[Fic EXO] ✚ บอดี้การ์ดบยอน ✚ ChanBaek Ft.EXO

ตอนที่ 39 : [SF] แบคแมน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,413
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    13 ก.ย. 58




โปรดลืมอิมเมจของชานและแบคในเรื่องหลักไปให้หมด

เพราะแบคเถื่อนมากกกกก

เนื้อเรื่องมีคำหยาบคายอยู่บ้างเล็กน้อย โปรดอย่าแบนกัน

พร้อมแล้วไปอ่านกันเถอะ

Enjoy reading








            “อือออ อืมมม”


            ผมที่กำลังนอนอยู่อย่างสบายๆก็ต้องขยับตัวไปมาเมื่อรู้สึกถึงความปวดเนื้อปวดตัวแบบแปลกๆยังกะไปออกกำลังกายอย่างหนักแล้วนอนเพราะความเหนื่อย แต่ไม่...ผมไปเที่ยวมาต่างหาก


            ผมลุกขึ้นนั่งทั้งที่ตายังปิดอยู่ อาการปวดหัวก็แล่นจี๊ดจนต้องยกมือมากุมขมับตัวเอง และเมื่อผมจะขยับตัวเพื่อไปเข้าห้องน้ำ การปวดหน่วงๆที่ช่วงสะโพกตัวเองก็ออกฤทธิ์จนต้องล้มตัวลงนอนไปอีกครั้ง


            วอท เดอะ .....


            ผมค่อยๆลืมตาขึ้นช้าๆและกระพริบตาถี่ๆให้ปรับเข้ากับแสงภายในห้อง เมื่อมองไปตามรอบห้องแล้ว ผมก็รู้ทันทีว่าไม่ใช่ห้องของตัวเอง


            ห้องใครวะ?


            และสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดในห้องนี้คือไอ้คนที่นอนอยู่ข้างๆซึ่งกำลังหลับแบบไม่รู้เรื่องอยู่


            “ไอ้ชานยอลลล” ผมรีบจิกหัวมันทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครมาตัดริบบิ้น


            “โอ๊ยย อะไรครับพี่” น้ำเสียงอีกคนบ่งบอกถึงความง่วงสุดอะไรสุดแต่คิดเหรอว่าผมจะเห็นใจ แถมแม่งไม่เสื้ออีกต่างหาก


            “เมื่อคืนกูไปเที่ยวมา ทำไมถึงมาอยู่นี่ แล้วนี่ที่ไหน”


            “ห้องผมเอง”


            “มึงพากูมานี่ทำไม แล้ว.........”


            อยู่ๆไอ้ลมวูบใหญ่ในห้องก็พัดผ่านมาจนผมรู้สึกขนลุกไปทั่วร่าง เออ...อากาศมันเย็นดีเนอะ แต่ทำไมมันหวิวๆจังวะ ผมรีบก้มลงมองตัวเองทันที


            WTFFFFFFF!!!!!


            นี่มันอะไรกัน! เสื้อไม่ได้ใส่แถมช่วงล่างก็โล่งโจ่งมาก พอมองตามผิวตัวเองก็เกิดรอยแดงเป็นจุดๆอีก นี่ผมไม่ได้ไร้เดียงสาถึงขั้นดูไม่ออกนะว่ามันคืออะไร มันคือรอยดูดครับท่านผู้อ่านนนนน


            “ไอ้ชานมึงทำไรกู!” ผมรีบลุกชี้หน้าด่ามันทันที แต่ความปวดที่แล่นริ้วขึ้นมาตามสะโพกก็ทำให้ผมต้องทรุดนั่งลงตามเดิมแบบหมดสภาพ


            “พี่จำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลยเหรอ?”


            “จำเหี้ยไร กูจำไม่ได้เว้ย!” สะโพกแม่งก็ปวดฉิบ น้ำตาจิไหล


            “ก็เมื่อคืนพี่ยังเรียกผมว่าอะไรน้า...อะไรน้า....” คือมึงจะทำเสียงยานคางแบบพวกรายการทีวีที่กำลังลุ้นกับคำตอบทำไมวะครับ


            “เรียกห่าไร” ผมสวนตอบไปด้วยความใจร้อนพร้อมมองจิกมันตาแทบหลุด มือก็ประคองอยู่แถวบั้นเอวตัวเอง


            “ผอ ผึ้งใส่สระอัว....”


            “ใครเรียกผัว มึงอย่ามาตอแหล มึงแหละที่เรียกกูว่าผัว มึงน่ะเมียกู!


            ฟังไม่ผิดหรอกครับมันรับสถานะเป็นเมียผมเอง ถึงใครต่อใครจะมองว่าแม่งไม่เหมาะกับส่วนสูงมันเลยซักนิดแต่ผมก็ยกสถานะให้มันเองแหละ ก็มันเข้ามาจีบผม ผมก็บอกกูแมนมากกูไม่รับให้ใครแน่ มันก็ตอบตกลง แต่ทำไมวันนี้มันถึง.....


            “ก็เมื่อคืนตอนพี่เมายังเรียกผมว่าผัวจ้ะ ผัวจ๋าอยู่เลย พี่ลืมแล้วเหรอครับ”


            “เออกูลืมแล้วและกูก็ไม่อยากจำความอัปยศนั้นด้วย แถมกูยังเมาอีกมึงถือคำพูดของคนเมาด้วยเหรอวะ” ไม่ยอม ผมเถียงมันทุกคำ


            “แต่เขาว่าคนเมามักจะพูดเรื่องจริงนะครับ” พูดไม่พอยังเอามือเท้าคางมองหน้าผมอีก เออแม่ง...เด็กเวร


            “เขาไหนของมึง มึงไปหาตัวต้นคิดมาแล้วกูจะเชื่อ” ผมตะคอกใส่หน้ามัน หมดล่ะความทะนุถนอมที่เคยให้ ด่าแม่ง...แค้นครับ


            “แต่เมื่อคืนพี่เพิ่งจะยกตำแหน่งให้ผมเองนะ” มันยักคิ้วใส่ผมไปทีนึง มึงคิดว่าดูดีนักช้ะ? มึงเผลอเมื่อไรแว๊กซ์คิ้วแม่ง


