Beautiful magic sky

ตอนที่ 12 : หนังสืออักขระเวทย์โบราณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

ตอนที่ 12 หนังสืออักขระเวทย์โบราณ



สกายที่ตื่นเช้ามาปรือตาสลืมสลือที่ไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน ก้มมองดูชุดตัวเองก็ขมวดคิ้ว ลืมไปผมนอนแล้วพวกสัมภาระผมอยู่ในบัตร ตอนที่จะใช้ก็แค่เรียกออกมาเฉพาะของที่ใช้ ไม่ได้นำออกมาวางไว้ เสื้อเชิ้ตนี้ก็คงเป็นของเกรย์มาแต่งตัวให้ใจดีจริงๆ แต่เดินไปห้องน้ำแบบนี้มันโล่งแปลกๆแฮ๊ะ  เมื่อวานผมไม่ได้ลงไปทานข้าวกับครอบครัวของเกรย์วันนี้น่าจะได้ร่วมรับประทานด้วย


ผมอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย กำลังจะออกมาเรียกเกรย์ให้ลุกมาอาบต่อ  แต่ต้องไม่ใช้มือเขย่าเรียกหรอกนะ ยืนเรียกห่างๆเนี้ยแหละ “เกรย์ ตื่น อาบน้ำแล้วลงไปทานข้าวเช้ากัน”


แหน๊ะยังไม่ลุกอีก “เกรย์ลุก ” เรียกรอบ

“กะ...  ” ผมกำลังจะเรียกรอบที่สามกลับกลายเป็นว่าเกรย์ใช้พลังลอยผมขึ้นมานั่งทับตัวเขาพร้อมกับเอ่ยว่า

“เงียบๆ” เกรย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งก่อนจะหลับต่อ ผมลืมไปได้ยังไงเกรย์เขาก็ใช้พลังได้ (╯‵ □ ′) ╯︵┻━┻

โอเค! นอนก็นอนผมลงไปข้างล่างคนเดียวก็ได้ ในขณะที่ผมกำลังจะลุกมือเรียวของคนที่นอนหลับอยู่รัดเอวผมไว้ทั้งๆที่หลับตาอยู่

“อ่ะ” ร้องอย่างตกใจ

“เกรย์ปล่อย”ผมเอ่ยเบาๆเพราะเกรงว่าร่างสูงจะหงุดหงิด ปกติแล้วทุกเช้าผมจะปลุกเขาที่ไหนกันเพิ่งมีเมื่อวานกับวันนี้เนี้ยแหละที่ปลุกร่างสูงนี้ ปกติผมตื่นมาก็ อาบน้ำแล้วมาทำอาหาร รอเกรย์ออกมาจากห้องนอนอย่างเดียว

แต่ตอนนี้ไม่ใช่ไง ผมทำอะไรต่อไม่ถูก กลัวขยับมากก็จะเป็นเหมือนเมื่อวานกว่าจะได้ลุกก็เที่ยง

คิดแล้วยังผว่าไม่หาย ตอนนี้ผมเลยต้องนั่งนิ่งๆบนตัวเขา พยายามจ้องเกรย์ให้ตื่น


15นาทีผ่านไป ร่างสูงก็ลืมตาขึ้น

“หืม มานั่งบนตัวพี่ทำไมเหรอครับ หรืออยากทำแบบเมื่อวานอีก”  เกรย์ยกยิ้มมุมปากขึ้นแล้วเอ่ยถาม

“ไม่ใช่นะเรียกเกรย์แล้ว เกรย์ไม่ยอมตื่น กะ ก็เกรย์นั้นแหละที่ลากผมขึ้นมา” ผมเถียงขึ่นทันที โหพูดมาได้ ก็เกรย์เนี้ยแหละไม่ยอมปล่อย จะขยับก็ไม่ได้ (╯‵ □ ′) ╯︵┻━┻


