Beautiful magic sky

ตอนที่ 8 : บัตรประจำตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    11 ก.พ. 62

ตอนที่ 8


แสงแดดอ่อนๆยามเช้าจะเป็นแสงแดดที่ไม่ร้อนจัด


แฮ่กๆ  แฮ่กๆ  แฮ่กๆ

  

“ขึ้นมา” เสียงเกรย์เอ่ยอย่างเคร่งขรึม


  “ ฮะๆ แฮ่กๆ กะ เกรย์  ขะ ขออีกแปบหนึ่งนะ” ร่างบางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบและว่ายมาเกาะขอบสระน้ำ แหงนหน้ามองร่างสูงที่จ้องเขาอย่างคาดโทษ “นะ น้าๆๆ ”ผมเอ่ยอย่างออดอ้อน เนื่องจากว่าผมอยากว่ายน้ำตั้งแต่ครั้งแรกที่เดินเข้ามาในคอนโดนแห่งนี้แล้ว

“เมื่อ 35นาทีที่แล้วนายก็บอกแบบนี้ ”

สกายที่กำลังจะกลับไปว่ายอีกน้ำรอบก่อนขึ้นจากสระ จู่ๆเขาก็ถูกทำให้ลอยขึ้นกลางอากาศ สกายส่งสายตาเบิกกว้างอย่างตกใจและเอียงคอพร้อมทั้งอ้าปากค้าง มองเจ้าของสถานนี่นี้อย่างไม่เข้าใจ ก็วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ =  0 =? ทำไมถึงห้ามไม่ให้ว่ายน้ำต่อล่ะ ‘แป๊บเดียวเอง’

เกรย์ยืนมองหน้าเด็กดื้อเอียงคอมองเขา ที่ถูกเขาใช้พลังให้ยกตัวลอยขึ้นจากสระ เขาหรี่สายตามองตามร่างนวลขาว เส้นผมยาวที่เปียกน้ำแนบไปกับลำตัวบางและ เรียวขาขาวสวมใส่กางเกงว่ายน้ำขาสั้น ดวงตาของเขาก็มืดลงข่มใจไว้เพื่อไม่ให้เอื้อมมือไปถอดกางเกงว่ายน้ำแสนสั้นนั้น  ‘กำลังทดสอบความอดทนเขาใช่ไหม ร่างสูงกำลังอุ้มเด็กดื้อเดินเข้าห้อง เขาไม่สนเสียงโวยวายเล็กๆนั้นหรอก

หลังจากเปิดประตูก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับปล่อยร่างบางลง และเอ่ยสั่งว่า

“ไปอาบน้ำแล้วเจอกันในห้องนั่งเล่น”

เกรย์ยืนกอดอกมองตามเรียวขาขาวที่กำลังเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว แผ่นหลังเนียนขาวไร้ที่ติกับเส้นผมสีฟ้ายาวสยายแนบไปกับลำตัวก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป    ‘ถ้าร่างบางยังดื้อกับเขาอีก คงจะต้องจับกด’


ในห้องนั่งเล่น


สกายที่เดินออกมาจากห้องหลังจากอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เห็นเกรย์นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ จึงเอ่ยเรียกเกรย์เบาๆ “เกรย์”


“มานั่งข้างๆ” เกรย์เงยหน้าออกจากหนังสือพิมพ์และเอ่ยตอบร่างบางด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งกว่าปกติ  

สกายเดินไปนั่งข้างๆร่างสูงอย่างว่าง่ายเพราะเสียงที่ใช้เรียกเขาเหมือนกับว่ามีธุระจะคุยด้วย

“วันนี้เราจะไปประเทศ C เตรียมตัวให้พร้อม” เกรย์เอ่ยบอกร่างบางให้เตรียมตัวก่อนที่จะออกเดินทาง

“อ่อ..วันนี้เหรอครับ” สกายเอ่ยถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

เกรย์ไม่ตอบเขาแต่พยักหน้าให้และ เกรย์พูดอะไรบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ จู่ๆมีบัตรสี่เหลี่ยมสีทองลอยมาอยู่ตรงหน้าเขา