            “ไอ้เด็กเหี้ยยยย!” แล้วผมก็รีบคว้าเอากองเสื้อผ้าที่อยู่บนพื้นห้องแล้ววิ่งทั้งที่สภาพไม่เอื้ออำนวยแบบนั้นแหละของห้องน้ำไป เอาเป็นว่าไม่อยากเจอมันอีกแล้วกัน


            ผมจัดการกับตัวเองภายในห้องน้ำนั้น ผมไม่รู้หรอกว่าไอ้เจ้าของห้องต้องการที่จะใช้มันหรือเปล่า ผมไม่สนอะไรทั้งนั้น สองมือก็ยกขึ้นมาขัดๆถูๆไปตามตัว ไหนจะไอ้รอยบ้าๆนี่อีกเยอะโคตร นี่ขนาดดูด้วยตาเปล่านะเนี้ยพอไปส่องกระจกเท่านั้นแหละ แทบอยากจะเอาหัวจุ่มกับชักโครกให้ตายๆไปซะก็ดี หมดกันเดือนคณะวิทยาศาสตร์อย่างผม โดนทำลายความแมนไปแล้วว


            เมื่อผมจัดการธุระตัวเองเสร็จก็ใส่เสื้อผ้าโดยติดกระดุมเสื้อเชิ้ตนักศึกษาของตัวเองจนถึงคอ ทั้งที่มันอึดอัดจนแทบบ้า จะให้ทำไงได้ก็มันดันมีรอยอยู่แถวต้นคอด้านซ้ายอ่ะดิ ไหนจะแถวหลังคออีก ไอ้เด็กเปรตตตตตต


            ผมเปิดแง้มประตูออกมาช้าๆสอดส่องไปทั่วห้องเพื่อมองหาไอ้เด็กโย่งเจ้าของห้อง แต่ก็ไร้วี่แวว ผมค่อยๆย่องออกมาจากห้องน้ำอย่างเชื่องช้า แต่ไอ้ความปวดหน่วงๆช่วงล่างก็กระตุ้นมาจนผมต้องกดริมฝีปากไว้แน่นเพื่อระบาย


            เอื้อมมือไปบิดลูกบิดประตูห้องนอนแล้วเปิดมันอย่างเงียบเชียบ ไอ้เด็กนั่นมันอยู่ห้องครัวนี่หว่า แถวยังอยู่ในสภาพที่เปลือยท่อนบนด้วย จะว่าไปแล้วหุ่นมันก็ดีเหมือนกันนะเพราะตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันไม่เคยเห็นมันจะถอดเสื้อเลยซักครั้ง แต่เอ๊ะ!ผมจะไปชมมันทำไมเนี้ย


            ผมอาศัยจังหวะที่มันกำลังหันหลังอยู่รีบวิ่งไปที่ประตูห้องแล้วเปิดมันออกไปโดยไม่หันกลับมามองเลยซักนิด ว่าเจ้าของห้องจะแสดงสีหน้าอย่างไร ตอนนี้ผมขอกลับไปซ่อมความแมนตัวเองใหม่ก่อนจะทันมั้ย





 

 

 

            “เฮ้ยแบคไปทำไรมา หน้างี้บูดยังกะตูดเชียว” ระหว่างที่ผมกำลังนั่งเท้าคางลงบนโต๊ะเลคเชอร์ในห้องเรียนก็ต้องหันไปตามเสียงและเห็นว่าเพื่อนสนิททั้งสองเดินกอดคอกันมา


            “เชี้ยดำ” ด่าไปทีนึงเกลียดมัน


            “นี่ทักดีๆนะเว้ย ไอ้เตี้ย” ไอ้เพื่อนตัวดำก็นั่งลงที่นั่งข้างๆผม


            “แม่งเอ๊ย!” ผมง้างมือกำหมัดแน่นเตรียมจะฝากรอยไว้บนหน้ามันซักหน่อยแต่ก็ต้องหยุดไว้เมื่ออีกคนทักไว้ก่อน


            “เออแบค แล้วคืนที่ไปเที่ยวเป็นไงบ้างวะ” ห่ะ?


            “ใช่ๆมึงนี่เมายังกะหมาดีนะกูเรียกแฟนมึงให้มารับไปอ่ะ”


            เชี้ยเอ๊ยยย มึงนี่เองไอ้จงอิน มึง...มึงคือคนที่เรียกไอ้คนที่ทำให้ศักดิ์ศรีกูหายไปในคืนนั้นนั่นเอง อยากจิด่ามันเป็นภาษาโรมัน


            “...” แต่ผมก็เงียบไว้


            “เออตอนจะขึ้นตึกมากูเจอน้องชานยอลด้วย มันฝากมาบอกเดี๋ยวตอนเย็นจะมารับ กูก็สงสัยอยู่ทำไมไม่มาบอกเอง มึงงอนกันเหรอวะ” ไม่ใช่ แต่ตอนนี้กูโคตรเกลียดมันต่างหาก ไอฟายเยอร์


            “เปล่า” เวรครับ จะบอกให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้


            “เออฮุนนี่เว้ยกูได้เบอร์น้องคณะนิติเว้ย น่ารักชิบ@$$$%&%^@


            แล้วไอ้จงอินก็หันกลับไปคุยกับเชี้ยฮุนที่อยู่ข้างมันอีกฝั่งนึงต่ออย่างออกรส แต่ผมนี่กุมขมับจนแทบจะเอาส่วนต่างๆของสมองมารวมอยู่ที่เดียวล่ะ คนมันเครียด!