          “ขยับออกจากตัวพี่สิครับ เดี๋ยวมันตื่นนะ^^” เกรย์เอ่ยบอกพร้อมกับกดเอวของร่างบางลงนิดหน่อย


สกายพอได้จังหวะก็รีบวิ่งหนีไปที่ประตูห้องทันทีพลางเอ่ยไล่หลังมาว่า “ผมรอที่ห้องนั่งเล่นข้างล่างนะ”


หลังจากเกรย์มองเด็กน้อยที่วิ่งออกไปแล้ว พูดตามหลังไปอย่างแผ่วเบาว่า “แย่จังเด็กนิสัยไม่ดี  รู้ทัน... ”



ในห้องนั่งเล่นคฤหาสน์โอลเซ่น


“สวัสดีจ๊ะหนูเกรย์วันนี้ตื่นเช้าเชี่ยวน้า ∼ ”                     

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณป้ามาเซีย ”  เขาเอ่ยตอบคุณป้าที่ส่งยิ้มอย่างใจดี พลางคิดว่า ‘จะบอกได้ยังไงว่าเมื่อวานตอนเช้าที่ไม่ได้ลงมาน่ะเพราะอะไร’


“เกรย์ล่ะจ๊ะ”   หญิงสาวสูงวัยใบหน้าสวยเอ่ยถามอย่างสงสัย

ผมฉีกยิ้มให้ป้ามาเซียแล้วตอบว่า“พี่เขาอาบน้ำอยู่หน่ะครับ สักครู่คงลงมา”


“จ๊ะงั้นเดี๋ยวป้าออกไปหาคุณลุงที่ทำงานไม่ยอมกลับบ้านก่อนนะจ๊ะ ” ว่าเสร็จแล้วคุณป้าท่านก็เดินหายไปเลย เรียกว่าหายตัวไปจะง่ายกว่าครับ  ผมว่ารอยยิ้มของคุณป้าตอนเอ่ยถึงคุณลุง แปลกๆน่ะ?


“น้ำชายามเช้าค่ะคุณสกาย” เสียงของแม่บ้านที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ เรียกขึ้นพร้อมกับวางชาบนโต๊ะก่อนจะหายไป =0= ? คือเข้าใจนะว่าโลกเวทมนต์ แต่ผมไม่ชินกับการหายตัวไปหายตัวมาไง =0=


“ขอบคุณครับ” ผมพึมพำอย่างแผ่วเบาเพราะ แม่บ้านเขาหายไปแล้ว

“ตัวเล็ก” เกรย์เดินมาพร้อมกับเอื้อมมือจับศีรษะผมเบาๆ

“ครับ?”  ผมเงยหน้าตอบเกรย์ อย่างสงสัย

“ทานข้าว” เกรย์เอ่ยตอบพร้อมกับเดินน้ำไปทางห้องอาหาร

โต๊ะอาหารยาวมากจริงๆครับ โคมไฟแชนเดอเรียคริสตัลด้านบนหรูมาก อาหารของคฤหาสน์หลังนี้ไม่ได้เป็นแบบผสมผสาน น่าจะเป็นต้นตำหรับของที่นี้เลย  


ผมกำลังทานอาหารเสร็จเกรย์เรียกผม “สกายนำมิลการ์ดออกมา”

“มิลการ์ด? ” คิดสักครู่ก็นำบัตรที่ผมได้รับจากเกรย์ออกมา


ฟึ่บ!


