Beautiful magic sky

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    5 ก.พ. 62

บทนำ 
     คุณคิดว่า โลกในอีก 100 ปีข้างหน้าจะเป็นยังไง  แต่โลกในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก
 เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมาก ในชีวิตของมนุษย์เรา เป็นโลกที่ถูกปกคลุมไปด้วยเทคโนโลยีก้าวหน้าล้ำสมัย 
ทำให้เกิดธุรกิจขึ้นมามากมาย ทุกคนไม่ต้องทำงานบ้าน เพราะมีหุ่นยนต์ทำให้ ไม่ต้องพกเงิน ไม่ต้องพกกุญแจบ้าน  รถก็เหาะได้ 

ทุกบ้านมีบันไดเลื่อน ทุกคนใช้ลายนิ้วมือสแกน หรือไม่ก็สแกนม่านตาในการปลดล็อคประตูบ้าน ใช้ชิปที่ฝั่งอยู่ในร่างกายเรา

แทนบัตรเครดิต และในการข้ามประเทศ  แม้แต่การอ่านหนังสือในปัจจุบันก็ไม่ต้องอ่านเอง มีเครื่องมืออ่านหนังสือให้ เพียงแค่นำหนังสือที่คุณต้องการ ที่จะอ่านเข้าเครื่องกำหนดหน้า แล้วเจ้าเครื่องนั้นก็จะอ่านหนังสือให้คุณฟัง มนุษย์ทำเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้กับตัวเอง



     แม้แต่ตอนนี้ ที่ผม กำลังลอยอยู่บนถนน

 ก็เช่นกันผมกำลังโลดเล่น  เหนือถนนใจกลางเมืองประเทศj  ประเทศj ถือเป็นประเทศ1ใน10ที่ เทคโนโลยี ก้าวหน้าล้ำสมัยที่สุดในโลก


 งานที่ผมกำลังทำตอนนี้ คือ พนักงานขับรถส่งอาหาร ของร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง 
รถบินที่ผมกำลังขับอยู่นี่เป็นระบบสแกนลายนิ้วมือ หรือม่านตาสามารถยกตัวลอยขึ้นจากพื้น
 และเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่ว เป็นรถรูปร่างทรงกลม ไร้ล้อมีแผงควบคุมแบบสัมผัสอากาศ มีสองระบบคือ อัตโนมัติ กับขับเอง ช่องเก็บของเป็นแคปซูลเล็กๆ  สามารถเก็บของได้หลายชิ้น   ตอนนี้ผมมาถึงคอนโด ใจกลางเมืองซึ่งเป็นย่านธุรกิจ แหล่งท่องเที่ยว 
ผมมีหน้าที่มาส่งอาหารในละแวกนี้  จอดรถไว้ตรงเขตจอดเฉพาะ ห่างจากทางเข้าแผนกต้อนรับหน้าคอนโดหรู ไม่กี่เมตร

“สวัสดีครับมาส่งอาหาร”


“ขอทราบเลขห้องค่ะ”


“ห้อง4203ครับ”


ส่งเสร็จแล้วผมก็กลับ วันนี้ผมขับรถทั้งวันแทบไม่ได้พักเลย เพราะผู้คนแทบจะไม่ค่อยออกมาจับจ่ายใช้สอยกันหรอก ใช้บริการผ่านชิป แล้วให้คนพนักงานแบบผมไปส่ง
 หรือไม่บ้างร้านก็ใช้ พวกหุ่นยนต์ขับไปส่ง แต่ร้านส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่ค่อย มีคนที่เป็นพนักงานอยู่แล้ว  เพราะเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย หุ่นยนต์มันไม่มีความต้องการพักผ่อนแบบคน ที่สำคัญ เงินก็ไม่ต้องจ่าย