            และเวลาแห่งการเรียนก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพราะวันนี้มีเรียนบ่ายจึงทำให้ผมไม่ง่วงระหว่างที่เรียน แต่ตอนนี้ผมกลับจับจ้องไปบนนาฬิกาข้อมือที่เข็มของมันกำลังเดินไปเรื่อยๆ อีกไม่นานแล้วสินะ


            เวลาแห่งการหลบหนี


            ไอ วิล เซอร์วายยยยยย


            กริ๊งงงงงงง


            เมื่อเสียงกริ่งดังขึ้น อาจารย์ที่สอนก็ออกจากห้องทันทีโดยไม่ต้องรอให้นักศึกษามองกดดัน ผมลุกขึ้นพรวดทันทีทั้งที่อาจารย์เพิ่งจะออกจากห้องไปไม่ถึงก้าว เพื่อนทั้งสองหันมามองผมทันที


            “แบคมึงรีบไปไหววะ” เซฮุนที่กำลังเก็บของอยู่หันมาถาม


            “อะ เออ...กูปวดท้องม๊ากมาก เออกูไปล่ะ” แถครับแถ


            “แต่น้องมาจะมารับมึงนะเว้ย” เชี้ยดำครับ อย่ามาพูดถึงมันตอนเนนนนน้


            “เออ เดี๋ยวก็เจอเองแหละ กูไปนะ” ผมรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากที่นั่งทันที


            แต่ก็ยังไม่ทันที่จะออกพ้นจากตัวตึก สายตาที่ดีแสนดีของผมก็เหลือบไปเห็นร่างสูงโย่งของคนนึงอย่างเต็มตา


            บอกเลยว่าเชี้ยครับ


            นี่ขนาดแค่คิดว่าแม่งจะมาดักรอที่หน้าคณะหรือเปล่าแค่คิดเฉยๆนะ มันก็มาทันทีเลย โหยยยย ตายยากจริง


            ผมรีบก้มหัวให้ต่ำทันทีแฝงตัวไปตามขอบๆและผนัง ตัวนี่แทบจะแนบเป็นตุ๊กแกอยู่ล่ะ เมื่อผมย่องๆออกมาพ้นตัวตึกได้ ก็มุดหลบอยู่หลังพุ่มไม้ และค่อยๆเดินช้าๆ สายตาก็จับจ้องมันไปด้วย คนแบบมันอ่ะปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้หรอก


            เมื่อเห็นว่าอยู่ในระยะปลอดภัยแล้วผมก็รีบชิ่งวิ่งใส่เกียร์หมาออกมาทันที ลาก่อนไอ้เด็กปีนเกลียว


            .


            .


            .


            แฮกๆๆ


            เพราะการที่วิ่งออกมาทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยได้ง่าย ปกติผมใช้สมองมากกว่ากำลังอยู่แล้วทำให้เรื่องกีฬาทั้งหลายนี่ผมจอดสนิท ผมพาร่างที่ท่วมไปด้วยเหงื่อของตัวเองนั่งลงกับม้านั่งที่อยู่ข้างทาง ผมจับคอเสื้อขยับไปมาเพราะความร้อน เชื่อมั้ยตั้งแต่วันนั้นผมไม่กล้าออกจากห้องไปไหนเลยเพราะไอ้รอยที่เหมือนตราบาปที่คอน่ะสิ


            ถ้าไม่ติดว่ามีเรียนอย่าหวังจะได้เจอ บยอน แบคฮยอนเลย


            ระหว่างที่ผมกำลังก้มหน้าหอบแฮกกับความเหนื่อยอยู่นั้น อยู่ๆก็มีมือใครไม่รู้มายื่นขวดน้ำมาให้ตรงหน้า เออดีเลยกำลังหิวพอดี แต่พอจะยื่นมือไปรับเท่านั้นแหละก็ชะงักทันที


            เดี๋ยว....ใครวะ?


            ผมเงยหน้าขึ้นไปมองทันที ครับ...ก็อย่างที่เดากัน ไอ้โย่งงงงง มึงมาได้ไงวะ ได้ข่าวว่าเพิ่งหนีจากมันมา แล้วที่ยืนตรงหน้านี่ใคร? ร่างดอพเพลเหรออออออ


            “ไอ้เชี้ย!” ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่พูดออกไปคือคำอุทานหรือคำที่ผมจะใช้เรียกมันกันแน่


            “ครับพี่” ยังจะมายิ้มใส่อีก กวนตีนจริง


            “มึงมาได้ไง”


            “ก็ผมเห็นพี่วิ่งออกมาเลยวิ่งตามมาด้วย เผื่อว่าพี่ต้องการอยากเจอผมสองต่อสอง” ไอ้เวร กูหนีมึงอยู่รู้มั้ยเนี้ยยย


            “มึงออกห่างจากกูเลยนะ อย่ามาใกล้กู” ผมออกเสียงสั่งทันทีเมื่อเห็นว่ามันขยับเข้ามาใกล้


            “แหม่พี่ ตั้งแต่วันนั้นพี่ก็ไม่โทรหาผมเลย ผมคิดถึงพี่นะเนี้ย” ไม่ต้องมาคิดถึงกู กูเกลียด


            “อย่ามาพูดแบบนี้ กูเกลียดมึง”


            “อะไรกันทำไมพี่พูดตัดเยื่อใยล่ะ”


            “มึงหลอกกูอ่ะ หลอกมาตั้งแต่ต้น”


            “ผมหลอกอะไรพี่ครับ”


            “มึงหลอกว่ามึงเป็นรับ แล้วมารุกกูตอนเมาเนี้ยนะ ไอ้เด็กแก่แดด” ผมชี้หน้าด่ามันทันที


            “ผมหลอกพี่ที่ไหน ตอนนั้นผมก็แค่ตอบตกลงเฉยๆไม่ใช่ว่าผมจะเป็นจริงซะหน่อย”


            เออว่ะ ตอนนั้นผมบอกมันไปว่าผมรุกนะให้มันเป็นรับ มันก็ตกลงอย่างง่ายดาย แต่ไม่มีคำว่ามันเป็นรับให้ได้ยินเลย ผมพลาดว่ะครับ


            “พี่คิดว่าเดือนวิทยาศาสตร์การกีฬาอย่างผมจะยอมเป็นเบื้องล่างให้คนอื่นเหรอครับ”


            เออเอาเข้าไป อวดความแมนเข้าไป ผมนี่ตงิดๆตั้งแต่ที่ไอ้เดือนวิทย์ฯกีฬาตัวโย่งมันมาจีบผมล่ะ ผมเสียรู้มันตั้งแต่ต้นแล้วเหรอเนี้ย!


