(omegaverse) DEAR BRIDE - KAISOO

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 - สืบหา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,950
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 323 ครั้ง
    26 เม.ย. 62






บทที่สอง

สืบหา

 




 

            รายงานขอรับ


            “อืม


คิมจงอินรับคำในลำคอเพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายพูดขึ้นมาได้ ในขณะเดียวกันก็มิได้ละสายตาจากรายงานของกรมกองต่าง ๆ ที่ส่งมาให้เขาอนุมัติ


            “ย—ยังไม่พบคนผู้นั้นขอรับ


เสียงสั่น ๆ ของสายสืบชั้นยอดที่เข้ามารายงานเอ่ยขึ้นมาอย่างหวาด ๆ ทั้งนึกพร่ำบ่นตัวเองในใจ ที่ไร้ความสามารถแพ้พนัน จนต้องเข้ามาก้มหน้ารับความกดดันแทนทุกคนเช่นนี้ เบต้าหนุ่มมิอาจคาดเดาได้เลยว่าท่าทีราวกับมิได้ถือสาสิ่งใดขององค์ชายยามฟังเขารายงานเช่นนั้น จะนำพาโทษทัณฑ์ประการใดมาให้ เพราะตลอดสามเดือนที่ผ่านมา แม้พวกเขาทำงานกันอย่างหนัก หากแต่ยังไม่พบความคืบหน้าอันน่าพอใจใดเลยแม้แต่น้อย และยังคงหาตัวคนผู้นั้นไม่พบ ราวกับหายไปในกลีบเมฆจริง ๆ


สายสืบหนุ่มแอบเหลือบมองสีหน้าผู้สูงศักดิ์ตรงหน้า ที่ยังคงอ่านข้อราชการด้วยความนิ่งเฉย และไม่ได้แสดงสีหน้าอันใดที่จะทำให้ผู้น้อยเช่นเขาคาดเดาได้เลย แต่ก็จำต้องรายงานความคืบหน้าอีกเรื่องต่อไป


            ส่วนเรื่องโรงทานในนามคุณชายสามนั้น...รู้เพียงว่าเถ้าแก่ซอซึ่งเป็นเจ้าของโรงทานได้รับเงินจากบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งมาหนึ่งหมื่นตำลึง แล้วให้ตั้งโรงทานในนามคุณชายสาม แจกจ่ายข้าวต้มให้คนยากไร้ คนพเนจรข้างกำแพงเมืองเพียงเท่านั้น”           


            ข้าน้อยไร้ความสามารถ ขอองค์ชายโปรดลงโทษ


            สายสืบชุดดำพูดจบก็คุกเข่ายอมรับโทษทันที แรงกดดันที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกจากตัวผู้ปกครองเป็นระยะ ทำเอาเบต้าหนุ่มหวาดผวาจนตัวสั่นตามสัญชาตญาณราวกับล่วงรู้ชะตากรรม เนื่องจากทุกผู้ทุกคนต่างรู้ดีว่าการทำงานกับองค์ชายต้องไร้ซึ่งข้อผิดพลาดใด ๆ และที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นงานอันตรายเช่นใด ก็ไม่เคยมีงานใดได้รับผลตอบรับไร้ประสิทธิภาพเช่นนี้มาก่อน ทั้งยังไม่รวมที่องค์ชายได้ให้โอกาสพวกเขามานานกว่าสามเดือนแล้วแต่ก็ยังไร้วี่แวว ซึ่งนับเป็นพระเมตตาด้วยซ้ำที่กลุ่มกองของเขาได้เวลามากเช่นนี้ กับเพียงแค่การหาคนผู้หนึ่งเท่านั้น และหากครั้งนี้โดนลงโทษก็หาใช่เรื่องที่ต้องขุ่นข้องหมองใจแต่ประการใด


ในขณะที่สายสืบหนุ่มคิดว่าตัวเองต้องโดนสั่งลงโทษเป็นแน่ กลับกลายเป็นว่าองค์ชายเพียงแค่ขยับมือเล็กน้อยเป็นสัญญาณว่าไม่เอาความอันใดและให้ล่าถอยไปเสีย เมื่อสายสืบหนุ่มเห็นเช่นนั้นก็ถวายคำนับหนึ่งครั้งแล้วรีบลนลานออกจากห้องไปตามคำสั่งทันที เพราะกลัวว่าหากช้าอีกเพียงนิดองค์ชายจะเปลี่ยนพระทัย


            จงแดเจ้าว่ามา


สุรเสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้น ทำเอาผู้ฟังตัวเกร็งเล็กน้อยด้วยความกดดันที่แผ่ซ่านออกมาเต็มบรรยากาศ เบต้าหนุ่มขี้เล่นในยามนี้มีท่าทางจริงจัง ก้าวเท้าออกมาจากมุมหนึ่งทันที เพราะความคาดหวังที่แท้จริงสำหรับเรื่องนี้หาใช่จากสายสืบเมื่อครู่แต่แรกไม่ หากแต่เป็นคิมจงแดมากกว่า


            “กว่าจะได้พบสายของเราที่แฝงตัวไว้ในหอหมื่นบุปผาก็ยากเอาการ เพราะจู่ ๆ การกวดขันที่นั่นก็เข้มงวดขึ้นอย่างน่าประหลาด แถมคนของเราก็โดนจับตามองทั้งหมดเสียด้วย แต่พอได้ความเพียงว่าเดิมทีแล้ว คนผู้นั้นมิใช่คนของหอหมื่นบุปผาแต่แรก เพียงแค่ท่านผู้ดูแลใหญ่พบเจอระหว่างเดินทางท่องเที่ยวและเชิญมาบรรเลงเท่านั้น หากแต่เป็นใครมาจากไหนจริง ๆ แล้วนั้นมิมีผู้ใดล่วงรู้


            ในวันนั้นหลังจากองค์ชายเปิดห้องไปไม่กี่ชั่วยาม[1] คนอื่น ๆ ซึ่งกำลังหาความสำราญอยู่ รวมทั้งคิมจงแดที่ถูกสั่งให้นั่งหาข่าวที่โต๊ะเดิมต่อก็ถูกเชิญให้ออก ราวกับว่าเผชิญเหตุการณ์วิกฤตอันใดกะทันหันก็มิอาจทราบได้ ทำให้เบต้าหนุ่มไม่มีโอกาสได้ขึ้นไปพบองค์ชายก่อน และมิคาดเลยว่าจะไม่พบอีกเลยตลอดสามวัน


            เพราะหลังจากค่ำคืนนั้นยาวนานกว่าสามวัน หอหมื่นบุปผาก็ทำเหมือนว่าถูกสั่งปิดกะทันหัน เงียบเชียบราวกับป่าช้าไร้ผู้คน มิมีผู้คนเข้ามิมีผู้ใดออก ภายในภายนอกราวกับถูกตัดขาดออกจากกันเฉกเช่นคนละโลก ทำเอาผู้คนมากมายที่รักแสงสีหัวใจห่อเหี่ยว รวมทั้งคิมจงแดที่กว่าจะเล็ดลอดเข้าไปได้ก็ทำเอาเปลืองแรงไม่น้อย เพราะในช่วงหนึ่งถึงสองวันแรก เวรยามข้างในกวดขันเข้มงวดยิ่งนัก เสมือนว่ากำลังปกปิดสิ่งใดเอาไว้ แต่พอในวันที่สามกลับปล่อยปละละเลย จนทำให้คิมจงแดได้พบทั้งสองคนที่สวนทางออกมาพอดี และได้รับคำสั่งแรกจากผู้เป็นนายว่าให้พาอียูลมาพบเดี๋ยวนั้น


            คิมจงแดยังจำความกดดันจากองค์ชายที่เข้ามาปะทะรอบตัววันนั้นได้อย่างดี สัญชาตญาณของเบต้าหนุ่มผู้อยู่เบื้องล่างสั่นกลัว มันบีบคั้นเสียจนหายใจไม่ออก ทั้งยังสัมผัสได้ถึงแรงโทสะเข้มข้นเจือปนมาในอากาศ ราวกับกำลังจะปะทุอยู่รอมร่อ รุนแรงเฉกเช่นวันที่องค์ชายจัดการประหารพวกกบฏทางเหนือเมื่อสามปีก่อน ในข้อหาที่ขุนพลผู้นั้นเอ่ยลบหลู่หยามเกียรติราชวงศ์


            ในวันนั้นคิมจงแดอดเวทนาเด็กหนุ่มผู้นั้นในใจไม่ได้ ถึงแม้กระแสความกดดันดังกล่าวอาจมีบางสิ่งนอกเหนือจากโทสะเจือปนอยู่ก็ตาม แต่ไม่ว่าใครก็น่าจะรู้ว่าการกระตุกหนวดเสือขึ้นมานั้น จะต้องรอรับโทษทัณฑ์ประการใด และนี่ยิ่งเป็นพญาเสือแล้วไซร้...


           

            ไม่กล้าคิด ไม่กล้าคิด!

 


การเสาะหาตลอดสามเดือน สุดท้ายผลการค้นหาที่ได้รับกลับเป็นว่าทุกคนในหอหมื่นบุปผา ทำราวกับว่าไม่เคยมีคนผู้นี้อยู่บนโลก มิมีผู้ใดรู้จักเด็กหนุ่มแสนโดดเด่นผู้นั้น รวมทั้งผู้ดูแลสาวที่รับเงินไปหลายหมื่นตำลึงคนนั้น ก็แสดงท่าทีเหมือนไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน จนคิมจงแดเกือบคิดไปเองแล้วว่าเหตุการณ์นั้นอาจไม่เคยเกิดขึ้นจริง ๆ


และการสืบค้นสถานที่เช่นนั้นยิ่งทำได้ยากยิ่ง จากการที่ในหอหมื่นบุปผาเป็นสถานที่ซึ่งอำนาจราชสำนักเข้าถึงน้อย ทั้งยังมิอาจเปิดเผยตัวตนขององค์ชายได้ ยิ่งทำให้กระทำการได้อย่างลำบาก และทั่วทั้งเมืองต่างรู้ดีว่า หอหมื่นบุปผามิใช่เพียงหอนางโลมธรรมดา เนื่องจากเป็นที่ที่มีผู้มีอำนาจในยุทธภพหนุนหลังอยู่


ซึ่งเป็นเหตุผลที่ว่าเหตุใดหอหมื่นบุปผาถึงเป็นสถานที่ที่ใครก็มิอาจล่วงเกินได้ ในเมื่อราชสำนักเองก็ยังต้องไว้หน้าผู้ดูแลใหญ่ที่นี่อยู่หนึ่งส่วน


และเป็นอีกเหตุผลว่าทำไมผู้คนถึงมิกล้าโวยวายเรียกร้องสิ่งใดเลย กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้หอหมื่นบุปผาจะกระทำการตามอำเภอใจโดยที่ไม่แจ้งสาเหตุเลยก็ตาม แต่ก็มิมีใครกล้าถือสาคัดค้านอันใดมากเกินกว่าก่นด่าในใจ เพราะพวกเขาแค่ย้ายไปกินดื่มที่อื่นแทนก็ไร้ปัญหาแล้ว แม้จะมีแม่นางน้อยหนุ่มหน้าหวานงดงามไม่เท่าอย่างไรก็พอถูไถไปได้ แต่หากไปก่อกวนสร้างความวุ่นวายแทน จุดหมายปลายทางคงเป็นการจบชีวิตเสเพลตลอดกาลอย่างแน่นอน


            ตลอดการสืบค้นกว่าจะประติดประต่อ หาข้อมูลได้แต่ละชิ้น เป็นไปอย่างยากลำบากและกินเวลายาวนานกว่าสามเดือน และน่าประหลาดที่คนในนั้นให้ความร่วมมือได้อย่างดียิ่ง ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องให้ความร่วมมืออันใดด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะร้องขอตรวจสอบอันใดก็ให้ทำได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังเรียกชายบำเรอหรือหญิงคณิกาทั้งหมดมาให้ดูเรียงคนเลยทีเดียว หากแต่ยัง...


