[Fic EXO] ✚ บอดี้การ์ดบยอน ✚ ChanBaek Ft.EXO

ตอนที่ 43 : ✚บอดี้การ์ดบยอน✚ XXXV [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    11 พ.ย. 58


            นับจากวันที่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นมันก็ผ่านมา5วันแล้ว ตอนนี้ร่างของชานยอลถูกส่งตัวมายังห้องพักผู้ป่วยแบบพิเศษ ถึงแม้ว่าหมอจะบอกว่าอาการของชานยอลพ้นขีดอันตรายแต่ก็ยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน


            ครอบครัวปาร์คต้องยกเลิกการประชุมที่ต่างประเทศเพื่อมาดูอาการของลูกชายหัวแก้วหัวแหวน แม้มันจะช่วยให้รู้สึกโล่งใจแต่ก็ใช่ว่าจะดีไปทั้งหมดเพราะชานยอลยังไม่ฟื้นขึ้นมา


            การเต้นของหัวใจอยู่ในขั้นปกติแต่เขายังไม่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้จึงต้องใช้หน้ากากให้ออกซิเจนเป็นตัวช่วย ตามร่างกายมีรอยช้ำเล็กน้อยอีกไม่นานคงหายดี แต่การถูกยิงที่ด้านหลังนั้นกลับรุนแรงกว่า


            ลูกกระสุนที่หมอนำออกมาเป็นแบบพิเศษที่ไม่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป มันต้องถูกสั่งมาเพื่อใช้ในการจัดการกับชานยอลโดยเฉพาะ มันมีอนุภาพที่รุนแรงและเข้าทำลายได้อย่างล้ำลึก หากยิงถูกจุดสำคัญละก็..ไม่ต้องถึงมือหมอหรอก อาจจะคาที่ตรงนั้นเลยก็ได้


            นั่นจึงเป็นสาเหตุให้ชานยอลเสียเลือดเป็นอย่างมากจนเกิดอาการช็อกแต่ก็ยังโชคดีที่รอดมาได้เพราะการยิงของจองอินนั้นยังไม่ได้เชี่ยวชาญมากจึงพลาดจุดสำคัญไปแต่ถ้าเธอมีความถนัดมากกว่านี้ก็ไม่แน่


            ทางฝั่งของแบคฮยอน...เขาหายไปหลังจากรู้ว่าร่างสูงปลอดภัยพ้นจากขีดอันตราย รวมทั้งจงอิน จงแด และลู่หาน พวกเขาไม่ได้ติดต่อกลับมา แต่คุณปาร์คก็เชื่อว่าแบคฮยอนไม่ได้หนีไปไหน....




 

 

            ::ประเทศอังกฤษ::


            ภายในห้องที่กว้างขวางมีคนอยู่รวม5คนแต่ฝ่ายต่างมีสีหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความกดดัน โต๊ะตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้องมีชายที่มีอายุนั่งอยู่พร้อมกับฝั่งตรงข้ามที่ก้มหน้านิ่งและกุมมือตัวเองไว้แน่น


            “พ่อจะเอายังไงต่อ”


            “เรื่องของโอ เซฮุนน่ะเหรอ”


            “ครับ”


            “ถึงแม้เขาจะถูกจับได้แล้ว...แต่พ่อของเขาน่ะกลับหนีไปต่างประเทศ เป็นคนที่ไม่ห่วงลูกชายเลยจริงๆ” บยอน แบคโฮถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อเขารู้ว่ายังมีคนที่เห็นแก่ขนาดนี้อยู่บนโลกอยู่อีก


            “แล้ว นัม จองอินล่ะครับ”


            “เธอมีอาการทางจิตอ่อนๆถูกส่งไปรักษาแล้วล่ะ”


            “...” แบคฮยอนเงียบไป


            “ลูกห่วงแต่คนอื่น ไม่ห่วงคนที่นอนบาดเจ็บอยู่ที่เกาหลีเลยหรือไง”


            “ผมแค่...อยากจะเคลียร์ทุกอย่างให้มันเสร็จๆไป”


            คุณบยอนยันตัวเองขึ้นแล้วเอื้อมมือมากุมที่ไหล่แคบนั้น


            “ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี ลูกกลับไปที่นั่นเถอะ ถ้าชานยอลฟื้นเขาอาจจะอยากเจอลูกเป็นคนแรก”


            “แต่พ่อครับ...”


