Beautiful magic sky

ตอนที่ 17 : ออกเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    5 มี.ค. 62

บทที่ 17 ออกเดินทาง


คฤหาสน์แสงจันทร์


ค่ำคื่นที่ท้องฟ้าไร้ดวงดาว  หญิงสาวร่างโปร่งแสงมองชายผู้เป็นที่รักของเธอ ที่นัยน์ตาแดงก่ำของเขาคู่นั้นเต็มด้วยความโศกเศร้า เขานั่งอยู่บนเก้าอี้บุนวมแบบเอนหลังเหม่อมองทุ่งดอกกุหลาบสีแดงกว้างใหญ่ด้านนอกนั่นอย่างเงียบขรึม   มันเริ่มมาจากเหตุการณ์วันในนั้น ที่ทำให้เธอตัดสินใจเลือกเดินจากมาพร้อมกับหน้าที่ความรับผิดชอบของทางตระกูลที่ไม่มีใครสามารถแทนที่เธอได้

ตั้งแต่เธอจากมาเข้ามักจะมองออกไปข้างนอกและพร่ำบอกกับตัวเอง ทั้งๆที่เขาก็สามารถมองเห็นเธอได้ถ้าเขาลดความเกี้ยวกราดอันบ้าคลั่งลง เพราะเธออยู่ข้างกายเข้าตลอดเวลา


ข้าเกลียดชังโลกใบนี้ เพราะ มันพรากเจ้าไปจากข้า

ข้าเกลียดชังโลกใบนี้ เพราะ มันต้องทำให้เจ้าเลือกมันมากกว่าข้า

ข้าเกลียดชังโลกใบนี้  เพราะ ข้าไม่เหลือใครอีกต่อไปแล้ว

ข้าเกลียดชังโลกใบนี้  เพราะ เจ้ารักมันมากกว่าข้า  ใช่หรือไม่...


ในคืนนั้นเป็นคืนท้องฟ้าไร้ดาวเหมือนกับค่ำคืนนี้ เธอทำอาหารให้เขาทาน นอนกับเขาและบอกรักเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอนในคฤหาสน์ที่เราใช้เป็นเรือนหอของเราอย่างมุ่งมันตั้งใจและจากมาพร้อมน้ำตาไหลอาบข้างแก้มโดยไร้เสียงสะอื้น เพราะเธอเชื่อและหวังว่าชายผู้ที่เธอรักสุดหัวใจจะต้องเข้าใจในสิ่งที่เธอกระทำ เพราะเธอไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่เธอทำมันเพื่อเรา

เธอเดินออกมาจากห้องนอน พบข้ารับใช้อันแสนซื่อสัตย์ของเขาที่หน้าประตูทางออกของคฤหาสน์ ที่พยายามจะห้ามเธอไม่ให้ออกไป

“ท่านเซบาสนี้คือคำร้องจากใจของข้า”เธอพูดโดยไปหันไปมองพร้อมกับถอนหายใจ และเอ่ยต่อ “ข้าฝากท่าน ดูแลเขาด้วย”

“ขอรับนายหญิง” เซบาสค้อมศีรษะรับคำให้นายหญิงของคฤหาสน์แสงจันทร์แห่งนี้ที่กำลังจางหายไปพร้อมกับสายลมยามค่ำคืน


นานกว่าสามชั่วโมง เจ้าของคฤหาสน์แสงจันทร์เดินออกมาพร้อมความเกรี้ยวกราด บนใบหน้าเพราะเขาตื่นมาไม่เจอแลรรี่ข้างกาย เขารับรู้ได้ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น จึงเดินออกมาด้านนอกเพื่อตามหาเธอ ทว่ามีบาร์เรียกั้นขว้าง เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ด้านในสามารถฝ่าออกไปได้ บาร์เรียระดับนี้เขารับรู้ได้ทันที่ว่าเป็นของแลร์รี่เพราะใครในโลกใบนี้ที่มีพลังเกือบจะทัดเทียมกับเขา ก็คือเธอเท่านั้น