            ไม่พบอะไรอีกสินะ


            “ขอรับ


            คิมจงอินคาดการณ์ไว้แต่แรกแล้วว่าคิมจงแดอาจไม่ได้ความคืบหน้าอันใด เพราะการที่หอหมื่นบุปผานำคนมาให้ดูนั้น แสดงว่าต้องเตรียมการมาอย่างดี และมั่นใจอย่างแน่นอนแล้วว่าจะไม่ถูกค้นพบ ในเมื่อปล่อยให้อีกฝ่ายจัดการเก็บกวาดสถานที่กว่าสามวัน หากจะเหลือร่องรอยอะไรไว้นี่สิ คงจะเป็นเรื่องแปลก


            หากแต่การสืบค้นที่ผ่านมาใช่ว่าจะไร้ประโยชน์ทีเดียว ในเมื่อความพยายามปกปิดที่ไม่ระวังนั้น กลับกลายเป็นการเปิดเผยตัวตนที่ว่า คนผู้นั้นจะต้องมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหอหมื่นบุปผาอย่างแน่นอน จากการที่จะสามารถสั่งปิดหอหมื่นบุปผานานกว่าสามวัน รวมทั้งปิดปากทุกผู้ทุกคนให้มิดชิดเชื่อฟังเช่นนั้น หาใช่คนธรรมดาทั่วไปอยากกระทำก็ทำได้


อีกทั้งยาสลบที่ใช้กับเขาในวันนั้น ก็หาใช่ยาสลบธรรมดาสามัญ ที่จะออกฤทธิ์รวดเร็วเพียงไม่กี่วินาที และใช่ว่าจะมีครอบครองกันได้โดยง่าย หากมิมีเส้นสายในยุทธภพ เพราะหากเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญจริง ก็มิอาจหลุดลอดจากการสืบหาของสายสืบชั้นยอดของเขาไปได้


            ในคราแรกอัลฟ่าหนุ่มยอมรับเลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทำให้เขาเต็มไปด้วยแรงโทสะอย่างแท้จริง แต่พอนึกถึงแรงดึงดูดแสนเย้ายวน และกลิ่นกายหอมกรุ่นอันน่าพึงพอใจนั้น กลายเป็นว่าไปปลุกกระตุ้นสัญชาตญาณดิบของนักล่าในตัวให้ก่อกำเนิดขึ้นเสียมากกว่า ที่ยิ่งนานวันความปรารถนายิ่งพอกพูนทวีคูณ บดบังซึ่งแรงพิโรธใด ๆ อันควรจะเกิดขึ้นได้อย่างน่าประหลาด


            ที่ผ่านมาอาจดูราวกับว่าอัลฟ่าหนุ่มไม่มีท่าทีเร่งร้อนใจอันใด แต่ในความจริงในใจแล้วนั้นกลับเป็นไปในทางตรงกันข้าม เพราะยิ่งนานวันแรงปรารถนายิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะควบคุมความเป็นตัวเองดั่งเช่นกาลก่อนไว้มิได้ คิมจงอินไม่เคยพบเจอผู้ใดที่ทำให้เขารู้สึกเช่นนี้ได้มาก่อน และยิ่งตามตัวเจอยากเพียงใด มันยิ่งทำให้เขารู้สึกท้าทายจนอยากจะครอบครองมากเท่านั้น ไม่ว่าคราใดที่นึกถึงกลับให้ความรู้สึกเสมือนว่ากลิ่นนั้นยังคงติดตรึงอยู่ตรงปลายจมูก ยิ่งอยากได้เจ้าของกลิ่นกายหอมหวานมากกกอดในอ้อมแขนให้หายอยาก หวังสบตากลมใสแสนพิสุทธิ์น่าหลงใหล ที่นึกย้อนไปทีไรก็ยังทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นส่ำได้เสมอ


 

มันทำให้เลือดในกายของเขาพลุกพล่าน


         มากกว่าที่เคยเกิดขึ้นครั้งไหน ๆ


 

ส่วนเรื่องโรงทานคุณชายสามนั้นกระหม่อมไปตรวจสอบดูแล้วกว่าสามเดือน ที่นั่นเป็นเพียงแค่โรงทานธรรมดา ๆ จริง ๆ ขอรับ ได้แต่แจกข้าวต้มสามมื้อเท่านั้น มิได้สร้างมาเพื่อปลุกปั่นหรือทำการอันใดที่น่าจะให้องค์ชายเสื่อมเสียชื่อเสียง


            เมื่อฟังจบคิมจงอินเงยหน้าขึ้นจากกองรายงานอย่างประหลาดใจ เพราะในคราแรกอัลฟ่าหนุ่มคิดว่าอีกฝ่ายกำลังต้องการก่อกวนทำเรื่องให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือปลุกปั่นซ่องสุมกำลังเพื่อป้ายสีเขาในนาม คุณชายสามซึ่งเป็นนามแฝงของเขาที่ใช้กระทำการต่าง ๆ เป็นแน่ ทำให้คิมจงอินอดไม่ได้ที่จะต้องระแวดระวังไว้ก่อน หากเกิดเหตุการณ์มิคาดฝันขึ้น จะได้จัดการได้ทันท่วงที


แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคาดการณ์ผิด ถึงแม้มิอาจไว้วางใจได้เต็มที่ แต่อย่างน้อยน่าจะใช้โรงทานแห่งนี้ให้เป็นประโยชน์กับเขาภายหลัง ในการสั่งสมบารมีในหมู่ประชาชนเพิ่มขึ้นได้อีก แต่อีกนัยหนึ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะสื่อให้อัลฟ่าหนุ่มรับรู้ และถือเป็นการตบหน้าคิมจงอินกลาย ๆ ผ่านการกระทำให้เขารู้ว่า เขาควรเอาเงินเหล่านั้นไปช่วยเหลือผู้ขาดแคลนเสียบ้าง


           

ทั้งที่โรงทานแห่งนี้...เป็นโรงทานแห่งที่สิบสองในนามของเขาพอดี   

 


ในความคิดของคิมจงอินตอนนี้ส่วนใหญ่ เรื่องเงินที่เสียไปหาใช่เรื่องที่สะลักสำคัญเลยแม้แต่น้อย แต่เรื่องที่เขาให้ความสนใจ กลับเป็นเรื่องที่แม้แต่เงินก็ไม่สามารถซื้อได้นี่สิ เป็นปัญหาก่อกวนใจเขาไม่จางตลอดสามเดือนมานี้


            ไม่มีอะไรอีก?


            ขอรับ ขอฝ่าบาทโปรดประทานอภัย คิมจงแดคุกเข่าขอรับโทษ ก่อนที่จะเอ่ยเรื่องที่เพิ่งนึกได้ขึ้นมา ส่วนเรื่องกลิ่นนั่น...กระหม่อมไม่เจอผู้ใดมีกลิ่นอย่างที่ว่าเลยขอรับ


            “เห็นทีข้าต้องเป็นฝ่ายลงมือเองเสียแล้ว


            คิมจงอินเอนตัวเข้าหาพนักพิง เท้าแขนข้างหนึ่งยันศีรษะ หลับตาลง เคาะนิ้วเรียวยาวลงบนโต๊ะไม้สักชั้นดีเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด นึกทวนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งที่เป็นเพียงโอเมก้าน้อยตัวหนึ่งแท้ ๆ แต่กลับอาจหาญท้าทายผู้ล่าอย่างอุกอาจ และหากมิมีดีจริงเช่นนี้ ก็คงต้องโง่งมสุดจะปาน


แต่จากสัมผัสเฉียบคมของเขาแล้ว อีกฝ่ายคงหาใช่เพียงคนโง่งมไม่ เพราะคนที่สามารถผ่านเล็ดลอดสายตาสายสืบเขาได้นับว่าน่าแปลกใจแล้ว แต่กลับเล็ดลอดการค้นหาของคิมจงแดได้อีก นับว่าเป็นเรื่องเหลือเชื่อในรอบร้อยปีทีเลยเดียว และนั่นทำให้เขารู้สึก...


 

          ราวกับถูกลูบคม

 

 


 

           

            ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา หาใช่ต้องโทษคนของคิมจงอินทำผิดพลาด หรือไร้ประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว ที่หาคน ๆ เดียวก็ไม่เจอ หากแต่เป็นเพราะในจวนแม่ทัพตลอดสามเดือนนี้...


            ข้าเบื่อจะตายแล้วนะจูฮยอน


            “อีกนิดข้าจะแห้งเหี่ยวแบบหญ้ากองนั้นโดคยองซูชี้ไปที่กองหญ้าในมุมหนึ่งเมื่อเดินผ่านโรงม้า


            “โธ่...คุณชายน้อย นั่นมันหญ้าที่เตรียมไว้ให้ม้ากินตอนหน้าแล้งนี่เจ้าคะ...


            ก็นั่นแหละ!”


            “ไม่ก็คงจะเหี่ยวเฉาแบบดอกไม้ในสวนนั่น!”


โดคยองซูบ่นกระปอดกระแปดออกมาไม่หยุดยามก้าวเท้าหนักแน่น เดินผ่านลานสวนกลางบ้านเป็นที่ต่อมา ชี้ให้จูฮยอนซึ่งเดินตามมาติด ๆ มองไปยังดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่กำลังโรยรา เนื่องจากกาลเวลาที่พัดผ่านไป ทำเอาคนมองอดปวดใจแทนคุณชายน้อยอันเป็นที่รักยิ่งของคนในบ้านไม่ได้


แล้วนี่พวกเจ้า! เจ้า! แล้วก็เจ้า! มายืนใกล้ข้าอะไรขนาดนี้!”


คุณชายน้อยชี้เหล่าทหารกล้าที่ถูกท่านพ่อส่งมาควบคุมเขาอย่างเหลืออด ทุกคนทำราวกับว่าเขาเป็นนักโทษ เดินตามทุกฝีเก้า อึดอัดเสียจนคนรักอิสระหายใจไม่ออก ทั้งที่จริงโอเมก้าน้อยก็เข้าใจเหตุผลดีเช่นกัน ว่าทุกคนต่างทำไปตามหน้าที่ของตนเอง แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะน้อยใจนี่


แม้ภายในจวนแม่ทัพมิได้กว้างขวางเทียบเท่าพระราชวัง แต่หากเทียบกับบ้านทั่วไปของชาวบ้านธรรมดาก็นับว่าใหญ่โตนัก นอกจากเขตเรือนต่าง ๆ รอบสี่ทิศในบ้านแล้ว ตรงกลางยังมีสระน้ำขนาดใหญ่ ที่มีสวนสวยร่มรื่นล้อมรอบ เรียบง่ายสบายตา และชวนให้ผู้คนรู้สึกเพลิดเพลินเสียจนทอดมองได้เป็นวัน ๆ


 

หากแต่มิใช่กับคุณชายน้อยที่กำลังเดินวกไปวนมาอยู่ตอนนี้


 

โดคยองซูไม่ชอบกรอบสี่เหลี่ยมของกำแพงแคบ ๆ ไม่ชอบอยู่เฉย ไม่ชอบการถูกจำกัดอิสระ เป็นเพราะตั้งแต่เล็กที่ได้ไปท่องโลกกว้างกับท่านอาจารย์ ทำให้เจอสถานที่ใหม่ ๆ และผู้คนหลากหลายมากมาย ได้พบความกว้างขวางของทิวเขาสวย แม่น้ำใสไหลไกลสุดสายตา ที่ยังคงตราตรึงในความรู้สึก และได้ซึมซับตัวเองเข้ากับธรรมชาติที่ไร้การปรุงแต่งดั่งใจต้องการ ซึ่งสถานที่แห่งนี้มิอาจดึงดูดความสนใจจากเขาแม้เพียงนิดเดียว


สิ่งเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกมีตัวตนและมีชีวิตชีวามากกว่าอยู่ในกฎระเบียบแบบแผนที่เคร่งครัดเฉกเช่นในเมืองหลวง ที่หายใจเข้าก็ต้องคิดถึงมารยาทที หายใจออกก็ต้องนึกถึงหน้าตาทางสังคมที่ต้องแบกไว้ที


แต่ทั้งหมดที่ว่ามานี้มีสิ่งเดียวที่เขาชอบคือการได้กลับมาอยู่กับครอบครัว ได้อยู่กับคนอันเป็นที่รัก ที่รักและเอาใจใส่เขาไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าเขาจะดื้อรั้นหรือซุกซนมากเพียงใดก็ตาม พวกท่านได้แต่เพียงยิ้ม ๆ ดุด่าให้เขาเข้าใจเหตุผลเพียงเท่านั้น แต่ถ้าหากมากเกินขีดจำกัดของท่านหน่อยก็—


 

โดนกักบริเวณเช่นนี้แหละ


 

ข้าจะฟ้องท่านแม่ว่าท่านพ่อกลั่นแกล้งข้า!”