หลังจอดรถเสร็จ ผมก็เดินกลับเข้ามาในร้านที่ผมทำงานมีเจ้าของร้านรูปร่างอ้วนท้วม ยืนทำหน้าบึงตึง ใส่ผมอยู่ 
วันนี้อะไรอีกละเมื่อวานก็บอกว่า ผมส่งอาหารช้า 
ผมไม่ได้ช้านะแค่ระบบปัญญาประดิษฐ์ มันไวกว่าผมแค่นั้นเอง เซงจริงๆ (=-=)
“นายส่งของผิดห้อง”
“ผมไม่ได้ส่งผิดห้องนะครับ ในระบบมันก็มีบอกอยู่ว่าผมส่งถูก... มันจะผิดได้ยังไง”
“ไม่ต้องมาเถียง ลูกค้าโทรมาบ่น เมื่อกี้บอกว่า อาหารส่งช้าทำไมอาหารยังไม่ถึง
 อีกอย่าง ในแต่ละวันของนาย ยอดต่อวันก็เกือบไม่ถึงสู้พวกหุ่นยนต์ก็ไม่ได้!
ผมละเบื่อจริงๆ จะไล่ผมออกก็อ้างโน้น อ้างนี้  พอผมเถียงด้วยเหตุผล ก็ด่าผมตลอด 
ไม่มีช่องให้ผมได้โต้กลับ ผมก็ต้องยอมรับส่วนหนึ่ง
 พวกระบบปัญญาประดิษฐ์ มันไม่ต้องพัก ค่าแรงก็ไม่ต้องจ่าย
“ฉันไล่นายออก!
“ถ้าจะไล่ผมออก ขอเงินเดือนด้วยครับ”
“ฉันโอนไปใน บัญชีนายแล้ว ”
“ขอบคุณ” เด็กหนุ่ม พูดขอบคุณพึมพำเบาๆแล้วเดินหันหลังจากไป ในใจก็ได้แต่คิดว่า  
แย่แล้วสิค่าน้ำ ค่าไฟ ก็หักไปแล้วเนี้ยสิ เพราะเดือนนี้ผมยังไม่ได้จ่ายเลย 
แล้วเดือนนี้ ผมจะเอาไรกินละ โอ้ยชีวิต ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น
“ช่างมันเถอะ เมนูวันนี้ทำอะไรกินดี แซนด์วิชทูน่า ดีไหมน้า ของในตู้เย็นน่าจะมี ครบ ”   

ผมไม่คิดมากครับเรื่องถูกไล่ออก ทำใจมานานแล้วละ  
การคมนาคมเกือบ95%ของประเทศJ ใช้ระบบขนส่งเป็นหุ่นยนต์ 
ตอนนี้ เรื่องปากเรื่องท้อง เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

ผมก็เดินไปตามทางกลับบ้านครับ ผมไม่มีรถส่วนตัว อะไรกับเค้าหรอก แต่ดีหน่อยที่บ้านผมอยู่ใจกลางเมือง เป็นบ้านหลังทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีขาว ภายในบ้านเพด้านจะสูง เปิดประตูเข้ามาจะเจอ ห้องครัว ข้างๆจะเป็นโต๊ะทานข้าว สามารถพับเก็บได้   เดินไปอีกหน่อยจะเป็นห้องนั่งเล่น

เยืองไปทางด้านซ้ายของประตูทางเข้าบ้านมีบันไดขึ้นชั้นสอง เป็นห้องนอน ห้องน้ำ 

 พอมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง 

สภาพแวดล้อมรอบบ้านของผม มีตึกคอนโดสูงๆ มากมายรายล้อม  เคยมีนายทุนมาขอซื้อที่ดินอยู่เหมือนกันนะ 

แต่ผมไม่ขายเพราะบ้านหลังนี้เป็นสิ่งเดียว ที่พ่อบุญธรรมของผมเหลือให้
 
“กลับมาแล้วครับ”  ผมพูดไปงั้นแหละ ผมอยู่บ้านหลังนี้คนเดียว ฮ่าๆ  
ถามว่าผมเหงาไหม ก็นิดหนึ่ง แต่ชินแล้ว


ผมวางแซนด์วิชทูนน่า~ ไว้บนโต๊ะทานอาหาร ก่อนจะเดินไปเปิดเพลงในห้องนั่งเล่น
‘Happy birthday to you, Happy birthday to you ’    
 ใช่~ เหมือนที่ทุกคนกำลังคิด วันนี้คือวันคล้ายวันเกิดของผม 
ก็ต้องขอพรก่อนทานละนะ ผมจัดงานวันเกิดเล็กๆแบบนี้ทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 15 ของผม

