[Fic EXO] ✚ บอดี้การ์ดบยอน ✚ ChanBaek Ft.EXO

ตอนที่ 32 : ✚บอดี้การ์ดบยอน✚ XXVI [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,652
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    3 ส.ค. 58



            “คุณชานยอลคะ ท่านประธานขอพบหน่อย” หญิงสาวที่เป็นเลขาของประธานบริษัทเดินมายังแผนกของนักศึกษาที่มาฝึกงาน



            “ครับ” ชานยอลตอบรับอย่างส่งๆพร้อมกับถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าหญิงสาวได้เดินจนลับสายตาไปแล้ว



            อะไรของพ่อเขาวะ? อยู่ๆก็อยากเจอ?



            ขายาวเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าบานประตูก่อนจะลงมือเคาะสามทีให้พอมีมารยาทแล้วผลักประตูให้เปิดออก



            “ว่าไงลูกชาย ฝึกงานที่นี่สบายดีใช่มั้ย” ท่านประธานเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู



            “ก็ดีครับ แต่พ่อจะให้ผมมาพบทำไม” ร่างสูงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับคนเป็นพ่อ



            “เอ้านี่ คนเขาก็เป็นห่วงลูกก็ต้องเรียกมาเจอหน่อยสิ”



            “ขอประเด็นตรงๆ ผมรู้ว่าเวลาพ่อมีเรื่องสำคัญจะบอกทีไรชอบพูดจาอ้อมโลกตลอด”



            ที่จริงร่างสูงก็ไม่เข้าใจเหมือนกันพ่อเขาจะเรียกมาเจอทำไมทั้งที่ตลอดเวลาเกือบ2อาทิตย์แทบจะไม่เจอกันอยู่แล้วถึงแม้จะอยู่สถานที่เดียวกันก็เถอะ



            “แม่แกอยากให้เจอกับว่าที่คู่หมั้นของแก”



            “วะ...ว่าไงนะ?” ร่างสูงตัวแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็งเอาไว้ หัวใจเขาสั่นรัวเหมือนมีคนมาเขย่าจนมันแทบหลุดจากอก



            “ก็อย่างที่พูด แม่อยากให้แกหมั้นทันทีที่เรียนจบ” ท่านประธานพูดทุกอย่างออกมาในท่าที่สบายๆซึ่งขัดกับคนฟังที่จ้องหน้าเขาจนแทบจะพุ่งเข้าหาได้ทุกเมื่อ



            “งั้นมันก็เหลืออีก......2อาทิตย์น่ะหรอ?” ชานยอลพยายามข่มเสียงสั่นๆของตัวเองให้ปกติที่สุดถึงแม้ว่ามันจะยากก็ตาม



            “อาทิตย์หน้าคู่หมั้นแกจะมาแล้ว ก็ให้ดูใจกันซักเดือนนึงแล้วค่อยหมั้น ว่าไง....”



            “ไม่ครับ!!!” ไม่ต้องรอให้คนเป็นพ่อได้พูดจบประโยคก็เป็นร่างสูงเสียเองที่ตะโกนขัดออกมาก่อน



            “ทำไม”



            “ผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว พ่อจะมาบังคับให้ผมหมั้นกับใครไม่ได้ทั้งนั้น!” ร่างสูงลุกขึ้นยืนตบโต๊ะเสียงดังจนท่านประธานต้องมอง



            “เจ้าชาน พ่อว่าพ่อคุยกับแกเรื่องนี้มานานแล้วนะ อยู่ๆจะออกมาบอกว่าแกมีคนรักอยู่แล้วแบบนี้มันไม่ถูก”



            “มันต้องถูกสิพ่อ จะให้ผมไปอยู่กินกับใครที่ไม่รู้จักกันเลยได้ยังไง!” พูดออกไปด้วยอารมณ์ที่พุ่งขึ้นสูงอย่างเริ่มห้ามตัวเองไม่อยู่



            “พ่อปล่อยให้แกใช้ชีวิตอย่างอิสระมานานพอแล้ว แกก็ควรจะเชื่อฟังพ่อกับแม่บ้าง แกโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ เลิกเอาความแต่ใจแบบเด็กๆของแกมาใช้ได้แล้ว”



            “พ่อไม่เข้าใจผม.....”



