Beautiful magic sky

ตอนที่ 13 : คน ไม้ สมุนไพร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 82
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

ตอนที่ 13

สาบานนี่เรียกว่ารถ!! ไล่สายตามองไปรอบๆเหมือนบ้านเคลื่อนที่ได้จะเหมาะสมกว่า ตรงกลางเป็นห้องนั่งเล่น ด้านหลังมีประตูสีดำสองห้องน่าจะนอนสองห้องและเยื่องไปทางด้านขวามีบาร์ครัวเล็กๆ  

            “ผมว่าถ้าผมเอารถเวทไปขายน่าจะรวย$.$”  สกายพึมพำเบาๆและคนหูดีอย่างแจสก็เอ่ยแซว

            “นายเก็บเงินซื้อให้ได้ก่อน ที่คิดจะนำไปขายนะสกาย” แจสตอบผมยิ้มๆ

            “พอจะบอกราคาคราวๆได้ไหมครับ?” ผมหันไปถามแจส แต่เป็นชาร์มที่ตอบแทน

“ไม่แพงหรอก300ล้าน”

            “...!!” อุต๊ะ=0=

แจสเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามผมแล้วถามว่าเมื่อวานนายขึ้นไปเล่นเปียโนเวทดังใหญ่แล้วนะนายเนี้ย

            “รู้ด้วยเหรอครับ”

            “รู้สิขึ้น ทีวี และหนังสือพิมพ์มิลเดลี่ มีรูปนายเล่นเปียโนเวทอยู่บนเวทีทุกช่องทุกฉบับ”

            “สื่อเขาก็ลงผู้เข้าแข่งขันกันทุกคนหรือเปล่าครับไม่ใช่แค่เฉพาะผมหรอก”

            “ไม่...แค่นายคนเดียว” แจสตอบพร้อมกับส่ายหน้าเบาๆ

            “พอจะบอกได้ไหมครับว่าทำไม=o=?”

            “เพราะนายเป็นผู้ชนะการแข่งประชันไง เอ้านี่ก็นึกว่ารู้แล้ว”

สกายที่ฟังคำบอกเล่าจากแจสแต่ยังไม่แน่ใจ หันไปสบตากับเกรย์แล้วถามร่างสูงที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ

“เกรย์แล้วคุณลุงโจบี้บอกว่า จะให้สินน้ำใจด้วย0.0”

เกรย์ยกยิ้มมุมปากแล้วบอก “ทางนั้นส่งบัตรเชิญบอกถ้ากลับเมืองC ขึ้นไปรับที่เมืองพัลซาร์”

“ครับ?” ไม่ใช่ว่าลุงโจบี้บอกว่าจะส่งมาให้หรอกเหรอผมรอเกรย์พูดต่อ แต่เขาอธิบายให้ผมแค่นี้จริงๆ

“แต่นายเล่นเปียโนเวทได้เพราะจริงๆนั้นแหละ” แจสพูดพร้อมกับส่งยิ้มกว้างๆมาให้

“ขอบคุณครับที่ชม ^0^”

        

ช่วงค่ำ

ผมนั่งอ่านหนังสือท่องเที่ยวทั่วโลกในห้องนั่งเล่นทั้ง4คนเดินออกไปนั่งคุยกันที่ ห้องคอลโซลหนังสือท่องเที่ยวทำให้ผมรู้จักโลกเวทย์มนต์ขึ้นเยอะเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง อาหาร วัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ อ่านแล้วอยากจะไปสัมผัสสักครั้งถ้ามีโอกาส

ในขณะเดียวกัน

            กิมม์เอ่ยถามชาร์มเสียงเรียบ “ขอความจริง”

ชาร์มรู้ว่ากิมม์หมายถึงเรื่องอะไรจึงเอ่ยตอบ “จริงๆมันมีสาเหตุที่ต้องเดินทางโดยรถเวทอยู่”

           "ท่านปู่บอกว่าถ้าหากเราเดินทางโดยรถเวทอาจจะพบสามสิ่ง "

