最佳女配(快穿): ร้อยชาติรัก ยอดนางรอง(Quick time travel)

  • 100% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 166,420 Views

  • 2,739 Comments

  • 5,766 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,050

    Overall
    166,420

ตอนที่ 25 : บทที่ 24 กลยุทธพิชิตอาหมอใจร้าย (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8835
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 206 ครั้ง
    3 ธ.ค. 59


บทที่ 24 กลยุทธพิชิตอาหมอใจร้าย (1)



นี่เป็นห้องคอนโดที่ไม่ใหญ่มาก สองห้องนอนหนึ่งห้องรับแขก ไม่รู้ว่าเพราะเป็นวันฟ้าครึ้มหรือทิศของห้องไม่ดีกันแน่ ถึงแลดูมืดหม่นนัก ไม่มีกลิ่นอายของความอลังการเหมือนหลายชาติที่เคยข้ามภพมา กลับเห็นเฟอร์นิเจอร์ของใช้ที่เรียบง่ายถึงขั้นแร้นแค้น แต่ถูปัดกวาดจนสะอาด บนพื้นไม่มีเส้นผมเลยสักเส้นให้เห็น นอกจากนั้นแล้ว ยังมีกองหนังสืออยู่แทบทุกมุมห้อง ตั้งหนาเป็นชั้นๆ ล้วนเป็นหนังสือแพทย์เฉพาะทางทั้งสิ้น ดูลึกซึ้งน่ามึนงง

อวี่ฉีเดินวนรอบห้องหนึ่งรอบ เห็นบนโต๊ะกินข้าวมีธนบัตรหนึ่งร้อยสองใบถูกแก้วน้ำวางทับไว้ บนกระดานดำด้านข้างคือตัวอักษรลายมือสวยหนึ่งบรรทัด อธิบายไว้ว่าเงินบนโต๊ะคือค่าใช้จ่ายในอาทิตย์นี้

จ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็ยื่นมือออกไปหยิบธนบัตรเข้ากระเป๋า นั่งบนโซฟาแล้วเริ่มจัดเรียบความสัมพันธ์ของตัวละครในนิยายเรื่องนี้

ในวินาทีที่ข้อมูลตัวเลขมหาศาลถูกส่งเข้าสมอง อวี่ฉีก็ต้องรู้สึกอ่อนใจ

นิยายครั้งนี้เป็นเรื่องในตำนานประเภทที่ชีวิตของพระเอกนางเอกเหลือเพียงแต่ความรัก คล้ายว่านอกจากความรักแล้วในชีวิตนี้ก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว เรื่องเรียนเรื่องงานเป็นหมอกควันในนภาอากาศ แต่งานก็คืองาน ไม่ว่าจะเป็นนิยายที่น่าหน่ายใจขนาดไหน ก็ต้องใช้ความเป็นมืออาชีพเผชิญหน้ากับมันให้ได้

ชื่อของนางเอกคือ หนิงชิงชิงเป็นนักศึกษาปริญญาโท คนสวยที่เรียนเก่งคะแนนเยี่ยมนิสัยร่าเริงสดใส เป็นศิษย์ที่เหล่าอาจารย์ภาคภูมิใจ ครั้งหนึ่งได้ติดตามอาจารย์ไปกินข้าวในนัดพบปะสำคัญและได้รู้จักกับพระเอก ฉินโม่ใช่แล้ว พวกคุณคาดเดาได้ถูกต้อง ฉินโม่เป็นผู้ให้เงินทุนในโครงการของพวกเขา เป็นผู้ใหญ่มั่นคง หล่อเหลาร่ำรวย

