(omegaverse) DEAR BRIDE - KAISOO

ตอนที่ 13 : บทที่ 12 - งานเลี้ยง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 377 ครั้ง
    26 เม.ย. 62

T
B






บทที่สิบสอง

งานเลี้ยง

 





            อีกเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นก็จวนจะถึงงานฉลองวันพระราชสมภพขององค์จักรพรรดิ ทำให้ขุนนางน้อยใหญ่ยุ่งวุ่นวายกันเป็นระวิง เข้าเช้าออกค่ำกันถ้วนหน้า เพื่อตระเตรียมงานให้สมพระเกียรติของผู้ปกครองแว่นแคว้น ไม่เว้นแม้กระทั่งงานเลี้ยงของฝ่ายในก็ตาม


            ขณะนี้ร้านรวงสองข้างทางทั่วทุกตรอกซอกซอยในเมืองหลวงต่างประดับตกแต่งกันไปแล้วหลายส่วน ผู้คนมากมายวิ่งวุ่นเข้าออกร้านนู้นนี้มากมายเพื่อแย่งชิงสินค้าจนขาขวิด เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าในงานเลี้ยงเช่นนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเปิดตัวบุตรสาวบุตรชาย เผื่อว่าจะต้องตาต้องใจเชื้อพระวงศ์ขุนนางที่มาร่วมงาน จนสามารถใช้เป็นช่องทางเสริมสร้างบารมีให้วงศ์ตระกูลตนในวันข้างหน้าได้ จึงต้องทุ่มเทแข่งขันกันสุดฤทธิ์เพื่อมิให้เป็นสองรองผู้ใด ทำให้ร้านผ้าไหมร้านเครื่องประดับทั่วเมืองหลวงเต็มไปด้วยผู้คนเสียจนแทบล้นออกมานอกร้าน เถ้าแก่ยิ้มมื่นชื่นตาบานรับทรัพย์กันถ้วนหน้า บรรยากาศคึกครื้นวุ่นวาย แต่กลับให้ความรู้สึกสนุกสนานไปอีกแบบสำหรับคนที่จากเมืองหลวงไปนานเฉกเช่นโดคยองซู และยิ่งเพลิดเพลินเมื่อเห็นคุณหนูตรงนู้นทะเลาะกันเรื่องปิ่นปักผมที่มีชิ้นเดียว หรือคุณชายตรงนี้ที่แย่งม้วนผ้าพับซึ่งเหลือผืนสุดท้าย


            เพราะฉะนั้นแม้ยังไม่ถึงงานฉลอง ด้วยเหตุการณ์เช่นนี้ก็ทำให้ทั่วทั้งเมืองหลวงตอนนี้วุ่นวายเสียจนทุกกรมกองทำงานหนักกันถ้วนหน้า ทางฝั่งทหารก็ตรวจตราเข้มงวดขึ้นเพื่อมิให้ผู้ใดถือโอกาสสร้างความไม่สงบ ไม่เว้นแม้กระทั่งคิมจงอินที่พักหลังกลับตำหนักดึกดื่นเกือบทุกคืน แต่ไม่วายขยันมารังแกเขาอยู่เรื่อยทุกที


            โดคยองซูที่นั่งเล่นอยู่ในโรงน้ำชาเบนสายตาจากบรรยากาศภายนอก มองเครื่องรางสำหรับพกติดตัวสีแดงในมือที่ไปขอจากอารามมาตั้งแต่เช้า บนนั้นปักคำว่า สุขภาพแข็งแรงไว้ด้วยดิ้นสีทอง ตัวอักษรให้ความรู้สึกทรงพลังยิ่งนัก เนื่องจากอารามแห่งนี้เลื่องชื่อเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเมืองหลวง


มือเล็กลูบไล้ตัวอักษรไปมาอย่างเบามือ ก่อนจะฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ซ่อนใบหน้าตนเองที่เผลอยิ้มโง่ ๆ ขึ้นมาอีกครา เนื่องจากกลัวคนในโรงน้ำชาหาว่าเขาสติฟั่นเฟือง


            โอเมก้าหนุ่มนั่งอยู่ที่นี่มาเกือบครึ่งวัน เพราะมัวแต่คิดถึงเรื่องของที่อยู่ในมือกับปฏิกิริยาของคนที่ได้รับอยู่ตลอดเวลา ทั้งยังไม่รู้จะเอาเข้าไปให้อย่างไรดี


            รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย...


            จนเวลาล่วงเลยไปจนบ่ายคล้อย ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสียามสนธยา เถ้าแก่กับเด็กรับใช้เตรียมเก็บโต๊ะปิดร้านแล้วจึงรู้สึกตัว ก่อนจะพยายามเรียกความกล้าหาญที่หายไปทั้งวันกลับคืนมาให้หมด มุ่งหน้ากลับตำหนักทันที


            ไม่ได้ทำความผิดอะไรเสียหน่อย เหตุใดจึงต้องมานั่งกังวลอะไรไม่รู้เช่นนี้ด้วยเล่า!


            แต่สุดท้ายโดคยองซูเดินก็ยังคงวนไปวนมาอยู่หน้าเรือนพัก ที่ในยามนี้สว่างจ้าด้วยตะเกียงน้ำมันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งแสดงว่าผู้ร่วมห้องอีกคนของเขาอยู่ข้างในเช่นกัน ทว่าอยู่ ๆ ขวัญและกำลังใจที่เรียกมาตลอดทางก็หายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ก้อนเนื้อใต้อกข้างซ้ายเต้นแรงยิ่งกว่าตอนไปปีนหน้าผาสูงชันกับท่านอาจารย์ครั้งแรกเสียอีก


            พระชายาทำไมท่านถึงไม่เข้าไปละเจ้าคะจูฮยอนเห็นคุณชายน้อยของตนเดินไปมาจนกลัวจะเวียนหัว เลยเอ่ยทักขึ้นมาเบา ๆ และถึงแม้จะพูดเสียงค่อยแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่วายทำให้อีกฝ่ายตกใจอยู่ดี ก่อนจะถูกคุณชายน้อยเข้ามางอแงใส่อย่างน่าเอ็นดู


            จูฮยอนนนน ข้าไม่กล้า


            “คุณชายน้อยท่านเป็นอะไรไปหรือเปล่าพี่เลี้ยงคนสนิทเบิกตาโพลงขึ้นมาด้วยความแปลกใจทันที เพราะคุณชายน้อยของเขามีหรือจะพูดว่าไม่กล้าแบบนี้ ช่างผิดวิสัยจากในยามปกติเหลือเกิน


            “ไม่รู้ ข้าไม่รู้


            “หรือว่าท่านป่วย? ข้าจะให้คนไปตามหมอหลวง


            “ข้าไม่ได้ป่วย...หรือว่าจะป่วย ไม่งั้นเพราะเหตุใดถึงไม่เป็นตัวของตัวเองเช่นนี้...


            “หรือท่านไปทำเรื่องอันใดมา


            “ไม่ใช่นะ!”


            คุณชายน้อยคนเดิมของข้าหายไปไหนแล้วจูฮยอนเรียกความกล้าให้คุณชายน้อยเพิ่มขึ้น เพราะพอจะเดาสาเหตุอาการเช่นนี้ได้ลาง ๆ ปกติท่านต้องเข้าไปหาแล้วทำสิ่งที่ท่านอยากทำแล้วมิใช่หรือ


            นั่นก็จริง!


            นี่โดคยองซูเชียวนะ!


            “งั้นข้าจะเข้าไปแล้วนะโดคยองซูสูดลมหายใจลึก จัดชุดให้เรียบร้อยก่อนจะเดินเข้าไปอย่างหาญกล้าทันที

 

 


            กลับมาแล้วหรือ


            “อ อืม


            คิมจงอินนั่งอ่านหนังสืออยู่บนตั่งในห้องปีกซ้ายของเรือน ซึ่งเป็นห้องแรกเมื่อเปิดประตูเข้ามาก็จะพบได้ในทันที อัลฟ่าหนุ่มเหลือบมองคนที่โผล่หน้าผ่านฉลุไม้บุกระดาษสีขาวขุ่นซึ่งขวางกั้นระหว่างกัน เห็นคนตัวเล็กยึกยักไปมา ก่อนจะได้ยินเสียงสูดลมหายใจแรง ๆ จากเจ้าของร่างราวกับเรียกความกล้า ก้าวขาฉับ ๆ ตรงดิ่งมาหาเขาทันที


            ให้ท่าน


            อัลฟ่าหนุ่มมองคนที่หลับตาปี๋ยื่นเครื่องรางสีแดงสดค้างไว้ตรงหน้า มือหนาวางม้วนหนังสือลงข้างกาย ม่านตาคมทอประกายรักใคร่ จ้องมองอากัปกิริยาแสนน่าเอ็นดูของคนตรงหน้าอย่างเผลอไผล ครั้นโดคยองซูลืมตามาเห็นสายตาชวนให้ใจเต้นรัว ก็รีบยัดของใส่มือคนตัวโตทันที


            ท่าทางเช่นนี้นับว่าโอเมก้าน้อยของเขากำลังเขินอายอยู่ใช่หรือไม่?


            ที่ไม่ยอมเข้ามาเสียทีเพราะอย่างนี้หรอกหรือ?


            เจ้าของตำหนักไม่ทันคาดคิดว่าคนใจกล้า ไม่เคยทำสิ่งใดอ้อมค้อมเฉกเช่นโดคยองซูจะมีมุมทำตัวไม่ถูกเช่นนี้ด้วย แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนล้วนถูกใจเขาทั้งหมดอยู่ดี


            คิมจงอินมองเครื่องรางในมือก่อนจะรวบนิ้วมือเข้าหากันช้า ๆ กำมันไว้ในฝ่ามือแน่น ซึมซับไออุ่นและความปรารถนาดีจากอีกฝ่ายที่ทิ้งเอาไว้ ความรู้สึกอุ่นร้อนจากเครื่องรางแผ่ซ่านโอบล้อมไปทั่วทั้งใจ จนเผลอลอบยิ้มออกมาครั้งที่ไหร่แล้วก็มิอาจนับได้ เพราะทุกครั้งที่ได้อยู่กับคนตรงหน้า ไม่ว่าโดคยองซูจะทำสิ่งใดมักทำให้เขามีความสุขเสมอ เฉกเช่นกิริยาที่เต็มไปด้วยความใส่ใจซึ่งแสดงออกมาอย่างซื่อตรงแบบนี้


            ช่างน่ารักเหลือเกิน


            อัลฟ่าหนุ่มรู้ว่าวันนี้คนตัวเล็กไปที่ไหนมาบ้าง หรือทำสิ่งใดบ้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็มิได้ไปก้าวก่ายรายละเอียดจนถึงขั้นละลาบละล้วงสิ่งที่อีกฝ่ายกระทำ เลยคิดไม่ถึงว่าที่คนตรงหน้าไปอารามเพื่อขอพรไม่พอ ยังนำเครื่องรางมาให้เขาด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้หัวใจของเขาอุ่นวาบขึ้นมาอย่างห้ามมิได้


            เพราะมันช่างเป็นความรู้สึกดีจนน่าตายจริง ๆ


            ขอบใจเจ้า ข้าชอบมาก


            “อ อื้ม! ท่านชอบข้าก็ดีใจแล้วแม้โดคยองซูประหม่าเล็กน้อยในคราแรก แต่ต่อมาก็เอ่ยตอบดั่งใจคิดตามนิสัยได้อย่างไหลลื่น ทั้งยังลุ้นอยู่นานว่าอีกฝ่ายจะถูกใจหรือไม่ พอเห็นคนตรงหน้าเก็บเข้าไปในอก[1]เลยเผลอยิ้มกว้างโง่ ๆ ออกมาทันที ทำเอาคนที่นั่งมองอยู่แสนนานสบโอกาสหยอกเย้าภรรยาตน


            ซู...เจ้าเป็นห่วง ร่างกายข้าขนาดนี้เชียวหรือคิมจงอินถามอย่างมีเลศนัย ก่อนจะรวบตัวคนที่ยืนอยู่มานั่งบนตัก กอดรัดเอวคอดหลวม ๆ พลางจูบเบา ๆ บนต้นคอหอมกรุ่นอย่างมีความหมายทันที


            ส่วนคนที่ตามกลของนักล่าไม่ทันก็มัวแต่ตอบคำถามอย่างจริงจังอยู่


            แน่นอนอยู่แล้ว! ข้าเห็นท่านทำงานหนักวุ่นวายอยู่ทุกวัน วันนี้ข้าว่างมาก ๆ ก็เลยไปขอพรให้ท่านมาด้วย!” โดคยองซูพูดสิ่งที่คิดออกมาอย่างง่ายดายและซื่อตรง ไม่ทันได้สนใจมือร้อนที่เริ่มปลดชายผ้าของตนเลยแม้แต่น้อย เพราะงั้นท่านต้องมีสุขภาพแข็งแรงมาก ๆ ให้ได้เลยนะ


            “ได้


            อัลฟ่าหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ ซุกไซ้ไปทั่วซอกคอหอมกรุ่น ก่อนจะขบเม้มเบา ๆ หยอกเย้าที่ใบหู ซึ่งเป็นจุดไวสัมผัสของคนในอ้อมแขน


               คิมจงอินจะทำให้โอเมก้าน้อยของตนรู้ว่า...