            “พ่อจะให้ลู่หานมารับเรื่องนี้ต่อเอง”


            เพราะอยู่ๆก็ถูกกล่าวถึงทำให้เจ้าของชื่อที่อยู่มุมห้องสะดุ้งสุดตัว


            “อ่า..ครับ” ลู่หานยิ้มเจือนๆให้เมื่อสายตาของคนในห้องหันมามองที่เขาเป็นตาเดียว


            “ลูกมาหลายวันแล้วถึงเวลาที่จะต้องกลับแล้วล่ะ  พ่อไปทำธุระก่อน” คุณบยอนลุกขึ้นยืนแล้วเดินอ้อมโต๊ะทำงานของตัวเองก่อนจะไปก็เอื้อมมือมาลูบหัวลูกรักอย่างทะนุถนอม


            “พ่อครับ” แบคฮยอนเรียกไว้ก่อนที่พ่อของเขาจะพ้นออกจากประตูไปแล้วลุกขึ้น


            “ว่าไงแบค”


            “ขอบคุณนะครับ”


            คุณบยอนพยักหน้ายิ้มรับและเดินออกจากห้องไปโดยมีจงอินเปิดประตูให้พร้อมกับคนในห้องที่โค้งคำนับ


            “แบคพี่ขอบใจมากเลยนะในที่สุดพี่ก็ได้กลับมาทำงานแล้ว” เมื่อคุณบยอนออกไปลู่หานก็รีบตรงดิ่งไปหาแบคฮยอนพร้อมกับกุมมือของอีกคนและเขย่าไปมา


            “เพราะพี่ช่วยผมต่างหากผลที่พี่ทำมันสะท้อนให้เห็นแล้วล่ะ” แบคฮยอนยิ้มรับ


            “แล้วลูกพี่จะกลับเกาหลีเมื่อไหร่ครับ” จงแดถามเพราะที่จริงเขาก็ไม่ค่อยชอบที่จะอยู่ที่นานเท่าไหร่ อยากกลับไปกินอาหารบ้านเกิดของตัวเองมากกว่า


            “พรุ่งนี้”


            ก็อกๆๆ


            “คุณลู่หานคะ ท่านประธานเรียกพบค่ะ” เลขาที่อยู่หน้าห้องเคาะประตูเรียกพร้อมตะโกนเรียกให้คนข้างในได้ยิน


            “พี่ต้องไปแล้วล่ะ สู้ๆนะแบค ขอให้โชคดี” ลู่หานกอดลาแบคฮยอน


            “ขอบคุณครับพี่” แล้วลู่หานก็เดินออกไป


            แบคฮยอนแสดงสีหน้าเรียบนิ่งแต่ในหัวเขามันไม่ได้นิ่งตามเลยมันสับสนและวุ่นวายไปหมด


            “นี่จะกลับอยู่แล้วยังกังวลอะไรอีก” จงอินที่สังเกตเห็นก็ถาม


            “ไม่รู้สิฉันก็ไม่เข้าใจตัวเอง หรือเป็นเพราะฉันยังเคลียร์เรื่องมันไม่เรียบร้อย”


            “ลูกพี่ไม่ไว้ใจพี่ลู่หานหรือไง” จงแดกอดอกเอาตัวพิงกับตัวประตูห้อง


            “ม..ไม่ใช่นะ” แบคฮยอนรีบแย้ง


            “งั้นก็ปล่อยไปได้แล้ว กลับไปนอนเถอะเดี๋ยวฉันจะจองตั๋วเครื่องบินไว้ให้”


            “ขอบใจนะจงอิน”


            “งั้นก็ถึงเวลากลับแล้ว กลับไปนอนนะครับ” จงแดดันหลังคนขี้กังวลไปทางหน้าประตูโดยมีจงอินเปิดรอไว้ให้


            “อืม” แบคฮยอนพยักหน้ารับแล้วเดินออกไปตามทางเดินของตัวตึกเพื่อไปยังบ้านที่คุณบยอนซื้อไว้ตอนย้ายมาที่นี่


            ตอนนี้เวลาสามทุ่มของที่เกาหลีคงจะหกโมงเช้าของวันใหม่แล้ว คุณชานยอลจะฟื้นหรือยังก็ไม่อาจทราบได้ เพราะว่าเขาบินมาที่อังกฤษทันทีที่รู้ว่าร่างสูงพ้นขีดอันตราย อย่างน้อยเขาก็อยากจะจบทุกๆอย่างแล้วกลับไปหาอีกคนอย่างสบายใจ


