Beautiful magic sky

ตอนที่ 10 : งานแข่งขัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

ตอนที่ 10 งานแข่งขัน


“ไร้ประโยชน์! ไร้ประโยชน์! ไร้ประโยชน์ทุกคน!” ภายในปราสาทนั้นสีดำทมิฬ เสียงดังกึกก้องคนในเสื้อคลุมที่ดำ ส่วมร้องเท้าบูทหนาสีน้ำเงินเข้มกระชากโซ่ที่พันธนาการรอบตัวของเขา ด้วยเสียงสะท้อนจากพื้น แสดงถึงความโกรธของเจ้าของได้เป็นอย่างดี

ดวงตาของเขามีสีแดงก่ำและหน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงพร้อมกับ สายโซ่ของเขาฟาดพื้นอย่างรุนแรง เมื่อแผนการที่วางไว้ไม่ได้ดังใจ


“เซบาส เอาพวกมันออกไปให้ไกล!” ผู้ที่เป็นเจ้าของดวงตาสีแดงก่ำเอ่ยด้วยความโกรธ จึงสั่งให้พ่อบ้านคนสนิทให้ตัวพวกคนไร้ประโยชน์ออกไป


“ครับนายท่าน ” เซบาสตอบรับพร้อมทั้งโค้งตัวให้นายเหนือหัวของเขา

ทั้งสามคนหลังจากรายงานความผิดพลาดของตัวเองเสร็จ ก็ลุกขึ้นโค้งคับนำด้วยตัวสั้นเทาและเหงื่อที่เต็มอยู่บนใบหน้า แล้วถ่อยหลังกาวออกจากห้องด้วยลักษณะที่หวาดหลัวเป็นอย่างมาก

ดวงตาสีแดงก่ำรอจนกระทั่งทุกคนออกไปและประตูก็ถูกปิดอีกครั้งก่อนจะเอนตัวบนเก้าอี้ ที่พันธนาการเขามาอย่างเนินนาน

เขามองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ที่มีสวนดอกไม้สวยงามขนาดกว้างขว้างซึ่งขัดกับปราสาทสีดำทมิฬ ตกอยู่ห้วงภวังค์ที่ไม่สามารถอ่านออกได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

‘ทำไมเจ้าพร้อมที่จะตายเพื่อมันแทนที่จะอยู่กับข้า’



คฤหาสน์โอลเซ่น ห้องนอน


เช้าตรู่ของวันถัดมา


เขารู้สึกแปลกๆนิดหน่อยกับกิจวัติประจำที่เปลี่ยนไปเพราะทุกเช้าเขาต้องตื่นเช้ามาทำอาหาร แต่วันนี้ดูเหมือนจะไม่ต้องและมือเรียวบางขยี้เปลือกตาเพื่อที่จะมองรอบๆห้อง เตียงสีขาวนอน4เสา ที่มีผ้าม่านสีขาวครีมผูกอยู่ปลายเตียงด้านหน้ามีนาฬิกาบอกเวลาตี 5 ติดอยู่บนผนังสีขาวมีลวดลายต้นไม้ต้นเล็กๆ ฝั่งซ้ายมือของซ้ายข้างเขามีมือเรียวโอบเอวเขาอยู่ จนถึงตอนนี้เวลาตื่นนอนแล้ว พบว่ามีคนนอนอยู่ข้างๆก็รู้สึกดีไปอีกแบบ ก่อนที่เขาจะมาย้อนมาโลกนี้เขาใช้ชีวิตอยู่คนเดียว ทำแต่งานและไม่มีเคยมีใครทำให้เขารู้สึกประทับใจได้เท่ากับเกรย์มาก่อน ถึงหน้าจะตายไปหน่อย เวลายิ้มก็จะยกยิ้มแค่มุมปาก แต่การกระทำของเขาก็อ่อนโยนมากๆเช่นกัน