“คราวนี้ 3 เลยเหรอ! ” แจสถามด้วยความตกใจ

“อืม” ชาร์มพยักหน้าตอบ

“อะไรบ้าง” เกรย์เลิกคิ้วถามชาร์มเพราะคราวนี้ลางสังหรณ์เขาบอกว่าไม่ง่ายเลย

“คน ไม้ สมุนไพร”  ชาร์มเอ่ยบอกสั้นๆ

“ไม้กับสมุนไพรมีรายละเอียดเพิ่มเติมไหม?” แจสขมวดคิ้วถามเพราะรายเอียดน้อยมาก

“ไม่มี” ชาร์มตอบแจสที่นั่งทำหน้าคิ้วชนกันเป็นปม จึงเอื้อมมือไปนวดเบาๆระหว่างคิ้ว

“ท่านโรดิออนว่ายังไงบ้างเกรย์” ชาร์มหันไปถามเกรย์ที่สายตาทะลุไปอยู่กลางห้องที่มีเด็กหนุ่มนั่งอ่านหนังสืออยู่

“ปู่บอกเป็นผู้หญิงผมสีเงินและนัยน์ตาสีอเมทิสต์ และทางที่จะเข้าไปยังที่แห่งนั้นจะปรากฎในอีก 5เดือนนี้” เกรย์ตอบเพื่อน

“อืม ปู่บอกว่ารีบหน่อยก็ดีเพราะทางนั้นก็ใกล้จะพร้อมแล้ว”ชาร์มเอ่ยบอก

เกิดความเงียบในห้องบังคับขึ้นชั่วครู่

“...”

“แหม~ พวกตาแก่สภาก็พูดง่ายเนอะ พันปีที่ผ่านมาเราต้องเสียอะไรไปบ้าง”แจสพูดด้วยเสียงที่ไม่พอใจและเริ่มจะโวยวายก่อนจะพูดอีกว่า

“นายว่าพวกนักพยากรณ์จะพลาดอีกมะ เพราะคราวที่แล้วก็พลาด” แจสกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์

“เรารู้พวกซาฮาร์มนั้นก็รู้” ชาร์มตอบคนร่าเริงที่ทำหน้ามุ่ย

“ก็ต้องวัดกันที่ฝีมือ...ฮึ” กิมม์ที่นั่งเงียบมานานพูดพลางดันแว่นตาขึ้น

“จบงานนี้ฉันจะเรียกค่าตัวแพงๆให้พวกตาแก่ที่นั่งในสภาล้มจม” แจมบอกอย่างคนอารมณ์เสีย

กิมม์ที่ได้ยินคนที่มักจะร่าเริงอยู่ตลอดเวลาพูดอย่างอารมณ์เสียจึงอุ้มคนที่กำลังทำหน้ายู่ มานั่งบนตักพลางลูบศีรษะ จะได้หายหัวร้อน

สกายในห้องนั่งเล่นยังคงไม่ทราบสายตาที่มองจากทางด้านหลัง เกรย์เอ่ยเรียกเบาๆ “สกายครับ”

            “ว่าไงครับเกรย์” เดี๋ยวนี้คนตัวเล็กมีพัฒนาอ่านไปด้วยตอบเขาไปด้วย

เกรย์ที่เดินไปนั่งข้างๆสกายหยิบหนังสือที่อ่านอยู่ลงพร้อมกับพูดว่า “ดึกแล้วนะ”


สกายไม่เอ่ยตอบร่างสูง แต่เงยหน้าขึ้นถามกลับแทน

            “เกรย์ผมมีเรื่องสงสัยเรื่องการใช้พลังเวทย์ของผม”

            “ไหนลองเล่าสิ” เอ่ยถามไปด้วยก็เดินลงไปนั่งและดึงร่างบางเข้ามานั่งหน้าตัก เตรียมพร้อมที่จะฟังเรื่องที่เด็กหนุ่มหน้าหวานกำลังจะเล่า

            “วันนี้ตอนเช้าเกือบเที่ยงผมเจอใบปลิวประกาศรับสมัครเข้ามหาวิทยาลัยเวทย์มิลกี้เวย์” สกายพูดพลางหยิบใบปลิวให้เกรย์ดู