“เซบาส! เกิดอะไรขึ้น” เขาเอ่ยถามเสียงเคร่งเครียดโดยไปหันไปมอง

“นายหญิงร่ายเวทย์ ตรึงข้าน้อยไว้ขอรับท่านทรีส” เซบาสค้อมตัวลงตอบผู้เป็นนายเพราะรับรู้ได้ถึงแรงกดกันจากร่างสูง เพราะเขาไม่สามารถห้ามนายหญิงได้


ทรีสได้แต่กัดฟันอย่างโกรธเกรี้ยวอยู่ในใจเขารู้ดีบาร์เรียนี้จะไม่หายไปหลังจาก3 ชั่วโมง เพราะเหตุใดเธอถึงจากเขาไปโดยไม่บอกลาสักคำ ทุกสิ่งอย่างที่เขาสละ ไม่ว่าจะเป็นอายุขัย รากฐานที่มั่นคง เขาไม่ได้ทำเพื่อใคร เขาทำเพื่อเธอแต่เพียงผู้เดียวเพราะเหตุใดทั้งๆที่เขาทำถึงเพียงนี้ เธอถึงเลือกจากไป ...



เขาแหงนมองฟ้าแสงอาทิตย์ที่เริ่มสาดส่องมาพร้อมกับบาร์เรียที่จางหายไป ความรู้สึกที่อัดแน่นหน้าอก มันเจ็บปวดร้าวราวกับวันนั้น วันที่เขากับเธอต้องแยกจากกันแต่เขาก็รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงได้เธอมาครอบครอง ทว่าตอนนี้เขารับรู้ด้วยรางสังหรณ์ใจว่าเธออาจจะไม่กลับมาหาเข้าตลอดกาล ในเมื่อพวกเจ้าพวกนั้นพรากเจ้าไปจากข้า ข้าจะให้พวกนั้นได้รับรู้ถึงสิ่งที่มันทำ!

การตามล่าได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว…


รุ่งอรุณแรกมาเยือนคฤหาสร์เอลแทร์อีกครั้ง  เป็นครั้งแรกในรอบหลายพันปีที่มีผู้อยู่อาศัยในคฤหาสน์

สกายปรือตาขึ้นเพราะเข้าทนแสงแดดที่สาดส่องที่แยงตาเขาไม่ไหวจึงต้องลืมตาขึ้นเพื่อหลบแสงแดดอ่อนๆยามเช้าที่ลอดผ่านหน้าต่าง เขามองทางขวาที่มีร่างสูงนอนเอามือพาดเอวเขาอยู่ ผมกลอกตาขึ้นเล็กน้อยพลางคิดในใจก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงโดยไม่ปลุกร่างสูง ‘แหมก็เมื่อคืนแกล้งเขาจนพอใจแล้วนี่  = =’

ผมเดินมาทางด้านหลังคฤหาสน์ พบสวนดอกกุหลาบสีแดงสดกว้างสุดลูกหูลูกตา สวยงามเกินคำบรรยาย คงเป็นพวกภูติที่ดูแลดอกกุหลาบเหล่านี้  เดินไปอีกหน่อยมีศาลาริมน้ำทะเลสาบ

‘ทะเลสาบเหรอ?’ เมื่อคืนผมฝันว่าเจอผู้หญิงผมสีทองลอยอยู่ในน้ำ เธอบอกว่า เธอเป็นใครไม่สำคัญ ที่สำคัญกว่าคือผมนั้นเป็นใคร  ‘ผมอยากจะรู้ ใครกันที่นำพาผมย้อนเวลามา100กว่าปีเพื่ออะไร’

‘ข้าเอง’

‘ห่ะ เสียงใคร’ ผมได้ยินเสียงเล็กๆดังขึ้น และหันซ้ายหันขวาและมองไปด้านหลังก็ไม่พบใคร ผีหลอกกลางวันเสกๆเหรอ   