อีกแล้วเขาไม่รู้ว่าเขามานอนตอนไหน ..ภาพตอนกลางคืนที่ผ่านมาก็ปรากฎเด่นชัดในความทรงจำว่า หลังจากที่เขาคุยกับป้ามาเซียน่าเสร็จ เขาเดินออกไปนอกชานระเบียงที่มีม้านั่งแบบเอน จัดไว้เพื่อมองดวงจันทร์ของเมืองคลากค์เขาคิดว่าเป็นมุมที่สวยอีกมุมหนึ่งในการนั่งมองดวงจันทร์ของเมืองนี้ พอพูดถึงดวงจันทร์แล้ว ดวงจันทร์ของที่นี้เป็นสีน้ำเงินอ่อนๆเปร่งประกายสวยงาม มองนานเข้าก็เผลองีบพักสายตา…

‘โอเค! ตอนนี้สรุปได้ว่า ต่อไปนี้ถ้าผมตื่นขึ้นมาบนเตียงสรุปได้ว่าเป็นเกรย์พาขึ้นมานอน’

มีคนดูแลนี้มันดีจังเลยน้า ฮุๆ จะว่าไปเขาก็ชินกับการที่ร่างสูงนอนกอดเขาซะแล้วสิ∿

พอได้ตื่นแล้วมันนอนต่อไม่ได้ เขาก็จ้องมองใบหน้าของเกรย์ตอนหลับ มอง ทีไรแล้วนึกเจ็บใจทุกครั้ง ก็นะเดี๋ยวผมจะอธิบายให้คุณฟังอีกรอบ...ใบหน้าเรียวหล่อเหลาของเขาซึ่งราวกับว่าทุกส่วนได้รับการแกะสลักอย่างประณีตด้วยมือฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า

          เป็นไงล่ะ บอกแล้วไงเกรย์เกิดมาฆ่าผู้ชายและผู้หญิงทุกคนบนโลกใบนี้ จะว่าไปทำไมเกรย์ถึงไม่มีแฟนล่ะ?  พอนึกถึงเรื่องนี้ก็นึกได้ว่าตอนที่แจสกำลังจะกอดคอเขาแล้วถูกเกรย์ดึงมาไว้ด้านข้าง

     ‘อ่อ! … เกรย์แอบชอบแจสเปอร์อยู่นี่เอง ’น่าสงสารเขานะครับ= =แอบชอบเพื่อนตัวเองเนี้ย แต่แจสเขาเป็นผู้ชายที่ร่าเริงและน่ารักจริงๆนั้นแหละ ถ้าไม่ติดที่ชอบพูดว่า เขาเตี้ยผมก็จะชอบเขาเยอะๆ  

ผมหันไปมองนาฬิกาอีกรอบ  ‘หืม..7:30 แล้วเหรอ’ เห็นดังนั้นแล้วจึงเอื้อมมือจะปลุกเกรย์

        “กะ ..เกรย์” พอผมกำลังจะเอื้อมมือแตะที่ใบหน้าของเกรย์ ผมถูกร่างสูงลากไปลงไปทับบนตัวเกรย์ = =

กรรมพี่แกละเมอหรอกเหรอ?

     “เกรย์”ผมพยามส่งเสียงเรียกพร้อมกับดันมือออกจากหน้าอกเพื่อปลุกเขา  ที่ตอนนี้รัดผมแน่นมากหายใจไม่ออก

ผมพยายามดิ้นและปลุกเข้าให้ตื่น “เกรย์ตื่นๆ  ผมหายใจไม่ออก”

เปลือกตาของร่างสูงลืมขึ้นแล้ว และเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบเซ็กซี่ว่า “หืม..ว่าไงตัวเล็ก”

สกายที่พยายามดิ้นออกจากตัวเกรย์ที่เห็นว่าตื่นแล้วและเอ่ยตอบเขาว่า “เกรย์ปล่อยก่อน..”เขามือเขารัดผมแรงมาก


“อย่าขยับ!” เกรย์เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

เกรย์ที่รู้สึกถึงสายของคนร่างบางที่ตื่นมาจ้องมองเขานานแล้ว พอร่างบางเอื้อมมือจะปลุกเขา เขาก็ดึงมือร่างบางเพื่อที่จะแกล้ง แต่กลับกลายเป็นว่าเขาทรมานตัวเองแทน เพราะสภาพร่างบางตอนนี้มีเสื้อเชิ้ตสีขาวบางแค่ชิ้นเดียวบนร่างกายเพราะเมื่อคืนเขาอุ้มมานอนแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้

