(omegaverse) DEAR BRIDE - KAISOO

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 - พบเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 296 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

T
B






บทที่สาม

พบเจอ

 

 

 



            ภายในโถงทางเดินชั้นห้าของหอหมื่นบุปผา อันเป็นสถานที่เฉพาะผู้ดูแลใหญ่และผู้ที่ได้รับความไว้วางใจระดับสูงเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิย่างกรายเข้ามาบริเวณนี้


            ทุกช่วงระยะสามเก้า มักจะมีบริวารร่างกายบึกบึนคอยเฝ้าเป็นระยะอย่างขันแข็ง ไม่ว่าจะเป็นข้ารับใช้ที่ขึ้นมาทำความสะอาด ก็ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ตอกย้ำถึงความระมัดระวังและความปลอดภัยที่รัดกุมในบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี


            หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ในอาภรณ์สีชมพูอ่อนเนื้อผ้าบางเบาแสนเย้ายวน ขับเน้นผิวกายขาวนวลดุจน้ำนม ให้ดูอ่อนหวานอ่อนโยนมากยิ่งขึ้น แต่ในยามนี้ ทุกท่วงท่ากลับมิได้ดูน่าทะนุถนอมดั่งเคย หรือดั่งที่ควรจะเป็น

            ท่วงท่าทะมัดทะแมง ก้าวเดินมั่นคง ทว่าฝีเท้ากลับเบาหวิวราวเหยียบอากาศ บ่งบอกถึงทักษะและวรยุทธ์ของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี สีหน้าไร้ความหวาดหวั่น หรือหวาดกลัวความกดดันที่แผ่ซ่านจากผู้คุมตลอดทางเดินเลยแม้แต่น้อย


            ก่อนจะเดินมาถึงห้องธรรมดาห้องหนึ่งทางทิศตะวันออก อันเป็นสถานที่สำหรับผู้ดูแลใหญ่—ผู้ควบคุมดูแลกิจการทั้งหมดของหอหมื่นบุปผาพำนักอยู่


หน้าห้องขณะนี้มีข้ารับใช้สาวหน้าตาคุ้นเคยผู้หนึ่งยืนรอการมาถึงของใครบางคน และเมื่อเห็นคนผู้นั้นมาถึงก็เปิดประตูให้ทันที ตามที่เจ้าของห้องได้สั่งการไว้ก่อนแล้ว โดยที่ไม่เหลือเวลาหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนให้ทำใจแม้เพียงนิด เลยทำได้แต่จำใจเดินหน้าต่อ แต่ก่อนที่โดคยองซูจะก้าวเท้าข้ามบานประตูไปนั้น เสียงของผู้อยู่ในห้องก็ดัง ทักทายขึ้นมาเสียก่อน


            โดคยองซู! เจ้า ๆๆๆๆ! เจ้ากล้าดียังไง ถึงสั่งปิดหอหมื่นบุปผาของข้าตั้งสามวัน


            “สามวันเชียวนะ! สามวัน! เจ้ามานี่ มาดูบัญชีเดี๋ยวนี้ว่าข้าขาดทุนเสียหายไปเท่าไหร่แล้ว!”


            “ยังไม่นับเรื่องที่ข้าฝากคนเอาจดหมายไปให้เจ้าตั้งแต่สิบวันก่อน แต่เจ้าพึ่งมาตอนนี้ นี่เจ้ายังเห็นข้าสำคัญอยู่หรือไม่ หา!”


            คิมมินซอก—เจ้าของเรือนตะวันออก บริภาษคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาไม่หยุด นิ้วที่ชี้หน้าหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนสั่นระริกด้วยความโมโห ทำให้ในยามนี้ใบหน้านวลเนียนของคิมมินซอกเป็นสีแดงราวกับตับหมู


            “ศิษย์พี่ ท่านใจเย็น ๆ ก่อน หาไม่แล้วตับจะเสียหายเอาได้


            “ท่านสำคัญกับข้าที่สุดอยู่แล้ว ท่านก็รู้ว่าตอนนั้นท่านพ่อสั่งกักบริเวณข้า


            “แล้วใครกันทำให้ข้าเป็นเช่นนี้!”


            “วันนั้นมันสุดวิสัยจริง ๆ


            “ศิษย์พี่ วันนี้ข้าก็จะมาหาเงินชดใช้ให้ท่านแล้วนี่ไง


               โดคยองซูโผเข้าไปกอดแขนอีกฝ่าย ออดอ้อน พูดปลอบประโลมตามแบบฉบับ ใช้มธุรสวาจาในการต่อรอง หวังให้ตนเองหลุดรอด และศิษย์พี่ร่วมสำนักของเขาคลายความโกรธลงเสีย รวมทั้งให้คำมั่นที่ว่าจะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดเฉกเช่นทุกครั้ง


            “เนี่ย รับรองคืนกำไรแน่ ๆ


            “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ทันเจ้าหรอกนะกะมาเที่ยวเล่นมากกว่าละสิ คนที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็กคิดต่อในใจอย่างรู้ทัน เพราะร้อยวันพันปีนอกเสียจากปลอมแปลงโฉมมาเป็นนักดนตรีบ้าง นางโลมบ้าง และอีกมากมาย เจ้าตัวก็มิได้ข้องเกี่ยวกับกิจการภายในเป็นจริงเป็นจังเลยแม้แต่น้อย ปล่อยให้เขารับผิดชอบอยู่คนเดียว ทั้งที่ท่านอาจารย์สั่งให้พวกเขาช่วยดูแลกันคนละครึ่งแท้ ๆ แต่ก็เข้าใจได้เช่นกัน


เนื่องด้วยนิสัยที่รักอิสระของเจ้าตัว อีกทั้งยังทำอะไรตามใจตนเป็นหลัก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นข้อเสียแต่อย่างใด เพราะในความไร้กฎเกณฑ์ที่โดคยองซูเป็นนั้น กลับกลายเป็นภาพแทนความต้องการเสี้ยวหนึ่งในใจใครหลายคน ในโลกที่เต็มไปด้วยข้อบังคับ ข้อจำกัดมากมายผูกมัดและรัดรึงเสียจนทำสิ่งใดมิได้

           


          ทั้งที่มีเรื่องอยากจะตัดสินใจ ในสิ่งที่ตนอยากกระทำจริง ๆ หลายต่อหลายเรื่อง

 


หากจะมีผู้ใดมิพอใจคงจะโทษใครก็มิได้ ในเมื่อท่านอาจารย์ตั้งใจเลี้ยงดูสั่งสอนให้มีนิสัยรักอิสระเฉกเช่นคนในยุทธภพตั้งแต่แรก และไม่ว่าใครก็ต่างพากันตามใจกันเสียหมด เพียงขอแค่ไม่ทำเรื่องไร้ศีลธรรมเท่านั้น ทุกสิ่งล้วนอยู่ในข้อจำกัดที่รับได้ ทำให้โดคยองซูเติบโตขึ้นมาเป็นโดคยองซูเฉกเช่นทุกวันนี้


            บอกให้มาช่วยข้าดูแล เจ้าก็ไม่มา


คิมมินซอกแกล้งเอ่ยตัดพ้อ เนื่องจากชอบใจยามที่อีกฝ่ายง้องอนตนเหลือเกิน มันทั้งน่ารักน่าชัง น่ามันเขี้ยวจนอยากแกล้งซ้ำ ๆ เพราะมีเพียงคนที่โดคยองซูเห็นว่า สำคัญจริง ๆ เท่านั้น ที่มีโอกาสและมีสิทธิได้เห็นท่าทียอมโอนอ่อน ตามใจผู้อื่นเช่นนี้


            “ข้าช่วยท่านอีกทางนี่อย่างไร เรียกเงินจากแขกของท่าน รับรอง คืนนี้ไม่เหลือแต่เสื้อตัวกลาง[1]ข้าก็ไม่ปล่อยให้กลับแน่!” โดคยองซูพูดพลางหมุนตัวไปรอบ อวดโฉมและอาภรณ์ที่ตระเตรียมไว้อย่างดี


            “ตามใจเจ้าแล้วกัน


            “อย่าลืมใส่ปลอกคอกันการสร้างพันธะเล่า” คิมมินซอกอดมิได้ที่จะกำชับอีกที


            “เจ้าค่ะ ท่านผู้ดูแลใหญ่


โอเมก้าในร่างหญิงสาวย่อกายรับคำเลียนแบบท่าทางของหญิงคณิกาคนอื่นอย่างคล่องแคล่ว ทำเอาคิมมินซอกอดส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับท่าทีแสนซนของศิษย์น้องตนมิได้


            แท้จริงแล้วคิมมินซอกหาได้ใส่ใจเรื่องเงินทองทรัพย์สมบัติประการใด เพราะสิ่งเหล่านั้นล้วนเป็นสิ่งที่หอหมื่นบุปผาสามารถหาใหม่ได้ง่าย ๆ ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่โอเมก้าหน้าหวานเป็นกังวลกลับเป็นเรื่องอื่นมากกว่านี่สิ...