            “เออ พ่อไม่เข้าใจแก ในเมื่อเรื่องมาถึงขนาดนี้แล้วยังไงแกก็ต้องทำ”



            “ไม่!” ชานยอลตบโต๊ะเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินไปเตรียมออกจากห้องแต่ก็ถูกขัดไว้เสียก่อน



            “แกจะไปไหน” คนเป็นพ่อถามขึ้นเมื่อเห็นว่าลูกชายที่แสนจะเอาแต่ใจตัวเองเดินตึงตังออกไป



            “กลับคอนโด”



            “นี่มันยังไม่หมดเวลางานแกยังกลับไม่ได้” ท่านประธานเริ่มลุกขึ้นบ้างเมื่อเห็นว่าร่างสูงจะออกไปจริงๆ “ถ้าแกไปฉันจะไม่ให้แกผ่านการฝึกงานนี้” ในเมื่อพูดดีๆด้วยไม่ยอมฟังก็คงต้องมีการขู่กันบ้าง



            “ไม่ให้ผ่านก็ไม่ผ่าน ผมจะได้เรียนไม่จบ จะได้ไม่ต้องหมั้นไง!” พูดจบก็เปิดประตูออกแล้วกระแทกประตูปิดจนเสียงดังสนั่น



            คนเป็นพ่อก็ได้แต่ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้แล้วใช้มือกุมขมับตัวเองอย่างคนจนปัญญา



            “โถ่เอ๊ย ทำไมคุณต้องมาให้ผมมารับมือกับไอ้ลูกดื้อด้านแบบนี้ด้วยนะอึนจอง” ยกมือขึ้นมานวดขมับตัวเองเบาๆแล้วหยิบโทรศัพท์ตั้งโต๊ะขึ้นมาก่อนจะกดโทรหาภรรยาที่เฝ้ารอคำตอบอยู่ที่บ้าน



            “อืม ไอ้ชานไม่ฟังผมเลย ว่าไงนะ? คุณจะมาคุยเอง ตอนนี้มันหนีกลับไปแล้วเนี่ย ผมปวดหัวจนสมองจะระเบิดแล้วคุณ ได้ๆ” แล้วก็วางสายไป



            ชายสูงวัยยกยิ้มราวกับผู้ชนะ



            “คุยกับพ่อไม่รู้เรื่องแบบนี้เจอแม่แกหน่อยเป็นไง หึ”

 

 

 












 

 

 

            11  A.M.



            หลังจากที่ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ก็ทำให้คนที่นอนไร้เรี่ยวแรงแทบทั้งวันตื่นได้ ร่างเล็กยืดตัวภายใต้ผ้าห่มผืนหนานั้นก่อนจะเอาห่อพันร่างกายของตัวเอง แต่ทำไมผ้าห่มผืนนี้กลิ่นไม่คุ้นเลยแหะ? เมื่อดึงมาดูก็สรุปว่าไม่ใช่ผ้าห่มของตัวเองที่เอามาใช้ทุกวันนี่ แต่มันคือของคุณชานยอลต่างหาก



            แล้วทำไมต้องเอามาให้ใช้ด้วยเล่า มิน่าละเขาถึงรู้สึกว่าร่างสูงอยู่กับตัวเองตลอดเวลาเพราะกลิ่นผ้าห่มผืนนี้แหละที่ร่างสูงใช้ห่มนอนอยู่ทุกวัน



            มือเล็กยกขึ้นมาขยี้ตาตัวเองแล้วลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม ถึงแม้จะยังเจ็บหน่วงๆช่วงล่างอยู่ก็เถอะแต่มันก็ถือว่าอาการดีขึ้นกว่าเมื่อเช้า นี่เขาพูดอะไรไปเนี้ย -///-



            RRRrrrrrrr



            เสียงกริ่งหน้าห้องทำให้คนที่เพิ่งตื่นต้องยันตัวเองยืนขึ้นแล้วเดินแบบกะเผลกๆไปที่หน้าประตู



            “จงอิน?” เมื่อเปิดประตูไปเจอกับบุคคลที่มาเยือนก็ทักด้วยความสงสัย เพราะครั้งสุดท้ายที่เจอก็คือพักนึงแล้ว



            “เห็นจงแดบอกว่าลูกพี่ป่วยฉันเลยมาเฝ้า”



            “ไม่เห็นต้องลำบากเลยฉันอยู่ได้”



            “เงียบไปเถอะน่า” จงอินอาศัยรูปร่างที่ใหญ่กว่าแทรกตัวเองเข้าไปภายในห้องจนคนที่ยืนขวางทางเข้าห้องก็จำเป็นต้องเบี่ยงหลบให้



            เมื่อเดินเข้ามาในห้องได้จงอินก็เดินไปที่โต๊ะกินข้าวก่อนจะวางอาหารเที่ยงที่ตัวเองไปซื้อมาไว้บนโต๊ะ แบคฮยอนที่เหมือนจะปฏิเสธความหวังดีของอีกคนไม่ได้ก็ปิดประตูและเดินเข้าไปที่ตำแหน่งที่จงอินยืนอยู่