ใบหน้าของร่างบางห่างจากหน้าเขาเพียงแค่2ฝ่ามือเท่านั้น ผมยาวสีฟ้าอ่อนสยายเต็มแผ่นอกเขา ริมฝีปากสีชมพูอ่อนเวลาคิดอะไรชอบจะกัดปาก ยิ่งไปกว่านั้นร่างบางพยายามดิ้นเพื่ออยากจะหลุดออกจากพันธการของเขา

ช่างไม่ดูสภาพตัวเองซะเลย เช้าๆแบบนี้อารมณ์มันห้ามไม่ได้หรอกนะเพราะสิ่งที่สงบอยู่ใต้สะดื้อเขาตื่นขึ้นมาแล้วยิ่งมีสิ่งเร้าอยู่ด้านหน้า จนเขาต้องเอ่ยย้ำด้วยเสียงแหบพร่าว่า “ถ้าขยับแรงมากๆอีกเราจะลุกจากเตียงไม่ได้นะครับ ”

สกายที่ขยับอยู่ก็ชะงักและเงยใบหน้านวลจ้องมองมาทางเขาด้วยสีหน้าสงสัยก่อนจะเอ่ยถามคนข้างใต้ “เอ๋?..ทำไมงะ”

บรรยายกาศภายในห้องนอนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้านนวลของร่างบางเริ่มแดงระเรื่อขึ้นเพราะพึ่งรู้สึกของสิ่งที่อยู่ข้างใต้

หึ หึ เหมือนจะรู้ตัวแล้วสินะใบหน้านวลขาวถึงได้แดงขึ้นมาแบบนั้น และเขาก็เอ่ยว่า “มาปลุกพี่แบบนี้ต้องรับผิดชอบนะรู้ไหม” เกรย์พูดพร้อมกับกระชับฝ่ามือกดหนักๆที่รอบเอวบาง

“รับผิดชอบอะไรเหรอครับ?” สกายเอียงคอพร้อมกับดวงตากลมโตจ้องมาที่เขาก่อนจะเอ่ยถามอย่างคนไม่ดูสถาณการณ์ของตัวเองตอนนี้

“ก็ที่เรานั่งทับอยู่นี่ไง...ต้องรับผิดชอบนะครับรู้ไหม” เกรย์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่ความจริงแล้วอุณหภูมิในร่างกายเขาเริ่มร้อนขึ้นอย่างมาก

“แล้วต้องทำยังไงเหรอครับ” สกายเอ่ยถามเกรย์อย่างไม่รู้ต้องรับผิดชอบยังไง

“ก็ขยับแรงๆเหมือนที่พยายามจะลุกออกจากตัวพี่เมื่อกี้...จนกว่าพี่จะบอกให้หยุด”เกรย์เอ่ยตอบเสียงต่ำ นัยน์ตาก็นึกสนุกขึ้นมาพร้อมกับมุมปากของเขาซ่อนรอยยิ้มบนใบหน้า

ผ่านไปหลายชั่วโมงใบหน้านวลที่ขึ้นสีแดงเข้มเอ่ยถามด้วยเสียงขาดห้วงและหอบ  “วะ วันนี้เราต้องออกไปไหนหรือเปล่าคะ ครับ”

“ตอนเที่ยงไปทานข้าวหลังจากนั้น...”เขาหยุดพูดพร้อมกับขยับฝ่ามือเพิ่มแรงกดที่ต้นขาขาวและเอ่ยต่อ “จะพาไปดูงานเทศกาลในเมือง”

เกรย์นอนมองร่างที่บางขยับบนตัวเขาอย่างทรมานและพยายามออกจากตัว
แต่ก็สู้แรงเขาไม่ไหว หึ หึ เป็นเช้าที่สดใสคุณว่าไหม?...ก็จนกว่าเที่ยงล่ะนะ   บอกแล้วอย่าส่งยิ้มให้ใคร…


3-4ชั่วโมงผ่านไปอย่างเชื่องช้าสำหรับเขาเป็นอย่างมาก   

ร่างบางที่กำลังเคี้ยวอาหารภายในปากพอนึกถึงคำว่ามื้อเที่ยงทำให้เขาปฎิญานกับตนเองว่า ‘จะไม่ปลุกเกรย์อีกต่อไป!’