พูดมา วันนั้นเกิดอันใดขึ้น


ศิษย์พี่ ทำไมครั้งนี้ท่านถึงถามเช่นนี้


โดคยองซูรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะที่ผ่านมาก็แม้เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้อยู่บ้าง แต่มิมีครั้งไหนเลยที่คิมมินซอกจะซักถามด้วยสีหน้าจริงจัง และกดดันเขาเช่นนี้


เจ้ารู้หรือไม่ ที่เขาออกไปได้มิใช่เพราะข้าปล่อยออกไป


หา?


ครานี้โดคยองซูตกใจเสียจนตากลมโตเบิกกว้าง เนื่องจากทุกครั้งหลังส่งแขกเตรียมพักผ่อนกันแล้ว หอหมื่นบุปผาจะทำการเปิดค่ายกลพิศวงไว้ เพื่อกันมิให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาในเขตแดนได้ ถือเป็นการป้องกันดูแลไปในตัว และไม่เว้นแม้กระทั่งสามวันนั้นที่เขาสั่งปิดก็ตาม ซึ่งในใจโดคยองซูทีแรกก็ตั้งใจจะแกล้งให้อีกฝ่ายหัวหมุนเล่นกับการหาทางออกต่ออีกสักวันสองวัน เพราะความหมั่นไส้ท่าทีเย้ายวนเจ้าเล่ห์นั้นส่วนตัว ที่บังอาจมาควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจของเขาอย่างสมควรตาย แล้วค่อยคลายภาพลวงตาเขาวงกตในภายหลัง แต่นึกไม่ถึงว่า...


หากท่านอาจารย์รู้มีหวังร้องไห้แน่ ๆ ค่ายกลที่ตัวเองคิดค้นนานกว่าสิบปี ไม่เกินครึ่งวันกลับถูกใครก็ไม่รู้ทำลายได้


ถึงแม้คิมมินซอกจะอยากเห็นตาแก่นั่นร้องไห้อยู่บ้างก็ตามที หากแต่ก็รู้สึกหวาดผวากับความสามารถคนผู้นั้นเช่นกัน เพราะถ้าอีกฝ่ายเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อหอหมื่นบุปผาแล้ว เห็นทีคงลำบากเป็นแน่


ร้ายกาจ!”


โดคยองซูอดไม่ได้ที่จะชมเชยอีกฝ่ายอย่างจริงใจ เพราะไม่ว่าใครก็ย่อมชอบคนเก่งทั้งนั้น ยิ่งเก่งกว่าตาแก่นั่นเขายิ่งชอบใจ


ข้าจะฟ้องท่านอาจารย์แน่ เจ้าชมผู้อื่นเก่งกว่าเขา!”


ข้ายังมิได้กล่าวเช่นนั้นเลย


สายตาเป็นประกายของเจ้าตอบข้าได้อย่างดีทีเดียวแหละ


ศิษย์พี่ ท่านปรักปรำข้าแล้ว


โอเมก้าหนุ่มพูดเช่นนั้น หากแต่มิยอมเก็บสายตาเป็นประกายดั่งที่คิมมินซอกว่าเลยแม้แต่น้อย ทำให้ผู้ดูแลใหญ่ของที่นี้คร้านจะต่อปากต่อคำเช่นกัน ในเมื่อเขาก็เห็นด้วยกับอีกฝ่ายนี่นา...



           

---25%---

 

 


            ความคึกครื้นมิเคยจางหายไปจากหอหมื่นบุปผา แม้วันวานจะมีเรื่องที่ทำให้ขุ่นข้องหมองใจอันใด ในวันนี้ล้วนมลายหายไปหมดสิ้น เพราะเมื่อได้เห็นหน้าคนงามทั้งหลายแล้วนั้น ราวกับได้รับน้ำทิพย์ที่เข้ามาชโลมลงบนหัวใจแห้งเหี่ยว และยิ่งยามได้ตระกองกอดเจ้าของเนื้อตัวนุ่มนิ่ม ซึ่งคอยเอาอกเอาใจไม่ห่าง ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเกิดมาใช้ชีวิตนี้อย่างคุ้มค่าแล้ว


            “เหตุใดวันนี้นายท่านถึงใจดีเยี่ยงนี้ละเจ้าคะ


            “มิมีอันใดหรอก ข้าแค่เอ็นดูพวกเจ้าเท่านั้น


            ชายหนุ่มวัยกลางคนที่ดูมั่งมีผู้หนึ่งพูดอย่างเอาใจ พลางหยอกล้อใบหน้าจิ้มลิ้มแสนน่ารักของคนตั้งคำถามอย่างอารมณ์ดี          


            จองแจยุน หรือชายหนุ่มวัยกลางคนคนดังกล่าว ที่ควบตำแหน่งรองเสนาบดีกรมคลังหัวเราะร่า ปรบมือชื่นชมให้กับการแสดงบนเวที ก่อนจะโยนเงินรางวัลให้อย่างใจกว้าง


            จริง ๆ แล้วมีเรื่องน่ายินดีแล้วไม่ยอมบอกพวกข้าใช่ไหมเจ้าคะ


            “ฮ่า ๆ ยิ่งกว่าเรื่องน่ายินดีเสียอีก


            “บอกพวกข้าหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ นะเจ้าคะ


            โดคยองซูในจริตหญิงคณิกาใช้เสียงหวานใส ที่ถูกดัดแปลงเรียบร้อยแล้วเอ่ยออกมาอย่างออดอ้อนปนน้อยใจ ทำให้หัวใจคนฟังเคลิบเคลิ้มแทบหลอมละลาย จนอดหยิกแก้มอมชมพูนั้นไปด้วยความมันเขี้ยวสักทีไม่ได้ เนื่องจากถูกใจท่าทีขี้อ้อนเช่นนี้เหลือเกิน แล้วตอบคำถามอย่างเต็มภาคภูมิ ราวกับรอคำถามนี้อยู่ก่อนแล้ว


            ราชสำนักกำหนดแล้วว่าเดือนสิบเอ็ดจะจัดงานสมโภชครั้งใหญ่ในวโรกาสที่จักรพรรดิทรงครองราชย์ครบยี่สิบปีพอดี แล้วข้าก็ได้รับมอบหมายจากองค์ชายสามให้ดูแลงานส่วนใหญ่ เห็นทีอีกไม่นานคงได้เลื่อนขั้นเป็นแน่


            จองแจยุนโอ้อวดอย่างภูมิใจ เพราะตอนนี้เสนาบดีกรมการคลังก็เริ่มอายุมากขึ้น คนที่สามารถดำรงตำแหน่งและจัดการงานที่มอบหมายสำคัญ ๆ ได้ และยังไฟแรงอยู่ก็มีเพียงเขา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ตำแหน่งเสนาบดีจะหนีรอดไปไหนได้ พอคิดได้ดังนั้นยิ่งทำให้ชายวัยกลางคนเบิกบานใจ


            ข้าอยากไปร่วมงานบ้างเหลือเกิน


            “หืม ชอนซาของข้าก็อยากไปร่วมงานด้วยหรือ


            “ใช่สิเจ้าคะ งานสมโภชครั้งนี้ต้องใหญ่โตมากเป็นแน่ อีกทั้งยังเป็นงานที่ท่านเป็นผู้จัดนี่นา หากแต่...


            โดคยองซูในชื่อชอนซาพูดยกยออีกฝ่ายด้วยท่าทีชื่นชม แต่แฝงแววเศร้าหมองที่ตั้งใจเผยให้เห็นหลังพูดจบ ชวนให้ผู้ฟังรู้สึกฮึกเหิมและปวดใจไปพร้อม ๆ กัน จนอยากจะปลอบประโลมสาวงามให้คลายสีหน้าเศร้าสร้อย ซึ่งจองแจยุนก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นเรื่องใด


            เพราะสำหรับหญิงคณิกาในหอหมื่นบุปผา ในวันงานสมโภชหรืองานรื่นเริงใด ๆ ยิ่งต้องรับแขกมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงเวลาแห่งการแข่งขันแสนหนักหน่วง กอบโกยลูกค้าที่เข้ามาหาความสำราญมากที่สุดช่วงหนึ่ง


และด้วยความที่เป็นช่วงเวลาสำคัญหรือโอกาสพิเศษที่มักไม่ได้มีบ่อยครั้ง ยิ่งเป็นเหตุผลให้ผู้คนกล้าจับจ่ายมากกว่าในยามปกติ จนทำให้เรื่องขาดคนเป็นเรื่องที่ยอมมิได้เลย และเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมการออกมาเดินดูหรือเที่ยมชมงานไปเป็นได้ยากจนถึงเป็นไปไม่ได้ หากแต่ในกฎก็ยังมีข้อเว้นอยู่เช่นกัน


            งั้นข้าซื้อตัวเจ้าวันนึงเป็นอย่างไร เจ้าอยากไปเที่ยวเล่นไหนก็ได้ ดีหรือไม่


            “จะดีหรือเจ้าคะ...