               

               เขาแข็งแรงมากเพียงใด


               อื้อ...


            มือร้อนซุกซนไปทั่ว เนื้อปากร้อนทาบทับตั้งแต่ลาดไหล่แคบ ขึ้นมาบนลำคอระหง หยุดลงโดยการขบเม้มปากอวบอิ่ม กวาดชิมน้ำหวานอย่างเอาแต่ใจ ก่อนจะถอนริมฝีปากออกให้คนตัวเล็กกอบโกยอากาศหายใจ เจ้าของดวงตากลมเอ่ยถามด้วยเสียงเบาหวิว


            ท ท่านพี่ ท่านจะทำอะไร...


บั้นท้ายงอนรู้สึกถึงส่วนแข็งขืนที่ดุนดันไม่หยุดก็เข้าใจได้ทันที พลางขืนตัวออกจากอ้อมแขนแกร่งที่รัดรึงอย่างแน่นหนา ใบหน้านวลเนียนขึ้นสีแดงก่ำ อยากจะปรามให้เปลี่ยนที่ เพราะบนตั่งมันทั้งคับแคบทั้งยังต้องใช้ท่วงท่าน่าอายให้กับคนเอาแต่ใจ แต่สุดท้ายคนตัวเล็กก็ยอมโอนอ่อนตามคนมากเล่ห์ร่ำไปอยู่ดี


            ทำให้เจ้ามั่นใจว่าข้าแข็งแรงเป็นอย่างไร


 

 

“แล้ววันนี้ไปไหนมาอีกหรือ”


คิมจงอินมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาอย่างเงียบเชียบหลังอาบน้ำเสร็จ เนื่องจากคนตัวเล็กมักปฏิเสธเสียงแข็งทุกครั้งที่เขาบอกจะ ช่วยอาบน้ำให้เสมอ


“วันนี้ไปเดินตลาด แล้วก็ไปนั่งเล่นที่โรงน้ำชามา ใกล้งานพระราชสมภพแล้วคนจากต่างแดนเข้ามาเยอะแยะมากมายเลย”


“ข้าเป็นห่วง” คิมจงอินพูดพลางถอดเสื้อนอกออกเตรียมเข้านอนคนจากต่างแดนมากหน้าหลายตาเข้ามามากมาย ให้ข้าส่งคนคุ้มครองเจ้าลับ ๆ ดีหรือไม่


อื้อ ตามใจท่าน


คนรักอิสระรับคำโดยดี เมื่อได้ยินเสียงนุ่มทุ้มแฝงแววเป็นห่วงเป็นใยเอ่ยกำชับขึ้นมาอย่างเรียบง่าย ทว่าถ้อยคำกลับเปี่ยมล้นไปด้วยความใส่ใจและหวังดี มันช่างทรงพลังจนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของผู้ฟังสั่นไหว เหมือนมีสายธารอุ่นร้อนทำให้โดคยองซูอุ่นวาบไปทั่วทั้งหัวใจ


ช่วงเวลาที่ไร้คำพูดใด ๆ ให้เอื้อยเอ่ย มีเพียงเสียงลมหายใจสองสายที่เด่นชัดอยู่ในห้อง เจ้าของร่างสูงใหญ่หันกลับมามองคนที่เงียบเกินปกติ ก่อนจะถูกก้อนกลมสีขาวที่อยู่ ๆ ก็วิ่งถลามากอดเขาเต็มรักจนเซถอยหลังไปครึ่งก้าว โอเมก้าน้อยซุกไซ้อยู่ตรงอกอย่างออดอ้อนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทว่าสำหรับคิมจงอินแล้ว อากัปกิริยาที่คาดเดามิได้เช่นนี้ของอีกฝ่ายนับว่าไม่ได้ผิดแปลกเท่าไหร่นัก เพราะเขาย่อมชอบที่อีกฝ่ายเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นอยู่แล้ว


โอเมก้าหนุ่มหลับตาพริ้มกอดคนตัวโตกว่าไม่ปล่อย พลางนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวัน ยามนั้นเขากำลังเดินเล่นอยู่ในตลาด เห็นคุณชายฮันที่เคยถูกเนรเทศลงจากรถม้าพอดี จึงคิดจะเข้าไปแก้แค้นเสียหน่อย แต่ถูกอีกฝ่ายที่รู้ตัวก่อนหลบหน้าหนี แต่นั่นมิใช่เรื่องที่คนตัวเล็กแปลกใจเท่าไหร่ จึงแอบตามไปเงียบ ๆ ทว่าพออีกฝ่ายเจอเขาอีกครั้ง กลับมีปฏิกิริยาหวาดกลัวเขาราวกับเห็นผี ละล่ำละลักถอยหลังวิ่งหนีทันทีจนเขาต้องเปลืองแรงไปจับตัวกลับมา ถึงได้สอบถามเรื่องมากมาย


คุณชายฮันมีท่าทีตื่นกลัวอยู่ตลอดเวลา ในยามนั้นทำให้โดคยองซูรู้สึกประหลาดใจและสงสัยเข้าไปใหญ่ ปากที่เคยดูถูกคนไว้มากมายเอ่ยขอโทษขอโพยไม่หยุด ตาสองข้างมองซ้ายมองขวาตลอดเวลาราวกับกลัวใครมาเห็นว่าอยู่ใกล้เขา


เบต้าหนุ่มดูแก่ขึ้นไปอีกสิบปี ผิวที่เคยขาวผ่องแปรเปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำแดด ทั้งยังหยาบกร้านราวกับคนใช้แรงงาน ต่างจากคุณชายเจ้าสำราญคนเดิมราวกับหน้ามือเป็นหลังมือ อาจเพราะต้องเผชิญความยากลำบากแถบทะเลทรายนานับประการ จนทำให้เขาอดสงสารขึ้นมามิได้ แต่ก็มิใช่ว่าเขาจะไม่เอาคืนสักหน่อย อย่างน้อยให้อีกฝ่ายนอนคันคะเยอสักอาทิตย์นับว่าหายกันได้


และไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดจึงนึกถึงเรื่องครึกโครมที่คนผู้นี้ล่วงเกินองค์ชายสามเสียได้ อีกทั้งสถานการณ์ คำพูดหลายอย่างที่หลุดออกมาจากปากอีกฝ่ายทำให้ประติดประต่อเรื่องราวได้ประจวบเหมาะ จนเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปก่อนแล้วว่าคิมจงอินทำเรื่องนั้นเพื่อปกป้องตน...


แล้วก็รู้สึกดีใจจนเสียแทบบ้า


“ซู เจ้าเป็นอันใดหรือเปล่า”


“เปล่า”


“หืม”


“ท่านตัวหอมเฉย ๆ”


เขาจะคิดแบบนี้ แล้วก็อยู่แบบนี้แหละ


เมื่อคิดเช่นนั้นโดคยองซูจึงกอดคนตรงหน้าแน่นขึ้นอีก ซ่อนรอยยิ้มรูปหัวใจดวงโตไว้ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเห็น สูดดมกลิ่นกายที่มักติดตัวเขาไปในทุก ๆ ที่ กลิ่นดินผสมแมกไม้นานาพรรณในป่าใหญ่ ให้ความรู้สึกเย็นสบาย เสมือนบรรยากาศยามลึกเข้าไปในภูเขาสูงที่เต็มไปด้วยผืนป่าอันเขียวขจี 


 

เฉกเช่นคนตรงหน้า ที่มักตั้งตระหง่านมั่นคงดั่งภูผา


เย็นสบายเช่นผืนหญ้า หนักแน่นดั่งพื้นดิน


รวมแล้วเหมาะกับคิมจงอินยิ่งนัก


 

โดคยองซูไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงรู้สึกอยากกอดอีกฝ่ายเช่นนี้ เขารู้เพียงว่าเขาอยากทำเท่านั้น เขาจึงกระทำ และที่ผ่านมาเขาคิดอะไรง่าย ๆ เช่นนี้มาโดยตลอด รวมทั้งเรื่องเครื่องรางอวยพรนั้นด้วย


ตลอดเวลาที่ผ่านมาคิมจงอินใส่ใจเขาเป็นอย่างดี และไม่มีเหตุผลใดที่จะรังเกียจการอยู่ร่วมกับคนผู้นี้เลยแม้แต่น้อย ทำให้มิทันได้คิดสิ่งใด ร่างกายก็ขยับไปกอดอีกฝ่ายก่อนสมองสั่งการเสียแล้ว


เหมือนเป็นภาษากาย ที่อยากบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาไม่เป็นอะไร


ใช้สัมผัสเป็นคำตอบ...ว่าเขาสบายดีและสัญญาในใจว่าจะไม่ทำให้เป็นห่วงอีก


คิมจงอินมองก้อนสีขาวที่กอดเขาแน่นไม่ปล่อยอย่างเอ็นดู ยิ้มน้อย ๆ ราวกับได้รับคำตอบบางอย่างจากคนในอ้อมแขน ออดอ้อนราวกับจะขอโทษที่ทำให้เขาเป็นห่วงอย่างไรอย่างนั้น ช่างน่าแกล้งให้เขินอายเล่นเหลือเกิน เมื่อคิดได้ดังนั้นอัลฟ่าหนุ่มจึงเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการแกล้งเย้าคนตรงหน้าแทน


“ถ้าซูจะน้อยใจเช่นนี้ ไว้วันหลังเรามา ‘อาบ’ ด้วยกัน ดีหรือไม่” คิมจงอินพรายกระซิบเชิญชวนเสียงแหบพร่าจะได้รู้ว่าข้าใช้สิ่งใดถึงหอม...


“ไม่!” โดคยองซูปฏิเสธทันควัน ผละออกทันทีเมื่อได้ยินคำพูดล่อลวงแสนร้ายกาจนั่นอีกครา เพราะจากประสบการณ์ที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้ง เขารู้เลยว่ามันต้องไม่ใช่การอาบน้ำธรรมดาเป็นแน่!


“หึ ๆ”


“ข้าง่วงแล้ว ท่านหลบไปเลยนะ”


โดคยองซูรีบปีนป่ายเข้าไปที่ประจำของตน ม้วนตัวเองเข้ากับผ้าห่มจนเป็นก้อนเหลือเพียงส่วนหัวโผล่ขึ้นมา ทำตาแป๋วใส่คนที่นอนข้างกันมาตลอดหนึ่งเดือน


“ไม่อึดอัดหรือ”


“ไม่!” ที่ไหนกัน...