            “ลูกพี่เป็นอะไร” จงอินที่สังเกตเห็นว่าคนตัวเล็กมีการเดินแปลกๆก็ถามออกมา



            “เออ..คือ ฉันลื่นล้มน่ะเลยเจ็บสะโพกนิดหน่อย แฮะๆ”  แบคฮยอนค้ำมือตัวเองกับผนังห้องให้ช่วยในการเดินอย่างสะดวก



            “นี่คุณชานยอลเขาดูแลลูกพี่ไม่ดีเลยหรือไงน่ะ” ร่างโปร่งเดินเข้ามาใกล้แล้วช่วยพยุงอีกคนให้เดินมานั่งบนเก้าอี้ที่โต๊ะกินข้าว



            “ขอบใจนะ”



            จงอินเพียงพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าครัวไปหยิบถ้วยและช้อนออกมา แกะถุงที่บรรจุอาหารออกเทลงถ้วยที่เตรียมมาและดันไปไว้ตรงหน้าของแบคฮยอน เดินอ้อมไปนั่งตรงข้ามและใช้มือเท้าคางตัวเองมองคนตรงหน้า



            “มองฉันทำไม” แบคฮยอนถามเพราะถ้าจงอินยังมองเขาอยู่แบบนี้ยังไงก็กินไม่ลง



            “ก็กินไปสิ จะสนใจทำไม” พูดย้อนอีกคนที่เริ่มมองเขาอย่างหัวเสีย



            แบคฮยอนหยิบช้อนขึ้นมาแล้วตักข้าวต้มเข้าปากตัวเองโดยสายตาก็มองไปมารอบห้องไม่คิดที่จะสบตากับลูกน้องของตัวเองเพียงซักนิด



            “ลูกพี่ไม่คิดจะถามฉันบ้างเหรอว่าฉันหายไปไหนมา” จงอินเท้าคางถามคนตัวเล็ก



            “ก็นายบอกให้ฉันไม่ต้องสนใจ ฉันก็ไม่ถามไง” มือเล็กยกข้าวต้มขึ้นมาเข้าปากอีกคำแล้วโยกหัวไปมาเล่นแบบเด็กๆ



            “งั้นฉันเล่าเอง ฉันไปหาข้อมูลของคนที่ชื่อเซฮุนมาให้ แต่มันไม่มีอะไรเลย ฉันเลยต้องไปหาที่อยู่ของเจ้านั้นมาแทน”



            “ที่อยู่เนี้ยนะ? มันจะเสี่ยงเกินไปแล้ว” เพราะคำบอกเล่าของจงอินทำให้แบคฮยอนถึงขั้นวางช้อนลง



            “ก็น่า เขาไม่ได้อยู่บ้านซักหน่อย ก็อยู่คอนโดแหละ”



            “ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ เราไม่รู้ว่าเขามีนิสัยยังไงการที่ไปบุกถึงที่แบบนั้นไม่ต่างกับเข้าถ้ำเสือซักนิด”



            “แต่ว่า........”



            “ฉันขอสั่งให้นายเลิกไปที่นั่น เพราะฉันมีวิธีที่ดีกว่านั้น”



            “ทำไม”



            “ฉันไม่อยากให้นายมาเสี่ยงจงอิน เรื่องนี้ไม่ใช่เล่นๆ ถ้ามันพลาดนั่นหมายถึงชีวิตของนาย”



            “ลูกพี่เป็นห่วงฉันหรอ?”



            “ก็ใช่ว่านายจะเป็นห่วงฉันได้อย่างเดียวซะที่ไหน ฉันก็ห่วงทุกคนแหละ”



            “อย่างน้อยฉันก็ดีใจนะเนี้ยที่ลูกพี่เป็นห่วงกันบ้าง” มือหนาเอื้อมไปจับกับมือเล็กของอีกคนที่วางอยู่บนโต๊ะ



            “ฉันเป็นห่วงทุกคนอยู่แล้ว” มือที่ว่างอีกข้างก็ยกมาประกบข้างบนของมือหนาอีกทีหนึ่ง พร้อมกับยิ้มให้

 




            “พวกนายทำอะไรกัน...”