            “เจ้าที่อยู่ตรงนั้น ไปเรียกผู้ดูแลมาให้ข้าทีจองแจยุนกวักมือเรียกข้ารับใช้ผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ให้ออกไปทำตามคำสั่งทันที


            ข้าเกรงใจ...มิอยากให้ท่านเสียทรัพย์มากมายเพื่อข้าเลยแม้แต่น้อย


            “เพียงแค่ท่านมาหาข้า ข้าก็ดีใจแล้วเจ้าค่ะ


            พอจองแจยุนได้ฟังดังนั้น ยิ่งเหมือนมีแรงยั่วยุกระตุ้นให้อยากเอาชนะยิ่งขึ้นไปอีก ว่าแค่ซื้อตัวนางโลมปลายแถวผู้หนึ่งเพียงหนึ่งวัน จะใช้ทรัพย์สมบัติของรองเสนาบดีกรมคลังมากมายเท่าไหร่กันเชียว ขุนนางใหญ่เช่นตนจะมิสามารถจ่ายได้เชียวหรือ


และพอหันไปเห็นท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตนของอีกฝ่าย ยิ่งชวนให้เขารู้สึกอยากปลอบใจหญิงสาวที่แสนน่าทะนุถนอมผู้นี้มากขึ้นอีก เมื่อคิดได้เช่นนี้แล้วยิ่งอยากช่วยให้หญิงสาวสมปรารถนา


 

          อาจเพราะน้ำเมาที่ทำให้ชายวัยกลางคนลืมไปแล้วว่า...


 ที่นี่หาใช่หอนางโลมปกติไม่


          ยังไม่รวมที่หญิงสาวผู้นี้—ก็หาใช่หญิงสาวธรรมดาอีกเช่นกัน


 

            เจ้าน่ารักเช่นนี้ ใครจะใจร้ายกล้าปล่อยให้อุดอู้อยู่ในที่แคบ ๆ ได้ลงคอเล่า” จองแจยุนพูดต่อไปอย่างใจป้ำ รับไป เก็บไว้เที่ยวเล่นซื้อของในงาน


            “ขอบคุณนายท่าน


            ชอนซาเผลอยิ้มกว้างด้วยความดีใจ พลางก้มหน้าหลุบสายตาลงต่ำซ่อนพวงแก้มขึ้นสี หลังจากได้ยินคำหวานหูจากปากอีกฝ่าย เอื้อมมือรับถุงเงินก้อนนั้นไว้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ซึ่งอาการทั้งหมดล้วนกระทำด้วยความจงใจ เพราะโดคยองซูรู้นิสัยพวกอัลฟ่าชนชั้นสูงเป็นอย่างดี ที่มักชอบเห็นโอเมก้าตัวน้อย ๆ ป้อนถ้อยคำหวานหูให้ได้ยิน มีท่าทีโอนอ่อนเชื่อฟังให้เห็น เพราะสิ่งนั้นยิ่งทำให้คนพวกนั้นยิ่งหยิ่งผยองพองขน เสมือนว่าตนอยู่บนจุดสูงสุดและสามารถควบคุมคนเหล่านั้นไว้ในมือได้


 

            ทำให้โดคยองซูใคร่รู้เช่นกัน


ว่าชายผู้นี้ยังจะคงสีหน้าเบิกบานไว้ได้ถึงตอนจบหรือไม่


 

ในขณะเดียวกันที่อัลฟ่าวัยกลางคนกำลังคิดไปคนละทาง เนื่องจากกำลังเพลิดเพลินกับการนั่งมองกิริยาดังกล่าวของอีกฝ่าย ยามขยับกายรินสุราสีใส คีบกับแกล้มใส่ปากเขาไม่หยุด ที่ให้ความรู้สึกมึนเมามากกว่าสุราชั้นยอดที่เพิ่งไหลลงท้องไปเสียอีก ก่อนจะถูกขัดจังหวะโดยบริวารเมื่อครู่ที่พาผู้ดูแลกลับมาพร้อมกัน


            นายท่าน~ ได้ยินว่าท่านต้องการพบข้าใช่หรือไม่เจ้าคะ


            “เห็นข้ารับใช้มารายงานว่าท่านถูกใจเด็กในการดูแลของข้า


            ผู้ดูแลวัยกลางคนผู้หนึ่ง ริมฝีปากสีแดงสดแย้มยิ้มกว้างอย่างปิดไม่มิด เดินกรีดกรายส่ายสะโพกเข้ามา ทำให้ชุดสีแดงดิ้นทองบางเบาพลิ้วไหวไปมาจนรู้สึกลายตา หากแต่ก็ทำให้เสนาบดีวัยกลางคนตกใจเสียจนเหงื่อเย็นเริ่มซึมออกมาจากกลางหลัง เพราะผู้ที่มาหาใช่ผู้ดูแลธรรมดาสามัญไม่ หากแต่เป็นถึงผู้ดูแลยุน—ผู้ดูแลนางโลมชั้นสูงอันดับสองของสถานที่แห่งนี้ และพอเป็นถึงผู้ดูแลชั้นยอด ค่าตัวของเด็กในการสังกัดยิ่งพุ่งสูงขึ้นกว่าผู้อื่นตามลำดับ


ก่อนที่จองแจยุนจะได้เอ่ยปากอันใดออกไป ผู้ดูแลยุนก็ได้พูดเสียงดังลั่นไปทั่วบริเวณขึ้นมาเสียก่อน ทำเอาใครหลายคนหันมามองด้วยความสนใจ กลับกลายเป็นการมัดมือชกเขาโดยปริยาย ตัดโอกาสเขาที่กำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธให้กลับไปหุบลงตามเดิม


            ท่านถูกใจชอนซาหรือเจ้าคะ เด็กคนนี้น่ะ เพิ่งให้ลองออกมาเรียนรู้กับเหล่าพี่สาวน้องชายเป็นวันแรก ที่ผ่านมาข้าตั้งใจเตรียมตัวให้นางเป็นอย่างดี รับรองว่าเด็กในสังกัดข้ามิมีผู้ใดทำให้ท่านผิดหวังอย่างแน่นอน


            “ทว่าน่าเสียดายอยู่นิดหน่อยที่ท่านผู้ดูแลใหญ่ตั้งใจจะเก็บนางไว้ประมูลคืนแรก[2]ในคืนก่อนวันส่งท้ายปี มิเช่นนั้นตอนนี้ข้าคงยอมตัดใจขายนางให้ท่านแล้ว เพราะเห็นท่านใส่ใจนางเช่นนี้


            “แต่หากท่านต้องการซื้อหนึ่งคืนให้นางออกไปเที่ยวเล่นสักคืนก็ย่อมได้ ถือว่าให้ไปเปิดหูเปิดตาเสียบ้าง


            หญิงสาววัยกลางคนพูดนำเสนอไม่หยุด เดินมาโอบบ่าแคบของโอเมก้าสาวชั้นเลิศในสังกัดของตน ทำทีเสมือนหวงแหนเสียเต็มประดา โดยใช้ชื่อผู้ดูแลใหญ่ขึ้นมาอ้างเป็นยันต์คุ้มภัย กันความไม่พอใจของอีกฝ่ายไว้ก่อนหนึ่งชั้น เผื่อเหตุผลที่ได้ฟังยังมิระรื่นหูมากพอ แต่ก็ทำทีว่าจะยอมตัดใจให้สักคืนก็ย่อมได้ เหมือนพยายามเปิดโอกาสให้ทั้งคู่ไปสานต่อไมตรีต่อกันข้างนอก โดยถือคติที่ว่า ข้าไม่รู้ข้าไม่เห็นและข้าไม่ผิด


            ท่านแม่[3] ท่านก็พูดอะไรเช่นนั้น นายท่านเพียงแค่เอ็นดูข้า หวังให้ข้าออกไปเที่ยวเล่นเฉกเช่นหญิงสาวทั่วไปบ้างก็เท่านั้น


            โดคยองซูแสดงท่าทีเขินอาย พลางใช้มือตีไปที่แขนผู้ดูแลยุนอย่างคนทำตัวไม่ถูก โคจรกำลังภายในย้ายความร้อนจากร่างกายขึ้นมาบนพวงแก้ม ทำให้ดวงหน้าหวานขึ้นสีแดงชัดราวกับลูกตำลึงสุก ชวนให้ผู้พบเห็นอยากรักใคร่ทะนุถนอม กับท่าทีไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลก ทำเอาจองแจยุนเคลิบเคลิ้มจนแทบสติหลุดยามมองกิริยาดั่งนางฟ้า[4]สมชื่อ


เพราะในยามนี้ต่อให้เป็นชายหนุ่มที่ใจแข็งดั่งหินหรือหยาบกระด้างเพียงใด รับรองได้เลยว่าเมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ ต้องต่างพากันอยากรักหยกถนอมบุปผากันถ้วนหน้าเป็นแน่


เป็นข้าเข้าใจผิดเองหรือนี่! ต้องขอโทษพวกท่านด้วยผู้ดูแลยุนพูดพลางตีปากตัวเองเล็กน้อย


            เห็นนายท่านเมตตาต่อชอนซาเช่นนี้ข้าก็ดีใจและเห็นใจท่านยิ่งนัก งั้นเห็นแก่ที่ทั้งสองมีไมตรีต่อกันเพียงนี้ ข้าคิดเพียงหนึ่งหมื่นตำลึงเท่านั้น


 

            ม—หมื่นตำลึง!


           นี่มันปล้นกันชัดๆ!