คิมจงอินนอนตะแคง เท้าแขนมองคนที่ขมวดคิ้วข่มตาหลับอย่างเอ็นดู จุดยิ้มขำขันเล็กน้อย ก่อนจะนับหนึ่งถึงสิบในใจอย่างช้า ๆ ทว่านับไปถึงแค่ห้าก็เป็นดั่งที่คิดเสียแล้ว เมื่อเห็นคนข้างกายขยับยุกยิก อ้าปากเอ่ยคำหวานขึ้นมาอย่างไหลลื่น


“ท่านพี่ ช่วยด้วย” โดคยองซูพูดเสียงอ่อนเสียงหวาน ดวงตาใสกระจ่างแฝงแววออดอ้อนเหมือนลูกแมวขออาหารนะ นะ


“ช่วยอันใด” คิมจงอินยิ้มบาง ๆ ทำเป็นไม่เข้าใจ


“ช่วยเอาข้าออกไปจากผ้าห่มที”


“เจ้ามิใช่ชอบหรอกหรือ”


“ไม่ชอบแล้ว อึดอัด ขยับตัวมิได้เลย” 


โดคยองซูดิ้นพล่านไม่หยุด ขมวดคิ้วมุ่นอย่างคนถูกขัดใจ ขยับไปมาด้วยตัวเองเหมือนงูเลื้อยแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากพันไว้หลายรอบเกินไป พออัลฟ่าหนุ่มเห็นท่าทางตลก ๆ ของอีกฝ่ายเช่นนี้ก็กลั้นหัวเราะไม่ไหว หัวเราะเสียงดังลั่นขึ้นมาทันที ความเครียดสะสมหรือปัญหาในราชสำนักที่เคยมีเหมือนถูกปัดเป่าทิ้งไปเสียจนหมด


“ท่านขำอะไร! เห็นข้าลำบากแล้วตลกใช่หรือไม่” 


“มานี่”


คิมจงอินดึงชายผ้าด้านหนึ่งออกมา ทำให้คนที่หันมาค้อนใส่เขาเมื่อครู่กลิ้งหลุน ๆ ออกมาตามผ้า จนในที่สุดก็ได้ยืดแข้งยืดขาเต็มที่อย่างอิสระ ก่อนจะถูกกักไว้ในอ้อมแขนผู้ช่วยชีวิตอีกที แต่ครานี้โดคยองซูมิมีท่าทีขัดขืนหรืออึดอัดแม้แต่น้อยแต่อย่างใด ถึงจะขยับตัวมิได้มากเหมือนเดิมก็ตาม


 

 

“ต้องบอกหรือไม่นะ” คยองซูพึมพำอยู่คนเดียว ชั่งใจสักพักก่อนตัดสินใจเอ่ยเรียกนางกำนัลแถวนั้นฝากไปรายงานองค์ชายที่ห้องหนังสือหน่อยว่าเขาจะออกไปข้างนอกพร้อมบอกสถานที่ที่จะไป ทั้งยังบอกเวลากลับเสร็จสรรพ เพื่อให้อีกฝ่ายไม่ต้องเป็นห่วง


คิมจงอินนั่งฟังคำรายงานอยู่ในห้องหนังสือด้วยความรู้สึกหลากหลาย ในใจเบิกบานอย่างเปี่ยมสุขแต่ก็ไม่ยอมแสดงอาการออกให้ผู้ใดเห็น ก่อนจะส่งสัญญาณให้นางกำนัลออกไปได้ พลางคิดว่าดีที่โอเมก้าน้อยของเขารู้จักมาบอกก่อนบ้างแล้ว แม้จะอยากให้มาบอกด้วยตนเองเพราะอยากเห็นหน้าก็ตาม แต่แค่นี้คิมจงอินก็พอใจแล้ว เพราะอย่างน้อยก็ได้รู้ว่ามีสักส่วนในใจของอีกฝ่ายที่นึกถึงเขาอยู่

 


---40%---


 

            เมื่อมีเรื่องให้วิ่งวุ่นมากมายช่วงเวลาหนึ่งเดือนจึงผ่านไปอย่างรวดเร็วยิ่ง สิ่งที่เตรียมการได้ก็เตรียมการไว้แล้วสิ้น เพื่อให้สมพระเกียรติงานวันพระราชสมภพขององค์จักรพรรดิ ผู้คนทั่วทั้งเมืองต่างเฉลิมฉลองแสดงความยินดีกันทั่วหน้า ให้กับความยิ่งใหญ่ตระการตาซึ่งแสดงแสงยานุภาพความมั่งคั่งของฉางอัน นำพาความรื่นเริงมาให้เบิกบานใจไม่หยุดพัก


            ท้องฟ้าสีนิลกาฬเปิดโล่ง ไร้วี่แววก้อนเมฆมารบกวนดั่งฤดูสารท ทำให้เห็นดวงดาราพริบพรับราวหิมะขาว แสงจันทร์นวลอออาบไล้ลงมาอย่างอ่อนโยน ขับไล่ความมืดมิดให้จางหายไป


            รถม้าหลังงามแสดงถึงยศศักดิ์ของผู้อยู่ภายในเคลื่อนตัวตามทางเดินอย่างช้า ๆ ทุกฝีก้าวม้าเต็มไปด้วยความหนักแน่นสมเป็นอาชาชั้นดี ความเคร่งขรึมที่เต็มไปด้วยความสูงศักดิ์แผ่ซ่านออกมาทำให้ไม่ว่าใครก็ต้องหลีกทางให้


เหล่าขันทีนางกำนัลต่างหลบอยู่สองข้างทางด้วยท่าทีนอบน้อมและยำเกรง รอให้รถม้าคันดังกล่าวผ่านไป ทุกคนต่างรู้ดีว่าข้างในนั้นเป็นผู้ใด เนื่องจากมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ใช้รถม้าบริเวณเขตพระราชฐานได้


            “ข้าต้องไปนั่งกับท่านหรือไม่โดคยองซูถามด้วยท่าทีตื่นเต้น ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับ เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ตนได้มางานเลี้ยงสำคัญในฐานะพระชายา


            “หลังจากถวายพระพร[2]เสร็จเจ้าต้องไปในเขตพระราชฐานชั้นใน เพราะท้องพระโรงมีไว้ให้ขุนนางในราชสำนักเท่านั้น[3]


            “อ๋อ


            เดี๋ยวจะมีกงกงนำทางเจ้าไป หากรู้สึกเบื่อก็คอยอยู่ใกล้ ๆ เสด็จแม่ไว้ คิมจงอินเอ่ยแนะนำ เนื่องจากเป็นห่วงที่อีกฝ่ายเพิ่งมีโอกาสได้มางานเลี้ยงที่มากพิธีเช่นนี้ครั้งแรก และกลัวว่าอาจรู้สึกเกร็งเมื่อไม่มีคนคุ้นเคยอยู่ข้างกาย พองานเลี้ยงผ่านไปสักครึ่งหนึ่งข้าจะรีบไปรับเจ้า


            “อื้อ ๆโดคยองซูพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย หัวทุยขยับไปมาทำให้เครื่องประดับประจำตำแหน่งบนศีรษะสั่นตามไปด้วย ทำให้อัลฟ่าหนุ่มอดเผยรอยยิ้มเอ็นดูออกมามิได้ ถึงแม้พระชายามือใหม่จะรู้สึกไม่คุ้นชินอยู่บ้างที่ต้องอยู่ร่วมกับคนแปลกหน้าหลายชั่วยาม อีกทั้งท่านอาจารย์เคยกล่าวไว้ว่าวังหลังเป็นโรงละครชั้นดี ที่ถ้าเป็นเพียงผู้ชมก็แล้วไป หากเป็นตัวแสดงแล้วไซร้คงมีเรื่องวุ่นวายไม่จบสิ้นเป็นแน่


            แม้โดคยองซูจะชมชอบดูละครก็ตาม


แต่ถึงกระนั้นเขาที่เป็นถึงพระชายาจึงได้แต่ให้สัญญากับตนเองในใจเท่านั้น ว่าจะไม่ทำให้คิมจงอินเสียหน้า และเสียเกียรติของพระชายาขององค์ชายสามอย่างเด็ดขาด!        


 

           

ตะเกียงมากมายถูกจุดขึ้นสว่างไสวตลอดสองข้างทาง ช่วยส่องสว่างให้ทางเดินไม่มืดมิดเกินไปนัก ในยามนี้วังหลวงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรื่นเริง นางกำนัลเดินขวักไขว่ทำตามหน้าที่ตนอย่างกระตือรือร้น ทุกสิบเก้าล้วนมีทหารเวรยามยืนประจำอย่างเข้มงวดกวดขัน เพื่อระวังมิให้มีการก่อเหตุไม่สมควร ขันทีตัวน้อยพาเขาเดินผ่านอุทยานหลวง


กงกง ใกล้ถึงหรือยัง


ผ่านอุทยานหลวงข้างหน้าไปก็ถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ


หลังจากถวายพระพรเสร็จคนตัวเล็กก็ต้องแยกมางานเลี้ยงสำหรับเหล่าภรรยาเชื้อพระวงศ์และเหล่าพระสนมในส่วนวังหลัง โดคยองซูเดินตามขันทีนำทางไปสู่บริเวณงานเลี้ยง ที่ในยามนี้เสียงครึกครื้นดังแว่วมาแต่ไกล


งานเลี้ยงบริเวณเขตพระราชฐานชั้นในถูกจัดท่ามกลางสวนดอกท้อ[4] ยามกลีบดอกสีชมพูโปรยปรายตามแรงลม ยิ่งให้บรรยากาศอ่อนโยนอ่อนหวานดั่งฤดูวสันต์ ขับเน้นให้น่าดูชมยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อมีคนงามรวมอยู่ด้วย


ช่างเป็นสถานการณ์ชวนให้ผู้คนเคลิ้บเคลิ้มเสียจริง


มิน่า...หญิงสาวชายหนุ่มมากมากจึงตั้งใจทุ่มเทประทินโฉมกันถึงเพียงนี้


           ขันทีน้อยพาโดคยองซูไปยังโต๊ะประจำตำแหน่งบนชั้นสองทางซ้ายถัดจากตำแหน่งประธานไปหนึ่งขั้น โอเมก้าหนุ่มเลียนแบบท่าทีนิ่งเฉยของคิมจงอิน นั่งลงอย่างเงียบ ๆ ภายใต้การจับจ้องของผู้คนเมื่อถูกขานตอนเข้ามาในงาน ดวงตากลมโตแสนบริสุทธิ์กวาดตามองบรรยากาศภายในงานอย่างตื่นเต้น แม้จะยังแสดงท่าทีเขร่งขรึมให้สมฐานะพระชายาก็ตาม


โดคยองซูมองผู้คนในงานอย่างพิจารณา พบว่าผู้คนช่างพิถีพิถันในการแต่งตัวอย่างแท้จริง อีกทั้งรู้สึกเวทนาอยู่ในใจเพราะในยามนี้ใกล้เข้าฤดูร้อนขึ้นเสียทุกที พอเห็นคนใส่เสื้อผ้าเครื่องประดับเต็มยศหลายชั้นเช่นนั้นก็อดรู้สึกอึดอัดแทนมิได้ เลยได้แต่นั่งจิบน้ำชาชื่นชมความพยายามของหญิงสาวชายหนุ่มทั่วทั้งงานอย่างเงียบ ๆ โดยที่มิทันได้สังเกตเลยว่าในสายตานับร้อยคู่ที่สนอกสนใจในตัวเขา มีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องตนอยู่ไม่ห่างตั้งแต่ก้าวเข้ามาในสวนแห่งนี้แล้ว


            งานเลี้ยงดำเนินไปเรื่อย ๆ จนเกือบค่อนคืน จากที่ตอนแรกตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศและการแสดงแสนตระการตาแปรเปลี่ยนเป็นเบื่อหน่าย ยิ่งเมื่ออาหารตรงหน้าก็ดื่มกินเสียจนเต็มท้อง คารวะสุราตามมารยาทก็ทำเสียหมดแล้วจึงไม่มีสิ่งใดให้ทำอีก คุณหนูคุณชายจับกลุ่มคุยกันอย่างออกรสในยามนี้ล้วนเป็นคนที่สนิทชิดเชื้อกันอยู่แล้ว จะให้เข้าไปร่วมวงสนทนาด้วยคงน่าอึดอัดยิ่ง แต่หากจะให้ไปรวมตัวกับอีกกลุ่มที่กำลังแสดงศาสตร์และศิลป์ซึ่งได้ร่ำเรียนมาให้เหล่าพระสนมหรือเหล่าฮูหยิน[5]หมายตาเป็นสะใภ้บ้านใดก็หาได้เหมาะสมไม่