มือเรียวบางกำลังใช้ส้อมจิ้มผัก จู่ๆก็มีฝูงปลามาบินข้างๆกระจกลักษณะคล้ายปลาการ์ตูนมาจ้องมาทางผม พอผมจ้องกลับก็บินหายไปในเมฆ ครับเมฆ! อ่านไม่ผิดหรอก

เกรย์เขาพาผมมาทานมื้อเที่ยงภัตตาคารกลางเวหา  ตอนนี้เราอยู่ในโดมกระจกที่มีพืชพันธ์ไม้ประดับสวยงามอยู่ทั่วบริเวณโดมแห่งนี้ ภายนอกโดมเป็นหมู่เมฆที่มีปลาเล็กๆแหวกว่ายอยู่ในนั้น ภายในร้านมีอยู่หลายโต๊ะ แต่ไม่รู้ทำไมมีแต่ผมกับเกรย์เพียงแค่สองคนเท่านั้น บรรยากาศในร้านก็เปิดเพลงเบาๆคลอไปด้วย เพลิดเพลินไปกับวิวทิศน์ที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลยครับ

อาหารของภัตตาคารกลางเวหาเป็นแบบผสมผสานระหว่าง2โลก เพราะผมไม่รู้ว่าเนื้อที่ใช้ทำสเต็กเป็นเนื้อชนิดไหน ผักสีเขียวหน้าตาประหลาดๆแต่พอชิมแล้วหวานกรุบกรอบอร่อยมากๆชื่อว่าอะไร รวมๆแล้วเป็นมื้อเที่ยงที่ผมจะไม่มีวันลืมตลอดชีวิต ^.^ งั่มๆ  ตั้งแต่ผมก้าวเขามาในโลกข้างบนผมก็ไม่มีอะไรให้ตกใจหรือปลาดใจอีกแล้วละ ถ้าเขาจะพาผมไปทานอาหารบนดวงจันทร์ด้วยจะดีมาก ฮ่าๆ^^



งานแข่งขันดนตรีปีนี้จัดที่เมืองคลากค์ โดยตัวแทนของแต่ละเมืองขึ้นมาประชันฝีมือในการบรรเลงเปียโน เนื่องจากเมืองคลากค์เป็นเมืองเศษฐกิจและการท่องเที่ยว บริเวณจัตุรัสที่มีบริเวณกว้างขว้างกลับแคบลงถนัดตา เงยขึ้นไปบนฟ้าตอนนี้มีเรือแล่นอยู่ ซึ่งเกรย์อธิบายว่าการเดินทางของคนที่นี นอกจะใช้ประตูเวทย์มนต์ในการเคลื่อนย้ายแล้ว นอกเหนือจากนี้พาหนะจะเป็นเรือ รถ ม้า และสัตว์เวท เกรย์อธิบายเพิ่มว่าเนื่องจากเราขึ้นมาบนเมืองคลากค์ช่วงเวลากลางคืนที่มีการจัดงานเทศกาล ทางสภาห้ามไม่ให้พาหะทุกชนิดทำการสัญจรไปมาเหนือน่านฟ้า


ตึ้ง...  ตึง ตึ้ง ตึง.. ตึ่ง... ตึ่ง ตึ๊ง ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตึง ~