 

            ยามนี้จองแจยุนสติกลับมาแจ่มชัด ราวกับน้ำเมาที่เคยดื่มไปเมื่อครู่กว่าร้อยจอกได้สลายหายไปเสียสิ้น ตกใจเสียจนสร่างเมา ทำให้ในใจของรองเสนาบดีกรมคลังเหน็บหนาวเสียจนสั่นสะท้าน เหงื่อเย็นซึมทั่วทั้งกรอบหน้า เนื่องจากจะผิดคำพูดก็ไม่ได้ มิเช่นนั้นเป็นต้องเสียหน้าให้แก่ผู้คนมากมายที่แอบเหลือบมองเป็นระยะตั้งแต่ผู้ดูแลยุนเดินมาแล้วเป็นแน่ และไม่รู้ว่าจะต้องตกเป็นขี้ปากผู้คนไปอีกกี่เดือนกี่ปี แต่หากเดินหน้าต่อก็กลัวเกรงยายแก่ที่บ้านรู้เข้า ว่าใช้เงินทองมากมายเช่นนี้ และเห็นทีชะตาคงขาดเช่นเดียวกัน


            หากแต่คิดคำนวนในใจแล้วหน้าตาในยามนี้ย่อมสำคัญเป็นที่หนึ่ง ทำให้จองแจยุนจำต้องกัดฟันยิ้มอย่างไม่ยี่หระให้กับตั๋วเงินที่เสียไป ทั้งที่ในใจร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสายเลือดเรียบร้อยแล้ว...


            และต่อให้ตีอกชกตัวไปก็เปลี่ยนแปลงสิ่งใดมิได้ ในเมื่อใคร ๆ ที่สติดีต่างก็รู้อยู่แล้วมิใช่หรือว่าหอนางโลมก็เป็นสถานที่เช่นนี้แต่แรกอยู่แล้ว


            แต่ก็น่าเสียดายที่กว่าจะเรียกสติกลับคืนมาได้ อัลฟ่าวัยกลางคนกลับต้องแลกมาด้วยการสูญเสียเงินกว่าหมื่นตำลึงเสียก่อน โดยที่มิได้ประมาณตนเลยแม้แต่น้อย


            โดคยองซูมองสีหน้าซีดเผือดของอีกฝ่ายที่ปิดอย่างไรก็ไม่มิด รู้สึกเวทนาในความไร้สติดังกล่าว เนื่องจากมัวเมาด้วยฤทธิ์สุรา ประกอบกับฟังคำป้อยอหวานระรื่นหูแสนเอาอกเอาใจจากโอเมก้าตัวน้อย ที่อีกฝ่ายคงคิดว่าควบคุมไว้อยู่ใต้อาณัติได้ มิน่าเชื่อก็ต้องเชื่อเลยว่าสามารถทำให้ผู้ชาญฉลาดสักคนลุ่มหลงจนขาดสติ ตกปากรับคำทุกสิ่งอย่างไม่ยั้งคิด จนกลายเป็นแบบนี้ได้เช่นกัน


 

แม้จะมาเพื่อความสำราญเพียงใด


แต่มีสติไว้เป็นอันดีที่สุด


           

            เพราะเหตุนี้กระมัง ท่านอาจารย์จึงชอบชวนพวกเขาร่ำสุราบ่อย ๆ ในตอนนั้นทั้งโดคยองซูและคิมมินซอกก็มิได้คิดเลยว่าจะมาเห็นประโยชน์ของมันในทีหลังเช่นนี้ เพราะมัวแต่คิดว่าตาแก่นั่นเพียงแค่หาเหยื่อสักคนสองคน มาเป็นเพื่อนดื่มเท่านั้น


            หลังจากส่งแขกผู้มั่งมีของครึ่งคืนแรกเมื่อครู่ไปสักพัก โดคยองซูในห้องสำหรับพักผ่อนก็ถูกท่านป้ายุนเอ็ดขึ้นมาทันที


            ทำตัวเสี่ยงอันตรายกับอัลฟ่าเช่นนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ ถ้าท่านเป็นอะไรไปข้าจะรายงานท่านผู้ดูแลใหญ่เช่นไร


            “ข้าก็ไม่ได้เป็นไรมิใช่หรือ


            “หรือต้องรอให้เป็นอะไรไปก่อนละเจ้าคะ


            “ท่านป้าอย่ากังวลเลยนะขอรับ


ท่านละก็เป็นเช่นนี้


            “ให้ยายแก่เช่นข้าห่วงท่านสักนิดมิได้หรือไร


หญิงสาววัยกลางคนพูดอย่างน้อยอกน้อยใจ ตัดพ้อที่เห็นว่าโดคยองซูมิสนใจยายแก่คนนี้บ้างเลยตามประสาคนคิดมาก ถึงแม้จะรู้ว่าโอเมก้าหนุ่มพยายามจะปลอบใจอยู่ก็ตาม แต่ด้วยความรักเหมือนลูกหลาน จะให้คลายความเป็นห่วงเลยก็ทำได้ยาก


อาการของป้ายุนดังกล่าวทำเอาโดคยองซูต้องรีบลุกขึ้นมาปรนนิบัติพัดวีอีกฝ่าย พลางพูดเอาอกเอาใจต่อให้ท่านป้าแสนใจดีหายกังวลทันที


            เพราะมีท่านป้าอยู่อย่างไรเล่า ข้าจึงไม่กลัว โดคยองซูพูดพลางหมุนตัวไปรอบ ๆ ให้อีกฝ่ายดู “หากท่านป้ามิเชื่อ ท่านก็ลองจับตัวข้าดูสิ ยังนุ่มนิ่มอยู่เหมือนเดิม มิมีรอยช้ำตรงไหนเลยด้วย


            “หรือจะกอดดูก็ได้ว่าตัวข้ามิได้สั่นผวาเลยสักนิด


            ข้าเชื่อเจ้าค่ะข้าเชื่อ แต่ช่วยหยุดทำตัวโลดโพนโจนทยานให้ใจยายแก่เช่นข้าสงบสุขบ้างคงจะดีกว่า


            “ข้าจะเชื่อฟังท่าน!”


โดคยองซูพูดจบก็หอมแก้มท่านป้าแสนใจดีตรงหน้าทันที พลางออดอ้อนตามประสาให้ลืมเสียสิ้นความกังวล ด้วยท่าทางที่ทำให้คนใจแข็งไม่รู้กี่รายต่อกี่รายใจอ่อน ไม่เว้นแม้กระทั่งท่านป้ายุนคนนี้ ที่พ่ายแพ้ทุกที นับตั้งแต่ที่รู้จักกันครั้งแรกเมื่อสิบปีก่อน จนกระทั่งถึงตอนนี้ตอนที่โดคยองซูอายุยี่สิบปีแล้ว


            ให้มันจริงเถอะเจ้าค่ะ


            แต่พอพูดถึงอัลฟ่าก็ทำให้โดคยองซูอดคิดถึงชายหนุ่มทรงเสน่ห์ที่เจอกันสองครั้งผู้นั้นมิได้ นึกถึงท่วงท่าที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ ชวนให้ผู้คนล้วนยำเกรงและยอมสยบอยู่แทบฝ่าเท้า ไหนจะดวงตาคมพราวระยับแสนเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มน่าดึงดูดแต่ก็ยียวนกวนประสาทเขาในที ที่ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด เพียงแค่โผล่มาในห้วงคำนึง ก็ทำเอาก้อนเนื้อเท่ากำปั้นก้อนนี้สั่นระรัว เหมือนถูกคนผู้นั้นควบคุมล่อหลอกให้ขายวิญญาณให้อยู่ตลอดเวลา จนโดคยองซูต้องเอาเวลาไปหากิจกรรมอย่างอื่นทำแทนเพื่อมิให้นึกถึง เพราะกลัวจะถูกควบคุม

 


            มันทั้งน่าหวาดหวั่น


          และเย้ายวน...ชวนให้ดำดิ่งไปกับเล่ห์กลปีศาจร้าย


 

            เทียบกับชายหนุ่มวัยกลางคนเมื่อครู่ แม้จะให้ความรู้สึกถึงความเป็นอัลฟ่าในตัวก็ตามที แต่ไม่เข้มข้นถึงขั้นคนผู้นั้น ที่เขาต้องพยายามกักกดสัญชาตญาณอย่างแรงกล้า และไม่แม้กระทั้งกล้าสบตาในเวลานาน


 

            เพราะมันต่างจากบทเรียนที่เคยได้เรียน


          และต่างจากทุกผู้ทุกคนที่เคยพบมา



 

---65%---

 


 

            ผ่านไปครึ่งค่อนคืน ภายในหอบุปผาหมื่นลี้ก็หาได้ลดความคึกครื้นลงแม้แต่อย่างใด ในทางกลับกัน กลายเป็นว่ายิ่งคึกคักกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ ถึงแม้อากาศในเดือนแปดจะร้อนระอุอยู่บ้าง คงมิเท่าหญิงสาวชายหนุ่มที่กอดรัดนัวเนีย แนบเนื้อกันเสียจนอุณหภูมิพุ่งสูงกว่าเก่า แต่ก็ยังมิยอมผละออกจากกัน


ยามนี้โดคยองซูในร่างหญิงสาวชุดสีชมพูอ่อนตามเดิม เปลี่ยนหน้าที่มาเป็นสาวต้อนรับแขกหน้าร้าน ปะปนกับกลุ่มน้องชายพี่สาวมากมาย ที่กำลังคุยเรื่องหัวร่อกันอย่างสนุกสนาน


เนื่องจากเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของที่นี่ เป็นการที่ลูกค้าได้เห็นอิริยาบถหลาย ๆ อย่างของหนุ่มน้อยสาวใหญ่มากมาย ไม่ว่าจะยามยิ้ม ยามป้องปากหัวเราะ ยามพูดคุย ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้มองมาพึงพอใจแม้สักท่วงท่าที่แสนเป็นธรรมชาติ จนยอมซื้อช่วงเวลาล้ำค่า ช่วงชิงเวลาของเจ้าของรอยยิ้มที่ตนชื่นชอบ ไปนอนกกกอดตลอดทั้งคืน


 

            โดยที่ไม่รู้เลยว่า...