            แต่ถ้าพี่ลู่หานจะเป็นคนจัดการต่อจากเขาต่อล่ะก็ เขาก็จะยอมวางมือและกลับไปอย่างสบายใจก็ได้




 

 

            ::ประเทศเกาหลีใต้::


            “ลูกพี่เป็นไงบ้าง ไม่เกิดอาการ*เจ็ทแล็กใช่มั้ย?” จงอินที่เข็นรถเข็นสัมภาระของทั้ง3คนถามอาการของแบคฮยอนเมื่อเห็นว่ายกมือขึ้นมานวดขมับตัวเองเบาๆ


            “ก็นิดหน่อย ฉันคงพักผ่อนไม่พอ”


            “วันนี้ลูกพี่ก็กลับไปพักก่อนแล้วกันเดี๋ยวผมกับจงอินจะไปเฝ้าคุณชานยอลให้ก่อน”


            “ไม่เป็นไรจงแด พวกนายก็ไปพักกันเถอะ”


            “แล้ว...” จงแดเตรียมแย้งแต่ก็ถูกขัดเสียก่อน


            “ฉันก็จะไปพักเหมือนกัน ตอนนี้ให้คนอื่นดูแลไปก่อน”


            “ให้ฉันไปส่งมั้ย” จงอินเดินเข้าไปจับแขนของแบคฮยอนก่อนจะถูกจับให้ปล่อยออกเบาๆ


            “ไม่เป็นไร ฉันไปล่ะ” แบคฮยอนหยิบกระเป๋าเดินทางของตัวเองจากรถเข็นของสนามบินก่อนจะลากกระเป๋าใบโตไปตามทางเดินและออกไปโบกแท็กซี่แล้วบอกจุดหมายปลายทางที่เขาจะอาศัยอยู่ในวันนี้


            ประตูบานเดิมที่แสนคุ้นตายังคงปิดแน่นเพราะไม่มีคนอยู่ มันก็ผ่านมาหลายเดือนแล้วที่เขาไม่ได้กลับมาที่ห้องนี้ ชั้น7...ชั้นที่เขาเคยอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ก่อนที่จะเลื่อนขึ้นไปชั้น24ชั้นที่คุณชานยอลอยู่


            ถึงจะอยู่คอนโดเดียวกันแต่ร่างสูงก็ไม่เคยสังเกตหรือสนใจบุคคลร่วมสถานที่เลย ใช่...เขาบอกชานยอลว่าอย่างมากเขาก็เคยอยู่แค่ชั้น7แต่เขาไม่ได้บอกว่าอยู่คอนโดเดียวกัน...


            แบคฮยอนซื้อห้องนี้ก่อนที่จะกลับมาอยู่ที่เกาหลีเพราะเขารู้มาว่าตอนนี้ชานยอลอยู่ที่ไหน เขาจึงรอจังหวะที่เจ้าของห้องพักย้ายออกไปแล้วจึงรีบติดต่อขอซื้อทันทีถึงแม้จะอยู่ห่างกันมากก็เถอะ


            แบคฮยอนวางกระเป๋าใบโตไว้ตรงมุมของห้องนั่งเล่นแล้วนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ใกล้ๆ เหตุการณ์ผ่านๆมาทำให้เขารู้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาชานยอลไม่เคยเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนเลย ยกเว้นอย่างเดียวคือชานยอลไม่ค่อยกล้าที่จะไว้ใจคนอื่นและไม่ชอบคำโกหก


            ซึ่งทุกอย่างมันเกิดจากเขาเอง


            มือเรียวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทของตัวเองพร้อมกับบัตรที่ติดมือออกมาด้วย คีย์การ์ดของห้องชานยอล เขาควรจะแวะเข้าไปดีมั้ย? แต่ชั่งเถอะยังไงเจ้าของห้องก็ยังไม่สามารถที่จะกลับเข้ามาพักอยู่ดี


            เขาเพียงแค่อยากจะหลับแล้วตื่นมาในพรุ่งนี้เช้าเพื่อที่จะได้พบกับร่างสูงที่ไม่เจอกันเกือบหนึ่งอาทิตย์ เขาจะเป็นยังไงบ้าง จะฟื้นหรือยังก็ไม่อาจทราบได้ แต่หากคุณชานยอลไม่ฟื้นขึ้นมา...เขาควรจะทำยังไง?