 

+++++++++++++++




 

            ชานยอลเดินออกมาจากห้องท่านประธานอย่างหัวเสีย ไม่มองใครทั้งนั้น ขายาวเดินจ้ำออกจากแผนกไปถึงแม้จะมีเสียงเรียกจากพนักงานคนอื่นก็เถอะ ตอนนี้เขารู้อย่างเดียวคือต้องกลับไม่งั้นพ่อของเขาคงคะยั้นคะยอต่อไป



            เมื่อเดินไปถึงรถก็กดรีโมทปลดล็อคแล้วเข้าไปข้างในก่อนจะสตาร์ทเครื่องแล้วเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนตัว ความเร็วของรถในตอนนี้พอๆกับอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายในที่คลับคล้ายว่าจะระเบิดออกมาในตอนนี้ เขาไม่สนแล้วว่าการที่เดินออกมาจากห้องในครั้งนี้ผลต่อมาคืออะไร



            รถคันหรูจอดนิ่งสนิทที่โรงจอดรถใต้คอนโดที่ร่างสูงอาศัยอยู่ มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดขึ้น พยายามสงบสติอารมณ์ที่พุ่งสูงของตัวเอง เขาไม่ชอบที่พ่อกับแม่จะจับคู่แบบนี้ ไม่ชอบที่จะให้พูดถึงคู่หมั้น ก็ในเมื่อเขามีคนที่ตัวเองรักอยู่แล้วจะไปหาให้อีกทำไม



            ขายาวเดินไปเรื่อยๆตามเส้นทางของคอนโด เมื่อถึงหน้าประตูก็ผลักมันเข้าไป เสียงพูดคุยที่ดังมาจากข้างในทำให้รู้ว่านอกจากบอดี้การ์ดของเขาแล้วยังมีคนอื่นอยู่อีก



            แต่เมื่อเดินเข้าไปถึงภาพที่อยู่ตรงหน้าก็ทำให้ชานยอลหยุดการเคลื่อนไหวพร้อมทั้งกล่าวถามออกไป



            “พวกนายทำอะไรกัน...”



            เพราะเสียงทุ้มที่ถามขึ้นก็ทำให้แบคฮยอนต้องหันไปมองพร้อมทั้งชักมือตัวเองกลับ ส่วนจงอินก็ได้แต่มองอยู่เฉยๆ



            “คุณชานยอลทำไมวันนี้กลับไวล่ะครับ” แบคฮยอนลุกขึ้นยืนพร้อมถาม



            “วันนี้มีเรื่องนิดหน่อยฉันเลยกลับเร็ว” ร่างสูงตอบก่อนจะปรายตามองไปที่จงอินที่ยังคงนั่งเหมือนเดิมไม่ไปไหน “แล้วนายล่ะ ทำไมถึงอยู่ที่นี่”



            “จงแดบอกมาว่าวันนี้ลูกพี่ไม่สบายผมเลยมาเยี่ยม” จงอินลุกขึ้นโค้งให้เล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปตามความจริง



            “อ่อ ตอนนี้ฉันดีขึ้นแล้วล่ะจงอิน ขอบใจที่มาเยี่ยมนะ” แบคฮยอนที่เหมือนจะอ่านสถานการณ์ออกก็รีบเอ่ยปากขอบใจที่มีความหมายเชิงให้อีกคนรีบกลับ



            “อือ งั้นฉันกลับก่อนนะ ผมกลับก่อนนะครับคุณชานยอล” จงอินโค้งอีกครั้งก่อนจะเดินออกจากห้องไป



            ชานยอลเดินไปนั่งที่โซฟา ใช้นิ้วเกี่ยวเอาเนคไทออกแล้วปามันไว้ที่ว่างใกล้ๆ ยกมือขึ้นสางผมข้างหน้าอย่างคนที่อารมณ์ไม่ค่อยดี แบคฮยอนที่เห็นดังนั้นก็เดินเข้าไปหาแล้วนั่งตรงที่ว่างข้างๆอีกฝั่งหนึ่ง



            “วันนี้มีเรื่องอะไรครับ วันนี้ถึงกลับเร็ว”



            ร่างสูงเหลือบมองคนข้างๆแล้วตอบแบบที่ทำให้คนฟังต้องคิ้วขมวด



            “ทำไม? กลัวฉันจะเห็นอะไรไปมากว่านี้งั้นสิ”



            “ที่มากกว่านั้นมันคืออะไรครับ?”



