สวัสดีเพื่อนทุกคนนะครับ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ติดตามข่าวสารของวิชาการมานานแล้ว และรู้สึกชอบเว็บนี้มาก จึงอยากจะแบ่งปันประสบการณ์ของตนเองให้พี่ได้รับรู้กัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ถ้าผมเสนอข้อมูลใดผิดไปจากความเป็นจริงไป หรือว่าข้อมูลที่ทราบมาแล้วผมตีคลวามคลาดเคลื่อนไป ผมก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ และผมเองก็ยินดีรับการแนะนำ คำติชมด้วย ผมจะได้ปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องยิ่งขึ้น
..............ขอขอบคุณ...................
........................................................................ เด็กน้อยยังด้อยประสบการณ์

วันที่ต้องไป
วันหนึ่งผมได้รับข่าวจากอาจารย์ประจำสาขาว่ามีทุนการศึกษาให้ไปเรียนที่ ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ประเทศไทยของเรา ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้ว่าเป็นทุนอะไร และยังไม่สนใจมากนัก ผมก้เลยเรียนไปเรื่อยๆไม่คิดจะสมัครอะไร เฉย ๆ พอกลับมาหอพักเพื่อนก็พูดว่าปิดเทอมนี้เอ็งจะไปไหน ผมก็ตอบไม่ได้เพราะมันยังเหลืออีกตั้งสองสามเดือน ยังไม่คิดและยังไม่ตัดสินใจ แต่ก็คืดอยู่ว่าจะหาที่ทำงานหาเงินช่วงปิดเทอม เวลาเปิดเทอมจะได้มีตังลงทะเบียน ไม่ต้องขอแม่ ก็ดี ไปทำงานดีกว่า ผมก็ตั้งใจไว้อย่างนั้น แต่วันที่เข้าเรียน ผมเห็นเพื่อนกรอกไปสมัครทุนดังกล่าวกันหลายคนผมก็เราจะขอกับเพื่อนดีไหม ก็ลังเลเพราะผมกลัวไม่ได้เหมือนกันตัวเองก็เกรดไม่สูงเท่าเพื่อนๆเขา ในที่สุดก็ตัดสินใจขอไป ไหนๆเราก็ศึกษาเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านของเราอยู่แล้วคงดี ที่เราจะได้ไปหาประสบการณ์ให้ชีวิตของตนเองบ้าง ก็เลยจัดเเจงกรอกใบสมัคร เตรียมเอกสาร วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่เขาได้กำหนดส่งจะทันหรือเปล่าผมก็ยังไม่มั่นใจ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี ผมคิดว่าปิดเทอมนี้ถ้าไม่ได้ทุน ผมก็จะไปทำงาน มีสองตัวเลือกที่ผมคิดตอนนั้น ในช่วงใกล้ปิดภาคเรียนที่สองก็มีการประกาศผลทุกคนก็ตื่นเต้นมากแต่ก็ไม่ ตื่นเต้นเท่าเวลาที่เข้าห้องสำภาษณ์ เมื่อประกาศผลคณะของเราก็มีนักศึกษาได้ถึงสองคนอีกคนเพื่อนของผมไปที่เมือง จีน ส่วนผมก็อยู่ใกล้บ้านครับที่เวียดนาม
ไม่รู้วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร หลังจากที่ผมรู้แน่ชัดแล้วว่าตัวเองต้องเดินทางวันไหน ต้องทำอะไรบ้าง ก่อนเดินทาง ก็กลับบ้านเกิดไปอยู่กับปู่ ย่าสักสองสามวัน แล้วต่อรถเข้าสุวรรณภูมิ รอเดินทางในวันที่สิบเจ็ด มีนาคม เป็นครั้งแรกที่จากบ้านที่มีระยะเวลายาวนานถึงสามเดือน
และเรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีก็คือวันที่ผมแบกกระเป๋าเป้ จะเดินเข้าอาคารผู้โดยสาร แม่ผมมีน้ำตาออกมาด้วย อยู่ดีดีแม่ก็ร้องให้ออกมาอย่างนั้น สงสัยท่านเป็นห่วงผมมากก็แหงอยู่แล้วลูกที่เคยอยู่ด้วยอยู่มาวันหนึ่งก็จะ จากไปนานท่านก็ต้องร้องเป็นธรรมดา แต่ผมจะไม่ร้องด้วยเพราะไม่อยากให้แม่เห็นว่าเราอ่อนแอ เราต้องเข้มแข็ง ผมก็เลยพูดกับแม่ไปว่า
........แม่ครับ ผมไปก็ไม่กี่เดือนเดี๋ยวก็กลับ มาแล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงผมมากหรอก
ผมจะโทรหาแม่ทุกวันและเวลาไปถึงแล้วก็จะโทรทันที
หลังจากนั้นแม่ก็หยุดร้องแล้วท่านก็เดินขึ้นรถกลับบ้านไป ผมเองมาที่เวียดนามหลายวันแล้วยังไม่มีโอกาสโทรกลับบ้านเลย เราจะบาบหรือเปล่านะ โกหกคนแก่ให้ดีใจเล่น เวลากลับไปจะเป็นยังไงบ้างหนอเรา โดนว่ายับ อะนะ ลูกแม่ยังไงก็ต้องกลับบ้านอยู่ดีละครับ ไม่ไปไหนหรอก
ช่วงแรกที่เดินทางมาถึง เวียดนามนั้นผมบอกตรงว่าผมยังไม่รู้กฏเกณฑ์อะไรบ้าง ในกระบวนการดำเนินการเกี่ยวกับการเข้าเมืองของเขาบ้าง ผมก็เงียบและตามเขาไปเขาเดินทางไหนเราก็แอบดู ว่าเขาทำอะไร มีเหมือนเราไหม ต้องเขียนอะไร ดูเอกสารอะไรเราหรือเปล่า ผมรู้สึกกลัวเพราะเพื่อนที่นี่ก็ไม่ค่อยมีและเป็นการเดินทางคนเดี่ยวครั้ง แรกที่ไกลขนาดนี้ เป็นการเดินทางที่ต้องพึ่งตัวเองอย่างมาก หลังจากที่ผ่านเข้ามาเวียดนามอย่างแรกที่ผมต้องทำก็คือการแลกเงินให้เป็น เงินด่งเวียดนาม ที่แลกก็อยู่ใกล้ทางเข้า มองเห็นได้อย่างชัดเจน หาได้ไม่ยากครับ ผมยังสับสนกับเงินเวียดนาม ผมไม่รู้จะซื้อของเขาถูกหรือเปล่า เงินก็คล้ายกันเวลาใช้นี้ต้องใช้สายตาคู่นี้เพ่งดีดีไม่งั้น เราเสียไปโดยที่เราเอาคืนไม่ได้ด้วย เรื่องเงินที่ไหนก็สำคัญทั้งนั้น ยิ่งเป็นที่ต่างถิ่น ต่างบ้านต่างเมืองผมเองก็ระวังตัวจนเป็นคนขี้ระแวงไปเลย ทำตัวมีพิรุจ ระวังจนทำตัวน่าสงสัย ก่อนที่จะมาผมก็ได้ยินข่าว เกี่ยวกับคนเวียดนามว่าอย่างโน้น อย่างนี้ ให้ระวังตัวดีดีดี๋ยวจะเจอ จากที่ได้ฟังผู้ที่เคยไปเยือนมาก่อนหน้านี้ ว่าเดี๋ยวโดนโกงค่ารถบ้าง เดี๋ยวโดนหรอกบ้าง ผมว่าเรื่องค่ารถนี้ผมเจอกับตัวเองแล้วละครับ ผมว่ามันไม่ใช่แค่ที่เวียดยนามหรอกที่ไหนก็มีกันทั้งนั้นถ้าที่ไหนมีรถรับ จ้างลูกค้าผู้ใช้บริการก็ต้องโดนเข้าสักคน แต่ที่เกิดสำหรับผมมันก็ไม่รุนแรงอะไร