++++++++

 



            บานประตูถูกผลักให้เปิดออกพร้อมกับร่างของคนตัวเล็กที่เดินเข้ามาโดยไร้คนติดตามที่มักจะอยู่ข้างๆเสมอ


            “สวัสดีครับคุณจื่อเทา” คนมาใหม่เอ่ยทักทายคนที่อยู่ภายในห้องก่อนแล้ว


            “นายหายไปไหนมา” จื่อเทาที่กำลังนั่งอ่านนิตยสารอยู่ก็รีบวางลงทันทีแล้วถามประเด็นหลักที่เขาสงสัย


            “ผมกลับไปอังกฤษเพื่อจัดการเรื่องทุกอย่าง...”


            “รวมทั้งเซฮุนด้วยใช่มั้ย”


            “ครับ”


            “เหอ...นายหายไปนาน ฉันคิดว่านายจะทิ้งคนเจ็บให้โดดเดี่ยวซะแล้ว”


            “ผม....”


            ยังไม่ทันทีแบคฮยอนจะได้พูดอะไรต่อจื่อเทาก็วางมือลงบนไหล่แคบนั้นแล้วตบเบาๆ


            “ฉันฝากเพื่อนฉันด้วยนะ”


            พูดจบจื่อเทาก็เดินออกจากห้องไปโดยปล่อยให้แบคฮยอนอยู่ภายในห้องพักผู้ป่วย แบคฮยอนก้าวขาเดินเข้าไปใกล้กับเตียงคนไข้ซึ่งคนที่นอนอยู่ยังคงใช้เครื่องช่วยหายใจและมีสายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ข้างๆ


            มือเล็กเอื้อมไปจับมือที่เย็นชืดของคนป่วยแล้วออกแรงบีบเพิ่มขึ้นเล็กน้อย


            “คุณชานยอล...คุณฟื้นขึ้นมาสิ”


            จากมือที่เคยจับอยู่ข้างเดียว คนตัวเล็กใช้มือทั้งสองข้างของตัวเองมากุมมือหนาเอาไว้


            “อย่าทิ้งผมไว้คนเดียวแบบนี้”


            ถึงจะรู้ว่าเขาต้องมาเห็นชานยอลในสภาพที่ไม่รับรู้คำพูดอะไรของเขา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะระบายออกมาให้คนที่นอนได้ฟัง


            “ถ้าไม่ได้คุณมาช่วย...คนที่นอนอยู่ตรงนี้อาจจะเป็นผมแทน”


            มือเรียวเอื้อมไปลูบตามขอบหน้าผากของชานยอลเบาๆแล้วลูบเส้นผมของร่างสูงราวกับว่าเขาไม่ได้เจอคนคนนี้มานานแสนนาน


            “มันก็1อาทิตย์แล้วนะ ทำไมคุณยังหลับอยู่ล่ะ ไม่อยากเจอผมแล้วเหรอ”


            “....”


            “มันน่าเบื่อนะที่ต้องนอนอยู่เฉยๆแบบนี้”


            “....”


            “ได้โปรด กลับมาหาผมเถอะ”


            ติ๊ดๆๆๆๆๆ!!


            อยู่ๆเครื่องวัดชีพจรก็ดังลั่นขึ้นมาจนแบคฮยอนตกใจ ลนลานรีบไปคว้ากดเครื่องเรียกพยาบาลทันที


            “คุณครับ! คนไข้เป็นอะไรไม่รู้ช่วยรีบมาหน่อยครับ!” แบคฮยอนพูดรัวๆใส่เครื่องไป ตอนนี้ความรู้สึกกลัวเริ่มมากขึ้น


            ไม่นานเหล่าแพทย์และพยาบาลก็พากันเข้ามาในห้องโดยเชิญให้แบคฮยอนออกไปรอข้างนอกเพื่อที่จะตรวจอาการของชานยอลที่อยู่ๆชีพจรก็ผิดปกติ


            แบคฮยอนอยู่เฝ้ามองอยู่ข้างหน้าโดยผ่านกระจกใสที่ประตูห้อง ภายในวุ่นวายไปหมดจนเขาไม่เห็นร่างของร่างสูง มันทำให้เขานึกถึงตอนที่เขายังเด็กตอนที่แม่จะจากเขาไปสถานการณ์ก็คล้ายๆกับแบบนี้


            ได้โปรด...พระเจ้าอย่าเพิ่งมารับเขาไปในตอนนี้


            ขาเล็กราวกับไร้เรี่ยวแรงแบคฮยอนทิ้งตัวนั่งลงยองๆเอาหลังพิงกับพนักแล้วเอามือของตัวเองปิดใบหน้าเอาไว้