เมื่อผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆ นาๆ ด้วยกันแล้ว ไปๆ มาๆ ทั้งสองคนก็ถูกใจกัน จากนั้นโศกนาฏกรรมที่แท้จริงก็เริ่มต้นขึ้น หนิงชิงชิงพบว่าที่ฉินโม่เริ่มดีกับตัวเองเพราะว่าตัวเองหน้าตาคล้ายแฟนเก่าที่ตายไปแล้วที่ชื่อว่า ฟางหวั่นดังนั้นจึงเริ่มทะเลาะกันเพราะความเข้าใจผิดต่างๆ จนเลิกรากัน เข้าสู่เทรนนิยาย ยิ่งรักยิ่งร้ายต่อเธอจนกู่ไม่กลับ

นางเอกพบพระรองฝ่ายร้าย กู้จวินหลิงได้ก็เพราะว่าหนิงชิงชิงเป็นไข้อยู่ในหอพักจนโรคหอบกำเริบ ทางมหาวิทยาลัยส่งตัวเธอไปโรงพยาบาล ผลการตรวจพบว่าเป็นอาการหอบเรื้อรัง ต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แพทย์ที่เป็นเจ้าของไข้ของเธอก็คือกู้จวินหลิง ที่บังเอิญจนน้ำเน่ากว่านั้นก็คือ สองปีก่อนเขาเคยตามจีบฟางหวั่นด้วยเหมือนกัน เห็นหนิงชิงชิงหน้าตาคล้ายฟางหวั่นอยู่หกส่วน แน่นอนว่าไม่อาจไม่สะดุ้งสะเทือนเอาเสียเลย

หนิงชิงชิงไม่ทราบเรื่องนี้ แต่เพื่อประชดฉินโม่ เธอจึงเริ่มคบกับกู้จวินหลิงที่เหมือนจะสนใจตัวเอง ด้านหนึ่งกู้จวินหลิงก็ดีต่อเธอไม่เลว อีกด้านหนึ่งก็อาศัยเขายั่วฉินโม่เพื่อระบายความโกรธในใจของตัวเอง แต่สุดท้ายแล้วเมื่อเธอพบว่ากู้จวินหลิงเองก็ใช้เธอเป็นตัวแทนเหมือนกัน ด้วยความโกรธจึงหนีไปอีกครั้ง ส่วนฉินโม่ก็ช่วงชิงโอกาสนี้กล่อมนางเอกกลับมา ก่อนจะจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งโดยกาลฉะนี้

แม้จะเข้าหานางเองด้วยเหตุผลที่เธอหน้าคล้ายฟางหวั่นเหมือนๆ กัน แต่เพราะว่าฉินโม่เป็นพระเอก ดังนั้นนักอ่านจึงเข้าใจไปว่าสุดท้ายแล้วเขารักนางเอกจริงๆ และไม่ได้ต่อต้านเขาเท่าไหร่ ส่วนกู้จวินหลิงไม่ได้โชคดีขนาดนั้น เพราะว่าใช้นางเอกเป็นตัวตายตัวแทนร่วมกับการขัดขวางหนทางไม่ปล่อยนางเอกกลับไปหาพระเอกทำให้ข้อหาเพิ่มเป็นสองกระทง มงกุฎของพระรองฝ่ายร้ายจึงหล่นลงบนหัวของเขาดังเป๊ง ไม่มีโอกาสอุทธรณ์ได้อีกเลยนับแต่นี้ไป

บทบาทของอวี่ฉีครั้งนี้คือลูกสาวของฟางหวั่น ฟางอวี่ฉี เพราะว่าเป็นลูกสาวของฟางหวั่นที่ขัดขวางไม่ให้พระนางอยู่ด้วยกัน ดังนั้นจึงถูกปัดไปอยู่ค่ายของฝ่ายร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย

ฟางหวั่น แม่ของเธอเป็นผู้หญิงในตำนาน เป็นคนสวยแต่ไม่ถือตัว ตอนเรียนมัธยมหกปีนั้นได้ตั้งครรภ์โดยบังเอิญ เธอกลับไม่ยอมทำแท้ง แต่เลือกหนทางลำบากเรียนไปด้วยทำงานเลี้ยงลูกไปด้วย แต่ซิงเกิลมัมที่ไม่มีใบปริญญาตรีเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียวต้องลำบากแค่ไหน วันหนึ่งหลังจากหลายปีผ่านไปงานหลายแห่งที่เคร่งเครียดหนักหน่วงเกินกำลังในที่สุดก็ล้มเธอได้ลง ฟางหวั่นทนท่วงเวลาไปไม่ได้เท่าไหร่ก็จากโลกนี้ไป ทิ้งให้ฟางอวี่ฉีที่มีอายุสิบสองปีกำพร้าไร้ที่พึ่ง

ฟางหวั่นที่ตายไปไม่มีญาติสนิทในโลกนี้อีกแล้ว ส่วนกู้จวินหลิงที่ตามจีบเธอมาหนึ่งปีนั้นเป็นรักแท้ของเธอจริงๆ ไม่สนใจคำคัดค้านของครอบครัวสกุลกู้ ใช้สัมพันธ์ความเป็นเพื่อนสนิทของเธอยินยอมรับผิดชอบ กลายมาเป็นผู้ปกครองฟางอวี่ฉี รับฟางอวี่ฉีอายุสิบสองปีมาอยู่ในการดูแลที่บ้านของเขา

อาจกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์ลักษณะร่วมชายคานั้นง่ายต่อการสำเร็จภารกิจ แต่ที่จริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ภารกิจนี้มีอุปสรรคลำบากหลายจุดที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้

หนึ่งก็คือฟางหวั่นรักแท้ที่ตายไปแล้วของกู้จวินหลิง สองคือการปรากฏตัวของนางเอกหนิงชิงชิงที่นับว่าเป็นอีกหนึ่งอุปสรรค สามคือฟางอวี่ฉีคนนี้ไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาที่ดีเหมือนหลายชาติก่อน ขาดคุณสมบัติในการดึงดูดผู้ชาย

บางทีอาจเป็นเพราะสิบสองปีที่ผ่านมาอยู่กับฟางหวั่นต้องอดมื้อกินมื้อ ฟางอวี่ฉีถึงแม้หน้าตาจะคล้ายมารดาบังเกิดเกล้า แต่เติบโตมาไม่สมบูรณ์นัก ทั้งตัวผอมแห้งแคระแกรน ดูไปแล้วเหมือนลูกลิง ไม่อาจโทษกู้จวินหลิงที่เจอกับเธอทุกวันได้ว่าไม่เคยเกิดความคิดในทางพิศวาสใดๆ เลย

แต่แม้จะเป็นแบบนี้ กู้จวินหลิงกลับเป็นผู้ปกครองที่รับผิดชอบมากคนหนึ่ง สำหรับคนเป็นแพทย์ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลระดับตติยภูมิขั้นสูงที่จริงก็มีปริมาณงานมากอยู่แล้ว ทำงานวันๆ หนึ่งก็เหนื่อยจนแทบไม่อยากพูดจา ซึ่งถึงแม้จะเป็นอย่างนี้เขาก็ยังตรวจการบ้านของฟางอวี่ฉีทุกคืน สอนการบ้านข้อที่เธอไม่เข้าใจ นอกจากนี้แล้วถ้าทางโรงเรียนมีงานพบผู้ปกครองหรือกิจกรรมอื่น ไม่ว่างานเขาจะยุ่งแค่ไหนก็หาเวลามาร่วมงานทุกครั้ง ทั้งยังมาถึงตรงเวลาและไม่เคยจากไปก่อนงานเลิกด้วย

ตามเหตุผลแล้ว เมื่อเด็กกำพร้าคนหนึ่งอับจนหนทาง กู้จวินหลิงเป็นคนเดียวที่ยื่นมือออกไปช่วยฟางอวี่ฉี ทั้งยังประคับประคองให้เธอมีพื้นที่ยืนในโลกนี้อย่างสุดกำลัง เธอควรจะพึ่งพิงเขา เชื่อมั่นในเขา เห็นเขาเป็นคนที่สำคัญที่สุดในโลก 

