Beautiful magic sky

ตอนที่ 2 : จดหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 273
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

ตอนที่ 1  จดหมาย


จิ๊บ จิ๊บ จิ๊บ


เช้าวันนี้ถัดมา เขาได้ยินเสียงนกร้องปลุกเขา เพี่อตื่นขึ้นมาพบเช้าวันใหม่ เด็กหนุ่มเปิดผ้าห่มของเขาออก แล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำด้วยใบหน้าที่ง่วงงุน เพื่อล้างหน้าแปรงฟัน เมื่อมองเข้าไปในกระจกด้วยดวงตาที่ง่วงนอน สิ่งที่สะท้อนในกระจกตอนนี้คือผู้ชายใบหน้าหวานดวงตาสีเขียวกลมโต รูปร่างโปร่งบาง ริมฝีปากชมพูบางแต่ที่แปลกใจว่าทำไมผมสั้นสีดำของผม มันถึงได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้ายาวไปถึงกลางหลังแบบนั้นละ


แกร็ก!


เสียงแปรงสีฟันของผมตกกระทบ บนอ่างล้างหน้าแล้วผมก็ได้สติขึ้นมาและที่แปลกอีกหนึ่งอย่างสำหรับเช้าวันนี้คือ เสียงนก

          
     
            “ ห่ะ?” เสียงนกได้ยินไม่ผิดใช่ไหมนะ?


          ระเทศJนกเป็น สัตว์สงวนไปแล้วนะ หายากมาที่มันจะบินไปบินมาบนท้องฟ้า ได้อย่างอิสระแบบนี่คิดได้ดังนั้นผมรีบ วิ่งลงบันไดไปที่ประตู ซึ่งปกติแล้วเวลาผมยืนอยู่หน้าประตูมันจะต้องเปิดเองโดยทันทีแต่ตอนนี้มันไม่เปิดให้ผมครับ แปลกมากเพราะบ้านเป็นระบบAI มันจะรับรู้ได้ทันที ผมกวาดสายสำรวจประตูอีกรอบ

 “เอ๊ะ นั้นมันรูเสียบกุญแจนี่ ”  ผมพึมพำเบาๆ


แล้วกุญแจละ ปกติแล้วเวลาเราเปิดประตูบ้านจะมีลูกบิดหรือไม่ก็ที่ล็อคเลื่อน ใครมาเปลี่ยนประตูบ้านผมหรือเปล่าเนี้ย....

“รีน เปิดประตูให้ผมหน่อย”  ผมเรียกAI ประจำบ้านของผมครับ

ประตูก็เปิดให้ ง่ายกว่ากุญแจตั้งเยอะ...ไม่มีเสียงตอบรับในเมื่อให้มีกุญแจให้ใช้ ใช้อย่างอื่นก็ได้ พอตั้งสมาธิไปที่ประตูสักครู่ถ้าถามผมว่า อย่างงี้ก็ได้เหรอ ครับผมตอบแบบเต็มปากเต็มคำเลยว่า ‘ได้!’พราะผมเก่งยังไงละ(^ω^)

“ประเทศJไม่มีการใช้ กุญแจไข-ล็อคบ้านแล้วนะ ” พอผมก้าวออกมาข้างนอก สิ่งแรก ที่ทำให้ผมแปลกใจคือ ตึกๆข้างบ้านผม ไม่ได้เป็นคอนโดสูง

แต่เป็นบ้านติดกันเรียงกันไปตามแนวถนนเงยหน้ามองไปบนฟ้า  มีนกเกาะกลุ่มบินกันเป็นฝูงเป็นภาพที่หาดูยากมาก และ ไม่มีรถบินบนนั้น

“เอาแล้วไง....”

“อ้าว หนูสกาย ดีจ๊ะ กลับมาจากต่างประเทศแล้วเหรอ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”

“สวัสดีครับ เพิ่งกลับมาเมื่อคืนครับป้า” ป้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านเธอทักอย่างผมแบบผู้ที่มีอัธยาศัยดี และเธอมีดวงตาที่ใจดีผมก็เนียนตอบไปสิครับ ป้าว่าไงผมก็ว่างั้น แฮะๆ

“เอ่อ..ป้าครับ ปีนี้ค.ศ.อะไรเหรอครับ?”