            กลัว


            สับสน


            เขาจะไงดี


            ทุกอย่างมันตีรวนในสมองเต็มไปหมด


            บานประตูที่เปิดออกมาพร้อมกับหมอที่เป็นเจ้าของคนไข้ทำให้แบคฮยอนรีบลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเข้าไปหา จ้องมองไปที่คุณหมอเหมือนรอคำตัดสินจากผู้ที่กุมอำนาจชีวิตของมนุษย์


            “คุณชานยอลเป็นอย่างไรบ้างครับ”


            “มีสิ่งที่น่าตกใจครับคือ...คนไข้มีอาการตอบสนองหลังจากการพักฟื้นมา1อาทิตย์เต็มๆ”


            “มันเรื่องดีใช่มั้ยครับ” แบคฮยอนถามเพื่อความหมั่นใจ


            “ครับ เป็นเรื่องที่ดีเพราะที่ผ่านมาคนไข้ไม่สามารถรับรู้เรื่องราวต่างๆได้เลย แต่ตอนนี้คนไข้มีอาการตอบสนองนั่นหมายความว่าอีกไม่นานคนไข้ก็คงใกล้จะฟื้นแล้วล่ะครับ”


            “แล้วเมื่อไหร่ครับหมอ”


            “หมอก็ยืนยันแน่นอนไม่ได้ครับ ต้องดูอาการกันต่อไป หมอขอตัวก่อนนะครับ”


            “ขอบคุณครับ” แบคฮยอนโค้งให้หมอก่อนจะเดินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย


            ตอนนี้ในห้องกลับมาเป็นภาวะปกติอีกครั้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ต่างกันตรงที่ตอนนี้ชานยอลไม่ได้ใส่เครื่องช่วยหายใจแล้ว ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกโล่งใจมากกว่าเดิม


            แบคฮยอนลากเก้าอี้ที่วางอยู่เลื่อนเข้าไปใกล้กับเตียงคนไข้


            “คุณชานยอล คุณรับรู้ถึงผมแล้วใช่มั้ย”


            “...”


            “ผมจะอยู่ตรงนี้นะ ผมจะรอจนกว่าคุณจะฟื้น”


            “...”


            แบคฮยอนยิ้มออกได้หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์นั้นมา เพราะที่ผ่านมาเขาต้องฝืนยิ้มและบอกทุกคนว่าไม่เป็นอะไรทั้งที่ข้างในมันรู้สึกตรงกันข้ามทั้งหมด ตอนนี้เขาสามารถทำมันได้โดยไม่ต้องฝืนความรู้สึกตัวเอง


            แบคฮยอนโทรไปบอกคุณปาร์คและคุณนายปาร์คว่าตอนนี้ชานยอลอาการเป็นอย่างไร ซึ่งทั้งคู่ก็ดีใจกันมากที่ตอนนี้ลูกชายใกล้จะฟื้นแต่เพราะอยู่ในช่วงไปประชุมและดูงานที่ต่างประเทศทำให้ไม่สามารถที่จะไปเยี่ยมได้แต่แบคฮยอนก็บอกว่าไม่ต้องห่วง


            และแบคฮยอนยังบอกให้จื่อเทาที่ออกไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรับรู้ด้วย โดยปลายสายบอกว่าจะกลับเข้าไปอีกครั้ง ส่วนจงอินและจงแดนั้นจะเข้ามาอยู่แล้วคงไม่ต้องโทรบอกหรอก


            จากที่ห้องเคยอยู่อย่างเงียบๆและมีเขาอยู่แค่คนเดียวกลับกลายเป็นว่าในห้องดูแน่นขึ้นมาทันทีเมื่อมีคนเข้ามาเพิ่มอีก4คนรวมทั้งเขาด้วยแต่น่าเสียดายที่พี่ลู่หานไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยกัน มีทั้งเสียงพูดคุยกัน และอาหารที่ทูจงไปซื้อมาเหมือนห้องพักนี้เป็นสถานที่ปิกนิก


            อย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่คนเดียว


            “ที่อังกฤษเป็นไงบ้าง”


            “อากาศดีครับส่วนอาหารก็ดี”


            “แต่ผมชอบอาหารเกาหลีมากกว่า”


            “เห้ จงแด แต่ฉันชอบนะ”


            “นายชอบอยู่คนเดียวน่ะสิ”


            “แล้วสถานที่ที่นั่นสวยมั้ยฉันไม่เคยไปเลย”


            “มันสวยมากครับพวกเราอยู่ที่ลอนดอน”


            “บรรยากาศที่นั่นนี่แบบ @#%*&^&$%......