ดังนั้นโดคยองซูที่มีสามีแล้วและยังไม่มีลูกชาย จึงทำได้แต่มองคนเหล่านั้นอย่างชื่นชมก่อนจะเลิกสนใจไป


อีกทั้งก็ไม่กล้าไปรบกวนเสด็จแม่มากเพราะพระองค์ก็ต้องควบคุมดูแลความเรียบร้อยฝ่ายใน แต่พอเขาจะช่วยงานบ้างก็ไม่ยอมเนื่องจากกลัวเขาเหนื่อย ทั้งยังประทานอาหารมากมายและกำชับอย่างเด็ดขาดให้เขานั่งกินเล่นอยู่เฉย ๆ พอ พอไม่มีสิ่งใดให้ทำต่อแล้วโดคยองซูจึงขอไปเดินเล่นที่อุทยานหลวงระหว่างรอคิมจงอินแทน


            ระหว่างทางไปยังอุทยานหลวงสองข้างทางเต็มไปด้วยความสว่างไสวจากโคมไฟ ซึ่งทางเดินถูกขนาบข้างด้วยกำแพงตำหนักต่าง ๆ ที่ประดับประดาด้วยผ้าสีมงคลแทบทุกที่ ก่อนจะเดินผ่านต้นไม้ใหญ่ที่กิ่งก้านสาขาแขวนกระดาษอวยพรไว้ เบื้องหน้าจึงเป็นอุทยานหลวงที่คนตัวเล็กเดินผ่านมาในคราแรก


            ภายในอุทยานหลวงเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณมากมายล้อมรอบสระบัวขนาดใหญ่ มีศาลาไม้หลังงามตรงกลางสระสำหรับนั่งชมความงามของทิวทัศน์โดยรอบ


โดคยองซูเดินผ่านสะพานหินพลางหยุดมองปลาน้อยบางตัวที่ยังออกมาเล่นซนเรียกร้องความสนใจ ก่อนจะทอดสายตามองทัศนียภาพโดยรอบอย่างเพลิดเพลิน


ดวงจันทร์ทอแสงสีนวลลงมากระทบผิวน้ำจนส่องแสงแพรวพราว บรรยากาศเสมือนถูกโอบไล้อย่างอ่อนโยนจากธรรมชาติ เปลือกตาสีมุกปิดลงตอบรับสัมผัสจากลมเย็น ๆ ที่พัดมากระทบผิวกาย เมื่อไร้ไอความร้อนยามอยู่ในท่ามกลางผู้คนดั่งเช่นเมื่อครู่ทำให้โดคยองซูรู้สึกเบิกบานใจขึ้นเล็กน้อย ยิ่งสูดอากาศบริสุทธิ์ที่ไร้กลิ่นเครื่องหอมเครื่องประทินโฉม ยิ่งทำให้โอเมก้าหนุ่มคิดถึงเจ้าของกลิ่นแมกไม้นานาพรรณที่เมื่อได้กลิ่นทีไรมักทำให้สบายใจได้ทุกคราขึ้นมาทันที


            ก่อนที่โดคยองซูจะหลุดจากภวังค์เนื่องจากได้ยินเสียงคนผู้หนึ่งเรียกจากด้านหลัง


            คารวะพระชายา


            “อ่า...โดคยองซูหันกลับไปมองคนที่มาใหม่ ก่อนจะเอ่ยถามตามขึ้นตามมารยาท เจ้าคือ?


            คนตรงหน้าเป็นโอเมก้าหนุ่มรูปงาม ร่างกายบอบบางดั่งกิ่งหลิว สวมชุดผ้าโปร่งสีขาวบริสุทธิ์ทำให้ดูราวกับเป็นเทพเซียน แม้ยามเดินต้องคอยให้ข้ารับใช้ประคองราวกับจะล้มอยู่ตลอดเวลา แต่กระนั้นยิ่งทำให้ผู้มองมารู้สึกอยากทะนุถนอม ดวงหน้าขาวผ่องแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมบาง ๆ ขับเน้นให้รู้สึกอ่อนโยนอ่อนหวานมากยิ่งขึ้น รอยยิ้มบาง ๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาหรือการขยับกายก็น่าดูชมไปทั่วทุกส่วน ล้วนเป็นกิริยาของผู้ที่ได้รับการอบรมอย่างดีในตระกูลสูงศักดิ์


            คุณชายในเรือนหอ[6]ของจริงเลยทีเดียว!


            แต่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดถึงรู้สึกแปลก ๆ กับคนผู้นี้ก็ไม่รู้


หม่อมฉันฮวังซองมุล บุตรชายของเสนาบดีกรมกลาโหมขอรับ


            ข้าโดคยองซู พระชายาองค์ชายสามโดคยองซูเลียนแบบการแนะนำตัวตามมารยาทอย่างอีกฝ่ายบ้าง โดยมิทันได้รู้ตัวเลยว่าทำให้ในใจคนตรงหน้าเค้นเขี้ยวฟันเพียงใด


            “หม่อมฉันรู้...


            “งั้นหรือ


            ขอให้หม่อมฉันเดินด้วยได้หรือไม่ขอรับ?


            “ตามใจเจ้า


            โดคยองซูเดินนำผ่านสะพานข้ามสระไปเรื่อย ๆ ก่อนจะไปหยุดนั่งพักที่ศาลากลางน้ำ โดยที่มิได้ให้ความสนใจคนร่วมทางมากนัก สีหน้านิ่งเรียบแฝงแววเคร่งขรึมระมัดระวังอยู่จาง ๆ เมื่อนึกถึงเรื่องที่จูฮยอนเตือนให้ระวังเรื่องเล่ห์กลของพวกชนชั้นสูงในวัง รวมทั้งคนที่มีใจปฏิพัทธ์กับองค์ชายสามไว้ให้ดี เพราะแม้จะมีคนเกรงกลัวอำนาจองค์ชายสามหรือแม่ทัพโดอยู่บ้างก็ตาม แต่อาจมีคนกินดีหมีหัวใจเสือมาจนกล้ามาก่อกวนอย่างไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำก็เป็นได้


            และไม่คาดว่าจะมีจริง ๆ


ที่หม่อมฉันมาในวันนี้หาใช่มาทักทายเพียงเฉย ๆ ไม่ หากแต่มาฝากฝังตนเองกับท่านพี่[7]ว่าในวันข้างหน้าเราจะเป็นพี่น้องอยู่ร่วมกันไปอีกนานฮวังซองมุลพูดยิ้ม ๆ อย่างมีเลศนัย


            “ข้าเป็นลูกคนเล็ก ไม่มีน้องชายเพิ่มโดคยองซูคิ้วกระตุกเล็กน้อย เอ่ยตัดบทเสียงแข็งอย่างควบคุมมิได้ เหมือนมีความอึดอัดบางอย่างก่อตัวขึ้นมาจนรู้สึกขุ่นมัวในใจ


            หรือท่านไม่เข้าใจ?ฮวังซองมุลทวนถาม ก่อนจะขยายความต่อไป บุรุษมากความสามารถทั้งยังสูงศักดิ์เฉกเช่นองค์ชายสามมีหรือจะมีท่านเพียงคนเดียว?


            “แล้ว?


            “จะเป็นใหญ่ได้นั้นการมีภรรยาคอยสนับสนุนก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน


            “แล้วคิดว่าองค์ชายสามของข้าอยากให้เจ้าช่วยงั้นหรือโดคยองซูตอบอย่างยียวน เน้นย้ำตรงคำว่า ของข้า ชัดถ้อยชัดคำยิ่ง


            “บิดาข้าเป็นเสนาบดีกรมกลาโหม ก็ดูแล้วกันว่าข้าจะทำได้หรือไม่!” ฮวังซองมุลพูดอย่างจองหอง


            แล้วคิดว่าคนเก่งกาจเช่น สามีของข้าต้องการให้เจ้าช่วยหรือไรน้ำเสียงของโดคยองซูเต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ เพราะอีกฝ่ายทำเหมือนดูถูกคิมจงอินว่าต้องใช้ผู้อื่นในการไต่เต้าไปมีอำนาจเช่นนั้น


            คนอย่างคิมจงอินมิจำเป็นจะต้องเติบโตใต้ร่มเงาผู้ใดด้วยซ้ำ!


            “เจ้าคิดว่าเขาจะรักเจ้าเพียงผู้เดียวตลอดไปหรืออย่างไร


            “แล้วอย่างไร? ข้าชอบเขา! เขาเป็นสามีของข้าโดคยองซูผุดลุกขึ้นพูดเสียงดังฉะฉานจนปลาน้อยในสระสะดุ้งตื่น ก่อนจะหอบหายใจเล็กน้อยพลางพูดต่อไปอีกว่าต่อให้เจ้าอยากได้ให้ตายยังไงก็เอาไปมิได้


            “!!” ฮวังซองมุลริษยาจนตัวสั่น แต่ก็ไม่รู้จะต่อคำอย่างไรต่อ จึงได้แต่กัดฟันข่มความโกรธอันหาที่ระบายมิได้


            “ในเมื่อเขาเป็นคนของข้า จึงรักได้แต่ข้า เพียงแค่ข้าคนเดียวเท่านั้น


            “!!”


            “ไม่เหลือที่ให้ผู้อื่นแล้ว เชิญกลับไปเถอะ


            เมื่อโดคยองซูพูดจบ ความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจทั้งหมดพลางสลายไปราวกับได้ระบายออก เสมือนตนเองเป็นกล่องใบหนึ่งที่ถูกลูกกุญแจซึ่งในยามนี้เรียกว่า ชอบไขออก แม้จะยังไม่ได้ดูให้ชัดว่าข้างในกล่องนั้นแท้จริงแล้วเป็นสิ่งใดก็ตาม แต่ตอนนี้โดคยองซูสบายใจที่ได้เอ่ยออกมายิ่ง เหมือนสิ่งที่เก็บกักอยู่ในใจได้คลี่คลายออกมาอย่างช้า ๆ


โดยที่ไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าในมุมหนึ่งหลังภูเขาจำลอง คำพูดดังกล่าวของเด็กขี้หวงได้ทำให้คนผู้หนึ่งดีใจเสียจนยิ้มออกมาราวกับเป็นคนสติฟั่นเฟือนเสียแล้ว


            “คนขี้หึงอย่างเจ้าไม่สมควรเป็นภรรยาใคร!”


            โดคยองซูไม่สนใจคำก่นด่าหรืออยากต่อบทสนทนากับคนตรงหน้าอีก จึงลุกขึ้นสะบัดก้นหันหลังให้อีกฝ่ายแล้วเดินออกไปทันที แต่จังหวะที่สวนกันกลับถูกรั้งแขนไว้อย่างไม่ประสงค์ดี สัญชาตญาณของคนตัวเล็กตึงเขม็ง เพียงชั่วพริบตาในจังหวะที่จะถูกผลักลงสระ โดคยองซูซึ่งตั้งตัวอยู่ก่อนแล้วจึงพลิกตัวกลับมาใช้อีกฝ่ายเป็นแรงส่งดีดตัวให้ตนกลับมายืนตรงได้ดั่งเดิม และกลายเป็นว่าตอนนี้คู่กรณีของเขาเป็นฝ่ายที่แผ่นหลังแนบปากปลาแทนทันที ก่อนจะถอยหลังห่างออกจากริมสระ ทว่าเพียงก้าวไปเพียงก้าวเดียวเท่านั้นก็ชนกับใครบางคนก่อน


“โอ๊ะ ท่านมาได้อย่างไร” โดคยองซูทักขึ้นมาอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นคนที่ควรจะอยู่ในท้องพระโรงยามนี้ปรากฎตัวตรงหน้าเขาเสียได้


“เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่”


อัลฟ่าหนุ่มถามขึ้นมาอย่างร้อนรน น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ ครานี้กลับเต็มไปด้วยความกังวลและหวาดกลัวจนรู้สึกได้ ก่อนจะกอดคนตรงหน้าแน่นราวกับกลัวสูญหาย นึกถึงยามเห็นผู้ไม่ประสงค์ดีพยายามจะผลักโดคยองซูตกน้ำ ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของเขาก็บีบรัดอย่างรุนแรงราวกับจะเสียของรัก ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาออกมาจากที่ซ่อนตัวอย่างรวดเร็วทันที หากเวลาเพียงชั่วพริบตาน้ำไกลมิอาจดับไฟใกล้[8] ทำให้อัลฟ่าหนุ่มมาถึงตัวอีกฝ่ายไม่ทัน


และหากภรรยาของเขามีสิ่งใดบุบสลายไปแม้เพียงนิด เขาจะให้พวกมันได้ชดใช้ที่บังอาจมากระตุกหนวดราชสีห์เช่นเขา!