            “แม่งกูไม่อยากเจอมึง หลบไป” เมื่อผมเบี่ยงจะเดินหนีมันก็เอาตัวเข้ามาขวาง


            “แฟนครับ จะหนีไปอีก” ดูมันเรียก แต่ก่อนก็เคยชอบให้เรียกแบบนี้นะ แต่ตอนนี้ไม่โว้ยย


            “ไอ้เหี้ย มึงจะไปไหนก็ไปเลยนะ” ผมผลักอกมันไปเต็มแรง แต่ร่างมันกลับยืนนิ่งแต่ที่ถอยไปข้างหลังคือผมเอง ทำไมวันนี้มันตัวใหญ่จังวะหรือเพิ่งสังเกต?


            “จะไปไหนไง ก็แฟนยังโกรธอยู่”


            พูดแบบนี้ ผมงี้เลือดขึ้นหน้าเลย ผมรีบยกมือขึ้นมาถอดแหวนที่สวมไว้ที่นิ้วออกทันทีและปามันใส่หน้าอีกคน ครับมันคือแหวนคู่ที่มันเอามาให้ผมเอง


            “มึงเอาคืนไปเลยนะ ต่อไปนี้กูกับมึงขาดกัน!” ในเมื่อผมหาช่องที่จะหนีแล้วมันไม่ยอมหลบให้ผมจึงวิ่งกลับไปทางเดิมก่อนจะวักกลับไปทางที่ผมเพิ่งหันหลังให้มันมาและออกสปีดวิ่งผ่านมันให้เร็วที่สุด


            ลาก่อน ไอ้เด็กแก่แดด



 

=======SF=======



 

            แปลก มันรู้สึกแปลกมาก ผมรู้สึกว่าตัวเองจิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวซักเท่าไหร่ ไม่ค่อยมีใครมาคอยวุ่นวายให้ปวดหัวนี่มันรู้สึกแปลกๆนะ ถ้าไม่รวมไอ้จงอินกับเซฮุนที่เข้ามาวุ่นวายกับผมอยู่แล้วอ่ะนะ


            “มึงเป็นไรวะ ช่วงนี้นี่ทำหน้าเป็นหมาหงอยเชียว”


            “กูเบื่อว่ะ” ผมที่นอนหันข้างเอาหน้าแนบลงกับโต๊ะเลคเชอร์ระหว่างรออาจารย์เข้าคลาสก็ตอบกลับไป


            “มึงเลิกกับน้องเขาแล้วก็น่าจะสดใสสิวะ” เซฮุนยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมตะปบหน้ามันไปเบาๆทีนึง


            “เออกูเลิกแล้ว แต่กูรู้สึกเบื่อๆว่ะ แบบไม่ค่อยอยากทำไรงี้”


            “อืมมมม” ทั้งสองทำหน้านึกคิดแบบนักวิทยาศาสตร์ เออมึงคิดออกเมื่อไหร่ก็บอกแล้วกัน


            “ไอ้แบค...”


            “ไรวะ” ผมขานรับจงอินไป


            “กูว่ามึงยังรักน้องเขาอยู่ว่ะ”


            พรืดดดด หน้าผมแทบไหลลงไปอยู่ที่พื้น มึงว่าอะไรนะ!


            “กูไม่รักมันแล้ว กูเกลียดมัน!” ผมเผลอตะโกนใส่หน้าเสียงดังจนคนในห้องที่เหลือหันมามอง


            ผมนั่งลงอย่างสงบเสงี่ยมตามเดิมแล้วหันไปมองค้อนไอ้เพื่อนทั้งสองที่นั่งขำคิกคักกันอยู่ เออสนุกกันไปพวกมึง


            “อย่าตะโกนแบบนั้นสิ เสียชื่อเดือนคณะหมด คิๆๆ” คิพ่อง อย่าเผลอนะมึง ขนหน้าแข้งมึงจะหายไม่รู้ตัว


            “หึ้ย!” ผมได้แต่ส่งเสียงไม่พอใจอยู่ในลำคอ


            “แต่กูสงสัยมาก แต่ก่อนเห็นรักกันดีทำไมหลังวันที่มึงเมาถึงเปลี่ยนไปวะ” มึงจะสงสัยเอาโล่หรอวะเซฮุน


            “กู...กูมีเหตุผลน่า” ผมตอบแล้วฟุบหน้าลงกับแขนตัวเอง ไม่อยากตอบแล้ว


            “มึงโกหก”


            “มึงเอาที่ไหนมาว่ากูโกหกไอ้ดำ” ผมลุกขึ้นนั่งตัวตรงทันทีเมื่อถูกกล่าวหา


            “หูมึงแดง มึงโกหกทีไหร่หูมึงจะแดง กูจำได้” ความจำดีแบบนี้มึงกินปลาทูเป็นประจำสินะ


            “ยุ่งเรื่องกูจัง ไปๆจารย์เข้าสอนแล้ว” ผมตอบปัดๆไปเมื่อเห็นว่าอาจารย์เข้ามาพอดี


            การเรียนวันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิม วันนี้ยิ่งเรียนช่วงเช้าด้วยผมจึงกึ่งหลับกึ่งตื่น บ้างก็เผลอสัปหงกทั้งที่ตายังมองไปที่จอโปรเจคเตอร์ นี่ล่ะอาการหลับใน


            ในที่สุดก็ถึงเวลาพักซักที ตัวผมนี่แทบไหลไปตามเก้าอี้ที่นั่ง ยังไม่ทันที่จะได้นั่งพักหายใจหายคอก็ถูกเพื่อนตัวดีลากไปที่โรงอาหารเสียก่อน นี่จะไม่ให้พักก่อนออวะ


            และมันก็ลากผมไปนั่งในโรงอาหารจนได้ ผมที่ยังไม่ทันได้สติจากการเรียนเมื่อกี้ก็บอกไปว่าของนั่งจองโต๊ะไว้ก่อนแล้วกัน แล้วทั้งคู่ก็ออกไปซื้อข้าวกัน