หลังจากนั้นผมก็ไปหาร้านหนังสืออ่านเกี่ยวกับเวทย์มนต์ของโลกนี้ และพบว่าการใช้เวทย์ของมิลกี้โดยทั่วไปแล้วจะต้องร่ายคถาและวาดวงเวทย์ แต่กับผมมันไม่ใช่ แล้วเกรย์ก็บอกผมแล้วว่าการที่ผมใช้พลังแบบนึกแล้วใช้ได้เลยมันไม่แปลก” สกายเงยหน้าไปทางด้านหลังเพื่อขอคำตอบ

            “ใช่ไม่แปลกเพราะว่าก็มีคนทำได้แบบนาย แค่น้อยคนเท่านั้นเอง สมัยนี้พ่อมดไม่มดไม่วาดวงเวทย์กันแล้วละส่วนใหญ่จะใช้บทท่องและจะปรากฎวงเวทย์ขึ้นมาทันที ในส่วนของการท่องบทพร้อมวาดวงเวทย์ปัจจุบันนี้ใช้กับการประกอบพิธีกรรมเท่านั้น เช่นการบวงสรวงเทพ” เกรย์อธิบายให้ฟัง

“เข้าใจแล้วครับ” สกายตอบและพยักหน้าอย่างเข้าใจ

            “แล้วนี่พูดถึงเรื่องหนังสือเวทย์นี่อยากไปเรียนเหรอครับ หืม?”

ผมส่ายหน้าและตอบเกรย์“ไม่อยากเรียนครับ เพราะผมทำงานแล้วอีกอย่างเรียนไปก็เปลืองเงินครับ” จริงๆแล้วเหตุผลข้อหลังสำคัญสุด!

ฮะ แฮ่ม ๆ “พวกนาย”


เสียงเรียกที่ประตูทำให้ผมต้องชะโงกไปมอง “มีอะไรหรือเปล่าแจส?” ถามอย่างสงสัย


“ตอนนี้มีเรื่องด่วนมาก กิมม์ตรวจพบรัศมีศัตรูในระยะ100เมตร”  แจสหยุดพูดแล้วเอ่ยต่อ

“ก็ไม่เยอะเท่าไรแค่ยานบิน100คัน เท่านั้นเอง”


            ผมเบิกตาค้างแล้วตอบแจสว่า “100มันไม่เองนะแจส”   = =

            “ก็อยากอธิบายให้ไม่เครียด” แจสพูดพร้อมกับหยักไหล่ เหมือนกับที่บอกมาเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอ

            “มีคำแนะนำอะไรสำหรับเด็กอายุ 15ปีที่ใช้พลังเวทย์ไม่คล่องไหมครับ?” ผมหันไปถามเกรย์อย่างสงสัย

“แค่ให้กำลังใจก็พอครับ” เกรย์พูดพร้อมก้มศีรษะแนบกับริมฝีปากของสกายเบาๆไม่ให้ทันตั้งตัวก่อนจะลุกไปทางห้องคอลโซลเอ่ยบอกกับคนตัวเล็กว่า

“อ่านหนังสือในห้องนั่งเล่นนะครับ เดี๋ยวพี่มา”


แจสที่มองเพื่อนแนบริมฝีปากกับสกายแล้วนึกสงสาร เพราะสกายดูท่าไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร

“ลำบากหน่อยนะ” แจสสบตากับเกรย์แล้วตบไหล่เพื่อนเบาๆ

“หมายถึงพวกซาฮาร์ม?”  