“อะไรเหรอครับ?” สกายเอ่ยถามเกรย์อย่างสงสัย

“นี่คือบัตรประจำตัวของนายใส่พลังเวทย์ลงไปเบาๆ” เกรย์อธิบายวิธีเปิดใช้งานบัตร

“แบบนี้เหรอครับ”สกายเอ่ยถามและตั้งสมาธิพร้อมกับฝ่ามือเรียวบางวางเหนือบัตรค่อยๆใส่พลังลงไป

เกรย์ไม่ตอบคำถามแต่พยักหน้าให้แทน ใบหน้าเรียบนิ่งของเกรย์ก็ขมวดคิ้วขึ้น เขานั่งมองร่างบางที่ค่อยๆเท พลังลงไปออร่าของสกายเป็นสีม่วงอ่อนๆ

ระหว่างที่สกายค่อยๆเท พลังลงไปก็เกิดแสงสีม่วงสว่างวาบขึ้นมาครู่หนึ่งแล้วก็จางหายไป บนบัตรปรากฏ เป็นรูปเขาและข้อมูลประจำตัว และไล่สายตามองไปบนบัตรก่อนจะตะโกนถามเกรย์อย่างลืมตัว


“เกรย์มีเงินสองแสน!!”

เกรย์ยกยิ้มมุมปากและเอื้อมมือลูบศีรษะของคนตัวเล็กเบาๆก่อนจะเอ่ยว่า “พี่ให้เป็นของขวัญ”

“ แล้วบัตรสีทองนี่ ใช้ยังไงเหรอครับ?” สกายมองดูบัตรสีทองในมือ บนบัตรมีบอกแค่ชื่อ อายุ สถานที่ทำงาน และเงินจะใช้ยังไงละนิ =  =?

“ลองศึกษาเองก่อนสิ” เกรย์เอ่ยบอกพร้อมกับอุ้มร่างบางมานั่งบนตักเขา

ตอนนี้สกายไม่ได้สนใจเกรย์ที่อุ้มเขามานั่งตัก เขากำลังมองเจ้าบัตรประจำตัวเขาอย่างสงสัย อืม...เจ้าบัตรนี้มันประทับพลังเราลงไปแล้ว เราน่าจะสั่งมันได้นะทันทีที่คิดแบบนั้นก็ลองตั้งสมาธิ


ฟึ่บ !


แล้วก็นึกในใจว่า ‘เก็บ”  อุต๊ะ!*0* หายไปในมือแล้ว สกายเบิกตาโตแล้วลองนึกรูปร่างบัตรสีทองที่หายเข้าไปในฝ่ามือให้ออกมาอีกที ‘ปรากฎ’ คราวนี้มันลอยอยู่เหนือฝ่ามือเขา







เกรย์มองดูร่างบางกำลังทดลองใช้บัตรโดยที่เขาไม่ต้องสอน เขาหรี่สายตาลงอย่างใช้ความคิด ปกติแล้วเราจำเป็นต้องร่ายเวทย์ในการเรียกใช้บัตรขึ้นมา เขาก็รู้นั้นแหละว่า สกายใช้เวทย์ได้ดังใจนึก แต่ต้องไม่ใช่กับบัตรประจำตัวเวทย์มนต์แบบนี้   


“เกรย์เวลาเราจะซื้อของเราก็ยื่นเจ้าบัตรนี้ในการจ่ายใช้ไหมครับ?” สกายเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ

“ใช่”เกรย์เอ่ยตอบพร้อมกับก้มใบหน้ากระซิบที่ข้างหูของร่างบาง ที่สนใจแต่บัตรสีทองในมือ

“นอกจากนี้มันทำอะไรได้อีกไหมครับ?” ร่างบางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้เพิ่มเติม

“ลองเดาสิ” เกรย์เอ่ยบอกเบาๆที่ข้างหูของสกาย

สกายเอนหลังพิงเกรย์อย่างใช้ความคิด ก่อนจะเงยหน้าบอกเกรย์ว่า “แปลงร่างเป็นรถ*0*”

“...”