            ระหว่างที่ผมกำลังมองทิวทัศน์ในโรงอาหารเพลินๆสายตามองไปเห็นบางคนที่คุ้นตา ปาร์ค ชานยอล! มันมาจากไหนวะ เมื่อเห็นว่าอีกคนเดินตรงมาทางผมเรื่อยๆ ผมก็ไม่รู้ว่าจะไปหลบตรงไหนดี จึงยกมือถือที่เครื่องใหญ่ประมาณฝ่ามือขึ้นมาบังหน้าตัวเองแล้วทำเหมือนพิมพ์แชทกับใครบางคน แต่เปล่าเลยทำไปงั้นแหละ


            ทั้งที่ผมคิดว่าไอ้เด็กโย่งมันจะเดินเข้ามาหาผมแต่มันกลับเลี้ยวตัวมานั่งที่โต๊ะที่อยู่ตรงข้ามกับโต๊ะที่ผมนั่งต่างหาก มันวางจานข้าวและแก้วน้ำลงก่อนแล้วตัวเองก็นั่งลงตามไป ถ้าเป็นปกติผมคงจะโชว์แมนให้มันนั่งอยู่เฉยๆแล้วตัวเองเดินไปซื้อข้าวซื้อน้ำให้ แต่เอ๊ะ!ผมจะนึกถึงทำไมวะ


            ในขณะที่ผมแอบเหลือบมองมันเป็นระยะๆ อยู่ๆก็มีคนหนึ่งเดินเข้ามาหาและมานั่งตรงข้ามกับมัน ดูรอยยิ้มสิ มีความสุขเชียวนะมึง ปากจะฉีกถึงหูอยู่ล่ะ ชิ! ให้สังเกตจากข้างหลังคนที่เพิ่งเดินเข้ามานั่งด้วยนี่ ดูตัวเล็กๆแหะ หรือว่าจะ....เมียใหม่มันเรอะ?


            โหย ยิ้มเข้าไป เป็นไงล่ะเจอคนที่ยอมเป็นเมียแล้วก็ลืมกูไปแล้วสิ ใช่ซิ กูแม่งแมนเต็มๆแบบนี้ใครจะยอมเป็นเมียให้คนอื่นแบบนั้นวะ


            แต่ก็จี๊ดๆแบบบอกไม่ถูก


            แล้วไอ้เพื่อนของผมนี่มันไปซื้อข้าวหรือไปช่วยเขาทำนาเพื่อเอาข้าวกันแน่วะ นานโคตรรรร ดูเหมือนว่าพวกมันจะรับรู้ถึงกระแสจิตที่ผมด่ามันอยู่ในใจ ก็เดินมาพร้อมกับจานข้าวคนละใบ


            “มึงไปทำนามาไง?”


            “โหมึง คนอย่างเยอะ กูอุตส่าห์รีบมาเพื่อซื้อข้าวเลยนะเว้ย มึงแหละที่เอาแต่ยืดยาดเสียเวลาเนี้ย”


            “กูผิดงั้นสิ?” ผมหันขวับไปมาจงอินที่นั่งข้างทันที


            “เปล่าครับเพื่อน” อย่ามาพูดดี กูรู้มึงประชด


            “มึงก็ไปซื้อข้าวได้แล้ว เดี๋ยวข้าวก็หมด” เซฮุนที่นั่งตักข้าวเข้าปากอยู่ตรงข้ามผม ก็พูดมา


            “กูไม่หิว กูกินไม่ลง” ยิ่งมีภาพไอ้คนโต๊ะตรงข้ามด้วยยิ่งกินไม่ลงเข้าไปใหญ่


            “เป็นไรเปล่าวะ ปกติเรื่องกินไม่เคยพลาด มึงไม่สบายอ่อวะ?” เซฮุนยื่นมือมาจะวัดความร้อนตัวผม แต่ผมก็เบี่ยงหลบและปัดมือออก


            “เออ มึงห้ามป่วยนะเว้ย เป็นทีลำบากพวกกูกันหมด” ผมไม่ใช่คนป่วยบ่อยแต่ถ้าเป็นทีก็อาการหนักเหมือนกัน และคนที่ลำบากก็พวกนี้ทุกที


            “กูสบายดีครับเพื่อน ไม่ต้องมาห่วงกู กูแมนๆอยู่แล้ว” คำหน้าๆผมพูดในเสียงโทนปกติ แต่ผมกลับย้ำหนักและดังกว่าเดิมคือไอ้คำหลัง


            “เออแมนไปมึง” จงอินตอบก่อนจะก้มลงจัดการกับข้าวตัวเองต่อ


            ส่วนผมก็นั่งเท้าคางและมองทั่วๆโรงอาหาร แต่ถึงแม้จะทำเป็นไม่สนใจแค่ไหน สายตาของผมก็มักจะผ่านไหล่ของเซฮุนไปมองที่โต๊ะตรงข้ามตลอด ทำไมวะ?


            “เออมึง วันนี้ไปร้านประจำกัน” อยู่ๆจงอินก็เงยหน้าขึ้นมาพูด ร้านประจำที่มันพูดก็คือร้านแอลกอฮอล์ที่ไปกันประจำแหละครับ


            “มึงจะไปอีกแล้วเรอะ อาทิตย์ที่แล้วก็ไปมา”


            “เออดิ” ผมตอบสมทบเซฮุนทันที


            “เอาน่าๆ วันนี้กูเลี้ยงเอง ไม่อั้นเว้ย”


            ในเมื่อเพื่อนออกปากไปแบบนั้น มีรึที่คนชอบของฟรีอย่างแบคฮยอนจะพลาด ไปไหนไปกันนนนน


            แต่ทำไมมันแปลกๆวะ



 

=======SF=======



 

            ตกกลางคืนมาพวกผมก็นั่งลงที่ประจำตัวเดิม ผมไม่ได้กลับไปที่ห้องหลังเรียนเสร็จ แต่พวกผมไปซ่องสุมกันอยู่ที่ห้องไอ้เซฮุนเพื่อเล่นเกมกัน พอถึงเวลาก็ได้เวลาออกตะเวน