“เปล่าไม่ถึงสกาย”  

“อืม”


แจสที่เดินเข้ามาในห้องคอลโซลพร้อมกับเกรย์มองหน้าจอโฮโรแกรมเวทย์ที่ฉายภาพด้านนอก ก็อดอุทานขึ้นมาไม่ได้

“Oh my God! แม่เจ้าช่วยบอกทีว่าพวกซาฮาร์มจะไปออกรบ 100คันแต่คำนวณแล้วก็ 500คนแล้วไหมละ”

ภายในห้องคอลโซลทุกคนยืนประจำตำแหน่ง โดยไม่ต้องนัดแนะ

“เทคโนโลยีพวกนั้นก้าวหน้าถึงขนาดนี้แล้วเหรอ ปกติแล้วภายในรัศมี500เมตรเราจะตรวจจับได้ทันทีแต่นี่ 100 เมตรแล้วถึงเจอ ”แจสเอ่ยถามเพื่อนอย่างตกใจ

“งานหินเลยแหละ” ชาร์มหันไปตอบแจส

“ถ้าเราหลุดไปได้ฉันจะตั้งใจทำงานกับคุณตา” แจสพึมพำเบาๆกับตัวเอง

“ตรวจพบพลังงานเวทย์มนต์ขนาดใหญ่ กำลังพุ่งมา” ชาร์มบอกอย่างเร่งรรีบ

“เฮ้ๆ ตอนพวกมันร่ายมหาเวทย์เวทย์ เราตรวจสอบไม่พบเหรอ!” แจสร้องถามชาร์มอย่างตกใจเพราะกว่าจะร่ายเวทย์บทนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อย30นาที

“โลวดี้กางบาร์เลียคลุมรถทั้งหมด” เสียงเรียบนิ่งของเจย์เอ่ยขึ้นหลังจากเรียกโลวดี้ออกมารถทั้งคันถูกครอบคลุมไปด้วยแสงสีน้ำเงินเข้มราวกับน้ำทะเลเพื่อป้องกันแรงกระแทก

ตูม!!!

หลังจากกางบาร์เรียเพื่อเตรียมรับแรงกระแทกแล้ว ไม่กี่วินาทีรถทั้งคันก็สั่นสะเทื่อนราวกับแผ่นดินไหว 9 ริกเตอร์ ทำให้รถเสียการทรงตัว

ชาร์มบังคับคอลโซลด้วยมือทั้งหมด ตอนนี้การเคลื่อนไวนิ้วมือของชาร์มพลิ้วไหวดั่งสายลมที่แทบจะมองไม่เห็นการบังคับคอนโซลเลย เนื่องจากชาร์มต้องการที่จะเร่งความเร็วการเคลื่อนที่ของรถพร้อมทั้งต้องร่ายเวทย์อำพร่างไอเวทย์ติดตามไปด้วย และเอ่ยบอกเพื่อนร่วมชะตากรรมว่า

“ตอนนี้เราสามารถเคลื่อนที่ได้อีกประมาณ  5 นาทีเตรียมร่วง”

เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพียงเสี้ยววิหลังจากที่ลำแสงสีส้มนั้นกำลังจะพุ่งเข้าปะทะกับตัวรถอย่างรุนแรง

แจสยิงตะข่ายเวทดักกางแผ่ไว้เต็มไปทั่วท้องฟ้าราวกับไยแมงมุม เพื่อที่จะชะลอศัตรูฝ่ายตรงข้ามที่ตามมาด้านหลังชาร์มร่ายเวทย์อำพรางครอบคลุมตัวรถเพื่อเตรียมหลบนี้จากไอเวทย์สะกดรอยก่อนจะร่วงหล่นลงสู้พื้นดิน

“ขอแลนดิ้งเบาๆนะจ๊ะชาร์ม” แจสเอ่ยด้วยเสียงร่าเริงหลังจากหลุดจากการสั่นสะเทือนจากแรงปะทะที่รุนแรง ซึ่งขัดกับบรรยากาศที่ตึงเครียดมากภายในห้องคอลโซล

“แล้วสกายละเกรย์” ชาร์มเอ่ยทำลายความตึงเครียดจึงถามเกรย์โดยไม่หันไปมองเพื่อน

“ทำให้สลบไปแล้ว”เกรย์เอ่ยตอบเสียงเรียบตึงเพราะเกรย์ไม่อยากให้ร่างบางกลัวจึงร่ายเวทย์ทำให้สกายสลบก่อนการเกิดแรงปะทะ

“จะนิ่มยังไง รถพังขนาดนี้”  ชาร์มบ่นอย่างหัวเสีย

“เกรย์นายให้โลวดี้ กางบาร์เรียรับแรงกระแทกอีกรอบ เรากำลังจะร่วงลงในพื้นที่ที่ไม่รู้จัก ”

ตูม!