          รอยยิ้มของตนนั้น—ได้ทำให้ ใครหลายคนพึงพอใจเช่นเดียวกัน


 

            เจ้า


            “แม่นาง


            อัลฟ่าหนุ่มรูปงามสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าโดคยองซูในยามนี้ ผู้หนึ่งดูแปลกหน้า อีกผู้หนึ่งแสนคุ้นตา เอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างหันมามองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย ยามสายตาสองคู่ปะทะกันราวกับว่ามีแรงกดดันมิทราบที่มาลอยตัวอยู่ในอากาศเบาบาง ทำเอาโอเมก้าด้อยฝีมือหลายรายแข้งขาสั่นจนล้มลงไปกองอยู่บนพื้น แต่มิใช่กับ—โดคยองซูผู้นี้


            แม่นาง เจ้าชื่ออะไร ข้าจองแจฮยอน ยินดีที่ได้รู้จักแม่นาง


            อัลฟ่าหนุ่มที่มีรอยยิ้มงดงามตรงหน้าเอ่ยแนะนำตัวขึ้นมาก่อนอย่างสุภาพ ดูจากท่วงทาความปราดเปรียว โผงผางและตรงไปตรงมาเช่นนี้แล้ว เห็นทีจะเป็นชาวยุทธผู้หนึ่ง


            ข—ข้าชอนซาเจ้าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักพวกท่าน


            ชอนซาย่อกายคารวะด้วยท่าทีชดช้อย ขณะพูดพลางหลุบสายตาลงเล็กน้อย ราวกับเอียงอายมิกล้าสู้สายตาใคร หากแต่ความจริงใครเล่าจะรู้ว่า ผู้ที่ชอนซามิกล้าสบสายตาหาใช่ชายหนุ่มผู้เป็นชาวยุทธ์ตรงหน้าไม่


 

            หากแต่เป็น...


           อัลฟ่าหนุ่มที่ชอบโผล่มาในห้วงคำนึงผู้นั้น—คิมจงอิน ต่างหาก

 


            เสียงแซวปนอิจฉาดังขึ้นทั่วทั้งบริเวณ เมื่อเห็นว่าชอนซาสามารถเป็นที่ต้องตาแขกหล่อเหลา ที่ดูมั่งมีได้ตั้งสองคน ในทางขวาก็เป็นชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มกว้าง ยามยิ้มทีแก้มทั้งสองข้างก็มีรอยบุ๋มเล็กน้อย มองแล้วเพลินตาสบายใจยิ่ง เสียงนุ่ม ๆ แฝงความอ่อนโยนตอนแนะนำตัว ทำเอาหนุ่มน้อยสาวใหญ่ใจละลายกันเป็นแถบ จองแจฮยอนในชุดผ้าไหมสีครามชั้นดี ปักดิ้นทองลายเกลียวคลื่น ขับเน้นให้อัลฟ่าหนุ่มดูขี้เล่น เจ้าสำราญมากขึ้นอีกหลายระดับ


            ส่วนอีกผู้หนึ่งเป็นชายหนุ่มในชุดสีนิลปักลายเมฆดิ้นทอง สอดรับกับท่าทีเคร่งขรึมมากประสบการณ์ของเจ้าตัว ให้ดูสูงส่งเย็นชายิ่งขึ้น เน้นรับกับร่างกายสมส่วนให้ดูคล่องแคล่วทะมัดทะแมง ซึ่งในยามนี้มีสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกอันใดให้ผู้อื่นรับรู้ หากแต่ผู้คนก็ยังรับรู้ ในเมื่อแรงกดดันไร้รูปแผ่ซ่านออกมากายสูงศักดิ์เป็นระยะ อึดอัดเสียจนหายใจไม่ออก เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความไม่พอใจของอัลฟ่า ผู้เป็นเจ้าของสาเหตุอาการยืนไม่อยู่ของคนโดยรอบเมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี และต่อให้หนุ่มน้อยสาวใหญ่พวกนี้กินดีหมีหัวใจเสือเข้าไปจริง ๆ ก็มิอาจรวบรวมความกล้าเข้าไปสอดมือกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้...


            เจ้าเป็นใครถึงกล้ามายุ่งกับคนของคุณชายข้าคิมจงแดเอ่ยทักท้วงแทนคุณชายตนทันที


            “ข้าจองแจฮยอน เป็นคนที่อยากรู้จักแม่นางท่านนี้


            “แต่คุณชายของข้าพบนางก่อน


            “มิใช่เราเข้ามาพร้อมกันหรือ


จองแจฮยอนโต้ตอบอย่างไม่ลดละ ยักคิ้วหลิ่วตาอย่างยียวนให้กับชายหนุ่มชุดสีนิลอย่างไม่กลัวเกรง ในเมื่อเขากับอีกฝ่ายต่างก็เป็นอัลฟ่าเช่นเดียวกัน ประกอบกับไม่รู้ทำไมจู่ ๆ ก็รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าชายหนุ่มที่ไม่ยอมพูดอะไรตรงหน้าขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล


ข้าเจอนางก่อน


คิมจงอินเอ่ยเสียงเย็น ๆ ขึ้นมา แต่กลับให้ความรู้สึกราวกับประกาศกร้าวของจอมเผด็จการ ซึ่งสะท้านเข้าไปทั่วทุกซอกมุมของจิตใจของโดคยองซูที่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกแล้ว จะคิดว่ามีนัยยะก็ไม่ใช่ หรือคิดว่าไม่มีก็ไม่เชิงสำหรับคนที่มีชนักติดหลังเช่นนี้


เมื่อคิมจงอินพูดจบก็เอื้อมมาจับมือโดคยองซูอย่างถือวิสาสะ ไล้หลังฝ่ามือของเขาเบา ๆ อย่างทะนุถนอม แต่กิริยาเพียงเล็กน้อยนั้นกลับทำให้หัวใจของโดคยองซูเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ลืมแม้กระทั่งการชักมือกลับ เผลอเงยหน้าขึ้นสบสายตาคมทรงเสน่ห์นั้นอย่างเผลอไผล หลงมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลกาฬของอีกฝ่ายอยู่เป็นนานสองนาน โดยมิอาจถอนสายตาไปได้ราวกับต้องมนต์


และยิ่งอีกฝ่ายกระตุกยิ้มเล็กน้อยเพียงแวบเดียวให้โอเมก้าหนุ่มเห็น ยิ่งทำให้ก้อนเนื้อเท่ากำปั้นเต้นรัวอย่างไม่รักดี จนได้เห็นแววตาพึงพอใจจากอัลฟ่าหนุ่มตรงหน้าเพิ่มมาอีก ก่อนที่จะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงยียวนของชายหนุ่มกันเมื่อครู่เสียก่อน ที่ดึงสติสัมปชัญญะของโดคยองซูกลับคืนมา และทำให้คิมจงอินต้องยอมปล่อยมือบางไปอย่างขัดใจเช่นกัน


 

ชายผู้นี้เป็นปีศาจจิ้งจอก[5]ชัด ๆ!


อันตราย—อันตรายต่อหัวใจมาก ๆ


 

            “หากเป็นเช่นนี้คงต้องทำตามกฎของหอเราที่ว่า ผู้ใดให้ราคาสูงสุด ผู้นั้นได้สาวงามไป


เสียงของผู้ดูแลความเรียบร้อยหน้าทางเข้าดังขึ้นมา ทำให้ผู้คนรอบข้างร่วมกันผสมโรงกันอย่างสนุกสนาน โดยที่มีเพียงโดคยองซูเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วยอยู่ในใจ แม้เขาสัญญากับศิษย์พี่ว่าจะหาเงินมาชดใช้ให้แบบที่ไม่เห็นเสื้อกลางไม่ได้ออกไปก็ตามที แต่ก็มิกล้าหยอกล้อกับเงินถุงของอัลฟ่าสูงศักดิ์ผู้นี้เสียหน่อย


 

            เพราะรู้ว่าถุงเงินคิมจงอินหนักเพียงใด...


          เลยได้แต่ภาวนาให้ถุงเงินของจองแจฮยอนผู้นั้นจะมีมากพอ...


          เพราะเขาไม่อยากไปกับปีศาจนั่น!