“อ้าว  ไม่ได้เหรอ….แล้วอะไรละครับ?” สกายรู้คำตอบได้จากการที่ร่างสูงเงียบ

เกรย์มองร่างบางที่พิงหน้าอกเขาและเอ่ยว่า “ถ้าตอบถูกจะพาเที่ยว”

เขานั่งมองใบหน้าหวานที่ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด ทำหน้าเคร่งเครียดยิ่งกว่าตอนทำงานกับเขาซะอีก


จู่ๆสกายตะโกนขึ้นมา “รู้แล้ว!” *0*และเอ่ยต่อว่า “ใช้สื่อสารไง ใช่ไหมๆ คล้ายๆกับโทรศัพท์ถูกไหมครับ?” สกายนึกถึงตอนที่เขามาที่นี่วันแรกๆ ตอนถามเรียวว่า ‘ขอออกไปเก็บของที่บ้านได้ไหม’ เรียวก็ตอบว่าไม่อนุญาตทั้งๆที่เขาก็ไม่รู้ว่าขออนุญาตกันตอนไหนและอีกครั้งตอนที่ทำงานวันแรก ‘เรียวบอกว่าบอสเรียก’  มิน่าล่ะเจ้าบัตรสีทองนี้สะดวกดีแฮะ

เกรย์เงียบไปสักครู่ก่อนจะเอ่ยตอบร่างบางที่รอลุ้นเป็นอย่างมาก “ถูกต้อง”

“เย้!!! เที่ยว เที่ยว เที่ยว ” พูดพร้อมกับเงยหน้ามองเกรย์ที่นั่งข้างหลังเขาอย่างดีใจ ^  ^

“บัตรนี้มีพื้นที่เก็บของขนาด22ตารางเมตร รู้ใช่ไหมว่าต้องนำของเข้าไปยังไง หลังจากที่จัดของเสร็จแล้วเราจะเดินทางทันที” เกรย์เอ่ยบอกวิธีใช้บัตรเพิ่มเติม

“ว้าว*0* สะดวกจังเลย ขอบคุณครับ^ ^”  สกายอุทานอย่างแปลกใจเพราะในยุคที่เขาจากมาการเก็บของจะเป็นช่องแคปซูลแต่ไม่กว้างเท่ากับบัตรสีทองที่อยู่ในมือเขา

เกรย์นั่งมองร่างบางที่พยักหน้ารับคำแล้วลุกจากหน้าตักเขาไป เขามองตามขาเรียวขาวที่รีบวิ่งเข้าไปในห้องอย่างว่องไว ราวกับว่ากลัวเขาจะเปลี่ยนใจไม่พาไปเที่ยว


ขณะนี้เราเดินทางโดยรถไฟสนามแม่เหล็ก ลักษณะคล้ายกับกระสวยเล็กๆมีรูปร่างคล้ายหัวกระสุนโดยใช้สนามแม่เหล็กในการขับเคลื่อน ระบบการขนส่งที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย นี้เป็นบริษัทของเกรย์ที่เป็นผู้จัดตั้งขึ้นเป็นรายแรกของโลกที่เน้นไปทางด้านความเร็วเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นการเดินทางบนถนนละก็ตอนนี้ สกายยังไม่เห็นรถไร้ล้อที่สามารถบินได้เลย ที่สำคัญการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว  บนท้องถนนของยุคนี้การจราจรก็ยังคงติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน บริษัทของเกรย์น่าจะลงทุนในส่วนของการคมนาคมบนถนนด้วยนะ รถจะได้ไม่ติด...

เอ๋!?...แต่จะว่าไป ทำไมอนาคตข้างหน้าที่ผมจากมาถึงไม่มีบริษัท G o ของเกรย์ละ? พอคิดได้ดังนั้นเหมือนฟ้าจะถล่มลงมาตรงหน้าของผม….มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่างแน่ๆ ลางสังหรณ์ของผมบอกว่าต้องมีบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผม...แต่แล้วอะไรล่ะ? ‘เฮ้อ’ ถ้ามันถึงเวลาเดี๋ยวก็รู้เองนั้นแหละคิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ = = ’

เกรย์เอื่อมนิ้วไปนวดระหว่างคิ้วของร่างบางที่กำลังขมวดคิ้วชนกัน และเอ่ยถามอย่างสงสัย “คิดอะไรอยู่ครับ...หืมหน้าตาเครียดเชียว”

สกายหันไปมองเกรย์ที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มๆกับเขา ‘ ช่วยยิ้มแล้วพูดได้ไหมเกรย์’= =  ได้แค่คิดอ่านะ พูดไม่ได้เดี๋ยวเจอสายตาพิฆาต