            ทั้งจื่อเทาและทูจงพูดคุยราวกับไม่เจอกันเลยเป็นปี แบคฮยอนนั่งมองอยู่ไม่ไกลแล้วรู้สึกดีที่ทั้งห้องยังมีเสียงหัวเราะให้ได้ยิน พอมองไปที่คนที่นอนอยู่ชานยอลมีสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเดิม เรื่องดีๆอาจจะกำลังเริ่มต้น


            เมื่อเวลาผ่านถึงตอนเย็นก็ได้เวลาแยกย้ายโดยทั้งหมดอยู่กันตั้งแต่ช่วงสายของวัน จื่อเทาขอตัวกลับไปก่อน แต่ทูจงยังอยู่เป็นเพื่อน


            “ลูกพี่กินไรมั้ย ผมจะลงไปซื้อของให้”


            “ไม่เป็นไร ขอบใจจงอิน”


            “แต่ฉันเอา”


            “งั้นนายก็ลงมากับฉันนี่จงแด ฝากซื้อทีนึกว่าซื้อไปเลี้ยงใคร” จงอินเดินเข้าไปกอดคอจงแดแล้วพากันออกไปที่ร้านค้าที่อยู่ภายในโรงพยาบาล


            ทูจงหายไปครู่หนึ่งก็กลับมาที่ห้อง ทั้งคู่หอบหิ้วเอาขนมและเครื่องดื่มมาพร้อมและหากิจกรรมทำแก้เบื่อ จนเวลาล่วงไป4ทุ่ม แบคฮยอนก็บอกให้ทั้งสองกลับไปพักซึ่งตัวเองจะเฝ้าคนป่วยเอง


            จงแดกับจงอินก็ไม่ขัดและยอมกลับไปโดยดี ตอนนี้ภายในห้องก็กลับมาสู่ความสงบอีกครั้ง


            แบคฮยอนจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จและในคืนนี้เขาคงต้องอาศัยโซฟาเป็นที่พักผ่อนชั่วคราวไปก่อนแล้วกัน


            เช้าวันถัดมาแบคฮยอนออกไปจากห้องพักไปซักพักแล้วกลับเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าอีกใบที่คาดว่าน่าจะกลับไปเอาจากห้องของตัวเองมา


            แบคฮยอนเลื่อนเก้าอี้เข้ามานั่งใกล้เตียงแล้วหยิบกระดาษที่อยู่ในกระเป๋าออกมาคลี่ บนกระดาษใบนั้นมีรูปร่างที่คล้ายกับโครงสร้างของบ้านที่ถูกวาดเอาไว้


            “นี่คือบ้านที่ผมออกแบบเอาไว้ สวยใช่มั้ย” แบคฮยอนยื่นไปให้คนที่นอนอยู่ดูแต่เขาไม่มองมันหรอกเพราะเขายังไม่ฟื้นขึ้นมา


            “ผมวาดมันไว้ซักพักแล้วล่ะ”


            “...”


            “แต่มันไม่ใช่บ้านของผมหรอก”


            “...”


            “มันคือบ้านของเราต่างหาก”


            “...”


            “ผมอยากจะอยู่กับคนที่ผมรักโดยบ้านหลังนั้นผมเป็นคนที่ออกแบบมันขึ้นมาเอง เพราะมันมาจากความตั้งใจและความทุ่มเทของผม มันทำให้ผมมีความสุข”


            “...”


            “จำวันที่คุณไล่ผมได้มั้ย ผมเกือบจะเผามันทิ้งไปแล้วเพราะคิดว่าไม่มีทางที่คุณจะหายโกรธผม”


            “...”


            “แต่ผมก็มีความเชื่อนะผมจึงยังเก็บมันเอาไว้”


            “...”


            “อ่า นี่ผมจะย้อนอดีตทำไมเนี่ย ผมต้องก้าวไปในอนาคตสิ”


            และแบคฮยอนก็เล่าเรื่องราวและพูดคุยเหมือนกับชานยอลยังนอนฟังเขาอยู่และทุกเย็นทูจงก็จะแวะเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนแล้วกลับไปเมื่อถึงเวลา4ทุ่ม


            ในทุกๆวันแบคฮยอนจะออกไปในตอนเช้าและกลับเข้ามาพร้อมกับเล่าเรื่องต่างๆที่ตนพบเจอ บางครั้งจื่อเทาก็มาเยี่ยมบ้าง แต่ทูจงจะมาทุกเย็น


            .