เรื่องก็มีอยู่ว่า ผมจะหารถเข้าตัวเมืองฮานอย แล้วก็ไม่มีรถบัสเข้าเมืองเพราะมันก็ดึกมากแล้ว ผมจึงได้เหมารถแทกซี่เข้าเมือง ตอนที่ผมถามครั้งแรกเขาก็บอกราคามา ก็เป็นราคาทั่วไป ประมาณ สองรอยก่วาบาท ไหนก็ไม่มีรถแล้วก็ไปเลยละกัน เราก็คุยกันมาเรื่อย คนขับรถก็พยาบามสร้างความสนิทสนม ถามแม้กระทั่งเรื่องครอบครัว เรียน ไม่รู้จะถามทำไม หรือว่าเขากำลังจะสำรวจสำมะโนครัวบ้านผม ผมก็ไม่ทราบ เสนมางจากสนามบินเข้าเมืองก็ไกลพอสมควร แต่ถ้าใครเดินทางมาตอนกลาววันผมแนะนำว่าให้มาเวียดนามตอนกลาววันเพราะจะมีรถ บัส สามพันด่งต่อครั้ง ถ้าเราขึ้นจาก ที่สนามบินมาลงในตัวเมืองก็น่าจะถูกกว่าอย่างมาก สามพันด่ง ผมเองก็ไม่น่าดินทางตอนนี้เลย เสียตังมากไปเราต้องประหยัดเราต้องอยู่ที่นี่อีกนาน พอใกล้ถึงที่พักในเมืองแล้ว ผมก็ได้ยินเสียงเขาอีกครั้งว่า ขอค่าน้ำชาเพิ่มผมก็เลยตอบว่าส่งผมให้ถึงที่พักก่อนผมจึงจะรับปาก ผมให้จริง อย่าปล่อยผมข้างทางนะครับ อย่าแม้แต่จะคิดเลยนะครับ ผมซวยแน่นอนอย่าทำให้ผมลำบากขนาดนั้นเลย คืนนั้นหลังจากถึงหน้าปากซอบบ้านพักก็มีลูกเจ้าของบ้านคนเวียดนามกับครูที่ เป็นคนไทยแต่อยู่ต่างมหาลัยกันมาคอยรับ ผมก็จ่ายตังค่าโดยสารไป ด้วยความที่ตนเองยังไม่ชินกับการใช้เงินด่งก็ล้วงออกมาใบใหญ่ ครูก็หันมาดูแล้วก็จัดการให้แล้วผมก็ได้ยินว่าไม่ต้องทอน เราก็ให้เขาไป ที่ไหนได้เขาพยายามให้ผมเพิ่มตั้งแต่ในรถแล้ว มีอย่างนี้บ่อยครั้งผมคงไม่ปลื้มเท่าไร แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ผมทนได้และขอให้ผมมาถึงที่พักอย่างปลอดภัยก็พอแล้ว ไม่อยากคิดสภาพตัวเองถ้าเขาปล่อยทิ้งไว้ข้างถนน ฝนกำลังตกใหม่ๆพื้นดินแฉะๆ แล้วที่นี่มันไม้ใช่บ้านเราที่คุ้นเคยด้วย ต่างภาษาต่างวัฒนธรรม ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงโชคชะชากลั่นแกล้งผมตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่เข้ามา เหยียบบ้านคนอื่นเลยแน่นอน มาตอนคำมืดนี่ก็ไม่ดีเลยผมไม่ได้เห็นฮานอยในมุมสูงว่าเป็นอย่างไร มาตอนกลางคืนมองอะไรก็ไม่เห็นเห็นแต่แสงไปสีเหลืองเต็มไปหมด ว้าว้า ........เสียดาย

..............ขอขอบคุณ...................
........................................................................ เด็กน้อยยังด้อยประสบการณ์

วันที่ต้องไป
วันหนึ่งผมได้รับข่าวจากอาจารย์ประจำสาขาว่ามีทุนการศึกษาให้ไปเรียนที่ ประเทศเพื่อนบ้านใกล้ประเทศไทยของเรา ตอนนั้นผมก็ยังไม่รู้ว่าเป็นทุนอะไร และยังไม่สนใจมากนัก ผมก้เลยเรียนไปเรื่อยๆไม่คิดจะสมัครอะไร เฉย ๆ พอกลับมาหอพักเพื่อนก็พูดว่าปิดเทอมนี้เอ็งจะไปไหน ผมก็ตอบไม่ได้เพราะมันยังเหลืออีกตั้งสองสามเดือน ยังไม่คิดและยังไม่ตัดสินใจ แต่ก็คืดอยู่ว่าจะหาที่ทำงานหาเงินช่วงปิดเทอม เวลาเปิดเทอมจะได้มีตังลงทะเบียน ไม่ต้องขอแม่ ก็ดี ไปทำงานดีกว่า ผมก็ตั้งใจไว้อย่างนั้น แต่วันที่เข้าเรียน ผมเห็นเพื่อนกรอกไปสมัครทุนดังกล่าวกันหลายคนผมก็เราจะขอกับเพื่อนดีไหม ก็ลังเลเพราะผมกลัวไม่ได้เหมือนกันตัวเองก็เกรดไม่สูงเท่าเพื่อนๆเขา ในที่สุดก็ตัดสินใจขอไป ไหนๆเราก็ศึกษาเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านของเราอยู่แล้วคงดี