แต่ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม ทั้งสองคนนอกจากเวลาจำเป็นแล้วไม่ได้พูดจากันเลย ถ้ากู้จวินหลิงมีเรื่องสำคัญต้องพูดกับเธอก็เขียนไว้ที่กระดานดำในห้องรับแขก ลายมือสวยคมแต่กลับเย็นชา เหมือนกับเสื้อกาวน์เย็นยะเยือกที่เขาสวมใส่ตัวนั้น ส่วนฟางอวี่ฉีก็หลีกเลี่ยงเขาอย่างที่สุด ถึงแม้ตัวเองอยู่ในห้องจะได้ยินเสียงเขาเลิกงานกลับมาบ้านแล้ว ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องทำงานของตัวเองต่อไป ทั้งๆ ที่สองคนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน แต่ปฏิบัติต่อกันอย่างเคารพเย็นชาต่ออีกฝ่ายเหมือนคนไม่รู้จักกัน

นี่อาจเกิดจากปัญหาของนิสัยของพวกเขาทั้งสองคน กู้จวินหลิงคนๆ นี้แม้ภายในจะเป็นคนอ่อนโยนมั่นในรัก แต่ภายนอกกลับเคร่งสีหน้าไม่ชอบยิ้มไม่ชอบพูด ทั้งร่างบนๆ ร่างๆ ดูแข็งทื่อเย็นชาแผ่รัศมี อำนาจของผมอยู่ตลอดเวลา และด้วยเพราะงานที่ทำอยู่ เขาให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพและความละเอียดถูกต้องเป็นอย่างมาก ไม่อาจยอมรับความสะเพร่าของผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ยังเป็นโรคจิตรักความสะอาดอยู่อ่อนๆ ดังนั้นการเข้ากับผู้อื่นไม่ได้นั้นเป็นเรื่องปกติที่สุด

ส่วนทางด้านฟางอวี่ฉีเองก็เป็นเด็กสาวที่ไม่ใช่ว่าไม่รู้จักตอบแทนบุญคุณคน เพียงแต่ตั้งแต่เล็กเธอถูกคนอื่นดูถูกมามาก ค่อนข้างเก็บเนื้อเก็บตัว เมื่อต้องเจอกับคนที่เข้าหาได้ยากเย็นอย่างกู้จวินหลิงปฏิกิริยาแรกที่แสดงออกมาคือหลีกเลี่ยง ไม่ใช่ว่าไม่เคยลองตอบแทนพระคุณเขา หลังจากเลิกเรียนเธอเคยรีบกลับมาทำความสะอาดห้องเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระเขา เพียงแต่ทุกครั้งก็ยังไม่สามารถทำได้ถึงมาตรฐานที่เขาต้องการ ไม่ใช่ที่นี่เช็ดไม่สะอาดก็เป็นที่นั่นยังมีฝุ่น แน่นอนว่ากู้จวินหลิงไม่ได้โทษต่อว่าเธอ เพียงแค่รับอุปกรณ์ทำความสะอาดมาจากมือเธอเงียบๆ แล้วทำความสะอาดอย่างละเมียดละไมอีกรอบ แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนี้สำหรับเด็กสาวที่ดูถูกตัวเองคนหนึ่งแล้ว อาจกลับกลายเป็นการต่อว่าโดยไร้สำเนียง นับแต่นั้นมาฟางอวี่ฉีก็หลบอยู่ในเปลือกหอยทากของเธอไม่ออกมาอีกเลย

เมื่อครุ่นคิดถึงตรงนี้ นอกประตูก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น เสียงไม่ดังมากแต่เป็นจังหวะ ชัดเจนรวดเร็วแต่ไม่สับสน ไม่นานฝีเท้าก็หยุดลงที่หน้าประตู ไม่ดังขึ้นอีก