           

            ต่างจากอัลฟ่าหนุ่มทั้งสองที่ฟาดฟันสายตาราวกับมิมีใครยอมแพ้ใครในยามนี้ โดยที่ต่างฝ่ายต่างมั่นใจในชัยชนะของตนเสียเหลือเกิน


เอางั้นก็ได้


            คุณชายข้าไม่มีทางแพ้เป็นแน่


            “เชิญคุณชายทั้งสอง


            บริวารผู้ดูแลหอประมูลเดินเข้ามาสมทบทันที ผายมือเชิญกลุ่มคนที่ทำให้การเคลื่อนตัวบริเวณหน้าหอแน่นขนัด ให้ย้ายไปอีกสถานที่หนึ่งทันที


            “ท่านทั้งสองต้องการประมูลแบบเปิดหรือปิดเจ้าคะ


            “ข้ายังไงก็ได้


            “ปิด


คิมจงอินกล่าวเสียงเรียบที่นาน ๆ ทีจะเอ่ยเช่นเคย และที่ต้องพูดเช่นนี้เป็นเพราะมิอยากให้ใครเห็นหรือสนใจอียูลของเขามากขึ้นไปกว่านี้แล้ว ถึงแม้จะมั่นใจว่าตัวเองสามารถชนะในการแข่งขันครั้งนี้—หรือว่าครั้งไหน ๆ อย่างแน่นอนก็ตาม


คุณชายข้าช่างจิตใจดี มิอยากให้ใครที่แพ้ต้องอับอาย คิมจงแดกล่าวเสริมอย่างยั่วยุและรู้ใจ


เร็วไปหรือเปล่าที่จะกล่าวเช่นนั้น


อย่าร้องไห้ที่คุณชายข้าไม่ปราณีก็แล้วกัน


           

 


            ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลาง แม้บรรจุคนแปดคนก็มิได้ทำให้ภายในห้องดูแออัดเลยแม้แต่น้อย ในขณะนี้หญิงสาวที่กำลังจะถูกประมูลนั่งประจำที่อยู่ข้างหลังผ้าม่านสีแดง ซึ่งอยู่ข้างหลังผู้ดูแลหนุ่มผู้ควบคุมเวทีการประมูลครั้งนี้อีกที โดยมีองครักษ์สองคนขนาบข้างกันเกิดเหตุการณ์ชิงตัว หรือเหตุการณ์มิคาดฝันอันใดขึ้นจะได้จัดการได้ทันท่วงที ถึงแม้ที่ผ่านมาจะมิมีใครกล้ากระทำการอุกอาจเช่นนั้นก็ตาม ขณะเดียวกันที่โต๊ะกลมสองโต๊ะตรงหน้าถูกจับจองโดยผู้มาประมูลทั้งคู่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน


            “หากทุกท่านพร้อมแล้ว จะเริ่มทำการประมูล ณ บัดนี้


            “ขอแจ้งนายท่านทั้งสองว่า เนื่องจากแม่นางชอนซาเป็นหญิงสาวในสังกัดของท่านผู้ดูแลยุน ทำให้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่แปดพันตำลึง หากผู้ใดต้องการจะถอนตัวก็สามารถทำได้ในยามนี้


            “คุณชายข้าไม่มีปัญหา


            “ข้าก็เช่นกัน


            “งั้นเริ่มได้เลยขอรับ


            “หนึ่งหมื่นจองแจฮยอนเป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นมาก่อน


            สองหมื่นโอเซฮุนเอ่ยขึ้นตามมาติด ๆ


            ห้าหมื่น


            “หกหมื่น


            “หกหมื่นห้า


            “หนึ่งแสนเป็นคิมจงอินที่เอ่ยขึ้นมาปิดท้ายและสามารถปิดปากทุกคนให้เงียบสนิท เนื่องจากต้องการตัดรำคาญ และไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้อีกแล้ว


            แจฮยอนกัดฟันแน่น ท่าทียียวนกวนประสาทเริ่มหายไปเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ห้าหมื่นตำลึง เพราะในทีแรกตั้งใจจะเปิดด้วยราคาธรรมดา ก่อนจะตัดราคาให้พุ่งสูง เพื่อข่มขวัญอีกฝ่ายให้ล่าถอย แต่ผลที่ได้กลับกลายเป็นเขาที่ต้องล่าถอยเองเสียมากกว่า


 

            เพราะแค่นางโลมผู้หนึ่ง


          ไม่จำเป็นต้องรักษาหน้าตาเสียจนต้องขายทรัพย์สินทั้งตัวขนาดนั้น!


          ให้ผู้ใดที่อยากจ่ายก็จ่ายไป เขาไม่จ่ายแล้ว!


         

            รวมทั้งโดคยองซูเช่นกัน ที่ตกใจกับราคาของตนที่พุ่งสูงกว่าแสนตำลึง เสมือนว่าการเอาตั๋วเงินมาละลายน้ำเล่นก็หาใช่เรื่องที่คนผู้นี้ใส่ใจ ทั้งที่ในเงินจำนวนนี้เช่นนี้สามารถซื้อเมืองได้เมืองหนึ่งเลยทีเดียว


 

            แต่คนผู้นี้กลับ


          กลับใช้เงินราวกับขว้างทิ้ง กับแค่นางโลมผู้หนึ่ง!


 

            แต่โดคยองซูหารู้ไม่ว่าสำหรับคิมจงอินแล้วหาใช่เพียง แค่ นางโลมผู้หนึ่ง แต่เป็น ตั้งคนผู้หนึ่งพ่วงตำแหน่งคนแรกที่อัลฟ่าหนุ่มหมายตาต้องใจ


            ทำให้ช่วงเวลาที่เงียบสงัดจนสิ้นเสียงนับสามของผู้ดูแล การประมูลดังกล่าวก็จบลงในทันที พร้อมกับโอเซฮุนที่เดินออกไปจัดการเรื่องเงินทั้งหมด


            “ยินดีกับคุณชายด้วย ข้าสู้ไม่ไหวจริง ๆ


ถึงจะขัดใจอยู่บ้างแต่จองแจฮยอนก็กล่าวแสดงความยินดี และยอมรับความพ่ายแพ้อย่างจริงใจ เพราะเขาแพ้แบบมิอาจสู้ได้จริง ๆ


            คิมจงอินเวทนาเด็กหนุ่มอยู่ในใจที่ริอาจมาสู้กับเขา หากแต่ก็พึงพอใจในท่าทีเปิดเผยตรงไปตรงมา และยืดหยุ่นได้ของอีกฝ่าย ตามแบบฉบับของคนที่น่าจะคร่ำหวอดอยู่ในโลกยุทธภพ ทำให้เมื่อมิได้เป็นคู่แข่งกันแล้ว อัลฟ่าหนุ่มสูงศักดิ์ก็เอ่ยตอบกลับไปตามมารยาท


            เล็กน้อยเท่านั้น อาจเพราะท่านอาจมิได้นำตั๋วเงินมามากพอ


 

            หาใช่จองแจฮยอนนำมาไม่มากพอเสียเมื่อไหร่!


          เพราะจะให้มากพอ...คงต้องขายกระบี่[6]คู่ใจเขาทิ้งเสีย


 

            คุณชายให้เกียรติข้าเกินไปแล้ว” 


            “ขอให้ท่านมีความสุขกับค่ำคืนนี้ เพราะงั้นข้าขอตัวก่อน


            หลังจากไล่ทุกคนออกไปนอกห้องจนหมด จนเหลือเพียงอัลฟ่าหนุ่มในชุดสีนิล ที่นั่งใช้สายตาคมจ้องทะลุผ้าม่านสีแดงไม่ละสายตา มองดูหญิงสาวที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ไหวติง กุมมือสองข้างของตนเองไว้แน่นราวกับกำลังประหม่า ซึ่งคิมจงอินประเมินได้เลยว่า ท่าทีเช่นนั้นเป็นเพียงแค่การแสดงเฉกเช่นทุกที เพราะคนที่มีสายตาดื้อดึง กระทำการตามใจตนเป็นใหญ่ ในครานั้นก็ต่อปากต่อคำเขาอย่างมิเกรงกลัวเช่นนั้น มีหรือจะมีท่าทีขลาดกลัวเหมือนหญิงสาวในห้องหอเช่นนี้ได้


           

            หากแต่คิมจงอินก็ยังอยากรู้ว่า...


          อียูล—เจ้าจะแสดงท่าทีเช่นไรต่อไป?





---100%---

#เจ้าสาวไคซู








[1] เสื้อตัวกลาง คือปกติชุดจีนโบราณเขาจะใส่สองสามชั้น(เราจำไม่ได้ว่าผู้ชายใส่กี่ชั้น แต่ผู้หญิงจะใส่สามชั้น เลยคิดว่าผู้ชายน่าจะน้อยกว่าหน่อยชั้นนึงเพราะไม่มีเอี๊ยมข้างในแบบผู้หญิง) คือเสื้อตัวนอกจะเป็นพวกสีๆ ลายสวยๆ เนื้อดีๆ อะไรทำนองนี้ค่ะ แต่เสื้อตัวกลางคือเสื้อข้างในสีขาว มีรูปแบบการใช้คล้ายๆเสื้อกล้ามในสมัยนี้ แต่เสื้อตัวกลางมันจะเป็นทรงเดียวกับเสื้อตัวนอกเลยค่ะ นึกถึงชุดสีขาวที่น้องใส่ตอนพ่อฮงชิมไปช่วยน่ะค่ะ สีขาวอันนั้นเลย! ทำให้ความหมายในที่นี้ของเราคือหมดตัวจนไม่เหลืออะไรเลยค่ะ

[2] การประมูลคืนแรก คือการประมูลเพื่อเปิดพรหมจรรย์ของหญิงสาวในหอคณิกาค่ะ ถ้าใครเสนอได้สูงสุดหรือไม่ก็ตรงตามยอดที่ทางหอต้องการปล่อยขายก็จะได้รับหญิงผู้นั้นไปกกกอดทันทีหนึ่งคืน!