“ก็ ค.ศ. 2020 ไง ทำไมเหรอจ๊ะ”

“เปล่าครับ สงสัยผมคงตื่นเช้าไป เลยมึนๆนิดหน่อย แฮะๆ” ผมส่งยิ้มเขินๆให้คุณป้าใจดีผมไม่กล้าถามชื่อคุณป้าหรอก

“จ๊ะ งั้นเดียวป้า ขอตัวไปเตรียมกับข้าว ให้สามี ป้าก่อนนะจ๊ะ”

“ครับ”

ผมเดินกลับเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าที่ช็อคครับประเทศJ ปีที่ผมอยู่มันปีค.ศ.2120 ผมย้อนมา 100 ปีเลยเหรอ!  เหอๆผมเดินกลับเข้าไปในบ้าน ผมเจอจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ทานข้าวของผมผมหยิบขึ้นมา แล้วเดินไปนั่งอ่านที่ห้องนั่งเล่น

แด่ sky

         ลูกอาจจะรู้สึกแปลกๆในเวลานี้ แต่ลูกไม่ต้องเป็นกังวล   

    พ่อกับแม่อยากให้ลูกใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุข

                                                                    ด้วยรัก                                                        F&T                            

ตอนที่ผมอยู่กับพ่อบุญธรรมก็ไม่มีความคิดที่จะตามหาพ่อแม่จริงๆสักที เพราะผมคิดว่าอยู่แบบนี้ก็มีความสุขดี พวกเขาสองที่คนที่ทิ้งผมไปอาจจะมีเหตุที่จำเป็นจริงๆก็ได้ และผมก็ไม่เคยถามพ่อบุญธรรมให้ท่านลำบากใจเลย ว่าทำไมผมถึงไม่มีพ่อกับแม่ตั้งแต่ผมอ่านจดหมายฉบับนี้ก็ทำให้ผมเริ่มอยากรู้แล้วละ ว่าพ่อแม่ผมเป็นใคร

“หืม” ไม่ใช้เรื่องแปลกหรอกเหรอที่ผมย้อนเวลากลับมาได้แบบนี้เนี้ยนะ เห็นชัดๆอยู่ว่ามันแปลก ถ้ามีจดหมายฉบับนี้วางอยู่บนโต๊ะ แปลว่าอย่างอื่นพวกเขาก็เตรียมให้ผมหมดแล้วใช่ไหม?

ผมมองซ้ายมองขวา แล้วก็ตั้งสมาธิในใจ  พรึบ!

“ หึ หึ ” ผมยิ้มอย่างผู้ชนะ สงสัยละสิ ผมไม่บอกหรอก -3-

“บอกแล้วๆ” ผมนึกถึงของที่อำนวยความสะดวกไง มีกระเป๋าเงิน บัญชีธนาคาร เงินที่ซ่อนในบ้านและ กุญแจบ้านออกมากองรวมกันที่โต๊ะทานอาหารสิ่งที่มีจะปรากฏบนโต๊ะ ขาดก็แต่เงินที่ซ่อนในบ้านไม่มีเหรอ....เสียดายจัง เคยอ่านเจอในชิปว่าเมื่อก่อนมีประเทศJ ใช้ สมาทโฟน แทนบัญชีธนาคาร ในอีก100ปีข้างหน้าจะมีเป็นระบบ AI ฝั่งชิปตรงข้อมือ

ผมก็ค้นหาของที่มีอยู่ในกระเป๋า มีธนบัตร 4-5ใบและ บัตรประจำตัวที่ทุกคนต้องมี

“บัตรประจำตัวเหรอ”  ในยุคที่ผมจากมาระบบนี้เค้าเลิกใช้กันนานแล้วนี้ทุกอย่างจะใช้เป็นระบบชิปทั้งหมด ไหนๆผมก็ย้อนเวลามาแล้ว ผมจะออกสำรวจบริเวณนี่ให้ทั่ว แล้วก็หาไรอะไรทาน ข้างนอกละ