รู้ตัวว่ากู้จวินหลิงกลับมาแล้ว อวี่ฉีก็ลุกขึ้นจากโซฟาไปที่ประตูโดยอัตโนมัติ

สีท้องฟ้าไม่เช้าแล้ว ในห้องไม่ได้เปิดไฟ เมื่อประตูห้องถูกเปิดออกมาแสงไฟสีเหลืองตรงทางเดินก็สาดเข้ามาให้ห้องโดยฉับพลัน เพราะว่าย้อนแสง อวี่ฉีจึงไม่สามารถเห็นหน้าตาอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน แต่ก็ยังสามารถมองออกว่ารูปร่างของเขาสูงโปร่ง ขาตรงยาว

กู้จวินหลิงยืนตัวตรงอยู่หน้าประตู มองจากด้านนอกเข้ามาจากมุมที่สูงกว่า ไม่ได้พูดจา เพียงมองเธอเท่านั้น

อวี่ฉีจะเริ่มเอ่ยปาก เขาก็ยื่นมือเข้ามา เปิดไฟที่พนังห้อง แสงหลอดไฟสีขาวแยงตาสว่างขึ้น ฉายมาโดนใบหน้าของทั้งสองคน

หน้าตาของกู้จวินหลิงไม่ได้เคร่งขรึมจริงจังเหมือนท่าทีของเขา กลับกันหน้าตาเขาดูพอใช้ สูงโปร่ง  เครื่องหน้าคมชัด ถ้าสวมเสื้อเชิ้ตก็ปลอมเป็นนักศึกษาได้เลย

เขามีดวงตาเล็กเรียวแต่คม แว่นตากรอบทองทาบสันจมูก เส้นขอบรูปหน้าตรงปลายคางแลดูสะอาดสะอ้าน ผนวกกับผิวขาวของเขา แผ่รัศมีของบัณฑิตผู้เคร่งขรึมออกมาจากบุคลิกภายใน แต่ก็ไม่เหมือนกับเด็กชายที่รู้จักแต่เรียนหนังสืออย่างเดียว ยังมีความน่าเกรงขามของนักวิชาการอีกด้วย

ถ้านำแวดวงของเขามาเปลี่ยนเปรยกับสนามรบ คุณจะสามารถรู้สึกได้อย่างง่ายดายว่าเขาไม่ใช่จ้าวคว่าที่รู้จักแต่รบบนกระดาษ แต่ได้ผ่านสงครามมานับไม่ถ้วน ผลงานท่วมท้น

เขามองอวี่ฉีด้วยสีหน้านิ่งๆ ก่อนจะเดินผ่านข้างกายเธอเข้ามา เปลี่ยนรองเท้าแล้วสายตาก็กราดมองบนโต๊ะสะอาดอย่างรวดเร็วครั้งหนึ่ง ก่อนจะหันมามองเธอ “เธอยังไม่ได้กินข้าวเย็น”

อาจเป็นเพราะมีการอบรมศึกษาที่ดี ก็เหมือนกับฝีเท้าของเขา เสียงของเขาช่างแผ่วเบา จะไม่รบกวนผู้อื่นเป็นอันขาด แต่ก็ฟังได้ชัดเจน เสนาะใสเหมือนหินหยกกระทบกัน

ถ้าในสถานการณ์อื่น เป็นไปได้มากที่อวี่ฉีจะตอบด้วยประโยคที่ว่า ฉันกำลังรอคุณแต่ครั้งนี้ฟางอวี่ฉีที่เธอต้องสวมบทบาทเป็นเด็กสาวที่ดูถูกตัวเองไม่กล้าแสดงออก ดังนั้นเธอจึงได้แต่ยิ้มๆ อย่างเคอะเขิน ไม่พูดจาใดๆ