[3] ท่านแม่ หรือมามา มันเหมือนการเรียกผู้หญิงวัยกลางคนอย่างให้เกียรติอ่ะค่ะ จริงๆจำชัดๆไม่ได้ว่ามันใช้ยังไง 55555 แต่ที่เคยเห็นคนที่ถูกเรียกแบบนี้มักจะเป็นแม่เล้าในหอนางโลมกับแม่นมองค์หญิงองค์ชายหรือคนใกล้ชิดเก่าแก่ในวังไรงี้อ่ะค่ะ

[4] เราหาชื่อผู้หญิงในกูเกิ้ลเขาบอกว่า ชอนซาแปลว่านางฟ้าค่ะ

[5] ปีศาจจิ้งจอก เคยใส่ไปหรือยังก็ไม่รู้ แต่มันคือตัวแทนของคนที่มีเสน่ห์มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เสน่ห์แบบยั่วยวนชวนกระชากวิญญาณเลยค่ะ เลยถูกเปรียบเทียบเป็นปีศาจจิ้งจอกที่ชอบปลอมแปลงมาเป็นคน ให้คนหลงใหลแล้วก็สูบกินวิญญาณ

[6] ขายกระบี่ในความหมายของเราคือ หมดตัวแบบหมดตัวจริงๆ เรารู้สึกว่าชาวยุทธ์ไรพวกนี้ให้ความสำคัญกับอาวุธอะไรแบบนี้มากๆเลยอ่ะ พอเสียของพวกนี้ไปแล้วรู้สึกเหมือนไม่เหลืออะไรเลยเพราะเป็นสิ่งที่พกติดตัวอยู่ตลอด ตอนแรกจะใช้คำว่าขายบ้านไรงี้ด้วย แต่เขาเป็นชาวยุทธ์เราก็รู้สึกว่ามันอาจแปลกๆ






24/12/18

-แฮปปี้คริสต์มาสอีฟฟฟฟฟฟค่ะ 5555 ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

-เหมือนการเจอน้องแต่ละทีองค์ชายจะต้องเจิมด้วยการเสียทรัพย์เป็นนับแสน แงง เพราะแม่จะเก็บเงินทั้งหมดไว้ให้หนูเป็นสินเดิมตอนแต่งกับองค์ชายเค้าาาา!


23/12/18

-จริงๆจะอัพ 65%ตั้งแต่เมื่อคืน แต่ไม่เสร็จเพราะแม่ไล่ไปนอน555555 ก็เลยเพิ่งมา ฮื่อ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ;—;

-บวกกับเป็นช่วงคริสต์มาสก็เลยวุ่นวายอยู่บ้าง TT TT แงง พักหลังแอบรู้สึกอ๊องๆกับภาษาตัวเองมากๆจริงๆ ถ้าอ่านมึนๆ งงๆ ใช้คำแปลกๆ เราจะพยายามกลับมารีไรท์ใหม่เมื่อมีโอกาสนะคะ

TALK

-คือแบบน้องเปลืองตัวมากอะ เราขอโทษ T___T แต่ด้วยความที่น้องเป็นคนในยุทธภพอะ เราเลยสุดเหวี่ยงไปนิด ;-; เพราะถึงเขาจะมีกรอบอยู่บ้างแต่เขาจะไม่ค่อยถือสาเรื่องจับเนื้อต้องตัวอะไรกันมากเท่าคนถือกฎในเมืองหลวง ประกอบกับเป็น omegaverse ที่มีการก้าวข้ามระหว่างเพศสูงมากแล้วยิ่งให้น้องซนแบบสุดเหวี่ยงในสุดเหวี่ยงไปอีกค่ะ ขอโทษที่อาจทำให้น้องมีกิริยาไม่งาม และโลดโผนโจนทะยานมากๆ แงงง เพราะหัวใจแม่มันก็แอบหวงอยู่บ้างเหมือนกันค่ะ แต่หลังจากนี้คงไม่มีอีกแล้ว และเก็บไว้เปลืองตัวกับองค์ชายคนเดียว เนื่องจากทุกอย่างมันมีเหตุผลของมันมากเกินไป (แงงง)

-อีกอย่างคือ ปาไป65%แล้ว พระเอกของเราก็ยังไม่โผล่มา 555555 คงต้องให้เวลาองค์ชายเขาไปเบิกเงินนิดหน่อยค่ะ เพราะหอนางโลมที่นี่ไม่ธรรมดาจริงๆ

-แต่สำหรับเราตอนนี้ก็มีความหมายของมันอยู่เหมือนกันค่ะ เพราะมันจะมีการพูดถึงเหตุการณ์หนึ่งที่นำไปสู่เหตุการณ์ในตอนแรกด้วย หรือเปล่านะ555555555 (ถือเป็นข้อแก้ตัวให้ความเวิ่นเว้อของเราก็ได้ค่ะ แงงง)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 296 ครั้ง

992 ความคิดเห็น

  1. #964 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 23:58
    น้องหนีไม่พ้นจริงๆ ค่ะ แต่ที่น้องปิดสำนักไปสามวัน ได้เงินคืนมาแล้วนะคะ พ่อบุญทุ่มจริงๆ
    #964
    0
  2. #923 - cherish 。 (@picha-bow) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 14:42
    งานนี้น้องไม่น่าชิ่งได้แล้วป่ะลูก คราวก่อนๆพี่เค้าแค่ประมาทเราไปหน่อย แต่นี่พี่เค้าแทบจะรู้เท่าทันหมดแล้ว แล้วจะหาทางหนีทีไล่ยังไงดี พี่เค้าเสียไปเป็นแสน อย่างน้อยต้องได้จับแขนน้องอ่ะงานนี้55555555555
    #923
    0
  3. #901 PINKLAND (@pinkyariss) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 08:22
    555555น้องจะทำไง
    #901
    0
  4. #842 จีวอนชิ':) (@view1410) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 00:47
    ว่าละ5555555
    #842
    0
  5. #837 areeprajongsarn (@areeprajongsarn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 23:34