โดคยองซูพูดตัดพ้ออย่างเง้างอนตามนิสัย หากแต่มิได้ยึดถือเป็นจริงจังนักเพียงเพราะเข้าใจเจตนาของท่านพ่อดี ในเมื่อคนทำผิดก็ต้องถูกลงโทษเป็นอันสมควรแล้ว


ข้ารับใช้บริเวณนั้นเมื่อได้ฟังก็อดยิ้มน้อย ๆ กับท่าทีฟึดฟัดแสนน่ารักนั้นมิได้ และในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจะมีใครกล้าใจร้ายทำให้คุณชายน้อยรู้สึกไม่พอใจได้อีก ไม่เว้นแม้กระทั่งท่านแม่ทัพที่ดูเข้มงวดเช่นนั้น แม้จะปากแข็งอย่างไร แต่ใจที่รักและเอ็นดูลูกน้อยก็มิอาจทำใจแข็งตามได้ทั้งหมด ดูจากอาหารสามมื้อก็ได้รับมิขาด และทั้งสามมื้อล้วนแต่ถูกปรุงอย่างพิถีพิถันจากพ่อครัวชั้นยอด ที่ท่านแม่ทัพตั้งใจหามาให้ เนื่องจากรู้ว่าลูกชายของตนช่างเลือกกินเพียงใด...


นั่นยังไม่รวมกับการกักบริเวณที่บ่าวไพร่ต่างรู้ดีว่าเป็นโทษที่เบาสุดแล้ว หากเทียบกับตอนลงโทษคุณชายใหญ่ในตอนนั้น ที่สั่งให้คุณชายใหญ่อยู่แต่งในห้องฝึกยุทธ์สำนึกผิดเกือบครึ่งปี โทษฐานที่ไม่ยอมฝึกยุทธ์เพียงเท่านั้น และในฐานะผู้สืบทอดเพียงคนเดียวของจวนแม่ทัพ ทำให้คุณชายใหญ่ต้องพัฒนาฝีมือให้รุดหน้าจนท่านแม่ทัพพึงพอใจ ถึงจะยอมยกเลิกโทษทัณฑ์ แต่พอเป็นคุณชายน้อยก็เพียงแค่สั่งกักตัวในจวน ทั้งยังอนุญาตให้เดินไปไหนมาได้ทั่วบ้าน โดยที่ไม่ต้องทำอันใดทั้งสิ้น ขอแค่เพียงไม่ก้าวออกนอกประตูเพียงเท่านั้น ทุกสิ่งล้วนทำได้


และถึงแม้ว่าคุณชายน้อยจะบ่นหรือระบายอารมณ์ใส่พวกเขาเพียงใด พวกเขาก็ยอม หากทำให้คุณชายน้อยอันเป็นที่รักอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง และมิมีผู้ใดมองคุณชายน้อยเป็นคนหยาบคายเลยแม้แต่น้อย หากแต่ยิ่งให้ความรู้สึกเอ็นดู


ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนล้วนแล้วแต่อยากถูกคุณชายน้อยโมโหบ้างสักครั้ง ราวกับคนสติฟั่นเฟือน และหากใครถูกคุณชายน้อยเอ็ดใส่สักครั้ง กลับกลายเป็นว่าทุกคนในบ้างต่างพากันรุมอิจฉาคนผู้นั้นเสียนี่ ที่ได้มองใบหน้าน่ารักซึ่งเป็นดวงใจของคนทั้งบ้านโวยวายใกล้ ๆ


อาจดูเหมือนว่าคุณชายน้อยเป็นคนเอาแต่ใจ แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย เพราะทุกคนต่างรู้ว่าคุณชายน้อยรักอิสระกันทั้งนั้น เมื่อถูกควบคุมก็มักจะแสดงท่าทีดื้อรั้นเป็นธรรมดา


และสิ่งที่ทำให้ผู้คนต่างรักและพากันตามใจคุณชายน้อยนั้นเป็นเพราะคุณชายน้อยเป็นคนจิตใจดี ไม่เคยตบตีบ่าวไพร่อย่างจวนอื่น ๆ แม้จะไม่พอใจมากมายเพียงใด แต่ก็ไม่เคยใช้คำผรุสวาทมาทำร้ายจิตใจข้ารับใช้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งยังเลี้ยงดูหาอาหาร ใส่ใจเครื่องนุ่งห่มบ่าวไพร่ต้อยต่ำอย่างดีเสียจนเอาไปคุยโวให้คนจวนอื่นฟังจนอิจฉาตาร้อนกันทุกราย


สิ่งหนึ่งที่คุณชายใหญ่เคยพูดและทุกคนเห็นด้วยอย่างมาก คงจะเป็นเรื่องที่ว่าคุณชายน้อยเหมือนแมวตัวน้อยที่ชอบเง้างอนเอาแต่ใจตามประสา เวลาดื้อทีก็ดื้อตาใส แต่พอจะออดอ้อนเอาใจทีไรก็น่ารักเสียจนใจหาย บวกกับเป็นลูกชายคนเล็กของตระกูลที่รักอิสระ


หรือแม้ยามไปทำให้ใครโกรธขึงเข้าก็ใช้วิธีเจ้าเล่ห์แสนกลตามฉบับเจ้าตัว จัดการจนคนผู้นั้นจะโกรธก็โกรธไม่ลงได้อยู่หมัด และนั่นยิ่งชวนให้ผู้คนต่างมันเขี้ยวด้วยความเอ็นดู จนอยากเอาใจคุณชายน้อยขึ้นไปอีก


คยองซู น้อย ๆ หน่อย อย่าให้ท่านพ่อได้ยินเชียว


น้ำเสียงดุ ๆ ของหัวหน้าราชองค์รักษ์ประจำวังหลวง ที่ควบตำแหน่งพี่ชายคนโตของโดคยองซูอีกตำแหน่ง—ชานยอลเอ่ยขึ้น หากแต่นั่นก็มิได้ทำให้ผู้ถูกเรียกเกรงกลัวประการใด ทั้งยังขานรับกลับด้วยเสียงใส ยิ้มร่าถลาเขามาสวมกอดชานยอลอย่างออดอ้อน


พี่ชานยอล! ทำไมท่านไม่มาหาข้าบ้างเลย ข้าเบื่อจะตายอยู่แล้ว!”


จอมแสบ ข้าก็มาหาเจ้าแล้วนี่ไง


ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาข้านึกว่าท่านจะลืมแล้วเสียอีกว่ามีข้าเป็นน้องอยู่


ว้า เด็กแสบของเราน้อยใจจริงหรือนี่ ข้าอุส่ามีอะไรมาให้ เห็นที—


พี่ชานยอล ท่านเป็นพี่ชายที่ดีที่สุดในโลก เร็ว มานั่งก่อน


โดคยองซูรีบวิ่งถลาไปปัดเก้าอี้ตรงศาลากลางกลางน้ำ ทำราวกับว่ามีฝุ่นจริง ๆ ผายมือเชิญชานยอลที่ตอนนี้มีสีหน้าอย่างคนหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก กับความที่น้องชายแสนซนของตนเปลี่ยนท่าทีไวเช่นนี้


ข้าแค่จะมาบอกเจ้าว่าท่านพ่อยกเลิกโทษกักบริเวณเจ้าแล้ว


จริงรึ!” ดวงตากลมโตฉายแววซุกซนมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ลืมแล้วสิ้นความเบื่อหน่ายและขุ่นข้องหมองใจเมื่อครู่ ท่านพ่อใจดีที่สุด!”


น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสดใสชวนให้ผู้พบเห็นยิ้มตามไปด้วยอย่างห้ามไม่ได้ ทุกคนล้วนแล้วแต่ชอบที่จะได้เห็นคุณชายน้อยมีความสุขร่าเริงเช่นนี้


ให้มันน้อย ๆ หน่อย แล้วคราวหลังอย่าทำเรื่องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเช่นนั้นอีก อย่านึกว่าเจ้ากลบกลิ่นหมดแล้วท่านพ่อจะไม่รู้นะ


ชานยอลพาลนึกถึงเรื่องคืนนั้น ตอนที่โดคยองซูเดินเข้าห้องโถงรับรองมา โดยที่มีท่านพ่อยืนรออยู่ก่อนแล้ว สัมผัสกล้าแกร่งชัดเจนที่ติดตัวมากับน้องชายเขาตอนนั้น ทำเอาอัลฟ่าด้วยกันอย่างเขาประหวั่นขึ้นวูบหนึ่งของความรู้สึก จนชานยอลเผลอหน้าเสียด้วยความเป็นกังวลแทนโอเมก้าตัวเดียวของครอบครัวอย่างห้ามมิได้


และแม้แต่เขายังสัมผัสได้ขนาดนั้น ท่านพ่อที่ผ่านโลกมามากยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะในตอนนั้นผู้ที่นั่งตำแหน่งเจ้าบ้านกำลังขบกรามแน่นด้วยความโกรธไปเรียบร้อยแล้ว


 

มิใช่ว่าน้องชายเขากลบกลิ่นไม่มิดหรอก...


หากแต่เป็นกลิ่นอายนั้นมากกว่าที่เข้มแข็งมากเกินไป


 

ชานยอลเข้าใจดีว่าที่ท่านพ่อโกรธก็เพราะเป็นห่วงน้องชายมาก เนื่องจากน้องชายเป็นโอเมก้าส่วนหนึ่ง และกลัวจะเกิดเหตุการณ์อะไรที่เกินกำลังน้องชายจะควบคุมได้อีกส่วนหนึ่ง เลยตัดสินใจกักตัวลูกชายคนเล็กไว้ให้อยู่ใกล้หูใกล้ตาไว้ก่อนดีกว่า


และยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังอันทรงอำนาจที่ติดตัวมาแล้วนั้น ยิ่งทำให้ท่านพ่อกังวล และระบายออกมาเป็นความโมโหเสียจนบรรยากาศในจวนอึดอัด ราวกับมีเมฆหมอกแห่งหายนะบินว่อนนานนับเดือน กดดันเสียจนมิมีใครอยากเดินผ่านเรือนของท่านแม่ทัพสักคนเดียว และยิ่งท่านแม่ไม่อยู่อีก ยิ่งทำให้มิมีใครเข้าหน้าติดกันไปใหญ่


ข้าขอโทษ


โดคยองซูพูดอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้ท่านพ่อโกรธมากเช่นนั้น และรู้ว่าที่ท่านพ่อทำไปทั้งหมดก็เพราะเป็นห่วงเขาเสียมากกว่า แต่ในใจก็ยังรั้นน้อย ๆ อยู่ดีกว่าเขาดูแลตัวเองได้! และในหัวกลมแสนเจ้าเล่ห์ก็คิดต่อไปถึงครั้งหน้าว่าอาจต้องใช้ยานั่นให้มากขึ้น จะได้ไม่โดนจับได้อีก...