            .


            .


            .


            วันนี้ก็เช่นกัน...


            แบคฮยอนกลับมาที่ห้องของตัวเองเพื่อจัดการธุระและเปลี่ยนเสื้อผ้าที่จะนำไปด้วย มันก็ผ่านมาพักนึงแล้วนะถึงแม้คุณหมอจะบอกว่าคุณชานยอลมีอาการตอบสนองแล้วก็เถอะแต่ทำไมยังไม่ฟื้นซักที


            ระหว่างทางที่จะไปโรงพยาบาลนั้นแบคฮยอนก็แวะร้านดอกไม้เพื่อซื้อไปเยี่ยมคนป่วยและแน่นอนดอกไม้ที่เขาเลือกก็ไม่ใช่อะไรอื่น มันก็ดอกเยอบีร่า ดอกไม้ที่ร่างสูงเคยให้เขา


            แต่ดูเหมือนว่าวันนี้โชคจะไม่เข้าข้างเอาเสียเลยเพราะวันนี้เป็นวันสุดสัปดาห์จึงทำให้รถติดเป็นพิเศษ


            “รถจะติดไปถึงไหนเนี้ย” แบคฮยอนบ่นกับตัวเองแล้วก้มมองดูนาฬิกาข้อมือไปด้วย


            มันสายมากแล้วนะ....


            ในที่สุดรถก็เริ่มเคลื่อนตัวและออกมาจากจุดที่จราจรติดขัดนั่นจนได้


            “นี่สายเกือบชั่วโมงแล้วนี่หน่า”


            แบคฮยอนเหยียบคันเร่งให้มากขึ้น เขาไม่เคยกลับไปช้าขนาดนี้อย่างมากก็20นาที


            เมื่อไปถึงก็รีบก้าวยาวไปยังห้องพัก แต่ทำไมวันนี้เขากลับรู้สึกแปลกๆ แบคฮยอนสะบัดหัวไล่ความคิดออกไปแล้วเปิดประตูห้องเข้าไปข้างใน


            สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้เขาพูดไม่ออก...


            ชานยอลนั่งอยู่บนเตียงและหันมามองที่เขากำลังยืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่หน้าประตู


            “คุณชานยอล...”


            แบคฮยอนพูดชื่อคนที่เขาไม่ได้เจอมานาน ไม่สิ..ต้องเรียกว่าเจอกันแต่ไม่ได้พูดคุยด้วยกันต่างหาก เดินเข้าไปหาอย่างเงียบๆแล้วเอื้อมมือไปลูบตามโครงหน้าคมเบาๆ


            ดวงตาใสเริ่มสั่นระริก เขาไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย น้ำตาที่เอ่อล้นออกมามันไม่ได้มาจากความเสียใจ มันมาจากความตื้นตันใจและความคิดถึง


            “แบคฮยอน...”


            แบคฮยอนเข้าไปสวมกอดคนที่นั่งอยู่ ถ้ามันคือฝันทำไมเขาถึงสัมผัสคนตรงหน้าได้ล่ะ ชานยอลกอดตอบและลูบผมคนตัวเล็กไปมาอย่างทะนุถนอม


            “ผมดีใจที่คุณกลับมา” แบคฮยอนฟุบหน้าลงกับไหล่ของชานยอล น้ำตาหยดลงที่เสื้ออย่างห้ามไม่อยู่


            “ไม่...”


            “!?


            “ฉันต่างหากล่ะที่ต้องพูด....


            .


            .


            .


            ....ดีใจที่นายกลับมานะแบคฮยอน”








*อาการเจ็ทแล็ก หรือ อาการเมาเวลา

เกิดจากการที่เราต้องเดินทางข้ามเขตแบ่งเวลาหลายๆเขตในการเดินทางจากตะวันออกไปทางตะวันตกหรือในทางกลับกันในระยะเวลาสั้นๆทำให้ร่างกายของเราที่ยังคงคุ้นกับเวลาเดิมอยู่ปรับตัวไม่ทัน

[Cr. http://www.plan-travel.com/Jet-Lag.html]