“เขานั่นสิจะเป็น” โอเมก้าน้อยพูดเสียงอู้อี้ในอ้อมกอด หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามไม่หยุดเมื่อได้รับสัมผัสอบอุ่นอ่อนโยนจากคนตรงหน้า มือเล็กลูบหลังอีกฝ่ายอย่างปลอบประโลมหวังให้คลายกังวล ข้าไม่เป็นไรจริง ๆ


“ช่วยด้วยเจ้าค่ะ คุณชายข้าตกน้ำ!” สาวใช้ของอีกฝ่ายเมื่อเห็นนายตนเองอยู่ในสระก็รีบตะโกนขอความช่วยเหลือทันใด เมื่อขันทีและทหารยามได้ยินเสียงจึงพากันรีบรุดมายังจุดเกิดเหตุทันที ทำให้ผู้คนเริ่มหันมาให้ความสนใจอย่างสอดรู้สอดเห็น


โดคยองซูไม่คิดสนใจคนที่จะทำร้ายเขาก่อนนักหรอก อีกทั้งคนมากมายลงไปช่วยแล้ว กินน้ำไปสักอึกสองอึกให้หายคลั่งคงจะดีไม่น้อย ก่อนจะมองดูขันทีที่กระโจนลงไปช่วยกันอย่างพัลวัน ก่อนจะอุ้มคุณชายฮวังที่ตอนนี้หน้าซีดยิ่งกว่าผีหน้าขาวขึ้นมา


 

 

“เกิดอันใดขึ้น”


องค์จักรพรรดิมาถึงสถานที่เกิดเหตุก็ตรัสถามขึ้นมาทันที หากแต่ฟังเหตุการณ์คร่าว ๆ จากขันทีที่มารายงานก่อนเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับเห็นสีหน้าดำทะมึนของบุตรชายตนก็รู้สึกเวทนาผู้เคราะห์ร้ายในวันนี้อยู่ในใจ เพราะคิมจงอินมักปกปิดสีหน้าแสดงท่าทางได้อย่างดีตลอดมา แต่ในครานี้กลับแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งแผ่ไอสังหารเข้มข้นเช่นนี้ เรื่องราววันนี้คงไม่จบลงง่าย ๆ เป็นแน่ หากมิได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ


แค่ก แค่ก


ทูลฝ่าบาท คุณชายหม่อมฉันตกน้ำเพคะ


ตกได้อย่างไร


เอ่อ...


หม่อมฉันเดินไม่ระวังจึงพลัดตกน้ำขอรับฮวังซองมุลพูดเสียงแหบแห้ง แสร้งหลุบตาลงราวกับเกรงกลัวผู้มีอำนาจ ซึ่งท่าทีเช่นนี้ประกอบกับสภาพเปียกปอน ยิ่งทำให้ผู้คนต่างพาสงสารและเห็นใจยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งยังพาลเชื่อมโยงเรื่องราวถึงอีกบุคคลหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ไปโดยปริยายว่าอาจเกิดมาจากความหึงหวง เนื่องจากไม่ว่าใครต่างรู้ดีว่าคุณชายฮวังผู้นี้มีใจให้แก่องค์ชายสามมากมายเพียงใด อีกทั้งในกาลก่อนก็เป็นผู้หนึ่งที่มีโอกาสได้เป็นพระชายามากที่สุดอีกด้วย


แต่หม่อมฉันว่าแปลกนะเพคะ เหตุใดอยู่ ๆ จึงตกน้ำได้ พระสนมผู้หนึ่งสอดปากขึ้นช่วยทันที เนื่องจากต้องการสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับเสนาบดีกลาโหม แล้วจึงมองไปทางพระชายาองค์ชายสามอย่างมีเลศนัย


ท่านจะชี้นำว่าข้าผลักเขาตกน้ำอย่างนั้นหรือ?โดคยองซูถามกลับ


หม่อมฉันมิกล้า


“แต่ว่าท่านพี่...ท่านก็รู้ว่าน้องเป็นเพียงแค่โอเมก้าตัวน้อย ๆ แม้แต่แรงจะเชือดไก่ยังไม่มีเลย ลมพัดทีก็แทบจะยืนไม่อยู่ ต้องอากาศเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยก็เจ็บไข้ น้องอ่อนแอเช่นจะไปมีแรงผลักใครตกน้ำได้” โดคยองซูแกล้งตีหน้าซื่อเอ่ยเสียงเศร้าอย่างน่าสงสารบ้าง พร้อมกับแสร้งทำท่าทางสั่นกลัวจากเหตุการณ์น่าผวาเมื่อครู่


หักคอไก่ไม่ตายกับผีสิ!


แม้ทุกคนในที่นี้จะไม่รู้ว่าคุณชายน้อยจวนแม่ทัพมีวิชาพิสดารอันใด แต่ก็มิใช่ไม่รู้ว่าคนจากจวนแม่ทัพล้วนแข็งแกร่งบึกบึนเพียงไหน!


ไปหลอกเด็กอมมือเถิด


อีกทั้งไม่ว่าใครต่างรู้ว่าคนจากจวนแม่ทัพล้วนดื่มเลือดต่างน้ำกันทั้งนั้น จะไม่มีแรงได้อย่างไร! ต่อให้เป็นสาวใช้ระดับล่างก็สามารถล้มอันธพาลชั้นเลวได้


แล้วนี่เป็นถึงบุตรชายของท่านแม่ทัพ...มีหรือจะมีท่าทีขลาดกลัวเช่นนี้จริง ๆ ?


โดคยองซูอิงแอบอยู่ในอ้อมกอดสามีตนราวกับเป็นนกน้อยไร้ที่พึ่งอิงแอบต้นไม้ใหญ่ ในขณะเดียวกันก็แอบส่งสัญญาณให้ ‘ท่านพี่’ ให้ความร่วมมือด้วย ซึ่งคิมจงอินเองแม้ไม่มีสัญญาณดังกล่าวก็พร้อมจะจัดการคนพวกนี้อยู่แล้ว


พวกเจ้าจะใส่ร้ายพระชายาของข้าหรือ?คิมจงอินถามกลับเสียงเย็น ความกดดันไร้รูปพุ่งตรงไปยังผู้กล่าวหา ทำเอาพระสนมผู้นั้นตัวสั่นขึ้นมาอย่างห้ามมิอยู่ เริ่มตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่างว่ามิน่าหน้ามืดตามัวกับอำนาจจนเผลอล่วงเกินองค์ชายสามเช่นนี้เลย จึงเอ่ยตอบเสียงสั่นด้วยความหวาดกลัว


ม หม่อมฉันมิกล้า...


หากแต่ยังมีผู้มิรู้กาลเอ่ยวาจาขึ้นมาอย่างโง่เขลา


หม่อมฉันขอทูลถาม ที่คุณชายของหม่อมฉันตกน้ำเล่าเพคะจะทำอย่างไร...


หุบปาก!” ฮวังซองมุลตะคอกใส่ข้ารับใช้คนสนิททันที พยายามข่มกลั้นความโกรธที่อีกฝ่ายปากไวเปิดช่องให้ผู้อื่นได้โอกาสเอาคืน พลางหันมาขอประทานอภัยให้กับความเหิมเกริมของบ่าวรับใช้


เจ้าจะบอกว่าองค์ชายทรงเข้าข้างพระชายาจนมิสนใจความยุติธรรม?คิมจงแดเอ่ยขึ้นมาแทนนายทันทีอย่างรู้ใจ พร้อมกับคาดโทษอย่างรุนแรง หรือเจ้ากำลังลบหลู่เบื้องสูง?


ม มิใช่...


ทุกคนในอุทยานหลวงต่างกลั้นหายใจกันโดยมิรู้ตัว เนื่องจากข้อหาลบหลู่เบื้องสูงนั้น...


มีโทษถึงตาย!


ฝ่าบาท เป็นเพราะกระหม่อมอบรมบุตรชายได้ไม่ดี อีกทั้งบ่าวจวนข้าผู้นี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจึงทำให้ฝ่าบาทกับองค์ชายเคืองพระทัยเสนาบดีกรมกลาโหมเพิ่งมาถึงและได้ยินคำคาดโทษเมื่อครู่ก็รีบคุกเข่าขอรับโทษทันที “และที่ลูกชายกระหม่อมตกน้ำเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ


เห็นแก่หน้าท่านเสนาบดีและอีกอย่างวันนี้เป็นวันเกิดของข้า ข้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ไม่มงคลอันใดองค์จักรพรรดิครุ่นคิดครู่หนึ่งค่อยตรัสคลี่คลายสถานการณ์ดังกล่าวนำตัวบ่าวรับใช้ผู้นี้ไปโบยสิบไม้[9]


บรรยากาศกดดันเพิ่มขึ้นกว่าเดิมเมื่อโอเซฮุนปรากฏกายขึ้น พร้อมทั้งเอ่ยเสียงไม่เบานักรายงานนายผู้สูงศักดิ์


กระหม่อมนำตัวตัวขันทีนางกำนัลทุกคนบริเวณนี้ไปยังกองสืบสวนตามคำสั่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ


คิมจงอินพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบเยือกเย็น แต่เต็มไปด้วยความเฉียบขาดดังกังวลไปทั่วทุกโสตของผู้ฟัง ที่กำลังตกตะลึงกับการทำงานรวบรัดฉับไวขององค์ชายสามอยู่


ได้ยินบ่าวผู้นั้นทวงถามความยุติธรรม แล้วข้าจะมิให้ได้อย่างไร...อัลฟ่าหนุ่มกล่าวต่อไปด้วยเสียงนุ่มทุ้มทว่าให้ความรู้สึกเย็นเยียบ ทุกถ้อยคำราวกับมีแท่งน้ำแข็งแหลมคมทิ่มแทงสาดใส่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างไร้ปรานี และเพื่อเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายให้พี่ใหญ่กับเจ้ากรมอาญาช่วยกันสืบสวนดีหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?


กรมอาญา! เรื่องใหญ่แล้ว!


            สำหรับคู่กรณีเมื่อได้ฟังดังนั้นเหมือนถูกสาดด้วยน้ำเย็นจัด พยายามข่มความสั่นกลัวอย่างควบคุมไม่ได้จากแรงกดดันไร้รูปที่พุ่งตรงมายังตน เนื่องจากฮวังซองมุลประเมินความสัมพันธ์ระหว่างองค์ชายสามกับพระชายาต่ำเกินไป คิดตื้นเกินไป และหยิ่งผยองจนเกินไป จึงมิคาดคิดว่าจะทำให้โทสะขององค์ชายสามพุ่งสูงเสียดฟ้าเช่นนี้


อีกทั้งท่านพ่อคงมิอาจช่วยเขาได้เป็นแน่ ที่กระทำการอุกอาจอย่างจองหองจนได้รับผลลัพธ์แบบนี้


 

เพราะหากให้กรมอาญาตรวจสอบ ความผิดเขาย่อมถูกกางออกมาเด่นชัดแน่...


ทั้งข้อหาปองร้ายพระชายา


ไม่เพียงเขาเท่านั้นที่ลำบาก...ตระกูลของเขาก็ด้วย...