บ้านที่ผมอยู่น่าจะอยู่ใกล้สวนสาธารณะ ผมว่าจะเดินสำรวจแถวนั้นสักหน่อยเพราะโลกที่ผมจากมาแทบจะไม่มีต้นไม้เหลืออยู่เลย ถ้ามีก็ต้นไม้ปลอมทั้งนั้นถือโอกาส หางาน ไปในตัวด้วย ว่าแล้วก็ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า

ผมมองในกระจกในห้องน้ำอีกรอบ มันต่างกันจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

ปกติแล้วสีผมของเขาเป็นผมสั้นสีดำ แล้วมันก็ไม่ได้ยาวถึงกลางหลังแบบนี้ ใช้เวทย์มนต์ให้มันสั้นได้ไหมนะ?

“... ไม่ได้ อะ”


หลังจากทำธุระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ออกมาสำรวจบริเวณบ้านที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเยอะเลยละ

“ว้าว” ดวงตากลมโตเบิกว้างอย่างรู้สึกพอใจในสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

เพราะตั้งแต่เดินออกมาจากบ้าน ได้สักพักระหว่างทางเดินไป สวนสาธารณะ ก็เจอตึกๆสูงๆ บ้างประปราย  วัดหน้าทางเข้ามีเสาสีแดงประดับด้วยโคมไฟสีแดงสวยมากเลย มองไปทางซ้าย มีร้านกาแฟข้างในมีแมวอยู่ข้างในด้วย ถัดไปก็เป็น ร้านอาหารที่มีพนักงานเสิร์ฟใส่ชุดกระโปรงฟู่ๆยืนตอนรับ ตามรายทางมีตู้ขายของอัตโนมัติยาวไปตามทางเลย ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย

เพราะอีกไม่นานข้างหน้าจะเป็นระบบขนส่ง บริการถึงบ้านคุณ  ไม่มีอะไรแบบนี้ให้เห็นหรอก

มองไปทางขวาเป็นร้านที่ว่า อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ 24 ชั่วโมง เอ๊ะ เป็นร้านที่มีคอมพิวเตอร์หรือเปล่า ต้องลองเข้าไปดู คิดได้ดังนั้นก็เดินผลักประตูเข้าไปเจอพนักงานผู้หญิงผมสั้นนั่งอยู่ตรงเคาน์เตอร์

“สวัสดีค่ะ ยินดีตอนรับค่ะ”

“เอ่อ..ผมมาครั้งแรก พอจะแนะนำการบริการได้ไหมครับ”

“ของทางร้านเราจะต้องทำบัตรสมาชิกก่อนถึงจะใช้ได้ค่ะ ไม่ทราบว่าลูกค้านำบัตร ประจำตัวมา หรือเปล่าคะ?”

“เอามาครับ”

“ขอบัตรประจำตัวและค่าสมาชิก 300เซค่ะ”

“นี่ครับ” ผมก็ยืนบัตรให้เธอไป กรอกอะไรสักอย่าง บนหน้าจอคอม

ระหว่างรอบัตรสมาชิก ผมก็สังเกต จอคอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ เมาส์  ที่ผมเห็นแล้วรู้จัก ก็ข้อมูลพวกนี้อยู่ใน ฐานระบบหอสมุดดิจิตอล ที่มีให้คนรุ่นหลังเอาไว้ อ่าน ศึกษา

ในอนาคตข้างหน้า มันไม่มีเป็นหน้าจอคอมแบบนี้ จะมีเป็นแคปซูล ที่ใช้แทนเป็นเตียงนอน  แทบจะทุกอย่างในการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่า จะเล่นเกมส์ ทำงาน เรียน พบปะเพื่อน ทุกบ้านก็ต้องมี แต่บ้านผมไม่มีนะ พ่อบุญธรรมท่านบอกว่า ไม่จำเป็นหรอก

“เสร็จแล้วค่ะ ลูกค้าจะใช้บริการกี่ชั่วโมงคะ?”

“3 ชั่วโมงพอครับ”

“ทั้งหมด 1270 เซ ค่ะ”

“ขอบคุณครับ ผมก็หยิบบัตรเดิน หาห้องที่จะใช้ สมัครงาน” ก่อนจะเดินเข้าห้อง ผมมองเห็น ชั้นหนังสือการ์ตูน มุมอาหาร เครื่องดื่ม เขียนว่าฟรี!