เกรย์เดินมาแตะบัตรแล้วพูดว่า ‘แทร็ก’  เขาบอกให้ผมเก็บบัตรแล้วอธิบายว่าเอาไว้ใช้ติดต่อกัน


ผมพยักหน้าแล้วพูดว่า “เข้าใจแล้วครับ”  ผมก็นึกว่าจะได้เงินเพิ่มอุตส่าดีใจ


 

จัตุรัสคลากค์


ตอนนี้ผมโดนเกรย์เทอยู่กลางเมืองคลากค์ที่มีเสียงเพลงคลอเบาๆไปตามถนนทางเดินเป็นเมืองที่ครึกครืนดีๆจริงๆ ไม่รู้ว่าเมืองอื่นจะเป็นแบบนี้ไหมนะ? เกรย์เขาบอกผมว่ามีธุระ ซึ่งให้ผมมาเดินเที่ยวเองพร้อมกับบอกให้หาอะไรทานไว้ก่อนเลย

สำหรับผมแล้วก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะผมชอบดูผู้คนใช้ชีวิตประจำวันอยู่แล้วแต่ติดอย่างเดียวไม่ชอบสถานที่ที่มีคนแอ่อัดจนเกินไป ซึ่งเวลานี้ก็ถือว่าดี

เมื่อวานมีการแข่งขันประชันบรรเลงเปียโนเวท วันนี้จะเป็นอะไรน่ะ ผมเดินไปทางร้านของทานเล่นแล้วถามคุณป้าว่า วันนี้เขาจัดงานอะไรเหรอครับ

“อ่อ..นักท่องเที่ยวสินะ วันนี้จัดงานแข่งขันประกวดแกะสลักผลึกดวงดาวน่ะจ๊ะ รู้สึกเหมือนว่าปีที่แล้วเมืองไวท์ดราฟได้รางวัลชนะเลิศนะ”

“ขอบคุณครับ” ผมพูดพลางรับลูกชิ้นมาถือไว้


เดินไปพลางทานลูกชิ้นไปพร้อมกับมองดู สองฝั่งถนนริมทางช่วงเทศกาลแบบนี้ไม่ว่าจะที่ไหนคนก็ครึกครืนจังเลยน้า  ‘โอ๊ะ’ จู่ๆก็มีใบปลิ้วลอยมาตรงหน้าผมไล่สายตาอ่าน ผมว่าผมชอบบรรทัดสุดท้ายนะ ^ 0 ^ สงสัยตรงที่ติดต่อสอบถามเป็นสัญลักษณ์ ✡ ?


✡มหาลัยเวทย์  Milky Way Galaxy✡

  เปิดรับสมัคร ตั้งแต่ 15 -20กุมภาพันธ์ 2020

⌚ ตั้งแต่เวลา 09:30- 12:00 น.

รายงานตัวที่ เมืองไวท์ดราฟ ณ หอนาฬิกา กาลาซิอัส


คุณสมบัติ

1.อายุต้งแต่ 12-15 ปี ขึ้นไป

2.ไม่มีประวัติอาชญากรรม



*** ฟรีไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ

                                                   ✆ ติดต่อสอบถาม : ✡

ระหว่างที่พับเก็บกระดาษไว้ในมิลการ์ดก็นึกถึงเรื่องที่คุยกันบนโต๊ะอาหารวันนั้น เกรย์จบจากที่นี่เหมือนกัน ประชากรมิลกี้เขาคงใช้พลังได้แบบเรา แต่ต้องเรียนการควบคุมรวมไปถึงวิธีการใช้ คงมีการสอนคล้ายๆโลกข้างล่างแยกเป็นศาสตร์ๆไป สินะ  สำหรับผมแล้วการเรียนคงไม่จำเป็นเพราะผมมีงานทำแล้วและเลี้ยงตัวเองได้ ถ้าหากไปเรียนผมจะเอาเงินที่ไหนเลี้ยงดูตัวเองละจริงไหม? จะว่าไปเกรย์เขาเป็นเจ้านายที่ใจดีละนะที่รับเด็กแบบผมเข้ามาทำงาน


ลองนึกดูแล้วในใบประกาศรับสมัครที่อ่านเมื่อกี้ เมื่อมีการสอนก็ต้องมีสื่อการสอน ผมรู้แล้วว่าผมจะไปสิงสถิตที่ไหนเวลานี้