            “ก็เมื่อกี้พวกนายทำอะไรกันอยู่ล่ะ”



            “ผมก็แค่จับมือกับจงอินเพื่อให้กำลังใจเฉยๆมันไม่มีอะไรมากกว่านั้นจริงนะครับ”



            ร่างสูงกอดอกมองไปยังเบื้องหน้าแล้วเบ้ปาก ฝ่ายแบคฮยอนที่เห็นว่าอีกคนคงไม่ยอมเข้าใจแน่ก็เอื้อมมือไปหยิกเบาๆที่แก้มของร่างสูง



            “คุณชานยอลนี่หึงแล้วอารมณ์รุนแรงตลอดเลยนะครับ” แบคฮยอนยังคงดึงแก้มอีกฝ่ายไปมาพร้อมทั้งยิ้มเพราะความขี้งอนของร่างสูง



            “นั่นมันคำพูดของฉันต่างหาก” ว่าจบก็ไม่ปล่อยให้ร่างเล็กได้แกล้งเขานาน ชานยอลรวบเอาคนตัวเล็กมากอดไว้พร้อมฟัดลงบนแก้มนิ่มอย่างหมั่นเขี้ยว



            “โอ๊ย ฮ่าๆๆ คุณชานยอลปล่อยได้แล้ว ผมจั๊กจี๋นะ” แบคฮยอนได้แต่ดีดดิ้นอยู่ภายใต้แขนแกร่งบนโซฟา จะหลบไปทางไหนก็ไม่พ้น



            “นายมันชอบปั่นหัวฉันได้ตลอดเวลาจริงๆ” ร่างสูงเลิกแกล้งคนตัวเล็กเหลือเพียงแค่กอดเอาไว้หลวมๆเท่านั้น



            “ผมทำที่ไหน คุณชานยอลคิดไปเองมากกว่า” เมื่อรู้สึกว่าจะได้ที่นั่งที่ดี แบคฮยอนที่นั่งอยู่บนตักของคนตัวสูงก็พิงหลังลงกับอกกว้างราวกับเป็นโซฟาตัวใหญ่



            “..............” เกยคางลงบนกลุ่มผมนิ่มแล้วหลับตาลง วันนี้มันมากเกินไปที่เขาจะทำใจยอมรับจากการที่พ่อบอกเขาได้



            “บอกผมได้หรือยังว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น” แบคฮยอนถามพร้อมก้มหน้าลงเล็กน้อย กระตุกแขนเสื้อของอีกคนเบาๆ



            “วันนี้พ่อฉันเรียกไปคุย.....เกี่ยวกับคู่หมั้น” ชานยอลยังหลับตาและเกยคางแบบนั้นเหมือนเดิม



            “ครับ”



            “นายก็น่าจะรู้ว่าฉันไม่อยากหมั้น ให้ตายเถอะฉันรู้สึกเหมือนอยากจะบ้าจริงๆถ้าพ่อยังย้ำเรื่องนี้อีก”



            “แล้วคุณชานยอลจะทำไงครับ”



            “ฉันจะพานายไปด้วย ไปบอกพ่อให้เข้าใจ”



            “....”



            “และฉันหวังว่าวันนั้นนายจะอยู่ข้างฉัน”



            “ผมจะอยู่ข้างคุณเสมอครับ” มือเล็กเอื้อมไปจับกับมือหนาที่กุมอยู่ที่หัวเข่าของเขาเอง



            “ขอบใจที่นายยังอยู่กับฉันนะแบคฮยอน” ชานยอลใช้มือที่ว่างโอบรัดคนที่นั่งอยู่บนตักให้แน่นขึ้นไปอีก ราวกับกลัวว่าอีกคนจะหายไป “ห้ามโกหกฉันนะ เพราะฉันเกลียดการโกหกมากที่สุดเลย”



            “ผม...ไม่เคยโกหกคุณ...” เสียงเล็กเอ่ยไปอย่างลำบากเพราะถึงแม้ปากจะพูดออกไปแต่ในใจก็รู้ดีว่าเขาเองก็ยังมีเรื่องที่ต้องปิดบังเอาไว้......

 

 

 

 

 

 



 

 

            วันนี้ก็ยังคงเป็นอีกวันที่ร่างสูงยังคงต้องไปฝึกงาน ถึงแม้จะรู้ว่าถ้าไปวันนี้แล้วอาจจะถูกดุหรือต่อว่าที่ทิ้งงานไปกลางคัน แต่ก็แปลกที่ทุกคนยังเหมือนเดิม ไม่มีการถามหรือข้องใจกับเรื่องเมื่อวานที่ชานยอลพุ่งออกจากห้องท่านประธานและกลับทันที



            ทุกอย่างเหมือนเดิมราวกับเมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชานยอลยังคงฝึกงานในส่วนของตัวเองเหมือนเดิม แต่แปลกตรงที่ปกติพนักงานจะเสียงดังโวยวายบ้างตามภาษาคนทำงานที่แสนวุ่นวายนี้ มันผิดปกติก็ตรงนี้แหละ



            ร่างสูงแอบหลบมุมไปนั่งตรงข้างเครื่องถ่ายเอกสารที่เดิมที่นั่งประจำ ถ้าเป็นปกติเขาคงจะโทรเรียกคนตัวเล็กให้มาส่งกาแฟให้แต่วันนี้แบคฮยอนมีธุระทำให้เขาต้องขับรถมาคนเดียว



            ด้วยความที่คิดอะไรเพลินๆทำให้คนตัวสูงไม่ได้สนใจเลยว่ามีใครบางคนยืนอยู่หน้าตัวเองแล้ว



            “ชานยอล”



            เพราะเสียงที่เรียกทำให้เจ้าของชื่อต้องเงยหน้าไปมองก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจที่ไม่คิดว่าจะเจอคนนี้ที่นี่



            “แม่!?”