รออะไรละ เดินไปหยิบก่อนเข้าห้องสิ   ผมเห็นข้อมูลการใช้บริการสถานที่ติดอยู่ตรงเสา ละ ว่าที่นี่ สามารถนอนค้างคืนก็ได้ แต่ต้องเหมาจ่าย แบบนี้ก็ดีแฮะ  ใครมาเที่ยวแล้วไม่มีที่พัก ก็มานอนที่นี่ได้

ผมเลือกโซนที่เป็นห้อง เปิดเข้าไปข้างในจะมีคอมพิวเตอร์จอใหญ่ เก้าอี้แบบเอนสบาย

ผมว่าผมเจอ งานที่เหมาะกับผมแล้วละ    “ตำแหน่งงานเลขา สามารถพูดได้หลายภาษา เงินเดือนสูง  ทำงานแบบเต็มเวลา ติดต่อ ตามเบอร์และที่อยู่ด้านล่าง”

“....”  ผมไม่มีโทรศัพท์ใช้  งั้นผมจำไว้ละกัน ผมความจำดีมาตั้งแต่เด็ก ๆแล้ว เห็นครั้งเดียวคือจำได้ไม่ลืม

หลังจากนั้น ผมก็ใช้เวลาไปกับ การ ไปหยิบหนังสือการ์ตูนมาอ่าน ฆ่าเวลาเผลอแปบเดียวก็หมดเวลาแล้ว บ่ายโมงแล้วเหรอเนี้ย  

ผมอ่านเพลินๆก็รู้สึกง่วงๆ อยากดื่มกาแฟแฮะ  ผมว่าผมเห็นร้านกาแฟ ใกล้แถวนี้นะ ว่าแล้วไปซื้อกาแฟกลับบ้าน แล้วไปเอา บัญชีธนาคาร ไปเบิกเงินซื้อโทรศัพท์ ดีกว่า

“รับอะไรดีครับ” พนักงานผู้ชายเอ่ยถาม

“ขอลาเต้แก้วหนึ่ง ครับ”

“สักครู่นะครับ”

“นี่ครับลาเต้”

“ขอบคุณครับ”หลังจากรับกาแฟเสร็จ กำลังเดินออกจากร้าน มีผู้ชายเดินมาชนผมอย่างแรง ที่รู้ว่าผู้ชายเพราะผมก้ม มองรองเท้าเขา

“ทำไมเดินไม่มองเลย” ผมบ่นเบาๆ เพราะผมเองก็เห็นว่าเสื้อสีขาว ของเขาเปื้อนเป็นรอยกาแฟที่อยู่ในมือผม พอเธอเงยหน้ามองเท่านั้นแหละ( o)

ผู้ชายใบหน้าเกลี้ยงเกลา ทรงผมซอยรากไทรถึงต้นคอสีดำเข้ม ดวงตาสีดำเรียวคม ริมฝีปากได้รูป รูปร่างสูงโปร่ง ตวัดสายตาจองผม แบบคาดโทษ

“คุณเดินมาชนผมเองนะ” ผมบอกผู้ชายดวงตาเรียวคม ผมชิงพูดก่อน ผมถือว่าโวยวายก่อนได้เปรียบ  เพราะเรื่องนี้ผมไม่ผิด ไม่รู้ละจากที่สังเกต ผมว่า เสื้อเขาแพง ถ้าเขาเรียกค่าเสียหาย ผมไม่มีเงินจ่ายให้หรอกนะ!

เอาไงดีเดินหนีดีไหม ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น อย่างคิดไม่ตก ผมทำท่าว่าจะเดินหนี เขาก็พูดขึ้นมาประโยคหนึ่ง

“รับผิดชอบ”

“.ผมไม่มีเงินครับ” -0- ผมอ้าปากค้างเลยเพราะเขาเดินมาขวาง ทางผมไม่ให้เดินหนี

 จะบอกว่ามีไม่ได้เด็ดขาด เงินหน่ะมี แต่มันมีน้อยไง เพราะถ้าให้กลัวว่าจะมีเงินซื้อ โทรศัพท์ ไม่พอนะสิ ผมไม่รู้ว่าโทรศัพท์มันแพงไหม

“...”