“พี่สาวครับรู้ทางไปร้านหนังสือหรือเปล่าฮะ”

“เดินตรงไปจากถนนนี้แล้วเลี้ยวซ้าย และเดินตรงไปอีก 30 เมตรฝั่งซ้ายมือจะมีร้านหนังสือว่าอินดิโก้จ๊ะ”

“ขอบคุณครับ”


ร้านหนังสือ อินดิโก้ ป้ายหน้าร้านเป็นสีน้ำเงินตัวอักษรสีทองถูกเขียนขึ้นอย่างสวยงาม

เปิดเข้าไปในร้านมีชั้นหนังสือที่ถูกอัดแน่นไปด้วยหนังสือหลายร้อยเล่มแน่นอนกะจากสายตาในร้านไม่มีใครเลย แน่ละช่วงงานเทศกาลนี่ใครเขาจะมาร้านหนังสือกัน ผมไล่เดินอ่านหนังสือแต่ละเล่มที่น่าแปลกใจมันเป็นภาษาเขียนที่ผมไม่เคยเห็นแต่อ่านออก ผมอยากรู้นะว่าทำไมแต่ผมก็ไม่รู้จะถามใครคงมีสักวันที่ผมต้องรู้ ใช่! สักวัน


ประวัติศาสตร์  

การเมืองการปกครอง

สัตว์เวท

อักขระเวทยโบราณ

อาวุธเวท

ภาษาศาสตร์โบราณ

ท่องเที่ยวทั่วโลก  

สกายเดินไล่ดูชั้นหนังสือไปเรื่อยๆผมเลือกสองเล่ม ท่องเที่ยวทั่วโลกและอักขระเวทผมเลือกอ่านอักขระเวทย์ก่อน เปิดมาหน้าแรกก็ทำผมช็อคตาค้างเลยครับ รูปการวาดวงเวทและบทท่อง ‘เอาแล้วไง’

ผมสามารถใช้พลังได้โดยแค่คิด ไม่ต้องท่อง ไม่ต้องวาด แต่ไหนเกรย์บอกว่ามันไม่แปลกไง?

  ผมยืนอ่านไปเรื่อยๆภาพวาดวงเวทสวยดีครับในหนังสือบอกว่าการวาดและการท่องต้องทำขึ้นพร้อมกัน มิฉะนั้นคาถาจะไร้ผล โอเคนั้นถือว่าเป็นเรื่องดีที่ผมใช้โดยไม่ต้องท่องและเรื่องดีอีกเรื่องไม่ต้องเสียเวลาเรียน

เพราะฉะนั้นอย่าไปคิดมากเนอะ  = =! เกรย์บอกว่าไม่แปลกนิ


“สกายอยู่ไหน”ผมได้ยินเสียงเกรย์เรียกผ่านกระแสจิตจากเกรย์ จึงดึงจิตสำนึกกลับมาปัจจุบันเพราะเวลาที่ผมอ่านหนังสือผมมักจะลืมเวลา

“ครับ” สกายเอ่ยตอบเกรย์ทันที

“อยู่ไหน” เสียงของเกรย์เหมือนจะมีเรื่องหงุดหงิดใจ

“อยู่ร้านหนังสือชื่อ อินดิโก้” สกายบอกที่อยู่ของเขาให้เกรย์รับรู้

“อีก 5นาทีถึงร้าน”

“ครับ” สกายเอ่ยตอบเกรย์ที่กำลังจะเดินทางมารับเขาที่ร้านหนังสือ

หลังจากเกรย์วางสายไปผมจึงหยิบหนังสืออีกเล่มติดไปด้วยเพื่อจะชำระเงิน

“สองเล่มนี้เท่าไรครับ”

“เอ่อทางร้านเราไม่มีหนังสืออักขระเวทโบราณนะค่ะ จะคิดเฉพาะท่องเที่ยวทั่วโลกเท่านั้น”