 

บรรยากาศโดยรอบตกอยู่ภายใต้ความอึมครึม จนไม่แม้แต่มีผู้ใดกล้าหายใจแรง


แม้จะรู้ว่าองค์ชายสามคงมิมีทางยอมอ่อนข้อให้ ทว่าฮวังซองมุลก็ก็ยังพยายามคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตอยู่ดี


“ม หม่อมฉัน—“


หากแต่ไม่เป็นผล


“ข้าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายอย่างยุติธรรม”


คิมจงอินปรายตามองคนบนพื้นอย่างเย็นชา ประกายโทสะฟุ้งกระจายอยู่ในดวงตาสีนิล ก่อนจะเอ่ยขัดขึ้นมาด้วยเสียงเย็นเยียบ ทว่าคำพูดกลับกล่าวอย่างใจกว้างและเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม แต่กับผู้ฟังแล้วนั้น เสมือนคำพิพากษาอันแสนโหดร้ายของพญามัจจุราช 


เพราะตระกูลเขาเมื่อต้องขึ้นศาลคงมิพลอยได้รับโทษทัณฑ์เช่นกัน


จึงทำได้เพียงตีอกชกตัวในใจแล้วเท่านั้น


ในขณะเดียวกันสายตาคมก็ไม่ละไปจากการตรวจตราทั่วร่างกายภรรยาของตนว่ามีตรงไหนบุบสลายหรือไม่ เพราะหาไม่แล้วเขาจะทำให้คนพวกนี้ได้รู้ว่าคิดจะเล่นงานคนของเขา การมีชีวิตอยู่ไม่สู้ตายเป็นเช่นไร


ให้ทำตามที่เจ้าว่าองค์จักรพรรดิพยักหน้ารับพลางส่งสัญญาณให้องค์ชายใหญ่จัดการต่อ นาน ๆ ทีจะเห็นลูกชายผู้เย็นชาของตนแสดงอารมณ์ขึ้นมาบ้าง จะไม่ยอมสนับสนุนได้อย่างไร อีกทั้งเขาก็อยากตัดเส้นสายพวกขุนนางเก่ามานาน เมื่อได้รับโอกาสที่ดีงามจากลูกชายลูกสะใภ้เช่นนี้จะมิรับก็มิได้กระมัง


โดคยองซูช่างเป็นสะใภ้นำโชคเสียจริง!


แต่เห็นทีว่าครานี้คงมิมีผู้ใดอยากสังสรรค์ต่อแล้วจึงสั่งให้แยกย้ายกันไปได้


แม้ในใจทุกคนจะสงสัยเหตุการณ์ในครานี้เช่นไร แต่ในยามนี้กลับมีความคิดเดียวกันแล้วที่ว่า อย่าได้คิดเข้าไปสอดมือกับเรื่องราวหลังจากนี้ต่อทีเดียว เพราะเห็นได้ชัดเลยว่าองค์ชายสามทั้งรักและหลงพระชายามากเพียงใด และเหตุการณ์นี้อาจเป็นคำเตือนให้ใครหลายคนที่ยังมีความคิดไม่พึงประสงค์อยู่ดับความคิดนั้นลงเสีย


ดูท่าแล้ว...คงจะไม่มีใครเข้ามาแทรกกลางได้เป็นแน่


ผู้คนที่อยู่ในราชสำนักมานานมองกิริยาระหว่างสามีภรรยาอย่างวิเคราะห์ แม้องค์ชายสามจะเฉียบขาดกดดันเวลาสนทนากับผู้อื่น แต่ยามมองพระชายากลับเต็มไปด้วยความรักใคร่อ่อนโยน


และต่างคิดไปในทางเดียวกันว่าพระชายาคงจะยึดครองทุกส่วนในหัวใจองค์ชายแล้วอย่างแน่นอน


ไม่รวมที่องค์จักรพรรดิกับองค์ชายใหญ่เพียงแค่ยืนดูเหตุการณ์ดังกล่าวโดยไม่สอดมือ ปล่อยให้องค์ชายสามใช้อำนาจอย่างเต็มที่และไม่คัดค้านเช่นนี้แสดงว่าให้การสนับสนุนทุกการตัดสินขององค์ชายสามเป็นแน่ เพราะฉะนั้นผู้รู้กาลก็ไม่ควรพายเรือทวนน้ำ แกว่งเท้าหาเสี้ยนหาเรื่องให้ตัวเองเล่นดั่งที่พระสนมผู้นี้ทำ


โดคยองซูไม่เคยเห็น และไม่เคยคาดคิดว่าคนที่อบอุ่นดุจหยกเสมอมายามอยู่กับเขาอย่างคิมจงอินเวลาโกรธจะน่ากลัวและเข้มงวดถึงเพียงนี้ ท่าทีดุดันน่าเกรงข่ามแผ่ซ่านออกมาอย่างที่ไม่เคยปรากฎ จึงรู้เลยว่าที่ผ่านมาคนข้างกายมิเคยใจร้ายกับเขาเลยแม้แต่น้อย


พอนึกถึงว่าสาเหตุที่อีกฝ่ายโมโหเป็นเพราะเขาถูกผู้อื่นกลั่นแกล้ง หัวใจดวงน้อย ๆ ก็รู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาเสียได้


มันช่างรู้สึกดีจนน่าตายจริง ๆ!


 

 

“เจ็บตรงไหนหรือไม่”


“ไม่เลย ข้าสบายดี ท่านดูสิ” โดคยองซูหมุนให้ดูหนึ่งที ก่อนจะคว้ามืออีกฝ่ายให้มาจับ ๆ แตะ ๆ ทั่วตัว ก่อนจะอวดอ้างตนเองอย่างภาคภูมิใจ “คนเช่นนั้นทำอะไรข้ามิได้หรอก!”


“เจ้ามิโกรธเลยหรือ”


“แน่นอนว่าต้องโกรธ แต่ข้าก็เอาคืนแล้วอย่างไรเล่า”


“แต่ข้าโกรธ”


“ท่านจะโกรธทำไม”


“โกรธที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับเจ้า”


“ก็แค่เรื่องไม่คาดฝัน อีกอย่างท่านก็ช่วยข้าระบายแค้นแล้วมิใช่หรือไร” โดคยองซูพูดอย่างจริงใจ ภายในดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความศรัทธาและมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะต้องดูแลเขาได้อย่างแน่นอน จึงเอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วหวังให้สีหน้าเคร่งเครียดราวกับโทษตนเองของคนตรงหน้าคลายลง “ตอนนี้ข้าอยู่ข้างกายท่านมิได้เป็นอันใดเสียหน่อย อีกอย่างเพราะข้ารู้ว่าถ้าข้ามีท่าน ข้าก็ไม่ต้องกลัวสิ่งใด—” 


ไม่ทันสิ้นคำ ริมฝีปากร้อนของอัลฟ่าหนุ่มก็แนบลงมาปิดกลีบปากรูปหัวใจที่มักส่งเสียงเจื้อยแจ้วทันที คิมจงอินดูดดึงริมฝีปากอวบอิ่มอย่างอดมิได้ เนื่องจากมิสามารถทนความน่ารักน่าเอ็นดูที่พยายามทำให้เขาเบิกบานใจเช่นนี้ได้ ทั้งยังดีใจที่อีกฝ่ายนึกถึงเขายามเผชิญปัญหา เป็นเสมือนไพ่ตายของตนเช่นนั้นยิ่งทำให้อัลฟ่าหนุ่มรู้สึกดีเสียจนทนมิไหว ช่วงชิงลมหายใจภรรยาตนอย่างไม่อายฟ้าดิน ก่อนจะถูกคนตัวเล็กขืนตัวผละออกไปก่อนจะมองซ้ายมองขวาอย่างน่าเอ็นดู


“ป ปล่อยก่อน ด เดี๋ยวมีคนมาเห็น!”


โดคยองซูหอบหายใจ พยายามทำเสียงดุ เอ่ยติด ๆ ขัด ๆ ใส่คนเอาแต่ใจที่เอาแต่ยิ้มร้ายกาจจ้องแต่จะกินเต้าหู้[10]เขา โอเมก้าน้อยหันรีหันขวางมองไปทั่ว เมื่อไม่เห็นใครบริเวณนี้ ก็รีบจับจูงมืออีกฝ่ายเดินจนเกือบวิ่งขึ้นรถม้าทันที เพราะกลัวมีใครสังเกตเห็นท่าทีลับ ๆ ล่อ ๆ กับเหตุการณ์น่าอายของพวกเขา




---100%---

#เจ้าสาวไคซู




 



[1] ของที่เก็บไว้ตรงสาบเสื้อช่วงอกมักจะเป็นของที่สำคัญมากๆ ในที่นี้เราจะสื่อว่าองค์ชายเขาเก็บไว้ตรงใจเลยค่ะ

[2] ถวายพระพรในที่นี้คืออวยพรวันเกิดค่ะ ปกติแล้วจะเป็นวันที่ลูกชายลูกสะใภ้นำของขวัญวันเกิดมาให้ แล้วก็อวยพรวันเกิดอะไรแบบนี้ได้ค่ะ (แต่ไม่ใช่เชิงให้พรพ่อแม่นะคะ 555555) สำหรับเราเรารู้สึกว่ามันเป็นการแสดงความผูกพันต่อกันเฉยๆ

[3] เรื่องงานเลี้ยงจะแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ 1.ในส่วนของฝ่ายหน้าที่มีไว้ให้กับขุนนางในราชสำนักเท่านั้น (เป็นส่วนของผู้ชายจัดบริเวณท้องพระโรง) 2.ส่วนของวังหลัง (เป็นส่วนของผู้หญิงจัด) ซึ่งในส่วนหลังที่น้องจะไปคือเป็นส่วนของพวกพระสนมหรือภรรยาขุนนางอยู่รวมๆ กันค่ะ แล้วในที่นี้เขาจะพาลูกที่พ่วงมาเปิดตัวด้วยมาให้เห็นหน้าค่าตากันค่ะ อารมณ์แบบว่าสมัยก่อนเขาใช้การคลุมถุงชน พ่อแม่จะเป็นคนเลือกคู่ครองให้ลูกตนเอง ก็เลยมักจะมามองๆ กันตามพวกงานอะไรแบบนี้ค่ะ หรือแบบเป็นช่วงเวลานัดพบกันของหนุ่มสาวที่กิ๊กกั๊กกันก็ได้ เพราะช่วงเทศกาลงานเลี้ยงอะไรพวกนี้เป็นช่วงปลดปล่อยอิสระทางชนชั้นไรงี้ด้วยค่ะ 55555 เหมือนเขาตั้งใจจัดงานเลี้ยงแบบนี้ให้เกิดการดูตัวกลายๆ ไปเองอยู่แล้วด้วย (อธิบายมาคือไม่เกี่ยวกับเรื่องเลยปะนะ5555)

[4] ว่าด้วยเรื่องดอกท้อ โดยปกติดอกท้อจะเป็นสัญลักษณ์ของบรรยากาศโรแมนติกอะไรทำนองนี้ค่ะ แบบที่จีนมีคำเรียกคนที่มีความรักวุ่นวายมากๆ (ทำนองว่ามีชายหนุ่มมาติดพันเยอะ) ว่ามีดวงชะตาดอกท้ออะไรทำนองนี้ด้วยค่ะ (ซึ่งไม่เกี่ยวกับเรื่อง55555) แบบอยากอธิบายว่าสถานการณ์แบบนี้มันเป็นสถานการณ์ที่จะนำพามาซึ่งความรัก หรือไว้ใช้พิชิตใจชายหนุ่มได้ง่ายอ่ะค่ะ เพราะเวลาอยู่กับดอกท้อดอกไม้อะไรแบบนี้มันจะให้มู้ดอ่อนโยนอ่อนหวานและน่ามองมากๆ สร้างบรรยากาศได้ดีด้วยค่ะ อีกอย่างคำว่าวสันต์มันเป็นสัญลักษณ์ที่ทำให้เรารู้สึกถึงการมีคู่ครองอะไรแบบนี้ด้วย

[5] ฮูหยิน เป็นคำเรียกภรรยาผู้อื่นอย่างให้เกียรติ

[6] คุณชายในเรือนหอ จริงๆมาจากหญิงสาวในเรือนหอ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนที่ยังไม่ได้ออกเรือนต้องทำ ก็คือถูกอบรมเกี่ยวกับกิริยามารยาท การอักษร เล่นหมากได้ เล่นพิณอะไรแบบนี้ได้ หรือต้องมีสาวใช้ติดตัวตลอด อารมณ์แบบว่าจะเป็นคนที่อยู่ในกรอบในธรรมเนียมมากๆ อะไรทำนองนี้ค่ะ