‘ข้าไม่ใช่ผี’ ้ เสียงเล็กๆดังขึ้นอีกครั้ง

‘ถ้าไม่ใช่ผีแล้วเป็นใครครับ’

‘ก็เจ้าถามหาคนพาเจ้าย้อนเวลามา ไม่ใช่เหรอ?’ เสียงเล็กอธิบายขึ้นพร้อมกับปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ

‘กระต่ายบิน?’ สกายเอียงคอมองเจ้ากระต่ายเล็กๆตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ และเอ่ยถามต่อ

‘คุณชื่ออะไรครับ?’

‘เจ้าก็ตั้งให้ข้าสิ’เจ้ากระต่ายตัวเล็กเอ่ยพร้อมกับบินมาอยู่บนไหล่

‘ริน’

‘ไม่เอา ข้าเป็นตัวผู้นะไม่ใช่ตัวเมีย  เจ้านี่’ กระต่ายตัวเล็กปฎิเสธอย่างขัดใจ

‘ก็ผมไม่รู้นี่….งั้นชื่อคลาว เป็นไง’

‘ไม่ชอบ’ กระต่ายตัวเล็กเอ่ยพลางส่ายหน้า

บักส์ บันนี่’ สกายเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

‘น่ารักไป ไม่เอา’ สกายที่โดนปฎิเสธอีกครั้งก็เอ่ยถามด้วยเสียงระอาใจเพราะเจ้ากระต่ายตัวเล็กที่นั่งอยู่บนไหล่เขาปฎิเสธทุกชื่อ ผมว่าผมก็ไม่ได้ตั้งชื่อแย่อะไรนะ

‘นั้นไม่เอา นี่ก็ไม่ชอบ สรุปจะชื่ออะไร’ ผมเริ่มถามอย่างโมโห(╯°□°)╯ ┻━┻ !!

‘ข้าชื่อเรน’ เจ้าตัวที่พอเอ่ยชื่อตัวเองออกมา ก็ผลุบหายเข้าไปในแหวนทันที

‘เอ้า มีชื่อเรียกแล้วก็ไม่บอกแล้วจะให้ผมตั้งชื่อให้ทำไม?และอีกอย่างชื่อเรนเนี้ยมันผู้หญิงชัดๆ’ สกายโวยวายอยู่ในใจ

‘เอ๊ะ! ในใจเหรอ?’ สกายที่เพิ่งคิดขึ้นได้ก็พูดขึ้น

‘นี่เพิ่งรู้หรือไง ความรู้สึกช้าจริงเจ้านี่นะ’ เรนเอ่ยอย่างเหนื่อยใจกับเจ้านายของตัวเองที่ความรู้สึกช้ากว่าชาวบ้านเขา

‘แล้วเรนทำไมเพิ่งปรากฏตัวออกมาละและพาผมย้อนเวลามาทำไม?’

‘ทีละคำถามสิ’

‘ก็ผมอยากรู้นิ’ สกายเอ่ยแย้งในใจ

‘ก่อนอื่นข้าจะบอกเจ้าว่า ข้าอยู่กับเจ้าตลอดเวลาและที่เพิ่งโผล่มาเพราะเพิ่งได้เลือดจากเจ้าไง’

‘เลือดผมเหรอ?ตอนไหน?’

‘ก็ตอนที่มือเจ้าจับโดนต้นไม้ที่มีหนามตอนนั้นไง’

สกายยกมือข้างซ้ายของตัวเองขึ้นมาดูพลางร้อง ‘อ่อ’ ในใจ

‘ส่วนคำถามที่สองแม่ของเจ้าบอกว่ายังไม่ให้บอกเจ้า เพราะถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้เอง’

‘เอ้า ยังงี้ก็ได้เหรอ?’