เข้าใจก็ดี


หากแต่ชานยอลอาจไม่ได้ยินเสียงทั้งหมดในใจของน้องชายตน มิเช่นนั้นคงมิวายจับไม้เรียวขึ้นมาตีเด็กแสบไม่ได้


ข้ารักท่านแล้วก็ท่านพ่อท่านแม่ที่สุด!”


เจ้าเอาไปบอกท่านพ่อต่อหน้าเช่นนี้บ้างสิ ท่านอยากได้ยินเจ้าพูดมาก เจ้าก็รู้


ข้ารู้น่า! ข้าโตแล้วนะ ลูกชายคนเล็กของบ้านพูดเสียงดัง กลบเกลื่อนความเขินอาย


ข้าไปตรวจเวรก่อน อย่าลืม ไปหาท่านพ่อด้วย แล้วก็อย่าดื้ออีก เข้าใจไหม


เข้าใจแล้วขอรับ!”


โดคยองซูพูดพลางค้อมกายรับคำสั่งเลียนแบบท่าทางของเหล่าทหารกล้าในจวน ทำให้ชานยอลอดส่ายหัวไปมากับท่าทางกวน ๆ ของน้องชายตนมิได้


 

 

 

คล้อยหลังชานยอลไปโดคยองซูเหมือนนึกเรื่องหนึ่งที่สั่งให้จูฮยอนไปทำตลอดสามเดือนมานี้ขึ้นมาได้


มีใครมาตามหาข้าหรือไม่


ผู้ดูแลบอกว่ามีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งพลัดกันมาตามหานักดนตรีคนนั้นตลอดเวลาเลยเจ้าค่ะ แต่ข้าบอกให้ทำตามที่ท่านสั่งแล้ว


อืม


ศิษย์พี่ท่านฝากสารมาด้วย


โดคยองซูรับจดหมายที่ว่าไว้ ไม่ต้องเปิดดูก็รู้เลยว่าข้างในจะเขียนว่าอะไร แต่เขาไม่พร้อมที่จะอ่านตอนนี้ เลยละความสนใจจากจดหมายไปเสีย แล้วเอ่ยถามต่อ


เถ้าแก่ซอล่ะ?


เถ้าแก่ซอบอกว่ามีคนผลัดกันมาถามเรื่องเจ้าของเงินบริจาคเจ้าค่ะ แต่ก็สามารถรับมือคนพวกนั้นได้อย่างแนบเนียน และถึงแม้คนพวกนั้นเสนอเงินให้มากมายก็ยังไม่ยอมขายพวกเราเจ้าค่ะ หากแต่...


แต่อะไร


หากแต่คนใช้ของเถ้าแก่ซอเผลอบอกเรื่องของข้าไปเจ้าค่ะ


จูฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงติดกังวล เนื่องจากกลัวว่าจะเป็นตัวการทำให้คุณชายน้อยลำบากในภายหลัง


ไม่เป็นไร


โดคยองซูหาได้ใส่ใจไม่ เพราะเมื่อนึกต่อไปว่า ถึงแม้อีกฝ่ายจะพลิกแผ่นดินหาเขาจริง ๆ ก็ใช่ว่าจะเจอ ในเมื่ออียูลที่ หน้าตาแบบนั้น ไม่ได้มีอยู่บนโลกนี้แต่แรกอยู่แล้ว ทำให้คนซุกซนวางใจได้ในระดับหนึ่ง พลางนึกในใจอย่างคนมองโลกในแง่ดีว่า นานจนป่านนี้อีกฝ่ายอาจเหนื่อยหน่าย และล้มเลิกความตั้งใจที่จะหาเขาไปแล้วก็เป็นได้


            และต่อให้อีกฝ่ายพยายามตามหาเขาอยู่ก็ตาม อาจเป็นเพราะอีกฝ่ายอยากจะขอบคุณวิญญูชนเช่นเขาก็ได้ ที่มีจิตใจเมตตาทำบุญทำทานแทนอีกฝ่าย


            คุณชายน้อยไปทำอะไรใครไว้หรือเปล่าเจ้าคะ เห็นผู้ดูแลบอกว่าคนพวกนั้นมิน่าใช่คนธรรมดา และเตือนให้ระวังให้ดี


            “ข้าเปล่า ข้าแค่ช่วยพวกเขาทำบุญทำทานเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง ไม่คิดว่าจะใจแคบตามราวีกันไม่เลิกเช่นนี้


โดคยองซูพูดเสียงสูงพร้อมทั้งเอ่ยเหตุผลออกมาราวกับว่าที่เขาทำไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องถูกธรรมนองคลองธรรมแล้ว


จริงนะเจ้าคะ


เจ้าไม่เชื่อข้าหรือ


เชื่อเจ้าค่ะเชื่อ ใครจะไม่กล้าเชื่อคุณชายน้อย


จูฮยอนของข้าน่ารักมาก งั้นวันนี้ฝากไปบอกท่านป้าในห้องครัวหน่อยว่าเย็นนี้ข้าอยากกินไก่ตุ๋นโสม หลังจากข้ากลับมาจากตลาดค่อยยกมาแล้วกัน


คุณชายน้อยจะออกไปอีกแล้วหรือเจ้าคะ...


ฝากด้วยนะ ข้าไปละ

 

 

 


            ถนนหลายสายจากทั่วดินแดน ไม่ว่าเหนือใต้ออกตกล้วนมีจุดมุ่งหมายทางการค้ามายังดินแดนตะวันออกแสนรุ่งเรือง—เมืองฉางอัน จุดหมายปลายทางแห่งโลกตะวันออกของเส้นทางสายไหม[2]


            ในย่านการค้ายามนี้เต็มไปด้วยกองคาราวานมากมายที่ไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ จับจองพื้นที่การค้าหลากหลายชนิด ตั้งร้านรวงสาขาแปลกใหม่มากมาย ทอดสายตาไปไกลสุดลูกหูลูกตา ล้วนพบแต่ความคึกคักคึกครื้น เพรียบพร้อมสมกับเป็นเมืองการค้าสำคัญ


โรงน้ำชาไว้พักเหนื่อย ร้านอาหารภัตตาคารชั้นยอด แผงหมั่นโถวร้อน ๆ หรือร้านบะหมี่ข้างทาง ล้วนแล้วแต่มีคนไปจับจองที่นั่งเสียจนไม่มีที่ว่าง ตามกำลังทรัพย์ที่แต่ละบุคคลพึงมี ตอกย้ำถึงความเจริญรุ่งเรืองของฉางอันในยามนี้ได้เป็นอย่างดี


            โดคยองซูเดินมองนู่นนี่ไปเรื่อยอย่างตื่นตาตื่นใจ เนื่องจากไม่ได้อยู่เมืองหลวงมาเสียนาน พอเห็นของแปลกใหม่จากทุกสารทิศมารวมกัน ก็สามารถดึงดูดความสนใจจากโอเมก้าน้อยไปได้โดยง่าย ก่อนที่จะไปสะดุดกับผ้าขนแกะสีขาวในร้านหนึ่ง


            ท่านยาย ท่านสนใจชิ้นไหนเรียกข้าได้เลยนะ ชิ้นที่ท่านกำลังมองอยู่คือผ้าโทก้า[3]เจ้าค่ะ ทำมาจากขนแกะชั้นดีจากตะวันตก ไว้ใส่ตอนฤดูใบไม้ร่วงได้ ไม่ร้อนไม่หนาว สบายตัวมากเจ้าค่ะ


            โดคยองซู หรือท่านยายที่ถูกเรียกเมื่อครู่ เผยรอยยิ้มอบอุ่นเป็นมิตรให้กับความกระตือรือร้นอีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะเดินดูไปเรื่อย ๆ เข้าร้านนู้น ออกร้านนี้อย่างเพลิดเพลิน ก่อนจะไปสะดุดตากับปิ่นมุกชั้นดีชิ้นหนึ่ง ที่เห็นแล้วชวนให้คิดถึงท่านแม่ทันที


            ข้าขอถามหน่อยปิ่นมุกนี้ราคาเท่าไหร่หรือ ข้าจะซื้อไปให้ลูกสาวข้าน่ะเสียงยานครางอันเป็นเอกลักษณ์ของคนมีอายุถูกเปล่งออกมาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน เพราะการเลียนเสียงผู้อื่นนับเป็นความสามารถหนึ่งที่โดคยองซูภูมิใจยิ่งนัก ท่านอาจารย์เองก็ชมว่าเขาเรียนวิชานี้ได้ดีเช่นกัน


            “ท่านยาย ท่านตาถึงมาก นี่เป็นมุกชั้นเลิศจากแถบทะเลจีนใต้[4]เลยนะเจ้าคะ เพิ่งขึ้นจากเรือเมื่อเช้าตรู่วันนี้เอง นับว่าในฉางอันตอนนี้มีชิ้นนี้ชิ้นเดียวแน่นอน! เห็นว่าท่านยายตาถึง ข้าคิดเพียงสามสิบตำลึงเท่านั้น


            “ดี ๆ งั้นข้าเอาชิ้นนี้แหละ


            “เดี๋ยวข้าจะเอาไปห่อให้เลย เชิญท่านยายนั่งรอสักครู่


            หลังจากโดคยองซูนั่งรอสักพักก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตา และความจำของโดคยองซูก็มิใช่ว่าจะเลวร้ายอันใดนัก ที่จะจำมิได้ว่าเป็นชายหนุ่มสูงศักดิ์ในคืนนั้นนั้น ทำให้คนมีชนักติดหลังเฉกเช่นโดคยองซู รีบหลบสายตาก่อนที่อีกฝ่ายจะรู้ตัวว่าเขามองอยู่ทันที และในขณะเดียวกันหญิงสาวเจ้าของร้านก็นำของมาให้เขาพอดี เลยได้โอกาสหลบออกไปจากตรงนี้เสีย


            ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดยามพบเจออัลฟ่าหนุ่มผู้นั้น หัวใจจึงเต้นแรงไม่เป็นส่ำเช่นนี้ ทั้งกลัวว่าจะปกปิดสายตา รวมทั้งอาการสั่นไหวตามสัญชาตญาณของตัวเองไว้ได้ไม่มิด


            โดคยองซูค้อมหลังหลงเล็กน้อย พยายามเดินไปอีกทางอย่างเชื่องช้าและไม่เป็นที่สังเกตนักตามปกติ หากแต่ไม่คิดเลยว่าจู่ ๆ อัลฟ่าหนุ่มคนนั้นจะเข้ามาคว้าข้อมือเขาไว้เสียก่อน กลิ่นอายทรงอำนาจเข้ามาปะทะเป็นระยะนั้น ทำให้หัวใจของโอเมก้าตัวน้อยสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่ชัดเฉกเช่นในวันนั้น


            หากแต่คยองซูก็ควบคุมสติได้โดยไว เพราะเนื่องจากวันนี้เขาไม่ได้อยู่ในหน้าตาของอียูลแม้เพียงนิด ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่ ๆ ที่อีกฝ่ายจะจำเขาได้ หากแต่ก็ต้องเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความสงสัยตามมารยาท


            มีอันใดหรือพ่อหนุ่ม


            อียูล


            ท—ท่านหมายถึงผู้ใดกัน?