“กำลังคิดว่าเราหยุดงานไปแบบนี้จะดีหรือเปล่า?” สกายหันหน้าไปตอบเกรย์ และต่อท้ายในใจ ใครเขาจะบอกกันล่ะว่าในอนาคตข้างหน้าไม่มีบริษัทที่ชื่อ G o

“ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาหยุดยาว 1 สัปดาห์”เกรย์เอ่ยตอบร่างบางที่ทำหน้าตาเหมือนที่จะพยายามปกปิดเรื่องอะไรบางอย่าง


หลังจากออกมาจากสถานีรถไฟ ตอนนี้ผมอยู่ในรถยนต์ส่วนตัวซึ่งเกรย์กำลังขับไปที่ไหนสักแห่ง หากมองออกไปข้างนอกกระจกรถ เมืองนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นแผ่นดินใหญ่ และผมก็คิดว่าแผ่นดินเขาใหญ่จริงๆครับ ความทันสมัยในแบบตะวันตก ตึกสูงระฟ้ากับโครงสร้างทันสมัยที่แสดงถึงความรุ่งเรืองทางการค้าและธุรกิจท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ  จนถึงตอนนี้ผมก็ไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางของเราจะไปที่ไหน พอมองจากในรถผมเห็นหอคอยไกลๆรู้สึกว่าอลังการงานสร้างจริงๆ ผมคิดว่าเกรย์น่าจะพาผมไปเที่ยวหอคอยนี่แน่ๆ แล้วก็ใช่จริงๆด้วยเพราะตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่ด้านหน้าทางเข้า พอเงยหน้าขึ้นไปมองหอยคอยสูง ตอนที่มองไกลๆจากในรถคิดว่าอลังแล้วพอมาใกล้ๆก็แน่นย้ำความรู้สึกกับตัวเองว่าอลังการจริงๆ

ตอนนี้เรากำลังเดินเข้าไปขึ้นในลิฟต์ชั้นที่เท่าไม่รู้ พอก้าวขาออกมาจากลิฟต์เป็นชั้นกว้างที่มีกระจกกั้นเป็น พื้นที่ไว้สำหรับชมวิวทิวทัศน์ของเมือง

“ฮู้วว์ !” พอมองลงไปข้างล่างเป็นเมืองที่ใหญ่มากจริงๆครับ มองเห็นสะพานข้ามแม่น้ำยาวมากสีแดง ผมรวบรวมพลังไปที่สายตามองไปยังข้างล่างด้วยความอยากรู้ว่าผู้คนเขาทำอะไรกันอยู่ ผมเลือกทิศที่คนน่าจะเยอะ ซึ่งเป็นใจกลางเมืองย่านท่องเที่ยวต่างๆ มีศาลเจ้า  พระราชวัง บางคนเดินซื้อของ บางคนถ่ายรูปกับสะพานสีแดงข้ามน้ำเล็กๆน่าจะเป็นบริเวณวัด มองเลยไปอีกนิดเห็นผู้ชายมีอายุกำลังยืนให้อาหารสัตว์ดูเหมือนจะเป็นกวาง ผมไล่เดินดูรอบๆไปเรื่อยๆ มองเพลินจนลืมเวลาเลยครับรู้สึกตัวอีกทีเกรย์จูงมือผมมาที่ลิฟต์แล้ว ∼

“ชอบไหม” เกรย์เอ่ยถามสกายที่มองดูเมืองด้านล่างจนเข้าโลกส่วนตัว และลืมเขาอีกแล้ว

สกายหันไปยิ้มกว้างให้เกรย์และเอ่ยตอบว่า   “ชอบครับ ^ ^”

 

เกรย์พาผมลงลิฟต์มาชั้นด้านล่างโซนพิพิธภัณท์สัตว์น้ำ “ฮู้วว์ !” ผม อยากจะแนบหน้ากับอุโมงค์ที่มีปลาตัวใหญ่ตัวเล็กว่ายอยู่ในนั้น  งื้อ ∼ที่นี่เหมาะแก่การสิงสถิตอยู่สักครึ่งวันจริงๆ !


เวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีเกรย์ก็เรียกผมแล้ว “ตัวเล็ก”

“ครับเกรย์” สกายหันไปเอ่ยตอบร่างสูงที่เรียกเขาให้หลุดจากภวังค์อีกครั้ง

“2ทุ่มแล้วนะ ไม่หิวเหรอครับ” เกรย์ถามพร้อมกับวางฝ่ามือโยกบนศีรษะของคนตัวเล็ก

“ห่ะ..ดึกขนาดนี้แล้วเหรอครับ?” สกายเบิกตาโตอย่างไม่เชื่อ เพราะเขารู้สึกว่าเพิ่งเดินดูได้ไม่กี่นาทีเองนะ นี่สินะที่เขาว่ากันว่าเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไว ยังไม่อยากจะกลับออกไปเลยT T

“วันนี้เราจะขึ้นไปโลกข้างบน...พอจะจำได้หรือเปล่าว่าชื่อเมืองว่าอะไร” เกรย์พูดหยอกร่างเล็กที่ใบหน้าเปลี่ยนอารมณ์ไปมา

“ห่ะ!!? ”พอจบประโยคของร่างสูงปุ๊บเขาก็หันใบหน้า เบิกตากว้างเป็นรอบที่เท่าไรแล้วไม่รู้ของวันนี้ “ข้างบน*0*!...เมืองคลากค์เหรอครับ?”  สกายเอ่ยตอบร่างสูงด้วยน้ำทั้งที่ตื่นเต้นและสงสัยใคร่รู้

“ใช่เมืองคลากค์และพี่จะพาเราไปเที่ยวบ้าน ” เกรย์เอ่ยตอบร่างบางและบอกถึงจุดมุ่งหมายถัดไป

สกายที่กำลังก้าวขาเรียวเดินออกจากลิฟต์เนื่องจากชั้นนี้เป็นดาดฟ้าเปิดโล่งพอเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าที่ตอนนี้ดวงอาทิตย์ล่าลับขอบฟ้าไปแล้ว รอบข้างมีม้านั่งยาวเรียงกันไปตามแนว

กำแพงกั้น มองออกไปด้านนอกที่ตอนนี้เมืองทั้งเมืองส่องสว่างเต็มไปด้วยแสงไฟ ดูสวยงามเพลินตาไม่แพ้ตอนกลางวันเลยทีเดียว

ใบหน้านวลของสกายแดงขึ้นเพราะความหิว ก่อนจะเอ่ยบอกร่างสูงพร้อมทั้งสะกิดมือที่ไม่รู้ว่ากุมมือกันตอนไหน “เกรย์ผมหิวข้าวแล้วอ่ะ”

เขาไม่เอ่ยตอบร่างบางแต่ส่งหัวเราะให้แทน  “หึ หึ” เกรย์หันไปมองคนตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างๆเขา ตอนพูดถึงเรื่องอาหารใบหน้าสวยของคนตัวเล็กก็แดงขึ้นอย่างเขินอาย  ทีตอนถูกเขาอุ้มมานั่งหน้าตักบ้าง กระซิบข้างหูบ้างก็ยังไม่มีทีท่าอะไรแบบนี้ให้เขาเห็น พอนึกถึงเรื่องนี้แล้ว เขาก็ได้แต่ปลงตกในใจ เขาก็ไม่รู้ว่าร่างบางโตมาแบบไหนถึงไม่รู้ว่าการกระทำแบบนี้แปลว่าชอบหรือเป็นเพราะเขาหน้าเรียบนิ่งไป? เรื่องใบหน้าของเขาเป็นพันธุกรรมที่ได้รับการถ่ายถอดมาจากพ่อ แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า


‘พ่อของเขาจีบแม่ยังไง?’ (`・_・´)


    สกายอยากจะรู้เหมือนกันว่าประตูทางเข้าของเมืองคลากค์จะเป็นแบบไหน...




---------------------------------------------------------------------------------

#คนพี่สายเปย์ค่ะ

#ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามค่ะ  Good job (・ω・)b

#ส่วนใครไม่ชอบกดติดตามกดหัวใจให้ก็ได้นะค่ะ จุ๊บๆ XD



#ขอบคุณที่มาของรูปภาพ สำหรับเครดิตรูปภาพคลิ๊กที่รูปนะค่ะ.

  : 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

14 ความคิดเห็น