“เอ่อ.. จะดีเหรอครับคิดเงินเพิ่มก็ได้นะครับ” ผมพูดอย่างเกรงใจถึงแม้ในใจจะยินดีก็เถอะ ของฟรีเชียวนะใครจะไม่อยากได้

“เพื่อความสบายใจของลูกค้าคิดอักขระเวท 50Gก็พอรวมทั้งหมดสองเล่ม 550G ค่ะ^^ ”

นี่ครับผมยื่นมิลการ์ดให้พนักงานขายหนังสือไป

“ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ ^ ^”

ได้รับหนังสือเสร็จแล้วก็นำไปเก็บไว้ในมิลการ์ดแล้วออกมายืนหน้าร้านเพื่อรอเกรย์มารับ

“ขึ้นมา” เกรย์เอ่ยบอกสกายที่ยังคงน้ำเสียงเรียบนิ่งตั้งแต่ตอนติดต่อมาครั้งแรก

“ครับ” สกายพยักหน้าพร้อมกับก้าวขึ้นรถ

เกิดความเงียบชั่วขณะเพราะตอนนี้ท่าทางของเกรย์เหมือนจะอารมณ์ไม่ดีครับ ผมทำงานกับเกรย์มาสักพักผมรู้ดีเพราะฉะนั้นเงียบๆไว้ครับเดี๋ยวโดนลูกหลงเอาได้


เดินทางสักพักรถม้าหยุดลง เกรย์เดินนำลงไปก่อนที่ผมจะเดินตามป้ายหน้าร้านเขียนว่า ร้าน  คูคลอส  พอเดินเข้าไปเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ พื้นปูด้วยพรมสีแดงสดด้านหน้ามีพนักงานหญิงยืนอยู่ที่เคาน์เตอร์2คน ด้านซ้ายทางขึ้นบันไดขึ้นชั้นสองมีผู้ชายตัวใหญ่ทำหน้าดุๆยืนคุมอยู่ เกรย์พาผมมาที่นี่ทำไมทานอาหารกลางวันเหรอนี่ก็เลยเวลามาแล้วนะ?

เกรย์พาผมเดินขึ้นทางผู้ชายหน้าเข้ม พร้อมกับยืนบัตรสองใบส่งให้ผู้คุมทางเข้า เกรย์พาผมมาห้องๆหนึ่งที่โซฟายาวสีดำ บนโต๊ะมีกาน้ำชา กับขนมคุ๊กกี้วางอยู่ ด้านหน้าเป็นกระจกที่มองไปยังด้านล่างที่เป็นเวทีมีผู้คนเริ่มทยอยกันเข้ามานั่ง

เอ๋? พามาดูโชว์การแสดงเหรอจนถึงตอนนี้ผมก็ไม่กล้าถามครับเพราะดูเหมือนอารมณ์ของเกรย์ยังไม่ดี


เกรย์ยกผมขึ้นไปนั่งบนตัก เกรย์ทำกับผมแบบนี้ผมถือเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

จนกระทั้งเวทีด้านล่างมีเสียงผู้หญิงกล่าวเปิดงาน ใส่ชุดเกาะอกสีแดงหน้าอกหน้าใจใหญ่มาก รูปร่างสูงโปร่งขาเรียวขาวใบหน้าถือว่าน่ารักพร้อมกับฉีกยิ้มพูด


“ยินดีต้อนรับเข้าสู่งานประมูลสินค้าเวทมนต์ค่า”


“...” อ้าวไม่ใช่งานแสดงหรอกเหรอ=0=


‘สินค้างานประมูลในวันนี้ตามรายชื่อสิ่งของประมูลนั้นทุกท่านคงจะทราบดีอยู่แล้วเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มประมูลในรายการแรกเลยค่ะ’