โดคยองซูพยายามควบคุมเสียงให้เป็นธรรมชาติที่สุด นึกขอบคุณใบหน้าในตอนนี้ที่สามารถปกปิดใบหน้าแท้จริงที่ดูเหมือนว่าจะควบคุมสีหน้าไม่อยู่แล้ว ให้ใบหน้าหญิงชรายังคงมีสีหน้าปกติได้อยู่ ทั้งที่ในใจยังคงเต้นรัวแรงไม่หยุด


 

            เป็นไปได้อย่างไร?

           


            สีหน้าท่าทางราวกับว่ามั่นใจเต็มเปี่ยมอย่างนั้นถูกส่งตรงมาให้ทันที ทำเอาในใจโดคยองซูรู้สึกหวาดผวาเล็กน้อย พาลนึกถึงว่าเขาผิดพลาดจนเผยพิรุธตรงไหน ใบหน้าเหี่ยวย่น ท่าทางเชื่องช้า น้ำเสียงแหบแห้งไม่มีแรง ล้วนเลียนแบบท่าทางยายแก่ธรรมดาผู้หนึ่งได้อย่างดี

 


            จะผิดพลาดได้อย่างไร?

 


ในทีแรกที่เห็นหญิงชราผู้นี้ คิมจงอินก็ไม่ได้มั่นใจเท่าไหร่นักว่าจะเป็นคนที่เขากำลังตามหาอยู่ หากแต่กลิ่นหอมราวกับมวลบุปผาเช่นเดียวกับวันนั้น ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ทุกลมหายใจเข้าออก เชิญชวนให้เข้าใกล้อีกฝ่าย กระตุ้นสัญชาตญาณที่มีให้ไวกว่าความคิดทั้งหมด สั่งการให้อัลฟ่าหนุ่มเดินเข้ามารั้งข้อมือของหญิงชราเอาไว้อย่างอุกอาจ จับถูกตรงชีพจรที่เต้นรัวแรงเกินกว่าจะเป็นชีพจรของคนแก่ธรรมดาได้พอดีนั้น ยิ่งทำให้หัวใจคิมจงอินเต้นรัวด้วยความปรีดา อีกทั้งเมื่อเรียกชื่อ อียูลแล้วนั้น ชีพจรของอีกฝ่ายก็เต้นแรงขึ้นอย่างตื่นตระหนก เป็นสิ่งยืนยันได้เลยว่ามิผิดตัวเป็นแน่

 


น่าหลงใหล—ยิ่งนานวันคนผู้นี้น่าหลงใหลยิ่งนัก

 


            อียูล ค่ำคืนนั้นของเรายังสานต่อไม่จบ เจ้าจะหนีไปง่าย ๆ เช่นนี้เชียวหรือ?


            เพราะคิมจงอินก็มิคาดว่าเราทั้งสองจะได้มาเจอกันในสถานการณ์เช่นนี้ อีกทั้งในสภาพเช่นนี้ของอีกฝ่ายที่ยิ่งกระตุ้นให้เขารู้สึกสนใจมากขึ้น มันทั้งลึกลับ และน่าค้นหา ชวนให้กระหายรู้ว่าคนผู้นี้จะมีสิ่งใดซ่อนอยู่นอกเหนือจากตาเห็นอีก และเป็นครั้งแรกที่มีคนทำให้อัลฟ่าหนุ่มรู้สึกเช่นนี้ได้...


            คำพูดเช่นนั้นยิ่งทำให้โดคยองซูตาเบิกโพลงจนแทบถลน ควบคุมกิริยาที่พยายามทำให้สงบไม่ได้อีกต่อไป แต่เมื่อหัวสมองอันเร็วรี่ประเมินสถานการณ์ตรงหน้าได้ดังนั้น ก็ร้องตะโกนขึ้นมาอย่างน่าสงสารทันที


            ช่วยด้วย! โจรเด็ดบุปผา[5]! กับคนแก่ยังไม่ละเว้น ช่วยด้วย!”


            “เกิดอันใดขึ้น


            “นั่นไง!”


            โดคยองซูในรูปลักษณ์หญิงชราตะโกนเสียงดังอย่างน่าสงสาร ตัวสั่นน้อย ๆ พอเป็นพิธี พยายามมองผู้คนที่เดินไปมาตามท้องถนนอย่างอ้อนวอน และถึงแม้ผู้คนไม่เข้าใกล้เพราะรัศมีทรงอำนาจของอัลฟ่าที่อยู่ข้างกายเขาก็ตาม แต่สายตาทุกคนต่างประณามการกระทำของชายหนุ่มไปในทางเดียวกันว่าข่มเหงผู้น้อยจริง จนยากจะแก้ตัวเสียแล้ว ในเมื่อมือของคิมจงอินที่จับข้อมือยายแก่นั้นเป็นหลักฐานชั้นยอดทีเดียว...


            หน้าตาก็ดี ไม่คิดเลยว่าจะเป็นโจรเด็ดบุปผา


            “ยายแก่ก็ไม่ละเว้นเชียวรึ?


            ผู้คนมากมายเริ่มตีคลุ้งเข้ามามุงดูเหตุการณ์เรื่อย ๆ รวมทั้งออกความเห็นกันอย่างออกรสออกชาติ แม้จะเกรงกลัวกระแสกดดันจากอัลฟ่าหนุ่มอยู่บ้าง แต่คนมากมายเช่นนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นผู้ใดที่ถมน้ำลายก่นด่า


ไม่—


เสียงเล็ก ๆ ของคิมจงแดที่พยายามแก้ต่างพูดขึ้นมาท่ามกลางฝูงชน หากแต่เสียงเล็ก ๆ ก็เป็นเพียงเสียงเล็ก ๆ ในเมื่อความวุ่นวายได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว


            “โลกมันเป็นเช่นไรกันเนี่ย คนแบบนี้ทำให้โลกเข้าสู่กลียุคจริง ๆ


            “คุณชายของข้า—


รวมทั้งโอเซฮุนที่พยายามเอ่ยปากปกป้องคุณชายของตนในยามนี้ก็ไม่เป็นผล และอีกไม่นาน พวกเขาอาจจมกองน้ำลายตายกันไปเสียก่อน


            “เฮ้อ ถ้าเป็นข้าแค่ขอดี ๆ ข้าก็ให้แล้ว


            “พูดอะไรไว้หน้าสามีเจ้าที่ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย!”


            เสียงประณามอื้ออึงไปทั่วบริเวณ ทำให้คิมจงอินคาดโทษอีกฝ่ายในใจ แล้วจึงตัดใจปล่อยข้อมือบางอย่างอ้อยอิ่ง ราวกับไม่อยากผละจาก มองสีหน้ายิ้มกระหย่องของอีกฝ่ายที่ก้มหน้าเดินไปหาฝูงชน เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเหลืออด เมื่อถูกทำให้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องยอมจำนน จากแรงกดดันของสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นนี้ 


           

          เพราะเหนืออำนาจของผู้นำ


          ก็คือพลังของมวลชน


 

            คล้อยหลังฝูงชนที่ต่างพากันเข้ามาปลอบ โดคยองซูเลยขอปลีกตัวหนีไปก่อน โดยให้เหตุผลที่ว่ากลัวอีกฝ่ายจะตามมาราวีกันอีก และปฏิเสธทุกคนที่จะพาเขาไปส่งที่บ้าน เนื่องจากตอนนี้โอเมก้าตัวแสบแทบจะอดทนไม่ไหวแล้ว ทำให้ไม่ทันจะเลี้ยวเข้าตรอกแคบไร้ผู้คน โดคยองซูก็เปล่งเสียงใสหัวเราะออกมาดังลั่น ราวกับอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป แขนข้างหนึ่งก็ค้ำยันตัวเองไว้มุมหนึ่งของกำแพง ตัวสั่นโยนอย่างควบคุมไม่ได้ หัวเราะเสียจนหยาดน้ำสีใสไหลออกมาจากดวงตากลมโต ก่อนที่จะสิ้นสุดลงเพราะเสียงนุ่มทุ้มทรงอำนาจของคนผู้หนึ่งเค้นเสียงรอดไรฟันออกมา


            สนุกมากหรือไม่?


            แววตาผู้ฟังในยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในทันที ประสาทสัมผัสตื่นตัว ร่างกายเกร็งเขม็ง เตรียมตัวตอบโต้หากอีกฝ่ายจะลงมือกับเขาอีก เนื่องจากไม่คิดเลยว่าตัวเองจะไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายทรงอำนาจเข้มข้นที่แผ่กระจายรอบทิศทางเช่นนี้เลย กระทั่งอีกฝ่ายเอ่ยและเข้ามาประชิดตัวเขาแล้ว ก่อนจะพูดตีเนียนอย่างหน้าตาย คำนับหนึ่งที เตรียมตัวถอยหลังออกจากตรอกไป


            คุณชาย ท่านจำคนผิดแล้ว


            “ไม่คิดว่าเจ้าจะความจำสั้นขนาดนี้ เมื่อครู่ยังใจเต้นแรงเพราะข้าอยู่เลย


สนุกหรือไม่ เกี่ยวอันใดกับท่าน?


ในเมื่อมิมีสิ่งใดต้องปกปิด โดคยองซูก็ไม่คิดจะปิดบังอีกต่อไป เอ่ยถามอัลฟ่าหนุ่มด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว ราวกับไม่เกรงกลัวกลิ่นอายทรงอำนาจนั้นเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่มือเล็ก ๆ สั่นเล็กน้อย พร้อมกับ กำบางสิ่งไว้แน่น เตรียมตอบโต้ทันที


ปากกล้าเสียจริง


หรือท่านจะมาทวงถามว่า คืนก่อนนั้นข้าได้หยามเกียรติท่านหรือไม่?


“…”


แม้จะต่อปากต่อคำอย่างไม่ลดละ แต่โดคยองซูก็มิอาจมองร่างกายทรงอำนาจนั้นอย่างเต็มตา ราวกับกลัวว่าจะกักกด ควบคุมสัญชาตญาณที่พลุกพล่านในตัวเองไม่อยู่ ยามที่อีกฝ่ายปรายตาคมทรงเสน่ห์มาอย่างจงใจ ส่งสายตาของปีศาจร้ายแสนเย้ายวน เข้ามาพรากสติที่เขามี และวิญญาณทั้งหมดของเขาไป


 

ชายผู้นี้ช่าง—อันตราย


 

อัลฟ่าหนุ่มยืนพิงกำแพงฟังคำพูดไม่กลัวตายจากปากคนตรงหน้า บนโลกนี้ยังมีคนกล้าใช้เสียงแข็งกับเขาอยู่กี่คนกัน ในเมื่อเขาส่งคนพวกนั้นไปลงนรกเสียหมดแล้ว แต่พอเป็นคนตรงหน้าตอนนี้ ที่เขาไม่รู้แม้กระทั่งใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าตัว กลับไม่ได้ทำให้เขารู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย แต่ให้ความรู้สึกเหมือนแมวน้อยที่พยายามขู่ราชสีห์ตัวโตอย่างน่าเอ็นดูเพียงเท่านั้น


 

คนตรงหน้านี้ช่าง—น่าสนใจ

 