นิสัยอย่างเขา กู้จวินหลิงไม่เคยพูดมาก เห็นเธอยิ้มก็ถือว่ายอมรับเช่นนั้น จึงหมุนตัวไปเปิดประตูตู้เย็น แล้วหยิบกล่องรักษาอาหารออกมาหลายกล่อง นำอาหารในนั้นออกมาอุ่นทีละอย่างแล้วนำขึ้นโต๊ะอย่างรวดเร็ว

อวี่ฉีเดินไปในครัวเพื่อหยิบตะเกียบออกมาอย่างรู้หน้าที่ กลับมาที่ข้างโต๊ะอาหารแล้วยื่นให้เขา กู้จวินหลิงกลับขมวดคิ้วน้อยๆ ไม่ได้รับมา แต่หมุนตัวเข้าไปหยิบอีกคู่ด้วยตัวเอง ถึงดึงเก้าอี้แล้วนั่งลง

เธอชะงักไป ถึงคิดขึ้นได้ว่าเขามีนิสัยรักความสะอาด

จากที่เธอเคยรู้มา คนที่เป็นโรครักความสะอาดมากๆ มักมีแนวโน้มชอบความสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้แล้ว การอบรมของครอบครัวก็เป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลทำให้เกิดขึ้นด้วย ปกติแล้วคนรักความสะอาดล้วนได้รับการสั่งสอนเข้มงวดจนถึงขนาดโหดร้ายจากครอบครัว ทำให้พวกเขาติดนิสัยละเอียดประณีตเกินไป หัวแข็งเถรตรงขาดความรู้สึกอารมณ์ของมนุษย์และความมีชีวิตชีวา ถึงขนาดเคยชินกับการพักผ่อนดูแลตัวเองเป็นเวลา ทำเรื่องทุกอย่างมีระเบียบเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งเหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนี้ของกู้จวินหลิงแล้ว

เพียงแต่จุดประสงค์ของเธอไม่ใช่เปลี่ยนแปลงนิสัยที่แทบจะใกล้เคียงกับคนป่วยของเขา แต่เป็นการทำให้เขาชอบเธอ ดังนั้นแค่พยายามยอมรับความต้องการมาตรฐานสูงลิบของเขาให้ได้ก็พอแล้ว

เมื่อคิดถึงตรงนี้เธอก็ตั้งสติได้ เริ่มพยายามกินผักและเนื้อแดงให้มาก ร่างกายนี้แม้จะขาดสารอาหารอย่างเห็นได้ชัด แต่หน้าตายังพอใช้ได้ เพียงแค่กินให้มากอีกหน่อยเพิ่มน้ำหนัก และหมั่นดูแลผิวอย่างระมัดระวัง ก็คงเป็นสาวน้อยผู้งดงามได้แล้ว

เพราะว่าทั้งสองคนไม่ได้เอ่ยปากทั้งคู่ ดังนั้นมื้ออาหารนี้จึงจบลงอย่างเงียบและรวดเร็ว กู้หวินหลิงวางตะเกียบลงแล้วก็ลุกขึ้นเก็บถ้วยและตะเกียบ อวี่ฉีรีบลุกขึ้นยืน “หนูทำเองค่ะ คุณอาไปพักผ่อนนะคะ”

ตอนฟางอวี่ฉีอายุสิบสองขวบพบกู้จวินหลิงครั้งแรกเรียกเขาว่าคุณอา ถึงตอนนี้ก็ยังเรียกเขาว่าอา ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

กู้จวินหลิงกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน เพียงรีบเก็บทุกสิ่งอย่างรวดเร็ว แล้วเดินไปทางห้องครัว หางตาคล้ายจะเหลือบเห็นอะไรเข้า ก็ชะงักเล็กน้อย เขาหยุดเดิน ก้มศีรษะมองรองเท้าแตะคีบสีฟ้าที่อวี่ฉีสวมอยู่ ก่อนที่คิ้วจะขมวด “อย่าสวมรองเท้าประเภทนี้อีก นานเข้าเท้าจะผิดรูป”