 

 

 

 





 

 

            “พี่ลู่หานเรื่องที่ให้สืบเป็นไงบ้าง” แบคฮยอนและจงแดที่เข้ามาในห้องพักกึ่งโทรมของรุ่นพี่ก็เอ่ยถามถึงความคืบหน้าในการสืบหาข้อมูล



            “มันก็ไม่เชิงอ่ะ ก็ได้แค่นี้” นิ้วเรียวจิ้มไปบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏข้อมูลที่ตัวเองหามาได้



            “ชื่อโอ เซฮุน อายุ20 เรียนอยู่คณะบริหาร..... แต่นี่มันข้อมูลที่ผมรู้แล้วนะ”



            “นี่ดูตรงนี้ๆ” ลู่หานชี้ย้ำๆตรงตัวอักษรที่เขาเน้นขีดเส้นใต้ข้างล่างไว้



            “ไม่เปิดเผยข้อมูลของครอบครัว?”



            “ก็ใช่ไง พี่ว่าเด็กนี่ไม่ธรรมดา”



            “นั่นล่ะที่ผมสงสัย” แบคฮยอนกอดอกมองไปยังหน้าจอคอม



            “เออนี่ นายบอกให้พี่ไปดูกล้องวงจรปิดของแถวคอนโดใช่มั้ย นี่ๆพี่ไปได้มาจากตึกข้างๆ” มือเรียวจับเมาส์แล้วเลื่อนไปยังไฟล์ที่เก็บข้อมูลก่อนจะเปิดวิดีโอที่เขาไปแฮคมาได้



            หน้าจอปรากฏชายคนหนึ่งที่คลุมด้วยฮู้ดตัวใหญ่กว่าตัว กำลังนอนราบอยู่บนดาดฟ้าที่สูงน้อยกว่ากล้องวงจรปิดของอาคารตัวนี้ และในมือยังมีปืนสไนเปอร์ที่กำลังเล็งไปยังบางอย่างที่อยู่ข้างล่าง การสั่นไหวของปืนทำให้รู้ว่าปืนนี้ได้ยิงกระสุนออกไปแล้ว ชายคนนั้นเก็บปืนลงกล่องก่อนจะเดินลงจากดาดฟ้า แล้วภาพก็ตัดไป



            “แล้วดูนี่” ลู่หานเปิดวิดีโอไปอีกอันหนึ่ง



            ชายคนเดิมเดินลงจากดาดฟ้าโดยอาศัยบันไดที่อยู่ข้างๆตัวตึก แล้วเดินไปยังรถที่จอดอยู่ข้างทาง ผ่านไปซักพักก็มีใครอีกคนเดินถือกล่องแบบที่คล้ายกับชายเมื่อกี้ถือมา โดยเส้นทางนั้นต้องผ่านที่หน้าคอนโดที่ร่างสูงอาศัยอยู่ และหน้าจอก็ดับไปอีกครั้ง



            “ที่ให้หาก็มีเท่านี้แหละ” ลู่หานหมุนเก้าอี้มาบอกคนที่ยืนอยู่ข้างๆ



            “งั้นก็แปลว่าคนที่ยิงฉันจริงๆก็ไม่ใช่แจฮยอน” แบคฮยอนบอกกับจงแดที่อยู่ข้างๆโดยคนข้างๆพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย



            “แล้วนั่นใครอ่ะ รุ่นพี่ลู่หานช่วยซูมเข้าไปดูหน้าชัดๆหน่อยสิครับ”



            “อ่อๆ” ลู่หานเลื่อนเมาส์ไปยังวิดีโอที่เปิดพร้อมเลือกช่วงที่มองเห็นหน้าคนที่อยู่ในคลิปชัดๆ เมื่อเลือกได้ก็เรียกให้แบคฮยอนไปมอง



            “นี่คุณเซฮุนนี่” แบคฮยอนเบิกตากว้างอย่างตกใจ



            “ลูกพี่รู้ได้ไงอ่ะ ตาโคตรดี” จงแดที่พยายามเพ่งแล้วเพ่งอีกก็ยังไม่สามารถที่จะมองเค้าโครงได้แล้วยิ่งอยู่ในฮู้ดด้วยการมองเห็นแทบเป็นศูนย์