 ✙ ไม่มีอะไรจะบอกนอกจาก ดีใจที่พี่กลับมาเช่นกันค่ะ

แหม่...ฟื้นซักทีพี่ต้องให้แบคกลับมาก่อนใช่มั้ย55555


เม้นน้าาาา


#บอดี้การ์ดบยอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

1,221 ความคิดเห็น

  1. #1001 Jammie-Lee (@Jammie-Lee) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 02:05
    เย้ ชานฟื้นแล้ววววว
    #1001
    0
  2. #952 nyon-ji (@kaito-01) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2558 / 22:26
    รีบๆมาต่อนะไรต์ สู้ๆรออยู่นะ
    #952
    0
  3. #951 nat (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2558 / 20:31
    เย้ๆอิพี่ชานฟื้นแล้วร้องไห้ดีใจตามเลย
    #951
    0
  4. #950 0506_B (@19920506b) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 18:08
    ลุ้นมากกับชานยอลว่าจะฟื้นเมื่อไหร่ คิดว่าพี่เขาจะแกล้งป่วยให้เเบคเหงาไปเรื่อยๆแล้วนะเนี่ย
    #950
    0
  5. #949 Kannika Tankam (@yingkhem) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 / 11:55
    เย้ พี่ชานกลับมาหาน้องแบคแล้ว ดีใจๆ
    #949
    0
  6. #947 ninuttyy (@ninuttyz) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 22:16
    โหย ดีใจอะ พี่ชานฟื้นสักที! กลับมารักกันเร้วววว
    #947
    0
  7. #946 Np SH94 (@pra-ornut) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 22:09
    กลับมาพร้อมพี่ชานฟื้นเลยฮืออร้องไห้
    #946
    0
  8. #945 newByun (@nongnew1711) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 21:20
    ว้าววว หายไปนานจนคิดถึง กลับมาแล้วสินะคุณบอดี้การ์ด คืนดีกันเร็วนะ ^__^
    #945
    0
  9. #943 onewlumin (@onewsine) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 20:15
    พี่เขาฟื้นแล้วอะตัวเอง แอบสงสารแบคตั้งนาน
    #943
    0
  10. #942 W D B Y B (@giant87891) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 19:31
    กรี้ดดดดหยอยยฟื้นเเล้ว
    #942
    0
  11. #941 JoobJang Phaninat (@jcb009) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 19:07
    ต่อไปก็จะถึงจุดแห่งความฟินช้ะ
    #941
    0
  12. #940 kaminuki (@piyamapor) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 18:55
    ฟื้นแล้ว~เย้ๆๆ
    #940
    0
  13. #939 F_TKk (@nongfah-14092544) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 18:52
    กรี้ดดด ฟื้นแล้ว-ลูกเขย
    #939
    0
  14. #938 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 18:41
    พี่ชานฟื้นแล้ววววว
    #938
    0
  15. #937 exokaifah (@exokaifah) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2558 / 18:40
    งื่อออออ,พี่ชานฟื้นแล้ววว ดีใจอ่าาาา
    #937
    0
  16. #935 0506_B (@19920506b) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 14:17
    ชานฟื้นไวๆนะ จะได้กลับมาอยู่ด้วยกัน
    #935
    0
  17. #932 Np SH94 (@pra-ornut) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 00:02
    โอ้ยฮือออ
    #932
    0
  18. #931 kaminuki (@piyamapor) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 10:48
    สู้ๆทั้งแบคทั้งชานเลยนะ
    #931
    0
  19. #930 newByun (@nongnew1711) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 08:24
    น้ำตาจิไหล ในที่สุดไรท์ก็มาต่อรักไรท์ที่สุด จุ้บ~ พี่ชานอย่าโกรธแบคเลยนะถ้าฟื้นมาแล้วไม่เจอแบคอะ รักกันไวๆนะ 55555 #อีนี่หนิ
    #930
    0
  20. #929 byun_pompam (@byun_pompam) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 07:40
    ชานยิลฟื้นเร้วๆน้ั
    #929
    0
  21. #928 PC' By C ^///^ (@bammark4778) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 06:25
    มาต่อเร็วนะค่ะไรท์ สู้ๆ
    #928
    0
  22. #927 PS_JJ (@akano-sarina) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 06:16
    สู้ๆค่าาาาา อยากให้ชานฟื้นไวๆจังเหลยยยยย
    #927
    0
  23. #926 bjhyun (@praewa_14145) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 00:47
    อยากให้ชานฟื้นไวๆฮืออออ ปล.เราเข้าใจไรท์ค่ะ เจอแกทไปเรานี่น้ำตาซึม555555555
    #926
    0
  24. #925 lovenevermild (@loveside) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 22:28
    มาต่อไวๆๆๆๆๆนะ   ชานยอลคงจะฟื้นแล้วไม่มีอะไรที่กระทบกับร่างกายนะ  
    #925
    0