            ผมนั่งลงกับที่นั่งและยกขาขึ้นพาดกับขาตัวเองอีกข้างนึง บอกเลยว่าท่านั่งตัวเองตอนนี้โคตรจะแมนสุดๆ


            “เต็มที่ๆ เลี้ยงเอง” เจ้าภาพสั่งมางี้ ผมก็จัดสิครับจะรอไร


            และของที่พวกผมสั่งไว้ก็ทยอยเอามาเสิร์ฟจนมันเต็มโต๊ะ ไม่รอช้าแต่ละคนก็จัดการกับของตรงหน้าทีละอย่างๆ


            “เออจงอิน มึงนึกคึกอะไรมาเลี้ยงพวกกูวะ” ผมถามทั้งที่ในปากยังมีของกินอยู่


            “โอกาสอยากเลี้ยงเฉยๆ เอาน่ายัดๆไปอย่าพูดมาก”


            จงอินปัดแบบส่งๆไป แต่ช่างมันเถอะ ของฟรีไม่ได้มาหลายครั้ง แบบนี้ต้องจัดเต็ม


            เมื่อกินไปเรื่อยๆผมก็รู้สึกมึนๆกับเครื่องดื่มมึนเมาพวกนี้ ย้ำว่าแค่มึนไม่เมาแน่นอน


            “โจงงงินน กูววว่ากูววเริ่มมึนแล้วว่ะ” ผมเอนหลังพิงกับที่นั่งแล้วพยายามตั้งสติ


            “คออ่อนว่ะแบค”


            “โหวว พูดงี้ก็ขึ้นดิ ดวลกับกูววม้ายยย”


            “พอๆวันนี้ก็พอแค่นี้ เดี๋ยวแม่งเมาอีกจะลำบาก คราวนี้มึงไปส่งมันที่ห้องเลยนะเว้ยไอ้ดำ”


            “เออว่ะ แม่งก็เลิกกับแฟนล่ะไม่มีคนไปส่งอีก” กูได้ยินนะ อะไรแฟนๆวะ


            “เช็คบิลได้แล้ว แยกย้ายๆ”


            จงอินเรียกคนให้มาเช็คบิลที่โต๊ะแล้วทั้งคู่ก็ต่างกลับ เหลือแค่ผมที่ยังอยู่เป็นเจ้าที่โต๊ะ โดยให้เหตุผลว่าขอตั้งสติก่อน


            เมื่อเห็นว่าเริ่มจะโอเคขึ้นมา(นิดๆ) ผมก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปตามทางแหวกฝูงชนที่กำลังวาดลวดลายกันอย่างเมามันให้พ้นทาง แต่ทำไมสายตาที่พร่าเบลอของผมถึงมองเห็นอีกคนได้


            ปาร์ค ชานยอล


            มึงจะตามหลอกหลอนกูไปถึงไหนวะ ผมขยี้ตาตัวเองแล้วมองอีกครั้ง หายไปแล้ว สงสัยว่าผมคงจะตาฝาดจริงน่ะแหละ


            ผมเดินโซเซออกมานอกร้านแล้วเดินไปที่ที่รถจอดอยู่ กดรีโมทให้มันปลดล็อคแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างใน ทำไมมันง่วงจังวะ ผมฟุบหน้าลงกับพวงมาลัยแล้วหลับตาลง ไม่ไหวแล้ว....ในที่สุดผมก็หลับไปทั้งแบบนั้น



 

 

 

 

 

            ติ๊ดๆๆ ติ๊ดๆๆ


            เสียงนาฬิกาปลุกดังอยู่ข้างหูจนผมที่กำลังหลับอยู่ก็สะดุ้งตื่นเพราะมันนี่แหละ ผมค่อยๆเบิกตาตัวเองให้ลืมขึ้นปรับโฟกัสในห้อง แต่กูกลับห้องมาเมื่อไหร่วะ?


            ผมลุกขึ้นนั่งมองรอบห้องทันที เออมันก็ห้องตัวเองนี่หว่า แต่จำได้ว่าหลับอยู่ในรถไม่ใช่เรอะ แล้วใครมาส่งละวะเนี้ย ยังไม่ทันที่จะคิดอะไรมากมาย ความหอมที่ลอยมาจากข้างนอกห้องก็กระตุ้นให้ท้องไส้ของผมเริ่มปั่นป่วนเพราะความหิว


            ใครอยู่ในห้องวะ เซฮุนหรือจงอิน? แต่ตัดไอ้ดำไปเถอะแม่งทำกับข้าวไม่เป็น ทำไข่เจียวยังไหม้อ่ะคิดดู ผมเดินไปเปิดประตูห้องนอนแล้วเปิดมันออก แต่พอสังเกตเสื้อผ้าตัวเองก็ไม่ใช่ชุดนักศึกษาที่ใส่เมื่อวานด้วย นี่ไอ้แป๊ะลงทุนเปลี่ยนชุดให้ด้วยเหรอวะ ขนลุกชิบ


            “มึงทำไรวะไอ้ฮุน”


            ผมเดินเข้าไปห้องครัวก็เห็นแผ่นหลังไหวๆอยู่ในนั้นเลยตะโกนถามไป


            “....” เงียบ หยิ่งอีกมึง


            แต่พอผมเข้าไปใกล้ก็ชะงักตัวเมื่อคนที่อยู่ในห้องครัวไม่ใช่เพื่อนสนิทแต่อย่างใด


            “มึง!..มึงอีกแล้ว!” ผมพูดเสียงสั่นพลางชี้หน้ามัน เวรเอ๊ยยย ไม่เคยหนีมันรอดเลย


            “อาห้ะ”


            “มึงเข้ามาในห้องกูได้ไง!” เออดิ จำได้ผมหลับฉะนั้นไม่มีทางที่ผมจะให้คีย์การ์ดมันเด็ดขาดแต่แม่งมาอยู่ในห้องได้ไง


             “ผมก็เอาคีย์การ์ดจากกระเป๋าพี่มาใช้ไง” ไอ้เด็กนั่นตอบหน้าตาย


            “มึงๆๆ ออกไปจากห้องกูเดี๋ยวนี้!” ผมเดินเข้าไปดึงแขนมันให้เดินตามมา แต่มันฝืนตัวครับ


            “พี่จะไล่ผมไปถึงไหนเนี้ย”


            “จนกว่ามึงจะออกไปจากชีวิตกูอย่างเด็ดขาด”


            “อะไรกันเนี้ย ไอ้เราก็อุตส่าห์พามาส่งที่ห้องดีๆ”


            “จะทวงบุญคุณสินะ”


            “เปล่า ผมแค่พูดลอยๆ” กวนตีน...