ชิ้นแรก   ต่างหูกีอัสผู้ที่สวมใส่จะสามารถร่ายเวทน้ำได้อย่างรวดเร็วค่ะ เริ่มที่ 3แสโกลด์ค่ะ อื้อหื้อชิ้นแรกก็แทบจะเรียกได้ว่าเงินเดือนผมหลายเดือนเลยทีเดียวดูราคาเริ่มต้นนั้นสิ ก็ไม่แปลกที่การแต่งกายของคนที่จะเข้ามาที่นี่จะดูหรูหราเป็นพิเศษ  ราคาของชิ้นแรกจบที่ 6แสน 5 G= =

ชิ้นที่2 ไม้เท้าเวททำจากต้นดวงดาวอายุสามพันปี ราคาเริ่มประมูลอยู่ที่  5ล้านG จบลงที่ 30ล้าน G โห...ใช้แล้วจะวาดวงเวทไวเหรอไง อันนี้อยากรู้จริงจังเพราะเขาใช้พลังแบบไม่ต้องร่ายที่สำคัญไม่ต้องใช้ไม้เท้า ไม้คฑาก็ไม่ต้องใช้ จริงๆเขาใช้พลังแบบไม่ต้องมีอุปกรณ์ก็ดีเหมือนกันนะเนี้ย แพงจะตายใครจะไปใช้กัน= =


เกรย์ที่นั่งอยู่ด้านหลังจ้องสกายที่กำลังสนใจคนบนเวที ทำให้เขาที่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว ก็เพิ่มขึ้นไปอีก

“สกาย”

“ครับ” สกายตอบรับเกรย์อย่างงุนงง

“ป้อนคุกกี้ให้พี่หน่อย มือพี่ไม่ว่าง”

“...!?”สกายเอียงคอไปมองคนที่มือไม่ว่างเพราะมืออยู่บนเอวเขา= =แต่พอ เงยมองใบหน้าของคนร่างสูงที่ยังอารมณ์ไม่ดี ต้องรีบเอื้อมมือไปหยิบคุ๊กกี้มาโดยเร็ว

หันมาป้อนให้กับร่างสูงที่ไม่ยอมอ้าปาก

“เกรย์อ้าปาก” สกายพูดพร้อมกับนำคุ๊กกี้จอปากร่างสูง ก่อนจะเบิกตาค้างกับคำพูดของร่างสูง

“ป้อนด้วยปาก”เกรย์เอ่ยเสียงเรียบนิ่งที่มากกว่าเดิม

“...”  นานิ๊!?ปากเหรอ จ้องมองดวงตาของเกรย์ว่าจริงจังไหม ในแววตาก็ไม่มีทีท่าว่าจะล้อเล่นแต่อย่างใด

เกรย์ใช้สายตาหรี่ลงอย่างพึงพอใจที่สกายหยิบคุ๊กกี้คาบไว้ตรงริมฝีปากและหันหลังพยายามจะป้อนเขา ทันใดนั้นจับสกายให้นั่งหันหน้ามาทางเขาเพื่อที่ร่างบางจะป้อนได้สะดวกและที่สำคัญสายตาจะได้ไม่ต้องมองเวที


สกายได้แต่บ่นอยู่ในใจมีเจ้านายเอาแต่ใจ ก็นึกถึงเลขาเรียวขึ้นมาทันทีเพราะเรียวทำงานกับเกรย์มานานน่าจะเจอความเอาแต่ใจของเกรย์มาเยอะ ผมนั่งป้อนไปด้วยส่วนหูก็ฟังด้านล่างไปด้วย อดเห็นของที่ประมูลเลย


ชิ้นที่ 50 นาฬิกาเวทมีความสามารถในการจับการเคลื่อนไวของสัตว์เวทในระยะ 100เมตรและยังสามารถระบุชื่อ พันธุ์และความสามรถ จุดอ่อน ของสัตว์เวทชนิดนั้น ถ้าหากว่าคุณโดนพิษของสัตว์เวท นาฬิกาเวทนี้สามารถระบุวิธีการถอนพิษเหมาะสำหรับอาชีพนักล่าสัตว์เวทหรือผู้ที่ต้องเดินทางเข้าป่าเวท มากเลยนะค่ะ∼