เสียงดั่งสนั่นเมื่อรถร่วงลงสู้พื้นดิน ไม่นานทุกคนก็ลงมายืนมองสภาพรถที่หลังจากโดนมหาเวทย์ ทั่วทั้งรถพบรอยไหม้และรอยบุบเรียกได้ว่าพังยับเยิ้น


“โหวต้องใช้พวกพ่อมดแม่หมดกี่คนละเนี้ย ถึงต้องทำให้รถที่มีมีบาร์เรียของโลวดี้พังยับขนาดนี้”

“เห็นสภาพรถแล้วสงสารคนซ่อม”  แจสกันไปยิ้มกับเพื่อน

“ทำไมนาย จะช่วยซ่อม?” ชาร์มเลิกคิ้วถาม

“เปล่า” แจสตอบชาร์มแล้วเดินหนีไปอยู่ข้างๆกิมม์

เกรย์ที่อุ้มสกายอยู่ ก็ทำได้แต่ยืนมองรถนิ่งแล้วถามชาร์มที่ยืนประเมินสภาพรถ

“ชาร์มใช้เวลานานเท่าไรถึงซ่อมรถเสร็จ”

“1สัปดาห์”

ตาข่ายเวท ชะลอพวกมันได้พักใหญ่อย่างน้อยเราก็ทำให้พวกนั้นเสียเวลาได้

“คราวนี้พวกมันใช้ทุกอย่างที่มีจริงๆ” กิมม์บอกกับเพื่อนๆ

“พวกซาฮาร์มก็เหมือนเรานั้นแหละ ที่พลาดไม่ได้” ชาร์มตอบ

“ตอนนี้เก็บรถก่อนเถอะเก็บไว้ที่ชาร์มแล้วกันนะ ตอนนี้เราหาทำเลที่พักกันก่อน”กิมม์เอ่ยบอกเพื่อนๆ


ในขณะเดียวกัน


ชายผมสีน้ำตามเข้มนัยต์ตาสีน้ำตาลอ่อน นั่งมองไปยังท้องฟ้าสีเหลืองอมส้มด้านหน้าอย่างครุ่นคิด

“ท่านเจราสครับ หน่วยสืบค้นไม่สามารถจับไอเวทย์ได้เลยครับ”  เสียงการรายงานผลหลังจากการตรวจสอบเอ่ยขึ้น

“ตาข่ายเวทย์ใช้เวลานานเท่าไรในการปลด” เจราสเอ่ยถาม

“เร็วสุด10ชั่วโมงครับท่าน” ผู้รายงานตอบด้วยความรวดเร็ว

“ไม่เป็นไรหรอกบิล ทำภารกิจของเราต่อ อย่างน้อยเราก็ทำให้มันเสียเวลาพอดู ฮึ

มุ่งไปเมืองไวท์ดราฟให้ไวที่สุด” เสียงสั่งการของเจราสเอ่ยย้ำแผ่นการเดิม

“รับทราบครับ”   บิลเอ่บตอบโค้งตัวแล้วเดินจากไป



กิมม์ที่เดินทำสีหน้าคิดคำนึงอยู่ในใจระหว่างเดินเข้ามาในป่าใหญ่สีหน้าวิตกกังวลกับอะไรบ้างอย่าง

“กิมม์นายรู้ไหมใช่ไหมว่าที่นี่ที่ไหน?” เสียงของแจสเอ่ยถามเพื่อที่หัวคิ้วขมวดชนกันเป็นปม

“คิดว่ารู้” กิมม์เอ่ยตอบเสียงเรียบแล้วตอบว่า “Lost Land”

“ห่ะ..จริงดิ” แจสหันใบหน้าถามกิมม์และอุทานอย่างตกใจเพราะไม่คิดว่ากำลังเดินอยู่บนดินแดนที่หายสาปสูญไปเป็นพันๆปี นั่น