            “ขอบใจที่มาส่ง กลับไปได้แล้ว!” ผมพูดขอบคุณมันแบบขอไปที แล้วไล่มันไปจากห้องทันที


            “แต่ก่อนเรารักกันจะตาย ทำไมถึงมาไล่ผมเหมือนหมูเหมือนหมาแบบนี้ล่ะ” มันบ่นแล้วเบ้ปาก คิดว่าน่ารักมากสิ?


            “มึงไม่ต้องมาพูดถึงอดีต มึงกลับไปหาเมียมึงได้แล้วโว้ยยย”


            “กลับไปหาเมียไหน” มันถามพลางทำหน้างงๆ ทอแหลใส่อี๊กกก


            “คนที่มึงนั่งด้วยเมื่อวานไง!


            “อ่อ จุนมยอนสินะ เขาแค่ลูกพี่ลูกน้องผมเฉยๆ”


            “....”


            “หึงสินะ?”


            #@$^%&%#% หึงเชี้ยไรรรร ใครหึงมันวะ


            “มึงอย่ามาพูดพล่อยๆนะ” เถียงครับ ไม่ยอมอ่ะบอกเลย


            “เวลาพี่โกหกหูพี่จะแดง” โหววมึง ยังจะมาสังเกตอีก


            “แต่ยังไงมึงก็ต้องออกไปจากห้องกูอยู่ดี” ผมยืนกอดอกพลางจ้องหน้ามันเขม็ง


            “จะให้ไปไหนได้ล่ะ ก็เมียยังงอนอยู่แบบนี้ใครเขาจะทิ้งลง”  ชานยอลยื่นมือหวังจะจับตัวผมแต่ผมก็ปัดออก


            “ใครเมีย มึงอย่ามาปีนเกลียว เด็กแก่แดด”


            “แต่ใครหนอ ที่เอาแต่มองมาที่ผมอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อตอนที่มานั่งกับคนอื่น” ตาดีไปแล้วมึง


            “มึงจะทำอะไรก็เรื่องของมึง ไม่เห็นเกี่ยวกับกู” ผมสะบัดหน้าหนีทันที แม่งเกลียดมัน


            “งั้นผมคงต้องไปหาคนอื่นแล้วสินะ เสียดายจัง ถ้าไม่ติดอยู่กับพี่นี่ผมคงจะมีแฟนหลายคนจนเป็นฮาเร็มแล้วก็ได้ ไปหาคนใหม่ดีกว่า....”


            “มึงลองไปดูสิ” ผมพูดในลำคอ


            “ว่าไงนะครับ”


            “มึงก็ลองหาคนใหม่ดูสิ มึงได้ศพไม่สวยแน่ๆ” แค่คิดว่ามันมีคนใหม่ก็แทบจะพุ่งเข้าไปบีบคอแล้ว แต่เดี๋ยวนะ เหมือนผมจะพลาด(อีกครั้ง)


            “พี่ยอมรับว่าเป็นเมียผมแล้วไง?” ถามไม่พอยังยื่นหน้ามาใกล้อีก


            “ใครยอมรับ กูยังไม่พูดซักคำ” ไม่รู้ไม่ชี้ครับ แถปายยย


            “ถึงพี่ไม่พูดแต่ความมันก็แฝงไง”


            “กูหมายถึงถ้ามึงมีผัวหรอก....”


            “หรอครับ? แต่เมื่อกี้ผมหมายถึง...เมียนะ”


            “ไอ้เด็กบ้าเอ๊ยยย” ในที่สุดความอดทนผมสิ้นสุดลง ผมย่างสามขุมเข้าไปหามันก่อนจะกระชากคอเสื้อของมันและดึงลงให้ระดับสายตาอยู่พอดีกัน


            “มึงพูดอีกทีซิ มึงจะหาคนใหม่ให้ได้เลยใช่ม่ะ” ผมกดเสียงตัวเองให้ต่ำลง


            “มันก็ไม่แน่หรอก ถ้าเมียคนแมนของผมยังยืนยันที่จะเป็นฝ่ายรุกอยู่แบบนี้” ไม่พูดเปล่ายังทำหน้าลอยหน้าลอยตาอีก เออ! กูยอม


            ผมกระชากมันให้เข้ามาใกล้กว่าเดิม แล้วประกบริมฝีปากลงกับอีกคนอย่างแรงและขบเม้มกลีบปากอีกคนอย่างแรงจากความหมั่นไส้ล้วนๆ ก่อนจะสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากอีกคน จากการที่ฝ่ายรุกอยู่ก็กลายเป็นฝ่ายที่ต้องคอยหลบหนีลิ้นร้อนที่ไล่ตามตัวเองอยู่


            มือของชานยอลประคองอยู่ที่ท้ายทอยของผมและคอยปรับองศาใบหน้าให้สามารถทำอะไรอย่างสะดวก เมื่อผมรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะหมดอากาศหายใจ ผมก็ยกกำปั้นทุบไปที่อกอีกคนให้ผละออก


            “แฮกๆๆ” ผมหายใจอย่างเหนื่อยหอบ และพิงหัวลงกับไหล่อีกคน ความแมนที่ผมเก็บมาทั้งหมด...มันระเหยไปกับอากาศหมดแล้ว


            “พี่ยอมผมแล้วใช่มั้ย”


            “เออ” ยังจะมีหน้ามาถามอีก


            “เมียผมฮอตขนาดนี้ใครเขาจะทิ้งลงล่ะ”


            “มึงหยุดพูดคำว่าเมียเลยนะ!


            “??”