            “ดูดีๆสิ โถ่เอ๊ย นี่สรุปว่าแจฮยอนต้องมารับผิดแทนงั้นหรอ?” มือเล็กยกขึ้นขยี้ผมตัวเองจนฟูไม่เป็นทรง



            “เดี๋ยวนะ คุณแจฮยอนเคยบอก.......ลูกนายใหญ่? คนใกล้ตัว? ประมาณนี้ใช่มั้ยครับ” จงแดที่เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ก็ออกความเห็น



            “ใช่....คุณเซฮุนคือคนที่ใกล้ตัวคุณชานยอลแถมรูปที่อยู่ในคลิปนี้ด้วย”



            “งั้นเอาไปบอกคุณชานยอลเถอะ”



            “ไม่จงแดมันจะยิ่งเสี่ยง รูปในคลิปมันยังไม่ชัดพอที่จะเอาไปบอกใครได้ขนาดนายยังไม่เห็นด้วยซ้ำ เราต้องมีหลักฐานมากกว่านี้” มือเล็กคว้าแขนของลูกน้องเอาไว้เมื่อเห็นว่าอีกคนจะเดินไปที่ประตูห้อง “พี่ลู่หานผมฝากหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วย”



            “มันจะหาจากไหนได้อีก นายให้แค่ชื่อมาพี่ก็หาได้แค่นี้ ขอรายละเอียดมากกว่านี้หน่อย อย่างพวกที่อยู่หรืออะไรแบบเนี้ย”



            “จงอินรู้ที่อยู่....จงแดโทรหาเร็ว”



            “ครับๆ” จงแดรีบหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายไปยังคู่หูของตัวเองไม่นานปลายสายก็รับ แบคฮยอนแย่งโทรศัพท์จากจงแดมาแล้วถามคำถามไป



            “จงอินที่อยู่ของคุณเซฮุนอยู่ไหน”



            ทำไมอ่ะ ลูกพี่บอกฉันไม่ให้ไปยุ่งเพราะเห็นว่ามันอันตรายไม่ใช่เหรอ



            “บอกมาเถอะน่าเร็วเข้า”



            อยู่ที่xxx ตรงนั้นแหละ อยู่ชั้นที่10’



            แบคฮยอนรีบบอกข้อมูลที่ได้มาแก่รุ่นพี่ของตัวเองที่เตรียมรออยู่ก่อนแล้ว



            “ขอบใจมากนะ”



            ‘อ้าวแล้ว.......



            ไม่ทันที่อีกคนจะได้พูดอะไรต่อมือเล็กก็กดตัดสายไปเสียก่อน



            “มันอยู่ที่ไหนครับ” แบคฮยอนยื่นหน้าไปถามเมื่อเห็นว่าหน้าจอกำลังแสดงผล



            “มันอยู่ใกล้กับคอนโดที่คุณชานยอลอยู่ ห่างแค่2ตึกเท่านั้น”



            “นี่แสดงว่าเราปล่อยให้ศัตรูอยู่ใกล้ตัวมานานแล้วสิ......”



            “แล้วลูกพี่จะทำไงต่อ?” จงแดถามความเห็น



            “เรายังทำอะไรไม่ได้ รอเท่านั้นที่เราจะทำได้ แต่เซ้นส์ฉันมันบอก.....ว่ามันต้องเกิดเรื่องไม่ดีมากๆแน่นอน”












==================

✙ ค่ะคุณแบคฮยอน เซ้นส์คุณดีมาก ใช้ได้ตลอดถูกอีกต่างหาก555

นึกว่าจะมาม่าบังเกิดแบบชานยอลเจอจงอินกับแบคแล้วเข้าไปทะเลาะงี้เราอยากให้ทุกคนสามัคคีกันไว้ค่ะ55555 ส่วนแบคนี่ความลับเยอะตลอด เก็บไว้กับตัว

จุดพีคของฟิคมีแน่นอนแต่ยังไม่เปิด เพราะถ้าเปิดแปลว่าใกล้จบ หึๆ

เขาบอกฉากคัทเรามาเร็ว แต่ไม่เป็นไรเรารีบ 555555


เม้นท์ด้วยจ้า [ความขยันอัพขึ้นอยู่กับคอมเม้นท์]