ที่เราจะได้ไปหาประสบการณ์ให้ชีวิตของตนเองบ้าง ก็เลยจัดเเจงกรอกใบสมัคร เตรียมเอกสาร วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่เขาได้กำหนดส่งจะทันหรือเปล่าผมก็ยังไม่มั่นใจ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปด้วยดี ผมคิดว่าปิดเทอมนี้ถ้าไม่ได้ทุน ผมก็จะไปทำงาน มีสองตัวเลือกที่ผมคิดตอนนั้น ในช่วงใกล้ปิดภาคเรียนที่สองก็มีการประกาศผลทุกคนก็ตื่นเต้นมากแต่ก็ไม่ ตื่นเต้นเท่าเวลาที่เข้าห้องสำภาษณ์ เมื่อประกาศผลคณะของเราก็มีนักศึกษาได้ถึงสองคนอีกคนเพื่อนของผมไปที่เมือง จีน ส่วนผมก็อยู่ใกล้บ้านครับที่เวียดนาม
ไม่รู้วันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร หลังจากที่ผมรู้แน่ชัดแล้วว่าตัวเองต้องเดินทางวันไหน ต้องทำอะไรบ้าง ก่อนเดินทาง ก็กลับบ้านเกิดไปอยู่กับปู่ ย่าสักสองสามวัน แล้วต่อรถเข้าสุวรรณภูมิ รอเดินทางในวันที่สิบเจ็ด มีนาคม เป็นครั้งแรกที่จากบ้านที่มีระยะเวลายาวนานถึงสามเดือน
และเรื่องที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยดีก็คือวันที่ผมแบกกระเป๋าเป้ จะเดินเข้าอาคารผู้โดยสาร แม่ผมมีน้ำตาออกมาด้วย อยู่ดีดีแม่ก็ร้องให้ออกมาอย่างนั้น สงสัยท่านเป็นห่วงผมมากก็แหงอยู่แล้วลูกที่เคยอยู่ด้วยอยู่มาวันหนึ่งก็จะ จากไปนานท่านก็ต้องร้องเป็นธรรมดา แต่ผมจะไม่ร้องด้วยเพราะไม่อยากให้แม่เห็นว่าเราอ่อนแอ เราต้องเข้มแข็ง ผมก็เลยพูดกับแม่ไปว่า
........แม่ครับ ผมไปก็ไม่กี่เดือนเดี๋ยวก็กลับ มาแล้ว แม่ไม่ต้องเป็นห่วงผมมากหรอก
ผมจะโทรหาแม่ทุกวันและเวลาไปถึงแล้วก็จะโทรทันที
หลังจากนั้นแม่ก็หยุดร้องแล้วท่านก็เดินขึ้นรถกลับบ้านไป ผมเองมาที่เวียดนามหลายวันแล้วยังไม่มีโอกาสโทรกลับบ้านเลย เราจะบาบหรือเปล่านะ โกหกคนแก่ให้ดีใจเล่น เวลากลับไปจะเป็นยังไงบ้างหนอเรา โดนว่ายับ อะนะ ลูกแม่ยังไงก็ต้องกลับบ้านอยู่ดีละครับ ไม่ไปไหนหรอก
ช่วงแรกที่เดินทางมาถึง เวียดนามนั้นผมบอกตรงว่าผมยังไม่รู้กฏเกณฑ์อะไรบ้าง ในกระบวนการดำเนินการเกี่ยวกับการเข้าเมืองของเขาบ้าง ผมก็เงียบและตามเขาไปเขาเดินทางไหนเราก็แอบดู ว่าเขาทำอะไร มีเหมือนเราไหม ต้องเขียนอะไร ดูเอกสารอะไรเราหรือเปล่า ผมรู้สึกกลัวเพราะเพื่อนที่นี่ก็ไม่ค่อยมีและเป็นการเดินทางคนเดี่ยวครั้ง แรกที่ไกลขนาดนี้ เป็นการเดินทางที่ต้องพึ่งตัวเองอย่างมาก หลังจากที่ผ่านเข้ามาเวียดนามอย่างแรกที่ผมต้องทำก็คือการแลกเงินให้เป็น เงินด่งเวียดนาม ที่แลกก็อยู่ใกล้ทางเข้า มองเห็นได้อย่างชัดเจน หาได้ไม่ยากครับ ผมยังสับสนกับเงินเวียดนาม ผมไม่รู้จะซื้อของเขาถูกหรือเปล่า เงินก็คล้ายกันเวลาใช้นี้ต้องใช้สายตาคู่นี้เพ่งดีดีไม่งั้น เราเสียไปโดยที่เราเอาคืนไม่ได้ด้วย