“...”

อยู่ๆเขาลากผมออกไปข้างนอกร้าน แล้วผลักไปผมตรงผนัง ซอยเล็กๆ แล้วตรึงผมไว้ในวงแขน ทั้งสองข้าง

“นี่คุณผมเจ็บนะ” ผมขมวดคิ้ว ตวัดสายตามองหน้าเขาอย่างขัดใจ คนอะไรสูงชะมัด

เขาก้มกระซิบข้างหูของผม เบาๆ “จะหนีแบบไม่รับผิดชอบเหรอ”พูดไม่พอมือด้านขวากั้นไม่ให้ผมวิ่งออกไป แล้วมือด้านซ้าย แกะกระดุมเสื้อผมตอนไหนไม่รู้  แล้วเอาสอดมือทาบลงบนหน้าอกผม เอาละตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ทั้งโกรธแล้วก็อายผมกัดปากและตวัดสายตามองเข้าอย่างไม่พอใจ ผมจะร้องไห้เกิดมาไม่เคยจะสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ แบบนี้มาก่อนแค่ทำกาแฟ เปื้อนเสื้อเองนะ  

“ ค่าปรับที่ทำเสื้อฉันเลอะ”  เขาพูดพร้อมกับเอานิ้วโป้ง เกลี่ยริมฝีปากผม

“...” ตอนนี้ผมคิดได้อย่างเดียวว่า อยากหายไปจากที่นี่ จากสถานการณ์ บ้าๆนี่

“...”


พอผู้ชายเจ้าของดวงตาเรียวคมเผลอ ผมก็เอาหัวผมลอดตรง ช่องว่างแขนด้านขวาของเขา พอหลุดไปได้ก็ตั้งหน้า ตั้งตาวิ่งอย่างเดียว สิครับรออะไร


@ ธนาคาร

หลังจากหนีจากเหตุการณ์ระทึกขวัญ พอมาถึงที่ธนาคารก็พี่พนักงานธนาคาร บริการผมอย่างดี เธอบอกว่า “ค่าธรรมเนียมในการทำบัตร ครั้งแรกฟรี ถ้าหายต้องเสียค่าธรรมเนียมทำบัตรใหม่นะค่ะ”

ผมนี่ยิ้มรับคำหน้าบ้านเลย

“เข้าใจแล้วครับ”ของฟรีนี้มันดีจังเลยน้า~

เสร็จธุระ จากธนาคารผมก็เดินไปซื้อโทรศัพท์ราคาถูก มาใช้สักเครื่องแล้วตรงกลับบ้านทันที

พอถึงบ้าน ก็เดินไปตรงห้องนั่งเล่น คิดไปคิดมาก็แปลกนะ ที่งานเลขา เงินเดือนเยอะขนาดนี้ไม่มีใครทำ ผมว่างานแบบนี้เหมาะกับเธอนะ คิดได้ดังนั้น ติดต่อไปเลยดีกว่า

“สวัสดีครับ”

“เออ..สวัสดีครับ ผมชื่อสกายจะสมัครตำแหน่งงานเลขาครับ” เสียงปลายสาย เงียบไปสักพัก ก่อนจะตอบมาอย่างรวดเร็ว

“3-4วันจะติดต่อกลับ”

“... ” เขาว่างสายผมไปแล้ว (°□°) ┻━┻


----------------------------------------

#ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามค่ะ  Good job (・ω・)b

#ส่วนใครไม่ชอบกดติดตามกดหัวใจให้ก็ได้นะค่ะ จุ๊บๆ XD


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

14 ความคิดเห็น

  1. #12 TD.Spain312 (@spainyer) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 19:11

    "ป้าว่าไงผมว่างั้น" ฮื่อออ น่ารักจังเลยหนู ความเนียนแบบน่ารักนี้มันอะไรกันนน><

    #12
    0
  2. #7 Saku442274 (@Saku442274) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 06:30
    โอ๊ย!น้อง~
    มาวันแรกก็โดนผู้ชายลวนลามซะแล้ว~
    เขาต้องเป็นเจ้านายน้องในอนาคตแน่ๆเลย ฟันธง!!!
    #7
    0