คิมจงอินเคลื่อนกายเข้าหาโอเมก้าตัวน้อยทีละก้าว ทีละก้าว อย่างเชื่องช้า แต่ทว่าหนักแน่นในทุกฝีก้าว ม่านตาคมกริบของนักล่าชั้นยอดจับจ้องไปที่เหยื่อตัวน้อยอย่างโจ่งแจ้ง มองอาการสั่นผวาของอีกฝ่ายที่พยายามปกปิดก็มิอาจมิดนั้นด้วยความย่ามใจ หากแต่ในจังหวะที่ใกล้จะเข้าถึงตัวแล้วนั้น อัลฟ่าหนุ่มกระโดดถอยหลังกลับไปกว่าสามเมตรทันที ราวกับเรียนรู้จากความผิดพลาดในครั้งก่อน อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มือน้อย ๆ ของลูกแมวแสนดื้อตัวนั้นขว้างผงบางอย่างใส่จุดที่เขาเคยยืนอยู่เมื่อครู่พอดี


หากแต่วันนี้โชคกลับไม่เข้าข้างโอเมก้าน้อยตัวนั้นเท่าไหร่นัก และราวกับว่าจงใจจะกลั้นแกล้งเสียด้วยซ้ำ ในเมื่อลมไม่รู้จากที่ไหนพัดมาอย่างได้จังหวะ ทำให้ ผงดังกล่าวเปลี่ยนเป้าหมาย ซัดเข้าไปเต็ม ๆ ใบหน้าเจ้าของทันที


แค่ก แค่ก


ฮือ คัน ๆๆๆๆๆๆ


            โดคยองซูรีบควานหายาแก้พิษอย่างรีบเร่ง แต่จังหวะที่จะเทเข้าปากเขาแล้วนั้น มือใหญ่ของอีกฝ่ายกลับเข้ามาคว้าขวดไปก่อน ซ่อนเอาไว้เสื้อตรงอกอย่างรวดเร็ว และในขณะเดียวกันก็ยกยิ้มยียวนกวนประสาทส่งมาให้ทันที


            เอาคืนมานะ! คันไม่ไหวแล้ว


            “ยอมแล้ว ยอมแล้ว ๆ คืนมา!”


            โดคยองซูย่ำเท้าอย่างทนไม่ไหว เกานู่นนี่ไปมาทั่วตัว เผยให้เห็นเนื้อขาว ๆ ราวกับหิมะ ที่พลุบโพล่ไปมายามขยับกายดึงรั้งเสื้อผ้า ชวนให้อัลฟ่าหนุ่มเผลอจ้องมองจนตกอยู่ในภวังค์ ทำให้ไม่ได้ยินเสียงยอมแพ้ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะรู้สึกตัวเมื่ออีกฝ่ายกลับหลังหันใช่วิชาตัวเบากระโจนไปทางทิศหนึ่ง


            คิมจงอินตามอีกฝ่ายไปติด ๆ ทำให้เขารู้ว่าวิชาตัวเบาของอีกฝ่ายก็เก่งกาจมิแพ้กัน ซึ่งกระตุ้นให้เลือดร้อนในตัวของคิมจงอินยิ่งปรารถนาอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น


            โดคยองซูเร็วยิ่ง คิมจงอินยิ่งเร็ว ต่างฝ่ายต่างไม่ตกเป็นรองใคร ผลัดกันนำ ผลัดกันตามอย่างไม่มีทิ้งระยะ ยิ่งโดคยองซูสลัด คิมจงอินยิ่งไม่หลุด ราวกับหมากล้อมพบคู่มือ[6] จนพากันมาถึงปลายแม่น้ำสายหนึ่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกำแพงเมืองมากนัก โอเมก้าน้อยในคราบหญิงชรารีบลงน้ำทันที ปล่อยให้อัลฟ่าหนุ่มนั่งมองอยู่ตรงฝั่ง


            ราวกับสวรรค์เป็นใจให้คิมจงอินเป็นพิเศษ นำพาเรื่องโชคดีมาติด ๆ กันเช่นนี้ เพราะในขณะนี้ใบหน้าหญิงชราที่โอเมก้าหนุ่มสร้างปิดบังไว้ กลับเผยให้เห็นใบหน้าขาวใส เต็มไปด้วยเลือดฝาดน่ามอง คิ้วเรียวหนา จมูกเชิดรั้น ริมฝีปากรูปหัวใจสุดแสนจะเป็นเอกลักษณ์ ถึงแม้เครื่องหน้าของคนตรงหน้าอาจมิได้งดงามสะท้านแผ่นดินดั่งเช่นนางสนมนับพันในวังของเสด็จพ่อ 


 

แต่สำหรับคิมจงอินแล้วนั้น


เขามิอาจละสายตาไปจากคนตรงหน้านี้ได้เลย


 

เอาเป็นว่าเขา—ถูกใจมากก็แล้วกัน


 

            โดคยองซูล้างหน้าถูกตัวอย่างลืมตัว ลืมไปเสียแล้วว่าถึงแม้ วิชาแปลงโฉมจะทนน้ำ แต่ก็มิได้ทนแรงขัดแรงถู และกว่าจะรู้ตัวก็เป็นเพราะอัลฟ่าหนุ่มที่นั่งเงียบมานานเอ่ยถามขึ้นมาเสียก่อน


            เจ้าไปเรียนวิชาแปลงโฉมมาจากที่ใด


            โดคยองซูผินหน้ามาตามเสียงเรียก เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเห็นภาพสะท้อนของตนที่ฉายอยู่ในลำน้ำใส ว่าในขณะนี้ดันเผยใบหน้าจริงให้คนแปลกหน้ารู้เสียแล้ว...


            ก่อนที่จะเดินขึ้นมาบนฝั่งด้วยสภาพเปียกโชก โดยที่ไม่ตอบคำถามใด ๆ ทั้งยังรู้สึกคันเล็กน้อยอยู่บ้างแต่ไม่เท่าทีแรก ราวกับจะตอกย้ำว่ากรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมคืนสนองอยู่กลาย ๆ ก่อนที่เม็ดยาเม็ดหนึ่งจะถูกส่งมาตรงริมฝีปากเขาทันที เมื่อได้กลิ่นคุ้นเคยโอเมก้าน้อยก็อ้าปากรับเอายาลงท้อง และระบายความแค้นใจด้วยการงับนิ้วอัลฟ่าหนุ่มไปที


            ราวกับมีกระแสไฟบางอย่างแล่นวาบทั้งตัว ยามที่โอเมก้าตรงหน้ากัดที่นิ้วเขาด้วยแรงเฉกเช่นลูกแมวคันเขี้ยว ซุกซนเสียจนไม่เกรงกลัวบารมีของราชสีห์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่กลับเป็นที่ถูกใจคิมจงอินยิ่งนัก


           

            รั้น ๆ พยศนี่แหละดี


          เขาชอบความท้าทาย


 

            เจ้าชื่ออะไร


            “ก่อนจะถามชื่อผู้อื่น เหตุใดถึงไม่แจ้งชื่อตนเองก่อนเป็นมารยาทพื้นฐานเล่า?


            “คิมจงอิน


            “อียูล


            “ข้ารู้ นั่นมิใช่ชื่อจริงเจ้า


            “ชื่อแซ่เป็นสิ่งที่ผู้คนสร้างมาเท่านั้น ท่านจะสนใจไปใย?


            “หากมิได้รู้ชื่อจริงแล้วจะมีประโยชน์อันใด


            “หากท่านเรียกข้าชื่อนี้ ข้าก็หันอยู่ดี มิใช่หรือ?


โดคยองซูเอ่ยขึ้นมาอย่างมีชั้นเชิง เพราะไม่จำเป็นเลยที่จะต้องให้คนที่เพิ่งพบหน้ากันเพียงครั้งสองครั้งรู้ชื่อจริงของตน—ซึ่งอาจไม่มีครั้งหน้าที่จะได้พบเจอกันอีกแล้วด้วยซ้ำ


            “อียูล


            “…”


            “อียูล


            “…”


            “อียู—


            “ท่านจะเรียกทำไมนักหนา”          


            คิมจงอินเลิกคิ้วเล็กน้อย เผลอปล่อยความกดดันจากความเป็นอัลฟ่าของตนออกมาไม่รู้ตัวยามรู้สึกขัดใจ เพราะไม่เคยถูกใครขัดตอนพูดมาก่อนด้วยซ้ำ อีกทั้งคนมากมายต่างหวังให้อัลฟ่าหนุ่มสูงศักดิ์เรียกชื่อตนเองด้วยน้ำเสียงพึงพอใจเช่นนี้บ้างด้วยซ้ำ


แต่กลับพบว่าหนุ่มน้อยตรงหน้าช่างขวัญกล้าเสียจริง กล้าหาญเสียจนลืมไปเสียว่าตนเองเป็นเพียงโอเมก้าเท่านั้น ซึ่งมันทำให้คิมจงอินสนใจอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากเขาไม่ชอบคนอ่อนแอ เฉกเช่นคุณหนูสูงศักดิ์หลายคนที่กิริยาอ่อนแอราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ที่จับนิดหน่อยก็สลาย และเขาเองก็มิใช่คนที่จะรักหยกถนอมบุปผาอะไรพวกนั้นเสียด้วย


            คิมจงอินขยับเข้าไปจับเสื้อเปียกโชกของอีกฝ่าย โอเมก้าน้อยมีท่าทีแข็งขืนเล็กน้อย แต่ก็คลายลงเมื่อได้รับกระแสกำลังภายในอุ่น ๆ ที่อัลฟ่าหนุ่มตั้งใจถ่ายทอดให้ จนเสื้อที่เปียกชื้นค่อย ๆ แห้งสนิท คิมจงอินจึงยอมรามือ


 

เพราะคิมจงอินคิดไว้แล้วว่า


ในเมื่อเป็นคนที่เขาถูกใจ


ย่อมต้องได้รับอะไรดี ๆ จากเขาเป็นอันสมควร


 

โดคยองซูตกใจกับพลังภายในของอีกฝ่ายอย่างมาก ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความศรัทธาชื่นชม เพราะการที่จะเปลี่ยนกำลังภายในเป็นความร้อนที่อยู่ในอุณหภูมิพอดีแล้วนั้น ทำได้ยากยิ่งกว่าทำลายให้มอดไหม้เสียอีก ทำให้โดคยองซูยืนรับความปรารถนาดีจากอีกฝ่ายอย่างเต็มใจ ที่เห็นว่าอีกฝ่ายมิได้จะกลั่นแกล้งกัน ทั้งยังเป็นประโยชน์แก่ตนเองอีกด้วย


และตระหนักเลยทันทีว่าหากต้องต่อสู้กันจริง ๆ เขาคงตกเป็นรองอย่างไม่ต้องสงสัย หากแต่มิใช่กับการใช้เล่ห์กล


อ๊ะ นั่น! คนของท่าน


โดคยองซูมองไปข้างหลังอีกฝ่าย ดวงตากลมโตมีท่าทีตกใจ ในขณะเดียวกันก็กระชับเสื้อตัวนอกเข้าหากัน กลัวว่าเปิดเผยเนื้อหนังข้างใต้ ขดตัวเล็กน้อยอย่างเหนียมอาย ทำให้สลัดหลุดมือหนาที่จับอยู่ในทันที ก่อนที่คิมจงอินจะหันกลับไปมองด้านหลังแต่ไม่พบใคร ทำให้โดคยองซูได้โอกาสใช้วิชาตัวเบาข้ามไปอีกฝั่งของลำน้ำ กระโจนสองสามทีก็หลบหายเข้าไปในฝูงชนตามถนน แต่ก็ยังมีเสียงแว่ว ๆ ของอีกฝ่ายลอยลมมาให้ได้ยินแต่ไกล


ขอบคุณท่านคิมจงอิน!”