#บอดี้การ์ดบยอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

1,221 ความคิดเห็น

  1. #1152 Mattiiiii (@Mattiiiii) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 20:43
    เรื่องที่แบคปิดอยู่นี่ ไม่ใช่ว่ารู้ตัวอยู่แล้วใช่ไหมว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นไรงี้ อยากให้เป็นแบบนี้อ่ะ ไม่อยากให้ชานหมั้นกะคนอื่น
    #1152
    0
  2. #991 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 01:02
    งืออออ อยู่ใกล้ๆ ชานยอลนี่เอง แสดงว่าตามชานยอลมานานแล้วดิ
    #991
    0
  3. #539 Wawanitip (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2558 / 22:07
    แบคมีเรื่องอะไรอ่าาาาา
    #539
    0
  4. #519 ploysweetpink (@ploysweettypinky) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 12:33
    โอ้ย นึกว่าจะดราม่าอะ5555
    #519
    0
  5. #517 kittychanyeol (@kittychanyeol) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 23:28
    โอยยยยยยย ตื่นเต้น เป็นเซฮุนจิงด้วยยยยยย ทำไมต้องงงทำ ละแบคเก้บอะไรอีกกกก ชานยอลรู้แล้วชานยอลจะโกดอีกไหมม แต่ตอนนี้รู้สึกว่าบอกี้การ์ดแบคเก่งมาก เซ้นส์ดี 555๕55555555555555 ปกป้องชานยอลลลไปเรื่อยๆน้าาาาา
    #517
    0
  6. #516 ร่างปริษณา (@cheerpornphan) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 21:09
    มาอัพเร็วๆนะอยากอ่านแล้ว
    #516
    0
  7. #515 rangbaekhyun (@rangsone) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 20:59
    เราว่าแบคคือคู่หมั่น แน่เลย 6555
    #515
    0
  8. #514 0506_B (@19920506b) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 19:45
    แม่มาเองเลยอ่ะ ชานทำไงดี??
    #514
    0
  9. #513 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 19:06
    แบคมีเรื่องอะไรปิดบังชานยอล เรื่องเซฮุนนี่ป่ะ
    #513
    0
  10. #512 klky1994 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 14:37
    เทาน่าสงสัยแหะ กลัวเทาจะเป็นคนที่บงการเรื่องทั้งหมดยังไงไม่รู้อะดูเป็นคนดี๊ดีบ้าๆบอๆแต่อาจจะกุมความลับไว้ก็ได้ไรงี้ //เดาล้วนๆอย่าถือสา5555
    #512
    0
  11. #511 ploy3521 (@ploynapat3521) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 11:42
    ต่อด่วนๆเลยไรท์
    #511
    0
  12. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  13. #509 onewlumin (@onewsine) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2558 / 01:55
    เอาแล้ว งานเข้า
    #509
    0
  14. #496 meenny1407 (@meenny1414) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 21:30
    แหน่ะ พี่ชานอย่าเข้าใจผิดแล้วประชดโดยการแต่งงานนะครัช น้องจะพิโรธใส่พี่เลย แบคเขายอมขนาดนั้นแล้ว เข้าใจ๊? 55555 ปล.ไรท์มาต่อไวๆน้า เค้ารออ่านอยู่ สู้ๆค่าา
    #496
    0
  15. #493 Jackson Got7 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 00:31
    ไรท์รีบมาต่อไวๆน่ะ อยากรู้เรื่องจะเป็นไงต่อไป

    อารมณ์ค้างมาก บอกเลย
    #493
    0
  16. #491 ploy3521 (@ploynapat3521) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 19:56
    ค้างมากกก กรี๊ดหนักมาก
    #491
    0
  17. #487 Praew Nantawan (@nantawan123) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 17:20
    ยังแอบหวังให้คู่หมั้นเป็นแบค 55555 แต่คงจะเป็นไปไม่ได้555
    #487
    0
  18. #485 bowkhun (@patcharapornbow) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 10:31
    แหน่ะ! หึงเขาอ่าเด้~
    #485
    0
  19. #484 ninuttyy (@ninuttyz) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 01:47
    งานเข้าแน่ๆ ถ้าชานยอลเข้าใจผิด แล้วโมโหไปหมั้นนี่พีคมาก จะด่าว่าหัวล้านแล้วโง่ด้วย เอาซี่ /โดนถีบ 5555555555
    #484
    0
  20. #483 kittychanyeol (@kittychanyeol) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 / 00:16
    ชานยอลหึงแหงงงง
    #483
    0
  21. #482 persica29 (@persica) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 23:13
    50%ที่สั้นมากกกกก
    #482
    0
  22. #481 0506_B (@19920506b) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 22:09
    งานเข้าเลย ชานยอลมา
    #481
    0
  23. #480 Nokknowz Aoppaz (@nokknow) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2558 / 22:03
    มาต่อไวๆนะค่ะ
    #480
    0