‘ได้สิเพราะข้าสัญญาไว้กับแม่ของเจ้า’

‘โอเค’ สกายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจได้ในเหตุผล ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ตามเขาก็รับได้ทั้งนั้น และตอนนี่เขาก็มีความสุขดี แถมยังมีเพื่อนแบบเรนเพิ่มขึ้นมาอีกตน และเอ่ยถามเรนว่า

‘เรนอยู่คนเดียวในแหวนนี้เหงาไหมครับ’

‘นิดหน่อย’ เรนเอ่ยตอบเบาๆและเอ่ยต่อว่า ‘เจ้าลองตั้งสมาธิไว้ในใจและเพ่งสมาธิเข้ามาในแหวนนี้ ’


     สกายที่เพ่งสมาธิเข้ามาในแหวนพบว่าร่างกายของเขาเข้ามายืนภายในบ้านหลังเล็กที่มีเครื่องใช้ทุกอย่างครบครั่นแทบทุกอย่าง ‘เรนอยู่ที่นี่เหรอ’

‘อื้อข้าอยู่ที่นี่ เปิดประตูออกไปสิ ’

สกายเดินไปเปิดประตูที่อยู่มุมซ้าย ออกไปพอก้าวเท้าออกมาพบกับ  สระน้ำขนาดกะจากสายตาราวๆ 12-14 เมตร มีความกว้างไม่น้อยกว่า 3 เมตร  มองออกไปรอบข้าง มีสวนผลไม้ที่ผมไม่รู้จักปลูกอยู่เต็มไปหมดเลย ‘โหว’ ผมอ้าปากกว้าง

“นี่คือมิติขนาดกว้างของข้าเอง เจ้าสามารถนำของเข้ามาเก็บภายในนี้ได้ เพียงแค่เรียกในใจ แต่ตอนนี้ข้าว่าเจ้าควรจะออกไปข้างนอกได้แล้ว”

“ยืนมองข้าทำไม ออกไปสิ”

“ออกไปยังไงงะ”  

“เอ้า! เข้ามายังไงก็ ออกไปยังงั้นสิ”

หลังจากเรนพูดจบผมก็เปิดประตูเข้ามาภายในบ้านอีกครั้งพร้อมกับถามเรนด้วยความสงสัยว่า

“เรนทำไมผมยังไม่ออกไปอีกล่ะ?”

“...” เรนพูดไม่ออกอยู่ชั่วขณะและเอ่ยอย่างอารมณ์เสียว่า “เจ้าโง่ ตั้งสมาธิแล้วออกไป”

“...” สกายก็นึกว่าเหมือนที่เกรย์พาเขามาในโลกนี้แรกๆ แบบเปิดประตูแล้วออกโผล่ออกมาอีกที่ไง ไม่ใช่เหรอ?

“มันจะไปใช่ได้ยังไง” เรนเอ่ยอย่างระอาใจ

“ไปแล้วๆ” เอ่ยจบก็ตั้งสมาธิในใจผมกลับออกมาที่เดิมศาลาริมน้ำ มองซ้ายมองขวา ‘โอเค ที่เดิม’



ผมนั่งอยู่ศาลาริมทะเลสาบสักพักเสพบรรยากาศสวยงาม และอยากจะเก็บรูปภาพไว้ ในความทรงจำ ก็นึกของในมิลการ์ด เรียกสมาทโฟนของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูปทะเลสาบบ้าง ทุ่งดอกกุหลาบบ้าง ถ่ายเก็บไว้อยู่หลายภาพเลยทีเดียว ^^∼

“ทำอะไรอยู่ครับ หืม” เสียงของเกรย์ดังมาจากด้านหลังผมเล่นเอาสะดุ้งสุดตัวเลย พร้อมกับหันหลังกลับพลางชูสมาทโฟนในมือให้ร่างสูงดูรูปที่ผมถ่าย