ผมดึงแหวนที่ผมทำเป็นสร้อยคอ มาถือไว้ก่อนขอพร แหวนวงนี้เป็นสิ่งเดียวที่พ่อบุญธรรมบอกว่า อยู่กับผมมาตั้งแต่ตอนเป็นทารก   ข้างในแหวนวงนี้สลักชื่อผมไว้ ‘Sky’  
ผมอยู่กับพ่อบุญธรรมตั้งแต่เล็กๆ เขาฝึกผมเกือบจะทุกอย่าง
 ศิลปะการต่อสู้ นั่งสมาธิ ทำอาหาร สารพัดอย่าง
จนกระทั่งผมอายุ10ขวบ ท่านบอกกับผมว่าต้องออกไปทำธุระหลายปี  ไม่รู้ว่าจะกลับมาอีกทีเมื่อไร 

เนื่องจากผมเป็นเด็กอัจฉริยะของ2-3% ในโลกนี้  ผมเรียนจบปริญญาตรีตั้งแต่อายุ 10ขวบ หลังจากเรียนจบก็ เริ่มออกหางาน


 เนื่องด้วยเพราะผมมีรูปร่างเด็กส่วนใหญ่จะไม่มีใครรับทำงาน เรียนจบภาษาศาสตร์มา 
งานที่ได้ทำตลอด5ปีคือ บรรณารักษ์หอสมุดดิจิตอล , รับเล่นเปียโนตามร้านอาหาร
(บ้างที่เขาไม่ใช่หุ่นยนต์)อื่นๆ และงานสุดท้ายของผมจบที่ พนักงานขับรถส่งอาหา


“ขอให้วันเกิดปีนี้ เป็นปีที่ ดีสำหรับผมครับ”

พรึบ!


“อ๊ะ...” ไม่จริงน่า ไฟดับเหรอ แทบเป็นไปไม่ได้เลยนะ เพราะที่ประเทศ
การที่ไฟดับแค่เสี้ยววิ ถือเป็นเรื่องใหญ่มากๆ  
พอไฟดับเมื่อกี้ ทำให้ผมนึกถึงอีกเรื่องหนึ่ง ที่พ่อบุญธรรมผมขอไว้ ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ 
ท่านขออย่าให้ผมใช้พลังเวทย์มนต์ ให้ใครเห็น ผมก็พยักหน้ารับรู้ แต่ไม่รับปากไป 
บ้างครั้งผมก็เผลอๆใช้ไง แค่ผมคิดว่าต้องการอะไร มันก็ทำตามที่ผมสั่งทันที
     ถึงผมสามารถใช้ เวทย์มนต์ได้ก็เถอะ แต่เวทย์มนต์สำหรับสมัยนี้มัน  ไม่จำเป็นนะสิ 

มีก็เหมือนไม่มี เพราะสมัยนี้เทคโนโลยีมันทำได้ทุกอย่างจริงไหมละ?


3 นาที กลับการที่นั่งอยู่ รอแสงสว่างกลับมา
“อืม อร่อย~”  ผมหยิบแซนด์วิชทูน่า ของผมขึ้นมากิน
“หืม” ผมชะงัก ขมวดคิ้วสงสัย แหวนที่ปกติจะต้องห้อยอยู่ที่คอ 
ตอนนี้อยู่บนที่นิ้วนางข้างซ้ายของผมครับ
 “ช่างมันเถอะ ”   ถึงผมสงสัยไป มันก็ไม่ได้คำตอบหรอก


“เจ้าแหวนนายทำเหรอ"



“...” อยู่ๆผมก็พูดขึ้นมาครับ เผื่อมันตอบได้ ฮ่าๆ


ดวงจันทร์ถูกเคลื่อนลงไปทางทิศตะวันออกแสงจันทร์ที่ส่องสว่างอยู่ด้านข้างหน้าต่างหัวเตียง


ทันใดนั้นเกิดแสงสว่างสีเหลืองทอง เปล่งประกายเจิดจ้าบนรอบๆนิ้วนางข้างซ้าย 
ของตัวเด็กหนุ่มใบหน้าเรียวหวาน ที่กำลังหลับไหลอยู่ 



อาจจะเป็นปีที่มีสีสันหน่อยละนะ....
 
 
 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #2 Palm_7110 (@Palm_7110) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:56

    เนื้อเรื่องสนุกน่าติดตามแต่ยังมีคำแปร่งๆอยู่นะคะ

    เช่น

    บ้างที่เขาก็ไม่ใช่หุ่นยนต์
    ควรเปลี่ยนเป็น

    บางที่เขาก็ไม่ใช้หุ่นยนต์ จะดีกว่านะคะ
    #2
    1