คิมจงอินส่ายหน้าอย่างระอาเล็กน้อย แต่ใบหน้าหล่อเหลายังคงประดับรอยยิ้มบาง  ๆ อันหาได้ยาก ยามที่สายตาอบอุ่นยังคงทอดมองร่างเล็กที่หายไปในฝูงชน อดหัวเราะในลำคอเล็กน้อยมิได้กับการเล่นแบบเด็ก ๆ เช่นนี้ ทั้งที่เมื่อครู่ยังมีแววตาเทิดทูนเขาให้เห็นอยู่เลยมิใช่หรือไร...


คิมจงอินมองขวดยาสีขาวนวล พร้อมกับครุ่นคิดอย่างเข้าข้างตัวเองว่า เป็นของแทนใจที่อีกฝ่ายเต็มใจมอบให้เขาแล้ว และเขาก็เต็มใจให้อีกฝ่ายฝากฝังไว้เช่นกัน เพราะงั้น...


 

เมื่อเหยื่อแสนหอมถูกนักล่าเพ่งเล็งแล้ว...จะหนีไปไหนได้?






---100%---

#เจ้าสาวไคซู


 






[1] หนึ่งชั่วยาม เท่ากับสองชั่วโมงค่ะ

[2] เส้นทางสายไหม ในฉากของเราเป็นภาพสมัยราชวงศ์ฮั่นของจีนนะคะ ที่มีการใช้เส้นทางสายไหม จากฉางอันไปถึงโรม ค้าขายแลกเปลี่ยนกันระหว่างโลกตะวันตกกับตะวันออก ซึ่งในอดีตเป็นเส้นทางการค้ารุ่งเรืองมากๆๆๆๆๆๆ จนซบเซาลงตอนที่ผู้คนเริ่มต่อเรือเดินสมุทรได้แทน การค้าแบบคาราวานอะไรแบบนี้ก็เลยค่อยๆหายไปตามลำดับ และผ้าไหมของจีนเป็นสินค้าชั้นเลิศมากๆที่ชาวตะวันตกชอบซื้อไปด้วยค่ะ (ถ้าเราจำไม่ผิดนะ เรียนมานานมากแล้ว5555555)

[3] ชุดคลุมของชาวกรีกโรมันค่ะ ที่มันขาวๆพริ้วๆ แบบที่นักปรัชญาอย่างโสเครตีส อริสโตเติลชอบใส่กัน ทำนองนี้มั้งคะ ฮือ ร้องไห้ เอามาใส่ทำไมเนี่ย 5555555 จริงๆเราชอบความพลิ้วและมิติของผ้าเฉยๆค่ะ ;-; แต่เรายำซะเป็นอะไรไม่รู้เลย ;-;

[4] แถบทะเลจีนใต้คือ บริเวณเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปัจจุบันค่ะ 

[5] โจรเด็ดบุปผา คล้ายๆว่าเป็นพวกลวนลามโรคจิตที่มาแต๊ะอั๋งอะไรทำนองนี้น่ะค่ะ

[6] หมากล้อมพบคู่มือ หมายถึงพบคนที่มีฝีมือทัดเทียมกัน




18/12/18

เข้ามาแก้ไขคำผิดค่ะ ถ้าเกิดว่าแจ้งเตือนต้องขอโทษด้วยนะคะ


17/12/18

-เชิงอรรถยาวราวกับว่าทำวิจัย 5555555 แต่ที่ยาวกว่าคือจำนวนคำของตอนนี้คือสองเท่าของตอนแรกเลยค่ะ ;—; ไม่รู้ว่าอัพยาวขนาดนี้มันจะน่าเบื่อมากมั้ย เพราะเขียนตามพล็อตและจุดประสงค์ที่อยากเขียนไปเรื่อยๆจนกว่าจะหมด มันก็เลยยาวไปเอง

-ขอบคุณทุกคำติชมคำแนะนำทุกอย่างมากๆเลยนะคะ เราจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างสุดความสามารถเลยค่ะ ใจฟูมากๆเลยย ฮึบ!

-เหลือสอบวันอังคารตัวสุดท้ายแล้วค่ะ เย่เย่ เดี๋ยวจะปิดเทอมแล้วดีใจมากๆเลยยย! 

TALK

-คือองค์ชาย อย่ากินน้องงงงงงงงง!

-สารถึงน้องอีกอย่างหนึ่งคือ ลูบคมมากๆเดี๋ยวมันจะบาดมือนะเจ้าคะ!

-ตอนนี้เหมือนมาอวยความน่ารักของน้องเท่านั้นเลยค่ะ แง หัวใจแม่ ;—;

ชี้แจงเรื่องตำแหน่ง / การใช้อำนาจ (หากมีเวลาเราจะกลับไปแก้ไขตอนก่อนหน้าทีหลัง)

-ในกรณีสมรสพระราชทาน คือคล้ายๆกับราชโองการ ที่จักรพรรดิเขียนแล้วไม่สามารถแก้ไขใดได้ แม้แต่ตัวจักรพรรดิเอง (กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำอะไรทำนองนี้) แล้วผู้รับก็ไม่มีสิทธิปฏิเสธ ไม่งั้นจะถือว่าขัดราชโองการ มีโทษถึงตาย เพราะถือว่าหมิ่นพระเกียรติราชวงศ์และจักรพรรดิที่เป็นโอรสสวรรค์ค่ะ ให้แล้วยากจะปฏิเสธยากจะถอนคืน ซึ่งในทางตรงกันข้าม ข้อดีมันก็มีค่ะ เพราะเห็นได้ว่าได้รับพระมหากรุณาธิคุณมากๆจนเป็นเกียรติเป็นศรีวงศ์ตระกูลเลย (หรือไม่ก็ใช้เพื่อผูกมัดบังคับให้ทำอะไรสักอย่าง ที่ไม่สามารถปฏิเสธได้)

-ในกรณีของลำดับศักดิ์ที่ปรากฏตอนนี้คือ จักรพรรดิ(พ่อของจงอิน) > องค์ชายสาม (จงอิน) > ท่านแม่ทัพ (โดคยองซอก – พ่อของน้อง และมีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นหนึ่ง)

-ลำดับขุนนางในความคิดของเราอิงแบบจีนค่ะ ขุนนางจะมีเก้าขั้น ขั้นหนึ่งเป็นขั้นสูงสุด เก้าต่ำสุดค่ะ

-ในกรณีที่ปรากฏคุณชายตระกูลใหญ่ ส่วนใหญ่จะเป็นคุณชายในตระกูลที่พ่อเป็นขุนนางขั้น 1-3 ค่ะ

-ในตอนนี้ที่เคยกล่าวไปว่าจงอินเป็นคนที่มีอำนาจมาก การมีอำนาจมากน้อยดูจากอิทธิพลในราชสำนักค่ะ ว่ามีใครเป็นพวกในกรมกองต่างๆบ้าง เพราะขุนนางทั่วไปเมื่อองค์ชายเริ่มเติบใหญ่ จักรพรรดิค่อยๆแก่ลงก็เริ่มสะสมอำนาจเลือกข้างเพื่อสนับสนุนว่าที่จักรพรรดิองค์ต่อไป ให้ได้ตำแหน่งรัชทายาทก่อนอะไรทำนองนี้ค่ะ

-ในเรื่องนี้จะมีพวก non-state actors ด้วยค่ะ อย่างเช่นหอหมื่นบุปผา ที่เป็นของยุทธภพ อยู่นอกเหนือการควบคุมของราชสำนัก แต่ต่างฝ่ายต่างยังต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน

-ปล ยังมีตัวละครที่ยังไม่ได้ถูกพูดถึงอีก แต่ถ้ามาแล้วจะมาเขียนใหม่นะคะ 555555 แม้ไม่มีเรื่องชิงบัลลังก์ แต่ยังคงมีการใช้อำนาจของตัวละครต่างๆอยู่นะคะ อิ_อิ

-หวังว่าจะช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้นไม่มากก็น้อยนะคะ แฮ่! ;-;



T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 323 ครั้ง

992 ความคิดเห็น

  1. #989 SIMGHOST (@simghots) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 13:10
    มันดีมากๆเลย ดีมากจริงๆ
    #989
    0
  2. #984 Ks.Lay (@3o-3oz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 23:23
    คยองโครตน่ารักเลย
    #984
    0
  3. #963 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 23:42
    น้องแบบซนจริงๆ ค่ะ พี่ก็ดูชอบใจแล้วก็ทันน้องเอามากๆ เลยย
    #963
    0
  4. #959 Kyungchu~ 😙 (@pangnie1999) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2562 / 10:32
    โอ้ยยย ฮืออออ ชอบ ชอบมาก ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #959
    0
  5. #944 KJKSn (@KJKSn) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 23:40

    น้องงงงงงงงงง น่าร้ากกกกกกกกก

    #944
    0
  6. #922 - cherish 。 (@picha-bow) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 01:36
    สนุกมากเลยค่ะ;-; ยังคงคอนเซ็ปท์เดิมคือทีมแม่น้องค่ะ กรีดร้องกับความน่ารักในทุกตอน ไม่แปลกใจที่พี่เค้าจะถูกอกถูกใจมากกกกกขนาดนี้นะคะ5555555
    #922
    0
  7. #900 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 11:49
    น้องแสบมาก ฮืออออ มันเขี้ยววว
    #900
    0
  8. #841 จีวอนชิ':) (@view1410) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 00:34
    ดูซนแบบน่าเอ็นดูอ่ะ
    #841
    0
  9. #796 ohmy_Jeans (@ohmy_Jeans) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 04:48
    คยองซูแสบมาก5555แต่ความน่ารักของน้องคือล้นหลามเหลือเกินเอ็นดูน้องจังเลยค่ะ
    #796
    0
  10. #719 ตะหนึ่ง (@TwwtT45) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 16:20
    น้องซุกซนมาก ไม่แปลกที่จงอินจะอยากให้คยองซูเป็นของตัวเอง เพราะเราก้อยาก55555
    #719
    0
  11. #665 Stangthanjira (@Stangthanjira) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 20:22
    แงงงบรรยายน้องได้เป็นลูกแมวตัวเล็กน่านักมาก อ่านแล้วยิ้มตามเลยอยสกหอมหัวน้องงงง
    #665
    0
  12. #647 REAL LIFE IS NOT LIKE THAT (@220225452002) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 01:21
    ชอบคยองซูอ่ะ คาแรคเตอร์น่าสนใจมาก ชอบคนที่ไม่อ่อนแอ สู้นะ แล้วก็จิตใจดี มีมารยาทอะไรแบบนี้เลย
    #647
    0
  13. #630 kkolk (@kkolk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 11:32
    พ่อเสือยิ้มยากพ่ายแพ้ให้ลูกแมวตัวน้อยเสียแล้ว
    #630
    0
  14. #590 BimBim_Dyo12 (@WHY_Ff) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 10:11
    เรื่องดีมากเลยค่ะ ชอบการบรรยายนะคะ แต่งได้ขนาดนี้เก่งมากเลยค่ะ อ่านแล้วรู้เลยว่าใครเป็นคนประมาณไหน คยองซูนี่ก็น่ารักมาก จงอินก็ยังมีความเสืออยู่ในตัว น้องน่าจะโดนพี่กินสักวัน55555
    #590
    0
  15. #585 Baee (@songprince) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 17:24
    ฮืออออออ อดใจไม่ไหวจนต้องมาเม้นเลยค่ะ ดี ดีมากๆ ยกขึ้นหิ้งเลย เราชอบคาแรคเตอร์ของทุกคนในเรื่องนี้มากๆ มากๆๆๆแบบมากดดกดดกกกกกกกกกกเลยอะค่ะ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี เอาเป็นว่าถ้ารวมเล่มจะซื้อแน่นอนค่ะ55555
    #585
    0
  16. #577 suu193 (@blingsouree) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:23
    ประทับใจในตัวโอเมก้าน้อยจังเลยค่ะ ตัวก็แค่นี้ทำไมเก่งจัง ขี้อ้อนอีกต่างหากที่บรรยายไว้ว่าน้องเหมือนลูกแมวนี่เห็นภาพเลยค่ะ ทั้งขี้อ้อนและเอาแต่ใจ รักอิสระอีก แต่แสบจริง ๆ ชอบที่น้องเก่งดูแบบเออองค์ชายไม่ได้หลงรูปอย่างเดียวนะ เนี่ยน้องมีดีจงอินถึงได้สนใจน้องมากขึ้นอีกงี้ อีกนิดจะขยับจากความรู้สึกถูกใจเป็นชอบได้ไหมเพคะองค์ชาย