“ถ่ายสวยดีนิ” ผมเบิกตาโตเพราะเกรย์พูดพร้อมกับยกมือผมไปจูบเบาๆ  อื้อหือ อยากจะเข้าไปหลบในบ้านหลังเล็กที่เขาเพิ่งจะออกมาตะกี้เลย >///< เขิน ตั้งแต่ร่างสูงตรงหน้าบอกชอบเขาผมก็แทบจะวางตัวไม่ถูกเลยทีเดียว จากตอนแรกที่ถูกจูบ ก็ไม่คิดอะไรมาก ตื่นมาแล้วโดนโอบจากข้างหลังก็ไม่คิดอะไรมาก พอโดนบอกว่าชอบเมื่อวานนี้ เริ่มคิดมากแล้วครับ!

“อะ เออ ปะ ปล่อยมือก่อนนะเกรย์ ” ผมเอ่ยบอกร่างสูงที่กุ้มมือผมไว้ไม่ยอมปล่อย ทำให้เขาหน้าแดงอย่างเขินอาย

“วันนี้เราจะออกเดินทางออกจากเมืองเอลแทร์นี้ พวกข้ารับใช้ในคฤหาาสน์บอกมา” ่ร่างสูงเอ่ยบอกผมพร้อมกับยกตัวผมนั่งลงบนตักที่มีม้านั่งข้างๆ

“ครับ..เอ๊ะมีคนอยู่ในบ้านหลังนี้ด้วยเหรอครับ”

“มี เป็นภูติรับใช้ที่สามารถสื่อสารได้” ร่างสูงเอ่ยบอกผมพร้อมกับลูบศีรษะผมไปด้วยและเอ่ยต่อด้วยเสียงทุ้มข้างใบหูเขาว่า

“ตัวเล็กเปลี่ยนทรงผมและสีผมให้เป็นเหมือนเดิมด้วยนะครับ”

ผมแหงนใบหน้ามองร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านหลัง กำลังจะถามว่าทำไมแต่พอสบตาที่จริงจังนั้น ก็รับรู้ได้ว่าถามไปร่างสูงคงไม่บอก คนอะไรตาดุชะมัด = =

“มองหน้าพี่ทำไมครับ”  

“เปล่าครับ” ผมตอบพร้อมกับรีบหันหน้าหนีร่างสูงทันทีผมได้ยินเสียงเกรย์หัวเราะ หึ หึ ในลำคอ  

ผมตั้งสมาธิในใจพร้อมกับทรงผมสีฟ้าค่อยๆสยายยาวขึ้นถึงให้แค่กลางหลังก็พอ นันย์ตาสีเขียวมรกต   กำลังเงยหน้าถามเกรย์อีกรอบว่า โอเคไหม ร่างสูงก็แนบริมฝีปากลงมาทันที ลิ้นของเกรย์ค่อยๆสอดเข้ามาอย่างแผวเบา มืออีกข้างหนึ่งของเกรย์รั่งเอวผมไว้  ลิ้นของเกรย์ดูดและดึงลิ้นเล็กของผมอยางเอาแต่ใจ ผมที่ค่อยๆชินกับรสสัมผัสของเกรย์ก็เริ่มที่จะตอบโต้บ้าง เกรย์ผละมือที่จับใบหน้าของเขาออก พร้อมกับเลื่อนมืออีกข้างยกเขาขึ้นให้คร่อมหน้าตัก

เกรย์จูบที่ริมฝีปากของผมหนักหน่วงขึ้น ฝ่ามือหนากดสะโพกของผมให้แนบชิดกับร่างสูงยิ่งขึ้น

ร่างสูงผละริมฝีปากออกและจูบลงที่ริมฝีปากของผมเบาๆ จ้องมองมาที่นัยน์ตาผมก่อนจะเอ่ยเสียงแหบว่า “เสียดายที่ตัวเล็กไม่ขยับแรงๆ ด้านนอกแบบนี้ก็ไม่เลวนะครับ”