นาฬิกาเวทย์ มีทั้งหมด 3เรือน ราคาเริ่มต้นประมูลอยู่ที่  3 ล้านG ค่ะ สกายที่นั่งฟังไปด้วยป้อนขนมให้เกรย์ไปด้วย พลางคิดในใจว่านาฬิกานี้สะดวกดีแฮะติดอย่างเดียวแพงไปหน่อยแต่เราก็ไม่ได้จะเข้าป่าอยู่แล้วนี่ พอหันไปยังจานที่มีคุ๊กกี้อยู่เต็มจานวางอยู่ข้างๆ เอียงคอมองอย่าง งงเหมือนกี้เหลืออยู่6ชิ้นตอนนี้มาจากไหนไม่รู้เต็มจานครับ สงสัยไปก็เท่านั้นเพราะคนที่นี่ใช้เวทมนต์ได้ อีกอย่างถ้าเกรย์ไม่บอกว่าอิ่มแล้ว เขาก็ไม่สามารถหยุดป้อนได้ = =  แต่ท่านั่งนี่คุ้นๆเนอะว่าไหม?


ชิ้นที่ 55 แกรนด์เปียโนเวท ผลงานชิ้นเองของตระกูลซินเทียร์ที่ในรอบ100ปีจะนำออกมาประมูล  พอได้ยินว่าเปียโนเวทผมถึงกับหันหลังไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เป็นเปียโนที่สวยมาครับตัวเปียโนเหมือนจะทำจากแก้ว สลักลวดลายเถาว์วัลย์และดอกไม้เล็กๆ   ผมหันไปได้แปบเดียวเกรย์เอื้อมมือจับคอผมหันกลับมาและกดคอเขาเข้าไปใกล้ใบหน้าเขาและเกรย์เอื้อมมือไปหยิบชาดื่มแล้วประกบริมฝีปากผม อืมชาหวาน~ ผมจำได้แล้วเมื่อวานเขาก็จูบผมตอนที่ลงจากรถม้า เกรย์บอกอะไรเขาสักอย่างเนี้ยแหละจำไม่ได้ = =

ผมพยายามดันหน้าอกของเกรย์ออกและพยายามจะขยับตัวออกจากตักเกรย์เพราะผมหายใจไม่ออก ผมแค่หันไปดูเปียโนเองเขาจะฆ่าผมเหรอ


ฮะ แฮก แฮก


“กะ เกรย์พอแล้ว” เกรย์มองดูสกายที่นัยน์ตาฉ่ำไปด้วยน้ำตาและพูดด้วยเสียงเหนื่อยหอบ


สกายรู้นี่คือจูบไงผมอ่านมาจากในชิปดิจิตอลของหอสมุด คนต่างประเทศเขาทักทายกันด้วยการจูบแก้ม จูบปาก จูบมือบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ผมไม่รู้ว่าเกรย์จะทำให้ผมหายใจไม่ออกด้วยทำไม? ไว้ผมจะหาหนังสือเกี่ยวกับการจูบของโลกนี้เพิ่มเติม


จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ


ลิ้นพันกันจนเกิดเสียง นานเท่าไรไม่รู้ผมเริ่มที่จะหายใจคล้องบ้างแล้ว บางครั้งผมจูบกลับบ้างส่วนมือเกรย์ก็กดตรงสะโพกผมแน่น ผมคิดว่าจูบแบบนี้ก็สนุกดีเหมือนกัน ผมไม่เคยทำแบบนี้กับใครเลยไม่รู้ว่าสนุกแบบนี้ พ่อบุญธรรมก็ไม่ได้สอน สงสัยเกรย์คงไม่มีอะไรทำละมั้ง?