[7] พี่น้อง ในที่นี้มันเหมือนเป็นการเรียกของคนในวังหลัง แบบว่าพอมีสนมเยอะๆ เขาจะเรียกคนเข้ามาก่อนหรือยศสูงกว่าว่าพี่ แล้วตนเองเป็นน้องค่ะ ในที่นี้จึงหมายถึงว่าคุณชายฮวังคนนี้เขาเคลมตัวเองว่าจะได้เข้ามาเป็นเมียคนที่สองขององค์ชายสามแน่ๆ เลยฝากฝังตัวเองให้โดคยองซูเอ็นดู แล้วการแทนตัวเองว่าพี่น้องแสดงถึงความสนิทสนมกลมเกลียวกันในตำหนักในด้วยค่ะ (ถึงในความจริงจะเรียกแต่ปากแล้วใจไม่เป็นอย่างนั้นซะส่วนใหญ่ก็ตาม5555)

[8] น้ำไกลมิอาจดับไฟใกล้ หมายถึงว่าเวลาเกิดเหตุการณ์อันตรายแล้วคนที่อยู่ไกลไม่สามารถมายับยั้งเหตุการณ์ได้ในทันทีประมาณนี้ค่ะ

[9] เรื่องการสั่งโบย นับเป็นการลงโทษสถานเบา (เพราะส่วนใหญ่เวลาขัดใจคนในวังไรงี้มักจะตายกันเป็นส่วนใหญ่ค่ะ ฮือๆๆ) ส่วนจำนวนไม้นี่สิบไม้นับว่าน้อยสำหรับคนร่างกายแข็งแรงบึกบึน แต่หากตัวเล็กๆ ก็อาจทำให้พิการได้เลยค่ะ เพราะงั้นมันเลยเหมือนความกรุณาที่ไม่ค่อยกรุณาเท่าไหร่

[10] กินเต้าหู้ หมายถึงแต๊ะอั๋ง










อธิบายเพิ่มเติม
-ตำแหน่งเสนาบดีเป็นระดับขั้นของขุนนางขั้นสอง อีกทั้งอยู่กรมกลาโหม (เกี่ยวกับการจัดการกองทัพด้านธุรกรรมเสบียงต่างๆของกองทัพทำนองนี้มากกว่าการถือกำลังทหาร ซึ่งทางฝั่งพ่อของนองคือฝั่งถือกำลังทหารค่ะ เพราะว่าเขาจะแบ่งราชสำนักแบบพลเรือน[บุ๋น]กับกองทัพ[บู๊]แยกกันค่ะ) ตัวครอบครัวเสนาบดีเลยรู้สึกว่าตนเองมีกำลังต่อรองในราชสำนักมากค่ะ
-ลำดับในราชสำนักจะเป็นแบบ ขุนนางขั้นหนึ่ง(ทางฝั่งบุ๋นกับบู๊คือมีอย่างละหนึ่งคน)>แล้วรองลงมาก็คือตำแหน่งขุนนางขั้นสอง ซึ่งทางฝั่งพลเรือนจะมีเพียงหกคนตามหกกระทรวง ซึ่งผู้ควบคุมแต่ละกระทรวงก็คือเสนาบดี ส่วนทางฝั่งกองทัพส่วนใหญ่เป็นตำแหน่งทหารค่ะ ขอไม่พูดถึงเนื่องจากไม่ได้ปรากฎในเรื่องนะคะ

-ลำดับขั้นในวังต่อให้เป็นพระสนม(เมียจักรพรรดิ) ก็มีสถานะต่ำกว่าองค์ชายนะคะ แต่ถ้าในทางมารยาทองค์ชายก็ต้องเคารพพระสนมที่ไม่ใช่แม่ของตนเช่นเดียวกัน

-ส่วนเรื่องการแต่งงานแบบมีภรรยาหลายคน คือการแต่งงานแบบมีภรรยาหลายคน 1.มันเป็นการแสดงอำนาจอย่างหนึ่งว่าเราสามารถเลี้ยงคนมากมายได้แบบนี้ 2.คือเป็นทางหนึ่งในการรวมอำนาจเข้ามาที่ตัวผู้เป็นสามี ในที่นี้ตัวฮวังซองมุลจึงพูดถูกธรรมเนียมที่ว่าบุรุษผู้หนึ่งหากจะเป็นใหญ่แล้วก็ต้องรวมอำนาจให้เยอะเข้าไว้อย่างปฏิเสธไม่ได้ (โดยการแต่งเมียเยอะ) เพราะถ้าดองกันแล้วคนในตระกูลนั้นก็นับว่าเป็นพวกเดียวกันเลยค่ะ ตัวฮวังซองมุลก็เลยคิดว่าเขาสามารถเป็นฐานอำนาจหนึ่งที่เอามาใช้ต่อรองตำแหน่งได้ (แต่ประเด็นคือองค์ชายเค้าไม่เอาาาาอยู่แล้วค่ะ!5555555)

-ความขี้หึง มันจัดเข้าเป็นอารมณ์อิจฉาริษยา เพราะโดยธรรมเนียมจีนโบราณหากภรรยาไม่มีบุตรต้องยอมให้สามีรับเมียเร้กเมียน้อย (หากสามีต้องการ) โดยไม่มีสิทธิ์มีปากเสียง ไม่งั้นสามีจะมีเรื่องให้หย่าได้ (ตามกฎเจ็ดขับสามไม่ออก) ดังนั้นตอนที่ฮวังซองมุลวิจารณ์ว่าโดคยองซูเป็นคนขี้หึงแล้วไม่สมควรเป็นภรรยาใครนั้นเขาจึงมีสิทธิตัดสินผ่านมุมมองเขาแบบนั้นเหมือนกันค่ะ 



**ในส่วนการอธิบายเพิ่มเติมคืออธิบายให้เข้าใจบริบททางสังคมเท่านั้นนะคะ แล้วก็ยกตัวอย่างเป็นฉากในท้องเรื่องเฉยๆ "ไม่เกี่ยวกับความคิดหรือการตัดสินใจของตัวละคร" ว่าจะเดินตามบริบทสังคมดังกล่าวหรือไม่แต่อย่างใดค่ะ**



27/03/19
(100%)
-หายไปนานมาก 55555 ยอมรับโทษแต่โดยดีค่ะ ;__; ขอบคุณที่คิดถึงมากๆ เลยนะคะ คิดถึงเหมือนกัน! แล้วก็ขอโทษที่ทำให้รอนานด้วยค่ะ ฮือๆๆ แต่ไม่ไปไหนแน่นอน (นอกจากทำวิจัย 55555) เพราะว่าโดนแก้สารบัญใหม่เลยต้องทำงานหนักขึ้น แต่ตอนนี้โอเคแล้วมั้งคะ(เพราะที่ปรึกษาบอกรอวิจารณ์ทีเดียวตอนรอบเดือนหน้า ห้าห้า) บวกกับมีเรื่องวุ่นวายใจเร้กๆ เลยไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ค่ะ ;___;
-คิดถึงเรื่องนี้ตลอดเช้าสายบ่ายเย็น บางคืนนอนไม่หลับแล้วคิดบางไดอะล็อกออกก็จับโทรศัพท์มาโน้ตไว้อะ แง 555555 แต่เพิ่งได้มาพิมพ์จริงๆก็ตอนเน้ ฮืออๆๆๆๆ
-อีกอย่างคือเดือนหน้าก็อาจหายเหมือนกันค่ะ แง T_T เพราะต้องส่งวิจัยทุกบทวันที่ 18(รอบรองสุดท้าย) กับมีสอบhskวันที่ 20ค่ะ ;___; แล้วก็ส่งวิจัยรอบสุดท้ายวันที่ 9/05 ถึงจะได้คัมแบคอย่างเป็นทางการ แง ต้องขอโทษล่วงหน้าเลยนะคะ

-ตอนนี้แอบรู้สึกว่ามู้ดมันไม่ค่อยตลกเท่าไหร่ เพราะพี่เค้าโกรธ! 
-เราค่อนข้างกังวลเรื่องการลงโทษนิดหน่อย ที่ว่าบ่าวรับใช้พูดไม่ดีแล้วถึงขั้นต้องโบยอะไรกันแบบนี้เลยหรอ แต่เพราะนี่เป็นข้างในวัง ทุกอย่างจึงต้องเคร่งขรึมเข้มงวดกว่าทุกที่ค่ะ อีกทั้งการปฏิบัติตัวการพูดอะไรแบบนี้ของบ่าวรับใช้เขาไม่ควร/ไม่มีสิทธิ์สอดปากระหว่างนายคุยกันเลยค่ะ สำหรับเราคืออะไรนิดหน่อยนางกำนัลข้ารับใช้โดนเล่นงานมันค่อนข้างเป็นปกติมากในวัง/ในหมู่คนชั้นสูง อารมณ์แบบนายทำไม่ดีบ่าวก็โดนลงโทษ หรือถ้าตั้งใจ/หวังจะให้ผู้เป็นนายพ้นผิด การโดนลงโทษก็มักจะโยนให้บ่าวรับใช้เสมอๆ แล้วมันจะเจ๊ากันไปได้ยอมความกันไปได้ค่ะ (จำมาจากหนังกับนิยายตั่งต่างผสมรวมกันล้วนๆ5555) 
-แต่ก็คือเมียข้าใครอย่าแตะมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แหะ ส่วนน้องก็คือไม่เบาพอกัน 5555555

-ปล อีกอย่างที่จะบอกคือเรื่องนี้ ใกล้จบ แล้วนะคะ ;___;♥ ขอบคุณซำเหมอมา บอกไว้เพราะอยากบอกว่าไม่ทิ้งๆๆๆๆๆๆๆๆ แน่นอน ฮือ เราวางพล็อตไว้รายตอนถึงตอนจบแล้วค่ะ เหลือแต่พิมพ์เนื้อหาเท่าน้านน!



20/02/19

(40%)

-ไม่ได้เขียนนานจนเกือบจะลืมวิธีเขียนแล้วอะ แงง ;____; ขอโทษถ้าภาษามันแปลกๆ ไปบ้างนะคะ ฮือ /ไหว้ย่อ รู้สึกไม่คุ้นมือนิดนึงจริงๆ 

-แบบตั้งใจเขียนให้เสร็จก่อนไปโดนคอมเม้นเปเปอร์พรุ่งนี้แล้วกลัวจะหมดแรงทุกสิ่ง 5555555 ที่ผ่านมาคือแบบปั่นวิจัยจนนอนไม่เป็นเวลา ทำให้อ๊องไม่หาย 55555555 เลยรู้สึกวินัยแบบนี้ไม่ค่อยดีเลยจริงๆ แต่ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้วค่ะ เย่เย่ วันหลังจะไม่ให้ตัวเองหักโหมไรแบบนั้นแล้ว แง

-แหะๆๆๆ ชื่อตอนว่างานเลี้ยงแต่ยังไม่ได้ไปงานเลี้ยงเลย 555555 ครึ่งหลัง! รอชมความวุ่นวายในงานได้เลยค่ะ 555555