            “กะ...กูยังไม่ชิน” อยู่ๆก็เหมือนเลือดทั้งตัวมันมาไหลเวียนอยู่ที่หน้าของผมที่เดียว ตอนนี้หน้าแม่งต้องแดงมากแน่ๆอ่ะ


            “เอาน่าเดี๋ยวก็ชิน เนอะเมียเนอะ”


            “ไอ้ชานมึงงงงง” ผมเอื้อมมือจับหูมันมาโยกซ้ายโยกขวาอย่างหมั่นไส้


            “โอยยย ยอมแล้วๆ ฮ่าๆๆๆๆ”


            “หึ้ย!


            “อ่ะนี่” อยู่ๆมันก็ดึงมือซ้ายของผมไปแล้วเหมือนล้วงหาอะไรบางอย่างในกระเป๋ากางเกง


            ชานยอลบรรจงสวมมันลงให้กับผมบนนิ้วนางข้างซ้าย มันคือแหวนที่ผมปาทิ้งไปเมื่ออาทิตย์ก่อน


            “วันหลังอย่าปาของทิ้งมั่วซั่วอีกนะ รู้มั้ยคนให้เสียใจ” บ่นเป็นตาแก่อีกล่ะ


            “รู้แล้วน่า กูจะเก็บไว้อย่างดี” ผมยกมือข้างที่ว่างไปดึงแก้มมันทีนึงข้อหามาทำตัวงุ้งงิ้งใส่


            “ผมรักพี่นะ”


            “เออกูก็รักมึง”


            แล้วทีนี่จะทำไงล่ะครับ ต้องให้ไปประกาศให้ทั่วมอเลยมั้ย ว่าเดือนวิทย์ฯผันตัวมีผัวแล้ว? คงไม่ต้องเนอะ เดี๋ยวข่าวแม่งก็คงแพร่ไปเอง แค่เดือนของคณะทั้งสองตกลงเป็นแฟนกันก็ดังอยู่ล่ะ แต่ครั้งนี้คงต้องแก้ข่าวหน่อยล่ะมั้ง

 

            “ห้ามไปแรดที่ไหนนะมึง ผัวก็ผัวเถอะแรดกว่าเมียกูไม่ยอมจริงๆด้วย”



            “มีเมียคนเดียวก็เหนื่อยง้อจะมีหลายคนไปทำไม”

 

            “พูดดีไปนะมึง เออ!แล้วมึงเจอกูได้ไง” นั่นสิครับแม่งรู้ได้ไงวะ


            “ก็ร้านนั้นมันเป็นร้านของพี่ชายผมเองจะไม่รู้ได้ไง แถมพวกพี่ก็ได้สิทธิพิเศษกว่าลูกค้าคนอื่น ก็เพราะผมขอเองแหละ” มิน่าล่ะ ไอ้พวกกินฟรี จับสลากลุ้นอะไรมันถึงมีเฉพาะโต๊ะผมโต๊ะเดียว


            “รู้ดีเสือกทำเป็นนิ่งอีกนะมึงอ่ะ” ผมใช้นิ้วชี้ดันหน้าผากมันไปทีนึง


            “ก็แหม่ เมียของน้องชายเจ้าของร้านมาทั้งทีจะให้น้อยหน้ากว่าคนอื่นได้ไงล่ะ”


            “เออ มึงก็ย้ำจริงคำว่าเมียเนี้ย”


            “ฉะนั้นเพื่อเป็นผลตอบแทน ผมขอคิดบัญชีทบต้นทบดอกเลยแล้วกัน” อยู่ๆแม่งก็เดินเข้ามากอดผมเฉย จะนิ่งทำไมล่ะดิ้นสิครับ


            “บัญชีไรมึง ไอ้เหี้ยปล่อยยย”


            “ผมนี่อุตส่าห์ดูแลพี่ดี๊ดีมาตลอดก็ขอกอดให้ชื่นใจหน่อยสิ”


            “ไม่เอา ไม่เอา ปล่อยกูวววว”


            จากเท้าที่ติดพื้นของผมก็ถูกยกลอยขึ้นเหนือพื้น นี่มึงแรงเยอะขนาดนี้เลยเหรอวะ ทำไมกูไม่รู้ววว


            “เข้าห้องหอกันเถอะที่รัก”


            “ไม่เอาๆๆ ม่ายยยย”


            และฉากต่อไปก็....นั่นแหละครับแล้วแต่จะจินตนาการกันเลย

 








จบเถอะ





  เอาSFมาให้อ่านระหว่างรอเรื่องหลักกัน โดยเกิดจากความคิดชั่ววูบล้วนๆ555

ก็หวังว่าคนอ่านคงจะเพลินกันเนอะ


#SFแบคแมน

 

 

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

1,221 ความคิดเห็น

  1. #817 - Brownieest - (@LunglawanCB) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 19:12
    ทำฟิคๆ ทำฟิคๆ เย้ๆ เป็นกำลังใจให้ไรท์ อยากนำตอนนี้มาทำฟิคต่อ5555
    #817
    0
  2. #816 - Brownieest - (@LunglawanCB) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 กันยายน 2558 / 19:11
    เห้ย ไรท์!! เรื่องนี้หนุกอ่ะ เอามาทำฟิคเถอะ ชอบๆ
    #816
    0
  3. #815 Meiily (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 21:51
    โอ๊ยอิแบคคนแมนสุดท้ายก็ต้องยอมเป็น"เมีย"น้องชยอล 55555
    #815
    0
  4. #814 0506_B (@19920506b) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 19:01
    บยอนเลิกแมนนะ เชื่อเรา55+
    #814
    0
  5. #813 Phoenix (@phoenix0069) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 17:29
    แหม กว่าคนแมนจะยอมรับ 5555555 น่ารักๆ
    #813
    0
  6. #812 meenny1407 (@meenny1414) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 16:48
    แบคยอมเถอะ มาขนาดนี้ล่ะ 5555555555555
    #812
    0
  7. #811 ภรรยาปาร์ค (@yeanthitiporn) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 16:01
    โอ้ยยย น่ารักอ่าาาาาา
    #811
    0
  8. #810 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 13:24
    น่ารักอ่ะ
    #810
    0