ระหว่างเดินทางไปร้านซิลโลวี้เพื่อชมการแข่งขันเปียโนเวท ก็ได้ยินเสียงเพลงบรรเลงเปียโนตามลำโพงมีปีกที่บินรอบๆเสา ตั้งเรียงยาวสุดเขตถนนสายนี้ ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะกดนิ้วมือตามกลางอากาศ เพลงไหนที่ผมรู้จักก็บรรเลงตามจังหวะทวงทำนองไปด้วยได้ ถ้าเพลงไหนไม่รู้จักจะบรรเลงเป็นเงาเสียงตาม บรรยากาศทั่วบริเวณงานแต่งต่างจากตอนกลางคืนมาก ผู้คนครึกครืนกันไม่น้อยเลย เกรย์บอกเขาว่าร้านซิลโลวี้เป็นจุดชมงานเทศกาลที่ดีที่สุดในเมืองคลากค์


เกรย์ที่เดินข้างๆกับร่างบางมองดูเด็กน้อยนิ้วเรียวขาวบรรเลงเพลงกลางอากาศอย่างอารมณ์ดีก็เรียกรอยยิ้มจากมุมปากกับดวงตาของเขาไม่ยากเลย

สกายที่กำลังเพลินไปกับเสียงเพลงของเปียโนที่ลอยมาตามสายลมก็หยุดสะงักลง มองไปตามทิศทางเสียงเรียกจากผู้ชายท่าทางสูงอายุ ทรงผมหวีเรียบไปด้านหลัง สวมใส่สูธสีน้ำเงินเรียบ สวมแว่นตาท่าทางเคร่งขรึม


“เอ่อ ขอประทานโทษนะครับ?” ผู้ชายสูงวัยเอ่ยขึ้น และมองไปยังสกายพร้อมทั้งเอ่ยว่า   “คุณหนูที่มีเรือนผมสีฟ้าหน่ะครับ”

“ผมเหรอครับ” สกายเดินไปหลบหลังของเกรย์ และชะโงกใบหน้าออกมาพร้อมกับเอียงคอและมือเรียวบางชี้มาที่หน้าตนเองเพราะกลัวว่าตัวเองจะไปทำอะไรผิดเข้า

“ใช่ครับกระผมมีชื่อว่าโจบี้ คือว่าผมเห็นคุณหนูท่านนี้บรรเลงเพลงตามได้อย่างคล่องแคลว เลยอยากจะมาขอความช่วยเหลือหน่ะครับ”

“...” สกายที่ยังคงเงียบอยู่ ‘อ่อ มาขอความช่วยเหลือ เราไม่ได้ทำผิดอะไร..’

“ตอนนี้ตัวแทนนักแข่งเปียโนเวทของทางเมืองพัลซาร์ของทางเราโดนกลั้นแกล้งจึงไม่สามารถขึ้นประชันฝีมือได้  ไม่ทราบว่า เออพอจะช่วยได้ไหมครับ ทางเรามีสิ้นน้ำใจให้” โจบี้พูดด้วยความน้อมนอมเพราะเหมือนว่าเกรย์จะส่งสายตากดดันทางนั้นอยู่ไม่น้อย

สกายที่อยู่ด้านหลังของเกรย์ขยับออกมาข้างๆแล้วดึงเสื้อของร่างสูงเอ่ยถามเบาๆว่า “จะดีไหมครับ?”

“ดีสิ” เกรย์เอ่ยตอบร่างบาง

สกายพูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจพร้อมกับเอ่ยตอบว่า “ผมไม่ค่อยเก่งนะครับอาจจะทำให้พวกคุณขายหน้าได้”

“แค่ช่วยมาเล่นแทนนักแข่งของเราก็ยินดีมากแล้วครับ” โจบี้เอ่ยตอบขึ้นอย่างทันที

“งั้นก็ได้ครับ” สกายเอ่ยตอบลุงโจบี้ อีกอย่างเราก็ไม่ได้เล่นฟรีซะด้วยสิ ^^

“เชิญทางนี้ครับ” โจบี้พูดพร้อมกับผายมือเดินนำไปทางหลังเวทที






-----------------------------------------------

#ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามค่ะ  Good job (・ω・)b

#ส่วนใครไม่ชอบกดติดตามกดหัวใจให้ก็ได้นะค่ะ จุ๊บๆ XD



อย่าขยับ!!!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

14 ความคิดเห็น