‘รายการสุดท้ายต่างหูอัลคาร์ค่ะ’ หูผมได้ยินแว่วๆว่ารายการสุดท้ายนี่จูบกันมาถึงรายการสุดท้ายแล้วเหรอ = =  


“อะ โอ้ย” ỌДỌกรย์กัดปากผม


เขาจับผมลุกยืนขึ้นพร้อมกับจูงมือออกไปด้านนอกผมก็เดินตามเกรย์ออกไปข้างนอกแบบงง อยากถามเหมือนกันว่ามาดูงานประมูลทำไมของก็ไม่ซื้อสักชิ้น เอะ...หรือเกรย์ไม่มีเงิน? ก่อนจะถามต้องสังเกตุใบหน้า ‘เจ้านายตอนนี้ท่านอารมณ์ดีแล้วหรือไม่?’

“เกรย์เงินไม่พอเหรอครับ?”

“...”

“คือผมไม่เห็นเกรย์ไม่ซื้ออะไร เลยอยากรู้..”

“นายยังอยากหายใจอยู่ไหม”

“...”ภาพในห้องย้อนกลับมา โอเคแปลว่าตอนนี้เกรย์ยังอารมณ์ไม่ดี = =


เดินออกมาหน้าประตูทางเข้าเจอกิมม์ แจสและชาร์มที่ยืนอยู่ผมจึงทักพวกเขาก่อน


“สวัสดีทุกคน∽”  ผมพูดทักทายทั้งสามอย่างอารมณ์ดี

“ดีเตี้ย/สวัสดีครับ/สวัสดี” ทั้งสามพูดพร้อมกัน

“เป็นไงงานประมูลสนุกไหม” แจสเอ่ยถามขึ้นอย่างร่าเริง

ผมฉีกยิ้มให้แจสแล้วตอบ “สนุกครับคนที่นี่เขารวยกันมากๆเลย”ผมตอบแจสอย่างที่คิด

“คนข้างๆนายเขาก็รวยนะ” แจสบอกผมอย่างยิ้มๆ

“...”แต่ผมไม่เห็นเขาซื้ออะไรเลย  = =

“นายเคยได้ยินไหมพูดน้อยๆ อายุจะยืน” เกรย์เอ่ยบอกแจสเสียงเรียบ


“พวกเราจะไปทำธุระที่เมืองไวท์ดราฟ เกรย์ไม่ได้บอกเหรอ”ชาร์มหันมาบอกผมถึงสาเหตุที่มายืนหน้าร้านประมูล

“ไม่ได้บอกครับ”ผมสายหน้าตอบอย่างไม่รู้

“ไปกันเถอะรถพร้อมแล้ว” กิมม์ที่เงียบอยู่นานพูดพร้อมกับเดินนำพวกเราไปที่รถเวท


‘เอะ! ไปรถเหรอไหนบอกที่นี่เขาใช้ประตูเวทไง’ เหมือนเกรย์รู้ความคิดผม

“ตอนนี้ใช้ประตูเวทย์ไม่ได้เพราะต้องเปลี่ยนหินเวท” เกรย์ตอบผม ก็อีกนั้นแหละเขาอธิบายมาผมก็เข้าใจบ้าง จะไม่เข้าใจตรงหินเวทคืออะไร


แต่ผมว่าผมอยากอายุยืน...จึงไม่เอ่ยถาม



-----------------------------------------------

ขยันตอดเล็กตอดน้อยทุกวันเดี๋ยวน้องก็รู้เองแหละนะเกรย์ :D

คำใดที่พิมพ์พลาดไปขอภัยอย่างสูงค่ะ

#ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามค่ะ  Good job (・ω・)b

#ส่วนใครไม่ชอบกดติดตามกดหัวใจให้ก็ได้นะค่ะ จุ๊บๆ XD






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #4 coco13 (@coco13) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:54

    อิพี่มันร้าย...หนีไปลูกหนูโดนล่อลวง
    #4
    1