    จงอินน่ารักกก

    #837
    0
  6. #800 ohmy_Jeans (@ohmy_Jeans) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2562 / 07:15
    น้องจะทำยังไงดีล่ะทีนี้5555สำนวนสวยมากๆเลยค่ะอ่านแล้วเพลินมากเลย
    #800
    0
  7. #720 ตะหนึ่ง (@TwwtT45) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 17:18
    คุณชายใจป้ำมากเลย555555
    #720
    0
  8. #648 REAL LIFE IS NOT LIKE THAT (@220225452002) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 เมษายน 2562 / 08:32
    มันคำสำนวนจีนเอามาแปลไทยหรือสำนสนไทยโบราญหรอคะ รู้สึกไม่รู้จักพวกสำนวนหรือความหมายพวกนี้เลย เวลาอ่านเจอก็ตีความมั่วๆพึ่งรู้ว่ามีความหมายแบบนี้ด้วย5555 ขอบคุณมากค่ะ
    #648
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #648-2 graphitesky (@noknokid) (จากตอนที่ 4)
      3 เมษายน 2562 / 13:37
      เป็นสำนวนจีนค่ะ แหะๆ ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้อธิบายความให้กระจ่าง ;___;
      #648-2
  9. #631 kkolk (@kkolk) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 12:14
    อย่าจับน้องเยอะเดี๋ยวน้องสึกหมด หวงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ องค์ชายก็คือไม่ว่าหน้าไหนของน้องก็จำได้เพราะอาศัยตามกลิ่นอย่างเดียว จะได้คุยกันแบบปกติๆเมื่อไหร่เนี่ย55555555555
    #631
    0
  10. #578 suu193 (@blingsouree) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มีนาคม 2562 / 15:45
    โอ้โห ยัยหนูร้ายไม่เบาเลยเราเนี่ย เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวจัดเลยนะ ความจริงแอบหวงน้องแทนองค์ชายอยู่เหมือนกันค่ะ แต่เข้าใจไรท์เพราะน้องก็ต้องอยู่ในหอนางโลมอะเนาะ แล้วน้องก็แสนซนเหลือเกิน แง ชอบมากเลย แต่ๆๆๆ องค์ชายยยยย แสนจ้าแสนตำลึง โอ้โห ป๋ามากจ้า โอเมก้าคือช็อคไปเลยเนาะ แต่หนูใจสั่นไปแรงมากลูกกก หนูจะทำไงต่อคะ จะโดนกินไหมลูก แต่น่าจะหนีได้เนาะ เก่งอยู่แล้ว 55555555 แต่องค์ชายหล่อเกินไปจริงค่ะ ชอบที่พูดสุภาพกับแจฮยอนด้วย ดี
    #578
    0
  11. #520 meawai (@pp-domo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:08
    สนุกค่ะ ฮืออออ สนุกมากๆ ตื่นเต้นตั้งแต่ตอนแรกที่คุณชายสามารถออกจากค่ายกลได้ด้วยเวลาครึ่งวัน สุดยอดในสุดยอด ขออวยแบบที่คุณชายไม่ต้องอวยตัวเองเลยค่ะ แบบหล่อแล้วยังเก่งอีกค่ะแมมมมม่ห่ไวไยไหยไหสไส เกร้ดดด สองมาคือชอบความแสบที่ทำให้คนมั่งมีผู้นั้นต้องเสียทีัพย์มากสุด คุณแม่ก็แสบไม่แพ้กันเลย ได้ตังอีก5555555555555555 เริ้สมาก ต่อมาคือการที่มีจองแจฮยอนมาปะทะคือน้องต้องสวยจริง สวยมากแบบมากมากมากมากมากกกกกกกกกกกก ถึงกับต้องประมูลกัน เกลียดความราคาเด้งจาก 65000 ไป 100000 คือคุณชายบ้านผลิตแบ้งเว่อมาก หล่อ เก่ง แล้วยังรวยอีก แม่ค้า ทำไมมีคุณจงอินคนเดียวบนโลกใบนี้น้า แงงงงงงงง ยิ่งรู้ว่าคุณชายรู้อยู่แล้วว่านี่คืออียูลยิ่งเขินง่ะ แบบเพราะได้กลิ่นจากตัวน้องใช่มั้ยนะ ฮือ เขินจัง ต้องรีบมาแย่งตัวอะไรขนาดนั้น เอาจริง แสนนึงนี่น่าจะซื้อน้องไปนอนกกในวังได้จนตลอดชีวิตเลยมั้ย เนอะคุณชาย แสนนึงไม่ใช่เล่นๆเลยนะคะ ฮือ อีกหนึ่งอย่างที่ชอบคือการบรรยายความรู้สึกน้อง เช่นตั้งแต่ที่แย่งกันหน้าร้าน น้องก็หลบตาจงอิน พอได้สบก็คือใจเต้นแรงมาก เอาจีงน้องก็หวั่นไหวอยู่ไม่น้อยปะคะ เนี่ย คุณชายต้องจีบหนักๆ รุกหนักๆๆๆ เอาแบบหนีไปซนที่ไหนไม่ได้อีกเลย อิๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #520
    0
  12. #513 nanar1117 (@nang23) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:39
    ชอบที่ได้อ่านภาษาสวยๆอย่างนี้จังเลย ตั้งใจอ่านทุกบรรทัดเพื่อจะเก็บทุกรายละเอียดให้ได้มากที่สุด ขอบคุณไรท์ที่แต่งนิยายเรื่องนี้นะคะ
    #513
    0
  13. #468 p.nannapak (@dh15) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 01:30
    ดีงามอีกแล้ว ฮือ จะต้องได้ชื่นชมความเอาใจใส่ในการใส่เรฟและความหมายตั่งต่างอีกกี่ครั้งกัน ฮือ แต่เรื่องขายกระบี่เห็นด้วยนะคะ เพราะเป็นชาวยุทธ์ที่น่าจะเดินทางท่องโลกมากกว่าอยู่ติดที่ ไม่น่าจะมีบ้านเป็นหลักเป็นแหล่ง และแน่นอนว่าของคู่กายอย่างกระบี่ย่อมเป็นอะไรที่สลักสำคัญมากที่สุดอยู่แล้ว รีเสิร์จมาดีมากเลยค่ะ เหมือนพวกซามูไรก็จะมีดาบคู่กายอะไรประมาณนี้ ถือเป็ตสมบัติล้ำค่าชิ้นนึงเลยทีเดียว เรื่องเสื้อตัวกลางเรานึกภาพไม่ค่อยออกแฮะแต่ถ้าให้จำลองจากวอนดึกใรละครก็พอนึกได้อยู่ค่ะ 5555 จากที่อ่านๆมาเราชอบสำนวน(?)รักหยกถนอมบุปผามากๆค่ะ มันแปลว่าอะไรไม่แน่ใจ น่าจะหมายถึงการทะนุถนอมใครสักคนมากๆใช่ไหมคะ แง้ เราก็เดาไปเรื่อยแต่อ่านแล้วชอบค่ะ 555 ส่วนเนื้อเรื่อง ตอนนี้เป็นอีกตอนที่อ่านแล้วยิ้มไปขำไป ตั้งแต่คยองซูหลอกเอาเงินหมื่นตำลึงจากรองเสนาบดีกรมการคลังแล้ว 5555555555555 โคตรร้ายเลยอ่ะ แต่ร้ายแค่ไหนสุดท้ายก็มาตกม้าตายตอนเจอจงอินอยู่ดี ถถถ จริงๆสาเหตุที่จงอินเจอเพราะเป็นเนื้อคู่กับน้องเลยได้กลิ่นที่มีแต่คู่แท้เท่านั้นจะรับรู้ได้ใช่ไหมล่ะ และน้องเองก็คงจำกลิ่นจงอินได้เหมือนกัน น่าจะแบบรับรู้กลิ่นเฉพาะของอีกฝ่ายเพราะเป็นคู่กันแต่กลิ่นที่คนนอกได้รับจะเป็นอีกกลิ่นงี้ป่ะ เพราะแบบนี้จงอินถึงหาน้องเจอตลอดเพราะไม่ได้จำแค่หน้าแต่จำกลิ่นได้ด้วย เอ้อ พูดๆไปก็เหมือนหมา ฮือ 555555555555555555555555 แต่นี่อยากรู้ใครเป็นอาจารย์ของคยองซูกับมินซอก ตาแก่ที่ศิษย์เอกทั้งสองเอาแต่นินทาตลอดนี่ใคร อยากรู้มากเลยจะเปิดตัวเมื่อไหร่คะเนี่ย 555 ไปอ่านตอนต่อไปละ อยากรู้เด็กดื้อจะทำอะไรพี่จงอินเค้าอีก~
    #468
    0
  14. #415 Nussareeya (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มกราคม 2562 / 23:20

    สนุกมากค่ะ องค์ชายสามคือทุ่มสุดตัวจริงๆ

    #415
    0
  15. #355 kukieD (@kukieD) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 12:13
    พ่อบุญทุ่มสุดตัวอ่ะคนนี้ 55555
    #355
    0
  16. #315 โosๅเoมon (@niphaphorn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 13:21
    รวนอะไรเบอร์นี้คะ องค์ชายสาม
    #315
    1
  17. #242 mamawiwi (@mamavivi) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 16:04

    โอ้ย สนุกมากเพคะ องค์ชายสามไม่ปล่อยน้องให้ คลาดสายตาหมายปองและต้องการครอบครองอย่างแรงกล้า สมกับเป็นนักล่าจริงๆ ชอบมากครอง ตะ เอาตัวรอด ยังไงเค้าประมูลมาตั้งแสน

    #242
    0
  18. #224 codeKJ (@codekj24-) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 14:31
    คยองซู๊วววว ทำไมแสนซนขนาดนี้ คือชายสามก็แบบเปย์หนักอะค่ะ แง้ๆๆ อย่าพยศนะหนูนะ เดี๋ยวตอนพี่เขาจ้บได้ไล่ทัน เขาจะตีแรงงงง
    #224
    0
  19. #138 Jaa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 12:14

    น้องจะตีบทแตกมั้ย5555555อยากรู้จังน้องจะทำยังไงจะเอาอยู่เหมือนที่ผ่านมามั้ยแสบเหลือเกิน


    #138
    0
  20. #137 MinaHarino (@MinaHarino) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 22:51
    เป็นคู่ที่สมน้ำสมเนื้อจริงๆค่ะ
    #137
    0
  21. #136 queenfuangfa (@khenkhum) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 06:42
    คิดจงอินนนนมาแล้ววว สายเปย์ที่แท้ทรู 555555หมดเงินไปกับเจ้าตัวแสบไปเยอะเลย ปราบให้หาดื้อเลยเจ้าค่ะ
    #136
    0
  22. #135 kadi8812 (@kadi8812) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 00:55
    สายเปย์ซะด้วยยย ตายแล้วววว
    #135
    0
  23. #134 PrinceKD (@lovetkmopa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 20:21
    อยากอ่านต่อนต่อไปแล้ว คือยัยน้องแสนซนมากเว่อ ละคือองค์ชายก็คือจับคยองได้ทุกครั้งอ่ะไม่อยากจะปลอมตัวเป็นใคร เพราะกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ อิอิ
    #134
    0
  24. #133 คุณโดดีโอ (@pprang39) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 17:08
    เนี้ยจงอินคือจับได้อีกแล้วว่าเป็นคยองซูเก่งมากเพราะกลิ่นน้องใช่ไหม แต่ยอมเสียเป็นแสนตำลึงเลย ทุ่มทุนมากๆๆรู้แล้วจ้าว่ารวย สายเปย์ เดี๋ยวจะหมดตัวเพราะเอาทุ่มกับน้องแต่ละทีเนี้ย55555 เห็นจงอินตื่นเต้นว่าน้องจะแสดงต่อไปยังไง นี่ก็ตื่นเต้นเห็นอยู่ห้องด้วยกันอีกแล้ว รอดยากแน่จงอินคงระวังตัวมากๆ เอาใจช่วยเจ้าเด็กซนนน
    #133
    0
  25. #132 nnn_u (@nnu56) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 16:12
    น่ารักมากมากเลยค่ะ แบบมากมาก
    55555555
    คือองค์ชายสายเปย์มากเว่อร์
    กระเป๋าหนักกว่านี้ไม่มีอีกแล้วว 5555555
    #132
    0