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 377 ครั้ง

992 ความคิดเห็น

  1. #973 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 12:03
    รักน้องกว่านี้ไม่มีแล้วค่ะ งื้อออออออ แบบปกป้องน้องได้ทุกสถานการณ์ ดีมากๆ เลย อบอุ่นหัวใจ
    #973
    0
  2. #932 - cherish 。 (@picha-bow) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 01:34
    ตอนนี้ก็คือน่ารักกกมากกกกอีกแล้ว T_____T สำหรับฮวังซอนมุลก็คือกล้ามากจะมาข่มน้องเรา แถมยังคิดจะทำร้ายน้องเราอีก แต่จะยอมหยวนให้ เพราะอะไรค้า เพราะว่าทำให้องค์ชายได้มีโอกาสแสดงให้ทุกคนรู้ไว้เลยนะคะว่าเมียข้าใครห้ามแตะ ไม่งั้นก็เตรียมตัวโดนลงโทษกันหมด แม้แต่รอยขีดข่วนซักมิลเดียวก็อย่าแม้แต่จะคิด สะใจมากที่คุณก็คือไม่แคร์ใครทั้งนั้นนอกจากน้อง รักเดียวใจเดียว ฉลาดรู้เท่าทันทุกคน อบอุ่น โอ่ยยย เกินจะบรรยาย เพอร์เฟคมากค่ะองค์ชาย ดูแลน้องมากๆๆๆจริงๆแงงงแอ ก็ทำไงได้น้องเราออกจะบอบบางหักคอไก่ไม่ตาย แถมลมพัดก็แทบจะปลิว (ตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะลูก...55555555) ที่สำคัญคือพ่อสามีเอ็นดูมากกำ องค์จักรพรรดิถึงขั้นบอกว่าเป็นสะใภ้นำโชคอ่ะเอ้อ คิดเอา -_,-
    #932
    0
  3. #917 p.nannapak (@dh15) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 18:37
    ก่อนจะพูดถึงเนื้อเรื่องเรายังอยากจะชื่นชมเรื่องการให้ความรู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยท้ายตอนมากๆค่ะ เราชอบจริงๆนะ ได้อะไรดีๆเข้าสมองจากฟิคสนุกๆที่เราอ่าน แล้วยิ่งเกี่ยวกับประเพณีของจีนแบบนี้สำหรับคนที่ไม่ได้มีโอกาสหรือมีความสนใจเป็นพิเศษที่จะศึกษาหาความรู้เอาเองก็ถือว่าเป็นประโยชน์ที่ได้แถมมาเลยล่ะค่ะ แม้ว่าอาจจะไม่มีส่วนสำคัญกับเนื้อเรื่องแต่มันทำให้คนอ่านเข้าใจบริบทในตอนนั้นได้มากขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มความสนุกได้อีกระดับเลยค่ะ เพราะการอ่านอะไรแล้วไม่เก็ท ไม่อิน ไม่เข้าใจจะทำให้ความสนุกกรอกลงไปแต่พอไรเตอร์อธิบายเพิ่มเติมแล้วก็จะรู้สึกแบบ อ๋อ มันเป็นอย่างนั้นเองเหรอ อะไรทำนองนี้ค่ะ ซึ่งเราชอบมากๆๆๆๆๆๆ นอกจากจะแสดงให้เห็นว่าไรเตอร์ใส่ใจในรายละเอียดแล้วยังทำให้ฟิคมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ เอาล่ะเข้าสู้เนื้อเรื่อง 5555 คือแบบร้าย ร้ายทั้งสามีและภรรยา หมั่นไส้ตอนคยองซูไปออดอ้อนออเซาะแล้วทำทีว่าตัวเองบอบบาง...55555 คือแบบ ในความเป็นจริงคุณล้มโจรล้มศัตรูได้เลยนะ ส่วนเรื่องความหวานนั้น...อีกนิดก็คือมดขึ้นเรือนแล้วนะเพคะ รำคาญได้ไหมอ่ะ อะไรจะรักกันขนาดนี้ 55555555555555555
    #917
    0
  4. #851 จีวอนชิ':) (@view1410) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 06:40
    ก้อนมันอ้อนน่ารักอ่ะ
    #851
    0
  5. #835 ohmy_Jeans (@ohmy_Jeans) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 19:30
    น้องซูน่ารักขี้อ้อนอย่างงี้องค์ชายไปไหนไม่รอดอยู่แล้วค่ะ
    #835
    0
  6. #778 PHXXH_ (@MYHH412) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 17:33
    คยองซูววว ทำไมขยันทำตัวน่ารักแบบนี้นะ น่ารักน่าเอ็นดูจนองค์ชายทนไม่ไหว น่าาร้ากกกกก
    #778
    0
  7. #744 shalinishalini (@shalinishalini) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 20:26
    อยากมีองค์ชายสามเป็นของตัวเองงงง
    #744
    0
  8. วันที่ 17 เมษายน 2562 / 11:39
    น่ารักไปหมดเลยยยย เขาก็รักของเขาอะเนอะ ยัยน้องนี่ก็ร้ายไม่เบานะเนี่ย แถมขี้หึงซะด้วย ดีต่อใจไปหมดเลยยย
    #670
    0
  9. #668 Stangthanjira (@Stangthanjira) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 09:42
    ฮืออ ทำไมอบอุ่นแบบนี้แงงงงง
    #668
    0
  10. #656 น้องแป้น (@parnsaepae) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 22:36
    องค์ชายสามเฉียบมากเลยอ่ะ เฮียแกก็รักก็ฮวงของเค้าอ่ะเนอะ มาแหยมกับคนของเฮียก็ต้องโดนเล่นกันไปนะคะ หุหุ ชอบที่ยัยน้องอ้อนว่าอ่อนแอขนาดหักคอไก่ไม่ตาย...ซะที่ไหนล่ะ 555555
    #656
    0
  11. #654 #1day1fiction (@FT01) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 19:15
    ฮื้ออ น่ารักมากค่ะ ถึงกับแตะไม่ได้ เขาก็หวงของเขา แง้ๆๆๆ ความสัมพันธ์ตัวละครค่อยๆพัฒนาแบบน่ารักดีค่ะ ชอบมากๆ;-;
    #654
    0
  12. #649 lookkaew_11 (@lookkaew11) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 03:23
    คยองซูมาออกงานในฐานะพระชายาครั้งแรกก็มีตัวร้ายเข้ามาหาเรื่องเลยเนอะ
    ตอนที่ฮวังซอนมุลเข้าหาแล้วทำเป็นชวนคุย แล้วอยู่ ๆ ก็มาฝากตัวเป็นน้องของคยองซูแล้วก็คิ้วกระตุกและคิดว่ารู้ละ ว่าฮวังซอนมุลมีจุดประสงค์อะไร
    แต่พระชายาใหม่อย่างคยองซูก็เก่งมาก ตอบโต้กลับคนไร้ยางอายได้หมดจด ป้องกันตัวได้อย่างดีเยี่ยม
    ที่เก่งสุดจริง ๆ คือการเล่นละครเล็กน้อย(?)และอ้อนสามีว่าตัวเองนั้นถูกรังแก 55555
    ที่จริงองค์ชายสามก็เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดอะเนอะ
    แต่ด้วยความรัก เอ็นดู และหลงพระชายาตัวน้อยเป็นที่สุด ฮวังซองมุลก็เป็นคนผิดที่กล้าบังอาจล่วงเกินพระชายาองค์ชายสามเท่านั้น ส่วนที่เมียอ้อนก็เป็นกำไรขององค์ชายทั้งนั้น
    สำคัญที่สุดองค์ชายได้ยินที่น้องบอกว่า “ชอบ” และประกาศว่าองค์ชายรักได้แต่พระชายาเท่านั้น
    คนเป็นพี่ก็หัวใจฟูคับอกไปแล้วกระมัง อิอิ

    ประทับใจตอนที่น้องได้เห็นด้านความเฉียบขาดขององค์ชาย แล้วได้ตระหนักว่าที่ผ่านมานั้นองค์ชายดีต่อน้องมากขนาดไหน และเพียงแค่มีองค์ชายก็รู้สึกปลอดภัย งื้ออออ ยัยตัวเล็กช่างน่าเอ็นดู
    แค่พูดกับองค์ชายว่า ท่านพี่ก็ช่วยแก้แค้นให้แล้ว.. มันดูเป็นการอ้อนโดยที่น้องคงไม่รู้ตัวว่าเป็นการอ้อน
    เนี่ย ก็น่ารักซะแบบนี้ องค์ชายจะไม่ขยันกินเต้าหู้เมียรักได้อย่างไร

    กลับตำหนักไปกินว่าองค์ชายคงต้องถอดเสื้อผ้าเช็คร่างกายภรรยาว่ามีรอยช้ำตรงไหนมั้ย(ยังห่วงเมียเจ็บอยู่) แล้วกินเต้าหู้ กินทั้งตัว คะ.. แค่กๆๆ
    #649
    0
  13. #643 eveahhhhhh (@eve-xiuminexo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 22:08
    แตะไม่ได้เลยน้าาพระสนมขององขายสามอ่ะ สามีเขาดุๆๆๆๆๆๆๆๆไไ
    #643
    0
  14. #642 kkolk (@kkolk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 13:00
    รู้เลยนะคะว่าน้ำส้มเปรี้ยวจี๊ดดดดดเลย เรื่องบานปลายไปจนคู่กรณีเกือบไม่รอด คุณสามีคือขี้กลัวเวอร์วัง ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมเลยเนอะบุบสลายไปสักส่วนเดียวก็ไม่ยอม นี่ถ้าพระชายาโดนกิ่งไม้ข่วนองค์ชายจะสั่งเผาต้นไม้ต้นนั้นมั้ย55555555555555
    #642
    0
  15. #634 nanar1117 (@nang23) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 22:18
    องค์ชายสามเป็นคนที่เหมาะกับคำว่า พี่ดุนะ ไหวหรอ สุดๆๆๆ แซ่บมากจ้าาา
    #634
    0
  16. #633 mami yayi (@phaphiranya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 21:49
    ฮิฮิฮิฮิเบะปากใส่ซองมุลหนึ่งทีละก็เบะปากใส่คู่รักหนึ่งที่เลี่ยนมากกกกมดขึ้นเรือนแล้วว
    #633
    0
  17. #628 prds.ff (@jffan) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 มีนาคม 2562 / 00:31
    ฮวังซองมุลนี่ฆ่าตัวเองชัดๆ แกคิดจะมาเป็นน้อยของคนรักเมีย หลงเมียเบอร์แรงแบบนี้อะหรอ ใช้อะไรคิ๊ดดดดด555555555555 ไม่พอยังจะทำเมียเค้าเจ็บตัว ถ้าน้องตกน้ำแกโดนประหารอะบอกตรงๆ ฮือ ชอบองค์ชายมากหลงเมียมากเว่อ แต่น้องก็น่ารักน่าบีบจริงๆ มันเขี้ยวมากT_____T อยากเห็นตอนมีเจ้าตัวเล็กแล้ว องค์ชายต้องหลงลูก หลงเมียไปอีกร้อยปีเลย!
    #628
    0
  18. #627 best bowling (@bestbowling) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 01:23
    ตอนนี้น้องหึงได้น่ารักมาก พี่ก็แอบยิ้มชอบใจเชียว มีลุ้นองค์ชายองค์หญิงบ้างมั้ยคะเนี่ย ขยันทำการบ้านบ่อยๆน่าจะมาได้แล้วนะคะ ><
    #627
    0
  19. #626 panguysoo6112 (@panguysoo6112) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 00:58
    ฮืออ ปกป้องน้องได้อบอุ่นมาก กุมใจ 😘
    #626
    0
  20. #625 maomakkkk (@lollipoplollol) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 00:24

    หลงเมียไม่มีใครเกิน55555

    #625
    0
  21. #624 มายคยอง (@ganeyahoo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 23:32
    เย้ในที่สุดไรท์ก็กลับมา ตอนนี้น้องน่ารักมากกกก รู้ตัวซักทีว่าชอบพี่เค้าแล้ว อยากให้มีลูกไวๆจัง
    #624
    0
  22. #623 MinaHarino (@MinaHarino) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 23:19
    น่ารักมากเลยค่าา เป็นกำลังใจให้นะคะทั้งวิจัยและนิยาย สู้ๆค่า5555
    #623
    0
  23. #622 kadi8812 (@kadi8812) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 21:47
    น้องหึงน่ารักมากกกก แงงงง ดีใจไรท์กลับมาแล้ววว
    #622
    0
  24. วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 20:01
    ไปเลยอย่ามายุ่งกับองค์ชายยยย
    #621
    0
  25. #620 underwater369 (@underwater369) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 19:33

    องค์ชายสามอบอุ่นมากๆ หื่นด้วย 555 ดูฉลาดทันคน พระเอกแบบนี้สิที่เราต้องการ น้องก็ขี้อ้อนเหลือเกิน...เขินนนน

    #620
    0