ชาร์มเอ่ยตอบย้ำในคำพูดของกิมม์อีกว่า “และป่าที่เรากำลังเดินอยู่นี่ชื่อว่า ป่าเหยียบเมฆ ”

“แย่แล้วสิ” แจสเอียงคอและพิงไหล่กิมม์ที่เดินอยู่ข้างๆอย่างหมดแรงจะเดิน

“แย่ยังไงเหรอครับ” สกายที่เกรย์ปล่อยให้ลงเดินถามแจสอย่างไม่เข้าใจ

“ไม่แย่เท่าไรแค่ป่านี้ไม่สามารถใช้เวทบินหรือยานบินได้ก็เท่านั้น”

สกายที่ตื่นไม่ทันมาดูสภาพรถไม่ทันเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “รถเราพังยับเยิ้นขนาดนี้ เกรย์บอกผมว่าชาร์มจะเป็นคนซ่อมใช้เวลานานหรือเปล่าครับ”

“ก็ราวๆ1สัปดาห์” ชาร์มเอ่ยตอบ

“งั้นก็แย่นะสิ เกรย์” สกายที่หันไปบอกเกรย์ที่เดินอยู่ข้างๆ

“แย่อะไร ที่บินไม่ได้เหรอ?” แจสถามสกายที่ทำหน้ายู่อย่างนึกลำบากใจ

“เปล่าครับ” แล้วเอ่ยต่อ “ตั้ง1สัปดาห์เชียวนะ  เกรย์จะหักเงินเดือนผมไหม?” สกายบอกร่างสูงด้วยเสียงกังวลใจพร้อมกับใช้ดวงตากลมโตสบตากับร่างสูง และหวังว่าจะไม่หักเงินเดือนเขา

     “...” นัยน์ตาสีดำเข้มของเกรย์หรี่ลงพร้อมกับโยกศีรษะและไม่ได้ตอบคำถามของร่างบาง พลางคิดในใจ ‘เวลาแบบนี้ยังจะงก’

“ฮ่าๆเตี้ย นายกังวลอะไรของนายเนี้ย” แจสพูดด้วยเสียงหัวเราะแล้วบอก “เด็กเตี้ยกังวลอะไรไม่เข้าเรื่อง”

“ผมจริงจังนะ” = = สกายโวยวายกับแจส ที่หัวเราะเขา


ผ่านไปสามชั่วโมงพวกเราก็เดินมาบริเวณพื้นที่โล่งซึ่งเหมาะแก่การก่อกองไฟและตั้งเต้นท์ซึ่งกว่าจะเจอบริเวณนี้ดวงตะวันก็ลับขอบฟ้าไปเสียแล้ว

“พกเต้นท์กันทุกคนเลยเหรอครับ”สกายหันไปเอ่ยถามแจสที่ก่อกองไฟย่างปลาที่เกรย์กับกิมม์ไปออกหามา

“อืมเรามีกันทุกคน” แจสพยักหน้าพร้อมกับหมุนปลาย่างในมือและอธิบายเพิ่มเติมว่า

“พวกเราออกเดินทางกันบ่อยเลยมีของพวกนี้ไว้พร้อม แต่พวกอาหารสดเราเก็บไว้ในมิลการ์ดไม่ได้ ”

สกายที่มองแจสหมุนปลาย่างแล้วกระซิบถามเบาๆว่า “นี้แจส นายว่าเกรย์เขาจะหักเงินเดือนผมไหม?”

แจสชะงักมือที่หมุนปลา แล้วหรี่สายตามองมายังสกายที่ทำหน้าตากังวลอย่างจริงจัง  = = แล้วตอบกลับว่า

“ไม่หรอก”

“จริงนะ”0.0

“...” แจสไม่ตอบแต่พยักหน้าให้แทน





----------------------------------------------------

#ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามค่ะ  Good job (・ω・)b

#ส่วนใครไม่ชอบกดติดตามกดหัวใจให้ก็ได้นะค่ะ จุ๊บๆ XD


*ปรับแก้เนื้อหาบางส่วน23-2-62

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

14 ความคิดเห็น