    *ชอบสำนวนต่าง ๆ และความรู้ที่แทรกไง้มากเลยค่ะ เยอะดี ภาษาด็สวยเหมือนเดิมเลย
    #577
    0
  17. #531 MinGeeii (@MinGeeii) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:29
    คยองซูขี้อ้อนมากก ใจทุกคนเหลวเป็นน้ำ เอ็นดูน้องงง
    #531
    0
  18. #512 nanar1117 (@nang23) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:57
    คือไม่ยอมกันจริงๆ น่ารักน่าหยิกมากกก เอ็นดูสุดดดด
    #512
    0
  19. #495 sky_shine (@ningingkai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:59
    คยองน่ารักจัง
    #495
    0
  20. #492 meawai (@pp-domo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:13
    ไม่รู้จะพูดยังไง ชมยังไงดี แต่ว่าตอยนี้สุดยอดมากค่ะ จงอินได้เจอหน้าจริงของคุณชายน้อยซะแล้ว น่าตื่นเต้นมากๆๆๆๆ ตอนแรกคืดว่ายังไงก็คงรอดพ้นอยู่แล้ว แต่จงอินดันมีกลิ่นที่ทำให้หลงในตัวคยองซูมากๆ ก็คือกลิ่นของบุปผาที่มีคยองซูเท่านั้นที่มีกลิ่นนี้ มันแบบตุดยอดค่ะ ตุดยอดดดดดดด อยากร้องไห้ แต่คือเจ้าน้องก็แสบที่ใช้ความแก่ของตัวเองเล่นงานเข้าให้ ตอนแรกก็คืดว่าจะตามไปหรือเปล่านะสรุปจงอินก็ตาม แลดูมีฝีมือมากๆ พอได้เจอบทวิชาตัวเบาเข้าไปอีกก็ได้เห็นความเก่งกาจมากขึ้นไปอีก สุดท้ายฉากที่จบอยู่ที่แม่น้ำ ก็คือน่าร้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เจ้าน้องหวงตัวเองด้วยที่เดี๋ยวเห็นอกอะไรแบบนั้น เอ็งลูจังเลยค่ะ ฮือ แล้วก็ชอบที่โต้ตอบ เถียงคุณชายจงอินเก่งมาก แลดูเป็นเด็กตาใสเจื้อยแจ้ว เสียงดัง สดใสมากๆเลยค่ะ ถ้าเราเป็นจงอินก็คงหลงมากไม่แพ้กัน ด้วยภาษา การบรรยาย ให้ใช้คำแล้ว ทำให้โคตรอินเลยค่ะ เหมือนเราเป็นหินที่ท่านจงอินนั่งอยู่เพื่อมองคยองซูลงไปล้างตัวในแม่น้ำอะไรทำนองนั้น TAT เอ็นจอยมากจริงๆค่ะ ชอบ ลุ้นไปหมด ลุ้นทุกฉาก ชอบการเปรียบเปรยด้วย เหมือนได้ขุดสมองส่วนที่ไม่ค่อยได้ใช้ออกมาเบาๆเลยค่ะ ฮืออ ละก็น้องโดซนมาก ฝากพี่จงอินจัดการให้อยู่หมัดทีนะคะ เอาหนักๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #492
    0
  21. #464 p.nannapak (@dh15) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 00:41
    ชอบอ่ะ ชอบมาก ชอบมากๆๆๆๆๆๆ จะบรรยายยังไงให้เข้าใจดีคะว่าเราชอบมากจริงๆ และไม่ได้ชอบแค่ว่าเป็นพีเรียดจีนหรือเพราะเป็นไคซูด้วยนะคะ แต่เราชอบที่คุณใส่ใจรายละเอียดขนาดนี้ ข้อมูลเล็กๆน้อยๆที่คุณมาร์คไว้ให้มาอ่านทำความเข้าใจมันประทับใจเรามากค่ะ การแสดงออกถึงความใส่ใจแม้เพียงเรื่องเล็กๆที่อาจไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องมากนักแต่คุณก็ยังทำ มันดีมากจริงๆค่ะ เราชอบมากเลย ;-; ที่สำคัญภาษาดีมาก สวยงามมาก หลายคำที่เจอเป็นคำเปรียบเปรยที่นักแต่งวัยรุ่นสมัยนี้ไม่ค่อยใช้กัน เราไม่ได้จะสื่อว่าคุณอายุเยอะหรืออะไรนะคะฮือ แต่แบบมันน่าจะเป็นความถนัดของแต่ละบุคคลมากกว่า โดยส่วนมากไม่ค่อยมีคนเล่นคำอะไรแบบนี้แม้จะเป็นฟิคพีเรียดก็ตาม นานๆทีจะเจอแล้วก็ไม่ผิดหวังด้วย เพราะใช้ได้ถูกต้อง ตรงบริบทมากๆ หลายคำแบบเออโบราณหน่อยๆแฮะ ถ้าไม่ศึกษามาดีก็แสดงว่าเป็นคนที่อ่านเยอะไม่ก็คลุกคลีกับภาษาไทยพอสมควรเลย ชื่นชมมากๆค่ะ ฮือ อ่านแล้วเพลินมาก บางคนอาจจะไม่ชอบบทบรรยายเยอะๆแต่เรานี่ชอบมาก ยิ่งมากเป็นพิเศษถ้าบรรยายดีขนาดนี้ คุณทำให้เราเห็นภาพเมืองฉางอันในหัวแม้ว่ามันอาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริงเลยแต่ก็มองได้เป็นฉากๆ เหมือนว่าโลเคชั่นของเรื่องมาเซ็ตอยู่ในหัวเราแล้ว ยิ่งซีนที่ริมแม่น้ำยิ่งแบบโอย จะว่าดูซีรี่ส์จีนกำลังภายในหรือพีเรียดเกาหลีบ่อยก็ไม่ใช่เลย แทบไม่เคยดูของจีนเลยด้วยซ้ำแต่ภาพมันมาเพราะคำบรรยายของคุณอ่ะค่ะ สุดยอดเลย ในความรู้สึกเราสองตอนแรกยังไม่เท่านี้เลยอ่ะ เรารู้สึกว่าตอนนี้ทำไมดีมากได้ขนาดนี้ ฮือ ปลาบปลื้มใจกับฟิคมากค่ะ เป็นบุญเหลือเกินที่ได้อ่านเพราะมั่นใจเลยว่ามันต้องยากมาก แน่นอนว่าทุกเรื่องมีความยากง่ายอยู่แล้วแต่ก็ยังอดชื่นชมและขอบคุณเสมอค่ะที่สละเวลามาแต่งให้ได้อ่านกัน เราเคยเจอของคู่อื่นแล้วก็ได้แต่อิจฉาว่าทำไมของคู่เราไม่มีพีเรียดจีนดีๆกับเค้าบ้างจนมาเจอของคุณเรื่องนี้ ฮือ เอาล่ะพอ ชมไปเป็นล้านแล้วขอกริ๊ดกับพระนายเราหน่อย ยัยน้องซูดื้อมากกกกกกกกกก ซนมากกกกกกกกก แต่ก็น่ารักมากเช่นกัน ชอบตอนที่น้องเดินวนทั่วจวนแล้วก็บ่นไปเรื่อย 5555555 อยากจะสิงร่างจูฮยอนเหลือเกินเผื่อจะได้ดูแลคุณชายน้อยบ้าง แต่ความเจ้าเล่ห์นี่ก็นะ ไม่น้อยเหมือนกัน ขำตอนแกล้งตะโกนให้ชาวบ้านเข้าใจผิดว่าจงอินเป็นโรคจิต แสบจริงเลยว่ะ 555555 แต่คนพี่ก็ไม่เป็นรองนะคะ รับมือได้อย่างดีเพราะมีประสบการณ์มาแล้ว ถถถ นึกว่ารอบนี้จะเพลี่ยงพล้ำให้น้องอีกเป็นครั้งที่สองซะอีก เอ๊ะแต่ก็ถือว่ายังไม่ชนะซะทีเดียวเนาะเพราะน้องหนีได้แถมยังไม่รู้ชื่อจริงอีก 555 ส่วนตอนใช้กำลังภายในทำให้เสื้อน้องแห้งนี่อบอุ่นมาก ถูกใจใครก็ทำสิ่งดีๆให้เค้า แหม พ่อคนใจแข็งแกร่งไม่น่าเชื่อว่าจะมีมุมนี้กับเค้าด้วย ถถถ ต่อไปจะทำยังไงนะ ไปใช้เล่ห์กลอะไรถึงได้น้องมาเป็นภรรยาอ่ะ ท่านแม่ทัพหวงลูกขนาดนั้น 5555555555555 อย่าบอกนะว่าจะใช้แผนแบบไปหลอกว่าได้เสียน้องแล้วเลยจะรับผิดชอบงี้ป่ะ เพราะยังไงกลิ่นกายประจำตัวจงอินก็ติดตัวน้องไปแล้วอ่ะ ท่านแม่ทัพน่าจะจำได้ไม่มีวันลืมนะนั่น 555555 ลูกชายคนเล็กซนจนได้เรื่อง ได้องค์ชายสามมาเป็นสามี โอ๊ย 5555555
    #464
    0
  22. #376 lilseal (@seallnat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 02:01
    ก็ว่าแล้วว่าไม่น่าจะชื่อียูล ที่แท้คยองซูก็เก่งเรื่องปลอมหน้าและเสียงนี่เอง น่าจะได้เรียนอะไรมากขึ้นเยอะเลยตอนท่องยุทธภพ บทนี้ยิ่งทำให้เราเอ็นดูคยองซูมากขึ้นไปอีกค่ะ เพราะเราก็คือเหมือนคุณนักเขียนเลยว่าเค้าน่ารัากกกกกก แล้วก็แสบมากๆๆๆๆๆ จงอินก็คือหลงรักเค้าไปแล้วทั้งใจ มีความหมันไส้ 5555555 แบบรู้ว่าตัวเองมีดี แล้วก็อวดด้วย อ่ะจ้าาาาา สนุกมากๆเลยค่ะ เอนจอยสุดๆ
    #376
    0
  23. #374 nook_ny (@nook_ny) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 16:35
    เเหน๊ๆๆๆๆๆเทอว์กง่าจะคุยกับเค้าได้เล่นเหนื่อยเลยนะะะ
    #374
    0
  24. #353 kukieD (@kukieD) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 11:50
    หลงน้องเข้าแล้วสิคุณชาย น่ารักขนาดนี้จะไปไหนรอด5555555
    #353
    0
  25. #276 fern'fern (@minhofern) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 00:28
    โคตรซนเลยคยองซู 55555
    คือเนี้ยจงอินเค้าไม่ปล่อยแล้วนะ ชอบที่บอกว่า เอาเป็นว่าเค้าชอบแล้วกัน คือเออดีชอบคำนี้มากๆๆๆ กอไก่ล้านๆๆตัว แบบอธิบายครบจบในบรรทัดเดียวจริงๆสนุกมาก
    #276
    0