาได้มากมายจริงๆ
    #2664
    0
  21. วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 21:02
    โลกนี้คือรักมาก อบอุ่นมาก เสียน้ำตามากเช่นกัน ฮืออออออออ
    #2663
    0
  22. #2662 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 18:45
    เป็นตอนที่เศร้ามาก ทั้งยังบริสุทธิ์งดงามมาก อ่านกี่ทีก็ร้องไห้ตามทุกที ขอบคุณนะคะที่แปลเรื่องดีๆแบบนี้ให้อ่าน ถึงเจิ้นจะไม่แปลต่อแล้วก็ตาม ;-;
    #2662
    0
  23. #2661 SuPSaI (@supsoi) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 15:18
    ตอนนี้อ่านกี่ครั้งก็ร้องไห้ตลอด บริสุทธิ์และงดงามมากค่ะ
    #2661
    0
  24. #2658 ลิคควิดสีฟ้า (@o_vampire_o) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 00:08
    ร้องไห้จะเป็นจะตาย เสียดายแต่ก็เข้าใจ ตอนนี้ความรักบริสุทธิ์งดงามมาก ฮืออ
    #2658
    0
  25. #2656 pondbambam (@pondbambam) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 20:28
    น้ำตาคลอเลยเศร้าอ่ะ
    #2656
    0