สกายหรี่สายตาลงพลางนึกในใจถึงยามเช้าที่คฤหาสน์โอลเซ่นและกลางคืนที่ธารน้ำ ตั้งแต่ผมรู้ว่าเกรย์ชอบผม ผมก็อดไม่ได้ที่จะเขินอาย  และนึกในใจ ‘เรน’

‘ว่าไง’ เสียงเล็กๆของเรนเอ่ยตอบกลับมา

‘เรนเห็นทุกอย่างที่เกรย์ทำกับผมใช่ไหม’

‘ตั้งแต่ผู้ชายคนนั้นเริ่มจูบเจ้า ข้าก็ปิดสัมผัสทั้งหมดแล้ว’

เสียงทุ้มๆของเกรย์เรียกสติผมกลับมา “มองหน้าพี่แบบนี้แสดงว่าอยากขยับใช่ไหม หืม”

ผมรีบลุกออกจากตักเกรย์ทันทีเพราะเขากลัวว่าเกรย์จะทำจริงๆ = =  ทำไมร่างสูงตรงหน้าผมนี่หื่นขนาดนี้?


เกรย์เดินกุมมือผมออกมาทางประตูด้านหน้าคฤหาสน์ตามทางเดินปลูกดอกกุหลาบสีเหลืองสดไว้เป็นแนวยาว เจอทั้งสามคนยืนรอพร้อมภูติตัวเล็กที่ลอยอยู่ด้านหน้า ภูติตัวที่นำทางไม่ได้ถือตะเกียงแฮ๊ะ

“สาหวาดดีตอนเช้าาา” เสียงยานคางของแจสเอ่ยขึ้น

“อรุณสวัสดิ์ครับแจส และทุกคนด้วย” ผมเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มให้คนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

“ทำไมแจสถึงดูเพลียๆละ?”

“ก็กิมม์กับชาร์ม กวนช้านนน” แจสที่ยังคงเอ่ยเสียงยานค้างและถูกกิมม์อุ้มเดินตามภูติออกไปแล้ว


พวกเราเดินมาตรงสะพานข้ามทะเลน้ำสาบผมจับมือของเกรย์แน่น ตรงกลางสะพานมีแสงสว่างสีขาวทรงกลมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นและภูตินำทางบินเข้าไปก่อนและพวกเราจึงตามเข้าไป

‘อ้าวแล้วไม่ใช่เหรียญเหรอ’

‘ก็เจ้ามีมันอยู่กับตัวแล้วก็ผ่านออกไปได้ ทึ่มจริงๆ’ เสียงเล็กๆเอ่ยตอบเขา

‘อ่อ ขอบคุณครับ’



พวกเราก้าวเท้าออกมาจากประตูวาป ก็อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้

‘ว้าว ’ผมเบิกตาโตมองไปรอบๆ  แสงแดดยามเช้าเหนือหน้าผาสูงชันทัศนียภาพและธรรมชาติสวยงามด้านล่างมี ทะเลเมฆหมอกเบาบาง ที่สำคัญอากาศเย็นสบายกำลังดี

“พวกท่านสามารถใช้ยานพาหนะจากที่ตรงนี้ได้” ภูตินำทางเอ่ยก่อนบินเข้าประตูวาปไป

พวกเราทั้ง4คนยืนชมวิวกันชั่วครู่ ก่อนที่จะออกเดินทาง ชาร์มบอกว่า ชาร์จพลังงานเสร็จเร็วกว่าที่คิดและจุดหมายปลายทางถัดไปของเรา  คือเมืองไวท์ดราฟ เมืองแห่งการศึกษา...




 ----------------------------------------------------

#ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามค่ะ  Good job (・ω・)b

#ส่วนใครไม่ชอบกดติดตาม กดหัวใจให้ก็ได้นะค่ะ จุ๊บๆ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #11 saitgong (@saitgong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 21:22
    รอรออออ
    #11
    0
  2. #10 Rotsanan (@0983150175) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 10:34
    สนุกมากๆจ้าา สู้ๆน่าาาาา
    #10
    0