เรื่องเงินที่ไหนก็สำคัญทั้งนั้น ยิ่งเป็นที่ต่างถิ่น ต่างบ้านต่างเมืองผมเองก็ระวังตัวจนเป็นคนขี้ระแวงไปเลย ทำตัวมีพิรุจ ระวังจนทำตัวน่าสงสัย ก่อนที่จะมาผมก็ได้ยินข่าว เกี่ยวกับคนเวียดนามว่าอย่างโน้น อย่างนี้ ให้ระวังตัวดีดีดี๋ยวจะเจอ จากที่ได้ฟังผู้ที่เคยไปเยือนมาก่อนหน้านี้ ว่าเดี๋ยวโดนโกงค่ารถบ้าง เดี๋ยวโดนหรอกบ้าง ผมว่าเรื่องค่ารถนี้ผมเจอกับตัวเองแล้วละครับ ผมว่ามันไม่ใช่แค่ที่เวียดยนามหรอกที่ไหนก็มีกันทั้งนั้นถ้าที่ไหนมีรถรับ จ้างลูกค้าผู้ใช้บริการก็ต้องโดนเข้าสักคน แต่ที่เกิดสำหรับผมมันก็ไม่รุนแรงอะไร
เรื่องก็มีอยู่ว่า ผมจะหารถเข้าตัวเมืองฮานอย แล้วก็ไม่มีรถบัสเข้าเมืองเพราะมันก็ดึกมากแล้ว ผมจึงได้เหมารถแทกซี่เข้าเมือง ตอนที่ผมถามครั้งแรกเขาก็บอกราคามา ก็เป็นราคาทั่วไป ประมาณ สองรอยก่วาบาท ไหนก็ไม่มีรถแล้วก็ไปเลยละกัน เราก็คุยกันมาเรื่อย คนขับรถก็พยาบามสร้างความสนิทสนม ถามแม้กระทั่งเรื่องครอบครัว เรียน ไม่รู้จะถามทำไม หรือว่าเขากำลังจะสำรวจสำมะโนครัวบ้านผม ผมก็ไม่ทราบ เสนมางจากสนามบินเข้าเมืองก็ไกลพอสมควร แต่ถ้าใครเดินทางมาตอนกลาววันผมแนะนำว่าให้มาเวียดนามตอนกลาววันเพราะจะมีรถ บัส สามพันด่งต่อครั้ง ถ้าเราขึ้นจาก ที่สนามบินมาลงในตัวเมืองก็น่าจะถูกกว่าอย่างมาก สามพันด่ง ผมเองก็ไม่น่าดินทางตอนนี้เลย เสียตังมากไปเราต้องประหยัดเราต้องอยู่ที่นี่อีกนาน พอใกล้ถึงที่พักในเมืองแล้ว ผมก็ได้ยินเสียงเขาอีกครั้งว่า ขอค่าน้ำชาเพิ่มผมก็เลยตอบว่าส่งผมให้ถึงที่พักก่อนผมจึงจะรับปาก ผมให้จริง อย่าปล่อยผมข้างทางนะครับ อย่าแม้แต่จะคิดเลยนะครับ ผมซวยแน่นอนอย่าทำให้ผมลำบากขนาดนั้นเลย คืนนั้นหลังจากถึงหน้าปากซอบบ้านพักก็มีลูกเจ้าของบ้านคนเวียดนามกับครูที่ เป็นคนไทยแต่อยู่ต่างมหาลัยกันมาคอยรับ ผมก็จ่ายตังค่าโดยสารไป ด้วยความที่ตนเองยังไม่ชินกับการใช้เงินด่งก็ล้วงออกมาใบใหญ่ ครูก็หันมาดูแล้วก็จัดการให้แล้วผมก็ได้ยินว่าไม่ต้องทอน เราก็ให้เขาไป ที่ไหนได้เขาพยายามให้ผมเพิ่มตั้งแต่ในรถแล้ว มีอย่างนี้บ่อยครั้งผมคงไม่ปลื้มเท่าไร แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ผมทนได้และขอให้ผมมาถึงที่พักอย่างปลอดภัยก็พอแล้ว ไม่อยากคิดสภาพตัวเองถ้าเขาปล่อยทิ้งไว้ข้างถนน ฝนกำลังตกใหม่ๆพื้นดินแฉะๆ แล้วที่นี่มันไม้ใช่บ้านเราที่คุ้นเคยด้วย ต่างภาษาต่างวัฒนธรรม ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงโชคชะชากลั่นแกล้งผมตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่เข้ามา เหยียบบ้านคนอื่นเลยแน่นอน มาตอนคำมืดนี่ก็ไม่ดีเลยผมไม่ได้เห็นฮานอยในมุมสูงว่าเป็นอย่างไร มาตอนกลางคืนมองอะไรก็ไม่เห็นเห็นแต่แสงไปสีเหลืองเต็มไปหมด ว้าว้า ........เสียดาย

ความคิดเห็น