อวี่ฉีเพิ่งมาวันแรก รองเท้านี้เป็นรองเท้าที่ฟางอวี่ฉีคนเดิมซื้อมา แต่ไม่ว่ายังไงข้อหาอันพิลึกพิลั่นนี้เธอก็ต้องรับมาแบกไว้อยู่ดี เธออึ้งไปก่อนจะรับคำได้อย่างรวดเร็ว รอจนกู้จวินหลิงล้างถ้วยเสร็จ ที่เท้าเธอก็เปลี่ยนเป็นรองเท้าผ้าฝ้ายหลวมใส่สบายคู่หนึ่งแล้ว เขามองครั้งหนึ่งก็ไม่ได้พูดอะไรอีก สีหน้ายังคงไร้ความรู้สึกใด และน้ำเสียงก็ราบเรียบ กลับถามไปอีกเรื่อง “การบ้านทำเสร็จหรือยัง”

        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 206 ครั้ง

16 ความคิดเห็น

  1. #2475 slilahs (@slilahs) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 21:34
    นี่กลับมาอ่านเป็นรอบที่ 3 แล้วสำฟรับตอน ของ อาเซ่าเนี่ย
    #2475
    0
  2. #1922 papui (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 00:08
    ขอบคุณค่ะ
    #1922
    0
  3. #1916 เอฟี่ (@famvyza) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 19:49
    หนูกลัวเขา.....555555คิดได้อยู่สามคำ
    #1916
    0
  4. #1865 The Liar (@moi-poi) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2559 / 02:45
    อือหืออออออออ ท่าทางเคสนี้จะโหด!
    #1865
    0
  5. #1813 Jitsupa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 20:39
    ท่าทางเคสนี้จะยากไม่ใช่เล่น ขอบคุณค่ะ วันนี้มาสองตอนเลย
    #1813
    0
  6. #1812 Jitsupa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 20:39
    ท่าทางเคสนี้จะยากไม่ใช่เล่น ขอบคุณค่ะ วันนี้มาสองตอนเลย
    #1812
    0
  7. #1802 ซันหลิงอี (@pla14) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 17:30
    ขอบคุณค่ะ
    #1802
    0
  8. #1780 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 10:19
    นึกถึงรีไวล์เวล2
    #1780
    0
  9. #1777 praewarin (@praewarin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 09:46
    555 พระเอกเรื่องนี้สุดยอดความเนี๊ยบ คิดถคงท่านหานเรื่องที่แล้วเลย
    #1777
    0
  10. #1769 Harm. (@tanzanaza) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 09:15
    เนี๊ยบโคตร .. บอสหานค่ะ ฉันคิดถึงคุณเหลือเกิน
    #1769
    0
  11. #1761 Summer Tea (@pimlada45) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 08:12
    เลี้ยงต้อยอีกแล้ว 555
    #1761
    0
  12. #1731 ซาลาสซา (@sasalassa) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 01:19
    หมออายุ 30 กว่าสินะ 17 บวก 12 ก็ 29 ละ
    #1731
    0
  13. #1706 Wibbie (@wibbie) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 00:24
    คนสวยไม่ถือตัว > ม.6 = อายุ 16-17 ท้อง
    ตกลงไม่ถือตัวเอง แปลว่าไม่รักตัวเอง?
    ใครจะจับต้องพาไปทำอะไรก็ได้?

    = ="
    #1706
    0
  14. #1697 ฮ่อยจ๊อ (@21298) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 23:58
    เรื่องที่แล้วคุณลุงเรื่องนี้คุณพ่อนะ
    #1697
    0
  15. #1695 ~~... แมวน้อย...~~ (@swithon) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 23:42
    เฮียจะเนี้ยบไปไหน
    #1695
    0
  16. #1694 Lucifer (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 23:39
    ชอบอ่าาคนเจ้าระเบียบกริ๊ดดดด
    #1694
    0